ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 23 : บทที่ 23 ฉากรักต้องห้าม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    8 ต.ค. 53

บทที่ 23 ฉากรักต้องห้าม

                เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ นฤมลเริ่มรู้สึกกระสับกระส่ายพลางจ้องมองนาฬิกาข้อมือของตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อเห็นว่าลูกน้องสาวคนโปรดของตน หายเงียบเข้าไปในห้องทำงานของชายหนุ่มเจ้าของบริษัทนานแล้ว และไม่มีวี่แววว่าเธอจะกลับออกมาเสียที สาวใหญ่อดเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงพยายามเดินมาเวียนวนอยู่หน้าประตูบานใหญ่แต่ไม่กล้าที่จะแนบหูเข้ากับบานประตู เพื่อแอบฟังว่าเจ้าของบริษัทหนุ่มวัยละอ่อนท่าทางสุภาพคนนั้นพูดคุยอะไรกับลูกน้องของเธอเป็นนานสองนานขนาดนี้

ด้วยเพราะยังเกรงใจเลขานุการสาวทั้งสอง ซึ่งนฤมลคาดว่าพวกเธอทั้งคู่เองก็คงไม่กล้ารบกวนเจ้านายของตนเช่นกัน จึงได้ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นไปเคาะประตูถาม ที่ทำได้ก็เพียงแต่ปั้นหน้าสวยหวานพลางส่งรอยยิ้มจืดเจื่อนมาให้เป็นระยะ ทั้งที่ตลอดเวลากว่าหนึ่งชั่วโมงที่เธอนั่งรออยู่ที่โซฟาสีเขียวอ่อนรูปครึ่งวงกลมตรงหน้าห้องทำงานของธามนั้น มีผู้คนแวะเวียนกันมาฝากเอกสารให้ผู้บริหารหนุ่มจนกองสูงเกือบท่วมศีรษะของพวกหล่อนแล้วด้วยซ้ำ นั่นยังไม่นับรวมถึงบรรดาหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่มาเพื่อรอพบ คุณธาม ของพวกเธอ แต่กลับไม่มีใครได้เข้าพบสักคน

กระทั่งมีหญิงสาวใบหน้าสวยหวานคนหนึ่ง เดินตรงมาที่โต๊ะเบื้องหน้าเลขานุการสาวพลางทักทายทั้งคู่ด้วยท่าทางเป็นกันเอง นฤมลพิศมองร่างบอบบางนั้นตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างพินิจพิจารณา เรือนผมยาวสลวยสีดำสนิทถูกเกล้ามัดเป็นมวยสูงด้านหลังประดับไว้ด้วยปิ่นมุกล้อมด้วยแก้วคริสตัลส่องประกายวูบวาบยามเมื่อสะท้อนกับแสงไฟสีนวลตาจากเพดานด้านบน การแต่งกายที่แสนสุภาพเรียบร้อยเหมาะสมกับกาลเทศะและสถานที่อย่างชุดสูทสีครีมเข้ารูปสวมทับเดรสตัดต่อยาวคลุมเข่าสีเขียวตองอ่อนรับกับรองเท้าคัชชูหัวเปิดสูงประมาณสองนิ้วสีเดียวกับเสื้อตัวนอก จนดูราวกับว่ามีออร่าเปล่งประกายออกมาจากเรือนกายของหญิงสาวก็ไม่ปาน

อีกทั้งบุคลิกภาพยามเดินเหินตั้งแต่ก้าวออกมาจากลิฟต์จวบจนมาหยุดยืนนิ่งอยู่ที่หน้าโต๊ะยาวนั้นยังแลดูงามสง่าอย่างคนที่ได้รับการอบรมมาดี ผิดกับสาวๆ คนอื่นที่แวะเวียนมาขอพบเจ้าของบริษัทหนุ่มรูปหล่อก่อนหน้านี้ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพวกที่ที่ดูมีจริตจก้านมากเกินไปจนไม่น่ามองอย่างลิบลับราวฟ้ากับเหว ทำให้สายตาของบรรณาธิการสาวใหญ่จับจ้องมองตามแทบทุกอิริยาบถของผู้มาใหม่ตาแทบไม่กะพริบ ด้วยความสงสัยใคร่รู้ว่าผู้หญิงที่ดูมีกิริยามารยาทงดงามอย่างพวกผู้ดีคนนี้เป็นใคร ก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อได้ยินเสียงแว่วๆ ของสองเลขานุการสาวเอ่ยทักทายตอบพร้อมกับยิ้มแย้มด้วยท่าทางประจบประแจงจนออกนอกหน้า

คุณเมนี่ คือชื่อที่นฤมลได้ยิน เธอเพิ่งเคยได้พบกับมณิการ์ตัวเป็นๆ ก็วันนี้นี่เอง ที่ผ่านมาเพียงแค่ติดต่อสื่อสารกันทางโทรศัพท์มาตลอด แม้จะเคยเห็นหน้าค่าตาของหญิงสาวของคนนี้มาบ้างจากแฟ้มภาพข่าวงานสังคมชั้นสูงที่เธอได้ตรวจดูในคอลัมน์ ปาร์ตี้ไฮโซซึ่งอยู่ในหน้านิตยสารของตนเพียงผ่านๆ เท่านั้น

“เอ่อ คุณเมนี่คะ สวัสดีค่ะ ดิฉัน นฤมล ที่ติดต่อกับคุณทางโทรศัพท์น่ะค่ะ”

เมื่อแน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าเป็นหนึ่งในสองผู้ร่วมงานในโปรเจ็กต์ใหญ่ของบริษัทตน สาวใหญ่จึงรีบลุกขึ้นไปหา พร้อมกับแนะนำตัวเองทันที

“อ๋อ คุณนฤมลนี่เอง สวัสดีค่ะ ยินดีที่ได้พบกันนะคะ เอ...เมนี่จำได้ว่าเมื่อกี้ตอนที่เราคุยโทรศัพท์คุณบอกว่ากำลังจะเข้าไปคุยกับธามไม่ใช่หรือคะ แล้วทำไมถึงมาอยู่หน้าห้องนี่ได้ ว่าแต่สไตลิสต์เจ้าของผลงานที่เมนี่ทาบทามไว้ไม่ได้มาด้วยกันหรอกหรือคะ”

มณิการ์หันกลับมามองคนที่เอ่ยทักด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย ก่อนจะยกมือขึ้นไหว้ทักทายผู้สูงวัยกว่าเมื่ออีกฝ่ายแนะนำตัวเองจบ พลางเอ่ยถามอย่างข้องใจที่เห็นสาวใหญ่มานั่งรออยู่หน้าห้องเพียงลำพัง

“ใช่ค่ะ พี่มาถึงตั้งแต่ที่บอกคุณเมนี่ทางโทรศัพท์นั่นแหละ ส่วนน้องสไตลิสต์เจ้าของผลงานที่คุณเมนี่ชอบก็มาด้วยกันค่ะ แต่พอดีตอนที่เข้าไปพบคุณธาม เกิดปัญหาขัดข้องนิดหน่อย นี่ก็คงกำลังเคลียร์ปัญหากันอยู่น่ะค่ะ แต่พี่เองก็ชักเริ่มเป็นห่วงเหมือนกัน เพราะสองคนนั้นหายเงียบไปได้เป็นชั่วโมงแล้วค่ะ ไม่รู้เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า”

คำถามของผู้มาใหม่เหมือนจะเข้าทางคนที่นั่งจดๆจ้องๆ อยู่หน้าห้องมานานร่วมชั่วโมงเศษเข้าพอดี สาวใหญ่รีบตอบพลางชี้แจงแถลงไขให้อีกฝ่ายรับรู้ ก่อนจะหยอดทิ้งท้ายเพื่อรอดูปฏิกิริยาของหญิงสาวที่ดูท่าทางจะสนิทสนมกับผู้เป็นเจ้าของห้องกว่าใครๆ เพราะเธอเรียกชื่อประธานหนุ่ม ด้วยชื่อห้วนๆ ไม่มีคำว่า คุณ ขึ้นต้นเหมือนอย่างคนอื่น

“จริงเหรอคะคุณมล อืม แปลกจังนะ ปกติธามไม่เคยคุยกับคนที่เพิ่งรู้จักครั้งแรกได้นานขนาดนี้นี่นา ถ้าไงเดี๋ยวเมนี่จะลองเข้าไปถามดูให้แล้วกันค่ะ คุณมลนั่งรอสักครู่นะคะ”

คำตอบที่ได้รับจากบรรณาธิการสาวใหญ่ทำให้มณิการ์รู้สึกแปลกใจไม่น้อย เธอจึงรับอาสาเป็นคนเข้าไปดูลาดเลาให้ก่อน พลางบอกให้อีกคนนั่งรอที่โซฟาตัวเดิม ส่วนตัวเองนั้นรีบเดินไปยังหน้าประตูของของเพื่อนชายคนสนิทที่มีตำแหน่งเป็นถึงประธานของบริษัท มือเรียวเคาะประตูสองสามครั้ง ก่อนจะกดคันโยกแบบเขากวางเพื่อเปิดประตูห้อง แต่กลับต้องแปลกใจมากไปกว่าเดิมเมื่อพบว่ากลอนประตูถูกล็อกเอาไว้จากภายใน ทำอะไรของเขานะ น่าสงสัยจัง

สาวสวยทายาทร้านทองชื่อดังที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ บ่นพึมพำกับตัวเองอย่างข้องใจ เพราะปกติแล้ว ประธานหนุ่มเพื่อนของเธอแทบจะไม่เคยล็อกประตูห้องทำงานเลยด้วยซ้ำ นอกเสียจากเวลาที่เขาอยู่ทำงานจนดึกดื่นและเพลียเกินกว่าที่จะกลับบ้าน จึงอาศัยโซฟาตัวยาวต่างที่นอน โดยไม่ต้องกังวลนักเพราะภายในห้องทำงานใหญ่บนเนื้อที่เกือบครึ่งหนึ่งของทั้งชั้นนั้น มีห้องน้ำที่ใหญ่และกว้างขวางพอที่จะวางอ่างอาบน้ำขนาดย่อมไว้ในนั้นได้อย่างสบาย แต่นี่ยังอยู่ในเวลาทำงาน มิหนำซ้ำเขายังไม่ได้อยู่ในห้องเพียงลำพังด้วย เพราะจากคำบอกเล่าของนฤมล เธอจึงรู้ว่ามีสไตลิสต์อีกคนที่ตัวเองได้ทาบทามไว้อยู่ข้างในห้องนั้นด้วย

ความสงสัยใคร่รู้บวกกับความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ ทำให้มณิการ์ชั่งใจอย่างหนักว่าจะยอมล่าถอยไปหรือจะไขกุญแจเปิดเข้าไปให้รู้ดำรู้แดงเลยดี หลังจากที่ปล่อยให้ความคิดของตนทุ่มเถียงกันจนเริ่มเวียนหัว ที่สุดแล้วเธอก็จำต้องยอมทำตัวเป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นสักครั้งหนึ่ง เพื่อแลกกับการได้รู้ความจริงเบื้องหลังประตูบานนั้น หญิงสาวเบนสายตามองไปยังโต๊ะยาวของสองเลขานุการสาวที่ว่างเปล่าเพราะพวกเธอทั้งคู่เพิ่งขอตัวลงไปรับประทานอาหารกลางวันอย่างโล่งใจ ก่อนจะล้วงมือลงไปในกระเป๋าถือแบรนด์เนมสุดหรูแล้วควานหากุญแจสำรองที่เคยขอจากชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของห้องเอาไว้เมื่อไม่นานมานี้

มือขาวเนียนที่โผล่พ้นแขนเสื้อสูทสีขาวครีมที่ยื่นออกไปเสียบกุญแจแล้วหมุนเปิดกลอนอย่างเบามือและค่อยๆ เปิดประตูแง้มเข้าไปด้วยความลุ้นระทึก พลันก็ต้องตกตะลึงตาค้างกับสิ่งที่ได้เห็นจะๆ เต็มสองลูกตา ภาพบทรักอันแสนเร่าร้อนระหว่างเพื่อนชายของเธอกับผู้หญิงอีกคนปรากฏให้เห็นอยู่ต่อหน้า หลังจากที่หญิงสาวเคยแต่ทนนอนฟังเสียงครวญครางกระเส่าอยู่ข้างห้องมานมนาน ใบหน้านวลร้อนวาบขึ้นมาเมื่อได้มาเห็นฉากเลิฟซีนสดๆ ของเพื่อนชายที่เธอแอบรักกับผู้หญิงอีกคนที่เธอไม่เคยเห็นหน้าค่าตามาก่อนสักครั้งในชีวิต

ใจหนึ่งอยากกรีดร้องให้ลั่น เพื่อหวังให้สองหนุ่มสาวที่กำลังทำเรื่องน่าอับอายอยู่ในห้องทำงานซึ่งล้อมรอบไปด้วยกระจกบานใสที่เพียงติดฟิล์มกรองแสงสีเข้มมิหนำซ้ำยังอยู่ในเวลาทำงานอีกนั้น แยกออกจากกันโดยไว แต่อีกใจก็รู้ดีว่าเป็นเรื่องส่วนตัวที่ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวทั้งที่อยากขัดขวางทั้งคู่ใจจะขาดก็ตาม เพราะคิดว่าหากเธอเข้าไปในห้องตอนนี้ หรือแม้แต่ทำให้เจ้าของห้องต้องอับอายต่อคนภายนอกแล้วล่ะก็ อาจจะพานถูกโกรธเกลียดจนถึงขั้นไม่มองหน้ากันเลยก็ได้

ต่อ

ในที่สุดมณิการ์ก็ตัดสินใจปิดประตูห้องและลงกลอนเอาไว้เช่นเดิม พร้อมกับแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นด้วยไม่อยากจะสูญเสียความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนกับชายหนุ่มที่ตนแอบหมายปองมานานและไม่กล้าแม้จะเอ่ยคำสารภาพรักกับเขา ก่อนที่หญิงสาวจะเดินกลับมาแจ้งแก่บรรณาธิการสาวใหญ่ที่มีสีหน้าร้อนรนระคนเป็นห่วงลูกน้องของตนที่ยังอยู่ในห้องกับเพื่อนชายคนสนิทของเธอเพียงสองต่อสอง

“สงสัยว่าสองคนนั้นจะเคยรู้จักกันมาก่อนน่ะค่ะ เมนี่เห็นพวกเขากำลังพูดคุยกันท่าทางสนิทสนมจนไม่กล้าเข้าไปรบกวนเชียวล่ะ และดูเหมือนว่าคงต้องรออีกสักพักกว่าจะคุยกันเสร็จน่ะค่ะ อืม นี่ก็เกือบจะบ่ายโมงแล้ว คุณมลคงยังไม่ได้ทานข้าวกลางวันเลยใช่ไหมคะ เมนี่ว่าระหว่างรอธามกับเพื่อนของเขาคุยกัน เราไปทานข้าวที่ห้องอาหารชั้นล่างก่อนดีไหมคะ”

เมื่อนฤมลได้รู้ความเป็นไปของลูกน้องสาวคนโปรดแล้ว สาวใหญ่จึงค่อยวางใจขึ้นมาบ้าง พลางถอนหายใจยาวคล้ายพี่สาวที่โล่งอกเพราะเป็นห่วงกลัวน้องสาวต้องตกอยู่ในอันตราย แต่เมื่อได้รับการยืนยันจากหญิงสาวทายาทเศรษฐีห้างทองก็ค่อยเบาใจ และยอมตอบรับคำเชิญชวนของคนอ่อนวัยกว่าด้วยสีหน้าดีขึ้นกว่าเดิมมาก

ผิดกับผู้แจ้งข่าวสารที่แอบทำหน้าเศร้าเพราะคาดไม่ถึงว่าจะได้มาเห็นภาพโจ๋งครึ่มระหว่างคนที่ตนแอบรักกับหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้น ซึ่งเป็นคนที่เธอเลือกสรรมาเองกับมือ แม้จะยังแปลกใจอยู่บ้าง เพราะที่ผ่านมาแม้ชายหนุ่มจะทำตัวเป็นเพลย์บอยเจ้าสำราญปากว่ามือถึงขนาดไหน แต่ก็ไม่เคยถึงกับใช้ห้องทำงานเป็นสนามรักเช่นนี้มาก่อน ดูท่าทางสไตลิสต์สาวคนนั้นคงโดนใจเจ้าของห้องเข้าอย่างจัง ถึงได้หลงลืมไปว่ายังอยู่ในเวลางาน แถมหัวหน้าของผู้หญิงคนนั้นก็ยังนั่งรออยู่หน้าห้องเสียด้วย

                               

                กว่าประตูห้องทำงานของธามจะเปิดออกก็กินเวลาไปเกือบถึงสิบห้านาฬิกา ประธานหนุ่มค่อยๆ เยี่ยมหน้าออกมาเมียงมอง สายตาสอดส่องมองหาร่างของสาวใหญ่ที่มาพร้อมกันกับคนในห้อง แต่กลับพบเพียงเพื่อนสนิทอย่างมณิการ์ที่นั่งอยู่เพียงลำพังบนโซฟารูปครึ่งวงกลมฝั่งตรงข้าม ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นหญิงสาวนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะราวกับกำลังใช้ความคิด แต่กลับไม่พบใครอีกคนที่เขาลืมไปเสียสนิท และทิ้งให้รออยู่นอกห้องเป็นนานสองนาน

ธามเขาก้าวออกมาจากห้องโดยไม่ลืมปิดประตูให้สนิท เพราะกลัวใครจะเข้าไปเห็นสไตลิสต์สาวที่นอนแผ่หลาอย่างหมดเรี่ยวหมดแรงอยู่บนโซฟารับแขกของเขา พลางเอ่ยถามเพื่อนสาวทายาทร้านทองด้วยท่าทางตื่นๆ เหมือนคนมีพิรุธ

                “อ้าว เมนี่ มาตั้งแต่เมื่อไหร่นะ แล้ว เอ่อ เห็นคุณนฤมลไหม”

                เสียงห้าวของชายหนุ่มทำให้มณิการ์เงยหน้าขึ้นมอง ที่จริงเธอเห็นตั้งแต่เขายื่นหน้าออกมาจากประตูห้องแล้ว แต่ไม่อยากเป็นฝ่ายทักก่อน เพราะกลัวจะทำใจไม่ได้และเผลอต่อว่ารุนแรงออกไปเกี่ยวกับเรื่องน่าอายที่เขาทำกับสไตลิสต์สาวคนนั้น จึงได้แต่รอให้เขาเดินเข้ามาหา และแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนั้นบ้าง

                “ว่าไงคะ คุยกับคุณรวินันท์เสร็จแล้วเหรอ พอดีเมนี่มาเจอคุณนฤมลเขานั่งรออยู่หน้าห้องพอดี ก็เลยชวนไปทานข้าวน่ะค่ะ แล้วก็เลยคุยรายละเอียดของงานเพิ่มเติมนิดหน่อย ธามล่ะ ทานอะไรหรือยัง ให้เมนี่โทรสั่งอาหารขึ้นมาให้ธามกับ เอ่อ เพื่อนของธามไหม”

มณิการ์ตอบพลางส่งยิ้มหวานให้เขา ทั้งที่ในใจรวดร้าวจนแทบอยากกรี๊ดดังๆ ใส่หน้าคนตัวสูงให้ได้หูชากันไปข้างหนึ่ง โทษฐานที่ทำให้เธอเสี่ยงต่ออาการอิจฉาตาร้อนจนตาแทบบอดเพราะถูกความรักมอดไหม้จะแย่อยู่แล้ว แต่สิ่งที่แสดงออกไปก็เพียงแค่ยิ้มหน้าแดงวูบร้อนวาบไปเมื่อนึกถึงภาพที่ได้เห็น พลางเล่าว่าเธอได้พบกับนฤมลแล้ว และพูดคุยเรื่องงานกันจนเสร็จเรียบร้อย ก่อนจะบอกให้บรรณาธิการสาวใหญ่กลับไปก่อน เพราะประธานหนุ่มกับลูกน้องโปรดคงมีเรื่องให้พูดคุยกันอีกยาว กว่าจะเสร็จสิ้น การทำความรู้จัก อย่างถึงเนื้อถึงตัวเช่นนี้

“อ้อ งั้นเหรอครับ ขอบคุณมากนะเมนี่ คุณนี่เป็นที่พึ่งของผมเสมอเลยนะ แต่ผมว่าวันนี้เมนี่กลับไปก่อนก็ได้ พอดีผมยังมีเรื่องที่ต้องคุยกับคุณสไตลิสต์เขาอีกนิดหน่อย ก่อนจะเริ่มงานจริงพรุ่งนี้น่ะ เอาไว้กลับไปแล้วผมค่อยโทร. คุยกับคุณแล้วกันนะครับ”

ประธานหนุ่มพยักหน้ารับพลางยกมือลูบศีรษะคนที่นั่งอยู่เบาๆ พร้อมกับหยอดคำหวานส่งไปกับรอยยิ้มกว้างโชว์เขี้ยวเก๋ตรงมุมปากให้อีกฝ่ายอย่างเอาใจ

“ก็ได้ค่ะ ถ้างั้นเมนี่กลับก่อนนะคะ”

“ครับผม แล้วเจอกันนะ”

ธามโบกมือให้เพื่อนสาวคนสนิทด้วยรอยยิ้มบางๆ รอจนกระทั่งมณิการ์เก็บข้าวของที่วางกองระเกะระกะบนโต๊ะลงกระเป๋าของตน ก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกไปที่ลิฟต์แล้ว ประธานหนุ่มจึงหันกลับมาสั่งการสองเลขานุการสาว พร้อมกับเอ่ยกำชับเสียงเข้ม

“ช่วยยกเลิกนัดทุกอย่างของวันนี้ให้ผมด้วยนะ ส่วนเอกสารพวกนั้นเอากองไว้นั่นแหละ ไว้ผมเสร็จธุระแล้วจะออกมาเซ็นให้ ถ้าได้เวลาเลิกงานแล้วก็กลับได้เลยนะไม่ต้องรอผม อ้อ อีกอย่าง ถ้ามีใครมาขอพบอีกให้บอกไปว่าผมไม่อยู่ ติดประชุมหรือไม่ก็ออกไปข้างนอกนะ อย่าให้ใครเข้ามารบกวนเด็ดขาดนะครับ”

ลูกน้องสาวทั้งสองพร้อมใจกันพยักหน้าหงึกหงัก เพราะเกรงจะถูกอาละวาดใส่เหมือนเมื่อเย็นวานอีก พวกเธอยังจำได้ดีว่าประธานหนุ่มรูปหล่อที่มักจะยิ้มแย้มแจ่มใสและพูดคุยทักทายกับลูกน้องทุกคนอย่างเป็นกันเองเสมอคนนั้น จะกลายมาเป็นคนอารมณ์ร้อน ขี้หงุดหงิด ขี้โวยวาย ตลอดจนแสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดยามโมโหร้ายใส่คนรอบข้างอย่างไม่ไว้หน้าใคร ราวกับผืนมหาสมุทรที่เงียบสงบแปรเปลี่ยนเป็นพายุทะเลคลั่งโหมกระหน่ำพัดเข้าสู่ฝั่งไม่ยั้งได้น่ากลัวขนาดไหน ครั้นเห็นว่าเจ้านายหนุ่มของพวกเธอเดินกลับเข้าห้องทำงานไปแล้ว สองสาวจึงพากันถอนหายใจอย่างโล่งอก ที่วันนี้ไม่ถูกพายุอารมณ์ของธามพัดกระหน่ำเข้าใส่อีกระลอก

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #670 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 21:08
    เมนี่  เห็นหนังสด หรอ 
    #670
    0
  2. #424 aoistar (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 / 00:07
    หวังว่าเมนี่คงไม่ร้ายใส่วินะ
    #424
    0
  3. #297 tungkn4841 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 01:03
    นายธามจะมาไม้ไหนอีก เมื่อรวินันท์ตื่นขึ้น



    .... รอไรเตอร์มา up ต่อ
    #297
    0
  4. #296 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 21:57
    มันน่าจับตีก้นซะให้เข็ด
    #296
    0
  5. #295 รักข้าว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 21:35
    อัพอัพอัพอัพ
    #295
    0
  6. #294 รสนิยมเกย์ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 21:34
    เป็นกะลังใจให้นะค่ะ
    #294
    0
  7. #293 มดน้อย (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 21:34
    พระเอกโหดจัง

    สงสารนางเอก

    #293
    0
  8. #292 jeabkiss (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 18:36
    นายธามจอมหื่นจะทำยังไงกับหนูวิต่อไปล่ะเนี่ย
    #292
    0
  9. #291 mook (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 17:20
    555+

    0 OH
    #291
    0
  10. #290 punch (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 16:22
    แล้วจะบอกให้วิรู้มั้ยเนี่ย ว่ารักหรืออะไรนายธาม
    #290
    0
  11. #289 wiwie_nmk21 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 11:24

    โอ๊ะ โอ !!
    นางเอกจะโดนอะไรมั้นเนี่ย?

    #289
    0
  12. #288 JJ.. (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 01:22

    คุณธามคะ ทำร้ายพี่สาวคคนสวยยย จนเขาอับอายคุณเมนี่เเล้วเนี่ยยรู้บ้างไหมมม

    #288
    0
  13. #287 yumekana (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 01:13
     
    กรรมของเวร
    นี่นายยังไม่พอใจอีกเหรอนายธาม
    เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง
    คิดบ้างไหมว่า
    ต่อแต่นี้ไป หนูวิจะสู้หน้าใครได้อีก
    #287
    0
  14. #286 tungkn4841 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 01:00




    น่าเห็นใจเมนี่ รักเข้าข้างเดียว ทำทุกอย่าเพื่อเขาแต่เขาก็ไม่เห็นคุณค่า ต่างกับอีกคนรวินันท์ พยายามหนีแต่กลับต้องเจอ....อย่างนี้มันพรหมลิขิตหรือปล่าว ( แอบเชียร์จ๊ะ)



    รอไรเตอร์มา up ต่อ.....
    #286
    0
  15. #284 kaaka (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 22:17

    โอ้แม่เจ้า ธามจ๋า ช้ามากเลยนะใครเค้าจะรอกันจ๊ะ
    สงสารเมนี่จริง แต่อยากให้แสดงออกมาเลยว่าทนไม่ได้ ฉันเห็นนะว่าทำอะไรกัน
    เพราะถ้าเมนี่แสดงออกมาแบบนี้จะดีกว่าที่แสดงออกให้ธามเห็นว่าเป็นเพื่อนที่ดี
    อ่านแล้วเจ็บปวดแทน แถมกว่าว่าเธอจะร้ายอ่ะ เสียดายเธอ เพราะเมนี่คือคนที่ส่งวิมาหาธามอีกครั้ง อิอิ

    #284
    0
  16. #283 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 21:56
    แหมๆ นายธามนี่ มัวแต่ 'ทำความรู้จัก' กับคุณพี่สไตลิสต์คนสวยจนลืมเวล่ำเวลาเชียวนะคะ ข้าวปลากะไม่กินกันเลยรึไง ว่าแต่ทำไมน้องหนูเมนี่ถึงได้ใจเย็นเป็นน้ำแข็งได้ขนาดนี้นะเนี่ย เชื่อเขาเลยอะ
    #283
    0
  17. #282 jeabkiss (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2553 / 19:00
    มารอที่เหลือค่ะพี่สาว
    #282
    0
  18. #281 tungkn4841 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 23:53
    นายธามเปลี่ยนดอกกุญแจ ..... โดยด่วน แม้จะรู้ว่าทั้งคู่ทำเรื่องไม่ค่อยดี แต่ทำอย่างไรได้ความรักมันไม่เข้าใครออกใครน่ะ รอไรเตอร์มา up ครบ 100
    #281
    0
  19. #280 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 23:01
    อิตาบ้าธามเอ้ยยยยยยยยยยยยยย
    จะทำอะไรหัดรู้มั่งว่ากุญเเจสำรองอยู่ที่ไหน กรี๊ดดดดดดดดดดด
    เเล้วยัยวิจะทำไงฟระ????????????????
    #280
    0
  20. #279 darika-grammy (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 20:38
    โอ๊ะ โอ มีคนเห็นซะแล้ว 
    #279
    0
  21. #278 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 13:12

    เจ๊วิ จะถูกมองว่าไม่ดีไหมเนี๊ย

    #278
    0
  22. #277 yumekana (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 13:04
      

    งานเข้าแล้ว
    แบบนี้ คนที่โดนมองไม่ดีเนี่ย
    หนูวิ ชัวร์
    เฮ่อ 
    ดวงตก ชะตาขาดจริง ๆ
    ไปสะเดาะเคราะห์ซะนะหนูเอ๋ย
    #277
    0
  23. #276 ชิลิ (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 11:04
    ทำไมไม่เคาะประตูก่อนห่ะ !!!!!
    #276
    0
  24. #275 tungkn4841 (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 01:25
    ทั้งคู่จะแก้ไขสถานการณ์อย่างไร เมื่อเมมี่รู้แล้ว
    #275
    0
  25. #274 impression (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2553 / 00:42
    เป็นไงล่ะ หื่นจนได้เรื่องเลย
    #274
    0