ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 14 : บทที่ 14 ใต้ผ้าห่มอุ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,536
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    28 ส.ค. 53

บทที่ 14 ใต้ผ้าห่มอุ่น

                แสงแดดแรงๆ ที่สาดส่องเข้ามาผ่านช่องว่างระหว่างม่านหน้าต่างสีน้ำตาลอ่อน สะท้อนมายังเปลือกตาของหญิงสาวที่กำลังนอนทอดกายเหยียดยาวอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มคนหนึ่ง

“เช้าแล้วเหรอเนี่ย”

 รวินันท์ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย เธอกะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับดวงตาให้ชินกับแสงสว่างภายในห้อง พลางขยับกายเล็กน้อย ก่อนจะที่พบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคนภายใต้ผ้าห่มสีครีมผืนหนา ความทรงจำที่เลือนรางค่อยๆ กระจ่างชัดเจนขึ้นมา พลันภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนได้ย้อนกลับเข้ามาสู่ห้วงคำนึงของหญิงสาวอีกครั้ง ดวงตาคมจ้องมองไปยังใบหน้ารูปสามเหลี่ยมของชายหนุ่มที่ยังคงนอนหลับตาพริ้มด้วยใบหน้าเปี่ยมไปด้วยความสุขข้างกายเธอ

ดวงหน้าขาวใสเกลี้ยงเกลาไร้ร่องรอยสิวฝ้ารับกับเรือนผมสั้นสีน้ำตาลแกมทองที่โดดเด่นจนสะดุดตา ยามเมื่อแสงแดดส่องเข้ามากระทบ เรียวคิ้วหนาที่เรียงตัวกันเป็นเส้นโค้งได้รูป แพขนยาว จมูกโด่งเป็นสันนูน ริมฝีปากบางมีสีแดงระเรื่อเจืออยู่ ทำให้ใบหน้าของเขาไม่ได้ดูหล่อคมเข้มเหมือนอย่างเหล่าชายหนุ่มทั่วไป แต่กลับดูดีมีเสน่ห์เหมือนอย่างพวกดาราหนุ่มในหนังซีรี่ส์เกาหลีที่กำลังฮิตติดลมบนอยู่ในขณะนี้

                หญิงสาวแทบไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มรูปหล่อหน้าตาดี ดูเหมือนคนมีการศึกษา จะทำสิ่งที่น่าละอายกับเธอได้ถึงเพียงนี้ นี่แหละหนาที่โบราณเขาว่าไว้ รู้หน้าไม่รู้ใจ คนที่ภายนอกดูดีแต่แท้ที่จริงแล้วเนื้อแท้ข้างในนั้นไม่มีใครรู้เลยว่าเป็นอย่างไร

                รวินันท์น้ำตารื้นขึ้นมาอีกครั้ง ความรู้สึกอัปยศอดสูนำพาความเศร้าโศกโหมกระหน่ำซ้ำซัดเข้ามาจนทำให้เธอต้องร่ำไห้ออกมาจนตัวโยน เมื่อนึกขึ้นมาว่าตนได้สูญเสียสิ่งล้ำค่าที่ลูกผู้หญิงทุกคนหวงแหนเอาให้กับชายคนนี้ไปเสียแล้ว สิ่งสำคัญที่เธอตั้งใจจะมอบมันให้กับคนที่เธอรัก ในคืนวันวิวาห์ถูกพรากเอาไปอย่างไม่เหลือชิ้นดี

                ร่างที่สั่นไหวไปตามแรงสะอื้นนั้นทำให้ธามรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขาลืมตามองหญิงสาวที่นอนร้องไห้น้ำตาไหลพรากอยู่ในอ้อมกอดแล้วก็ให้รู้สึกสงสารเธอจับใจ เมื่อคืนเขาทำเรื่องไม่ดีกับเธอเอาไว้มากมายเพียงเพื่ออยากจะเอาชนะคนหัวดื้อที่ชอบทำเป็นอวดเก่งไม่เกรงกลัวใครหน้าไหนอย่างไร้เหตุผล

ไม่เพียงเท่านั้น ร่างกายของเธอยังทำให้เขารู้สึกมีความสุขล้นและอิ่มเอิบใจจนแทบไม่สามารถหาคำมาบรรยายได้ มันเป็นความรู้สึกแปลกใหม่อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมาก่อน แต่ไม่นึกเลยว่าความสุขของเขาจะนำมาซึ่งความเจ็บปวดของหญิงสาวได้ถึงเพียงนี้ ใบหน้างามที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาทำให้หัวใจที่เต็มไปด้วยแรงทิฐิมานะของชายหนุ่มอ่อนยวบลงมาจนรู้สึกโหวงเหวงอย่างไรพิกล เขาเอื้อมมือออกไปหมายจะช่วยเช็ดน้ำตาที่หยาดหยดลงมามิหยุดหย่อนนั้น พร้อมกับเอ่ยเบาๆ กับเธออย่างคนสำนึกผิด

                “ผม เอ่อ ผมเสียใจนะ เรื่องเมื่อคืนถ้าผมรู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของคุณผมคงไม่...”

เสียงของธามคล้ายจะทำให้คนในอ้อมกอดรับรู้ว่าเขาตื่นแล้ว มือใหญ่จึงถูกปัดออกพร้อมๆ กับที่หญิงสาวพยายามใช้สองมือเล็กนั้นผลักไสร่างเขาให้ออกห่าง แต่อ้อมแขนแข็งแรงนั้นก็ยังไม่ยอมคลายลงไปเสียที เธอเริ่มรู้สึกเหนื่อยจึงได้แต่นอนนิ่งๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและแหบพร่า

                “เสียใจอย่างนั้นเหรอ เมื่อคืนฉันทั้งขอร้องทั้งอ้อนวอนคุณแทบตายแต่คุณก็ไม่ฟัง แล้วยังมีหน้ามาพูดแบบนี้อีกหรือไง ถ้าคุณตื่นแล้วก็ถอยออกไปเสียที ฉันจะกลับบ้านแล้ว”

                คำพูดของรวินันท์กระแทกใจชายหนุ่มเข้าอย่างจังจนถึงกับจุกพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่ยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เป็นความผิดของตัวเองเต็มประตูและยังเป็นเรื่องที่ไม่สมควรได้รับการให้อภัยเลยสักนิด ที่ผ่านมาเขาไม่เคยคิดที่จะฝืนบังคับใจใครให้ยอมตกเป็นของเล่นชั่วคราวยามค่ำคืนของเขาแม้เพียงสักครั้ง พวกผู้หญิงเหล่านั้นเองต่างหากที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเขาและยอมรับที่จะมีความสัมพันธ์ทางกายด้วยกันอย่างเต็มใจ จะมีก็แต่คนตรงหน้านี้นี่แหละที่ทำให้ทิฐิครอบงำจิตใจของเขากระทั่งทำเรื่องชั่วช้าสามานย์แบบนั้นกับเธอไปได้ลงคอ

                ชายหนุ่มคิดอยากจะขอโทษ แต่ก็หน้าเจื่อนและจำต้องกลืนคำๆ นั้นลงไปเมื่อได้เห็นสายตาที่แสดงออกมาว่าเธอโกรธและเกลียดเขาถึงเพียงไหน วูบหนึ่งที่เขารู้สึกเจ็บปวดในอกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก คล้ายกับว่าดวงตาคมของหญิงสาวกำลังส่งกระแสจิตบังคับให้มีดเล่มหนาปักลงมาตรงกลางใจของเขาอย่างไรอย่างนั้น

                แต่แล้วก็เหมือนมีสัญชาตญาณบางอย่างบอกกับเขาว่า บางทีผู้หญิงคนนี้อาจเป็นคนที่เขากำลังรอคอยอยู่ก็ได้ คนที่จะมาทำให้หัวใจที่ด้านชาได้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มจึงคิดหาวิธีเพื่อพยายามรั้งเธอเอาไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ด้วยอยากแน่ใจว่าเธอจะใช่คนๆ นั้นจริงหรือเปล่า หากเขามีโอกาสได้ทำความรู้จักและพูดคุยกับเธอมากกว่านี้ก็คงดี               

            แต่ว่าในหมู่บ้านนี้มันหารถลำบากนะ อีกอย่างชุดของคุณก็ยังอยู่ในรถด้วย ให้ผมไปส่งคุณก็แล้วกัน

ไม่ต้องเลย ฉันกลับเองได้ คุณไม่จำเป็นต้องมาทำดีกับฉันเพราะคิดอยากจะแสดงความรับผิดชอบกับเรื่องเมื่อคืนนี้หรอก ฉันก็แค่ทำตามข้อตกลงของเราเท่านั้นและมันก็สิ้นสุดลงแล้วด้วย ถ้าเข้าใจแล้ว ต่อไปนี้ก็กรุณาอย่ามามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตของฉันและแฟนของฉันอีก ได้ยินหรือเปล่า

                หญิงสาวบอกปฏิเสธน้ำใจเขาอย่างไร้เยื่อใย เธอเจ็บปวดมากพอแล้วกับการกระทำอันป่าเถื่อนราวกับสัตว์เดรัจฉานของเขาจนแทบไม่อยากเห็นหน้าเขาอีกแม้เพียงเสี้ยววินาที พร้อมกับกล่าวย้ำเรื่องข้อตกลงระหว่างเธอและเขาที่มีขึ้นก่อนการแข่งขันประลองความเร็วนั้นว่าเธอได้ทำตามคำพูดของตัวเองแล้ว

                และตอนนี้เธออยากจะรีบกลับไปที่ห้องพักของตัวเองแทบใจจะขาด ด้วยหวั่นวิตกกังวลไม่รู้ว่าป่านนี้คนรักของเธอจะตื่นแล้วหรือยัง แล้วเขาจะรู้ไหมนะว่าเธอไม่ได้กลับไปนอนที่ห้องเลยทั้งคืน แถมยังลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาด้วยเสียอีก เขาคงเป็นห่วงเธอแน่ๆ หากเขามาเคาะประตูแล้วไม่ได้ยินเสียงเธอตอบกลับไปเหมือนทุกที

                 ในขณะที่รวินันท์กำลังตกอยู่ในภวังค์ความคิดกังวลของตัวเองอยู่นั้น ความรู้สึกตื่นเต้นของธามที่กำลังคิดจะสานต่อความสัมพันธ์ของตนกับคนตรงหน้าก็มีอันต้องพังครืนลงมาทันที เมื่อคำว่า แฟนของฉัน ที่หญิงสาวเอ่ยมานั้นทำให้เขาถึงกับสะอึกราวกับเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเธอเป็นคนที่มีเจ้าของแล้ว และเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ทำให้เธอยอมทำทุกอย่างที่เขาต้องการนั้นก็เพียงเพื่อไม่อยากให้เขาไปยุ่งกับคนรักของเธอนั่นเอง

ใบหน้าของธามหงอลงทันใด เขาถอนหายใจยาวอย่างคนผิดหวัง รู้สึกเหมือนหัวใจที่กำลังจะพองโตเมื่อครู่นี้ห่อเหี่ยวลงทันใดเมื่อคิดไปว่าหญิงสาวคงรักแฟนหนุ่มของเธอมาก จนยอมได้ทุกอย่างแม้กระทั่งเอาชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงเพียงเพื่อขอให้ผู้ชายคนนั้นรอดพ้นจากการถูกเขาและพรรคพวกรุมทำร้ายอย่างนี้

แต่กระนั้นธามก็ยังไม่ได้ถอดใจเสียเลยทีเดียว เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าบางทีเขาอาจมีสิทธิ์เหนือกว่าผู้ชายที่ชื่อภวัฐคนนั้นก็เป็นได้ เพราะอย่างน้อยเขาก็ได้ครอบครองร่างกายของหญิงสาวไปแล้ว หากคิดจะครอบครองหัวใจของเธอเพิ่มอีกสักอย่างก็ดูไม่เห็นว่ามันจะยากเย็นตรงไหน

ชายหนุ่มหลับตาลงพลางคลี่ยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี เมื่อนึกไปถึงความเร่าร้อนที่เขาได้รับจากเรือนกายอันแสนเย้ายวนของเธอเมื่อคืนนี้มิรู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง พลันเสียงของคนที่อยู่ในอ้อมแขนก็ตวาดแว้ดขึ้นมาเสียงดังจนเขาตกใจแทบหงายหลังลงจากเตียง

“นี่! คุณจะปล่อยฉันไปได้หรือยัง ฉันบอกว่าจะกลับบ้าน หูหนวกรึไง”

            โอ๊ย เบาๆ ก็ได้ครับคุณผู้หญิง เสียงดังไปสามบ้านแปดบ้านแล้ว อยากให้คนอื่นเขารู้นักหรือไงว่าคุณมาทำอะไรที่บ้านผมเนี่ย”

                คำพูดของชายหนุ่มทำให้รวินันท์ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองโดยอัตโนมัติ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่าทำไมเธอจะต้องกลัวด้วยในเมื่อแถวนี้ก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับบ้านคนรู้จักของเธอเสียหน่อย อีกอย่างคนที่บังคับพาเธอมาที่นี่ก็คือเขา ใช่ว่าเธอวิ่งตามเขามาเองเสียที่ไหนกัน พออ้าปากจะเถียงได้ไม่ทันไร ริมฝีปากอิ่มของเธอก็ถูกเขาเอามือปิดเอาไว้สนิทจนได้ยินแต่เพียงเสียงอู้อี้ในลำคอเท่านั้น

                “ก็ดี ให้คนอื่นเขารู้ไปเลยว่าคุณหลอกพาผู้หญิงมาข่ม...อุ๊บ...อื้อๆ”

                “แหม อย่าพูดแบบนั้นสิครับ เมื่อคืนเรายังสนุกด้วยกันอยู่เลยนะ ใจร้ายจังมาว่าผมฝ่ายเดียวได้ยังไง ปากดีแบบนี้เดี๋ยวก็จูบอีกซะเลยดีไหม หืม?”

                ธามแกล้งพูดหยอกเย้าแม้จะรู้อยู่แก่ใจดีว่าคนที่รู้สึกสนุกมีแต่เพียงเขาฝ่ายเดียวเท่านั้น แต่พอเห็นเธอทำท่าอวดเก่งเข้าหน่อย ความรู้สึกอยากเอาชนะก็หวนกลับคืนมาอีกครั้ง เขาแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองพลางแสร้งทำสายตาหื่นกระหาย คนตัวเล็กในอ้อมแขนของเขารีบสั่นหน้าดิกแทนคำปฏิเสธทันที ชายหนุ่มจึงคลี่ยิ้มน้อยๆ ออกมา ก่อนจะเอ่ยต่อโดยที่มือยังไม่ละไปจากริมฝีปากของหญิงสาว

“ตามข้อตกลงเมื่อคืน ผมบอกว่าจะปล่อยคุณก็ต่อเมื่อผมจะบอกว่าพอใจใช่ไหม เพราะอย่างนั้นคุณจะต้องให้ผมไปส่งแล้วผมจะไม่มายุ่งกับคุณและแฟนของคุณอีก ตกลงไหมครับ

รวินันท์แทบอยากจะร้องกรี๊ดใส่หน้าเขาเต็มกำลัง ทำไมคนๆ นี้ถึงได้ชอบบังคับขู่เข็ญคนอื่นให้ทำตามความต้องการของตัวเองนักนะ แต่เธอก็ต้องยอมจำนนทนข่มความโมโหของตัวเองเอาไว้ เพื่อหวังให้ชีวิตของเธอและคนรักได้อยู่อย่างสงบและไม่ต้องมาพบเจอหน้าคนบ้ากามแบบนี้อีกต่อไปแล้ว จึงพยักหน้าถี่ๆ แทนคำตอบ

                ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของเขา ก่อนจะปล่อยร่างของเธอให้เป็นอิสระ เขายันกายขึ้นและลุกจากเตียงเดินไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองที่วางกองอยู่กับพื้นมาไว้ในมือทีละชิ้นอย่างไม่รีบร้อนที่จะสวมใส่มัน โดยไม่สนใจสายตาของหญิงสาวที่ยังนอนอยู่บนเตียงว่าจะรู้สึกอย่างไรบ้าง อาจเพราะเขาเคยชินแล้วกับเรื่องแบบนี้ แต่อีกคนนั้นไม่ใช่เลย

                ว้าย! คุณนี่ มาเดินโทงๆ แบบนี้ ไม่มียางอายเลยหรือไง

รวินันท์ร้องอุทานเสียงหลง เมื่อได้เห็นเรือนร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่มมาเดินวนเวียนอยู่ต่อหน้าต่อตาในระยะห่างเพียงเอื้อมมือเช่นนี้ ใบหน้าของหญิงสาวก็เริ่มร้อนผ่าวและกลายเป็นสีแดงก่ำขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด จนต้องรีบสะบัดหน้าไปทางอื่นทันที เธออดสงสัยไม่ได้ว่าผู้ชายคนนี้มียังมีความรู้สึกกระดากอายหลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า

“เอ๊ะ วันนี้มือเป็นอะไรนะหยิบอะไรก็ร่วงหมดเลย อีกอย่างเมื่อคืนคุณก็เห็นผมโป๊ไปแล้วนี่นา น่าจะชินได้แล้วนะครับ ว่าแต่มองตาเป็นมันแบบนี้ ชักรู้สึกติดใจผมแล้วสิท่า ในใจคุณคงกำลังแอบคิดว่าผู้ชายคนนี้หุ่นน่าฟัดดีชะมัด แน่ๆ เลยใช่ไหมครับ”

ธามรู้สึกขำกับคำพูดของหญิงสาว ยิ่งเห็นเธอมีปฏิกิริยากับร่างเปลือยของเขามากเท่าไร ก็ยิ่งนึกอยากแกล้งให้เธอขัดเขินมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงแกล้งทำเป็นมือไม้อ่อนหยิบจับเสื้อผ้าชิ้นไหนก็ร่วงแล้วหล่นอีกอยู่หลายครั้ง พร้อมกับพูดหยอกเย้าอีกฝ่ายอย่างนึกขบขันกับอาการของหญิงสาวที่ดูเหมือนจะผ่านโลกมาหลายปีดีดัก ทว่า กลับยังไร้เดียงสาและอ่อนต่อโลกนัก

“ยี้...คนทุเรศ ใครเขาไปติดใจคุณกัน อย่ามาทำหลงตัวเองหน่อยเลย รีบๆ ไปเอาเสื้อมาให้ฉันสักทีสิ ฉันจะกลับบ้านๆๆๆ”

รวินันท์หลับตาปี๋ เมื่อคนที่คิดว่าตัวเองหุ่นน่าฟัด เดินฉวัดเฉวียนเข้ามาเฉียดใกล้ที่เตียงอยู่เรื่อยราวกับกำลังกลั่นแกล้งเธออย่างไรอย่างนั้น หญิงสาวจึงคว้าเอาหมอนใบโตบนที่นอนนั้นขว้างปาใส่เขาเป็นพัลวันทั้งที่ยังไม่ลืมตาพร้อมกับส่งเสียงร้องประท้วงซ้ำๆ ดังลั่น กระทั่งได้ยินเสียงเปิดประตูเปิดและปิดลงแล้วเท่านั้นแหละ เธอจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น และพบว่าชีเปลือยหนุ่มที่เดินล่อนจ้อนไปมาเมื่อครู่ได้เดินออกจากห้องไปแล้ว

หญิงสาวถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นทาบอกตัวเองเมื่อรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลันเมื่อได้เห็นร่างเปล่าเปลือยของเขา พลางนึกจินตนาการไปตามคำพูดของชายหนุ่มเมื่อถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวภายในห้อง

ร่างสูงโปร่งเพรียวบางขาวนวลเนียนอย่างผู้หญิงราวกับคนที่ไม่เคยถูกแดดเผา ทว่า แผ่นอกกว้างรวมทั้งหน้าท้องแบนราบเรียบนั้นก็ยังพอมีมัดกล้ามเนื้อให้เห็นอยู่บ้างแม้จะไม่มากนัก เขาอาจไม่ใช่ชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันอย่างคนอื่นทั่วๆ ไป ท่าทางก็ดูออกจะเจ้าสำอางค์น้อยๆ ด้วยซ้ำ แต่นั่นก็อาจเรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของเขาเช่นกัน

เมื่อสมองของหญิงสาวค่อยๆ จินตนาการลงไปยังส่วนล่างของร่างกายที่ต่ำกว่าบั้นเอวนั้น เธอก็รีบสะบัดหน้าแรงๆ ไล่ความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปทันที พลางคิดว่าเธอคงเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เผลอไปชื่นชมร่างกายอันงดงามสมเป็นชายชาตรีของเขาอย่างนั้น ทั้งที่เขาคือคนที่มาพรากเอาความบริสุทธิ์ไปจากเธอแท้ๆ เชียว

รวินันท์พยายามตั้งสติอีกครั้งก่อนที่จะเหลือบไปเห็นนาฬิกาดิจิตอลที่โต๊ะตรงข้างเตียงของชายหนุ่ม ตัวเลขอารบิกสีดำขนาดใหญ่บอกเวลาสิบห้านาฬิกายี่สิบเก้านาที หญิงสาวรู้สึกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อพบว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาเช้าตรู่ แต่เป็นเวลาเกือบจะบ่ายคล้อยเต็มทีแล้ว ตายล่ะ นี่เธอเผลอหลับไปนานขนาดนี้เชียวหรือ

หญิงสาวอดคิดไปต่างๆ นานาไม่ได้ว่าแฟนหนุ่มของเธอจะเป็นห่วงมากหรือเปล่า เขาจะรู้ไหมว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องมาตั้งแต่เมื่อคืน แล้วเขาจะไปทำงานตามปกติหรือยังรอเธออยู่ที่ห้องกันนะ เมื่อตอนที่ออกมาจากห้องเธอก็รีบร้อนมากจนลืมหยิบโทรศัพท์มือถือมาด้วยอีก ได้แต่ภาวนาในใจหวังว่าเขาคงจะจำได้ที่เธอบอกเขาไปเมื่อคืนว่าไม่สบาย บางทีเขาอาจไปทำงานเพียงลำพังเพราะต้องการให้เธอนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่ห้องก็เป็นได้

นึกได้เช่นนั้นรวินันท์ก็รีบสปริงตัวลุกขึ้นจากเตียงเพราะกลัวว่าถ้าไปช้ากว่าเวลาที่เขากลับมาจากทำงาน อาจจะถูกสงสัยเอาได้ เธอไม่อยากให้เขาต้องมารับรู้เรื่องน่าอับอายนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อหญิงสาวก้าวเท้าลงจากเตียงก็ต้องพบว่าขาของตัวเองแทบจะไม่มีแรงที่จะทรงตัวอยู่ได้เลย อีกทั้งตรงบริเวณสะโพกของเธอรู้สึกปวดแปลบร้าวระบมไปหมด เธอพยายามกัดฟันทนข่มความเจ็บแล้วฝืนลุกขึ้นยืนอีกครั้ง แต่แล้วก็มีอันต้องล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดท่า

“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”

                เป็นจังหวะเดียวกับที่ธามเดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับเสื้อผ้าชุดเก่าของหญิงสาวเข้าพอดี เขาจึงโยนของในมือเอาไว้บนเตียงอย่างไม่สนใจไยดี พลางตรงรี่เข้ามาช่วยพยุงร่างของหญิงสาวที่ลงไปนั่งอย่างหมดแรงอยู่บนพื้นด้วยความเป็นห่วง

                “ก็เจ็บน่ะสิ ถามมาได้ เพราะคุณคนเดียวเลยรู้ไหมเนี่ย โอย...สะโพกฉัน”

                หญิงสาวร้องโอดโอยขึ้นมา พร้อมกับปัดมือคนที่เป็นต้นเหตุของความเจ็บปวดออกไปแล้วพยายามจะตะกายเตียงขึ้นมายืนด้วยตัวเองอีกครั้ง

                “ไม่ไหวหรอกคุณ ให้ผมช่วยเถอะ”

                “ไม่ต้องมายุ่งหรอกน่า ฉันดูแลตัวเองได้”

ธามเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นสภาพอันทรุดโทรมของหญิงสาวที่ผ่านศึกหนักมาทั้งคืน                 เขายืนมองคนที่บอกว่าดูแลตัวเองได้ ทำท่าจะยืนไหวแต่ก็ซวนเซไปทางด้านข้างหวุดหวิดจะล้มลงมาอีกครั้ง คราวนี้เขารีบยื่นมือออกไปคว้าร่างบางเอาไว้ทันก่อนที่เธอจะล้มลงพร้อมช้อนร่างเธออุ้มขึ้นแนบอก แล้วเดินลิ่วๆ ไปทางห้องน้ำ

                ว้าย! นายจะอุ้มฉันทำไมเนี่ย ฉันเดินเองได้ ปล่อยฉันนะ

                ก็เห็นคุณบอกว่าจะรีบไป มัวแต่ทำท่าเป็นยายแก่เดินยักแย่ยักยันอย่างนี้ เมื่อไรจะได้กลับบ้านล่ะครับ เอาอย่างนี้ เดี๋ยวผมช่วยอาบให้แล้วกันจะได้เสร็จเร็วๆ

                รวินันท์ร้องเสียงหลงพลางดิ้นเร่าๆ พยายามให้หลุดจากอ้อมแขนของเขาอย่างร้อนรน เมื่อภาพเหตุการณ์เมื่อวานย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะไม่รู้สึกรู้สาเลยสักนิด เขาเดินอุ้มเธอเข้าห้องน้ำไปแล้วจัดการอาบน้ำอาบท่าให้อย่างรวดเร็ว มิหนำซ้ำตอนออกมาจากห้องน้ำเขายังช่วยแต่งตัวให้เธออีก โดยที่ตลอดเวลานั้นเขาไม่ได้ทำมิดีมิร้ายอะไรกับเธอเลยแม้แต่น้อย สร้างความประหลาดใจให้กับหญิงสาวยิ่งนัก

                เมื่อทั้งคู่ขึ้นมาอยู่บนรถสปอร์ตสีแดงคันงามของธามแล้ว รวินันท์จึงบอกจุดหมายปลายทางซึ่งเป็นที่พักอาศัยของเธอแก่เขา ก่อนจะหันมาลอบมองใบหน้าด้านข้างของชายหนุ่มด้วยความรู้สึกพิศวงงงงวยกับท่าทางของเขาที่เปลี่ยนไปชนิดที่เรียกว่าพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

                คุณนี่เป็นคนหลายอารมณ์รึไง เหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อวานเลย

ผมถือว่าคุณทำตามข้อตกลงแล้วก็เป็นอันจบ ผมเป็นคนรักษาสัญญาครับ

สารถีหนุ่มหันมายิ้มแป้นให้รวินันท์ ก่อนที่เขาจะเบนความสนใจกลับไปยังถนนเบื้องหน้าอีกครั้ง หญิงสาวแทบไม่อยากจะเชื่อว่าคนลามกจอมเอาเปรียบอย่างเขาจะทำตามข้อตกลงอย่างที่พูดได้โดยไม่มีการตุกติกหรือมีเงื่อนไขอื่นใดแอบแฝง แต่ถ้าหากเป็นอย่างนั้นจริงเธอก็จะพยายามลืมเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้เสียให้หมดสิ้นไปจากความทรงจำโดยเร็ว

หญิงสาวไม่แน่ใจว่าแฟนหนุ่มของเธอจะเสียใจมากขนาดไหน หากล่วงรู้ว่าเธอเคยมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายคนอื่นมาก่อนแทนที่เขาจะได้เป็นผู้ชายคนแรกของเธอ อย่างที่เธอเคยพร่ำบอกเขาเสมอว่าหากยังไม่ได้แต่งงาน เธอก็ไม่พร้อมจะมีความสัมพันธ์ทางกายกับใคร แม้จะมีความรักเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ก็ตาม แต่สุดท้ายแล้วกลับต้องกลืนน้ำลายตัวเองเมื่อมาพลาดท่าเสียทีให้กับผู้ชายที่นั่งอยู่ข้างกายคนนี้ไปแล้ว

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #166 tungkn4841 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 17:45
    จะได้ถึงบ้านหรือปล่าว หนูวิ
    #166
    0
  2. #119 ถักฝัน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 กันยายน 2553 / 10:41
    โอ้  ธามเจ้าเล่ห์จริงๆ
    #119
    0
  3. #95 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2553 / 22:30
    พี่ธามรู้ที่อยู่ อย่างนี้คิดว่าจะรอดไม๊คะหนูวิ 55555555555555555
    #95
    0
  4. #93 yumekanau (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2553 / 00:24
       

    กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริงแล้ว
    นี่ต่างหากที่น่ากลัวยิ่งกว่า
    เพราะหนูวิจะเผชิญหน้ากับชีวิตที่เปลี่ยนไปอย่างไร

       
    #93
    0
  5. #92 kaaka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2553 / 21:21
    อ๊ายยยยยยๆๆๆ  หวั่นไหวกันทั้งสองฝ่ายเลยนะเนี่ย
    #92
    0
  6. #91 jeabkiss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2553 / 20:25
    แล้ววิจะทำยังไงต่อไปกันล่ะเนี่ยน่าสงสารจัง
    #91
    0
  7. #90 rosslyn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2553 / 19:01
    Rawinun figt fight!
    #90
    0