เงาเสน่หา มายาชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 3 : สายตาริษยา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,797
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    22 เม.ย. 53

ตอนที่ 3

แต่เรื่องหนึ่งที่ทำให้ทั้งสองคนกล้าจะลุกขึ้นมาแข็งข้อกับพ่อและแม่...คือเรื่องของเธอ...ปางนภัทร

ดวงตากลม มองชีคคาอัลย่าห์แม่สามีอย่างอึ้งงัน กระแสเสียงและคำพูด รับรู้ว่าท่านไม่ปลื้มเธอนัก ปางนภัทรทำหน้าไม่ถูกเมื่อต้องประสานสายตาคมกริบดั่งประณามว่าเธอกำลังแย่งชิงดวงใจไปจากอ้อมอกของท่าน

พี่สาวคนสวยของข้า เสียงหวานออดอ้อนแก้ไขสถานการณ์ตึงเครียด พร้อมกับมือเรียวของอามีร่าห์น้องสาววัยรุ่นของชีคอัมรินห์เกาะที่แขน ปางนภัทรจึงรู้ตัวหันไปมองดวงหน้าเข้มคมคายสวยสไตล์สาวอาหรับที่ยื่นเข้ามาใกล้

วันนี้พี่สวยจังเลย ไม่ชมเปล่า อามีร่าห์ฉุดมือพี่สะใภ้คนงามให้ลุกขึ้น แล้วจับให้หมุนตัวโชว์รูปร่างโปร่งบางได้สัดส่วนในชุดกานดูราสีหวานด้วยสายตาชื่นชม...ดวงหน้าอ่อนใสของสาววัยแรกรุ่นยิ้มแป้นแล้นชมชอบ

ขอบใจจ๊ะ เสียงเบาๆกล่าวขอบคุณแทบไม่หลุดพ้นจากลำคอ ในหัวยังก้องไปด้วยคำพูดของมารดาสามี แม้ท่านจะลุกเดินจากไปแล้วก็ตามที

วงเชียร์การปะทะดาบของพี่ชายฝาแฝดทั้งสองเลิกลาแล้ว เธอไม่รู้ผลว่าใครแพ้หรือชนะ แต่ตอนนี้พวกเขาพากันเดินตามหลังท่านชีคอารีฟบิดาและชีคคาอัลย่าห์เพื่อไปยังห้องรับประทานอาหาร

ฉันพูดจริงๆนะ อามีร่าห์อารมณ์ดีและยิ้มแย้มอยู่เป็นนิจ เธอเข้ากันได้ดีกับปางนภัทร เพราะชื่นชมความงามที่แตกต่างไปจากตัวเองและชมชอบความสามารถของพี่สะใภ้คนใหม่เสียหนักหนา

ทั้งสองสนิทสนมไปมาหาสู่กันตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เพราะชีคอัมรินห์ส่งน้องสาวให้ไปอยู่เป็นเพื่อนแก้เหงาหลังผ่านเหตุการณ์ที่เธอถูกโจรอาการ์จับตัวไปเรียกค่าไถ่ สาวน้อยอาหรับที่ถูกอบรมให้อยู่ในกรอบของจารีตมาตลอด จึงมองแพทย์หญิงคนสวย ผู้รอบรู้ มีความสามารถและบทบาทเทียบเทียมกับบุรุษ ปางนภัทรเป็นผู้หญิงเก่งต้นแบบที่ใฝ่ฝันว่าสักวันเธอต้องเป็นเช่นนี้บ้างให้ได้

ความเป็นไปของโลกกว้างใหญ่ใบนี้ หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เคยมีใครสอนสั่งหรือได้รับรู้มาก่อน อามีร่าห์ได้รู้จักและเรียนรู้ในอินเตอร์เน็ท อิสรเสรีของความคิดที่อยู่ซ่อนในตัว เต้นเร่าทุกครั้งที่ถูกจำกัดสิทธิ์ เพียงเพราะเกิดเป็นสตรีชาวอาหรับ เธอนึกอยากโบยบินออกไปเผชิญโลกกว้าง เป็นผู้หญิงที่มีบทบาทมากกว่าเป็นภรรยาและแม่ ทำหน้าที่แค่เลี้ยงลูกและดูแลสามี อย่างที่หญิงชาวอาหรับทุกคนถูกปลูกฝังและสั่งสอนมา

พี่สะใภ้คนงามภรรยาของชีคอัมรินห์พี่ชาย จึงเหมือนนิมิตหมายการต่อสู้ที่จะทำให้ปีกความฝันของสาวน้อยได้สยายออกไปเต็มที่ เพื่อพร้อมจะโบกบิน...ในวันที่โอกาสนั้นมาถึง

อามีร่าห์เดินควงแขนปางนภัทรเกาะติดแจ เพราะพี่น้องในวัยเดียวกับเธอนั้นล้วนเป็นผู้ชายวัยกำลังหนุ่มฉกรรจ์ น้องสาวก็มีแต่ตัวเล็กๆยังเด็กอยู่มาก

เด็กผู้หญิงวัยกำลังเริ่มสาวที่สนใจเรื่องความสวยความงาม และมองหาบุคคลต้นแบบในวัยที่ไม่แตกต่างกัน ปางนภัทรตอบโจทย์ความต้องการของอามีร่าห์ลงตัวที่สุด เธอจึงไม่ละโอกาสที่จะสนิทชิดเชื้อกับพี่สะใภ้คนนี้ให้มาก

ดวงหน้าเล็กยังเต็มไปด้วยความกังวลจากคำพูดของชีคคาอัลย่าห์ แม้จะนึกไว้แต่แรกว่าท่านคงไม่ปลื้มเธอนัก การเป็นหญิงต่างชาติต่างภาษาที่พลัดหลงเข้ามาอยู่ในหมู่คนที่รักในสายเลือดพวกพ้องตัวเอง ปางนภัทรคงไม่ต่างจากเป็นกาในฝูงหงส์ แถมตอนนี้ยังถูกประณามว่าเป็นต้นเหตุให้บุตรชายแสนดีทั้งสองของท่านแหกคอกเสียอีก

ร่างสูงใหญ่ของชีคอิรัมย์และชีคอัมรินห์ในโต๊ปสีขาวสว่างเดินเด่นอยู่ท่ามกลางน้องชายหลายคนอยู่เบื้องหน้า ทั้งสองพูดจาเล่นหัวกับน้องๆอย่างสนิทสนม กลมกลืน แต่กระนั้นก็ดูออกว่าบรรดาน้องๆต่างให้ความยำเกรงเคารพต่อพี่ชายทั้งสอง

สังคมอาหรับคงคล้ายสังคมไทยในเรื่องนี้....การให้ความเคารพผู้อาวุโส

ใครจะเชื่อหนอปางนภัทรว่าวันหนึ่งเธอจะจับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นสมาชิกในครอบครัวใหญ่โตของผู้นำสูงสุดประเทศอาหรับ ทั้งที่ตัวเองเคยตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าไม่มีวัน และออกปากว่าเกลียดผู้ชายอาหรับนักหนา

แต่วันนี้กลับต้องมาเดินรวมกลุ่มพวกเขา ร่วมสกุลเดียวกัน กลางคฤหาสน์ใหญ่โตราวกับราชวัง ในฐานะสะใภ้ของผู้ปกครองแคว้นใหญ่หนึ่งในห้าของเชดัสย่าห์ประเทศหนึ่งในคาบสมุทรอาหรับ

เคยได้ฟังคำสารภาพรักจากผู้ชายที่เป็นถึงรัชทายาทแห่งซาดัส แถมยังกล้าดีปฏิเสธสิ่งที่ผู้หญิงทั้งโลกฝันถึง...ไม่เชื่อเรื่องมลทินสีดำที่เป็นตำนานเล่าขาน...สุดท้ายเธอก็วิ่งหนีสิ่งที่ปฏิเสธมาตลอดไม่พ้นเลยซักอย่าง

แต่ไม่ใช่กับชีคอิรัมย์ผู้เขย่าหัวใจของเธอให้สั่นคลอน...กลับเป็นน้องชายฝาแฝดของเขาที่มีใบหน้าเหมือนกันไม่ผิดเพี้ยน

ความรักที่บริสุทธิ์ของชีคอัมรินห์เอาชนะหัวใจและกำแพงข้อแม้สูงลิบลิ่วของเธอลงได้

หรือว่า...จริงๆแล้วกำแพงนั้นถูกทลายลงโดยใครคนหนึ่งก่อนหน้านี้...คนที่แผ้วถางขวากหนามขวางเส้นทางในหัวใจ เพื่อให้น้องชายของเขาเข้ามาครอบครองหัวใจเธอได้อย่างง่ายดายขึ้น

ดวงตาเขม้นมองหนุ่มฉกรรจ์ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่เดินเบื้องหน้า...ชายทั้งสองผู้มีความสำคัญและบทบาทยิ่งใหญ่บนผืนทรายที่เธอกำลังยืนอยู่...ผู้ชายที่ดูมีอำนาจ เป็นนักรบเก่งกาจ เป็นบุตรที่เชื่อฟังบิดามารดามาโดยตลอด...แต่ทั้งสองกลับปฏิวัติขัดขืนต่อสู้เพื่อเธอ...เป็นเรื่องที่น่ายินดีหรือเสียใจก็ไม่อาจแน่ใจได้...แต่นี่อาจจะเป็นเหตุผลแลกเปลี่ยนที่มีค่าเพียงพอให้เธอได้มาอยู่ ณ ที่แห่งนี้....เหตุผลที่ชื่อว่า รักเพียงคำเดียว

ผู้ชายที่เขาเป็นของเธอ...เท่ากับที่เธอเป็นของเขา นามชีคอัมรินห์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน

วันนี้ท่านแม่บังคับให้ข้าไปดูตัวลูกสาวของชีคอาซาร์ เสียงบ่นพึมเคร่งเครียดกล่าวเชิงปรึกษาพี่ชายทั้งสองจากชีคอาคิล น้องชายวัยกำลังหนุ่ม

มีคนไหนที่ถูกใจเจ้าบ้างล่ะ? ชีคอัมรินห์ถาม สายตามองน้องชายเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังดี

อาคิลส่ายหน้าดิก บุตรสาวทั้งสี่ของชีคอาซาร์สวยๆทั้งนั้น

เจ้าเลยเลือกไม่ถูกงั้นสิ ชีคอิรัมย์หยอกเย้าใบหน้าเต็มไปด้วยความขบขัน เมื่อคิดว่าน้องชายวัยกำลังหนุ่มคงละลานตากับบรรดาสาวงามลูกสาวของชีคอาซาร์ผู้ที่ได้ชื่อว่ามีภรรยางามล้ำ บุตรสาวก็คงได้เค้าความงามมาจากมารดา

แต่ใบหน้าของชีคอาคิลกลับดูยุ่งเหยิงหนักใจ ข้าไม่อยากเลือกใครซักคนต่างหาก

อ้าว! ก็ไหนเจ้าว่าพวกนางงามๆทั้งนั้นไงล่ะ?

โธ่! ท่านพี่...ข้าเพิ่งอายุสิบหกเองนะ จะให้รีบหาเมียไปไหนกัน...ข้ายังอยากฝึกดาบ ชอบขี่ม้า ชอบยิงปืน อยากเป็นนักรบที่เก่งกาจ ออกไปต่อสู้ในสนามรบมากกว่าจะมีเมียหรือมานั่งเลี้ยงลูกคนพูดหน้ายู่เหมือนถูกบังคับจับกรอกยาขมทีเดียว

พี่ชายทั้งสอง รวมทั้งน้องๆหัวเราะร่วนเมื่อได้ยิน แม้จะรู้สึกเห็นใจความใฝ่ฝันของชีคหนุ่มน้อยอยู่บ้าง

ชีวิตคนเราเริ่มต้นกำเนิดจากครอบครัว...และสุดท้ายก็ต้องอยู่กับครอบครัว...อย่างไรเสียเจ้าก็หลีกเลี่ยงการมีเมียไม่ได้อยู่แล้วนี่นา

แต่ข้าไม่ชอบลูกสาวของชีคอาซาร์ซักคนเลย อาคิลบ่นพึมพำ

พี่อาคิลจะคิดมากทำไม ก็เลือกคนที่สวยถูกใจท่านที่สุดสิ ชีคอามีร์น้องชายต่างมารดาแนะนำ น้องๆคนอื่นส่งเสียงสนับสนุนเห็นพ้องด้วย

ใช่ๆ เลือกคนสวยที่สุด

ชีคหนุ่มน้อยทำหน้ายุ่งยากใจ คนที่สวยที่สุดในสายตาข้า เพิ่งอายุหกขวบเองนะและก็ไม่ใช่คนที่ชีคอาซาร์อยากให้ข้าเลือกด้วย เขาตอบเสียงอ่อย ยังผลให้คนอื่นๆหัวเราะขบขัน แต่ก็สนับสนุนความคิด

ถ้าท่านไม่เลือกเอง...ท่านพ่อท่านแม่ก็ต้องเลือกให้อยู่ดี ถึงเวลานั้นไม่ถูกใจก็ปฏิเสธไม่ได้แล้วนะ ชีคอามีร์ทักท้วง ยังผลให้ชีคอาคิลทำหน้ายุ่งไปยิ่งกว่าเดิม

ยังไงข้าก็ต้องวีรบุรุษสนามรบก่อนจะมีเมียแล้วกัน...เพราะข้าเกิดมาเพื่อเป็นนักรบ เขาแถลงอุดมการณ์อันแรงกล้าต่อหน้าทุกคน พี่ชายทั้งสองกอดคอน้องชายคนละข้าง ตบบ่าแรงๆปลุกปลอบให้กำลังใจ

ปางนภัทรมองความรักใคร่ในหมู่พี่น้องอย่างชื่นชมและพลอยอบอุ่นหัวใจร่วมไปด้วย

แม้จะเป็นครอบครัวใหญ่ แต่ก็เต็มไปด้วยความรักใคร่สามัคคีและอบอุ่น และบัดนี้ เธอเองก็ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวใหญ่ครอบครัวนี้...ในขณะเดียวก็คิดถึงประเพณีที่แตกต่างขัดแย้งกับความคิดของตัวเองอย่างสุดขั้ว

พี่อาคิลทำบ่นพึมเรื่องมากไป ตัวเองโชคดีกว่าพี่อิรัมย์แค่ไหนแล้วที่ได้เลือกเจ้าสาวเอง

ปางนภัทรหันมามองหน้าสาวน้อยข้างกายที่บ่นเหมือนไม่ใคร่พอใจ ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดใจ พอเห็นใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยของพี่สะใภ้ เจ้าหล่อนก็ขยายความ

พี่อิรัมย์หมั้นกับพี่ลิยาน่าห์ตามคำสัญญาของผู้ใหญ่ ตั้งแต่ทั้งสองคนยังไม่ลืมตาดูโลกเสียด้วยซ้ำ

ถึงได้เป็นรัชทายาทของซาดัสก็จริง ใครๆก็ดูพี่อิรัมย์เป็นคนเด็ดขาด เข้มแข็ง ไม่ยอมแพ้ ไม่อ่อนแอ และไม่ยอมใคร แต่เห็นจะเป็นเรื่องเดียวนี่แหละค่ะที่พี่อิรัมย์ไม่มีสิทธิ์เลือก

แต่เขาก็มีภรรยาได้ตั้งสี่คนนี่นา...คงจะมีที่ถูกใจได้เลือกเองซักคนหรอกเธออดแย้งอย่างอคติไม่ได้

อันที่จริงฉันเป็นเด็กก็ไม่ค่อยรู้เรื่องของพวกผู้ใหญ่นักหรอกค่ะ...แต่รู้ว่าการแต่งงานของพี่อิรัมย์มันเป็นหน้าที่ พี่ลิยาน่าห์เป็นเครือญาติสายสกุลมาห์จาบีนเหมือนเรา การแต่งงานในสายเครือญาติก็เพื่อรักษาสายเลือดบริสุทธิ์และเพื่อความมั่นคงของซาดัส และถึงจะเป็นพี่ซาตินหรือไดย่าห์ ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเครือญาติเราทั้งนั้น...ฉันก็ไม่เห็นว่าท่านพี่จะเลือกใครได้ซักคน...ก็คงเหลือแต่ตำแหน่งชีคคาคนที่สี่นั่นละมั้งคะ ถึงจะได้ลุ้นว่าท่านพี่จะได้สมรัก...หรือว่าต้องตามใจท่านพ่อท่านแม่อีก

หัวใจของปางนภัทรกระตุกวูบเมื่อได้ฟังความจริงอีกด้านหนึ่งซึ่งเธอไม่เคยรู้

....ความจริงที่ครั้งหนึ่งเคยสร้างความเจ็บปวดให้เธอเจียนขาดใจตาย

ฉันถึงได้ชื่นชมพี่อัมรินห์นักหนา ที่กล้าต่อสู้เพื่อท่านพี่...และท่านทั้งสองก็ได้สมรักกัน สายตาของอามีร่าห์ที่มองเธอบอกความชื่นชมเปี่ยมล้น...คำบอกเล่านี่ยืนยันข้อกล่าวหาของชีคคาอัลย่าห์ได้เป็นอย่างดี ว่าการที่ได้เธอมาเป็นสะใภ้ ไม่ใคร่เป็นที่ปลาบปลื้มกับบิดาและมารดาเขานัก...ทำอย่างไรได้เล่า เธอเองก็รักลูกชายดื้อแพ่งของพวกท่านเข้าไปเต็มใจเสียแล้ว

ฉันเองก็ไม่อยากแต่งงานกับใครเพราะถูกจับคลุมถุงชน เพราะเหตุผลว่าเหมาะสมกันหรอกค่ะ

ปางนภัทรมองสาวน้อยพ้อ ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล แล้วอามีร่าห์ไม่มีคู่หมั้นหรือจ๊ะ

อามีร่าห์รีบส่ายหน้าดิก ฉันขออย่าให้มีเลยค่ะ...ฉันอยากเลือกคนที่จะอยู่ไปด้วยตลอดชีวิตด้วยตัวเอง...ผู้หญิงอาหรับไม่เหมือนผู้ชายนะคะพี่ปราง...เรามีสามีได้เพียงคนเดียวเท่านั้น และพอแต่งงานเสียแล้วทุกอย่างก็จบสิ้น น้ำเสียงของอามีร่าห์ดูหวาดหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในที

เวลาท่านพ่อท่านแม่ให้ไปงานเลี้ยงในหมู่เครือญาติ หรือเหล่าลูกผู้มีสกุลทั้งหลาย ฉันเองอยากแต่งตัวสวยงามตามประสาสาวๆบ้าง แต่กลัวว่าจะไปสะดุดตาใครเข้า เกิดเขามาสู่ขอกับท่านพ่อท่านแม่ก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธเลย เวลาไปงานแต่ละทีฉันถึงต้องทำตัวขี้เหร่เข้าไว้ไงคะ อามีร่าห์เอนตัวมากระซิบความลับสำคัญให้ฟัง

ปางนภัทรกลั้นขำ แต่ก็หลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ พอเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอามีร่าห์จึงต้องรีบหยุดหัวเราะ

แล้วไม่ดีหรือไง...ผู้ใหญ่สายตากว้างไกล ย่อมเลือกคนที่เหมาะสมและสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกหลานแน่นอน

อามีร่าห์ส่ายหน้าดิก พี่ปรางเคยสังเกตพี่ลิยาน่าห์มั้ยล่ะคะ...หน้าตาเธอไม่เหมือนคนมีความสุขซักนิด ทั้งที่ได้แต่งงานกับพี่อิรัมย์ที่ทั้งสง่างาม ร่ำรวย มีอำนาจ มีตำแหน่งเป็นถึงรัชทายาทแห่งซาดัส

ดวงตากลมของปางนภัทรตวัดไปมองภรรยาของชีคอิรัมย์ที่เดินร่วมกลุ่มอยู่ไม่ห่าง และเห็นพ้องกับคำพูดของอามีร่าห์

พี่ลิยาน่าห์น่าสงสารนะคะ เธอต้องหมั้นกับพี่อิรัมย์ตั้งแต่ยังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำ ถูกจับแต่งงานตั้งแต่อายุสิบแปดปี เธอเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงด้วย ถึงยังไม่มีลูกให้พี่อิรัมย์จนป่านนี้

ปางนภัทรฟังแล้วรู้สึกเห็นใจลิยาน่าห์มากยิ่งขึ้น เรื่องนั้นชีคอิรัมย์อาจสมหวังกับคู่หมั้นคู่หมายที่กำลังจะแต่งงานกันในเร็ววันนี้ก็ได้นี่จ๊ะ

อามีร่าห์ย่นจมูก ชิ...ฉันไม่เห็นชอบพี่ซาตินเลย เจ้าตัวทำเสียงว่าไม่ใคร่ชื่นชมจริงๆ

พี่ซาตินเจอหน้าพี่อิรัมย์ครั้งแรกก็ปลาบปลื้มชื่นชมจนออกนอกหน้า กิจการค้าขายของบิดาเธอรุ่งเรืองดี กอปรกับพี่ลิยาน่าห์ไม่มีทายาทเสียที พี่อิรัมย์ก็หลงคนช่างออดอ้อน ท่านพ่อท่านแม่เห็นดีด้วยก็เลยให้หมั้นหมายกัน...ช่างไม่นึกถึงหัวอกพี่ลิยาน่าห์บ้างเลย... ความสงสารเห็นใจในโชคชะตาของภรรยาชีคอิรัมย์ยิ่งเพิ่มพูนทวี

แล้วนี่ยังมีพี่ไดย่าห์เป็นคู่หมั้นเพิ่มมาอีกคน...พี่ลิยาน่าห์คงทุกข์ใจหนักขึ้นไปอีก ไม่มีผู้หญิงที่ไหนอยากถูกแบ่งความรักหรอกค่ะ...แต่เป็นผู้หญิงซาดัส จะมีปากเสียงกับสามีได้ที่ไหน ฉันถึงว่าพี่ปรางโชคดีนัก ที่พี่อัมรินห์รักและสัญญาว่าจะมีพี่เพียงคนเดียว ฉันเองก็อยากได้ผู้ชายเหมือนพี่อัมรินห์ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองจะโชคดีเหมือนพี่รึเปล่า

คำพูดเจื้อยแจ้วราวสาวน้อยช่างฝันกำลังกัดกร่อนจิตใจของปางนภัทรไม่น้อย...เมื่อคิดว่าตัวเองโชคดีก็จริง แต่โชคที่ได้มานั่น เธอกำลังผลักความทุกข์และโชคร้ายไปให้กับคนอื่นๆ

ทั้งลิยาน่าห์...ซาติน...และไดย่าห์

ความรู้สึกดังว่าถ่วงจิตใจให้รู้สึกหนักอึ้งเพิ่มขึ้นหลังจากได้รับคำประณามจากชีคคาอัลย่าห์มาแล้ว

การเข้ามาทำความรู้จักกับครอบครัวของชีคอัมรินห์ในวันนี้ ช่างทำให้เธอสลดหดหู่เสียจริงๆ...

เห็นจะมีเรื่องดีเพียงเรื่องเดียว คือการที่ได้รับคำยืนยันว่าชีคอัมรินห์รักเธอมากมายขนาดไหน...สังคมวัฒนธรรม จารีตประเพณีที่แตกต่างของเขา ช่างน่ากลัวจนขนลุกซู่ในความรู้สึกของเธอทีเดียว

 

บนโต๊ะอาหารที่อลังการที่สุดในชีวิตตั้งแต่ที่ปางนภัทรเคยเห็น

เธอรู้สึกราวกับถูกย่อส่วนเหลือตัวเล็กนิดเดียวเมื่อนั่งร่วมโต๊ะอาหาร ท่ามกลางผู้ชายที่ดูทรงอำนาจขึ้นมากมาย หลังจากฟังคนนั้นคนนี้เอ่ยถึงความสำคัญของพวกเขาในซาดัส ที่เธอได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในเวลานี้

ชีคอารีฟผู้ปกครองสูงสุดแห่งซาดัส นั่งเป็นประธานอยู่ที่หัวโต๊ะ ขนาบซ้ายขวาโดยบุตรชายฝาแฝดทั้งสอง ชีคอิรัมย์และชีคอัมรินห์ ตามมาด้วยบุตรชายคนอื่นๆ ไล่เรียงกันมา สุดปลายโต๊ะอาหารตัวใหญ่จึงเป็นกลุ่มผู้หญิง คือชีคคาทั้งสี่ ลูกสาวลูกสะใภ้ ที่เด็กเล็กหน่อย พี่เลี้ยงก็แยกให้ไปรับประทานที่โต๊ะเล็กๆอีกห้องหนึ่งต่างหาก

และก็ได้รู้เพิ่มเติมว่านี่คือโอกาสพิเศษ ผู้หญิงถึงได้รับสิทธิ์ให้มาร่วมโต๊ะอาหารได้

โดยปกติตามธรรมเนียมปฏิบัติจะให้ผู้ชายทานอาหารกันให้เสร็จก่อน ผู้หญิงถึงจะได้มีสิทธิ์มาทานอาหารที่เหลือต่อ

ช่างเป็นประเพณีที่เหลื่อมล้ำเหลือเกินในความรู้สึก...แต่ผู้หญิงบ้านนี้เมืองนี้ก็ยังหน้าชื่นบาน ยิ้มรับสิทธิ์อันไม่เท่าเทียมได้ โดยไม่มีข้อโต้แย้งกังขาใดๆ

นี่หรือชีวิตสตรีอาหรับ ที่ได้รับการยกย่องว่า ผู้หญิงเหมือนอัญมณีที่มีค่าของครอบครัว ควรค่าแก่การหวงแหนและปกป้องจากผู้ชายแต่นั่นไม่ใช่ในความคิดเธอแน่

อย่างไรเสียปางนภัทรก็ต้องทำใจ เมื่อจารีตเป็นสิ่งที่ได้รับการปลูกฝังและสืบทอดกันมา ตราบใดที่ชีคอัมรินห์ยังให้เกียรติ ปฏิบัติต่อเธออย่างดีเช่นที่เป็นมา ปางนภัทรก็ไม่ควรไปเดือดเนื้อร้อนใจ ทำตัวเป็นแกะดำให้ถูกเขม่นไปยิ่งกว่านี้

และช่วยไม่ได้ที่บนโต๊ะอาหารวันนี้ เธอจะถูกจับจ้องเป็นพิเศษ ด้วยสายตาสงกาอย่างสงสัยไม่หาย

ว่าหญิงชาวไทยผู้แตกต่างทั้งสายเลือด ภาษา เชื้อชาติ และศาสนาอย่างเธอ มีดีอะไรถึงมาคว้าหัวใจของชีคอัมรินห์ได้...เรื่องที่ไม่ใคร่พอใจที่สุดก็คงเป็นที่เธอได้รับเกียรติจากสามีด้วยสิทธิ์อันเท่าเทียม ผิดจากหญิงอาหรับอื่นๆ

อดทนเข้าไว้นะปางนภัทร เธอต้องการเวลาปรับตัว...ตอนนี้พียงเริ่มต้น...เมื่อเข้าที่เข้าทางทั้งหมดแล้ว ทุกอย่างจะดีเอง...คำพูดที่ปลอบใจตัวเองตลอดเวลาบนโต๊ะอาหารที่ต้องทำตัวนิ่งเงียบเรียบร้อย รับประทานอาหารรสชาติจัดจ้านที่ไม่ถูกปากเอาเสียเลย

 

หลังรับประทานอาหารมื้ออึดอัดที่สุดได้ผ่านพ้นไป ต่างก็แยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัย

อามีร่าห์ที่ตอนนี้ไม่ได้ใกล้ชิดพี่สะใภ้เท่าก่อนแต่งงาน จึงออดให้ปางนภัทรอยู่เป็นเพื่อนคุยต่อ ชีคอัมรินห์พาเธอมารวมตัวกับน้องๆของเขาที่ห้องพักผ่อนกว้างใหญ่โอ่โถงเต็มไปด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกครบครันเพื่อทำความคุ้นเคย

ปางนภัทรมองทาเมียร์น้องสาววัยสามขวบ บุตรสาวคนสุดท้องของท่านชีคอารีฟกับชีคคาคนที่สี่ ในอ้อมแขนชีคอัมรินห์ที่อุ้มมาจากห้องอาหาร แล้วให้ความรู้สึกแปลกๆ คิดว่าหนูน้อยน่าจะเหมาะเป็นลูกสาวเขาเหมาะกว่าจะเป็นแค่น้องสาว เมื่อวัยต่างกันจนแทบจะเป็นพ่อลูกได้ และตอนนี้สาวน้อยผมหยิกขอดนั่นกำลังเงยหน้ามองเธอตาแป๋ว

ผมสัญญาว่าจะมีภรรยาคนเดียวก็จริง...แต่ผมก็อยากมีลูกเยอะๆ ท่านพ่อขอให้ผมมีลูกหลายๆคนเท่ากับท่าน ดีเหมือนกันนะดูเป็นครอบครัวใหญ่ที่อบอุ่น และจะได้มาช่วยกันทำงาน

เธออดคิดอย่างหวาดหวั่นไม่ได้ว่านั่นขอเป็นแค่คำพูดเปรยๆมิใช่ความต้องการแท้จริง ขืนต้องมีลูกสิบเก้าคนเท่ากับบิดาของชีคอัมรินห์...ชีวิตนี้คงไม่ต้องทำอะไรแล้วนอกจากตั้งท้องและเลี้ยงลูก แค่คิดก็รู้สึกสยดสยองขึ้นมา เมื่อนึกถึงว่ามีลูกชายคนโตตัวเท่าสามี และมีลูกสาวคนเล็กสุดตัวเท่าทาร์เมียที่นั่งบนตักเขายามนี้

ทาเมียร์แหงนคอมองตาแป๋ว แล้วส่งภาษาอาหรับที่ยังไม่ชัดเจนนัก แม้พยามเงี่ยหูฟังก็ยังไม่เข้าใจ จนต้องเงยหน้าขอความช่วยเหลือจากสามี

ทาเมียร์ชมว่าคุณสวยเหมือนเจ้าหญิง ชีคอัมรินห์บอกยิ้มๆ ดวงตาชื่นชมเห็นพ้องกับน้องสาว

ปางนภัทรยิ้มกว้าง หนูก็น่ารักเหมือนตุ๊กตาจ๊ะ เธอชมกลับ พร้อมหอมแก้มฟอดใหญ่ซ้ายขวาให้รางวัลคนปากหวาน

เขากระแอมเบาๆ พอเธอเงยหน้ามอง ก็เห็นแววตาเด็กขี้อิจฉา พร้อมทำหน้ามุ่ยประท้วง ชี้ที่แก้มตัวเอง ปางนภัทรหน้าแดงวืด...ส่งสายตาค้อนขวับแก้เก้อ คนเย้าแหย่ไม่จริงจังหัวเราะเสียงดังที่ได้ทำให้เธอเขินจนแก้มแดงได้

เสียงหัวเราะดังนั่นทำให้คนเข้ามาทีหลังมองอย่างสนใจ

ภาพคนเคยรักอุ้มน้องสาวคนเล็กของเขาไว้บนตัก กำลังยิ้มร่าเล่นผมหยิกขอดของทาร์เมียอย่างมีความสุข โดยมีชีคอัมรินห์น้องชายฝาแฝดนั่งข้างๆคอยกระเซ้าเย้าแหย่ ดูเป็นครอบครัวอบอุ่นจนทำให้ชีคอิรัมย์ตาร้อนผ่าว

ทั้งปางนภัทรและคนอื่นๆในห้องเงยหน้าขึ้นไปมองคณะผู้มาใหม่โดยอัตโนมัติ

คู่แต่งงานใหม่มาหัดเลี้ยงเด็กอยู่ตรงนี้เอง ชีคอิรัมย์กระเซ้าน้องชาย ที่ใบหน้าไม่ละรอยยิ้ม ช่างดูมีความสุขเหลือเกิน จึงหันไปมองคนที่กำลังจับแก้มยุ้ยๆเล่น

ไงล่ะอัมรินห์ อยากได้ลูกสาวหรือลูกชาย

ลูกสาวหรือชายก็ได้ครับท่านพี่...ขอให้มีโอกาสได้มีเถอะ แม้กำลังจะตอบพี่ชาย แต่สายตาชีคอัมรินห์มองที่ภรรยา เหมือนจะตัดพ้อต่อว่าเธอไปด้วย...ที่จนแต่งงานกันแล้วก็ยังไม่ให้เขาได้มีโอกาสแสดงฝีมือ ดวงตาวาววามสื่อความหมายอย่างนั้น ทำให้ปางนภัทรหน้าร้อนผ่าวรู้ว่าเขาหมายถึงอะไร

ดูท่าเมียนายจะชอบเด็กผู้หญิงคำคาดเดาแฝงแววขบขัน จนปรางรู้สึกอึดอัด เวลาที่อยู่ใกล้พี่ชายฝาแฝดของสามี เธอรู้สึกหายใจติดขัดทุกที และไม่เข้าใจสายตาที่มองมาของเขา

ชีคอัมรินห์ยิ้มกว้าง จับแก้มยุ้ยของทาเมียร์เล่นอย่างเอ็นดู

ลูกสาวหรือลูกชายก็ได้ทั้งนั้น ปรางคงชอบเด็กผู้หญิง ดีเหมือนกันมีลูกสาวจะได้ไว้เป็นเพื่อนแม่ พูดถึงอนาคตอย่างมีความสุข ทำเอาคนต้องเป็นแม่เด็กผู้หญิงหน้าร้อนผะผ่าวเข้าไปอีก

เห็นทีพี่อิรัมย์คงต้องเร่งมือหน่อยแล้ว แต่งงานมาก่อนตั้งหลายปี จะให้พี่อัมรินห์แซงหน้าไปเสียได้ เสียชื่อหมดอามีร่าห์กระเซ้าพี่ชายหน้าทะเล้น

ชีคอัมรินห์ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นั่นสิท่านพี่ ถ้าผมแซงหน้าจะว่ากันไม่ได้นะเขารับคำหยอกเย้านั่นมา คนเริ่มต้นบทสนทนากลับสีหน้าบึ้งตึง บรรยากาศของเสียงหัวเราะและความสนุกสนานในห้องนี้ ช่างอึดอัดนักสำหรับคนกลางอย่างปางนภัทร

ชีคคาอัลย่าห์พร้อมบายักห์สาวใช้ประจำกายเดินเข้ามาในห้อง กวาดตามองภาพที่ทำให้อมยิ้มด้วยสายตาเยือกเย็น เสียงหัวเราะค่อยจางลง เมื่อเห็นประมุขฝ่ายหญิงของคฤหาสน์ปรากฏตัว

อิรัมย์ อัมรินห์ ท่านพ่ออยากปรึกษางานกับเจ้าทั้งสอง...ตอนนี้นั่งรออยู่ในห้องทำงานแน่ะ

คำบอกกล่าวของมารดา ทำให้ทั้งสองขยับตัว มองหน้ากัน แล้วพยักหน้า ชวนกันลุก

รออยู่ที่นี่นะปราง เดี๋ยวผมมา ชีคอัมรินห์บอกภรรยาสาวอย่างห่วงใยที่ต้องทอดทิ้งเธอไว้ แม้เพียงชั่วครู่

ปางนภัทรพยักหน้า มองตามร่างใหญ่ ที่เมื่อยืนเต็มความสูง ดูสง่างาม มีพลังและอำนาจมากมายนัก

ชีคคาอัลย่าห์นั่งพักผ่อนอยู่ในห้องนั้นด้วย เปิดรายการโทรทัศน์นั่งดูร่วมกับบรรดาลูกๆ ปางนภัทรดูจะหวาดหวั่น แต่บทสนทนาครั้งนี้เป็นเรื่องไต่ถามสารทุกข์ทั่วไป ไม่มีหัวข้อใดชวนให้อึดอัดใจอีก

เธอลอบมองเสี้ยวหน้างามของแม่สามี อย่างอ่านไม่ออกจริงๆว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่

ทาร์เมียร์ลุกจากตักเดินไปหาลิยาน่าห์ ชีคคาคนสวยของชีคอิรัมย์เปิดอ้อมแขนรับสาวน้อยเข้าสู่อ้อมอก ลูบหน้าลูบหลังอย่างเอ็นดู แววตาที่ทอดมองน้องสาวคนเล็กของสามีอ่อนโยนเหลือเกิน

ใครจะรู้ว่าในใจของลิยาน่าห์ที่มองทาร์เมียเวลานี้ กำลังนึกน้อยใจในโชคชะตาวาสนาของตัวเอง ถ้าเธอมีทายาทให้สามีได้ ชีคอิรัมย์ก็คงไม่หันไปหาหญิงอื่นให้เธอต้องฝืนหน้าชื่นอกตรมอย่างเช่นทุกวัน

แม้นึกโล่งใจไปหนึ่งเปราะ ที่ชีคอิรัมย์ยกฤกษ์วิวาห์อันเป็นมงคลให้กับชีคอัมรินห์ไปเสีย เธอจึงไม่ต้องรู้สึกรวดร้าวราวใจขาดรอนเมื่อวันวานผ่านมา แต่จะยื้อเวลาได้อีกถึงเมื่อไหร่กัน ในเมื่อยังไงก็ไม่อาจมีปากเสียงใดๆได้ และยิ่งตอนนี้ชีคอิรัมย์มีคู่หมั้นคู่หมายถึงสองคน เพราะต้องรับไดย่าห์อดีตคู่หมั้นของชีคอัมรินห์มาตามคำมั่นสัญญาแห่งสองตระกูล

ดวงตาเศร้าของลิยาน่าห์ อดแลเหลือบมาทางปางนภัทรอย่างอิจฉาไม่ได้กับความโชคดีของผู้หญิงต่างชาติคนนี้ ที่ชีคอัมรินห์ทั้งรักทั้งหลงและให้สัญญาว่าจะเป็นภรรยาเพียงหนึ่งเดียว

และเมื่อคิดว่าเธอคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีคอิรัมย์ต้องรับไดย่าห์มาเป็นคู่หมายอีกคน คนแบ่งปันความสนใจไปใช่จะมีเพียงหนึ่งเดียวอีก...ความสำคัญของเธอยิ่งจะถูกลดทอนลง...แววริษยาชิงชังก็บอกผ่านดวงตาออกมาอย่างเก็บไว้ไม่มิด

ปางนภัทรกำลังคุยกับอามีร่าห์ เงยหน้าขึ้นมาเห็นแววตาชิงชังของลิยาน่าห์ที่มองมายังเธอแล้วหัวใจกระตุกวูบ แม้อีกฝ่ายจะรีบก้มหน้างุดลงไปเล่นกับทาร์เมียดังเดิม แต่เธอก็ทันมองเห็นสายตานั่น

แม้คิดไม่ออกเลยว่า...ทำไมถึงถูกมองอย่างนั้น...แต่เธอแน่ใจ...แน่ใจในสิ่งที่เห็น แม้เพียงวูบเดียว

เหมือนก้อนแข็งๆแล่นมาจุกอยู่ที่ลำคอ...ความรู้สึกอึดอัดกำลังเข้ามาระดมโจมตีอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว

ร่างบางในชุดกานดูราผ้าไหมสีฟ้าปักงดงามขยับตัวอย่างอึดอัด ไม่อยากนั่งเป็นเป้าสายตานานไป ทั้งที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงถูกมองอย่างนั้น

พี่ขอไปเดินเล่นข้างนอกก่อนนะคะ

อามีร่าห์หันมาพยักหน้ารับทราบ แล้วหันไปหยอกเย้ากับน้องๆแทน เมื่อปางนภัทร ลุกเดินออกไปจากห้องนั้นเงียบๆทั้งที่ยังอดระแวงหลังไม่ได้ว่า ลิยาน่าห์จะมองตามเธอมาด้วยสายตาที่ไม่ต้องเก็บซ่อนปิดบังอย่างที่ได้เห็นเมื่อครู่นั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

580 ความคิดเห็น

  1. #579 MyMiNd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2553 / 20:59
    ลิยาน่าห์ สามีเธอเจ้าชู้ โทดนู๋มะปรางไม่ได้นะจ๊ะ
    #579
    0
  2. #132 aoistar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 01:34
    อ้าว...ทำไมลิยาน่าห์เป็นคนอย่างนี้..ซะงั้น...มิน่าพระเอกถึงไม่รัก...ที่แรกก็สงสารอยู่หรอก
    เป็นครอบครัวที่ไม่น่าเข้าอยู่มาก ๆ...อ่านแล้วยังรูสึกอึกอัดแทนเลย
    #132
    0
  3. #23 chapu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 เมษายน 2553 / 08:48
    อืม  น่าอึดอัดแทนหนูปรางนะ  ครอบครัวใหย่แบบนี้
    กลับบ้านเราดีกว่าเนอะ 5555
    #23
    0
  4. #21 Aulfafa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 เมษายน 2553 / 20:52


    แต่เราว่าครอบครัวนี้อบอุนดีนะโดยเฉพาะลูก ๆ ก็รักใคร่กันดี

    แต่ปรางจะอึดอัดใจตรงคุณแม่ทั้งหลายนี้แหละ ดีหน่อยที่มีอามีร่าห์เป็นเพื่อน

    #21
    0
  5. #19 อนัญญา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 13:48
    อ่านแล้วอึดอัดแทนหนูปราง ไม่รู้ต้องใช้เวลาเท่าไหร่หนอถึงจะปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมรอบตัว แถมคนในครอบครัวบางคนยังไม่ค่อยชอบหน้าอีก ดีหน่อยตรงชีคอัมรินห์รักใคร่ดี


    ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกเหมือนปรางไม่ค่อยรักสามีเลยอ่ะ เหมือนเธอยังมีเยื่อใยผูกพันกับชีคอิรัมย์อยู่มาก ถ้ายังตัดความรู้สึกตรงนี้ไม่ขาด มีหวังหนูปรางและชีคทั้งสองต้องมีปัญหาหมางใจกันในอนาคตแน่ ๆ

    ปล. คุณรัชริลสู้ ๆ นะค่ะ เป็นกำลังใจให้
    #19
    0
  6. #18 SN piercensean (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 12:28

    Thanks for upd naka Nine..
    you have a good day naka

    #18
    0
  7. #17 dekbanna (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2553 / 12:13
    ครอบครัวใหญ่น่าอึดอัดมากเลย นู๋ปรางนะอดทนได้แค่ไหนเนี้ย เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ
    #17
    0