ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 39 : บทที่ 39 ไฟปรารถนา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    27 ม.ค. 54

บทที่ 39 ไฟปรารถนา

ความแปลกใจระคนงุนงงกับการตอบสนองอย่างคาดไม่ถึงของคนตรงหน้า ทำเอาหัวใจของธามเต้นดังระรัวราวกับใครมาจุดพลุ จุดดอกไม้ไฟเป็นร้อยเป็นพันนัดอยู่ในอก จุมพิตที่อีกฝ่ายเป็นผู้ริเริ่มนั้นได้ปลุกความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอยู่ในกายให้ตื่นขึ้นมาจนห้ามใจไว้ไม่อยู่ ชายหนุ่มยกมือขึ้นประคองด้านหลังศีรษะของสไตลิสต์สาวพลางแทรกเรียวลิ้นของตนเข้าไปชิมความหวานภายในอีกระลอก

ทั้งคู่ต่างผลัดกันรุกไล่และตอบรับสัมผัสของกันและกันดุจดังไม่มีใครยอมแพ้ใคร ราวกับนกคู่รักที่กำลังหยอกล้อคลอเคล้าเคียงข้างไม่ห่างหาย ก่อนจะปล่อยให้เสียงเรียกร้องในหัวใจเป็นตัวนำทางโบยบินข้ามผ่านกำแพงหัวใจที่สูงชันไปสู่จุดหมายปลายทาง ณ ฝั่งฝันที่ไม่มีใครสามารถก้าวล้ำล่วงเข้ามาภายในอาณาเขตรักแห่งนี้ได้

มณิการ์สะดุ้งตื่นขึ้นมาในช่วงใกล้รุ่ง ใบหน้าหวานพราวไปด้วยหยาดเหงื่อเม็ดเล็กเม็ดน้อยที่ผุดพรายขึ้นมาพร้อมกับลุกนั่งหายใจหอบด้วยความเหนื่อยล้า พลางนึกทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในความฝัน เธอมองเห็นภาพเพื่อนชายกำลังยืนโอบไหล่ผู้หญิงอีกคนพร้อมกับโบกมือให้แทนคำล่ำลา แต่เมื่อหญิงสาวพยายามจะวิ่งเข้าไปหา ร่างของสองหนุ่มสาวคู่นั้นก็เริ่มเลือนรางจางหายและไกลห่างออกไปทุกทีทุกที กระทั่งในที่สุดก็เหลือเพียงตัวเธอคนเดียวที่นั่งกอดเข่าร้องไห้อยู่ท่ามกลางความมืดมิดที่รายล้อมอยู่รอบตัว

 หญิงสาวสะบัดหน้าแรงๆ คล้ายขับไล่ความฟุ้งซ่านอันเกิดจากจินตนาการของตนออกไป และคิดว่ามันคงเป็นเพียงแค่ฝันร้ายที่มีสาเหตุมาจากความหวาดระแวงต่อความสัมพันธ์อันน่าคลุมเครือระหว่างธามกับรวินันท์เท่านั้น แต่เมื่อเหลียวมองไปข้างกายก็พบว่าร่างของสไตลิสต์สาวที่ยังนอนอยู่ริมเตียงอีกฝั่งเมื่อตอนแรกนั้นอันตรธานไปเสียแล้ว

บางทีคุณวิอาจจะตื่นไปเข้าห้องน้ำละมั้ง

แม้ว่าจะนึกระแวงสักเพียงใด แต่ทายาทสาวร้านทองก็ยังพยายามปลอบใจตัวเองด้วยการมองโลกในแง่ดี เพราะไม่คิดว่าสไตลิสต์สาวจะกล้าถึงขนาดแอบย่องเข้าห้องของเพื่อนชายเธอได้ ทั้งๆ ที่เธอพยายามกันท่าเสียมากมายจนออกนอกหน้าขนาดนี้ หากไม่รู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านก็คงจะเกินไปหน่อยแล้ว

แต่แล้วคนที่พยายามมองโลกในแง่ดีก็มีอันต้องผิดหวัง เมื่อได้ยินเสียงร้องครวญครางของชายหญิงคู่หนึ่งดังอย่างชัดเจนขึ้นมาจากห้องข้างๆ ท่ามกลางความเงียบสงัดภายในบ้าน ไม่ต้องคิดให้เสียเวลาก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าของเสียงทั้งสองนั้นเป็นใคร เสียงหวีดร้องของสองหนุ่มสาวในห้องถัดไปคือเสียงที่แสดงออกถึงความพึงพอใจที่ได้รับการปรนเปรอความสุขจากกันและกัน แต่สำหรับคนที่ต้องมาทนฟังอยู่อย่างเดียวดายเพียงลำพังนั้น กลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงของภูตผีปิศาจที่คอยตามมาหลอกหลอนให้ทุกข์ทรมานอยู่กับความเจ็บปวดใจที่ไม่มียาตัวไหนสามารถใช้รักษาได้

สาวหน้าหวานได้แต่นึกตัดพ้อต่อว่าและแอบค่อนขอดเพื่อนชายคนสนิทอยู่ในใจไม่ได้ แม้ว่าเธอจะเริ่มชาชินกับการที่ธามจะพาผู้หญิงหลายต่อหลายคนแทบไม่ซ้ำหน้าเข้ามาพลอดรักกันในบ้าน แต่ก็ไม่เคยมีครั้งไหนที่จะทำให้เธอรู้สึกอิจฉาริษยาอย่างรุนแรงเท่ากับครั้งนี้ อาจเป็นเพราะเธอรู้ดีว่าผู้หญิงคนอื่นๆ อย่างมากก็เป็นได้แค่ของเล่นชั่วข้ามคืนของเขาเท่านั้น และไม่เคยมีใครที่เขาให้ความสนใจมากไปกว่าจุดประสงค์เพียงเพื่อทำให้พวกเธอเหล่านั้นยอมขึ้นเตียงด้วย

แต่กับแม่สไตลิสต์สาวเปรี้ยวที่เธอเป็นคนพามาแนะนำให้รู้จักนั้น ธามกลับให้ความสนใจและใส่ใจมากเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นฉากเลิฟซีนร้อนระอุกลางห้องทำงานในออฟฟิซ หรือแม้กระทั่งเรียกให้มาหาในเวลาที่กำลังป่วยไข้จนสภาพแทบดูไม่ได้แบบนี้ ทั้งที่ปกติชายหนุ่มจะเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองในสายตาของคนอื่นๆ มากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด และนั่นคงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมเธอจึงมีปฏิกิริยารุนแรงนักกับการพาผู้หญิงเข้ามานอนในบ้านของธามในครั้งนี้ เธอได้แต่หวังว่าเพียงไม่นานหลังจากที่โปรเจ็กต์นี้จบลงไป ความสัมพันธ์ของเพื่อนชายและสไตลิสต์สาวก็คงจะจบลงด้วยเช่นกัน เพราะถ้าไม่อย่างนั้นเธอก็คงจะทนไม่ไหวและเป็นฝ่ายลุกขึ้นมาออกงิ้วอาละวาดเข้าสักวันก็เป็นได้

นานทีเดียวที่มณิการ์ได้แต่นอนตัวสั่นทนกล้ำกลืนฝืนข่มความโกรธที่ถาโถมเข้ามาราวพายุลูกใหญ่โหมพัดซัดกระหน่ำเข้ากลางใจของเธออย่างจังจนเจ็บหนักแทบปางตาย รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกมรักที่ยังไม่ทันได้เริ่มลงแข่งเสียด้วยซ้ำไป หญิงสาวกัดริมฝีปากตัวเองแน่นจนแทบช้ำเป็นห้อเลือดเพื่อกลั้นน้ำตาแห่งความเสียใจเอาไว้ พร้อมกับพยายามข่มตาให้หลับ แต่ก็ดูเหมือนจะทำได้ยากยิ่งนัก เมื่อเสียงจากห้องข้างๆ ยังคงดังลอดผ่านเข้ามาเป็นระยะ จึงทำได้เพียงปล่อยให้ธารน้ำตาไหลหลั่งลงมาเป็นสายมิได้หยุด

ต่อ

สายมากแล้วแต่มณิการ์ยังคงนอนลืมตาโพลงเหมือนคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน เสียงจากห้องข้างๆ เงียบไปเมื่อตอนเกือบรุ่งสาง แต่เธอกลับไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้แม้สักเพียงวินาที เมื่อสมองของเธอมีแต่ภาพฉากรักของสองหนุ่มสาวลอยวนไปเวียนมาอยู่ในหัวไม่ยอมจางหายไป พลันเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบมากดรับสายด้วยท่าทีเนือยๆ เมื่อเห็นว่าชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอเป็นใคร

“เฮ้อ! โดนด่าอีกแหงเลยเรา”

เหมือนจะรู้จุดประสงค์ของผู้ที่โทรเข้ามาดี มณิการ์แอบลอบถอนหายใจยาวด้วยสีหน้าเอือมระอาอย่างคนเบื่อหน่ายกับชีวิต ก่อนจะกรอกเสียงลงไปทักทายผู้ที่โทร. เข้ามายังไม่ทันจบประโยคดีก็ได้ยินแต่เสียงบ่นของมารดาที่ดังเข้ามาจากปลายสายชุดใหญ่เสียจนหูแทบชา เพราะเมื่อวานนี้เธอแอบชิ่งหลบออกมาจากงานเลี้ยงน้ำชาของสมาคมผู้ค้าทองที่มารดาของเธอเป็นโต้โผใหญ่รับอาสาจัดงานด้วยตัวเองเพื่อจะได้รีบกลับมาดูอาการป่วยของธาม

หญิงสูงวัยร่ายยาวก่อนจะลงท้ายด้วยการกำชับให้ลูกสาวมาดูแลงานที่ออฟฟิซแทน เพราะนางมีตารางคิวที่จะต้องไปดูงานกับหุ้นส่วนทางธุรกิจที่ต่างประเทศบ่ายนี้ มณิการ์ตอบรับคำมารดาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด แล้วรีบกดวางสายไปก่อนที่จะถูกเทศนาอีกกัณฑ์ใหญ่เรื่องมารยาทในการสนทนากับคนที่อายุมากกว่า

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว มณิการ์ก็เตรียมตัวที่จะออกจากบ้านของธามเพื่อไปทำงานตามที่มารดาได้สั่งเอาไว้ แต่ยังไม่ทันได้ก้าวออกจากห้องเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่ใช่เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอ แต่เป็นเสียงที่ดังมาจากกระเป๋าสะพายของรวินันท์ที่วางเอาไว้บนโต๊ะข้างเตียง ทีแรกหญิงสาวไม่ได้ใส่ใจแต่เสียงเพลงรักหวานซึ้งที่ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้นกลับสะกิดต่อมสงสัยชวนให้เธออยากรู้ว่าใครคือคนที่โทร.เข้ามาหาสไตลิสต์สาวในเวลานี้ เจ้าของห้องจึงถือวิสาสะเปิดกระเป๋าสะพายใบน้อยแล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องจิ๋วออกมา

< < < ภวัฐ > > >

ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอทำให้ทายาทสาวร้านทองนึกเอะใจ เมื่อเห็นว่าเป็นชื่อของผู้ชายคนหนึ่ง พลันความคิดอะไรบางอย่างก็แล่นวาบเข้ามาในสมอง ใบหน้าหวานกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยพลางกดรับสายแล้วกรอกเสียงลงไปทันที

“สวัสดีค่ะ”

เอ่อนั่นใช่เบอร์ของวิหรือเปล่าครับ

น้ำเสียงนุ่มที่ดังมาจากปลายสาย เอ่ยถามเหมือนไม่แน่ใจว่าตนโทร.เข้ามาถูกเบอร์หรือเปล่า เพราะไม่คุ้นกับน้ำเสียงที่รับสายนั้น

“ใช่ค่ะ แต่พอดีว่าเมื่อคืนคุณวิเธออยู่ทำงานจนดึกตอนนี้เลยกำลังหลับพักผ่อนอยู่ ไม่ทราบว่ามีธุระด่วนหรือเปล่าคะ ฉันจะได้ปลุกเธอให้มารับสาย”

มณิการ์ตอบคำถามของชายหนุ่มในสาย พลางถามย้อนกลับไปด้วยอยากรู้นักว่าคนที่โทร. เข้ามานั้นมีความสัมพันธ์เช่นไรกับสไตลิสต์สาวที่ป่านนี้คงกำลังนอนหลับอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงของเพื่อนชายเธอ

“อ้อ ถ้างั้นไม่เป็นไรครับ เอาไว้ผมค่อยโทร.มาใหม่ดีกว่า ขอบคุณมากนะครับ”

เมื่อได้รู้ว่าแฟนสาวของตนคงจะทำงานจนดึกดื่นไม่ยอมหลับยอมนอน ภวัฐจึงไม่อยากรบกวนการพักผ่อนของเธอ เขารีบปฏิเสธและทำท่าจะวางสายไป แต่ยังไม่ทันได้กดวางปลายสายก็ส่งเสียงร้องถามขึ้นมาก่อน

“เดี๋ยวค่ะ ไม่ทราบว่าคุณคือแฟนของคุณวิใช่หรือเปล่าคะ”

หนุ่มผมยาวถึงกับชะงักตอบรับสั้นๆ พลางเลิกคิ้วขึ้นอย่างฉงนแล้วย้อนถามกลับอีกฝ่ายด้วยความสงสัย

“เอ่อ ครับ ใช่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ”

เมื่อมณิการ์ได้ยินดังนั้น เธอก็ยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ ก่อนจะเริ่มแผนการที่เพิ่งคิดขึ้นมาสดๆ ร้อนๆ ทันที

“ถ้างั้นดีเลยค่ะ ฉันมีเรื่องจะรบกวนคุณสักหน่อย...”

หลังวางสายจากแฟนหนุ่มของรวินันท์แล้ว มณิการ์จึงนำโทรศัพท์มือถือของหญิงสาวกลับไปวางไว้ที่เดิม ใบหน้าหวานปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางนึกรอคอยเวลาที่จะได้ชื่นชมผลงานการกำกับบทให้แก่นักแสดงจำเป็นของตนอย่างใจจดใจจ่อ

ต่อ

อีกมุมหนึ่งของบ้านหลังน้อยแต่ได้ถูกออกแบบและตกแต่งเอาไว้ในสไตล์เรียบหรู เจ้าของบ้านหนุ่มตื่นขึ้นมาตั้งแต่เช้าด้วยท่าทางสดชื่นราวกับคนที่ได้นอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่มมาตลอดคืน ทั้งที่หากนับเวลากันจริงๆ แล้วเขาเพิ่งจะงีบหลับไปได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น แต่สาเหตุจริงๆ แล้วนั้นคงเป็นเพราะว่าความสุขที่ได้รับการปรนเปรออย่างเต็มที่จากหญิงสาวที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงทำให้เช้าวันนี้ชายหนุ่มดูจะอารมณ์ดีมากเป็นพิเศษ

มือใหญ่เกลี่ยเส้นผมที่ปรกอยู่บนหน้าผากมนก่อนจะโน้มใบหน้าลงจุมพิตแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม พลางมองคนที่ยังหลับสนิทด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขไม่ต่างจากเขา นึกอยากให้วันเวลาหยุดลงที่ตรงนี้ไม่เคลื่อนคล้อยไปไหน เขาจะได้มีเธออยู่ในอ้อมกอดแบบนี้ตลอดไป ชายหนุ่มไม่แน่ใจนักว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เรียกว่าความรักได้หรือเปล่า เท่าที่รู้ก็คือเขาอยากตระกองกอดเธอเอาไว้แนบอกแบบนี้ทุกคืน เขาอยากจะซึมซับเอาไออุ่นที่แผ่ซ่านมาจากเรือนกายขาวเนียนและงดงามไปแทบทุกส่วนของเธอเข้ามาทำให้หัวใจที่เย็นยะเยือกและด้านชาราวก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาในมหาสมุทรนั้น ค่อยๆ ละลายลงทีละเล็กทีละน้อย  

แต่เพียงพริบตาเดียวเท่านั้นวันเวลาแห่งความสุขก็พลันมลายหายไป เมื่อเสียงเรียกของใครบางคนดังขึ้นที่หน้าห้อง ธามก้มลงมองหญิงสาวที่อาศัยท่อนแขนแข็งแรงของเขาหนุนนอนต่างหมอนด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาอย่างเสียดาย พลางค่อยๆ ขยับแขนของตัวเองออกแล้วสอดหมอนใบเล็กเข้าไปรองใต้ศีรษะของรวินันท์แทนอย่างเสียไม่ได้

ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงเดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวที่ตากเอาไว้บนราวไม้หน้าห้องน้ำมานุ่งพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้อย่างลวกๆ แล้วจึงรีบเปิดประตูออกไปก่อนที่เสียงเรียกและเสียงเคาะประตูรัวถี่ยิบนั้นจะดังขึ้นกว่าเดิมและปลุกให้คนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงของเขานั้นต้องตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทราอันแสนสุขเร็วเกินไป

เมื่อธามเปิดประตูออกไปก็ได้พบกับใบหน้าแฉล้มของเพื่อนสาวคนสนิทที่ยื่นเข้ามาใกล้ จนลมหายใจแทบรินรดกันได้เลยทีเดียว ชายหนุ่มผงะถอยหลังเข้าไปในห้องเล็กน้อยอย่างตกใจ ก่อนจะเอ่ยถามหญิงสาวผู้มาเยือนนั้นด้วยสีหน้าแปลกใจ

“มีอะไรเหรอเมนี่”

สาวหน้าหวานมองชายหนุ่มในชุดวาบหวิวพลันรู้สึกกระดากอายขึ้นมา เมื่อสมองของเธอแอบจินตนาการลึกลงไปถึงสิ่งที่อยู่ภายใต้ผ้าเช็ดตัวสีขาวซึ่งคลุมร่างกายท่อนล่างของคนตรงหน้าเอาไว้หลวมๆ คล้ายจะหลุดมิหลุดแหล่อยู่แล้ว

“ธามคะ หน้าจอเครื่องโน้ตบุ๊คของเมนี่มันใช้งานไม่ได้เลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรธามช่วยไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ เดี๋ยวเมนี่ต้องรีบไปทำงานแล้วด้วยค่ะ คุณแม่โทร.มาตามตัวน่ะ”

มณิการ์แสร้งทำเป็นเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับภาพเรือนร่างกึ่งเปลือยสุดแสนเซ็กซี่ของเพื่อนชายที่แอบหลงรัก ทั้งที่เสียงหัวใจเต้นตึกตักดังโครมครามแทบหลุดออกมานอกอกได้อยู่แล้ว พลางรีบกุลีกุจอเข้ามากอดแขนชายหนุ่มเจ้าของบ้านเอาไว้ด้วยท่าทางออดอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากเขา โดยไม่คิดจะถามไถ่ถึงความเป็นมาเป็นไปของใครอีกคนเมื่อเธอแอบปรายตามองไปยังร่างเปลือยเปล่าที่ยังนอนหลับใหลไม่ได้สติอยู่บนเตียง มีเพียงรอยยิ้มเหยียดหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าหวานเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเป็นสีหน้ากลับมาทำสายตาใสซื่อราวเด็กน้อยไร้เดียงสาดังเดิม พลางชักชวนให้เขาเข้าไปดูอาการของคอมพิวเตอร์แบบพกพาในห้องของตนด้วยกัน 

ในขณะที่ธามกำลังสาละวนอยู่กับการแก้ปัญหาระบบซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ให้อยู่นั้น สาวหน้าหวานก็แอบผละจากเพื่อนชายออกมาจากห้องของตัวเองอย่างเงียบเชียบแล้วเดินกลับไปที่หน้าห้องนอนของธามอีกครั้ง หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวสองสามครั้งคล้ายพยายามรวบรวมความกล้าก่อนจะยื่นมืออกไปคว้าลูกบิดประตูค่อยๆ หมุนอย่างแผ่วเบาเปิดประตูเข้าไปภายใน

ต่อ

ไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศลอยผ่านมากระทบผิวสัมผัสของมณิการ์ ทำเอาร่างบอบบางในชุดเดรสสั้นแขนกุดสีน้ำเงินเข้มเกิดอาการสั่นสะท้านไหวไปทั้งกายด้วยความหนาว เธอยกมือขึ้นมากอดอกพลางยืนมองคนที่นอนหลับคุดคู้อยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาอันน่าอบอุ่นนั้นด้วยความรู้สึกอิจฉาริษยาเหลือกำลัง ทั้งที่เธอต้องนอนเหงาทนหนาวกายอยู่เพียงลำพังมิหนำซ้ำยังต้องมาฟังเสียงคนพลอดรักกันจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืน แต่คนตรงหน้ากลับมานอนหลับอย่างมีความสุขอยู่บนเตียงของคนที่เธอมีสิทธิ์ทำได้แค่เพียงแอบรักเขาเสียอย่างนั้น

                ตื่นเถอะค่ะคุณวิ เรามีเรื่องต้องคุยกันนะ

                มณิการ์เอ่ยเสียงเข้ม ใบหน้าหวานมีร่องรอยของความไม่พอใจฉายชัดอยู่ในนั้น

                หืม? ว่าไงคะคุณเมนี่ ว้าย! นี่คุณเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่

                รวินันท์ค่อยๆ ชันตัวลุกขึ้นมานั่งอย่างงัวเงีย มีเพียงผ้าห่มผืนหนาที่ห่มคลุมร่างกายเปลือยเปล่าเอาไว้ เธอลืมตามองผู้บุกรุกด้วยท่าทางสะลึมสะลือเหมือนยังไม่ตื่นดีนักพลางตอบกลับไป ก่อนจะร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เมื่อรู้สึกตัวว่าเธอไม่ได้สวมใส่อะไรที่จะสามารถปกปิดเรือนกายตัวเองได้เลย ใบหน้างามแดงก่ำพลางก้มหน้างุดจนทนแทบจะมุดกลับลงไปอยู่ใต้ผ้าห่มได้อยู่แล้วด้วยความรู้สึกกระดากและละอายใจ ที่มีคนมารับรู้เรื่องน่าบัดสีบัดเถลิงของเธอเช่นนี้ แถมใครคนนั้นยังเป็นทั้งผู้มีพระคุณต่ออาชีพการงานของเธอแล้วยังเป็นคนที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านให้ความสนิทสนมเกินกว่าคำว่าเพื่อนร่วมงานด้วยเสียอีก ไม่รู้ทำไม จู่ๆ เธอก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบนึกกลัวผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก      

ตอบฉันมาตามตรงนะคะ คุณวิ คุณมีแฟนอยู่แล้วทั้งคน ทำไมถึงยังมายุ่งกับธามอีก”

                เอ่อ คือ ฉัน...

                มณิการ์ยิงคำถามเปรี้ยงเดียวตรงประเด็น แต่เล่นเอาคนที่ต้องตอบคำถามถึงกับสะอึก พลางทำสีหน้ากระอักกระอ่วนใจอย่างไม่รู้ว่าจะตอบเช่นไรออกไปดี แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนั้นยังเอาแต่ทำอ้ำอึ้งไม่ยอมพูดอะไรออกมา ทายาทสาวร้านทองจึงยิงคำถามใส่ไปอีกชุดใหญ่

“ฉันไม่รู้หรอกนะคะว่าคุณหวังอะไรในตัวธาม ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกแบบนี้ แต่ที่ฉันจะบอกก็คือคนอย่างธามน่ะ ไม่เคยคิดสนใจผู้หญิงคนไหนมากเป็นพิเศษอยู่แล้ว รู้ไหมคะว่าธามพาผู้หญิงตั้งหลายต่อหลายคนไม่ซ้ำหน้ามาค้างที่บ้านนี้แทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันไม่เห็นว่าจะมีใครที่เขาคิดจะจริงจังมากไปกว่าการเป็นแค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว ที่พอเบื่อก็ถูกเขี่ยทิ้งไปแบบไม่ไยดีเลยสักคน เพราะงั้นก็เลิกคิดไปได้เลยนะคะเรื่องที่จะใช้ความสัมพันธ์ทางกายมาผูกมัดเขาน่ะ”

                เมื่อคนตรงหน้ายังคงพูดไม่หยุดราวกับไม่ต้องการปล่อยโอกาสเว้นว่างให้เธอได้ตอบโต้กลับไปบ้างเลยแม้แต่น้อย สไตลิสต์สาวจึงทำได้เพียงแค่ก้มหน้านิ่ง ปล่อยให้สาวหน้าหวานเป็นผู้ครอบครองบทสนทนาอยู่ฝ่ายเดียว

                อีกอย่างฉันคิดว่าคนที่หน้าที่การงานดี ดูเป็นคนมีการศึกษาอย่างคุณน่าจะรู้ว่าอะไรควรอะไรไม่ควร แล้วก็น่าจะรู้ว่าฉันกับธามเราเป็นอะไรกัน ทีแรกฉันคิดว่าจะไม่พูดเรื่องนี้เพราะเห็นว่าการที่ธามจะพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาหลับนอนในบ้านก็เป็นสิทธิ์ของเขา เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน แต่ดูเหมือนคุณจะพยายามเรียกร้องความสนใจจากธามมากไปจนฉันเริ่มทนไม่ไหวก็เลยต้องมาพูดกับคุณตามตรง ยังไงฉันก็ขอเตือนเอาไว้ก่อนว่าถ้าคุณยังไม่เลิกคิดที่จะจับปลาสองมือแบบนี้ ระวังกรรมจะตามสนองเข้าสักวันนะคะ

                พูดจบมณิการ์ก็สะบัดก้นเดินออกจากห้องโดยไม่รอฟังคำแก้ตัวใดๆ จากคนที่เป็นฝ่ายนั่งฟังอย่างนิ่งเงียบมาตลอด ปล่อยให้หญิงสาวอีกคนนั่งครุ่นคิดถึงความผิดพลาดที่ตัวเองได้ก่อเอาไว้อยู่บนเตียงเพียงลำพัง

                ภาพรอยยิ้มสดใสของแฟนหนุ่มลอยเข้ามาในห้วงความคิดของรวินันท์ เธอรู้สึกผิดต่อเขาขึ้นมาอย่างรุนแรงหลังได้ฟังคำตำหนิติเตียนของคนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่ พลันธารน้ำตาก็ไหลรินลงมาอาบสองแก้มนวลจนใบหน้างามเปียกชื้นไปหมด หญิงสาวนึกรังเกียจตัวเองที่พลั้งเผลอปล่อยให้ความปรารถนาเบื้องลึกในจิตใจมาครอบงำอารมณ์ความรู้สึก เฝ้าแต่หลงใหลได้ปลื้มอยู่ในวังวนของความสุขจากรสสัมผัสที่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านมอบให้ จนลืมสิ้นแม้กระทั่งความรู้สึกละอายแก่ใจ ทั้งที่รู้ดีว่าทั้งเธอและเขาต่างก็มีเจ้าของหัวใจด้วยกันแล้วทั้งคู่

                รู้ไหมคะว่าธามพาผู้หญิงตั้งหลายต่อหลายคนไม่ซ้ำหน้ามาค้างที่บ้านนี้แทบนับครั้งไม่ถ้วน แต่ฉันไม่เห็นว่าจะมีใครที่เขาคิดจะจริงจังมากไปกว่าการเป็นแค่ของเล่นชั่วครั้งชั่วคราว ที่พอเบื่อก็ถูกเขี่ยทิ้งไปแบบไม่ไยดีเลยสักคน              

                อยู่ๆ คำพูดของมณิการ์ก็ลอยวาบเข้ามาในสมองของสไตลิสต์สาวทั้งที่เธอไม่ได้ใส่ใจในทีแรก เพราะมัวแต่รู้สึกผิดต่อชายหนุ่มผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรัก แต่เพียงแค่นึกตามคำพูดของสาวหวานทายาทร้านทองขึ้นมา ภาพของภวัฐในอิริยาบถต่างๆ พลันกระจัดกระจายหายไปทีละน้อยและค่อยๆ ถูกแทนที่ด้วยภาพของธามกับหญิงสาวมากหน้าหลายตาในจินตนาการ เพียงเท่านั้นหัวใจก็ปวดแปลบขึ้นมาทันที

                แม้จะรู้ดีว่าสำหรับประธานหนุ่มรูปหล่อแล้ว เธอคงไม่แคล้วเป็นได้เพียงแค่เครื่องระบายอารมณ์ตัณหาของเขาเท่านั้น แต่พอมาได้ยินคำที่บอกกันว่า อย่างไรเสียเธอก็มีค่าไม่ต่างไปจากของเล่นชิ้นใหม่ที่น่าสนใจของชายหนุ่ม ที่เพียงไม่นานเขาก็โยนเธอทิ้งไว้ข้างทางและไม่คิดจะสนใจไยดีอะไรมากไปกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ พวกนั้นที่มณิการ์ได้บอกเอาไว้ หัวใจของหญิงสาวก็รู้สึกราวกับว่ามีใครกำลังเอามีดเล่มหนาปักลงตรงกลางใจของเธออย่างนั้น

ติดตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #995 โซดาเองค่ะ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2554 / 13:11
    ชอบ เมนี่ กล่าวประโยคนี้จังค่ะ ระวังกรรมจะตามทัน นะ วิ
    #995
    0
  2. #699 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 28 มกราคม 2554 / 20:53

    kumekana พูดถูกต้องงง

    #699
    0
  3. #692 sapandao (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 22:06
    ลุ้น น่าสงสารแฟน วิ จังเลยทำไรผิดเนี๊ย
    #692
    0
  4. #691 ailly (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 21:13
    ก็ธามเป็นอย่างที่เมนนี่บอกมาก็ไม่ผิดหรอกนะ...แค่อาจจะไม่ใช่กับคนนี้เท่านั้นเองค่ะ
    #691
    0
  5. #690 yumekana (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 20:42
     

    เมนี่ หล่อนไม่แฟร์นะยะ
    มาด่าหนูวิฝ่ายเดียวจะดีเหรอ
    ในเมื่อของแบบนี้ตบมือข้างเดียวมันไม่ดัง
    แน่จริง กล้าด่านายธามด้วยไหมล่ะ
    เพราะนายธามเองก็รู้อยู่แก่ใจว่า
    หนูวิมีแฟนแล้ว แต่ยังทำ
    อย่าโทษใครฝ่ายเดียวด้วยมิจฉาทิฐิ
    เพราะถ้าผิด มันผิดกันทั้ง 2 คน
    เล่นงานแต่หนูวิแบบนี้เนี่ย
    มันส่อเจตนาเกินไปมั้ง
    #690
    0
  6. #689 ฟาร์ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 18:33

    อ๊ายอัพต่อจ้า

    #689
    0
  7. #687 kaaka (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 26 มกราคม 2554 / 13:53
     อ๊ากกกก ยังดีที่เมนี่มาพูดกันโต้งๆ อย่างน้อยก็ดีกว่าใช้วิธีลอบกัด เพียงแต่เมนี่น่าจะพูดกับธามก่อนที่จะมาลงที่วิ
    แต่ก็อย่างว่าเนอะ แอบรักเค้าไม่กล้าแสดงตัวก็มากำจัดเสี้ยนหนามก่อน แต่ต้องโทษธามด้วยแหละชอบอ่อยเมนี่พอๆกัน ชิชะ
    งานนี้ทำเอาวิเศร้าเสียแล้ว วิจ๋าตัดใจไม่ได้เผลอตัวไปแล้วก็ควรจะเคลียร์กับวัฐไปเลย สงสารวัฐนะจ๊ะ เป็นบาปในใจด้วยอ่ะ


    #687
    0
  8. #685 tungkn4841 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มกราคม 2554 / 19:52


    น้องวิ ต้องลุกขึ้นพูดบ้าง อย่าให้ยายเมนี่พูดฝ่ายเดียว หรือไม่ก็ต้องถามนายธามไปตรงๆว่าจริงหรือไม่ คุณเมนี่น่าจะคิดถึงตัวเองบ้างว่า เป็นแฟนกับนายธามมาตั้งนานแล้วแต่ทำไมนายธามไม่เคยคิดจะยุ่งเกี่ยว แต่กับเอาผู้หญิงอื่นเข้ามาบ้านแทน ตั้งสติหน่อยค่ะคุณรวินันท์



    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #685
    0
  9. #684 jeabkiss (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มกราคม 2554 / 19:09
    เมนี่ขี้ตู่อ่ะถ้าธามรู้จัดให้หนักเลยเพื่อนก็เพื่อนเถอะ
    #684
    0
  10. #683 ฟาร์ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 25 มกราคม 2554 / 18:05

    up ค่า

    #683
    0
  11. #682 ailly (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 มกราคม 2554 / 23:10
    คุณแมนนี่ร้ายไม่เบา...รอไปก่อน อย่าให้ธามโมโห เธอจะแย่หนักแน่ๆ
    #682
    0
  12. #680 tungkn4841 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 24 มกราคม 2554 / 02:04




    ยายเมนี่ผู้หญิง....เธอกำลังคิดทำอะไรอยู่ นายธามเลี้ยงงูเห่าไว้แท้ ๆๆๆ



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #680
    0
  13. #679 kaaka (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 21:52
     ธามจ๋าไม่เคยระวังตัวเลยนะ โชว์ให้เมนี่เห็นซิตแพคไม่พอยังชะล่าใจทุกเรื่องเลยพ่อคุณ
    #679
    0
  14. #678 jeabkiss (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 19:55
    เมนี่จะทำอะไรอ่ะ ตอนแรกก็สงสารแต่ตอนนี้ต้องคิดอีกทีแล้ว
    #678
    0
  15. #677 yumekana (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 16:45
    แย่แล้ว
    ยายเมนี่ร้ายกว่าที่คิดอีก
    นายธามเอ๊ย เปิดทางให้คนไปทำร้ายหนูวินะนี่
    ยังไม่รู้ตัวอีก
    #677
    0
  16. #676 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 23 มกราคม 2554 / 15:15
    เมนี่คิดจะทำอะไรอ่ะ
    #676
    0
  17. #675 yumekana (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 มกราคม 2554 / 16:20

    อืมม์
    แหม ตอนแรกกะจะเจียดใจมาสงสารเมนี่สักหน่อย
    แต่พออ่านแระ
    อย่าได้หวัง
    กินแห้วต่อไปเต๊อะ
    นิสัยไม่ดี หลอกใช้คนดี ๆ อย่างนายวัฐแน่ ๆ

    #675
    0
  18. #674 jeabkiss (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 22 มกราคม 2554 / 13:00
    เมนี่ต้องมีแผนชิ่งธามแน่ๆงานนี้
    #674
    0
  19. #673 kaaka (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มกราคม 2554 / 20:42
     ตายหล่ะงานนี้เมนี่จะวางแผนทำอะไร
    #673
    0
  20. #672 tungkn4841 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มกราคม 2554 / 20:00
    ยายมณิการ์ กำลังวางแผนกอะไรคงต้องเกี่ยวกับ รวินันท์กับธาม เป็นแน่ อย่าบอกให้มารับรวินันท์ที่บ้านธามน่ะ



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #672
    0
  21. #671 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 21 มกราคม 2554 / 18:54
    เมนี่กำลังจะออกงิ้วค่ะ 55555
    #671
    0
  22. #667 jeabkiss (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 19:55
    ไม่รอดนายธามแน่ๆงานนี้ต้องส่งผ้าเช็ดหน้าคอยซับน้ำตาเมนี่และคู่หมั่นวิแน่ๆ
    #667
    0
  23. #662 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 18:05
    วิขาดทุนเต็มๆ เอ๊ะ หรือได้กำไรหว่าเนี่ย 5555555555555
    ธามนี่ หื่นตลอดเวลา = ="

    เเต่รักนะ รูปหล่อ กร๊ากกกกกกกกกกกก~

     
    #662
    0
  24. #659 kaaka (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 14:15
    อ๊ายยยย ท้ายสุดวิก็ห้ามใจไม่ได้ อิอิ เต็มใจไปแล้ว แต่คู่นี้ไม่เคยระวังตัวเลย
    แต่คนที่ที่น่าจะระวังก็เมนี่แหละนะรู้เห็น บาดตาฟันใจตลอดแอบสงสารเมนี่
    แต่ของอย่างนี้ห้ามกันไม่ได้นะจ๊ะเมนี่ตัดใจดีที่สุด อย่าสร้างความริษยาให้ตัวเองเลย
    สวย เริ่ด เชิด เข้าไว้ นะจ๊ะเมนี่  ไม่อยากให้ร้ายเลย
    #659
    0