เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 7 : บททดสอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    10 พ.ค. 53

ตอนที่ 7 บททดสอบ

ปราง

ท่านพี่อิรัมย์ ชีคอัมรินห์เรียกทั้งสองอย่างดีใจ เมื่อเห็นพี่ชายนำปางนภัทรกลับมาได้

เขารีบพุ่งไปที่ม้าซึ่งมาหยุดลงใต้ต้นไม้ใหญ่อีกครั้ง ยื่นมือไปรับร่างบางอุ้มลงมาสู่พื้น และเพียงแค่ฝ่าเท้าแตะพื้น เขาก็รีบสำรวจตรวจตราเธอด้วยสายตาอย่างรวดเร็ว

คุณเป็นอะไร? เจ็บตรงไหนบ้าง?

ปางนภัทรส่ายหน้า น้ำตารื้นขึ้นมาอีกหน เมื่อแน่ใจว่าเธอไม่ได้รับบาดเจ็บ และมีบาดแผลที่ตรงไหน อ้อมแขนก็รีบตวัดรัดร่างบางของภรรยาสุดที่รักเข้าสู่อ้อมอก ผมขอโทษ...ขอโทษนะปราง

ร่างบางสะท้านเบาๆ แม้จะได้รับการปกป้อง แต่ความรู้สึกสับสนปนเปในหัวใจวุ่นวายไปหมด

ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ น้ำเสียงพร่าท้วงเบาๆ ดันตัวเองออกห่าง แม้สัมผัสของชีคอัมรินห์จะอบอุ่น แต่ทำไมเธอถึงรู้สึกเก้อเขินเมื่อรับรู้ว่าตรงนี้ยังมีคนอื่นๆอยู่อีก

รีบพาเมียนายกลับไปพักเถอะ...เธอตกใจมาก ชีคอิรัมย์บอกน้องชาย เขาย้ำคำว่าเมียของแฝดผู้น้อง เพื่อให้ตัวเองระลึกไว้ให้หนักแน่น

ชีคอัมรินห์โอบไหล่ร่างบางที่ยังสั่นเทาให้เดินไปในอ้อมแขน ฟริ๊นซ์โทรศัพท์ติดต่อให้คนที่คฤหาสน์นำรถมารับ

แล้วท่านพี่ละครับ หันมาถามอย่างห่วงใย

พี่จะไปตามม้ากลับมา พาเธอไปพักผ่อนกันเถอะ

ปางนภัทรก้มหน้างุด ไม่กล้าสบดวงตากับเขาอีกเลย ความรู้สึกสับสนวุ่นวายอยู่ในใจ

ชีคอิรัมย์คิดอะไรกับเธออยู่กันแน่

 

ท่านหญิงเจ้าขา ซูล่านำหน้าสาวใช้หลายคนมายอบตัวนั่งตรงหน้าลิยาน่าห์ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ที่สวนกลางคฤหาสน์ หล่อนพยายามสงบสติอารมณ์ไม่คิดมากเรื่องที่ยังวุ่นวายกวนใจกับคำทำนายของหญิงยิปซีนั่น

มีอะไรหรือ? ดวงหน้าสวยเงยจากหนังสือขึ้นมาถาม

คืนนี้จะมีคณะละครเร่ มาเล่นที่ซูคใกล้ๆนี่ ฉันและเอ่อ... ซูล่ากวาดตาไปยังสาวใช้อีกหลายคนที่นั่งอยูด้านหลัง นางพวกนี้ อยากจะขออนุญาตท่านหญิงไปดูเสียหน่อย

สาวใช้ทั้งหลายพากันหลบสายตาวูบเมื่อเธอกวาดมองอย่างกลัวจะถูกเอ็ด ที่จะทิ้งหน้าที่ไปหาความสำราญ

ดวงหน้าสวยยิ้มเยือนอย่างใจดี หล่อนตั้งใจว่าคืนนี้จะเข้านอนแต่หัวค่ำ เพื่อให้พักผ่อนให้เต็มที่เพียงพอ หลังจากทานยาบำรุงหลายขนานที่ชีคคาอัลย่าห์ส่งมาให้ เมื่อถึงเวลากำหนดครบหนึ่งเดือน จิตใจที่ปลอดโปร่ง และร่างกายที่แข็งแรงดี คงจะช่วยให้หล่อนพร้อมมีบุตรมากขึ้น

พวกเจ้าทำงานรับใช้ฉัน ไม่เคยได้พักผ่อนเลยสินะ กล่าวอย่างครุ่นคิด หญิงรับใช้ทั้งหลายพากันก้มหน้านิ่ง เมื่อคิดว่าถูกตำหนิ

นานๆจะได้ไปพักผ่อนกันเสียที...ไปกันสนุกเถอะ ฉันอนุญาต

เมื่อได้ฟังคำอนุญาต เหล่าสาวใช้ทั้งหลายก็พากันยิ้มอย่างดีใจ สรรเสริญความใจดีของเจ้านายเซ็งแซ่

มีแค่คณะละครเร่มาแสดงเท่านั้นหรือ?

มีหลายอย่างเจ้าค่ะ ทั้งละครเร่ ละครสัตว์ คณะระบำโชว์ แล้วก็มีซูคเหมือนตอนกลางวันด้วย แต่เป็นสินค้าจากพ่อค้าต่างถิ่นเอามาขายกัน ท่านหญิงอยากจะไปกับพวกเราด้วยมั้ยเจ้าคะ

ลิยาน่าห์ฟังถ้อยคำบรรยายอย่างตื่นเต้นของซูล่า ก็คิดว่าพวกหญิงรับใช้ทั้งหลายคงดีใจ และตื่นเต้นที่นานๆทีจะมีความบันเทิงมาให้ได้รื่นเริงกันบ้าง หล่อนส่ายหน้า

ฉันอยากนั่งภาวนาทำจิตใจให้สงบ พวกเจ้าไปกันเถอะ...อ้อ! แล้วเดี๋ยวฉันจะให้เงินเป็นขวัญถุง...พวกเจ้าจะได้เอาไปซื้อของที่อยากได้กัน กล่าวอย่างใจดี คิดว่าได้ทำบุญทำทานเสียบ้างจิตใจเธอคงปลอดโปร่งยิ่งกว่านี้

หญิงรับใช้ทั้งหลายต่างพากันสรรเสริญความใจดีของเจ้านายกันเซ็งแซ่ยิ้มร่าหน้าบานกันเป็นทิวแถว

ซูล่า ตามข้ามาเอาเงินที่ห้องด้านบนนะ เธอบอกหญิงรับใช้ประจำกาย ที่ยิ้มหน้าบานกว่าใครๆ

ซูล่าเดินตามท่านหญิงลิยาน่าห์ที่กำลังจะขึ้นบันไดใหญ่โตอลังการไปยังคฤหาสน์เบื้องบน เมื่อเห็นวูตูกำลังสั่งงานอยู่กับทหารเวรยาม จึงหยุดนิ่ง

วูตูหันมาเห็นประมุขฝ่ายหญิงแห่งคฤหาสน์ก็ค้อมศีรษะทักทาย

ท่านชีคไปไหนแต่เช้าหรือวูตู แล้วนี่จะกลับกี่โมงยามกัน

เธอนึกห่วงใยไปถึง เมื่อคิดว่าชีคอิรัมย์อาจจะขุ่นเคืองที่เธอปฏิเสธเมื่อคืนนี้

ท่านชีคไปเยี่ยมชีคอัมรินห์ขอรับ วูตูรายงาน เมื่อเห็นลิยาน่าห์ทำหน้าฉงน ก็กล่าวต่อ พอดีม้าที่ท่านชีคสั่งให้ซื้อเป็นของขวัญงานแต่งให้ชีคอัมรินห์มาส่ง ท่านชีคและท่านฟริ๊นซ์จึงนำม้าทั้งหมดไปให้ชีคอัมรินห์เลือก

ลิยาน่าห์พยักหน้าเบาๆรับทราบ มองไปที่หน้าคฤหาสน์อย่างห่วงกังวล บ่ายแก่ป่านนี้แล้วยังไม่กลับมาอีกหรือ?

คงจะกลับค่ำๆกระมังครับ โรงพยาบาลใหม่ใกล้เปิดทำการเต็มที ท่านชีคคงอยากหารือเรื่องนี้กับชีคอัมรินห์ก็เป็นได้ เอาไว้ท่านกลับมาแล้ว ผมจะให้ซูล่าขึ้นไปรายงานท่านหญิงข้างบนขอรับ

ฉันไม่อยู่จ๊ะท่านวูตู ฉันจะไปดูละครที่ซูคกับนางพวกนั้นซูล่ารีบออกตัวทันทีอย่างกลัวพลาดความบันเทิงนานๆจะมาเยือนซักครั้ง

วูตูชักสีหน้า เมื่อได้ยินว่าซูล่าจะละทิ้งหน้าที่ และไม่มีใครคอยดูแลรับใช้ลิยาน่าห์ เจ้าจะปล่อยท่านหญิงอยู่เพียงลำพังได้ยังไงซูล่าพอเห็นสีหน้าขึงขังจริงจังในหน้าที่ของคนที่ชีคอิรัมย์ให้ติดตามดูแลเธอยามนี้ ลิยาน่าห์ก็ยิ้ม ก่อนจะกล่าวคลายความกังวลให้เขา

ไม่เป็นไรหรอกจ๊ะวูตู ฉันอนุญาตเอง...พวกเขาทำงานดูแลรับใช้ฉันเหนื่อยกันมามากแล้ว นานๆครั้งถึงจะได้ไปหาความสำราญให้ตัวเองบ้าง ไม่เป็นไรหรอกลิยาน่าห์ออกรับแทน

แล้วใครจะดูแลท่านหญิงล่ะขอรับสีหน้ากังวลหันมาถามหล่อน

มือเล็กยกปิดปากหัวเราะเบาๆ เจ้าทำราวกับเราเป็นเด็กอย่างนั้นแหละวูตู อย่าลืมสิว่า รองจากท่านชีคแล้ว ฉันก็เป็นใหญ่ที่สุดในบ้านหลังนี้ ไม่จำเป็นที่ใครต้องมาดูแลถึงขนาดนั้น ฉันดูแลตัวเองได้

จบคำพูดลิยาน่าห์ วูตูหน้าเจื่อน ก่อนจะพยักหน้ารับแบบจำยอม

แล้ววูตูก็อยู่ ทหารยามก็มีอยู่เต็มบ้าน ฉันไม่เห็นต้องกลัวอะไรทั้งนั้น เธอกล่าวอย่างเห็นเป็นเรื่องเล็กน้อยเหลือเกิน

และฉันก็รู้ว่า...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม วูตูจะไม่ปล่อยให้ฉันเป็นอะไรหรอกใช่มั้ย? คำถามยิ้มๆกึ่งขบขัน ช่างไม่รู้เลยว่าทำให้วูตูเงยหน้าขึ้นมามองอย่างตื่นตะลึง เมื่อเห็นรอยยิ้ม บนใบหน้าสวยของท่านหญิง

หัวใจเขาก็อ่อนยวบวูบกระตุก ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบด้วยเสียงแทบไม่พ้นลำคอ ขอรับ

ลิยาน่าห์เดินนำหน้าซูล่าขึ้นไปชั้นบนเนิ่นนานแล้ว แต่ดวงตาลึกคมก็ยังทอดมองตามร่างแบบบางของหญิงสูงศักดิ์ ดอกฟ้าเกินเอื้อมไปอย่างอาลัย อาวรณ์

 

เธอเป็นยังไงบ้าง? ชีคอิรัมย์ถามน้องชายเมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์เรือนหอของชีคอัมรินห์ ดูเหมือนความกังวลห่วงใยทั้งหมดจะจดจ่อไปที่ปางนภัทร

ก็ตกใจมากครับ ตอนนี้ผมให้ทานยาคลายเครียดแล้วนอนพักอยู่ข้างบน ชีคอัมรินห์ตอบ

ทีแรกปางนภัทรปฏิเสธ แต่อาการตัวสั่นงันงกของเธอไม่ทุเลาลงเสียที เขาจึงกล่อมให้เธอทานยาคลายเครียดอย่างอ่อนที่สุดไปเพื่อจะได้ผ่อนคลาย แล้วโอบกอดลูบหลังลูบไหล่เป็นเพื่อนอยู่นานจนเธอหลับไป ยังคิดว่าพี่ชายคงต้องนั่งรอจนเบื่อไปแล้ว

แต่เมื่อลงมาก็ไม่เห็นทั้งชีคอิรัมย์และฟริ๊นซ์ จึงนั่งรออยู่อีกนานกว่าทั้งคู่จะกลับมาถึงด้วยสีหน้าอิดโรย

เจ้าบราวนี่เตลิดไปไกลนักหรือท่านพี่ แล้วตามมันกลับมาได้มั้ย?

ชีคอิรัมย์พยักหน้า อยากบอกว่าเขาจับม้าทั้งสองตัวคืนมาได้ตั้งนานแล้ว แต่ที่ประวิงเวลา เพราะไม่อยากกลับมาเผชิญหน้าน้องชาย ด้วยความรู้สึกผิดในใจว่าได้ทำอะไรลงไป

ถึงเขาและเธอจะเคยรักกัน...เคยกอด...เคยจูบ เคยถือสิทธิ์คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของในชั่วระยะเวลาหนึ่ง แต่ตอนนี้ปางนภัทรเป็นน้องสะใภ้ของเขา เป็นภรรยาของชีคอัมรินห์ เขาไม่มีสิทธิ์ใดๆด้วยประการทั้งปวงที่จะไปล่วงเกินเธอ

ปรางคงตกใจมาก

ชีคอัมรินห์พยักหน้า นึกถึงร่างเล็กสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนเขา...นานทีเดียวกว่าจะปลุกปลอบให้เธอนอนหลับไปได้

เธออาจจะเข็ดการขี่ม้าไปอีกเลยตลอดชีวิต เขาถอนใจยาว นึกถึงอุบัติเหตุที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลย

มันสุดวิสัยครับนี่ครับท่านพี่ อย่าได้กังวลไปเลย อย่างไรเสียผมก็จะรับม้าทั้งสองตัวเป็นของขวัญจากท่านพี่ ชีคอัมรินห์ยืนยันตอบรับความหวังดีของพี่ชาย

ม้าพยศนั่นหรือ...นายจะเลี้ยงไว้จริงหรือ? พี่เกรงว่า...

โธ่! ท่านพี่ ชีคอัมรินห์ท้วงก่อนพี่ชายจะพูดจบ เจ้าบราวนี่มันไม่ได้พยศเสียหน่อย ออกจะเชื่องเสียด้วยซ้ำ ขนาดปรางหัดขี่วันแรกก็ยังขี่มันได้เลย แต่คงเป็นเพราะมันตกใจ ถึงควบคุมไม่ได้

ดวงตาของชีคอิรัมย์มองน้องชาย เขาห่วงกังวลเกินไป ว่าม้าตัวนั้นจะทำร้ายปางนภัทรอีก

นายจะเลือกม้าตัวนั้นจริงๆ

ครับ ผมว่าปรางชอบมันมากทีเดียว แต่คงต้องทำความคุ้นเคยต่อไป

พี่เกรงว่าเธอจะจำฝังใจ

ชีคอัมรินห์ส่ายหน้า ถ้าท่านพี่ไม่มั่นใจ พรุ่งนี้เราลองขี่มันไปทดสอบฝีเท้าและความเชื่องดูอีกครั้งก็ได้ ถึงพรุ่งนี้ม้านั่นคงหายตื่นแล้ว

แล้วเมียนายล่ะ?เขาอยากถาม แต่ไม่กล้า

มืดค่ำแล้วพี่คงไม่รบกวนนาย เอ่ยเปรยเพื่อจะขอตัว

รีบกลับไปไหนล่ะท่านพี่ ไหนๆท่านก็อยู่ที่นี่มาทั้งวันแล้ว กว่าปรางจะตื่นอีกทีคงมืดค่ำนู่นแหละ อยู่เป็นเพื่อนคุยกับผมก่อนสิ จะได้หารือกับท่านเรื่องโรงพยาบาลที่กำลังจะเปิดด้วย อีกหน่อยท่านแต่งงาน มีเมียเพิ่มขึ้นมาอีกสองคน คงหาเวลาที่เราพี่น้องจะได้คุยกันอย่างนี้ยากเต็มที ชีคอัมรินห์เอ่ยรั้งพี่ชายไว้

ดีเหมือนกันนะท่านชีค เปลี่ยนบรรยากาศมาชิมฝีมือแม่ครัวเอกบ้านชีคอัมรินห์บ้าง ฟริ๊นซ์สนับสนุน

ชีคอิรัมย์นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเห็นคล้อยด้วย เพราะกลับไปที่บ้าน เขาก็คงเอาแต่จะนึกกังวลถึงเรื่องนี้ ลิยาน่าห์เองก็ขอเวลาถือศีลบริสุทธิ์ของนางนับเดือน อยู่คุยกับน้องชายฝาแฝด ดีกว่ากลับไปเคว้งคว้างอยู่ที่บ้านของตัวเอง

 

ท่านพี่คิดอะไรอยู่หรือครับ? สองพี่น้องมักอาบน้ำด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต

ชีคอิรัมย์ที่กำลังยืนเปลือยกายแกร่งกำยำล่ำสัน ใช้ผ้าขนหนูซับพราวหยดน้ำตามร่างกาย หันมามองน้องชายฝาแฝด ที่แม้ต่อให้เปลือยเปล่าทั้งร่างเหมือนกันในยามนี้ ก็มองไม่เห็นถึงความแตกต่าง เมื่อหันมายืนเผชิญหน้ากัน

ภาพของคนตรงหน้า ราวกับเงาสะท้อนเวลาส่องกระจกออกมาเห็นไม่ผิดเพี้ยน ไม่มีแม้สักส่วนที่แผกแยกแตกต่างกัน...เพราะพวกเขาคือฝาแฝด

อัมรินห์ นายคิดว่าปรางสามารถแยกเราสองคนออกจากกันได้หรือเปล่า? ชีคอิรัมย์เอ่ยในเรื่องที่เขาสงสัย

ชีคอัมรินห์เลิกคิ้ว เขาจำที่ลิยาน่าห์เคยทักเขาผิดตอนที่เขาไปหาพี่ชายที่บ้าน...นั่นมันก็ไม่แปลกนัก

ในเมื่อเขาเป็นฝาแฝดที่เหมือนกันราวกับคนๆเดียวกัน แม้แต่เสียงก็ยังเหมือนกัน

นอกจากท่านพ่อ ท่านแม่แล้ว แม้แต่ลิยาน่าห์ หากไม่เข้ามาใกล้ๆ ก็ไม่มีทางแยกเราสองคนออกจากกันได้

ชีคอัมรินห์พยักหน้าเห็นพ้องด้วย

ชีคอิรัมย์จึงสงสัย...ปางนภัทรทำท่ายินยอมจะให้เขาจูบเธอ แต่แล้วเธอก็เรียกชื่อเขาออกมา...ในเวลานั้นเขาไม่ได้คิดจะสวมรอยเป็นน้องชายตัวเองเลยแม้แต่นิด...ไม่คิดเรื่องไม่มีสิทธิ์ที่จะแตะต้องล่วงเกินเธอ

แรงดึงดูดของผู้หญิงคนนั้นช่างมากมาย จนทำให้เขาสูญเสียการควบคุมและลืมหมดสิ้นทุกสิ่ง

หากเธอไม่ห้ามปรามไว้...เขาอาจจะจูบเธอลงไปแล้ว...แปลว่าเธอสามารถแยกเขากับแฝดผู้น้องออกจากกันได้

ผมไม่แน่ใจ ท่านพี่สงสัยอะไรหรือครับ?

ดวงตาของชีคอิรัมย์หลุบต่ำซ่อนเร้นความผิด เปล่า...พี่แค่แปลกใจบางอย่าง

ชีคอัมรินห์เลิกคิ้วสูง เหมือนจะให้พี่ชายเอ่ยข้อสงสัยนั้นมา

ลองพิสูจน์กันดูมั้ย?

สีหน้าชีคอัมรินห์ดูเหมือนจะไม่ใคร่เห็นด้วย แต่พอเห็นแววตาหยอกเย้าเริงโลดไปด้วยอารมณ์สนุกเต้นระยิบก็พูดไม่ออก        ลองดูน่าไอ้น้องชาย เขายิ้มวายร้าย ดวงตาฉายแวววับวาวเจ้าเล่ห์ ก่อนจะหันหลังกลับลงมือแต่งตัว

เมื่ออาบน้ำชำระร่างกายแล้วเสร็จ ประทินกายด้วยเครื่องหอมกลิ่นเดียวกัน และยังแต่งตัวเหมือนกันไม่ผิดอย่างเช่นเวลานี้ ยิ่งทำให้สองหนุ่มเหมือนกันจนแยกไม่ออก

ทำอย่างนี้จะดีหรือท่านพี่...ปรางจะโกรธเอาได้

ชีคอิรัมย์ส่ายหน้าน้อยๆ เพิ่งแต่งงานไปไม่กี่วัน นายก็กลัวเมียเสียแล้วหรืออัมรินห์

ดวงหน้าเข้มที่เต็มไปด้วยรอยกังวลหัวเราะหึกับคำกระเซ้า ทั้งที่เสียวสันหลัง

ชายชาตินักรบสยบได้ด้วยหญิงเดียว...เขาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น...

ไม่ได้กลัวหรอกท่านพี่ แต่เรียกว่าเกรงจะดีกว่า

คำตอบที่ความหมายคล้ายกัน...ทำให้ผู้เป็นพี่ส่ายหน้าน้อยๆ นึกหงุดหงิดใจแทนเสีย เมื่อคิดว่าชีคอัมรินห์มีแต่จะทำให้อีกฝ่ายได้ใจไปกันใหญ่...ในเมื่อปางนภัทรเองก็ไม่ใช่ผู้หญิงหัวอ่อนว่าง่ายอย่างผู้หญิงอาหรับทั่วไป

 

ปางนภัทรตื่นขึ้นมาอีกทีในเวลาที่ท้องฟ้ามืดแล้ว ทั้งห้องเงียบสนิท ไม่มีเงาของชีคอัมรินห์ในห้อง ทั้งที่ก่อนผล็อยหลับไปเพราะฤทธิ์ยา เขายังกอดปลอบขวัญเธอไว้ในอ้อมกอดแนบแน่น

เธอคงขยาดกับการขี่ม้าไปอีกนานทีเดียว และเมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ก็อดจะนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นไม่ได้

หากเธอไม่ร้องห้ามออกไป ชีคอิรัมย์จะจูบเธอไหม?

เขาจะทำเช่นนั้นได้อย่างไร ในเมื่อเธอเป็นภรรยาของน้องชายเขา

เรื่องราวแต่หนหลัง สาดซัดเข้ามาในห้วงความทรงจำระลอกแล้วระลอกเล่า อยู่เนิ่นนาน กว่าเธอจะรู้สึกตัวว่าได้ปล่อยใจให้ล่องลอยไปกับเรื่องที่ไม่ควรคิดถึงอีก

ภาพเหล่านั้นมันจับต้องไม่ได้...เขาเป็นอดีตกาล...เป็นแค่เงารางเลือนของปัจจุบัน คนหน้าเหมือนกันที่เป็นตัวจริง

ตอนนี้เธอไม่มีสิทธิ์คิดถึงผู้ชายคนอื่นอีกแล้ว นอกจากสามีของตัวเอง...และปางนภัทรก็ไม่อาจตอบได้เช่นกันว่า ในห้วงความคิดถึงนั้น...เธอคิดถึงเขาในฐานะไหน ความทรงจำมากมายของผู้ชายคนนั้นที่เหลืออยู่ มันหมายถึงอะไรกัน?

เมื่อเธอเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็มองไม่เห็นใคร ร่างบางหมุนตัวซ้ายขวา รู้สึกเคว้ง กลอกดวงตากลมมองหา โดยไม่รู้ว่ากำลังเป็นเป้าหมายของเกมสนุกของใครบางคนอยู่

ชีคอิรัมย์หันไปสบตาน้องชาย หลิ่วตายิ้มเจ้าเล่ห์ส่งสัญญาณว่าให้กล้าๆหน่อย อย่าทำเสียแผนขึ้นมาได้ แล้วฝีเท้าหนาหนักก็เดินตามไปด้วยจังหวะก้าวย่างเดียวกัน

ในขณะที่ชีคอัมรินห์ทำหน้าหนักใจ เกรงปางนภัทรจะโกรธเอาได้ เธอยิ่งไม่ค่อยลงรอยกับพี่ชายฝาแฝดของเขาอยู่ เล่นกันอย่างนี้อาจจะทำให้มองหน้ากันไม่ติดไปใหญ่...แต่นั่นแหละ ใจหนึ่งเขาเองก็อยากรู้เช่นกัน

ปางนภัทรหยุดเดิน หูเธอแว่วได้ยินเสียงฝีเท้าตามมาเบื้องหลัง จึงหันกลับไปมอง แล้วก็โล่งอกเมื่อพบคนหายมาเดินอยู่ที่นี่...

ก่อนดวงหน้าเล็กจะนิ่ว ย่นหัวคิ้วเข้าหากัน มองร่างสูงใหญ่ในโต๊ปขาวสว่างทั้งสองเคลื่อนเข้ามาหา

ภาพใบหน้าคมคายเกลี้ยงเกลาของชีคฝาแฝดบุตรชายของชีคอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีนเดินตรงมาหาเธอ กลิ่นหอมอ่อนๆหอมกรุ่นเจือมากับกลิ่นกายของทั้งคู่ ทั้งสองยิ้มให้เธอพร้อมกันเมื่อมาหยุดตรงหน้า

ปางนภัทรงงงวย สมองของเธอราวกับไม่ประมวลผลอื่นใด มองทั้งสองที่เป็นดั่งเงาสะท้อนของกันและกัน สลับไปมา ไม่เข้าใจว่าทำไมทั้งสองต้องแต่งตัวเหมือนกัน แม้แต่หนวดเคราก็ยังตัดเล็มมาให้ได้ความยาวเท่าๆกัน

ดวงตากลมใสกลอกไปมาอย่างสับสน เอ่อ...ชีคอิรัมย์...ชีคอัมรินห์ เธอไม่เข้าใจในรอยยิ้มเหมือนกันบนใบหน้าทั้งคู่

พวกคุณ... ดวงตากลมกลอกสลับ กลืนน้ำลายฝืดๆ เมื่อทั้งสองไม่พูดจาใดๆ แต่ยื่นมือมาข้างหน้าให้เธอเลือก

คนไหนสามีคุณ...จำได้มั้ย

ปางนภัทรชะงัก...ดวงตากลมเบิกโต พวกเขากำลังเล่นสนุกอะไรกัน ทดสอบเธออย่างนั้นเหรอ?

ใช่...เธอแยกไม่ออก ใบหน้าที่เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว ความสูง ความหนาของร่างกาย รวมทั้งแววตาอ่อนโยนที่ทอดมองมาเวลานี้

ดวงตาใสขับแววขุ่นเคืองใจ ไม่ได้รู้สึกสนุกร่วมไปกับพวกเขาด้วย เธอกำลังใช้สัมผัสทั้งหมดเท่าที่มี เพื่อแยกแยะทั้งสองคนออกจากกัน แต่ช่างเป็นเรื่องยากเย็นนัก

ดวงตากลมกลอกสลับไปมา แต่พอเห็นแววตาอวดดี มั่นใจในคนหนึ่ง และอีกคนหนึ่งมีแต่ความหวาดหวั่น เหมือนกำลังลุ้นระทึกกับการตัดสินใจของเธอ ปางนภัทรก็ไม่ลังเลที่จะจับมือเขาไว้

ชีคอัมรินห์ยิ้มกว้าง ถอนใจเบาๆอย่างโล่งอก คุณแยกพวกเราออกจากกันได้จริงๆด้วยปราง เขากล่าวอย่างยินดี ตวัดร่างบางเข้ากอด พร้อมกดจมูกโด่งลงที่ข้างขมับของเธอ

หัวใจที่เต้นรัวเร็วด้วยความหวาดหวั่นค่อยกลับมาคืนสู่ปกติ แต่ปางนภัทรดันตัวออกห่าง ส่งค้อนคมให้เขาอย่างขุ่นเคืองใจ    พวกคุณเล่นอะไรกันคะ? ฉันไม่สนุกด้วยเลย น้ำเสียงห้วนจัดบอกอารมณ์คุกรุ่น

ในขณะที่คนหนึ่งยิ้มยินดีปรีดา อีกคนกลับยิ้มจางๆอย่างยอมรับ...ปางนภัทรเลือกชีคอัมรินห์...เธอเลือกน้องชายฝาแฝดของเขา

ชีคอัมรินห์หันไป แล้วกำมือยื่นไปตรงหน้าพี่ชาย เมื่อได้ผลของการร่วมแรงร่วมใจทดสอบออกมาสำเร็จน่าพอใจ ชีคอิรัมย์ยิ้มเจื่อน ยกกำปั้นชนกับมือน้องชาย...ปางนภัทรมองท่าทางเหมือนเด็กเล่นสนุกของเขาอย่างงงงัน

พี่อิรัมย์สงสัยว่าคุณจะแยกพวกเราออกจากกันได้มั้ย...นอกจากพ่อกับแม่แล้ว แม้แต่พี่ลิยาน่าห์บางครั้งก็ยังทักผิด

อ๋อ!....ตัวต้นคิดดวงตาขุ่นเคืองของปางนภัทรมองเขาอย่างเปิดเผย

สายตาของปางนภัทรเชื่อมหวานมองเขา เหมือนจงใจให้ใครบางคนเห็น

ฉันจำสามีตัวเองได้ค่ะ...ในเมื่อนอนกอดอยู่ทุกคืน คำตอบที่ทำให้ชีคอัมรินห์ยิ้มกว้างสีหน้าเปี่ยมไปด้วยความยินดีเหลือล้น

และถ้าชีคอิรัมย์มีเวลาให้ภรรยาตัวเอง อยู่ดูแลเอาใจใส่เธอให้มากกว่านี้ คุณลิยาน่าห์ก็คงจะจำสามีตัวเองได้เช่นกันหล่อนเหน็บคืนอย่างเคืองขุ่น ปลายสายตาทิ้งไปที่ใครอีกคนเหมือนจะเยาะและย้ำ

ชีคอัมรินห์เห็นว่าสถานการณ์เริ่มเลยเถิดไปกันใหญ่ จึงรีบโอบไหล่บางเบี่ยงเบนประเด็น

ไปที่ห้องรับแขกกันดีกว่า ป่านนี้ฟริ๊นซ์คงบ่นเป็นหมีกินผึ้งนั่งรอแล้ว เขาว่า แล้วหมุนร่างเธอกลับ

ชีคอิรัมย์มองตามหลังน้องชายที่กอดภรรยาเดินไปอย่างรักใคร่สนิทสนมหัวใจของเขาเจ็บแปลบขึ้นมาอีกครั้ง...เมื่อคิดว่า...บัดนี้ทั้งสองเป็นของกันและกันแล้ว

เขาหมดสิทธิ์อย่างสิ้นเชิง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #142 aoistar (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 20:35
    เล่นเอง..เจ็บเอง
    #142
    0
  2. #49 Aulfafa (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 22:34


    เจ็บปวดไหมล่ะ ฉันจำสามีตังเองได้ค่ะ ในเมื่อนอนกอดอยู่ทุกคืน

    #49
    0
  3. #48 SN piercensean (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2553 / 11:09
    Nine ja thanks for upd naka
    I hope you have a good day and take care naka
    If you feel tired or hot go to myid naka.
    my kik will take a good care of you.
    take a bath with him naka
     
    #48
    0
  4. #47 praewprao (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 13:58
    นุกๆๆ รีบมาอัพไวๆๆน่ะค่ะ ไรเตอร์
    เพราะตอนนี่ มันค้างมากเลยอยากรู้ว่า
    ตอนต่อไปจาเป้นไงต่อ
    #47
    0
  5. #46 Plumkin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 13:06
    อ่านไปลุ้นไป
    กลัวมันจะหักมุมซักตอน เฮ้อออ โล่งอกไปอีกหนึ่งตอนค่ะ อิอิ
    #46
    0
  6. #45 chapu (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 08:32
    เล่นอะไร  แม้เกิอปรางแกล้งเลือกผิด ก็สมใจละ
    ชิ แต่แม้สงฉานแฝดพี่ จริงๆนะเนี่ย แล้วใครจะได้หนู
    ปรางไปละเนี่ออยากรู้เร็วๆจัง
    #45
    0
  7. #44 ^_^ เอิง ^_^ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2553 / 01:57

    ปรางแยกออกด้วยแววตามาตลอด คนหนึ่งแววตามุ่งมั่น อีกคนแววตาอ่อนโยน ถึงแม้จะเหมือนกัน แต่สิ่งที่ต่างกันก็คือแววตา


    แงๆๆ วันสี่สามแล้ววว อีก สี่วัน อัมรินทร์ ลุ้นทุก ระยะนะค่ะพี่นาย จุ๊บๆๆๆ

    #44
    0