ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 38 : บทที่ 38 นอนไม่หลับ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    29 ม.ค. 54

บทที่ 38 นอนไม่หลับ

“ค่ะวัฐ งานยังไม่เสร็จเลยค่ะ สงสัยว่าวันนี้วิคงต้องค้างที่นี่อีกคืนแล้วล่ะ เอ่อ บ้านคุณเมนี่ค่ะ...”

มณิการ์ที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพอดีทันได้ยินเสียงแว่วๆ ดังมาจากทางหน้าห้องครัว จึงเดินตามเข้าไปดูและพบว่าสไตลิสต์สาวกำลังยืนหันหลังให้ประตูคุยโทรศัพท์อยู่ ทายาทสาวร้านทองชื่อดังคงจะเดินเลยผ่านไปแล้ว หากไม่ได้ยินว่ามีชื่อของตนอยู่ในบทสนทนานั้นด้วย จึงแอบฟังอยู่ข้างประตูด้วยความข้องใจว่าผู้หญิงคนนั้นกำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับใคร แล้วเหตุใดจึงมีชื่อของเธอเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย

ในที่สุดเธอก็จับใจความได้ว่าสไตลิสต์สาวคงกำลังคุยกับคนรักของเธออยู่ แถมยังนำชื่อของเธอไปอ้างราวกับไม่อยากให้ชายหนุ่มที่อยู่ปลายสายนั้นได้รับรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนกับเพื่อนชายของเธอที่เป็นเจ้าของบ้านและเป็นเจ้าของโปรเจ็กต์ตัวจริงอย่างไรอย่างนั้น แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมรวินันท์ต้องปิดบังความจริงกับคนรักว่าแท้จริงแล้วคนที่หญิงสาวต้องทำงานให้นั้นคือประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทอย่างธาม ไม่ใช่เธอที่ทำหน้าที่เป็นแค่ผู้ประสานงานโครงการใหญ่นี้เท่านั้น

พลันใบหน้าหวานก็ปรากฏรอยยิ้มหยันขึ้นมาตรงมุมปาก มณิการ์คาดเดาไปเองว่าบางทีสไตลิสต์สาวคงคิดจะจับธามเพราะเห็นว่าเขาทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังโสดอยู่อีกด้วย นับว่าเป็นผู้ชายที่เพอร์เฟ็กต์มากคนหนึ่งทีเดียวสำหรับผู้หญิงคนไหนที่ต้องการชีวิตแต่งงานที่สมบูรณ์เพียบพร้อมจนน่าอิจฉา ความรู้สึกหึงหวงที่มีต่อเพื่อนชายคนสนิทจึงทำให้เธอนึกรังเกียจและชิงชังรวินันท์ขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าหญิงสาวคิดจะจับปลาทีเดียวพร้อมกันสองมือแบบนี้ทั้งที่ตัวเองก็มีแฟนอยู่แล้วแท้ๆ

หลังจากที่ยืนรออยู่จนกระทั่งเห็นสไตลิสต์สาวกดวางสายและเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นแล้ว สาวหวานทายาทร้านทองจึงเดินออกมาจากที่ซ่อนแล้วเดินตามเข้าไปในห้องนั่งเล่นเช่นกัน พลางเก็บอารมณ์ทนข่มความรู้สึกไม่ชอบหน้าสไตลิสต์ฝีมือดีที่เธอเป็นคนเลือกมาเองกับมือนั้นไว้เพียงในใจ แล้วแสร้งปั้นหน้ายิ้มละไม ทำเหมือนกับว่าเมื่อครู่นี้ไม่ได้ยินอะไรมาทั้งสิ้น

 

อีกด้านหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ภวัฐเดินถือถ้วยชาอุ่นๆ มานั่งจิบอยู่ที่เก้าอี้หวายริมระเบียงด้านหลังห้องพัก พลางเหม่อมองออกไปยังฟ้ากว้างที่คืนนี้มีดวงดาวเจิดจรัสสุกสกาวอยู่เต็มแผ่นฟ้าด้วยเพราะเป็นคืนเดือนมืด เขาถอนหายใจเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ นับตั้งแต่กลับมาที่ห้องเมื่อตอนหัวค่ำ จวบจนเวลาล่วงเลยมาถึงดึกดื่นเกือบค่อนคืนเช่นนี้

สายลมเอื่อยพัดพาเอาความเย็นจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่ทอดตัวยาวผ่านด้านหลังของคอนโดมิเนียมหรูแห่งนี้ไปไกลจนสุดลูกหูลูกตา ทำให้ร่างสูงเพรียวของชายหนุ่มในชุดนอนตัวบางเกิดอาการสั่นสะท้านด้วยความหนาว แต่ถึงจะหนาวกายเท่าไรก็คงไม่เท่าหนาวใจเมื่อความคิดถึงของเขาที่มีต่อหญิงสาวคนรักนั้นยังคงแผ่กระจายอยู่รอบกายราวกับมีก้อนน้ำแข็งใหญ่ปกคลุมเอาไว้ทั่วทั้งร่างก็ไม่ปาน หัวใจของภวัฐจึงเริ่มชาและปวดแปลบขึ้นมาเมื่อต้องทนเหงาอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายเช่นนี้

แม้ว่าเขากับเธอจะไม่ได้พักอยู่ในห้องเดียวกัน แต่ระยะห่างที่มีเพียงประตูสองบานกั้นขวางเอาไว้นั้นก็ทำให้เขายังรู้สึกอบอุ่นในหัวใจราวกับว่ามีเธออยู่ข้างกายไม่ห่างอย่างไรอย่างนั้น แต่พอคิดขึ้นมาได้ว่าตอนนี้เธออยู่ไกลจากเขาไปอีกตั้งหลายกิโลเมตรก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนถูกพรากจากหัวใจของตัวเองเป็นหลายร้อยหลายพันกิโลเมตรก็ว่าได้ แม้ว่าอยากจะตามไปเฝ้าคอยดูแลอยู่ใกล้ๆ แต่ภวัฐก็รู้ดีว่าคงทำให้แฟนสาวของเขาอึดอัดและอาจจะไปรบกวนการทำงานของเธอ จึงได้แต่ออกมานั่งเหงา และทำได้แค่ส่งกำลังให้ใจไปให้อีกคนที่กำลังยุ่งกับงานโปรเจ็กต์ใหญ่จนแทบหัวหมุนอยู่ตรงนี้เพียงลำพัง

ต่อ

                “อ้าว ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย ทำไมไม่มีใครบอกผมเลยล่ะครับ คุณวิ เมนี่ ไม่ง่วงกันบ้างหรือไง”

                ธามเงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กของตน เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นตัวเลขเวลาที่มุมล่างขวาบนหน้าจอบอกว่าอีกไม่นานก็จะก้าวล่วงเข้าสู่เช้าวันใหม่แล้ว พลางมองเพื่อนสาวคนสนิทที่นั่งอยู่บนโซฟาข้างกายสลับกับสไตลิสต์สาวที่นั่งพับขาไปด้านหลังอยู่บนพื้น เขาเห็นสองสาวพร้อมใจกันทำตาปรือเหมือนจะหลับมิหลับแหล่เสียให้ได้แล้วก็อดยิ้มน้อยๆ ออกมาอย่างนึกขันระคนเอ็นดู

                “คุณสองคนไปนอนพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ วิยังร่างแบบค้างอยู่ เดี๋ยวสักพักก็คงเสร็จแล้วจะหาที่นอนเอาแถวๆ นี้แหละ”

                สไตลิสต์สาวตอบคำถามด้วยเสียงเนือยๆ แต่ยังคงก้มหน้าก้มตาทำงานของตนต่อไป แม้ว่าเปลือกตาของเธอชักจะเริ่มหนักอึ้งขึ้นมาทุกที และแทบจะลงมาปิดสนิทอยู่รอมร่อ

                “ไม่เป็นไรค่ะธาม เมนี่ยังไหว ธามนั่นแหละเพิ่งจะสร่างไข้ได้ไม่นานแล้วมานั่งอดหลับอดนอนแบบนี้ เดี๋ยวไข้ก็กลับกันพอดีหรอกค่ะ”

                มณิการ์ยกมือขึ้นมาปิดปากเมื่อเธอเริ่มหาวติดๆ กัน แต่ก็ยังทำเป็นใจสู้ฝืนกัดริมฝีปากข่มความง่วงงุนของตัวเองเอาไว้ ด้วยไม่อยากเปิดโอกาสให้หญิงสาวอีกคนได้อยู่ใกล้ชิดกับเพื่อนชายที่เธอแอบรักตามลำพังอีก

                “แต่ผมว่าเราทั้งสามคนน่าจะไปพักผ่อนกันได้แล้วนะครับ ยังไงฝืนทำต่อไปก็ใช่ว่างานจะเสร็จได้ในวันนี้เสียหน่อย พรุ่งนี้ก็ยังมีเวลาเหลืออีกตั้งวันนึง น่าจะเก็บแรงเอาไว้ลุยต่อพรุ่งนี้ทีเดียวรวดไปเลยดีกว่านะครับ เอาล่ะ เก็บข้าวของปิดไฟไปนอนกันได้แล้ว”

                เจ้าของบ้านส่ายหน้าน้อยๆ อย่างเอือมระอากับสองสาวที่ชอบทำตัวอวดเก่งโดยไม่ห่วงสภาพร่างกายของตัวเองกันบ้างเลย ไม่พูดเปล่าแต่ชายหนุ่มยังลุกขึ้นยืนพลางฉุดมือของสองสาวขึ้นมาจากที่นั่งแล้วทำท่าจะลากพวกเธอขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน ทำเอารวินันท์ถึงกับตกอกตกใจพลางสะบัดมือออก ใบหน้างามแดงก่ำขึ้นมาในทันควันเพราะหลงคิดไปว่าประธานหนุ่มเจ้าเสน่ห์จะชวนเธอไปนอนร่วมห้องเดียวกันกับเขาและแฟนสาวด้วย

                “เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันนอนที่โซฟานี่แหละ เชิญพวกคุณตามสบายเถอะ”

                เมื่อธามเห็นใบหน้าของสไตลิสต์สาวแดงระเรื่อไปถึงใบหูนั้นเอาแต่ก้มหน้าหลุบตามองพื้นไม่ยอมสบตาเขา ก็คาดเดาได้ในทันทีว่าเธอกำลังคิดอะไรแผลงๆ อยู่เป็นแน่ ชายหนุ่มนึกสนุกขึ้นมาพลางหันไปหาเพื่อนสาวคนสนิทของตนแล้วแกล้งพูดจากำกวมเพื่อหลอกให้หญิงสาวผู้มาเยือนนั้นเข้าใจผิดต่อไป

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ เมนี่เขาคงไม่ว่าอะไรถ้าจะให้คุณมานอนในห้องด้วยอีกคน จริงไหมครับเมนี่”

                “ค่ะ เมนี่ไม่ถือหรอก ห้องก็ใหญ่เตียงก็ตั้งกว้าง ถึงเพิ่มมาอีกคนก็คงนอนได้สบายไม่อึดอัดอะไร ดีกว่านอนที่โซฟานี้อีกนะคะคุณวิ”

                มณิการ์ที่ไม่ได้ทันสังเกตอากัปกิริยาของเพื่อนชายเพราะมัวแต่นึกหาวิธีกีดกันไม่ยอมให้รวินันท์มีโอกาสได้เข้าใกล้ชายหนุ่มเจ้าของบ้านอีก จึงรีบพยักหน้ารับอย่างเห็นดีด้วยเมื่อได้ยินว่าเขาบอกจะให้สไตลิสต์สาวนอนพักที่ห้องเดียวกับเธอ เพราะคิดว่าอย่างไรเสียถึงจะต้องมานอนเบียดเสียดกันอยู่บนเตียงกับบุคคลที่คล้ายจะเป็นคนแปลกหน้าหรือคนนอกสำหรับเธอ แต่ก็ยังดีกว่าปล่อยให้สไตลิสต์สาวไปอยู่ไกลหูไกลตา และพานหาเรื่องแอบย่องเข้าห้องเพื่อนชายของเธอก็เป็นได้

แต่หญิงสาวหารู้ไม่ว่าคำพูดของเธอนั้นสร้างความแปลกใจให้แก่สไตลิสต์สาวเป็นอันมาก รวินันท์ได้แต่ยืนตะลึงงันอย่างแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง เธอไม่คิดว่าคนอย่างมณิการ์นั้นจะยอมให้ผู้หญิงคนอื่นมาร่วมแบ่งปันเตียงนอนรวมทั้งแบ่งปันชายหนุ่มคนรักด้วยได้อย่างนี้ ถึงแม้จะดูออกว่าอีกฝ่ายหลงรักประธานหนุ่มรูปหล่อมากเพียงใด แต่เธอก็ไม่อยากเชื่อว่าจะมีผู้หญิงคนไหนที่บูชาความรักมากมายถึงขนาดจะทนยอมให้คนรักของตนมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นต่อหน้าต่อหน้าอย่างนี้ได้ หรือไม่อีกทีผู้หญิงคนนั้นก็คงจะเป็นพวกกามวิตถารด้วยที่ชอบดูแฟนตัวเองไปมีอะไรกับคนอื่น

แล้วถ้าคุณเมนี่จะเป็นพวกชอบเล่นเซ็กส์หมู่ล่ะ ไม่นะ ยิ้มแบบมีเลศนัยอย่างนั้นต้องใช่แน่ๆ เลย

เมื่อคิดแบบนั้นขึ้นมาได้ รวินันท์ก็เอาแต่ส่ายหน้าดิกตั้งท่าปฏิเสธคำเชิญชวนของมณิการ์ลูกเดียว ท่ามกลางความงุนงงสงสัยระคนไม่พอใจของสาวหวานทายาทร้านทองขึ้นมาอย่างตงิดๆ

“ไม่ละค่ะ ฉะ...ฉันนอนตรงนี้ดีแล้วค่ะ ไม่อยากรบกวนการ เอ่อ พักผ่อนของพวกคุณสองคน ตามสบายนะคะ ไม่ต้องเกรงใจ”

“รบกวนอะไรคะ เมนี่ไม่เข้าใจ ก็แค่นอนห้องเดียวกันไม่เห็นต้องเกรงใจตรงไหนเลย”

มณิการ์ขมวดคิ้วมุ่น พลางอดนึกต่อว่าหญิงสาวอีกคนในใจไม่ได้ ที่เอาแต่ทำท่าบ่ายเบี่ยงราวกับว่าไม่อยากเข้าใกล้เธออย่างนั้น ทำเอาชายหนุ่มตัวต้นเหตุที่เอาแต่ยืนอมยิ้มแอบกลั้นหัวเราะเอาไว้จนแทบกักเก็บเสียงไม่อยู่ พลางมองสองสาวสลับกันไปมาอย่างนึกรู้สึกขบขันมานาน ราวกับมีญาณนิมิตรับรู้ได้ว่าพวกเธอแต่ละคนนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ ต้องรีบเอ่ยตัดบทแล้วเฉลยข้อข้องใจทันทีก่อนที่เรื่องราวจะบานปลายไปกันใหญ่

                “ไม่ต้องคิดมากหรอกครับคุณวิ ห้องของเมนี่เองก็ไม่ได้เล็กไปกว่าห้องของผมสักเท่าไร คุณกับเมนี่แค่สองคนนอนรวมกันได้อยู่แล้ว แต่ถ้าคุณไม่ชอบนอนเตียงเดียวกับผู้หญิง อยากจะขอมานอนเตียงเดียวกับผม ผมก็ยินดีนะครับ”

                ธามอธิบายไขความกระจ่างพลางแกล้งทำเป็นยักคิ้วหลิ่วตาอย่างเจ้าเล่ห์ส่งให้สไตลิสต์สาวหลังคำพูดทีเล่นทีจริงในประโยคสุดท้าย

“ธาม! / คุณธาม!

สองสาวถึงกับหน้าร้อนฉ่าเมื่อได้ฟังประโยคที่มีใจความทะเล้นทะลึ่งนั้น พวกเธออุทานเสียงหลงและพร้อมใจกันส่งสายตาเขียวปั้ดมาให้ชายหนุ่มที่ยังคงปั้นหน้ายิ้มระรื่นราวกับไม่สะทกสะท้านสายตาตำหนิติเตียนที่ส่งมาจากทั้งคู่เลยสักนิด

                ต่อ

ลงท้ายในที่สุดแล้วรวินันท์ก็จำยอมต้องเข้ามาพักในห้องนอนที่เดิมชายหนุ่มเจ้าของบ้านทำเอาไว้เป็นห้องรับรองสำหรับแขกที่มาเยี่ยมเยือนได้พัก แต่บัดนี้กลายมาเป็นห้องส่วนตัวของมณิการ์ไปเสียแล้ว สไตลิสต์สาวนอนลืมตาโพลงอยู่ในความมืดไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ ความรู้สึกแปลกที่แปลกทางทำให้ความง่วงงุนเมื่อครู่ก่อนหน้านี้พลันหายไปเป็นปลิดทิ้ง เธอพลิกตัวนอนตะแคงพลางลอบมองใบหน้าหวานของหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้องอย่างไม่ค่อยเข้าใจเท่าไรนัก

ทั้งที่แรกเริ่มเดิมทีนั้นเธอคิดว่ามณิการ์คงจะเป็นคนรักของประธานหนุ่มรูปหล่อ เพราะเขาทั้งคอยเอาอกเอาใจทั้งยังแลดูเป็นห่วงเป็นใยในตัวหญิงสาวคนนี้เสียจนออกนอกหน้า แต่มาถึงตอนนี้เธอเริ่มจะมั่นใจแล้วว่าชายหนุ่มนั้นคงให้ความสำคัญกับสาวหน้าหวานเพียงในฐานะเพื่อนสนิทและไม่ได้มีทีท่าว่าจะรักหรือหรือคิดเกินเลยไปมากกว่านั้น ซึ่งตรงข้ามกันกับมณิการ์ที่ดูจะแสดงความเป็นห่วงเป็นใยเพื่อนชายคนสนิทมากมายอย่างชนิดออกหน้าออกตา จนแม้แต่เด็กอนุบาลก็ยังดูออกว่าหญิงสาวนั้นคิดกับธามเช่นไร เห็นทีคงจะมีเพียงเจ้าตัวเท่านั้นกระมังที่ยังคงทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นกับความเป็นห่วงซึ่งแฝงไว้ด้วยความหึงหวงที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนเสมอ ยามที่ชายหนุ่มมาคอยวนเวียนอยู่รอบกายเธอจนอดรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ มิได้

อาการนอนไม่หลับทำให้รวินันท์ได้แต่พลิกตัวไปมาอย่างกระสับกระส่ายก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกไปเดินเล่นข้างนอก เพราะเกรงว่าการขยับพลิกตัวแต่ละครั้งของเธอจะสร้างความรำคาญให้กับหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของห้อง

สไตลิสต์สาวจึงตัดสินใจเดินออกมาจากห้องอย่างเงียบเชียบ มองซ้ายแลขวาอย่างไม่รู้ว่าจะไปไหนดี กำลังคิดว่าจะลงไปที่ห้องครัวเพื่อหาอะไรอุ่นๆ ดื่มเผื่อว่าจะช่วยให้นอนหลับสบายขึ้น พลันสายลมเย็นก็พัดกรูกันเข้ามาปะทะสัมผัสผิวกายจนสั่นสะท้านด้วยความหนาวจนหญิงสาวต้องยกสองมือขึ้นลูบต้นแขนตัวเองไปมาเพื่อสร้างความอบอุ่น เมื่อมองไปทางต้นลมก็เห็นว่าประตูกระจกบานเลื่อนตรงริมระเบียงสุดทางเดินนั้นเปิดอ้าออกกว้างจนมองไปเห็นท้องฟ้าสีดำมืดมิดภายนอก

“พวกคนรวยๆ นี่ก็แปลก ชอบมาเปิดประตูทิ้งเอาไว้แบบนี้ไม่กลัวพวกขโมยพวกโจรมันจะปีนขึ้นมาปล้นเอาบ้างเลยหรือไงนะ”

รวินันท์บ่นพึมพำเบาๆ พลางเดินตรงไปยังระเบียงริมสุดทางเดินนั้น เพื่อที่จะปิดประตูกระจกบานเลื่อนให้แก่ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้านด้วยความหวังดี แต่เมื่อเธอเดินมาถึงหน้าประตูบานใสและกำลังจะเอื้อมมือออกไปปิดประตู สายตาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของใครบางคนที่กำลังหลับตานอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาเบดตัวยาวสีส้มสดใสตัดกับพื้นกระเบื้องลามิเนตลายไม้และฉากหลังซึ่งเป็นผนังสีขาวสะอาด ตรงระเบียงที่มีขนาดกว้างพอจะกั้นเป็นห้องนอนอีกห้องได้อย่างสบาย

สไตลิสต์สาวยืนมองชายหนุ่มเจ้าของบ้านในชุดเสื้อผ้าฝ้ายแขนยาวสีขาวตัวบางกับกางเกงขาสามส่วนสีดำที่กำลังนอนหลับตาพริ้มฟังเพลงจากเครื่องเล่น MP4 ผ่านหูฟังด้วยท่าทางเคลิบเคลิ้มดื่มด่ำอยู่ในอารมณ์สุนทรีย์เพียงลำพัง คล้ายดั่งมีมนต์สะกดบางอย่างที่ตรึงร่างของเธอเอาไว้ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ และไม่อาจละสายตาไปจากคนตรงหน้าได้อย่างน่าประหลาด

“นอนไม่หลับเหมือนกันหรือครับคุณวิ”

ประโยคคำถามที่ดังแว่วมาจากชายหนุ่มราวเสียงกระซิบของสายลมนั้น ทำให้คนที่แอบยืนมองอยู่ด้านหลังถึงกับสะดุ้ง ตกใจระคนแปลกใจเป็นอันมากด้วยไม่คิดว่าเขาจะรับรู้ถึงการมาของเธอ โดยไม่ได้แม้แต่จะหันมามองด้วยซ้ำไป

“คุณรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉันทั้งที่ยังไม่ได้ลืมตาขึ้นมาดูด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าจะเป็นคุณเมนี่บ้างหรือคะ”

รวินันท์เอ่ยถามกลับไปอย่างข้องใจ พลางสาวเท้าเดินก้าวข้ามธรณีประตูออกไปยังริมระเบียง แล้วโน้มตัวลงเท้าแขนกับขอบระเบียงไม้บนกรอบกระจกใส สายตาเหม่อมองขึ้นไปยังผืนนภายามราตรีสีดำสนิท พระจันทร์ดวงโตทอแสงสีเหลืองนวลตาเมื่อไร้เงามวลหมู่เมฆสีเทามาบดบัง

ต่อ

“เพราะที่นี่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองของเมนี่ เพราะงั้นเขาคงไม่มีทางที่จะนอนไม่หลับหรอกครับ ส่วนคุณที่นอนไม่หลับเพราะว่าคิดถึงผมใช่ไหมล่ะ”

ธามลืมตาขึ้นมาพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นนั่งเอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้ตัวยาวพลางตอบคำถามของหญิงสาว ทว่า สายตาของเขากลับเฝ้าแต่จับจ้องมองแผ่นหลังขาวนวลเนียนของร่างบอบบางที่ยืนอยู่ตรงหน้าอย่างแทบไม่วางตา ชายกระโปรงเนื้อผ้าบางเบาที่สะบัดพลิ้วไหวไปมาตามแรงลมที่พาดผ่าน ทำเอาอารมณ์หวานหวามของชายหนุ่มพัดพาเข้ามาอีกระลอกจนแทบทนไม่ไหว แต่ต้องพยายามข่มใจเอาไว้ด้วยยังไม่ลืมคำสัญญาที่ให้ไว้กับหญิงสาว

“แหวะ! หลงตัวเองชะมัด ใครเขาไปคิดถึงนายกัน ฉันก็แค่อยากออกมาสูดอากาศข้างนอกเท่านั้นเอง นายนั่นแหละเพิ่งจะสร่างไข้แท้ๆ ดันมานอนตากน้ำค้างเล่นอยู่อย่างนี้เดี๋ยวไข้ก็กลับขึ้นมาอีกหรอก ไม่รู้จักดูแลตัวเองเสียบ้างเลยนะ”

สไตลิสต์สาวหันขวับมาหาชายหนุ่มพลางแกล้งทำท่าพะอืดพะอมคล้ายจะอาเจียนกับคำพูดหวานเลี่ยนของเขา ก่อนจะตบท้ายด้วยการบ่นร่ายยาวใส่คนเพิ่งหายป่วยอีกชุดใหญ่ แต่คนที่ถูกบ่นกลับยิ้มหน้าระรื่นและหัวเราะเบาๆ กับคำพูดของเธอ จนใบหน้างามได้แต่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจ

“ขำอะไรของนายน่ะ”

“ขอบคุณนะครับที่เป็นห่วงผม แหม ชักอยากจะเป็นไข้ขึ้นมาอีกแล้วสิครับเนี่ย จะได้มีคุณพยาบาลคนสวยมาช่วยดูแลเช็ดตัวให้อย่างเมื่อกลางวันอีก”

ใบหน้าทะเล้นกับคำพูดหยอกเย้าของธาม ทำให้รวินันท์อดรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ แต่ลึกๆ แล้วก็แอบดีใจอยู่ไม่น้อย ก่อนที่สามัญสำนึกของหญิงสาวจะส่งเสียงเตือนขึ้นมาอีกครั้งว่าเธอไม่ควรรู้สึกรู้สาอะไรกับชายหนุ่มตรงหน้ามากเกินไปกว่านี้ ไม่ใช่แค่เพราะว่าตัวเธอเองนั้นมีคนรักอยู่แล้ว แต่เพราะรู้ดีแก่ใจว่าเขาเป็นคนที่มณิการ์แอบหมายปองอยู่ คงไม่ดีแน่ที่จะคิดแย่งเขามาจากคนที่ได้ชื่อว่ามีบุญคุณต่ออาชีพหน้าที่การงานของเธอด้วยการหยิบยื่นโอกาสให้เธอได้เข้ามาร่วมงานในโปรเจ็กต์ใหญ่นี้ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงเธอคงถูกมองว่าเป็นคนอกตัญญูต่อผู้มีพระคุณเป็นแน่

“เฮอะ ที่ฉันทำไปก็เพราะเห็นแก่ที่คุณเมนี่อุตส่าห์เลือกฉันมารับงานนี้ด้วยตัวเธอเองหรอกนะ ไม่อย่างนั้นฉันคงจะปล่อยให้นายเป็นไข้ปอดบวมตายไปแล้วล่ะ คนอย่างนายไม่เห็นจะน่าเป็นห่วงตรงไหนเลยสักนิด”

สไตลิสต์สาวสะบัดหน้ากลับไปทางหน้าระเบียงอีกครั้ง พลางยกมือขึ้นมากอดอกไว้หลวมๆ เมื่อสายลมเย็นพัดโชยเข้ามาสัมผัสผิวกายจนรู้สึกหนาว แต่แล้วร่างของเธอก็กลับรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาเมื่อถูกสวมกอดโดยชายหนุ่มเจ้าของบ้านจากทางด้านหลัง

“นี่ นายทำอะไรน่ะ ปล่อยฉันนะ ไหนว่าจะไม่ทำเรื่องแบบนั้นอีกแล้วไง คุณเมนี่แฟนนายก็อยู่ในห้องนอนแท้ๆ”

ธามหัวเราะเบาๆ อย่างขบขันเมื่อคนตัวเล็กกว่าในอ้อมกอดนั้น ดิ้นขลุกขลักพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะได้หลุดรอดจากวงแขนที่แข็งแกร่งของเขา ทั้งที่ใบหน้างามนั้นกลับแสดงออกถึงความพึงพอใจที่ได้อยู่ในอ้อมแขนของเขาอย่างไม่อาจปิดบังได้

“ก็ผมเห็นคุณหนาวเลยอยากจะช่วยทำให้อุ่นขึ้น เป็นไงล่ะหายหนาวแล้วใช่ไหม”

น้ำเสียงนุ่มที่กระซิบอยู่ตรงริมใบหู ไม่เพียงแค่ทำให้คนขี้หนาวรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองนั้นอบอุ่นขึ้นมาทันตาเท่านั้น ยังมีความร้อนรุ่มอันเกิดจากไฟปรารถนาที่เพิ่มเข้ามาเป็นของแถมอีกด้วย หัวใจดวงน้อยสั่นไหวรุนแรงอย่างแทบไม่เป็นจังหวะราวกับถูกจับเขย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“หะ...หายแล้ว ปล่อยฉันได้แล้วล่ะ ฉันง่วง ขอตัวไปนอนก่อนนะ”

รวินันท์ร้องบอกคนที่อยู่ด้านหลังเสียงสั่น พร้อมกับพยายามขยับตัวหลีกหนีไปทางด้านข้าง ชักเริ่มไม่มั่นใจเสียแล้วว่าจะควบคุมจิตใจและอารมณ์อ่อนไหวของตนไม่ให้เผลอเคลิ้มไปกับอ้อมกอดของชายหนุ่มเจ้าเสน่ห์ได้

คล้ายเจ้าของอ้อมแขนนั้นจะรู้ว่าหญิงสาวคิดเช่นไร เขาจึงหมุนร่างบอบบางนั้นให้หันกลับมาประจันหน้าพลางโน้มหน้าลงไปใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจร้อนระอุของคนตัวเล็กกว่าที่ยืนเบิกตาโพลงมองมาที่เขาโดยไม่มีวี่แววของความง่วงงุนอย่างที่เธอบอกเลยสักนิด ดวงตาคมสวยสุกปลั่งเป็นประกายสดใสราวดวงตาของกระต่ายสาวแรกรุ่นก็ไม่ปาน

“ถ้างั้นก่อนจะปล่อยให้ไปนอน ผมขอจูบราตรีสวัสดิ์คุณพยาบาลคนสวยสักครั้งก่อนแล้วกันนะครับ”

ธามกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ พลางเอ่ยเสียงแผ่วก่อนจะเคลื่อนริมฝีปากของตนลงประทับจุมพิตบนเรียวปากอิ่มของหญิงสาวอย่างรวดเร็วชนิดที่ไม่ทันให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว หลังจากฉกฉวยดื่มด่ำความหอมหวานซาบซ่านลิ้นจนหนำใจแล้ว ชายหนุ่มจึงถอนริมฝีปากของตนออก ทว่ามือเล็กของคนในอ้อมกอดกลับยกขึ้นมารั้งต้นคอของเขาเอาไว้ราวกับว่าหญิงสาวยังไม่อิ่มเอมกับรสจูบหวานละมุนละไมของเขา

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #846 HIZANA (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 16:22
    อ่านแล้วเขิน อ่ะ 555
    #846
    0
  2. #656 yumekana (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 มกราคม 2554 / 23:56
     

    อ๊ายยยยยยยยยยยยยย
    นายธามอะ
    ถึงจะรู้ว่า หนูวิห่วง
    ก็เก็บ ๆ ไว้ในใจบ้างก็ได้น้า
    เกิดสาวเจ้าเค้าเขินขึ้นมา
    จะพาลพาโลเอานะจ๊ะ
    #656
    0
  3. #652 กาว (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 20:51
    แง้ค้างอะ

    ไม่ยอมนะ!
    #652
    0
  4. #651 only202 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 มกราคม 2554 / 15:06
    รีบมาอัพเร็วๆนะคะ
    กำลังอินเลย*-*
    #651
    0
  5. #650 kaaka (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 23:33
     กรี๊ดดดดดดด ธามอ่ะหาโอกาสจนได้ ไม่น้อยเลยก็ได้จูบหวานๆที่พาวิเคลิ้มไม่ยอมถอนจูบเชียวอ่ะ
    #650
    0
  6. #649 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 23:13
    ก้อมีตอนนี้ล่ะน๊า ที่พอจะสงบศึกกันได้ 555555555555555555
    คิดถึงพี่ธาม~
    #649
    0
  7. #648 vivii_89 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 20:23
    นู๋วิของป้าขาดทุนตลอด............
    #648
    0
  8. #647 tungkn4841 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 20:10




    ความจริงก็คือความจริง เราคงไม่ปฏิเสธว่าธามและวิมีความรู้สึกลึกซิ้งต่อกัน เพียงแต่จะแผงศรเปิดโอกาสให้เขาได้แสดงออกเมื่อไร......แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร เมื่อมือเล็กของวิยังรั้งอยู่ที่ต้นคอของธาม ฮิ ฮิ



    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #647
    0
  9. #646 jeabkiss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 19:53
    ธามหากำไรกับหนูวิอีกแล้ว

     
    #646
    0
  10. #645 venus-yu (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 มกราคม 2554 / 13:48
    จะติดตามตอนต่อไปจ้า
    #645
    0
  11. #644 tungk4841 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 มกราคม 2554 / 00:16




    ใตรงกันอย่างนี้ ยายวิได้เพื่อนชมพื้นฟ่าเป้นแน่ แต่อยางเดียวน่ะ ห้ามแถมอย่างอื่น

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #644
    0
  12. #643 yumekana (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มกราคม 2554 / 20:17
     
    ใจตรงกันเกิ๊นนนนนนนนนนนนนนน
    แล้วแม่เมนี่
    มิชักแดดิ้นไปแล้วรึ?
    #643
    0
  13. #642 jeabkiss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 มกราคม 2554 / 17:09
    ต่างคนต่างนอนไม่หลับใจตรงกันจริงๆเลย
    #642
    0
  14. #641 tungkn4841 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 11 มกราคม 2554 / 00:48
    Have a nice trip ค่ะ ไรเตอร์

    รอได้เสมอแต่คราวนี้ ขอครบ 100 เอาแบบนายธามได้อยู่กับคุณวิตามลำพัง โดยไม กขค เลยน่ะ ฮิ ฮิ

    #641
    0
  15. #640 kaaka (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 23:19
    รอได้คร้าไรเตอร์ แต่ฝากหาพระเอกเกาหลีมาฝากด้วยนะค่ะ อิอิ
    #640
    0
  16. #639 jeabkiss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 19:14
    ธามพูดให้คิดไปไกลเลย

    เดินทางปลอดภัยนะคะ

    #639
    0
  17. #638 kaaka (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 มกราคม 2554 / 11:03
    สงสัยงานนี้เมนี่จะกลายร่างเป็นนางมารเป็นแน่แท้

    แต่ที่แน่ๆสงสารวัฐจังเลยอ่ะ
    #638
    0
  18. #637 yumekana (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 13:57
    โอยยยยย
    นายวัฐน่าสงสารเกินไปแร้วนะค้า ไรเตอร์ขา
    #637
    0
  19. #636 jeabkiss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 11:53
    ความรักออกแบบไม่ได้มันก็เป็นอย่างนี้แหละ
     
    #636
    0
  20. #635 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 11:01
    เอิ่มมมมมมมมมมม
    #635
    0
  21. #634 ช่อช้องนาง (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 01:35
     สงสารใครดี
    #634
    0