ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 44 : บทที่ 44 ตัวประกอบ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    23 มี.ค. 54

บทที่ 44 ตัวประกอบ

                สายมากแล้วแต่ธามยังคงนั่งนิ่งมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของตนอย่างไม่คิดจะลุกไปไหน พลันเสียงเคาะประตูห้องนอนและเสียงเรียกของใครบางคนที่ดังแว่วมา ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกตัวพลางรีบถลาไปเปิดประตูรับทันทีเพราะคิดไปว่าจะเป็นคนที่เฝ้ารอ แต่เมื่อบานประตูเปิดอ้าออกกว้าง สีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความคาดหวังของธามก็แปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเซ็งสุดขีดขึ้นมาทันตา

                “มีอะไรเหรอเมนี่”

                น้ำเสียงห้วนสั้นกับใบหน้าบูดบึ้งไม่รับแขกของเพื่อนชายคนสนิท ทำให้มณิการ์ได้แต่ช้อนสายตามองค้อนชายหนุ่มเจ้าของห้องอย่างไม่ค่อยพอใจนัก ที่เขาทำท่าราวกับว่ารำคาญเธอเหลือเกิน ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มแจ่มใสพลางเอ่ยด้วยเสียงอ่อนเสียงหวานอย่างมีจริตจะก้าน

                พอดีว่าวันนี้เมนี่ไม่มีงาน แล้วนี่ก็ใกล้ถึงกำหนดการถ่ายโฆษณาแล้วด้วย เมนี่ขอไปทำงานกับธามด้วยคนได้ไหมคะ

                ชายหนุ่มเจ้าของห้องมองคนที่เปลี่ยนอารมณ์ได้รวดเร็วราวกิ้งก่าเปลี่ยนสีด้วยความไม่เข้าใจในจิตใจอันแสนซับซ้อนและละเอียดอ่อนของผู้หญิงเอาเสียเลย แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบตกลงตามคำขอของเพื่อนสาวแต่โดยดี เพราะวินาทีนี้ เรื่องงานสำคัญกว่าเรื่องอื่นใดทั้งหมด คำตอบของธามสร้างความยินดีให้กับมณิการ์ยิ่งนัก เธอส่งยิ้มหวานหยดให้เขาก่อนจะเขย่งตัวขึ้นหอมแก้มชายหนุ่มฟอดใหญ่แทนคำขอบคุณ แล้วรีบหันหลังกลับวิ่งลงบันไดลงไปยังชั้นล่างของบ้านอย่างอารมณ์ดี โดยมีสายตางุนงงของชายหนุ่มที่ถูกโขมยหอมแก้มมองตามไปอย่างมึนงงกับท่าทีของเพื่อนสาวคนสนิท

 

                หลังจากที่รวินันท์ถูกดึงตัวไปช่วยงานให้กับโปรเจ็กต์ใหญ่ที่เป็นการร่วมมือกันระหว่างบริษัทผลิตรถยนต์สัญชาติไทยรายแรกของประเทศกับนิตยสารพีช ที่เน้นรูปแบบเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องแฟชั่นสำหรับผู้หญิงทุกวัยมาได้ระยะหนึ่ง บรรณาธิการสาวใหญ่ก็เรียกตัวเธอเข้ามาพบทันทีเมื่อเห็นว่าลูกน้องคนโปรดของตนกลับมาทำงานตามปกติแล้ว

                “พี่ได้รับอีเมลจากคุณธามแล้วนะคะ ชุดที่น้องวิออกแบบไปนั่นทั้งสวยโดดเด่นสะดุดตาแล้วก็ดูมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากเลย ตอนแรกที่ได้เห็นพี่เองยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองเลยนะว่าจะเป็นฝีมือของน้องวิคนเดียวทั้งหมด ดูเหมือนผลงานของพวกดีไซเนอร์มืออาชีพมากกว่าแค่สไตลิสต์มือสมัครเล่นเสียอีก พี่ว่าคุณมณิการ์เธอคงรู้สึกภูมิใจไม่น้อยเลยนะที่เลือกน้องวิมาร่วมงานด้วยตัวเองแบบนี้ ตัวพี่เองก็เหมือนกันถ้าวิไม่ตอบตกลงในตอนแรก พี่คงจะแย่ต้องโดนผู้ใหญ่ข้างบนเล่นงานแน่เลย ขอบคุณมากนะจ๊ะ

                “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ วิก็แค่ออกแบบไปตามที่เจ้าของโปรเจ็กต์เขาต้องการเท่านั้นเอง เอ่อ ถ้าคุณมลไม่มีเรื่องอะไรแล้ว วิขอตัวก่อนนะ พอดีว่ามีงานที่ทำค้างเอาไว้อยู่น่ะค่ะ”

                คำชื่นชมยกยอปอปั้นของนฤมล ไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกห่อเหี่ยวในจิตใจของสไตลิสต์สาวคนเก่งดีขึ้นมาได้เลย แค่ได้ยินชื่อของใครบางคนที่เธอพยายามลบออกจากความทรงจำ ไม่รู้ทำไมน้ำตาก็พานจะไหลขึ้นมาเสียให้ได้ รวินันท์ทำได้เพียงแค่โค้งศีรษะน้อมรับคำชมนั้นตามมารยาท ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานของตัวเองตามเดิม เพราะกลัวว่าหากยังนั่งอยู่ตรงนี้ต่อไป วันนี้ทั้งวันเธอคงไม่เป็นอันทำงานทำการใดๆ เพราะในใจมัวแต่เหม่อลอยไปถึงใบหน้าของชายหนุ่มเจ้าของโปรเจ็กต์อยู่เป็นแน่ แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ บรรณาธิการสาวใหญ่ก็เอ่ยบางคำออกมาเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้

                เดี๋ยวจ้ะวิ วันศุกร์นี้ทางเอเจนซี่เขาจะเริ่มถ่ายทำโฆษณาชุดนี้แล้วนะ ถึงแม้ว่าทางกองถ่ายเขาจะมีสไตลิสต์คอยดูแลตามคอนเซ็ปต์ที่วิออกแบบแล้วก็เถอะ แต่พี่อยากให้วิเป็นคนไปคอยควบคุมดูแลความเรียบร้อยอีกทีน่ะจ้ะ เพราะยังไงถ่ายโฆษณาเสร็จแล้ว พวกพรีเซ็นเตอร์ก็จะต้องมาถ่ายแบบลงในนิตยสารของเราด้วยอยู่ดีล่ะนะ

                เอ๋...แต่ว่าวิ เอ่อ นี่ก็ใกล้ถึงวันที่ต้องปิดต้นฉบับแล้วนะคะ งานของวิก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ ถ้ายังไงให้คนอื่น...

                รวินันท์เมื่อได้ยินดังนั้นก็รีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธทันที เธอรู้ดีว่าหากต้องไปดูแลความเรียบร้อยที่นั่น ก็คงหนีไม่พ้นต้องพบหน้าคนที่ไม่อยากเจอเป็นแน่ หากแต่สายตาอันแหลมคมของผู้เป็นหัวหน้าก็ทำให้ลูกน้องสาวถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกใหญ่ เมื่อเธอยังคงยืนกรานที่จะไม่ไปคุมงานตามที่อีกฝ่ายบอก

                “เป็นคนอื่นไม่ได้หรอกนะคะ นี่มันเป็นงานของน้องวิเองนะ ในเมื่อเริ่มต้นทำมาถึงขนาดนี้แล้วในฐานะของสไตลิสต์มืออาชีพก็ควรจะสานต่อให้จบด้วยมือของตัวเอง ไม่ใช่ปัดความรับผิดชอบไปให้คนอื่นแบบนี้ น้องวิเข้าใจที่พี่พูดใช่ไหมคะ”

                หญิงวัยกลางคนเอ่ยเสียงเข้ม พลางส่งสายตาเขียวปั้ดมาให้ ก่อนจะนำคุณสมบัติของมืออาชีพในวงการเสื้อผ้ามาอบรมสั่งสอนลูกน้องสาวคนโปรดอีกเป็นกระบุงโกย จนคนที่ตั้งท่าปฏิเสธอย่างแข็งขัน จำใจต้องยอมรับภาระหน้าที่อันหนักอึ้งซึ่งถูกมอบหมายมาให้นั้นโดยมิอาจปฏิเสธได้

                “เข้าใจแล้วค่ะ แค่ไปดูแลความเรียบร้อยเฉพาะตอนที่ถ่ายทำโฆษณาเท่านั้นใช่ไหมคะ”

                “ไม่ใช่แค่วันถ่ายโฆษณากับถ่ายแบบนะ แต่วันงานแถลงข่าวการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ วิก็ต้องไปด้วยนะจ๊ะ”

                นฤมลกล่าวพร้อมกับกำชับให้ลูกน้องสาวทำตามที่เธอบอก ก่อนจะปล่อยให้คนที่ได้แต่ทำหน้าอิหลักอิเหลื่ออยากเกี่ยงงานไปให้คนอื่นใจแทบขาดนั้นต้องยินยอมทำตามคำสั่งผู้เป็นหัวหน้าอย่างเสียมิได้ รวินันท์โค้งคำนับรับคำหัวหน้าของเธออีกครั้งหนึ่งก่อนจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานของบรรณาธิการสาวใหญ่ไปในที่สุด

                ต่อ

                ทั้งที่เป็นเวลาเช้าตรู่ แต่ภายในสตูดิโอแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวกลับแลดูสับสนอลหม่านวุ่นวายไปหมด พื้นที่กว่าสองร้อยตารางเมตรนั้นดูจะคับแคบลงไปถนัดตาเมื่อมันคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่ล้วนแล้วแต่เป็นผู้เกี่ยวข้องกับงานสำคัญในวันนี้แทบทั้งสิ้น บ้างก็กำลังจับกลุ่มกันแต่งหน้าแต่งตัวให้กับนายแบบนางแบบ บ้างก็หยิบจับฉากและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาเปิดตัวรถยนต์ทั้งสามรุ่นของบริษัท ทีเอเอส มอเตอร์ส จำกัด (มหาชน) ในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้

                น้ำเสียงเกรี้ยวกราดของชายหนุ่มคนหนึ่งผู้รั้งตำแหน่งประธานกรรมการของบริษัทยักษ์ใหญ่ เจ้าของโปรเจ็กต์ในวันนี้ ซึ่งคอยเจ้ากี้เจ้าการสั่งคนนั้นทีคนนี้ทีด้วยอาการหงุดหงิดจนแทบไม่มีใครอยากเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าจะไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจจนถูกไล่ตะเพิดออกมาวิ่งหนีแทบไม่ทัน กลับเรียกความสนใจจากรวินันท์ได้เป็นอย่างดี

                สไตลิสต์สาวเงยหน้าขึ้นจากการจัดแต่งชุดของนายแบบหนุ่มหล่อมาดเพลย์บอยที่ทำท่าทางก้อร่อก้อติกเธอตั้งแต่มาถึง พลางมองไปยังเจ้าของเสียงที่เอาแต่เดินงุ่นง่านไปมาด้วยใบหน้าบูดบึ้ง เมื่ออะไรๆ ก็ดูจะไม่ถูกใจคุณชายไปเสียทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฉาก อุปกรณ์ประกอบการถ่ายทำต่างๆ การจัดวางแสงไฟ หรือแม้แต่เพลงที่เลือกมาใช้ประกอบภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ ก็ยังเหมือนไม่ถูกใจคนช่างเลือกอย่างเขานัก

หญิงสาวอดนึกต่อว่าต่อขานตัวปัญหาในใจไม่ได้ เมื่อนักธุรกิจหนุ่มกำลังสร้างความวุ่นวายและความรำคาญใจให้กับเหล่าสต๊าฟของกองถ่ายจนแต่ละคนแทบไม่เป็นอันทำงานทำการกันเช่นนี้ ดีนะว่าชุดของเธอที่ออกแบบไว้นั้นได้ทีมตัดเย็บฝีมือระดับมืออาชีพเข้ามาช่วยจึงทำให้งานเสร็จทันตามกำหนด ไม่อย่างนั้นมีหวังคงได้ถูกตำหนิไปด้วยแน่ๆ

                เป็นจังหวะเดียวกับที่ธามหันมาพอดี ดวงตาสองคู่จึงประสานกันโดยไม่ตั้งใจ ประธานหนุ่มมองหน้าสไตลิสต์สาวด้วยแววตาตัดพ้อ กี่ครั้งกี่หนกันแล้วที่เขาพยายามโทรศัพท์ติดต่อไปหาเธอ แต่ฝ่ายนั้นกลับกดตัดสายของเขาทิ้งเสียดื้อๆ ราวกับว่าชาตินี้ไม่อยากจะเจอกันอีกแล้วอย่างไรอย่างนั้น

                ข้างฝ่ายรวินันท์พอได้มองสบตากับเจ้าของดวงตายาวรีคู่นั้นก็รีบหันหน้าไปอีกทางคล้ายไม่อยากเห็นสายตาวิงวอนแกมขอร้องของประธานหนุ่มรูปหล่อที่มองมาและคอยแต่จะนำพาให้หัวใจของเธออ่อนยวบลงจนแทบหลอมละลายลงไปกองกับพื้นได้อยู่แล้ว

                “เป็นอะไรไปครับคุณวิ ทำไมหน้าซีดจัง ไม่สบายหรือเปล่า”

                เสียงทุ้มของ คิม อาคิรา นายแบบหนุ่มหน้าใสลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงนักร้องขวัญใจวัยรุ่นที่กำลังมีผลงานเพลงติดชาร์ตมาแรงเป็นอันดับหนึ่งบนหน้าปัดรายการวิทยุหลายต่อหลายคลื่นอยู่ในขณะนี้ ทำให้สไตลิสต์สาวหลุดจากภวังค์ความคิดฟุ้งซ่านของตนกลับมาสู่โลกความจริงอันแสนโหดร้ายอีกครั้ง เธอเบี่ยงตัวหลบฉากโดยอัตโนมัติเมื่อเขาทำท่าจะโน้มตัวลงมาเอาหน้าผากของเขาแตะสัมผัสกับหน้าผากของเธอแทนปรอทวัดไข้ ด้วยสายตากรุ้มกริ่มอย่างชนิดไม่มีปิดบัง สมชื่อคาสโนว่าคนล่าสุดของวงการมายาที่ได้รับการกล่าวขานไปทั่วจนกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ประจำตัวของนักร้องหนุ่มไปเสียแล้ว

                เมื่อได้เห็นว่าอาคิรากำลังทำตัวรุ่มร่ามคล้ายจะหาเศษหาเลยกับคนที่เขาเฝ้าหมายปองอยู่นั้น ทำให้ธามถึงกับหรี่ตามองนายแบบหนุ่มมาดแบดบอยที่เขาและเพื่อนสาวคนสนิทช่วยกันเลือกมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับรถสปอร์ตสีแดงแรงฤทธิ์ของเขาด้วยความไม่พอใจ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการคอยจับจ้องมองแทบทุกอิริยาบถของสไตลิสต์สาวเผื่อว่าเขาอาจจะมีโอกาสได้เข้าไปขัดขวางระหว่างสองคนนั้นได้ทันท่วงที ทั้งที่ไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองอยู่ในฐานะอะไร รู้เพียงแค่ว่าความหึงหวงที่กำลังก่อตัวขึ้นเงียบๆ ในใจนั้นเริ่มจะทำให้เขาหน้ามืดตามัวจนแทบอยากจะเข้าไปกระชากเจ้านักร้องหนุ่มนั่นออกมาต่อยสักทีสองที โทษฐานที่บังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของเขา

                แต่ยังไม่ทันที่ธามจะได้ทำอะไรมากไปกว่านั้น เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งก็ดังนำขึ้นมาก่อนตัว พร้อมกับที่ท่อนแขนของเขาถูกคล้องเอาไว้อย่างแนบแน่นจนสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มกลมกลึงของทรวงอกอวบอิ่มคู่หนึ่งที่กำลังบดเบียดเสียดสีอยู่กับต้นแขนของเขาราวกับจงใจ

                “อยู่ที่นี่เองหรือคะคุณธาม ครัวซองต์ตามหาแทบแย่แน่ะ ไม่คิดเลยนะคะว่าจะมีโอกาสได้ร่วมงานกับนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงอย่างคุณ ครัวซองต์รู้สึกเป็นปลื้มมากๆ เลยค่ะ ก็เลยคิดว่าอยากจะมาขอบคุณด้วยตัวเองเสียหน่อยน่ะ ถ้ายังไงคืนนี้หลังถ่ายทำเสร็จแล้ว เราไปดินเนอร์กันดีไหมคะ ครัวซองต์อยากเลี้ยงขอบคุณที่คุณให้โอกาสดีๆ แบบนี้น่ะค่ะ”

                เสียงแหลมเล็กกับท่าทางจีบปากจีบคอของ ครัวซองต์ นางแบบสาวนัยน์ตาสวย ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ที่เพิ่งได้มงกุฏนางงามระดับโลกมาครอบครองเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ทำให้นักธุรกิจหนุ่มเริ่มรู้สึกรำคาญขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ด้วยมารยาทที่ดีเขาจึงทำได้เพียงแค่ส่งรอยยิ้มเย็นชืดไร้อารมณ์ไปให้พร้อมกับพยายามแกะมือเหนียวหนับราวตุ๊กแกตัวโตของหญิงสาวออก พลางมองไปยังสไตลิสต์สาว เพื่อดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไรบ้างที่เห็นผู้หญิงคนอื่นมาเกาะแกะเขาแจแบบนี้ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะดูเหมือนว่าคนที่เขาอยากให้เห็นภาพบาดตาบาดใจนั้นหันไปมองทางอื่นพอดีอย่างน่าเสียดาย

ต่อ

                ที่จริงแล้วใช่ว่ารวินันท์จะไม่ได้เห็น ก็แม่นางแบบสาวพราวเสน่ห์คนนั้นเล่นส่งเสียงทักนักธุรกิจหนุ่มดังราวปรอทแตกขนาดนี้ แต่เธอเพียงแค่หันไปมองแวบเดียวเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้หันกลับไปมองอีกเลย เพราะหัวใจของเธอมันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาจนแทบทนไม่ไหวที่ต้องทนเห็นเขามีสาวๆ มากหน้าหลายตารายล้อมอยู่รอบกายเช่นนี้ และแสร้งหันไปทำเป็นชวนนายแบบหนุ่มที่เธอกำลังดูแลเรื่องเสื้อผ้าให้อยู่นั้นพูดคุยกันเพื่อกลบเกลื่อนอาการปวดแปลบที่หัวใจของตัวเองเสีย

                การกระทำของทั้งคู่ตกอยู่ในสายตาของใครบางคนอยู่นานแล้ว มณิการ์ลอบสังเกตอาการของเพื่อนชายคนสนิทสลับกับสไตลิสต์สาวอยู่เงียบๆ เพียงลำพังที่มุมหนึ่งในสตูดิโอนั้น พลันก็อดรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมามิได้ เมื่อทั้งสองคนทำราวกับไม่เห็นกันและกัน ทั้งที่เมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเผลอเมื่อไร เป็นต้องได้เห็นว่ามีสายตาของอีกคนคอยเฝ้าแต่จะชะเง้อคอมองตามทุกทีไป และเป็นอย่างนั้นตลอดเวลาการถ่ายทำภาพยนตร์โฆษณาทั้งสามชุด

                กระทั่งได้เวลาเลิกกองถ่ายทำซึ่งขณะนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว หลังจากรวินันท์ช่วยทีมสไตลิสต์ของกองถ่ายจัดเก็บเสื้อผ้าและเครื่องประดับเรียบร้อย เธอก็เดินออกมาที่หน้าประตูสตูดิโอเพื่อเตรียมตัวที่จะเรียกแท็กซี่กลับที่พักของตนจึงได้รู้ว่าด้านนอกอาคารนั้นมีสายฝนโปรยปรายลงมาอย่างหนักราวกับมีพายุเข้า เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ที่ดังขึ้นมาทำให้สไตลิสต์สาวรีบกดรับสายทันทีโดยไม่ทันได้ดูชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเพราะคิดไปว่าคงจะเป็นแฟนหนุ่มโทร. เข้ามาอย่างที่เขาได้บอกเอาไว้ก่อนหน้านี้

                “ฮัลโหลวัฐเหรอคะ วิเลิกงานแล้วนะคะ ที่นี่ฝนตกหนักมากเลยล่ะ แล้วนี่วัฐอยู่ไหนแล้วคะจะมารับวิที่นี่เลยหรือเปล่า...”

                รวินันท์กรอกเสียงลงไปพลางเอ่ยยืดยาว กระทั่งรู้สึกว่าปลายสายนั้นไม่ได้ตอบอะไรเธอกลับมาสักคำแถมเอาแต่เงียบจนน่าแปลกใจ หญิงสาวจึงขยับโทรศัพท์ออกห่างหูแล้วก้มลงมองชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอนั้น พลันดวงตาคมก็ต้องเบิกกว้างเมื่อพบว่าผู้ที่โทร. เข้ามาหาไม่ใช่แฟนหนุ่มของเธอ แต่กลับเป็นอีกคนที่เธอพยายามเลี่ยงไม่ยอมรับสายของเขาตลอดเวลาหลายวันที่ผ่านมา

                “ผิดหวังมากสินะครับ ที่คนโทร.มาคือผม ไม่ใช่แฟนหนุ่มผู้แสนดีของคุณน่ะ”

                น้ำเสียงห้วนกระชากกับคำพูดประชดประชันของคนที่อยู่ปลายสาย ทำเอาหัวใจของสไตลิสต์สาวปวดปลาบขึ้นมาทันทีราวกับถูกเชือดเฉือนด้วยวาจาตัดพ้อต่อว่าของเขา แต่ยังฝืนกัดฟันทนข่มความเจ็บปวดของตนเอาไว้ พยายามตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเพื่อกลบเกลื่อนอาการที่เป็นอยู่

                “ถ้าคุณธามไม่ได้มีธุระเร่งด่วนอะไร ดิฉันคงต้องขอตัววางสายก่อน และจากนี้ไปขอความกรุณาอย่าโทร.มารบกวนดิฉันอีกเลยนะคะ”

                คำพูดห่างเหินที่ดูราวกับคนแปลกหน้าทักทายกันนั้น ทำให้ธามรู้สึกเจ็บลึกไปถึงก้นบึ้งของหัวใจคล้ายกับว่าหญิงสาวเจ้าของคำพูดนั้นกำลังเอาหอกแหลมคมทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาจนกลายเป็นแผลฉกรรจ์ยากจะรักษาได้ ชายหนุ่มแสร้งทำเป็นหัวเราะอย่างขบขันทั้งที่ในใจนั้นทั้งหดหู่และเศร้าหมองยิ่งนัก

                “แหม อะไรกันครับ พูดอย่างกับว่าเราเป็นคนอื่นคนไกลกันอย่างนั้นแหละ ทั้งที่เมื่อไม่กี่วันก่อนเรายังใกล้ชิดสนิทกันแบบเนื้อแนบเนื้ออยู่เลยไม่ใช่หรือครับคุณวิ”

                “หยุดเดี๋ยวนี้นะคุณธาม มันจะมากเกินไปแล้ว จะพูดจะจาอะไรก็ให้เกียรติกันบ้างสิคะ อีกอย่างเรื่องระหว่างคุณกับฉันมันก็จบลงไปแล้ว ตั้งแต่นี้ต่อไปพวกเราไม่ได้เกี่ยวข้องกันอีก หวังว่าคุณคงเข้าใจนะคะ

                เมื่อได้ฟังคำของอีกฝ่าย รวินันท์ก็ถึงกับโพล่งออกมาเสียงดังอย่างลืมตัวด้วยความโกรธจัดที่ชายหนุ่มพูดออกมาเหมือนเห็นว่าความสัมพันธ์ทางกายระหว่างเธอและเขานั้นเป็นเพียงเรื่องที่สามารถเอามาล้อเล่นกันได้หน้าตาเฉยเช่นนี้ ก่อนจะร่ายยาวออกมาอีกชุดใหญ่แล้วชิงกดวางสายไปเสียดื้อๆ โดยไม่เปิดช่องว่างให้คนฟังได้ตอบโต้อะไรกลับมาเลยแม้แต่น้อย

                เสียงสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาดไปนานแล้ว แต่ธามยังคงถือโทรศัพท์แนบหูค้างอยู่อย่างนั้นด้วยอาการนิ่งงันไปครู่ใหญ่ เพราะไม่คิดว่าจะได้ฟังคำประกาศิตของสไตลิสต์สาวรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วที่เขาเพียรพยายามติดต่อกับเธอก็เพราะต้องการจะสานต่อความสัมพันธ์กับเธอต่อไปเช่นเดิม ไม่ว่าเธอจะให้เขาอยู่ในฐานะอะไรก็พร้อมจะยอมรับได้ทุกอย่างหากว่ามันจะทำให้เขายังมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับเธออีกครั้ง

วูบหนึ่งที่เขาคิดขึ้นมาว่าจะยอมแม้กระทั่งเป็นได้เพียงแค่ชู้รักที่ต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ จากเจ้าของหัวใจตัวจริงของหญิงสาวก็ตาม ถึงใครจะหาว่าเขาบ้าหรือเป็นคนประเภทหน้าด้านหน้าทนอย่างไรก็ไม่หวั่น แต่พอได้ฟังคำพูดตัดขาดอย่างไร้เยื่อใยของรวินันท์เช่นนั้น ก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกสายฟ้าฟาดผ่าลงมาตรงกลางใจของเขา ทำเอาสมองเกิดอาการเบลอจนขาวโพลนไปหมดแทบนึกคิดอะไรไม่ออก

ธามก้าวเท้าออกมาจากมุมมืดด้านหนึ่งของตึกพร้อมกับยืนมองคนที่เพิ่งกดวางสายเขาไปเมื่อครู่ก้าวเท้าขึ้นรถเต่าสีเขียวคันน้อยที่แล่นมาจอดเทียบตรงหน้าตึกอย่างรู้เวลา ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกับว่าขาของเขาจะหมดแรงลงไปดื้อๆ จนแทบทรงตัวยืนอยู่ต่อไปไม่ไหว พลางนึกไปถึงฝันร้ายเมื่อหลายคืนก่อน ในที่สุดหญิงสาวก็จากไปแล้ว เธอกลับไปหาแฟนหนุ่มของเธอเหมือนอย่างที่เขาได้เห็นในภาพความฝัน ทว่าความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตรงหน้า มันทำให้เขารู้สึกปวดร้าวและทรมานไปทั้งหัวใจมากกว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นในฝันเป็นร้อยเท่าพันเท่านัก

ต่อ

                หลังจากหลุดปากพูดตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับประธานหนุ่มรูปหล่อเจ้าของบริษัทผลิตรถยนต์อันดับหนึ่งของประเทศไปแล้ว รวินันท์ก็ได้แต่นอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงโดยไม่อาจข่มตาให้หลับลงแต่อย่างใด             เสียงสัญญาณโทรศัพท์ดังแจ้งเตือนว่ามีข้อความถูกส่งเข้ามา ทำให้คนที่กำลังพยายามหาเหตุผลให้กับตัวเองว่าทำไมถึงลืมใบหน้าและสัมผัสของธามที่ยังคงหลงเหลือติดตราตรึงใจไม่ได้เสียที รู้สึกตัวตื่นจากภวังค์ความคิดของตน

                สไตลิสต์สาวคว้าเอาโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างเตียงขึ้นมากดเปิดดูข้อความ ก่อนจะตกอกตกใจกับข้อความที่ได้รับจากใครบางคนที่เธอเองก็กำลังครุ่นคิดถึงแต่เขาอยู่เช่นกัน

                เห็นไฟในห้องยังเปิดอยู่ คุณนอนไม่หลับเพราะคิดถึงผมใช่ไหม

                แม้จะอดหมั่นไส้ในความหลงตัวเองของธามมิได้ แต่ความแปลกประหลาดใจนั้นมีมากกว่า เธอสงสัยนักว่าเขารู้ได้อย่างไรว่าห้องของเธอยังไม่ได้ปิดไฟ แต่ยังไม่ทันได้คิดอะไรต่อ เสียงข้อความเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง

                ลงมาหาผมข้างล่างสิ ผมมีเรื่องอยากปรับความเข้าใจกับคุณ

                คราวนี้รวินันท์ถึงกับดีดตัวลุกขึ้นจากที่นอนทันทีเมื่อได้เห็นข้อความที่สองจากชายหนุ่ม หญิงสาวรีบถลาไปเกาะขอบหน้าต่างพลางค่อยๆ แง้มม่านเปิดออกดู ก็ได้เห็นรถสปอร์ตสีแดงเพลิงจอดนิ่งอยู่กลางลานจอดรถด้านข้างอาคาร และมีร่างของชายหนุ่มเจ้าของรถยืนพิงหลังกับตัวถังรถพลางเงยหน้าขึ้นมามองยังห้องของเธอ ทั้งที่ความสูงจำนวนเกือบยี่สิบชั้นเมื่อรวมพื้นที่สำหรับจอดรถภายในตัวอาคารด้วยแล้วไม่น่าจะทำให้เขารู้ได้เลยว่าห้องของเธออยู่ตรงนี้

                หยาดพิรุณที่ยังคงโปรยปรายลงมาไม่ขาดสายทำให้ร่างของธามในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงแสล็คสีเทาเข้มนั้นเปียกปอนจนสามารถมองทะลุผ่านเสื้อผ้าเข้าไปเห็นเรือนกายเพรียวบางแต่ยังพอมีมัดกล้ามให้ได้เห็นอยู่บ้าง คราวนี้เสียงเตือนข้อความจากโทรศัพท์ของชายหนุ่มเป็นฝ่ายดังขึ้นมาบ้าง เขายกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองพลางปาดหยดน้ำฝนที่เกาะพราวไปทั่วทั้งใบหน้าออก เรือนผมสั้นสีน้ำตาลแกมทองที่เคยตั้งชี้โด่ชี้เด่ขึ้นไปบนฟ้ากลับไหลลู่ลงมาจนแทบไม่เหลือสภาพเค้าเดิมของชายหนุ่มเจ้าสำอางคนเดิมอีกเลย

                อย่ามัวยืนตากฝนอยู่เลย เดี๋ยวก็ป่วยขึ้นมาอีกหรอก รีบกลับไปเถอะ เราไม่มีอะไรต้องคุยกันอีกแล้ว

                เมื่อได้เห็นข้อความที่ตอบกลับมาของสไตลิสต์สาว ทำให้ธามรู้สึกใจชื้นขึ้นมาเป็นกองที่อย่างน้อยเขาก็ยังรับรู้ได้ถึงความเป็นห่วงเป็นใยของเธอที่แฝงมากับข้อความนั้นจนอดซาบซึ้งไม่ได้ จึงรีบกดส่งข้อความตอบกลับไป แต่อีกฝ่ายก็กดตอบกลับมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน

                ผมไม่กลับหรอก ผมจะยืนรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณจะยอมออกมาหาผม

                ต่อให้คุณยืนรอจนปอดบวมตายไปต่อหน้า ฉันก็ไม่ลงไปหรอก บอกแล้วไงว่าเรื่องของเรามันจบไปแล้ว ช่วยไปให้พ้นๆ หน้าฉันเสียทีจะได้ไหม

                รวินันท์กลั้นใจกดส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายทั้งที่หัวใจของตนนั้นแทบจะติดปีกบินตามลงไปพร้อมข้อความนั้นอยู่แล้ว ใช่ว่าเธออยากจะใช้คำพูดแรงๆ แบบนั้นกับเขาเสียเมื่อไรกัน แต่ถ้าเธอไม่ตัดสินใจทำอย่างนี้ก็มองไม่เห็นว่าจะมีทางไหนที่จะทำให้เขาตัดใจและยอมจากไปแต่โดยดีได้ สิ่งเดียวที่เธอต้องทำในตอนนี้คือรีบชิงตัดไฟแต่ต้นลมเสียก่อน ไม่อย่างนั้นหัวใจของเธออาจต้องถูกเพลิงสวาทเผาผลาญทำลายให้มอดไหม้เป็นจุณจนเหลือเพียงตะกอนเถ้าถ่านปลิดปลิวฟุ้งกระจายสลายไปในอากาศอย่างแน่นอน

                ส่วนคนได้รับข้อความนั้นถึงกับน้ำตาร่วงเผาะลงมาทันที ดีแต่ว่าสายฝนที่ยังคงพร่างพรมลงมาจากฟากฟ้าสีหม่นมิหยุดหย่อนช่วยปิดบังอำพรางเอาไว้ จึงไม่มีใครได้เห็นน้ำตาลูกผู้ชายไหลรินลงมาจากดวงตายาวรีที่เปี่ยมไปด้วยแววตาโศกสลดคู่นั้น

ธามยังคงยืนเหม่อมองขึ้นไปยังห้องของสไตลิสต์สาว ถึงแม้ว่าแสงไฟในห้องนั้นจะดับลงไปแล้วก็ตาม แต่กลับห้ามการกระทำของตัวเองไม่ได้ เมื่อดวงใจอันบอบช้ำยังยืนกรานที่จะสู้ต่อไปไม่ยอมถอย รู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้คิดจะใส่ใจในตัวเขามากมายนัก เพราะเธอเองก็มีคนรักอยู่แล้วทั้งคน ส่วนตัวเขานั้นเป็นแค่คนที่มาทีหลังไม่มีสิทธิ์แม้แต่เพียงคิดจะรั้งเธอเอาไว้ในอ้อมแขน แต่ที่เขายังยอมทนยืนตากฝนอยู่อย่างนี้ก็ด้วยความหวังลึกๆ ว่าบางที คนในห้องนั้นอาจจะเปลี่ยนใจและยอมลงมาพบเขาก็เป็นได้ ชายหนุ่มคิดและเชื่อเช่นนั้น

รวินันท์แอบมองผ่านช่องผ้าม่านหน้าต่างที่แง้มเอาไว้เพียงเล็กน้อย จึงได้เห็นภาพของคนดื้อรั้นที่ยังคงดึงดันจะรอเธอต่อไปแม้จะถูกปฏิเสธด้วยถ้อยคำเด็ดขาดอย่างไร้เยื่อไยขนาดนั้นแล้วก็ตามต้องเปียกปอนไปหมดทั้งกาย พลันหัวใจของเธอก็ปวดปลาบเหมือนถูกบีบรัดไว้ด้วยมือที่มองไม่เห็น รู้สึกเจ็บเหมือนใจจะขาดวิ่นลงไปเสียให้ได้ มือเรียวเอื้อมไปสัมผัสผิวกระจกราบเรียบอันแสนเย็นเยียบนั้น คล้ายจะช่วยเช็ดน้ำตาซึ่งปะปนอยู่กับหยาดน้ำฝนไหลรินลงมาเป็นสาย ทั้งที่ชายหนุ่มอยู่ห่างออกไปเพียงแค่ไม่เท่าไร แต่ไยจึงรู้สึกเหมือนว่าระหว่างเธอและเขานั้นถูกกั้นขวางเอาไว้ด้วยระยะห่างที่แสนไกลราวหลายล้านปีแสงก็มิรู้ได้

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #847 HIZANA (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 16:37
    ร้องไห้เลยอ่ะ
    #847
    0
  2. #842 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 10:50

    ธามร้องเลยอ่ะ TT

    #842
    0
  3. #841 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 19:28
    โอยยยยยยยยย สงสาร พี่ธามเเน่จริงก้บุกขึ้นไปเลยคร่า วิไม่ว่าไรอยุ่เล้ 55555555
    #841
    0
  4. #840 salapao*_* (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 12:43
    น่าสงสารธามจังเลยอ่ะ
    #840
    0
  5. #839 muLaTAE (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 22 มีนาคม 2554 / 11:52
    ได้เวลา.....ที่จะต้องตัดสินใจได้แล้วน..ะวิ
    ว่าจะเป็นนายธามหรือว่าคนที่ตัวเองคิดว่ารัก

    #839
    0
  6. #838 yumekana (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 17:14

    ได้เวลาตัดสินใจแล้วนะหนูวิ

    #838
    0
  7. #837 kaaka (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 11:35
    อ๊ายยยยยย ธามจ๋านอกจากจะเป็นพระเอกในนิยายเรื่องนี้แล้ว มาทำเป็นพระเอกมิวสิคตากฝนเรียกร้องความสนใจจากวิเหรอ
    ขึ้นไปกดออดหน้าห้องเอาอย่างนั้นดีกว่า ให้มันรู้ดำแดงกันไปเลย เพราะตอนนี้มันปวดใจกันไปหมดแล้วคร้า
    #837
    0
  8. #835 tungkn4841 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 00:08

    คุณวิ .....ขอให้คิดกลับอีกนิดหนึ่ง คนอย่างนายธาม ถ้าไม่รักจริงคงไม่ยอมมายืนตากฝนให้เสียเวลาหรอก

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #835
    0
  9. #834 ฮ็อกวอต (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 22:53
    รีบมาอัพเร็วๆๆๆ นะค่ะ
    รอลุ้นอยู่นะคะ ธาม สู้ๆๆๆๆ เป็นกำลังใจให้ธาม คร่า
    #834
    0
  10. #833 Chicky ya ya ya (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 22:45
    สงสารพระเอกจริงๆ
    #833
    0
  11. #832 kolola8955555 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 22:38
    สงสารธามจัง วิใจแข็งจัง
    #832
    0
  12. #831 only202 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 22:36
    อ่า...ตอนนี้ธามเอาใจไปเต็มๆ
    ชักจะไม่ชอบใจหนูวิซะแล้วสิ
    ทำร้ายผู้ชายสองคนไปพร้อมๆกัน
    #831
    0
  13. #830 jeabkiss (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 20 มีนาคม 2554 / 20:39
    วิใจแข็งจังสงสารธามอ่ะ
    #830
    0
  14. #829 yumekana (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 12:57
    ไม่รู้สิ
    รู้สึกว่า นายธามทำไม่ถูกก็จริง
    แต่หนูวิทำไม่ถูกยิ่งกว่า
    การที่หนูวิหวนกลับไปหานายวัฐทั้งที่ตัวเองยังตัดไม่ขาดกับความรู้สึกที่มีให้นายธาม
    เป็นการทำร้ายนายวัฐอย่างสาหัส ยิ่งกว่าที่นายธามเคยทำเสียอีก
    เพราะการที่หนูวิกลับไปแบบไม่กล้าสารภาพความจริง
    แล้วถ้านายวัฐมารู้ทีหลัง
    อันไหนเจ็บยิ่งกว่าเนี่ย?
    #829
    0
  15. #828 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 10:24
    ไรเตอร์อ่า จะร้องไห้เเล้วนะเนี่ย
    T^T สงสารพี่ธามมมมมมมมม

    #828
    0
  16. #827 only202 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 09:49
    สงสารธามโฮกกกก
    เอางัยต่ออ่ะที่รักจะสู้ต่อรึว่าจะถอย
    หนูวินี่ก็เหลือเกินทำอย่างงี้คนเจ็บตั้งกี่คนแล้วไม่คิดว่าถ้าตาวัฐเค้ามารู้ทีหลังจะไม่แย่หรอ
    เฮ้อ.....แม่เมนี่นี่ก็เหมือนกันยังคงสโลแกนเดิมเสมอ "ความทุกข์ของท่านคือความสุขของเรา"
    #827
    0
  17. #826 tungkn4841 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 18 มีนาคม 2554 / 01:58

    น้องวิจะตัดบัวไม่เหลือใยจริงๆๆๆ ขอทำให้ใจแข็งได้ตลอดน่ะ สงสารนายธามจังเลย

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #826
    0
  18. #825 kaaka (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 20:42
     อ๊ากกกก ธามไปแย่งเลยแล้วกันนะเจ๊ขอเชียร์จ้า 

    คือแบบว่า ทนอยู่อย่างนี้ วิก็หลอกตัวเอง หลอกใช้วัฐอ่ะ มันปวดใจจ้า
    #825
    0
  19. #824 jeabkiss (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 20:26
    ตอนนี้สงสารธามจังเลยเจ็บลึกคราวนี้
    #824
    0
  20. #823 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 23:18
    จุดนี้ขอตบยัยครัวซองก์หน่อยค่ะไรเตอร์ หมั่นไส้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #823
    0
  21. #822 salapao*_* (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 20:17
    มาอัพต่อไวๆๆนะค่ะ
    #822
    0
  22. #821 jeabkiss (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 14:46
    เห็นด้วยกับคุณใบบัวเป็นอย่างยิ่งธามฉุดหนูวิไปตกลงกันสองต่อสองจะได้เคลียกันไปเลย
    #821
    0
  23. #820 kaaka (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 12:26
     อ๊ายยยย ความวัวไม่ทันหาย ความควายก็กำลังเข้ามาแทรก
    #820
    0
  24. #819 tungkn4841 (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 15 มีนาคม 2554 / 00:25

    ยุให้นายธามฉุด คุณวิหนีไปเลยดีไหมนิ หนีไปหลบมุมอยู่ด้วยกันสองต่อสอง 555

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #819
    0
  25. #817 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 44)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 20:28
    เร็วๆเลยค่ะไรเตอร์ เมื่อไหร่จะได้เจอพี่ธามคะ 55555
    #817
    0