ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 17 : บทที่ 17 แฟนหนุ่มผู้แสนดี (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    12 ก.ย. 53

บทที่ 17 แฟนหนุ่มผู้แสนดี

                เสียงเคาะประตูดังขึ้นหน้าห้อง พร้อมกับเสียงของชายหนุ่มคนรักที่ดังแว่วเข้ามา ทำให้รวินันท์ต้องรีบปาดน้ำตาที่ไหลหลั่งลงมาราวทำนบกั้นเขื่อนแตกนั้นมือเป็นระวิง เธอพยายามลุกขึ้นจากเตียงช้าๆและพยุงตัวเกาะไปตามผนังเพื่อที่จะออกไปเปิดประตูให้ภวัฐเข้ามาภายในห้อง โชคดีที่อาการเจ็บปวดนั้นทุเลาลงไปมากแล้ว เธอจึงสามารถลุกขึ้นเดินเหินด้วยตัวเองได้แม้ว่าจะยังหลงเหลือความเจ็บระคนเสียวซ่านที่ตรงศูนย์กลางของร่างกายอยู่บ้างก็ตามที

                เมื่อประตูเปิดอ้าออกกว้าง ภวัฐก็ได้เห็นว่าแฟนสาวของตนยืนเกาะขอบประตูด้วยท่าทางสะโหลสะเหล ดวงตาแดงก่ำและบวมช้ำราวกับคนอดหลับอดนอนมาทั้งคืน เขารีบปราดเข้ามาหาเธอด้วยความเป็นห่วงอย่างยิ่ง เมื่อหญิงสาวร่างบางนั้นทำท่าว่าจะยืนไม่อยู่คล้ายจะล้มมิล้มแหล่เสียให้ได้

                ชายหนุ่มรีบวางถุงข้าวต้มที่ซื้อติดมือมาฝากคนป่วยไว้บนหลังตู้เก็บของตรงใกล้ๆ กับประตูห้อง แล้วรีบหันมาประคองหญิงสาวเอาไว้ในอ้อมแขน เขาพาเธอเดินมานั่งลงที่โซฟาตรงโซนห้องรับแขกพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน มือใหญ่แตะหลังมือเบาๆ อังอยู่บนหน้าผากของหญิงสาวเพื่อวัดอุณหภูมิในร่างกายของเธอ แต่ก็ไม่พบอาการไข้ขึ้นสูงอย่างที่นึกกังวล จึงค่อยเบาใจลงบ้าง

                ไหนดูซิครับว่าเป็นไข้หรือเปล่า อืม ตัวก็ไม่ร้อนนะ แล้วนี่อาการดีขึ้นรึยังครับ รู้ไหมวิ เมื่อเช้าผมเป็นห่วงคุณมากเลยนะ

                ยังมึนๆ อยู่นิดหน่อยแต่ก็ดีขึ้นมากแล้วค่ะ พรุ่งนี้คงไปทำงานได้ อืม แล้วนี่วัฐทานอะไรมาหรือยังคะ

                รวินันท์ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขา ด้วยความรู้สึกผิดราวกับมีชนักปักอยู่บนหลัง จึงทำได้เพียงก้มหน้าลงมองมือของตัวเองที่วางอยู่บนตัก และเอ่ยถามกลับไปบ้าง

                ยังเลยครับ พอดีว่าวันนี้งานยุ่งๆ น่ะ แล้วผมก็อยากรีบเคลียร์งานให้เสร็จจะได้กลับมาดูแลคุณด้วย ก็เลยยังไม่ได้ทานอะไรเหมือนกัน จริงสิ ลืมไปเลย ผมซื้อข้าวต้มมาฝาก ยังร้อนๆ อยู่เลย เดี๋ยวผมไปเทใส่ชามมาให้นะครับ วิรอตรงนี้แป๊บนึงนะ” 

                ชายหนุ่มเอ่ยตอบพร้อมกับทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้ เมื่อรวินันท์พยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงตอบรับ เขาจึงรีบกุลีกุจอไปหยิบถุงข้ามต้มเจ้าอร่อยที่เผลอลืมวางไว้บนหลังตู้ตรงหน้าห้องแล้วผลุบหายเข้าไปตรงส่วนที่เป็นห้องครัวเล็กๆ เพื่อจัดการเตรียมอาหารสำหรับทั้งคู่ทันที โดยมีสายตาของหญิงสาวเจ้าของห้องมองตามชายหนุ่มไปจนกระทั่งลับหายจากสายตา               

                แม้ว่าสายตาของหญิงสาวจะมองตามคนที่เดินหายเข้าไปยังห้องครัวก็ตาม แต่สมองของเธอนั้นกลับเหม่อลอยนึกไปถึงชายหนุ่มอีกคนอย่างอดไม่ได้ ความเจ็บปวดทางกายคล้ายจะตอกย้ำภาพติดตาเดิมๆ จากเมื่อคืนที่ยังคงฝังอยู่ในความทรงจำของเธอมาจนถึงตอนนี้ ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นใช้กำลังข่มเหงรังแกเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดค่ำคืนอันยาวนาน ถึงแม้ทีแรกเธอจะขัดขืนและปัดป้องให้พ้นจากการกระทำของเขา ทว่า ท้ายที่สุดแล้วเธอก็ยอมที่จะตอบสนองต่อเขาอย่างเต็มใจ แม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการที่เธอยินยอมโอนอ่อนตามความต้องการของเขานั้นเพียงเพราะไม่อยากให้เขาโกรธและเอาความไม่พอใจนั้นไปลงที่แฟนหนุ่มผู้แสนดีของเธอแทน แต่ลึกๆ แล้วรวินันท์เองก็ยอมรับว่าเธอไม่ได้รู้สึกรังเกียจอะไรเขามากมายนัก ตรงกันข้ามเธอกลับรู้สึกอ่อนไหวไปกับสัมผัสของเขาเสียด้วยซ้ำ

                “มาแล้วครับ ข้าวต้มหมูร้อนๆ เจ้าอร่อย”

                เสียงของภวัฐที่ดังนำมาก่อนตัวปลุกให้หญิงสาวที่กำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองต้องหันไปมองและได้เห็นภาพของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคนรักของเธอนั้น กำลังถือถาดใบใหญ่ที่มีชามสองใบวางอยู่เดินตรงเข้ามาหา

“ว้าว! น่าทานจังเลยค่ะวัฐ”

                เมื่อชามข้าวต้มใบหนึ่งถูกวางลงตรงหน้า รวินันท์ก็ถึงกับอุทานออกมา เมื่อกลิ่นหอมหวนโชยขึ้นมาแตะจมูกจนเริ่มรู้สึกหิวขึ้นมาตะหงิดๆ

                “ผมเห็นว่าวิไม่ค่อยสบาย ได้ทานอะไรที่มันร้อนๆ หน่อยน่าจะดีกว่าก็เลยซื้อข้าวต้มมาให้ ทานเยอะๆ เลยนะครับ จะได้หายไวๆ”

                “ขอบคุณมากนะคะวัฐ”

                ชายหนุ่มยิ้มรับคำขอบคุณนั้นอย่างโล่งใจเมื่อเห็นหญิงสาวที่ดูราวกับหุ่นกระบอกเดินได้เมื่อครู่นี้เริ่มมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างแล้ว ใบหน้าซีดเซียวแทบไร้สีเลือดของเธอที่ได้เห็นในตอนแรกนั้นทำเอาหัวใจของเขาแทบร่วงลงไปกองอยู่ที่ตาตุ่ม และไม่อยากคิดต่อเลยว่าหากเธอป่วยหนักขึ้นมาหรือเป็นอะไรไปโดยที่เขาไม่รู้เรื่องทั้งที่อยู่เพียงห้องตรงข้ามกันเท่านั้น หัวใจของเขาจะเจ็บปวดชอกช้ำสักเพียงไหน ดูเหมือนว่าความรักที่เขามีให้เธอนั้นมันช่างมากมายจนแทบไม่อาจพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้จริงๆ

                เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ คนป่วยก็จัดการกับข้าวต้มชามโตจนหมดเกลี้ยงพร้อมกับเอ่ยชมไม่ขาดปากว่าอร่อยสมกับที่คนซื้อมาฝากได้โฆษณาสรรพคุณบอกเอาไว้จริงๆ ภวัฐได้แต่ยิ้มรับคำชมนั้นด้วยท่าทีเก้อเขินเหมือนกับว่าเขาเป็นคนปรุงข้าวต้มชามนั้นเสียเองอย่างไรอย่างนั้น สร้างความรู้สึกขบขันให้กับคนที่ออกปากชมไม่น้อย จนเผลอส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ และพาให้อีกคนต้องหัวเราะตามไปด้วย บรรยากาศภายในห้องจึงอบอวลไปด้วยเสียงหัวร่อต่อกระซิกของหญิงสาวชายหนุ่มอยู่เป็นนานสองนาน

                “ขอบคุณวัฐมากๆ เลยนะคะ ถ้าไม่ได้วัฐสักคน วิคงแย่เลยเนอะ”

                รวินันท์กล่าวขอบคุณชายหนุ่มอีกครั้ง หลังจากเขาช่วยจัดการล้างทำความสะอาดถ้วยชามให้จนเรียบร้อย และประคองพาเธอมานั่งลงที่เตียงนอน พลางหันไปหยิบยาแก้ปวดศีรษะและแก้วน้ำเปล่ามาส่งให้

                “ไม่เป็นไรหรอกครับ เรื่องแค่นี้เอง ก็ผมเป็นแฟนของวินี่ครับ เพื่อวิแล้วต่อให้ต้องขึ้นเขาลงห้วยลำบากลำบนขนาดไหน ผมก็พร้อมจะทำครับ”

                ภวัฐเอ่ยตอบกลับไป พลางมองสบตาหญิงสาวด้วยแววตาจริงใจ แต่อีกฝ่ายกลับหลบตาวูบมองไปอีกทางด้วยยังรู้สึกละอายแก่ใจเหลือเกินนัก ที่เผลอปล่อยตัวปล่อยใจไปกับผู้ชายอีกคน ทั้งที่คนตรงหน้าช่างแสนดีกับเธอจนแทบหาใครมาเปรียบไม่ได้

                “ขอโทษนะคะวัฐ วิขอโทษจริงๆ”

                จู่ๆ ความรู้สึกผิดก็แล่นขึ้นมาจนหญิงสาวรู้สึกแน่นหน้าอกไปหมด น้ำตาหยดแหมะลงบนหลังมือของตนอย่างกลั้นไม่ไหว เธอไม่เหมาะสมที่จะเป็นแฟนของเขาเลย ไม่คู่ควรกับคนดีๆ เช่นเขาสักนิด หากย้อนเวลากลับไปได้ เธอจะไม่ยอมให้เรื่องเมื่อคืนนี้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่สายน้ำไม่มีวันไหลย้อนกลับ เช่นเดียวกับกาลเวลาที่หากปล่อยให้มันผ่านพ้นไปแล้ว ก็ไม่สามารถหวนกลับไปแก้ไขสิ่งใดที่เกิดขึ้นในอดีตได้อีก สิ่งเดียวที่รวินันท์พอจะทำได้ก็คือเก็บความลับเรื่องน่าอับอายนั้นเอาไว้กับตัวเองให้มิดชิดที่สุดเท่าที่จะทำได้ จะให้แฟนหนุ่มของเธอล่วงรู้เรื่องนี้ไม่ได้อย่างเด็ดขาด

                “ขอโทษ? เรื่องอะไรกันครับวิ แล้วนี่ร้องไห้ทำไม ดูสิตาแดงก่ำเป็นกระต่ายแล้วนะ โอ๋ๆ ไม่ร้องนะครับคนดีของวัฐ”

                ภวัฐมีสีหน้าตกใจเป็นอันมาก เมื่อได้เห็นคนรักของเขากำลังร่ำไห้อย่างหนักโดยไม่ทราบสาเหตุ ชายหนุ่มย่อตัวลงนั่งเคียงข้างเธอ ก่อนจะรวบร่างบางเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดพลางเอ่ยปลอบโยนราวกับอีกฝ่ายเป็นเด็กเล็กๆ ก็ไม่ปาน เขารอจนกระทั่งเสียงร่ำไห้ของรวินันท์เงียบลงแล้ว เหลือเพียงเสียงสะอื้นเบาๆ เท่านั้น จึงค่อยคลายอ้อมกอดของตนออก มือใหญ่ยกขึ้นมาปาดน้ำตาที่รินไหลลงมาจากดวงตาคู่งามของหญิงสาวออกอย่างเบามือ

ต่อ

                “มีอะไรอยากเล่าอยากระบายให้ผมฟังหรือเปล่าครับ ปกติวิเป็นคนเข้มแข็งนี่นา ร้องไห้แบบนี้แสดงว่าต้องมีเรื่องไม่สบายใจแน่ๆ เลย ใช่เรื่องอาการป่วยของคุณแม่คุณหรือเปล่าครับ”

                หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยการสั่นหน้าจนเส้นผมกระจาย เธอกำลังชั่งใจอยู่ว่าควรจะบอกความจริงแก่เขาไปหรือไม่บอกดี และหากเขารู้เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแล้วเขาจะรู้สึกรังเกียจเธอขึ้นมาหรือเปล่า ความรู้สึกสับสนทำให้รวินันท์ได้แต่กลอกตาไปมาและปิดปากเงียบไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ

ภวัฐลองเดาสุ่มหาสาเหตุอาการของหญิงสาวคนรัก เมื่อรู้สึกได้ว่าเธอคงมีเรื่องบางอย่างในใจแต่ไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ แต่เขาก็ไม่อยากจะคาดคั้นอะไรกับเธอนัก ได้แต่คิดไปว่าหากเธอพร้อมเมื่อไรก็คงจะยอมเปิดปากบอกกับเขาเองอย่างเช่นทุกครั้ง

“วิ เอ่อ วิขอโทษที่...ที่ทำให้วัฐเป็นห่วงนะคะ วิเสียใจที่รบกวนเวลามีค่าของวัฐ แถมยังต้องลำบากมาคอยดูแลอย่างนี้อีกทั้งที่งานของวัฐก็ยุ่งมาก”

ในที่สุดรวินันท์ก็ยอมเปิดปากพูดขึ้นหลังจากเงียบไปนาน แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมดแก่เขา และเลือกที่จะเก็บงำความลับนั้นต่อไป เพราะอย่างไรเสียเธอก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกับผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว หากจะพยายามคิดเอาว่ามันคือฝันร้าย ที่พอตื่นขึ้นมาก็จะค่อยๆ จางหายไปจากความทรงจำได้เอง เธอจะพยายามคิดเช่นนั้น แม้ว่ามันจะยากสักเพียงไรก็ตามที

“อย่าเรียกว่ารบกวนเลยครับ ผมเป็นแฟนคุณนะวิ การที่ผมมาคอยดูแลคุณแบบนี้มันเป็นความเต็มใจของผมอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรสักหน่อย บอกแล้วไงครับเพื่อคนที่ผมรัก ผมยอมทำได้ทุกอย่าง อย่าคิดมากนะ”

ชายหนุ่มกุมมือหญิงสาวคนรักเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะยกขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา พร้อมกับมองหน้าเธอด้วยแววตาที่แสดงออกถึงความรักที่เปี่ยมล้นอยู่ในหัวใจของเขา ทำเอาคนถูกมองรู้สึกว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าว ความอบอุ่นจากริมฝีปากของเขาค่อยๆ ซึมซาบเข้ามาในหัวใจของเธอทีละน้อย จนแทบกลั้นน้ำตาแห่งความตื้นตันเอาไว้ไม่อยู่ อดรู้สึกไม่ได้ว่าเธอช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกที่มีคนดีๆ อย่างเขาคอยอยู่เคียงข้างกายเสมอมาเช่นนี้     

                ขอบคุณมากค่ะวัฐ ขอบคุณจริงๆ

                วิขอบคุณผมหลายรอบแล้วนะครับ เปลี่ยนคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นแทนได้ไหมเนี่ย

                ภวัฐเอ่ยพลางทำสายตาวับวาว พร้อมกับเอียงแก้มข้างหนึ่งไปใกล้ๆ เขายกนิ้วขึ้นจิ้มไปบนแก้มป่องของตัวเองแทนคำพูด รวินันท์อมยิ้มน้อยๆ กับท่าทางของชายหนุ่มคนรัก ก่อนจะค่อยๆ กดปลายจมูกของตนลงบนแก้มใสของเขาตามคำขอโดยไม่มีอาการบ่ายเบี่ยงเหมือนอย่างคราวก่อนๆ เลยสักนิด สร้างความแปลกใจให้กับคนที่เพิ่งถูกหญิงสาวหอมแก้มแทนคำขอบคุณนั้นเป็นอันมาก

                “หืม? เมื่อกี้วิหอมแก้มผมจริงๆ เหรอเนี่ย ฝันไปรึเปล่านะ โอ๊ย เจ็บ ไม่ใช่ฝันนี่ ไหนๆ ก็ไหนๆแล้ว ขออีกทีได้ไหมครับ นะๆ”

                เมื่อเห็นชายหนุ่มทำท่าคะยั้นคะยอพร้อมกับส่งสายตาเว้าวอนอย่างออดอ้อน ก็ทำเอารวินันท์อดรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็ยอมทำตามขอร้องนั้นแต่โดยดี คนที่พึงพอใจกับรางวัลถึงสองครั้งสองคราแล้วนั้นจึงได้ขอตัวกลับไปที่ห้องเมื่อเห็นว่าอาการของคนรักดีขึ้นมากแล้ว  หญิงสาวจึงเดินไปส่งเขาที่หน้าประตูห้องพร้อมกับโบกมือลาแล้วจึงปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาตามที่เจ้าของห้องฝั่งตรงข้ามกำชับเอาไว้เป็นอย่างดี

                เมื่อผู้มาเยือนกลับห้องของตัวเองไปแล้ว หญิงสาวเจ้าของห้องจึงเดินกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงด้วยความเหน็ดเหนื่อยและอ่อนล้า พลางถอนหายใจยาวออกมาเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่ทันได้นับ เนื่องจากทุกครั้งที่หลับตาลง เธอก็จะมองเห็นแต่ภาพใบหน้าของคนๆ นั้นลอยเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจนท่ามกลางความมืดมิด ยิ่งเมื่อเธอนึกถึงสัมผัสของเขาเมื่อไร ร่างกายก็เกิดมีปฏิกิริยาแปลกประหลาด ผิวกายเต้นเร่าๆ ด้วยความร้อนรุ่มและครอบคลุมไปทั่วร่างคล้ายกับว่าเธอกำลังถูกเปลวไฟแห่งความปรารถนาลุกโชนขึ้นมาแผดเผาจนแทบมอดไหม้เป็นเถ้าถ่านอย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวได้แต่นอนตัวสั่น สองมือโอบกอดตัวเองเอาไว้คล้ายจะปลอบประโลมให้ความรู้สึกบางอย่างที่มีต่อผู้ชายคนนั้นสงบลงไปเสียที

               

แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในห้องสีขาว กระทบเข้ากับใบหน้าสวยหวานของชายหนุ่มร่างกำยำที่นอนแผ่หลายกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างครุ่นคิดในสภาพกึ่งเปลือยอยู่บนผ้าปูที่นอนสีครีม เขาขยับพลิกตัวไปมาอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจลุกพรวดขึ้นจากเตียง แล้วเดินลิ่วๆ ตรงเข้าห้องน้ำไป

ธามยืนนิ่งมองคนที่อยู่ในกระจก สิ่งที่สะท้อนออกมานั้นเป็นภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่แลดูโทรมอย่างหนักคล้ายกับซอมบี้หรือผีดิบก็ไม่ปาน ผมสั้นๆ พันกันยุ่งจนแทบไม่เป็นทรง ใบหน้าที่เคยขาวเนียนใสกลับมีร่องรอยของความหม่นหมอง อีกทั้งขอบตาดำคล้ำราวกับคนที่ไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาทั้งคืนนั้น แทบไม่เหลือเค้าเดิมของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงคนเก่าเลยแม้แต่น้อย

จะให้เขานอนหลับลงไปได้อย่างไร เมื่อรอยคราบเลือดที่หยดเปื้อนเป็นรอยด่างดวงบนผ้าปูที่นอนนั้น คอยแต่จะทำให้เขานึกถึงภาพของหญิงสาวจอมดื้อขึ้นมาอยู่ร่ำไป แล้วแบบนี้เขาจะทำใจลืมเลือนเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างเธอและเขาไปได้เมื่อไรกัน ชายหนุ่มถอนหายใจยาวก่อนจะเปิดก๊อกอ่างล้างหน้า แล้ววักน้ำขึ้นมาใส่ใบหน้าของตนแรงๆ หวังจะให้ความเย็นชุ่มฉ่ำของกระแสน้ำเรียกความเป็นตัวเองกลับมาอีกครั้ง

                ธามยืนหลับตานิ่งงันอยู่ใต้ฝักบัว ปล่อยให้ละอองน้ำที่ซ่านกระเซ็นนั้นไหลหลั่งพร่างพรูลงมากระทบร่างแกร่งของตนอยู่พักใหญ่เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดในจิตใจที่สะสมมาตั้งแต่เมื่อคืนให้ไหลไปกับกระแสน้ำ และเตรียมตัวเองให้พร้อมกับการเริ่มงานในวันใหม่ หลังจากที่เมื่อวานได้แต่กองมันทิ้งไว้บนโต๊ะด้วยรู้สึกว่าตนไม่มีสมาธิในการทำงานเอาเสียเลย

                ไม่นานเขาก็ออกมาจากห้องน้ำและแต่งตัวด้วยชุดใหม่พร้อมที่จะไปทำงานอย่างเช่นทุกวัน โดยไม่คิดที่จะหันกลับมามองรอยเลือดที่แห้งกรังบนผ้าปูที่นอนของตนอีกเลย เห็นทีวันนี้เขาคงต้องโทรศัพท์เรียกแม่บ้านจากคฤหาสน์หลังใหญ่ให้มาช่วยทำความสะอาดบ้านเสียหน่อยแล้ว และถ้าหากทำได้ เขาก็อยากจะปัดกวาดภาพความทรงจำต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับหญิงสาวนิรนามคนนั้นออกไปจากสมองเขาด้วยซ้ำไป

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #1040 วนัน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2554 / 15:07
    สนุกนะคะ
    #1,040
    0
  2. #668 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มกราคม 2554 / 20:40
    รู้สึกผิดแทนวิ จังเลย
    #668
    0
  3. #422 aoistar (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 23:19

    ไม่รู้สงสารใครดี วิ ธาม วัฐ น่าสงสารทุกคน แง้

    #422
    0
  4. #261 JJ.. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2553 / 22:50

    ลืมไม่ลงหรอกค่าพี่ทามมมม

    #261
    0
  5. #192 ถักฝัน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กันยายน 2553 / 09:09

    ว้า  สงสารพี่ธามจังเลย

    #192
    0
  6. #144 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 23:39
    เอายังไงต่อไปล่ะทั้งสองคนเลย เห่อๆๆๆๆ เมื่อไหร่จะเจอกันอีกน้า~
    #144
    0
  7. #143 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 22:50
     สงสารวิที่สุดเลย
    #143
    0
  8. #137 jeabkiss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 14:35
    สงสารวิจังคงกลืนไม่เข้าคายไม่ออกน่าดูเลย
    #137
    0
  9. #136 yumekanau (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2553 / 23:14
       
    เฮ่อ สงสารหนูวิจัง
    #136
    0
  10. #135 kaaka (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2553 / 21:47
     โธ่ วิจ๋า ต้องใช้เวลาเนอะเรื่องอย่างนี้ สงสารอ่ะ
    #135
    0
  11. #134 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 23:49
     สงสารจังเลย
    #134
    0
  12. #130 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 21:58
    เห็นวัฐเเล้วลดการเชียร์พี่ยุนไปบัดดล ใครจะดีได้เท่านเนี๊ย 5555
    #130
    0
  13. #129 jeabkiss (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 18:16
    สงสารวิจังแล้วอย่างนี้วิจะกล้าบอกความจริงวัฐหรือเนี่ย
    #129
    0
  14. #128 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 15:44

    ง่า คงรู้สึกแย่มากเลยซิน๊ค๊

    #128
    0
  15. #127 ถักฝัน (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 กันยายน 2553 / 11:45
    รอลุ้นยู่นะค่ะ พี่แพร์ อิอิ...


    ...ว่าธามจะเอาอย่างไงต่อไป คริๆ

    #127
    0
  16. #125 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 22:03
    โถๆ นายวัฐ พระรองผู้แสนดีของเรา น่าสงสารจัง จะรู้มั้ยเนี่ยว่าแฟนตัวเองดันไปมีอะไรกับผู้ชายคนอื่นซะแล้ว

    คงรอติดตามกันต่อไปว่า วิจะเก็บความลับเอาไว้ได้นานแค่ไหน
    #125
    0
  17. #124 kaaka (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 21:52
    เฮ้อออออ สงสาจังอารมณ์สับสนของหัวใจ รู้สึกว่าตัวเองผิด
    #124
    0
  18. #123 yumekanau (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กันยายน 2553 / 21:51
     
    สงสารทั้งคู่เลย
    ทั้งนายวัฐและหนูวิ
    #123
    0