ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 37 : บทที่ 37 รองเท้าปริศนา (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,886
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    8 ม.ค. 54

บทที่ 37 รองเท้าปริศนา

หลังจากมณิการ์ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายจากมารดาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เธอก็รีบบึ่งรถมินิสีครีมสลับน้ำตาลกลับมาดูอาการป่วยของเพื่อนชายที่บ้านทันทีด้วยความเป็นห่วง หญิงสาวจอดรถทิ้งไว้ที่หน้าประตูรั้วแล้วรีบเดินจ้ำอ้าวเข้าไปภายในบ้านสีขาวหลังน้อยอย่างร้อนรน

ระหว่างนั้นเองที่สายตาของนักธุรกิจสาวเหลือบไปเห็นรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงคู่หนึ่งถอดวางเอาไว้อย่างเรียบร้อยตรงหน้าประตูทางเข้าบ้าน เธอมั่นใจว่ารองเท้าปริศนาคู่นั้นไม่ใช่ของตัวเองที่ถอดลืมทิ้งเอาไว้อย่างแน่นอน เพราะขนาดของมันใหญ่กว่าขนาดที่เธอสวมใส่อยู่เป็นประจำถึงสามเบอร์ จึงคาดเดาไปต่างๆ นานาว่าบางทีอาจจะเป็นลูกพี่ลูกน้องซึ่งเป็นญาติของธามแวะมาเยี่ยมเยียนก็เป็นได้ และไม่ได้เฉลียวใจเลยสักนิดว่าเจ้าของรองเท้าคู่นั้นจะเป็นคนที่เธอไม่อยากพบมากที่สุดในเวลานี้

“ธามคะ อาการเป็นยังไงบ้าง…”

ด้วยความเคยชินกับการเข้านอกออกในภายในบ้านหลังนี้ และนึกคาดเดาเอาว่าเพื่อนชายของตนคงยังนอนซมอยู่ในห้องไม่หายดี เพราะภายในบ้านยังคงเงียบสงัดเช่นเดียวกับเมื่อเช้าที่เธอเข้ามาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง จึงทำให้มณิการ์ถือวิสาสะผลักประตูเข้าไปในห้องนอนของผู้เป็นเจ้าของบ้านทันทีโดยไม่รีรอที่จะเคาะประตูขออนุญาตเจ้าของห้องก่อน แต่แล้วทายาทสาวร้านทองชื่อดังก็ถึงกับตกตะลึงยืนตาค้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตัวเองว่าจะได้เห็นใครบางคนที่ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอ มาอยู่ที่นี่อีกทั้งยังอยู่บนเตียงนอนของชายหนุ่มเพื่อนสนิทคนพิเศษของเธอด้วย

ทำไมคุณวิถึงมาอยู่ที่นี่ได้ แล้วธามล่ะ

และแล้วในที่สุดมณิการ์ก็ได้รู้ว่าเจ้าของรองเท้าปริศนาคู่นั้นคือใคร นักธุรกิจสาวหันมองไปรอบกาย ทั้งเดินไปลองเปิดประตูห้องน้ำออกดูแต่ก็ไร้เงาของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้อง คำถามมากมายผุดขึ้นมาในสมองของหญิงสาว เธออดสงสัยไม่ได้ว่าสไตลิสต์สาวนามว่า รวินันท์ คนนี้มาอยู่ที่บ้านเพื่อนชายของเธอได้อย่างไรแถมยังนอนหลับสนิทราวกับว่าไปอดหลับอดนอนมาจากไหนอยู่บนเตียงของเขาอีก แต่คำถามเดียวที่หญิงสาวต้องการคำตอบมากที่สุดตอนนี้ก็คือ ผู้หญิงคนนี้มีความสัมพันธ์แบบไหนกับธามกันแน่ และคนที่จะตอบคำถามที่ค้างคาใจของเธอได้คงหนีไม่พ้นชายหนุ่มเจ้าของบ้านที่ไม่รู้ว่าหายไปอยู่ไหน

มณิการ์รีบหมุนตัวกลับแล้วเปิดประตูออกไป จากนั้นเดินลงมาที่ชั้นล่างของบ้านอีกครั้ง จึงได้พบคนที่กำลังตามหาเปิดประตูเดินออกมาจากห้องทำงานพอดี ไม่ทันรอให้อีกฝ่ายเอ่ยทักทายก่อนเหมือนอย่างทุกครั้งที่พบกัน หญิงสาวก็รีบเปิดฉากถามเรื่องข้องใจกับชายหนุ่มเจ้าของบ้านทันที โดยไม่มีอารมณ์จะมาให้ความสนใจกับการแต่งกายของเขาซึ่งอยู่ในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวบางกับกางเกงวอร์มขายาวเข้ารูปสีดำสนิท ทั้งที่หากเป็นเวลาปกติเธอคงจะแอบเขินอายไปกับหุ่นเพรียวบางแต่สมส่วนของธามที่ดูราวกับว่าเขาเป็นนายแบบหนุ่มสุดฮ็อตมายืนอยู่ต่อหน้าไปแล้ว

“อ้าว เมนี่ มาทำอะไร...”

“ไหนธามบอกว่าอยากนอนพักผ่อนเงียบๆ คนเดียว ไม่ต้องการให้คนแปลกหน้ามารบกวน แล้วทำไมคุณวิถึงมาอยู่ที่นี่ได้คะ”

น้ำเสียงเข้มที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจกับสายตาขุ่นเคืองที่มองมายังเขาราวกับภรรยาที่กำลังจับพิรุธของสามีก็ไม่ปาน ทำให้ธามอดขบขันกับท่าทางของเพื่อนสาวคนสนิทมิได้ เขายืนกอดอกพิงหลังกับผนังทางเดินขึ้นบันไดพลางตอบกลับไปอย่างคนอารมณ์ดี

“หืม ก็คุณวิเธอเป็นเพื่อนร่วมงานของเรานี่ ไม่ใช่คนแปลกหน้าสักหน่อย ทำไมจะมาที่นี่ไม่ได้ล่ะ”

ต่อ

ได้ฟังคำตอบอันแสนกวนประสาทของชายหนุ่มเจ้าของบ้านแล้ว มณิการ์ก็แทบอยากกรีดร้องออกมาดังๆ อย่างโมโห ที่เขาแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจทั้งที่น่าจะรู้ในความหมายที่เธอต้องการสื่อเป็นอย่างดี แต่ก็จำต้องทนข่มความโกรธเก็บอาการน้อยใจของตนเอาไว้เพียงในอกไม่อาจโวยวายออกไปให้กลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต ด้วยรู้ตัวดีว่าเธอกับเขาอยู่ในฐานะเป็นเพียงเพื่อนสนิทจึงไม่มีสิทธิ์จะแสดงความหึงหวงต่อชายหนุ่มเฉกเช่นคนรักได้ แต่ยังมิวายสะบัดหน้าไปอีกทางพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระเง้ากระงอดตัดพ้อต่อว่าเมื่ออีกฝ่ายนั้นทำราวกับไม่เห็นความสำคัญของเธอเลยสักนิด

“เป็นแค่เพื่อนร่วมงานแล้วทำไมตามมาถึงบ้านได้คะ เมนี่อุตส่าห์บอกเลขาฯ ของธามไว้แล้วเชียวว่าวันนี้ธามไม่สบาย ให้เลื่อนนัดทุกอย่างออกไปก่อนแล้วก็อย่าให้ใครมารบกวนน่ะ สงสัยว่าคำพูดของเมนี่คงจะฟังดูไม่น่าเชื่อถือสำหรับลูกน้องของธามเลยใช่ไหมคะ”

รอยยิ้มน้อยกว้างปรากฎขึ้นบนใบหน้าของธาม ซึ่งเมื่อเช้ายังเขียวครึ้มไปด้วยหนวดเคราที่งอกยาวออกมาถูกโกนออกจนสะอาดเกลี้ยงเกลาดีดังเดิมแล้ว เขาโน้มตัวลงมาใกล้เพื่อนสาวคนสนิท พลางยกมือขึ้นลูบศีรษะคนตัวเล็กกว่าเบาๆ อย่างเอ็นดูราวกับว่าคนที่กำลังงอนจนแก้มป่องนั้นเป็นน้องสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งของเขา

 

“อย่าไปโทษลูกน้องผมเลยเมนี่ ทั้งมิ้ง ทั้งเจี๊ยบ สองคนนั้นเขาเชื่อฟังเมนี่ขนาดไหนไม่รู้เหรอ บางทีผมยังคิดอยู่เลยนะว่าสองสาวนั่นเป็นเลขาฯ ผม หรือเลขาส่วนตัวคุณกันแน่ ถ้าอยากจะโกรธนักก็มาโกรธผมดีกว่าน่า เพราะผมเป็นคนโทร. เรียกให้คุณวิเขาเอางานมาทำต่อที่นี่เองต่างหากล่ะ”

ธามกล่าวปกป้องลูกน้องทั้งสองของตนรวมทั้งคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงของเขาให้พ้นจากความผิดที่พวกเธอไม่ได้ก่อ แล้วจึงเปลี่ยนมาเชยคางคนตัวเล็กกว่าให้หันกลับมาสบตาเขา พร้อมทั้งเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มพยายามง้องอนเพื่อนสาวคนสนิทของตนให้หายน้อยใจอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

หัวใจดวงน้อยของมณิการ์ถึงกับสั่นระรัวไหวขึ้นมาจากสัมผัสของเพื่อนชายที่ขยับเข้ามาจนร่างสูงใหญ่นั้นอยู่ใกล้กันเพียงแค่เอื้อมมือไปก็ถึง อดแปลกใจกับพฤติกรรมของคนตรงหน้าในเวลานี้ไม่ได้ ปกติแล้วเขาไม่เคยที่จะแสดงท่าทางแบบนี้กับเธอเลยสักครั้ง แม้เธอจะเป็นฝ่ายพยายามเข้าหาเขาเท่าไร แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มก็จะถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งเสมอ หญิงสาวเอ่ยถามคนตรงหน้าเสียงสั่นแอบหวั่นใจอยู่นิดๆ ว่าเสียงหัวใจของเธอจะดังออกไปถึงภายนอกให้เขาได้ยินหรือเปล่า

“แน่ใจหรือคะว่าหายป่วยแล้วน่ะ เมื่อเช้าอาการยังดูไม่ค่อยดีอยู่เลย โหมทำงานไม่ดูสังขารร่างกายตัวเองแบบนี้ ระวังจะแย่เอานะคะ”

คนตัวสูงเมื่อได้ฟังคำถามของเพื่อนสาวที่ใบหน้าแดงก่ำไปหมดด้วยความเขินอายนั้นก็ถึงกับหัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างขำขันที่เธอคงนึกไปว่าเขากำลังทำอะไรไปโดยไม่รู้ตัวเพราะพิษไข้ คงเพราะวันนี้เขารู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาดจนไม่ว่าจะมองไปทางไหนสายตาของเขาก็เห็นแต่ความสดใสรายล้อมรอบกายไปหมด และเขาเองก็ไม่อยากให้มีสิ่งใดก็ตามแม้กระทั่งใบหน้างอง้ำของมณิการ์มาทำลายความเบิกบานสำราญใจของเขาในเวลานี้ โดยไม่ทันรู้เลยว่ามีสายตาอีกคู่หนึ่งกำลังแอบมองลงมาที่พวกเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจเงียบๆ

รวินันท์แอบยืนมองภาพของสองหนุ่มสาวพูดจาหยอกล้อกันด้วยท่าทีสนิทสนมแล้วก็อดถามตัวเองไม่ได้ว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ในเวลานี้ หัวใจของเธอเกิดอาการปวดแปลบและชาวาบขึ้นมาทันทีที่เห็นประธานหนุ่มเจ้าของบริษัทกับนักธุรกิจสาวที่มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าโปรเจ็กต์ที่เธอจะต้องร่วมงานด้วยนั้นทำราวกับว่าอยู่ในโลกส่วนตัวกันเพียงแค่สองต่อสองและหลงลืมไปว่ายังมีเพื่อนร่วมงานอีกคนที่ยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

ต่อ

สไตลิสต์สาวได้แต่เดินวนไปเวียนมาระหว่างห้องนอนของธามกับบันไดทางลงไปชั้นล่างอย่างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี หากลงไปข้างล่างตอนนี้เธอก็คงจะกลายเป็นส่วนเกินของคู่รักที่กำลังสวีตกันหวานหยด แต่หากกลับเข้าไปนั่งอยู่ในห้องรอจนกว่าจะมีใครสักคนเดินขึ้นมาปลุกเธอให้ตื่นลงไปทำงานของตัวเองต่อ ก็กลัวว่าจะต้องรอเก้อไปจนเย็นจนค่ำ เพราะดูเหมือนสองคนนั้นจะไม่รู้ตัวเลยว่าเธอแอบยืนมองอยู่ตรงนี้มานานแค่ไหนแล้ว

ขณะที่คนข้างบนกำลังกังวลอยู่ว่าจะจัดการกับชีวิตตัวเองอย่างไร คนข้างล่างหนึ่งในสองนั้นก็บังเอิญเงยหน้าขึ้นมาเห็นชายกระโปรงผ้าฝ้ายสีครีมขาวยาวกรอมเท้าสะบัดไหวพัดไปมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนที่อาสามาเป็นพยาบาลจำเป็นดูแลคนป่วยแต่กลับเผลอหลับไปก่อนด้วยความอ่อนเพลียนั้นตื่นจากนิทราเป็นที่เรียบร้อย

“ตื่นแล้วหรือครับวิ ลงมาข้างล่างนี่สิ เรามีสมาชิกมาช่วยงานเพิ่มอีกคนแล้วนะ”

 เสียงเรียกของธามทำให้คนที่เดินวนเป็นวงกลมนั้นถึงกับชะงักเท้าสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ แล้วจึงค่อยๆ ก้าวเท้าลงบันไดมาตามคำเรียกขานของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของบ้าน แต่ก็ยังไม่วายสะดุดชายกระโปรงที่ยาวลากพื้นของตัวเองจนได้และเกือบกลิ้งตกบันไดมาแล้วหากมือเรียวคว้าจับราวบันไดเอาไว้ไม่ทัน หญิงสาวเป่าปากถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกก่อนจะหันไปส่งยิ้มแหยให้กับอีกสองคนที่ยืนลุ้นด้วยความหวาดเสียวว่าสไตลิสต์สาวจะก้าวพลาดตกลงมาได้รับบาดเจ็บหรือไม่

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับวิ เจ็บตรงไหนไหม”

ธามร้องถามด้วยความเป็นห่วงก่อนจะผละจากเพื่อนสาวคนสนิทของเขาแล้วรีบรุดขึ้นไปยืนบนบันได พลางยื่นมือส่งให้หญิงสาวอีกคนจับไว้แล้วจูงลงมายังชั้นล่างของบ้าน โดยมีสายตาของมณิการ์มองตามการกระทำของชายหนุ่มเจ้าของบ้านอย่างไม่สบอารมณ์นัก ที่เห็นว่าเขาดูจะให้ความสนใจเป็นห่วงเป็นใยกับสไตลิสต์สาวมากเกินความจำเป็น

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่สะดุดนิดหน่อย ขอบคุณมากนะคะคุณธาม สวัสดีค่ะคุณเมนี่ ฉัน เอ่อ คือว่า...”

เมื่อลงมายืนถึงพื้นชั้นล่างได้โดยสวัสดิภาพ รวินันท์ก็รีบปล่อยมือชายหนุ่มทันทีเมื่อเห็นสายตาไม่พอใจของหญิงสาวอีกคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้ว พลางเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอย่างอึกอักกลัวว่าแฟนสาวของธามจะเข้าใจผิด แต่เจ้าของบ้านหนุ่มกลับเอ่ยขึ้นมาเสียก่อนราวกับรู้ใจหญิงสาวว่ากำลังคิดอะไรอยู่

“ผมต่างหากละครับที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณ ที่คุณต้องอุตส่าห์ลำบากลำบนเอางานมาส่งให้ผมที่บ้านจนเป็นลมเป็นแล้งไปอย่างนี้ แล้วนี่หายดีหรือยังครับ”

คนที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นลมเป็นแล้งจนต้องอาศัยเตียงคนป่วยเป็นที่พักผ่อนแทนนั้น ทำหน้าเหลอหลาอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูด ก่อนจะรีบพยักหน้าอย่างเออออไปกับคำพูดนั้นพร้อมกับส่งยิ้มจืดเจื่อนให้หญิงสาวอีกคนที่ยืนประจันหน้ากับเธออยู่เมื่อเห็นว่าดวงตาเรียวของธามขยิบเป็นสัญญาณคล้ายว่าให้ช่วยเล่นละครตามน้ำไปที

“ค่ะ หายแล้วค่ะ ถ้างั้นวิขอตัวกลับก่อนนะคะ”

สไตลิสต์สาวกล่าวพลางทำท่าจะเดินไปหยิบข้าวของของเธอที่ยังวางกองอยู่ในห้องนั่งเล่น แต่ชายหนุ่มเจ้าของบ้านก็ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“จะรีบกลับไปไหนล่ะครับ คุณเพิ่งจะเอาแบบชุดสำหรับรถรุ่นที่สองมาให้ก็จริง แต่ชุดสำหรับรถรุ่นที่สามเรายังไม่ได้เริ่มทำเลยนะครับ พรุ่งนี้ก็ได้เวลาที่จะต้องส่งแพทเทิร์นให้ช่างตัดเสื้อเขาเริ่มเย็บแล้วด้วย ผมว่าเรารีบทำงานต่อกันดีกว่านะครับ ไหนๆ เมนี่ก็มาช่วยอีกแรงแล้ว คุณวิจะได้ไม่ต้องเหนื่อยมากไงครับ”

ธามลอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ด้วยรู้ดีว่าหากยกเรื่องงานขึ้นมาอ้างแล้ว คงไม่มีใครกล้าขัดใจเขาได้เป็นแน่ รวินันท์หันไปแอบมองค้อนปะหลับปะเหลือกใส่จอมวางแผนอย่างรู้ทัน

ต่อ

เช่นเดียวกับมณิการ์ที่รู้ว่าเพื่อนชายของเธอกำลังหาวิธีเหนี่ยวรั้งตัวสไตลิสต์สาวเอาไว้ แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเขาเธอก็พูดอะไรมากไม่ได้ จึงได้แต่ทนข่มความไม่พอใจเอาไว้ลึกๆ แล้วคิดในทางที่ดีว่าหากงานนี้สิ้นสุดลงได้เร็วเท่าไร โอกาสที่จะได้เห็นธามอยู่ใกล้ชิดกับสไตลิสต์สาวคนนั้นก็จะน้อยลงตามไปด้วย เธอจึงแสร้งทำเป็นยิ้มรับอย่างคล้อยตามไปกับคำพูดของเขา โดยไม่คัดค้านใดๆ

บรรยากาศในห้องนั่งเล่นที่ถูกแปรสภาพเป็นห้องทำงานชั่วคราวอีกครั้ง แลดูอึมครึมและน่าอึดอัดเป็นอย่างยิ่งสำหรับรวินันท์ อาจเป็นเพราะว่าหญิงสาวอีกคนที่อยู่ในห้องนั้น กลายมาเป็นผู้ครอบครองบทสนทนาเอาไว้แต่เพียงผู้เดียวจนแทบไม่เปิดโอกาสให้เธอได้แสดงความคิดเห็นหรือแม้แต่ซักถามใดๆ นอกไปเสียจากจะก้มหน้าก้มตาออกแบบชุดสำหรับพรีเซ็นเตอร์ทั้งหมด 7 ชุด สำหรับคน 7 วัย โดยไม่กล้าแม้จะปริปากบ่นใดๆ ทั้งที่เหลือบมองนาฬิกาครั้งใดก็ได้แต่ลอบถอนหายใจเมื่อพบว่าเวลาได้ล่วงเลยหัวค่ำมาจนเริ่มดึกเต็มทีแล้ว

 ในระหว่างที่มณิการ์ขอตัวไปเข้าห้องน้ำอยู่นั้น รวินันท์ก็ได้ละสายตาจากแบบร่างเสื้อผ้าชุดที่สองแอบเงยหน้าขึ้นมามองประธานหนุ่มที่ยังคงนั่งเปิดเว็บไซต์เกี่ยวกับเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่จะนำมาเป็นตัวอย่างในการออกแบบชุดสำหรับพรีเซ็นเตอร์รถยนต์รุ่นที่สามของตนต่อไปด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแลดูเอาจริงเอาจังกับงานเป็นอย่างมาก สไตลิสต์สาวนึกชอบสีหน้าที่จริงจังของชายหนุ่มเวลาที่เขากำลังก้มหน้าก้มตาทำงานหรือกำลังให้ความสนใจหรือเพ่งสมาธิไปยังสิ่งใดสิ่งหนึ่งด้วยจิตใจที่จดจ่อ และอดนึกชื่นชมในความคิดสร้างสรรค์ของเขาไม่ได้ เธอรู้สึกได้ว่าความมุ่งมั่นของเขานั้นได้ส่งผ่านมาถึงเธอด้วยเช่นกัน เปรียบเสมือนแรงกระตุ้นที่ช่วยผลักดันให้เธอสามารถออกแบบชุดตรงตามคอนเซ็ปต์ที่ประธานหนุ่มต้องการได้ในเวลาเพียงไม่นาน

แม้ที่ผ่านมาเธอจะใช้เวลาอยู่กับเขาเพียงไม่กี่วัน แต่สไตลิสต์สาวก็ได้รู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้านี้เป็นคนที่มีบุคลิกแตกต่างกันไปตามสถานที่และเวลาอย่างสิ้นเชิง หากอยู่ในเวลางานเขาก็จะเข้าสู่โหมดเคร่งขรึมสีหน้าเครียดขึ้งอยู่เกือบตลอดเวลา แต่พออยู่นอกเวลาทำงานก็กลับแปรเปลี่ยนเป็นชายหนุ่มเจ้าสำราญอีกคนไปอย่างแทบไม่น่าเชื่อ ยังไม่นับรวมถึงเวลาที่เขาทำตัวสุภาพอ่อนโยน และคอยประจบประแจงเอาอกเอาใจเธอราวกับเป็นลูกแมวเชื่องๆ ตัวหนึ่ง ทำให้หญิงสาวรู้สึกว่าฝ่ายนั้นเป็นคนที่คาดเดาได้ยาก และมักจะทำเรื่องที่เธอนึกไม่ถึงได้อยู่เสมอ จนเธอชักเริ่มอยากค้นหาว่าแบบไหนคือบุคลิกภาพอันเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขากันแน่

ในจังหวะที่รวินันท์กำลังลอบมองใบหน้าของประธานหนุ่มเจ้าของโปรเจ็กต์อยู่เพลินๆ เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นมา ทำเอาหญิงสาวถึงกับตกใจจนสะดุ้งรีบควานหาโทรศัพท์เครื่องน้อยของตนในกระเป๋าสะพายแต่ก็หาไม่เจอสักที กระทั่งรู้สึกว่ามีบางอย่างถูกยื่นมาตรงหน้าเธอจึงเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของมือที่กำลังถือโทรศัพท์ของตนเอาไว้ด้วยสายตางุนงงระคนแปลกใจว่าเจ้าเครื่องมือสื่อสารชิ้นสำคัญของเธอนั้น ตกไปอยู่ในมือของชายหนุ่มได้อย่างไร

“รีบรับเสียทีสิครับ เสียงมันดังหนวกหูน่ารำคาญจะแย่อยู่แล้ว”

ธามบ่นอุบ พร้อมกับหรี่ตามองเจ้าของโทรศัพท์ในมือของเขาที่ยังนั่งนิ่งจ้องมองมาที่เขาตาแป๋วคล้ายเกิดอาการงุนงงไปชั่วขณะ ก่อนที่อีกฝ่ายจะยื่นมือมาคว้าอุปกรณ์สื่อสารชิ้นนั้นไปจากมือของเขา แล้วรีบปลีกตัวออกไปคุยนอกห้องทันทีหลังจากเหลือบมองชื่อที่ขึ้นโชว์อยู่หน้าจอและรับรู้ว่าผู้ที่โทร.เข้ามานั้นเป็นใคร ท่าทางของหญิงสาวที่ทำราวกับว่าบทสนทนาระหว่างเธอและแฟนหนุ่มนั้นเป็นเรื่องลับสุดยอดที่ไม่อาจให้เขาอยู่รับฟังได้ ทำให้ชายหนุ่มเกิดอาการหงุดหงิดและพาลอารมณ์เสียขึ้นมาดื้อๆ

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #1071 วนัน (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2554 / 16:50
    หึงซะแล้ว
    #1,071
    0
  2. #633 yumekana (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 มกราคม 2554 / 13:48
    อืมม์
    คู่นี้คงยังต้องวุ่นกันอีกนาน
    เพราะอะไร ๆ ก็ไม่เคลียร์เสียที
    เฮ่อ
    #633
    0
  3. #632 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 22:32
    งอลยังไงก็น่ารักอยุ่ดีนะ ^^


     
    #632
    0
  4. #631 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 22:29
    เเน่ะ มีงอลนะนั่น 55555
    #631
    0
  5. #630 jeabkiss (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 14:24
     
    หึงละซิธาม

    #630
    0
  6. #629 a-lanta (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 มกราคม 2554 / 08:08
    น่าฟาดก้นพ่อธามสักที
    #629
    0
  7. #628 ailly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 23:17
    รีบจีบสิค่ะ จะได้เลิกหายหงุดหงิด
    #628
    0
  8. #627 tungkn4841 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 21:47


    อารมย์หึงขึ้นอีกแล้ว นายเล่นแต่บทเจ้าเล่ห์ดึงไปดึงมา ไม่ยอมให้สาววิรู้ตัวสักที ก็อย่างนี้แหล่ะ



    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #627
    0
  9. #626 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 6 มกราคม 2554 / 00:03
    เเผนเยอะนัก เดี๋ยวก่อนให้วิเอาคืนมั่งเลย ชริ
    #626
    0
  10. #625 jeabkiss (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 20:00
    นายธามเอางานมาอ้างอีกแล้ว
    #625
    0
  11. #624 tea-w (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 18:30

    นายธามเจ้าเล่ห์จริงๆๆๆๆ

    #624
    0
  12. #623 ailly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 5 มกราคม 2554 / 00:12
    จอมวางแผนจริงๆ นะ คุณธาม..เจ้าเล่ห์ไม่เบา
    #623
    0
  13. #622 kaaka (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 22:34
    อ่ะ ยังเจ้าเล่ห์ต่อนะจ๊ะธาม
    #622
    0
  14. #621 tungkn4841 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มกราคม 2554 / 20:39




    นายธามห้ามรักพี่เสียดายน้องน่ะ นายกำลังทำให้สองสาวผิดใจกัน

    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #621
    0
  15. #620 ailly (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 20:31
    คุณธามค่ะ แล้วจะจีบคุณวิรอดมั้ยค่ะเนี่ย!!
    #620
    0
  16. #619 vivii_89 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 17:34

    อีตาธามนายจะเอายังงัยกันแน่ยะ

    หรือจะเอาทั้งสองคนก็ว่ามา...พ่อคนหล่อเลือกได้

    ....ป้าอินไปป่ะคะไรเตอร์.....ไม่หรอกเนอะ....หุหุ
    #619
    0
  17. #618 tungkn4841 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 3 มกราคม 2554 / 01:09


    นายธามก็เบิกบานหายเร็วเพราะได้พยาบาลถูกใจ แต่จะรู้ไม่ว่าเพื่อนสาวอย่างมณิการ์รู้สึกไม่พอใจ ที่ยิ่งอาจจะหลุดมือไปคือรวินันท์ ที่อาจเข้าใจผิดแอบได้ยินการพูดคุย และการแสดงออกของทั้งคู่อย่างไม่รู้เรื่อง



    นายธามทำอะไรสักอย่างให้วิรู้ตัวว่าเขาชอบเธอสักทีซิจ๊ะ



    รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #618
    0
  18. #617 kaaka (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มกราคม 2554 / 21:22
    ขัดใจจัง ธามจ๋าอย่ามาทำหว่านเสน่ห์ใส่เมนี่นะจ๊ะ แต่ไม่สำคัญเท่าวิเห็นนี่สิ
    #617
    0
  19. #616 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มกราคม 2554 / 21:05

    เเน่ะ วิรีบตื่นขึ้นมาซะงั้น
    อิตามพี่ธาม หลีไม่เลือกเวลาอีกละ อย่างนี้ต้องเตะ !

    #616
    0
  20. #615 jeabkiss (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มกราคม 2554 / 19:58
    ธามเล่นอะไรไม่ดูตาม้าตาเรือเลย
    #615
    0
  21. #614 yumekana (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 2 มกราคม 2554 / 17:26
     

    นี่ นายธามมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม
    เล่นอะไรไม่ดูตาม้า ตาเรือ
    สาวที่นายหมายปองเค้าเห็นนะยะ
    จิ้นเอง เจ็บเองไปถึงไหน ๆ แล้วนั่น
    จะชวด จะแห้วก็เพราะตัวนายเองล่ะมั้ง งานนี้
    #614
    0
  22. #613 jeabkiss (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 13:31
    #613
    0
  23. #612 yumekana (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 13:17
    งานงอกที่สุด
    นายธาม นายพูดให้ดีเลยนะ
    ถ้าหนูวิเสื่อมเสียเพราะปากนายล่ะก็
    ดั๊นจะหันไปเชียร์นายวัฐสุดใจขาดดิ้นเลยงานนี้


    สวัสดีปีใหม่นะค้า ไรเตอร์
    Comment - Happy New Year: 2
    #612
    0
  24. #611 ต้นกล้าข้าวกล่ำ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 11:12
    สวัสดีปีใหม่ นะคะ
    #611
    0
  25. #610 tungkn4841 (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 1 มกราคม 2554 / 01:17
    เข้าใจตอบน่ะนายธาม มณิการ์คงเชื่อหรอก แต่จะทำอย่างไรให้คุณวิ รู้เสียทีว่า นายก้ชอบเขาเหมือนกันน่ะ



    รอไรเตอรื มา up ต่อค่ะ



    สวัสดีปีใหม่เช่นกันค่ะ ทั้งคุณผู้อ่าน และไรเตอร์ ค่ะ
    #610
    0