ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 30 : บทที่ 30 กรรมของคนขี้แกล้ง (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,191
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    13 พ.ย. 53

บทที่ 30 กรรมของคนขี้แกล้ง

ข้างฝ่ายรวินันท์กลับไม่ได้รู้เลยว่าสิ่งที่ประธานหนุ่มจอมจู้จี้จุกจิกนั้นพูดออกมาทั้งหมดเป็นเพียงแค่เรื่องโกหกหลอกลวงทั้งเพ เธอได้แต่กัดฟันกรอดพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอาไว้ ไม่โวยวายออกไปให้ขายขี้หน้าประชาชีกลางห้างหรูแห่งนี้ ทั้งที่ในใจนึกอยากจะตะบันหน้าเขาสักตุ้บสองตุ้บให้หายแค้นที่ชายหนุ่มมาออกความเห็นวิพากษ์วิจารณ์งานของเธออย่างเสียๆ หายๆ แบบนี้

“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ถ้าคุณไม่พอใจผลงานของฉันก็ไปจ้างสไตลิสต์คนอื่นเอาสิ ทำไมจะต้องมาว่าฉันด้วย”

“ทำอย่างนั้นได้ที่ไหนล่ะครับ ผมจ่ายเงินให้บริษัทของคุณไปแล้ว คุณก็ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีสิ มีอย่างที่ไหนไล่ลูกค้าไปหาคนอื่นให้ทำแทนแบบนี้”

ธามยังคงแกล้งหญิงสาวไม่เลิก โดยไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่เขาพูดออกมานั้นจะเป็นการหักหาญน้ำใจและทำร้ายความรู้สึกของเธอเป็นอันมาก ในที่สุดสไตลิสต์สาวก็ทนข่มความโกรธและความเสียใจเอาไว้ไม่ไหวจนถึงกับโพล่งออกมาทั้งน้ำตา

“ฉันก็ทำดีที่สุดแล้วนี้ แต่คุณเองนั่นแหละที่เอาแต่เถียงแล้วก็เอาแต่ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ฟังความเห็นของฉันบ้างเลย ยังกล้ามาต่อว่าฉันแบบนี้อีก คุณเกลียดอะไรฉันนักหนาเหรอถึงได้ทำแบบนี้ แถมยังทำเรื่อง...”

รวินันท์ปลดปล่อยความรู้สึกกดดันและความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาทั้งหมดระเบิดใส่เขาพร้อมน้ำตาที่ไหลพรากอาบสองแก้มเมื่อนึกไปถึงเรื่องต่ำช้าที่สุดที่เขาปฏิบัติต่อเธอราวกับว่าเธอเป็นเครื่องสังเวยความสุขของเขาอย่างนั้น

ท่าทางตีโพยตีพายของหญิงสาวทำให้ประธานบริษัทหนุ่มถึงกับตกใจจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่คิดว่าการแกล้งหยอกเธอเล่นเมื่อครู่จะนำมาซึ่งความผิดหวังและเสียใจให้กับเธอได้มากมายขนาดนี้ เสียงสะอื้นไห้ของสไตลิสต์สาวทำให้ผู้คนที่เดินอยู่ในละแวกนั้นต่างพากันหันมามองและจับจ้องพร้อมด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานา จนคล้ายเหมือนมีกลุ่มคนก่อการจลาจลย่อมๆ ขึ้นมาล้อมรอบตัวเขาและเธอเอาไว้

“คุณวิครับ คือ ผม เอ่อ ผมขอโทษนะที่พูดไม่ดีกับคุณ ผมแค่ล้อเล่นน่ะครับ โธ่! คุณหยุดร้องไห้เสียทีสิ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างหรือไงกันน่ะ”

ธามขยับเข้าไปใกล้หญิงสาว พยายามกระซิบบอกเธอให้ลดเสียงลงเพราะคนเริ่มเข้ามามุงดูมากขึ้นแล้ว แต่คล้ายกับว่าสไตลิสต์สาวจะห้ามความรู้สึกตัวเองไว้ไม่ได้อีกต่อไป เธอยังคงสะอื้นไห้จนตัวโยนน้ำตาไหลหลังพรั่งพรูจนใบหน้างามนั้นเปรอะเปื้อนคราบน้ำตาเต็มไปหมด ชายหนุ่มจึงทำได้เพียงแค่รวบตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขา พลางลูบศีรษะเธอเบาๆ คล้ายจะปลอบโยน พร้อมกับกล่าวกับบรรดาไทยมุงฝรั่งมุงทั้งหลายในที่นั้นให้เข้าใจว่าพวกเขาทั้งคู่เป็นเพียงคู่รักที่กำลังทะเลาะกัน จึงทำให้บรรดากลุ่มคนที่แวดล้อมอยู่นั้นค่อยๆ สลายตัวไปแต่โดยดี

“ไม่ต้องร้องแล้วนะครับวิ ผมแค่แกล้งแหย่คุณเท่านั้นเอง เซ้นส์ทางด้านแฟชั่นของคุณไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นหรอกนะ แต่มันเยี่ยมมากจนผมกลัวว่าถ้าเผลอชมไปแล้วคุณจะดีใจจนตัวลอยหนีผมไปต่างหากล่ะ ผมขอโทษนะครับที่พูดจาไม่ดีอย่างนั้นกับคุณ อย่าร้องไห้อีกเลยนะคนเก่งของผม”

ในขณะที่รวินันท์ถูกโอบเข้ามาอยู่ภายในอ้อมแขนแกร่งของชายหนุ่ม สองมือน้อยๆ ของเธอก็พยายามที่จะทุบลงไปบนแผ่นอกของเขาด้วยความคับแค้นใจ ก่อนจะยืนนิ่งร่ำไห้อยู่ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่น น่าแปลกที่เธอไม่คิดขัดขืนเมื่อเขาผิดสัจจะในคำพูดด้วยการรั้งตัวเธอเข้ามากอดแบบนี้โดยที่เธอไม่ได้ร้องขอเช่นนี้ แต่กลับรู้สึกว่าจิตใจที่กำลังสับสนและว้าวุ่นค่อยๆ สงบลงได้อย่างน่าประหลาด เมื่อได้รับคำพูดปลอบโยนที่ช่างฟังไพเราะเพราะพริ้งที่สุดเท่าที่เคยได้ยินจากปากของเขามา บวกกับสัมผัสอันแสนอ่อนโยนประดุจดั่งขนนกที่ปลิวไล้ไปตามผิวกายอย่างแผ่วเบา ไม่นานนักหญิงสาวก็เริ่มสงบสติและควบคุมอารมณ์ของตนให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติได้ในที่สุด

“ปล่อยได้แล้วน่า ฉันเลิกร้องไห้แล้ว อย่ามาทำเป็นฉวยโอกาสนะ”

เสียงขึ้นจมูกที่ฟังอู้อี้ดังขึ้นมาจากคนในอ้อมกอด ธามจึงค่อยๆ ผละร่างของหญิงสาวออกห่างพลางมองใบหน้างามด้วยสีหน้าที่บ่งบอกถึงความรู้สึกเสียใจแกมสำนึกผิด มือใหญ่ยกขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่บนแก้มนุ่มนั้นอย่างเบามือ ก่อนจะส่งยิ้มอ่อนโยนให้พร้อมกับเอ่ยคำขอโทษอีกครั้ง

“ผมขอโทษครับวิ อย่าโกรธผมเลยนะ”

ต่อ

“พอที เลิกพูดได้แล้ว ฉันเบื่อที่จะฟังคำขอโทษของคุณแล้ว บอกมาเลยดีกว่าว่ายังอยากให้ฉันออกแบบเสื้อผ้าให้คุณอยู่อีกหรือเปล่า ถ้าคุณไม่พอใจฉันจะได้ไปบอกคุณมลว่าให้ส่งสไตลิสต์คนอื่นมาทำแทน”

รวินันท์ยังคงรู้สึกเคืองชายหนุ่มตรงหน้าอยู่บ้างจึงแกล้งพูดตอกกลับไปบ้าง พลางแกล้งวางท่าปั้นปึ่งทำเย็นชาใส่เขาด้วยการถอยห่างจากคนตัวสูงกว่าและยกแขนขึ้นมากอดอกเอาไว้เมินหน้าไปอีกทางคล้ายไม่อยากจะมองหน้าเขา ส่งผลให้คนที่ไปวิพากษ์วิจารณ์คนอื่นก่อนถึงกับหน้าจ๋อยสนิทลงทันทีเมื่อคิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้พบเธออีกหากมีการเปลี่ยนตัวสไตลิสต์กลางอากาศแบบนี้

“โอเคครับ ไม่พูดขอโทษแล้วก็ได้ ให้คุณเป็นคนออกแบบอย่างเดิมน่ะดีแล้วครับ คุณสไตลิสต์คนสวย”

ประธานหนุ่มยิ้มกว้างจนตาหยีด้วยความดีใจเมื่อแอบเห็นรอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่กำลังทำท่าเหมือนแง่งอนใส่เขา แล้วจึงรีบเอ่ยปากพร้อมหยอดคำหวานอย่างประจบประแจงทันทีเพราะกลัวว่าเธอจะเปลี่ยนใจไม่ยอมรับทำงานนี้ต่อ

“เชอะ ไม่ต้องมาทำเป็นปากหวานชมฉันอย่างนั้นหรอก เอาอย่างนี้แล้วกันถ้าชุดของดีไซเนอร์พวกนี้ไม่มีชุดไหนที่เตะตาคุณเลยสักชุด ฉันจะสร้างมันขึ้นมาใหม่ให้เองดีไหม จะได้ตรงตามคอนเซ็ปต์ที่คุณต้องการน่ะ”

สไตลิสต์สาวทำท่าเบะปากอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเป็นฝ่ายเสนอตัวที่จะเริ่มทำชุดเครื่องแต่งกายสำหรับพรีเซ็นเตอร์ที่เหมาะสมกับรถยนต์นวัตกรรมใหม่ล้ำยุคของเขาด้วยสองมือของเธอเอง สร้างความแปลกใจให้กับอีกฝ่ายเป็นอย่างมาก

“หมายความว่าคุณจะเป็นดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าของตัวเองขึ้นมาเลยใช่ไหมน่ะ คุณทำได้ขนาดนั้นเลยเหรอครับ”

ใบหน้าฉงนสนเท่ห์กับน้ำเสียงที่ฟังเหมือนไม่ค่อยอยากจะเชื่อของธามนั้น ทำให้คนที่รับอาสาเป็นดีไซเนอร์จำเป็นถึงกับหันไปค้อนขวับให้เขาทีหนึ่ง พลางอธิบายที่มาที่ไปของความสามารถและพรสวรรค์ของตัวเองที่ซ่อนอยู่ให้เขาฟัง

“ทำไมคุณถึงคิดว่าคนอย่างฉันจะทำไมได้ล่ะ ฉันก็เรียนจบสาขาการออกแบบเสื้อผ้ามาเหมือนพวกดีไซเนอร์ชื่อดังพวกนั้นเหมือนกันนะ จะต่างกันก็ตรงที่ฉันได้งานเป็นสไตลิสต์ก่อนที่จะมีโอกาสได้ออกแบบเสื้อผ้าของตัวเองก็เท่านั้นแหละ”

หลังจากที่ได้ฟังเรื่องเล่าของสไตลิสต์สาวมาได้พักใหญ่ ธามจึงเอ่ยปากชวนหญิงสาวไปหาที่นั่งพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องอาชีพและความใฝ่ฝันของทั้งคู่ พลางชี้มือไปยังคอฟฟี่ช็อปแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแฟรนไชส์ร้านกาแฟชื่อดังจากต่างประเทศที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่พวกเขายืนอยู่นั้น

“เราไปหาที่นั่งพักดื่มกาแฟสักหน่อยดีไหมครับ”

ต่อ

“ตายล่ะ นี่ห้าโมงกว่าแล้วเหรอ ฉันว่าเรากลับกันเลยดีกว่านะคะ เดี๋ยววัฐก็จะมารับฉันแล้ว ยังไงคุณก็ตกลงที่จะให้ฉันเป็นคนออกแบบเสื้อผ้าขึ้นมาใหม่เองทั้งหมดอยู่แล้วนี่ ฉันคงต้องขอเวลากลับไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถทั้งสามรุ่นของคุณเสียหน่อย จะได้มีไอเดียมาออกแบบชุดอย่างที่คุณต้องการได้ แบบนี้โอเคไหมคะ”

แม้ว่ารวินันท์จะรู้สึกสนุกสนานเพลิดเพลินกับการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และร่วมแบ่งปันเรื่องราวความทรงจำที่เกิดขึ้นในอดีตตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันจนแทบจะลืมความบาดหมางที่เกิดขึ้นระหว่างเขาและเธอเมื่อครู่นี้ไปเสียสนิท แต่เมื่อมองนาฬิกาแบบกำไลสีพิ้งก์โกลด์บนข้อมือของตนและพบว่าเวลาล่วงเลยมาแค่ไหนแล้ว เธอจึงรบเร้าให้ชายหนุ่มพาเธอกลับไปส่งที่ออฟฟิศของเขาเหมือนเดิม เพื่อที่จะได้เรียกให้ภวัฐมารับเธอกลับเพราะใกล้จะได้เวลาเลิกงานเต็มทีแล้ว

“แต่ว่าเรายังคุยกันไม่จบเลยนี่ครับ อีกอย่างผมก็ชักจะเริ่มง่วงขึ้นมานิดหน่อยแล้วด้วย ถ้าขับรถไปตอนนี้ดีไม่ดีเกิดหลับในระหว่างขับรถขึ้นมาจะทำยังไงล่ะครับ น่านะ เดี๋ยวผมเลี้ยงเองคุณอยากสั่งอะไรก็เชิญตามสบายนะครับ”

ท่าทางที่ดูร้อนรนอยากจะกลับเสียให้ได้ของสไตลิสต์สาวทำให้ธามแอบรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อยเมื่อรู้ดีว่าเธออยากจะรีบกลับไปหาชายหนุ่มคนรัก จึงทำท่าอิดออดเหมือนไม่อยากรีบกลับไปไหน และรีบยกข้ออ้างมากมายขึ้นมาพร้อมทั้งแกล้งแสดงท่าทางเหมือนหาวออกมาติดๆ กันหลายครั้งเพื่อหลอกให้หญิงสาวหลงเชื่อว่าเขากำลังรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ  เพื่อจะได้ยืดเวลาที่อยู่กับเธอเพียงสองต่อสองตามลำพังแบบนี้ออกไปอีกสักหน่อย สักสิบหรือยี่สิบนาทีก็ยังดี

“ฉันไม่ง่วงนี่นา ขืนกินกาแฟเข้าไปตอนนี้ คืนนี้ก็ไม่ต้องหลับต้องนอนกันพอดีน่ะ เอาอย่างนี้เดี๋ยวฉันกลับแท็กซี่เองก็ได้ คุณก็อยู่นั่งทานกาแฟของคุณไปแล้วกัน ขอตัวก่อนนะคะ”

รวินันท์รีบปฏิเสธทันที เธอกลัวว่าเขาจะมัวแต่นั่งอ้อยอิ่งละเมียดละไมจิบกาแฟหอมกรุ่นจนทำให้เธอต้องกลับช้ากว่าเดิม แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายก็ยังคงพยายามเซ้าซี้เหมือนจะตื๊อเธอให้ยอมไปนั่งดื่มกาแฟกับเขาให้ได้

“เดี๋ยวสิครับวิ เรามากันสองคนนะ ใจคอคุณจะเดินดุ่มๆ กลับไป แล้วทิ้งให้เพื่อนร่วมงานอย่างผมต้องมานั่งดื่มกาแฟคนเดียวเลยเหรอ ใจร้ายจังเลยนะครับ แบบนี้ผมก็เหงาแย่สิ”

ประธานหนุ่มแกล้งตีหน้าเศร้า ในใจยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะชวนเธอไปนั่งดื่มกาแฟที่ร้านด้วยกันให้ได้

ใบหน้าผิดหวังของธาม ทำให้สไตลิสต์สาวถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่อย่างเอือมระอา ใครก็ตามที่เคยกล่าวเอาไว้ว่าผู้ชายแกล้งทำเป็นใช้มารยามาล่อหลอกให้คนอื่นตายใจเหมือนอย่างผู้หญิงไม่เป็น เธออยากจะเถียงขาดใจให้รู้กันไปเลยว่าไม่จริง ก็ดูอย่างชายหนุ่มตรงหน้าของเธอคนนี้สิ คิดว่าตัวเองเล่นละครตบตาได้แนบเนียนถึงขนาดที่เธอไม่รู้เลยหรือไงว่าเขาแกล้งทำ แต่ก็ยอมเล่นไปตามน้ำ

“ก็ได้ ถ้างั้นฉันจะไปเป็นเพื่อนคุณ แต่ว่าเราจะไม่นั่งที่ร้านหรอกนะ ถ้าคุณอยากดื่มกาแฟหรือหาอะไรรองท้องสักหน่อย ก็ซื้อแบบเทคอะเวย์แล้วกัน”

หญิงสาวบอกกับอีกฝ่าย ก่อนจะก้าวฉับๆ เดินนำไปก่อนจนชายกระโปรงผ้าชีฟองสีขาวสะบัดพลิ้วไหวไปตามแรง ทำเอาคนที่เป็นฝ่ายชวนเมื่อครู่ถึงกับงุนงงและรีบจ้ำอ้าวตามไปแทบไม่ทัน โชคดีที่ช่วงขาของเขาค่อนข้างยาว ก้าวเพียงไม่ทันไรก็สามารถเดินตามเธอได้ทัน

ต่อ

ทั้งคู่มาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ซึ่งมีเบเกอร์รี่หน้าตาน่ารับประทานวางเรียงกันอยู่ในตู้กระจก คนที่บอกว่าไม่อยากมาตั้งแต่ทีแรกพอได้เห็นขนมทั้งหลายเหล่านั้นวางละลานตาจนเลือกไม่ถูกว่าจะสั่งชิ้นไหน ก็เอาแต่ชี้มือสั่งพนักงานให้หยิบเอาๆ จนได้ทั้งพายและขนมปังชนิดต่างๆ มาถุงใหญ่ราวกับว่าจะเอาไปแจกคนทั้งร้านได้

ในขณะที่คนต้นคิดชักชวนให้มาอย่างธามกลับสั่งเพียงแค่เอสเปรสโซร้อนแก้วหนึ่งเท่านั้น ชายหนุ่มทำตาโตมองหญิงสาวเอื้อมมือไปรับขนมถุงโตจากพนักงานมาถือเอาไว้ ก่อนจะหันกลับมาหาเขาแล้วเอ่ยเสียงใส

“เห็นคุณบอกว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยง ถ้างั้นช่วยจ่ายเงินให้ด้วยนะคะ...ท่านประธาน”

รวินันท์ยิ้มอย่างชอบใจกับสีหน้าอึ้งระคนทึ่งไปของอีกฝ่าย เมื่อได้เห็นเธอสิ่งที่อยู่ในมือของเธอ หญิงสาวแกล้งหลิ่วตาคล้ายจะยั่วเย้าให้เขาพลางเอ่ยอย่างล้อเลียน ทำเอาคนที่รับอาสาเป็นเจ้ามือถึงกับหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อนึกไม่ถึงว่าจะถูกหญิงสาวแก้เผ็ดเขาเข้าให้แล้ว

 

หลังจากที่ทั้งคู่กลับออกมาจากศูนย์การค้าก็ต้องมาเผชิญกับสิ่งที่เป็นเสมือนกิจวัตรประจำวันของชาวกรุงเทพมหานคร ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองที่มีรถติดมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงเวลาเร่งด่วนหลังเลิกงานของเย็นวันศุกร์สิ้นเดือนเช่นนี้ บนถนนจึงเต็มไปด้วยรถรามากมายที่มารวมกันอยู่ในสภาพการจราจรที่แออัดจนรถแต่ละคันแทบไม่สามารถขยับเคลื่อนไปได้ไกลเกินกว่าห้าเมตรในทุกๆ รอบจังหวะสัญญาณไฟเขียว เช่นเดียวกับรถสปอร์ตสีแดงเพลิงของธามที่ยังคงจอดนิ่งสนิทอยู่บนถนนหกเลนที่แปรสภาพเป็นลานจอดรถขนาดมหึมาไปแล้ว

สายลมจากเครื่องปรับอากาศที่พัดมาเบาๆ แต่ทำให้ห้องโดยสารที่ค่อนข้างคับแคบนั้นเย็นฉ่ำชื่นใจแม้ว่าอากาศภายนอกรถจะร้อนอบอ้าวเพียงไรก็ตาม เสียงเพลงแจ็สหวานๆ ที่แว่วดังมาจากเครื่องเสียงชั้นดี ทำให้เปลือกตาของรวินันท์ชักเริ่มหนักอึ้งขึ้นทุกที เธอพยายามปลุกตัวเองไม่ให้หลับและฝืนที่จะปรือตาขึ้นมาด้วยยังรู้สึกไม่ไว้ใจสารถีหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านข้างเท่าไรนัก กลัวว่าเขาอาจจะทำมิดีมิร้ายกับเธอหากเผลอหลับไป จึงกอดกระชับถุงขนมใบโตแนบอกคิดว่าอย่างน้อยก็ช่วยป้องกันสายตาลวนลามจากชายหนุ่มได้บ้างไม่มากก็น้อย

แม้ว่าควันสีขาวจางๆ จากกาแฟเอสเปรสโซในถ้วยกระดาษของธามที่วางอยู่ตรงคอนโซลกลางด้านหลังคันเกียร์จะยังคงส่งกลิ่นหอมกรุ่นอบอวลไปทั้งรถ แต่เพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องเดินลากขาติดตามประธานหนุ่มต้อยๆ อีกทั้งเมื่อคืนนอนไม่พอก็ต้องตื่นมาทำงานแต่เช้าแล้ว ทำให้หญิงสาวทนต่อความง่วงงุนนั้นไม่ได้ และผล็อยหลับซบไปกับสายคาดเข็มขัดนิรภัยอย่างรวดเร็ว

เมื่อชายหนุ่มเจ้าของรถคันงามสังเกตว่าเสียงบ่นอุบของหญิงสาวเมื่อต้องมาผจญกับรถราที่ติดขัดราวกับเป็นแพขนานยนต์ยาวเหยียดไม่ขยับไปไหนเงียบลงไป เขาจึงหันมามองอย่างสงสัยและต้องอมยิ้มออกมาน้อยๆ เมื่อพบว่าคนที่บอกว่าไม่ง่วงเมื่อก่อนหน้านี้ กำลังหลับสนิทคอพับคออ่อนอยู่บนเก้าอี้ด้านข้างคนขับ ธามลอบมองใบหน้างามที่นั่งข้างกายเขาแทบไม่วางตา ทั้งหลงในรูปโฉมอันงดงามของหญิงสาว ทั้งหลงใหลในเสน่ห์อันเย้ายวนและชวนให้ค้นหาว่าคนอย่างเธอจะปล่อยไม้เด็ดอะไรออกมาให้เขาได้รู้สึกแปลกประหลาดใจอีก ชายหนุ่มมองวงหน้าขาวเนียนใสนั้นอยู่นาน กระทั่งเลื่อนสายตาลงมายังขนมถุงใหญ่ที่อยู่ในอ้อมกอดของสไตลิสต์สาว และนั่นจึงเหมือนจุดประกายความขบขันในความรู้สึกของชายหนุ่ม จนทำให้เขาเผลออดหัวเราะออกมาไม่ได้ เมื่อท่าทางของเธอในตอนนี้ไม่แตกต่างอะไรกับเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่กำลังกอดถุงขนมที่ได้รับมาด้วยท่าทางหวงแหนไม่ยอมปล่อยอย่างไรอย่างนั้น

ธามสังเกตเห็นว่าหญิงสาวดูจะตัวสั่นนิดๆ อีกทั้งเส้นขนบนแขนพากันลุกชันคล้ายกับว่าเธอจะหนาว เขาจึงปรับลดอุณหภูมิของเครื่องปรับอากาศลง พร้อมกับถอดเสื้อสูทตัวนอกของเขาออกมาคลุมให้เธอแทนผ้าห่ม แล้วขับรถไปอมยิ้มไปแต่ไม่วายแอบหันมามองหน้าคนหลับเป็นระยะ พลางนึกคิดไปถึงวันแรกที่ทั้งคู่ได้พบกัน เรื่องราวต่างๆ มากมายเกิดขึ้นในช่วงเวลาอันแสนสั้นและรวดเร็วเกินกว่าที่ชายหนุ่มจะทันได้รู้ตัวด้วยซ้ำว่าหัวใจที่เคยแห้งแล้งเหมือนผืนดินแตกระแหงที่ขาดน้ำมานานกำลังค่อยๆ ซึมซับความชุ่มฉ่ำของหยาดน้ำทิพย์จากสรวงสวรรค์ให้รู้สึกสดชื่นเย็นฉ่ำในอุราขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ติดตามตอนต่อไปได้ในเร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #515 JJ.. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2553 / 20:05

    ช้า ๆ ได้ พร้าเล่ม งามนะคุณธามมม

    สู้ๆๆๆ

    #515
    0
  2. #453 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2553 / 19:56
    ตอนนี้ก็ได้เเค่นี้ไปก่อนนะคะธามขา
    แบบว่าแอบรักเขาเเต่ไม่กล้าบอกเนี่ย 5555
    น่ารักดีค่ะ
    #453
    0
  3. #449 yumekana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 22:39
       
    ตกหลุมรักดังโครมล่ะซี่ นายธาม
    แต่ว่า ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก
    ขอบอก
    #449
    0
  4. #448 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 15:56
    รักเธอเข้าแล้วเป็นไง ต้องร้องเพลงนี้ให้นายธาม
    #448
    0
  5. #446 tungkn4841 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 01:47




    นายธามรักน้องวิเข้าแล้ว มารอลุ้นว่าจะเป็นอย่างไรต่อ

    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #446
    0
  6. #445 kaaka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 22:18
    ธามจ๋า ตกหลุมรักเข้าเต็มเปาเลยจ้า อิอิ
    #445
    0
  7. #444 jeabkiss (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 19:44
    ธามตกหลุมรักเต็มเปาแน่ๆเลย
    #444
    0
  8. #443 jaaeika (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 17:49

    รอตอนต่อไปค่ะ

    #443
    0
  9. #442 mushroom- (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2553 / 16:11
    อ้อนเก่งจังนะ

    จายืดเวลาออกไปให้นานทีสุดละสิ
    #442
    0
  10. #441 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 21:10
    เเน่ะๆๆ เดี๋ยวนี้มีลูกอ้อนนะธามนะ 55555
    เเต่ขอโทด วิไม่รับมุข เพราะชีไม่ทราบ !!!! ก๊ากกก~
    เเม๊ เรื่องนี้ มารยาหญิงหามีไม่ เเต่มารยาชายธามนั้น
    หมื่นเเสนเล่มเกวียน 55555555555555
    พี่ธาม สู้เค้า !!!!!
    #441
    0
  11. #440 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 16:31

    อิอิ ธามทำตัวน่ารักๆสิ><

    #440
    0
  12. #439 tungkn4841 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 01:15

    ก็คนมันรักนิ จะทำอย่างไรได้ก็อยากอยู่ใก้ลกับคนที่ตนรัก  ขอเอาใจช่วยในความพยายามนายธาม ให้นายวัฎมารับวิ
    ไม่ได้เถอะ ...... ฮิ ฮิ  ( อินเจ้าค่ะ ) 

    #439
    0
  13. #438 jeabkiss (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 21:40
    นายธามถ่วงเวลาไว้ด้วยนะอยากอยู่กับหนูวินานๆละซิ
    #438
    0
  14. #437 kaaka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 20:39
    เอามารยาออกมาใช้เลยจ๊ะธาม พยายามดึงเวลาไว้
    เพราะเดี๋ยววิก็ต้องรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเหมือนอยู่กับธามนะจ๊ะ
    อิอิเชียร์ธามออกหน้าเนอะ
    #437
    0
  15. #436 oplecat (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 17:35

    มาเป็นกำลังใจให้ค่ะ

    #436
    0
  16. #435 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 22:04
    น่านนน อิตาพี่ธาม ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
    ฉลาดอย่างนี้ นายล่ะช้อบบบชอบ 5555555555555
    #435
    0
  17. #434 jeabkiss (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 20:36
    เมื่อรู้จักกันมากขึ้นก็จะรู้ใจกันมากขึ้น
    #434
    0
  18. #433 yumekana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 01:52
    Miss Bone Emoticons 92
    อิอิ
    งานนี้ ไม่ใครก็ใครล่ะ ต้องเพลี่ยงพล้ำ ถลำใจกันบ้าง
    แต่ที่แน่ ๆ
    คาดว่า ถลำไปแล้วทั้งคู่
    #433
    0
  19. #432 tungkn4841 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 23:30


    หนึ่งมิตรชิดใก้ลแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างนายธาม และน้องวิ เริ่มเข้าใก้ลกันยิ่งขึ้น

    รอไรเตอร์มา up ต่อค่ะ
    #432
    0
  20. #431 kaaka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 20:41
    ธามเริ่มจะศึกษาวิเพิ่มขึ้น(นอกจากหื่นใส่ อิอิ)แล้วใช่มั้ยจ๊ัะ
    #431
    0
  21. #427 nootumsu (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 17:19

    รออยู่ค่ะ

    #427
    0
  22. #426 mo2may (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 15:58
    แกล้งจนได้เรื่องเรย
    #426
    0
  23. #425 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 14:21

    รู้สึกว่าจะนิสัยดีขึ้นมานิดนึง 555555555555

    #425
    0
  24. #414 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 20:08

    อิอิ เริ่มน่ารักน๊ธาม

    #414
    0
  25. #411 kaaka (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 09:23
     อยากตายจริง ทำไงดีไรเตอร์ยิ่งอ่านยิ่งหลงรักธามอ่ะ
    #411
    0