ลิขิตพิษสวาท

ตอนที่ 11 : บทที่ 11 กับดักหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,991
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    21 ส.ค. 53

บทที่ 11 กับดักหัวใจ

“ตกลงว่าตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่คะ”

นานทีเดียวที่ทั้งคู่ประสานสายตากัน แต่แล้วฝ่ายแรกกลับกลายเป็นคนที่ยอมล่าถอยไปเสียเอง ธามเบนสายตาจากใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตานั้น แล้วแสร้งทำเป็นหันไปให้ความสนใจกับเครื่องเสียงติดรถยนต์ชั้นดีตรงคอนโซลด้านหน้ารถแทน มือเรียวเอื้อมไปกดปุ่มเปิด พลันเสียงดนตรีแนวแจ๊ซผสมทำนองแบบบอสซาโนวาหวานๆ ก็ดังขึ้นมาทำลายความเงียบงันระหว่างคนทั้งคู่

ชายหนุ่มเอาแต่นิ่งเงียบพลางหันไปมองยังม่านน้ำสีขาวเทาเบื้องหน้าแทน ที่จริงเขาก็ไม่ค่อยเข้าใจตัวเองนักว่ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ที่ผ่านมาไม่ว่าหญิงสาวคนไหนที่ได้พบเจอกับเขาเป็นต้องตกหลุมเสน่ห์ในความหล่อเหลาของเขาแทบทุกราย แต่ทำไมกับหญิงสาวคนนี้จึงไม่ได้ผลเลยสักนิด

อีกอย่างเขาก็เป็นคนที่ไม่เคยใส่ใจกับน้ำตาของพวกผู้หญิงบางคนที่เขาเปรียบเทียบเอาว่าเป็นเหมือนของเล่นชิ้นใหม่น่าตื่นเต้นเร้าใจที่เขาคว้าเอามาเล่นสนุกด้วยเพียงชั่วข้ามคืน พอถึงยามเมื่อเขาประกาศกร้าวตัดขาดความสัมพันธ์หลังเสร็จสิ้นภารกิจทางอารมณ์และความต้องการของตัวเองแล้ว ต่อให้พวกเธอเหล่านั้นทั้งอ้อนวอนร้องขอ บางคนถึงกับยอมแม้กระทั่งนั่งกอดขาเขาอยู่บนพื้นเพื่อหวังให้เขาสานต่อความสัมพันธ์ด้วย แต่เขาก็ไม่ได้สนใจไยดีมันเลยสักครั้ง

แล้วทำไมน้ำตาของผู้หญิงคนนี้ถึงได้มีอิทธิพลกับอารมณ์ความรู้สึกของเขานักเล่า หรือจะเป็นเพราะร่องรอยของน้ำตาซึ่งมาพร้อมกับแววตาแข็งกร้าวที่บ่งบอกว่าหญิงสาวจะไม่มีวันตกลงไปอยู่ในหลุมกับดักวังวนความปรารถนาที่ต้องการจะครอบครองร่างกายและหัวใจเขาอย่างเช่นที่คนอื่นๆ ปรารถนา หรืออาจเป็นเพราะว่าท่าทางดื้อรั้นดึงดันที่จะเอาชนะเขาให้ได้ทั้งที่ปากก็พร่ำร้องขอให้เขาคืนความเป็นอิสรเสรีภาพแก่เธอแต่โดยดี

สองสิ่งที่แลดูขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิงในความคิดของเขาแต่มันกลับรวมกันอยู่ในตัวของเธอคนนี้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ และมันก็ทำให้เขาถึงกับวางตัวไม่ถูกเอาเสียเลยว่าจะยอมโอนอ่อนผ่อนตามคำพูดขอร้องที่บอกให้ปล่อยเธอไปหรือจะลองยั่วโมโหคนตรงหน้าให้รู้สึกสะใจดูอีกสักครา แบบไหนดีนะที่เขาควรจะทำในเวลาอย่างนี้

ในที่สุดธามก็ตัดสินใจลองโยนหินถามทางด้วยการบอกถึงเหตุผลที่เขาเอาตัวเธอมาด้วยในตอนนี้ หลังจากที่ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานชั่วครู่ บางทีคำตอบของเธออาจจะสร้างความกระจ่างให้แก่เขามากขึ้นก็ได้ว่าควรจะเดินหน้าแก้แค้นศัตรูสาวหน้าสวยคนนี้ต่อไปหรือปล่อยให้เธอไปตามทางของเธอแล้วก็แสร้งทำเป็นว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้นมาอย่างนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ หนึ่งครั้งก่อนจะเอ่ยออกมา  

โอเค ทีแรกผมกะว่าจะเอาตัวคุณไปเรียกค่าไถ่จากแฟนหนุ่มลูกคุณหนูของคุณมาเป็นค่าเสียหายเสียหน่อย แต่บางทีตอนนี้ถ้าคุณยอมทำอะไรบางอย่างตามที่ผมขอ ผมอาจจะเปลี่ยนใจไม่ทำอย่างที่บอกเมื่อกี้ก็ได้”

“นี่คุณ...หืม? หมายความว่าไงคะ ฉันไม่เข้าใจ”

รวินันท์เลิกคิ้วขึ้น พลางย้อนถามกลับไปอย่างงุนงง เมื่อได้ฟังประโยคแรกของชายหนุ่ม เธอเกือบจะร้องโวยวายใส่เขาอีกแล้ว แต่พอได้ยินประโยคถัดมาก็ทำให้เธออดสงสัยไม่ได้

“ก็ง่ายๆ ไม่มีอะไร แค่ทำให้ผมพอใจ ก็เท่านั้น”

ธามกล่าวพลางยักไหล่น้อยๆ ราวกับไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะตอบว่าอย่างไร ทั้งที่หูของเขาคอยแต่จะเงี่ยฟังว่าประโยคที่ฟังดูเหมือนท้าทายอยู่ในทีนั้นจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับหญิงสาวบ้าง ชายหนุ่มคาดหวังว่าเขาจะได้รับคำตอบที่น่าพอใจ อย่างเช่น ไม่มีทาง หรือไม่อีกทีก็คงเป็นประมาณว่า ฉันไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น ตามลักษณะนิสัยช่างเอาแต่ใจและดื้อเงียบทั่วๆ ไป แต่แล้วคนที่ถูกคาดหวังกลับตอบไปในอีกทางที่เขาไม่ได้คิดเอาไว้เลย

“ว่ามาสิ”

คำตอบสั้นๆ ที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มน่าจุมพิตนั้น ทำเอาธามถึงกับหูผึ่ง เขาหันกลับมามองคนพูดอย่างข้องใจ ก็เห็นว่าหญิงสาวจ้องมองมาด้วยสายตาที่บอกว่าเธอจะทำอย่างที่พูดจริงๆ ผู้หญิงคนนี้มีอะไรที่ชวนให้เขารู้สึกว่าน่าค้นหาเหลือเกิน บทจะดื้อดึ้งขึ้นมาก็ทำราวกับไม่กลัวใครหน้าไหน บทจะว่านอนสอนง่ายขึ้นมาก็นิ่งสงบได้อย่างน่าประหลาด

“หือ? ผม เอ่อ คือ ผมว่าคุณเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจดีนะ ไม่ค่อยมีนักหรอกที่กล้าเอาตัวเองเข้ามาเสี่ยงแทนคนรักแบบนี้ ดูท่าทางคงจะรักแฟนของคุณดีนะ ผมชักอิจฉานายภวัฐนั่นเสียแล้วสิ ว่าแต่คุณ อืม คุณชื่ออะไรนะ”

เป็นครั้งแรกที่ธามพูดติดขัดยามเมื่ออยู่ต่อหน้าผู้หญิง เขารู้สึกว่าเธอไม่เหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าเขาน่าจะทำความรู้จักเธอให้มากกว่านี้ บางทีเธออาจเป็นคนที่ทำให้ชายหนุ่มผู้ไร้หัวใจอย่างเขาได้เข้าถึงโลกใบใหม่ที่เขาไม่เคยได้พานพบมาก่อนก็เป็นได้ แต่บางสิ่งบางอย่างก็ทำให้เขาต้องลบความคิดนั้นออกจากสมองไปแทบจะทันทีเมื่อมองเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดปกติไปของคนตรงหน้า

ข้างฝ่ายรวินันท์นั้น แม้จะแกล้งทำเป็นปากเก่งสักแค่ไหน ที่จริงแล้วในใจก็ยังรู้สึกกลัวชายหนุ่มที่นั่งบนเบาะข้างๆ ถัดจากเธอไปเพียงแค่เอื้อมอยู่ดี แต่เธอก็เลือกที่จะลองเล่นสงครามจิตวิทยากับเขาดูสักตั้ง ที่ผ่านมาเธอมีแต่คัดค้านสิ่งที่เขาพูดมาตลอด ทั้งยังคอยแต่จะท้าทายฝ่ายนั้นอยู่ร่ำไป หากคราวนี้เธอแกล้งลองใจเออออห่อหมกไปกับสิ่งที่เขาพูดบ้าง อยากรู้นักว่าเขาจะทำอย่างไรต่อไปกับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเธอเช่นนี้ และมันก็ได้ผลเมื่อคำตอบของเธอทำให้เขาเริ่มติดกับดักที่วางเอาไว้อย่างแยบยลเข้าจนได้

หญิงสาวคิดจะใช้ไม้ตายสุดท้ายที่เพิ่งกลั่นกรองจากสมองออกมาสดๆ ร้อนๆ เธอคิดว่าหากทำให้เขาตายใจและเริ่มลืมเลือนจุดประสงค์ของตัวเองไปแล้วว่าจับตัวเธอมาเพื่อทำอะไรกันแน่ เธออาจจะอาศัยจังหวะที่เขาพลั้งเผลอแล้วเปิดประตูรถวิ่งหนีออกไปภายนอก แม้ฝนจะตกฟ้าจะร้องดังกึกก้องอย่างไร แต่เมื่อเทียบกันเล้วก็คงน่ากลัวน้อยกว่าการอยู่เพียงลำพังกับผู้ชายที่ดูท่าทางมือไวใจเร็วอย่างเขาไม่ได้เลยสักนิด

“ชื่อของฉัน ถึงรู้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกค่ะ รีบบอกมาดีกว่า คุณอยากให้ฉันทำอะไร”

รวินันท์ส่ายหน้าน้อยๆ  พร้อมกับค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มราวกับว่ามีแรงปรารถนาอันเร่าร้อนซ่อนอยู่ในแววตาคู่นั้น หญิงสาวเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงกระเส่าที่ช่างเย้ายวนใจนัก ในขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังค่อยๆ เอื้อมไปกดปุ่มปลดล็อกประตูเฉพาะฝั่งที่ตัวเองนั่งอย่างเบามือและเขยิบไปแตะคันโยกสำหรับเปิดประตูรถอย่างแนบเนียน เกือบสำเร็จแล้วสินะแผนการหลอกล่อเขาโดยใช้เสน่ห์มารยาของหญิงสาวมาเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากอีกฝ่าย

เธอรับรู้ว่ามันได้ผลเมื่อมองเห็นว่าคนตรงหน้าเองก็จ้องมองเธอกลับมาอย่างไม่ละสายตาด้วยเช่นกัน หากรวินันท์ไม่ทันได้รู้เลยว่ามีบางอย่างที่เธอทำพลาดไปและนั่นเป็นความผิดพลั้งที่ไม่น่าอภัยให้กับตัวเองมากที่สุดเมื่อกลลวงที่เธอเลือกมาใช้นั้นจะทำให้เกิดเหตุการณ์ที่นำมาสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของตนเองไปอย่างสิ้นเชิง

ตั้งแต่แรกที่หญิงสาวจอมวางแผนนั้นเอ่ยตอบเขาด้วยท่าทางที่แตกต่างกับสิ่งที่เธอเฝ้าพร่ำพรรณนามาตลอดนั้น ทำให้ธามเริ่มรู้สึกผิดสังเกตขึ้นมาตงิดๆ เขาจึงคอยจับจ้องแทบทุกอิริยาบถของหญิงสาวพลันก็เข้าใจได้ทันทีว่าสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ทั้งหมดนั้นเป็นเพียงแค่แผนการที่จะปั่นหัวเขาแล้วอาศัยจังหวะที่เขาเผลอเปิดประตูรถวิ่งหนีไปท่ามกลางสายฝนกระหน่ำข้างนอกรถนั่นเป็นแน่

ชายหนุ่มนึกขันเมื่อรู้ทันเกมของอีกฝ่ายเพราะในบริเวณลานสายตาของเขามองเห็นมือเรียวยาวค่อยๆ เคลื่อนไหวไปใกล้กับตัวจับสำหรับเปิดประตูทีละน้อยๆ และคงจะเปิดมันออกในทันทีที่เขาไม่ทันระวัง

ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มละไม พลางแกล้งส่งสายตาพราวระยับกลับไปหาอีกฝ่ายบ้าง ด้วยหวังว่าเธอคงจะยังไม่ทันรู้ตัวว่าแผนการที่จะหลอกคนอย่างเขาได้ล้มเหลวไม่เป็นท่าไปตั้งนานแล้ว ธามได้แต่นึกยิ้มเยาะให้กับการกระทำอันโง่เง่าสิ้นดีของคนที่เก่งแต่ปากอย่างหญิงสาว ดูเหมือนว่าคงถึงคราวที่เขาจะทำให้เธอได้รับรู้รสชาติของการแกว่งเท้าเข้าหาเสี้ยนแล้วกระมัง

รวดเร็วเท่าความคิด เมื่อธามลุกจากที่นั่งของตนแล้วพุ่งตัวเข้าไปหาคนที่นั่งอยู่บนเบาะด้านข้างพร้อมทั้งกระชากมือซนที่กำลังดึงคันโยกเปิดประตูให้อ้าออกนั้นกลับเข้ามาอย่างว่องไวปานสายฟ้าแลบ เขารวบข้อมือขาวข้างนั้นตรึงเอาไว้ด้วยมือใหญ่ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างนั้นยันกับพนักเบาะของเธอเอาไว้เพื่อค้ำยันร่างกายไม่ให้ล้มลงไปก่อนจะฉวยโอกาสโน้มหน้าลงทาบทับริมฝีปากของตนลงบนริมฝีปากของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

คนที่ถูกรุกรานเกิดอาการตกใจลนลานจนแทบช็อกไปเมื่อรับรู้ได้ว่ากำลังจะเกิดเรื่องราวบางอย่างขึ้นกับตัวเอง เธอดิ้นรนขัดขืนเมื่อถูกจุมพิตโดยไม่ได้ยินยอมพร้อมใจพลางผลักไสใบหน้าหวานอย่างผู้หญิงนั้นออกไปให้ห่างๆ พยายามเม้มปากแน่นสนิทเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกลิ้นร้อนของอีกฝ่ายแทรกเข้าไปภายในได้ พร้อมกับเบือนหน้าไปซ้ายทีขวาทีอย่างนึกรังเกียจในการกระทำของคนตรงหน้ายิ่งนัก แต่ดูท่าทางว่าชายหนุ่มจะไม่ยอมหยุดการกระทำอันแสนหยาบคายนั้นเลย

มันต้องไม่เป็นแบบนี้สิ ฉันควรจะทำอะไรสักอย่างเพื่อจะได้รอดพ้นจากเงื้อมมือของเขาในค่ำคืนนี้ ไม่อย่างนั้นสิ่งที่หวงแหนมาตลอดชีวิตจะต้องถูกเขาพรากเอาไปอย่างไม่ไยดีแน่นอน

รวินันท์คิดในใจ เธอยกมืออีกข้างที่ยังเป็นอิสระขึ้นมาแล้วดึงเอาใบหูของคนที่กำลังขโมยจูบเธออย่างเมามันนั้นแล้วบิดมันกลับไปกลับมาอย่างแรง ตามอย่างที่เคยได้เรียนรู้มาจากรายการโทรทัศน์ที่บอกถึงวิธีการป้องกันตัวเองในยามเกิดเหตุร้าย แม้จะจำสิ่งที่ควรต้องทำเมื่อเกิดกรณีอย่างนี้ขึ้นมาได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็พอจำได้รางๆ ว่าจุดอ่อนของมนุษย์นั้นมีอยู่เพียงไม่กี่ที่เท่านั้น แม้มันจะไม่ใช่จุดตายแต่ก็พอจะทำให้ความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นนั้นหยุดชะงักการกระทำอื่นๆ ก่อนหน้านั้นได้ชะงัดนัก

“โอ๊ย! ทำอะไรของคุณเนี่ย ผมเจ็บนะ”

ธามร้องอุทานเสียงหลง เขาถอนริมฝีปากออกพร้อมกับปล่อยมือข้างซ้ายของหญิงสาวแล้วเท้าลงบนพนักเบาะแทนมืออีกข้างที่ถูกยกขึ้นมากุมใบหูของตัวเองไว้ ใบหน้านิ่วคิ้วขมวดด้วยความเจ็บจนน้ำตาแทบเล็ด พลางมองใบหน้างามของคนที่อยู่ภายใต้ร่างแกร่งของตัวเองอย่างเอาเรื่อง แต่อีกฝ่ายนั้นกลับตะโกนใส่หน้าเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ก่อนจะผลักอกเขาให้ออกห่างจากร่างกายของตัวเองให้มากที่สุด

“สมน้ำหน้า อยากทำบ้าๆ แบบนั้นกับฉันก่อนทำไมล่ะ แล้วนี่คุณจะทำอะไรน่ะ ออกไปห่างๆ เลยนะ”

 

รวินันท์พยายามเอื้อมมือไปเปิดประตูอีกครั้ง แต่ก็ยังช้ากว่าชายหนุ่มที่เธอเพิ่งจับใบหูเขามาบิดเล่นเสียจนต้องร้องโอดโอยขึ้นมาเสียงดัง คราวนี้เขาไม่ได้โน้มลงมาเฉพาะแค่ใบหน้าแต่ยังโถมตัวทาบทับลงมาบนร่างของเธอพร้อมทั้งปรับพนักเบาะให้เอนไปข้างหลังจนสุดอย่างชำนาญ

“ก็คุณบอกเองไม่ใช่เหรอไงว่าจะทำให้ผมพอใจ งั้นก็ช่วยอยู่นิ่งๆ จนถึงตอนนั้นแล้วกันนะครับคุณผู้หญิง”

                ธามเอ่ยเสียงเข้ม ก่อนที่มือทั้งสองจะเคลื่อนลงมาเกาะกุมอยู่บนทรวงอกของหญิงสาวอย่างรวดเร็ว รวินันท์ถึงกับสะดุ้งเฮือกมื่อรู้สึกได้ถึงฝ่ามือร้อนรุ่มที่กำลังสัมผัสร่างกายเธออย่างจาบจ้วง

“เอามือออกไปเดี๋ยวนี้นะ คนลามก กลางถนนอย่างนี้ยังคิดจะทำเรื่องพรรค์นั้นได้อีกเหรอ ไม่อายคนอื่นเขาบ้างรึไง ”

                สองมือของหญิงสาวพยายามที่จะเอื้อมมือไปให้ถึงใบหูของชายหนุ่มทำแบบเดียวกับเมื่อครู่อีกครั้งเพื่อหวังให้เขายอมล่าถอยไป แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทันเมื่อเขาละมือข้างหนึ่งจากอกนุ่มขนาดพอดีมือนั้นแล้วคว้าเอาข้อมือเล็กทั้งสองข้างตรึงเอาไว้กับพนักส่วนที่สูงขึ้นไปเหนือศีรษะของเธอ พอเห็นว่ามือของตนถูกพันธนาการเอาไว้ เธอก็พยายามใช้ขาทั้งสองข้างทั้งเตะทั้งถีบต้นขาแข็งแกร่งและหวังจะให้โดนจุดยุทธศาสตร์สำคัญของคนตรงหน้าบ้าง เขาจะได้จุกเจ็บและยอมปล่อยให้เธอหลุดรอดเป็นอิสระได้อย่างใจหวัง

แต่ธามก็รู้ทันและเขาก็ระวังตัวมากขึ้นหลังจากที่เผลอปล่อยช่องให้เธอได้เล่นงานจุดอ่อนของเขาไปจุดหนึ่งแล้ว ต้นขาแกร่งจึงออกแรงกดเพื่อควบคุมเรียวขาของคนที่อยู่ข้างใต้ให้นิ่งราวถูกตรึงอยู่กับที่เช่นเดียวกับมือคู่เล็กนั้น เขาลอบยิ้มออกมาอย่างสะใจ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้รู้สึกสนุกสนานนักกับการแกล้งยั่วเย้าคนตรงหน้าให้ได้อายกลับไปบ้าง

ฝนมันตกหนักขนาดนี้ไม่มีใครเห็นหรอกน่ะ แต่ถ้าคุณอยากโชว์ล่ะก็ผมไม่ขัดศรัทธาหรอกนะ จะทำช้าๆ รอจนกว่าฝนจะซาลงหรือไม่ก็หยุดตกเลยก็ได้ คนข้างนอกเขาจะได้เห็นกันชัดๆ หน่อย”

                รวินันท์เบิกตาโพลง เธอไม่อยากจะเชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะออกอาการหื่นกระหายถึงขนาดกล้าทำอะไรกับเธอบนรถที่จอดอยู่ข้างทางแบบนี้ แต่เมื่อชายหนุ่มทำท่าบุ้ยใบ้หันไปมองนอกหน้าต่าง เธอก็ได้เห็นว่าพายุฝนที่กำลังโหมกระหน่ำอยู่ภายนอกรถสปอร์ตคันสวยนั้นทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างรอบข้างกลายเป็นสีขาวโพลนไปหมด อีกทั้งหยดน้ำใสๆ ที่รวมกลุ่มกันค่อนข้างหนายังไหลลงมาผ่านบานกระจกตามแรงโน้มถ่วงของโลกจนคล้ายผ้าม่านหนาจนสามารถปิดกั้นทุกสิ่งอย่างที่อยู่ภายในรถคันนี้ได้อย่างแทบไม่น่าเชื่อ

                “ไม่นะ อย่าทำแบบนี้เลย ฉันขอร้องปล่อยฉันไปเถอะ คุณก็รู้ฉันมีแฟนอยู่แล้วทำไมยังทำแบบนี้อีกล่ะ”

                เมื่อการส่งเสียงดังอย่างวางอำนาจใช้ไม่ได้ผล หญิงสาวจึงหันมาใช้วิธีการนุ่มนวลอีกครั้ง เธอพยายามขอร้องเขาอย่างจริงใจ พร้อมกับบอกเหตุผลว่าทำไมเขาจึงไม่ควรทำรุ่มร่ามแบบนี้กับเธอ แต่ชายหนุ่มไม่ได้สนใจคำกล่าวอ้างนั้นเลยแม่แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับสงสัยใคร่รู้ว่าเธอติดใจอะไรในตัวชายหนุ่มที่ชื่อ ภวัฐ คนนั้นนัก ถึงได้พยายามปกป้องและยอมแม้กระทั่งรับปากว่าจะยอมทำตามที่เขาบอกโดยไม่มีเงื่อนไข เพื่อไม่ให้เขาเข้าไปใกล้หรือแตะต้องได้แม้เพียงปลายเล็บ

                “เรื่องนั้นผมไม่สนใจหรอก ที่ผมสนใจก็คือผู้ชายคนนั้นมีดีอะไร คุณถึงให้ความสำคัญกับเขามากจนถึงกับต้องเอาตัวเองเข้าแลกขนาดนี้ อย่าบอกว่าเพราะคุณรักเขาหรอกนะ เพราะผมไม่เชื่อในเรื่องความรักงี่เง่าอะไรพวกนั้นหรอกนะ ดูท่าไอ้หมอนั่นคงจะเก่งเรื่องบนเตียงเสียมากกว่า ถึงได้จับคุณเสียอยู่หมัดอย่างนี้”

                ธามแค่นยิ้มออกมาพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยคนตรงหน้า พร้อมๆ กับที่พยายามเลิกชายเสื้อยืดของหญิงสาวขึ้นมาจนถึงคอ พลางมองจ้องไปบนเนินอกขาวเนียนที่โผล่พ้นขอบบราสีขาวขึ้นมาด้วยสายตาโลมเลียจนทำให้คนที่ถูกจ้องมองถึงกับหน้าแดงซ่านและร้อนผ่าวไปหมด ร่างกายของเธอสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างยากจะหาสาเหตุว่าเป็นเพราะความกรุ่นโกรธที่ถูกพูดจาน่าเกลียดแบบนั้น หรือเป็นเพราะสะเทิ้นอายกับสายตาของคนแปลกหน้าที่ถือวิสาสะมองเรือนร่างเกือบเปลือยเปล่าท่อนบนของเธอกันแน่

                “อย่าพูดแบบนั้นนะ ที่ฉันคบกับเขาเพราะเราสองคน เอ่อ รักกันต่างหากล่ะ อีกอย่างวัฐเขาเป็นคนดี ทั้งสุภาพอ่อนโยน ไม่เหมือนคุณหรอก ต่ำช้าแล้วก็เลวทรามที่สุด กล้าทำเรื่องแบบนี้ได้ไม่อายฟ้าอายดินบ้างเลย ใช้แต่อวัยวะเบื้องล่างคิดแทนสมองหรือไงกัน”

                รวินันท์รีบโต้กลับทันที แม้จะหยุดชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดคำหนึ่ง ซึ่งเป็นคำที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่เคยพูดมันออกไปให้คนที่ถูกพาดพิงถึงได้ยินแม้สักครั้ง อาจเป็นเพราะว่าเธอยังไม่ค่อยมั่นใจกับความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อเพื่อนชายที่เลื่อนสถานะกลายมาเป็นคนรักเท่าไร คล้ายยังมีความคลุมเครือระหว่างความผูกพันและความรู้สึกที่ดีต่อกันระหว่างเพื่อนที่เป็นเสมือนม่านหมอกบางๆ ที่กั้นระหว่างเธอกับภวัฐเอาไว้ จึงทำให้เธอไม่สามารถพูดคำๆ นั้นออกมาได้อย่างเต็มปากนัก และไม่วายก่นด่าคนที่พยายามใช้กำลังข่มเหงเธออยู่นั้นอย่างตรงไปตรงมาไม่มีอ้อมค้อม ส่วนคนฟังนั้นถึงกับสะอึกเมื่อถูกย้อนเข้าอย่างเจ็บแสบยิ่งนัก

                “ขอบคุณที่ชมนะครับว่าผมดูเป็นคนแบบไหนในสายตาของคุณ แต่เล่นชมกันซึ่งๆ หน้าขนาดนี้ เห็นทีจะต้องโชว์ให้เห็นหน่อยแล้วว่าตัวตนจริงๆ ของผมจะเหมือนกับที่คุณพูดมารึเปล่า อีกอย่างลองเทียบกันดูสักหน่อยไหมว่าฝีมือของผมจะประทับใจคุณมากกว่านายภวัฐนั่นหรือเปล่านะ”

                ธามยิ้มเย็นให้คนฝีปากกล้า อยากลองดีกับเขานักใช่ไหม ได้ แล้วเขาจะทำให้เธอรู้ซึ้งถึงความรู้สึกที่เรียกว่าสุขสุดยอด เหมือนอยู่บนสวรรค์ชั้นวิมานจนลืมท่วงท่าลีลาของคนรักไปเลยทีเดียว ชายหนุ่มเอื้อมมือไปปลดตะขอบราด้านหลังของหญิงสาวออกอย่างไม่สนใจว่าเจ้าของบราน้อยนั้นจะร้องโวยวายด่าทอเขาอย่างไร เพราะตอนนี้เขาแค่ต้องการทำให้เธอได้รู้สำนึกของการเป็นพวกชอบอวดเก่งเต็มทีแล้ว มือเรียวอย่างผู้หญิง ทว่า แลดูแข็งแกร่งกว่ามากนักได้ลากผ่านร่องอกเลื่อนลงไปยังหน้าท้องแบนราบเรียบไร้ไขมันแล้วปลดกระดุมกางเกงยีนของเธอออกอย่างรวดเร็วเช่นกัน

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆ นี้ค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,077 ความคิดเห็น

  1. #167 tungkn4841 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 กันยายน 2553 / 20:07
    เพราะอารมย์ชั่ววูบของนายธามต้องการจะลองดีกับผู้หญิงอวดดีอย่าง รวินันท์ ......จนเป็นเหตุ ดูท่าไม่รอด
    #167
    0
  2. #74 ถักฝัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2553 / 20:58

    โอ้ อย่ารุนแรงนะจ๊ะ ธาม

    #74
    0
  3. #65 jeabkiss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 19:21
    #65
    0
  4. #64 yumekanau (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2553 / 03:36
       

    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังอึ้ง ทึ่ง และเสียว (ไส้)
    ตกลงนายเอาจริงเหรอ นายธามเอ๋ย

    ถ้าจริง เค้าจะตากฝนไปเกาะหน้าต่างรถ
    แอบดูชั้นริงก์ไซด์
    โฮะ โฮะ โฮะ

       
    #64
    0
  5. #63 ยัยปลาทอง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 20:20
    (* o *) นายธามจะทำมิดีมิร้ายหนูวิตรงนี้เลยเหรอเนี่ย!!!



    เกาะติดขอบจอรอตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ



    ลุ้นๆ หนูวิ จะรอด/ไม่รอด



    มาอัพเร็วๆ นะคะคุณนักเขียน



    #63
    0
  6. #62 suket (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 18:14
    ในรถและจอดข้างถนนนี่นะ พระเจ้า!
    #62
    0
  7. #58 yumekanau (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2553 / 00:25
    นายธาม~~~
    กลางถนนนะยะ
    ขอสถานที่แบบรโหฐานกว่านี้ไม่ได้เหรอ
    อิอิ
       
    ว่าแต่ว่า หนูวิจ๋า
    ลืมแล้วหรือไรว่า หนูน่ะเป็นรองนายธามทุกด้านเลยนะ
    ไปยั่วโมโหเค้าทำไมเนี่ย
    #58
    0
  8. #57 *เฟมีลน้อย* (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2553 / 18:37

    มือไวจัง

    #57
    0
  9. #56 jeabkiss (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2553 / 11:35
    จะรอดไหม จะรอดไหม

    ธามไวไฟดีแท้
    #56
    0
  10. #55 luvyuchun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2553 / 22:31
    เย้ยยยยยย

    เล่นงี้เลยเหรอนายธาม
    แบดบอยจริงๆ = ="
    #55
    0