รักนายว่ะ...คนสวย?!?

ตอนที่ 2 : - รักแรกพบ- At first sight

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 เม.ย. 59

- รักแรกพบ-

At first sight

            “โอ้ทะเลแสนงาม

            แสนง๊ามแสนงาม

            ฟ้าสีครามสดใส

            สดใส๊สดใส

            มองเห็นเรือใบ

            เรือใบ๊เรือใบ

            แล่นอยู่ในทะเล

            ทะเล๊ทะเล

            พวกเธอสองคนนี่ท่าจะบ้านะ ทำอะไรไม่อายชาวบ้านเขาบ้างรึไง? เสียงหวานเอ่ยเนือยๆ ก่อนจะถอนหายใจหลังจากผมกับไอ้ประแจร้องเพลงสุดคลาสสิคจบ

            อ้าว! บ้าตรงไหน? อายทำไม? คนมันแฮปปี้ลั่ลล้าที่กำลังจะเจอหาดทรายสวยงามราวกับเกาะแก้วสยึมกึ๋ยส์เสียงห้าวเอ่ยเถียงก่อนเจ้าตัวจะเต้นระบำตามจังหวะดนตรีที่ยังคงฮึมฮัมในลำคอ

            สยึ๋มกึ๋ยส์บ้านน้องป้ามึงดิไอ้แจ เขาเรียกเกาะแก้วสยิวกิ้วต่างหาก ฮ่าๆๆผมพูดสอดก่อนจะหัวเราะกับมุขของตัวเอง

            เออ! ถูกของมึงไอ้กานต์ ฮ่าๆๆ ว่าแล้วไอ้ประแจก็หัวเราะรับมุขตามอย่างรู้หน้าที่

            บ้าพอกันทั้งคู่...เฮ้อออ ใบหน้าหวานส่ายเบาๆ ก่อนร่างสูงโปร่งตามวัยจะลุกเดินหนีไป

            เฮ้ย! แฟนมึงหนีไปนั่งโน่นแล้วแน่ะ รีบตามไปดูไป เดี๋ยวเกิดน้อยใจคิดกระโดดเรือฆ่าตัวตายขึ้นมาจะเป็นเรื่องเอา ไอ้ประแจเอ่ยแซวพลางทำสีหน้าจริงจัง

            จะกวนตีนก็ให้มันรู้บ้าง กวนมากๆ เดี๋ยวก็เอารองเท้าให้คาบซะนี่ ผมขู่คนปากมากก่อนเดินไปหาสาวสวยที่มีสถานะเป็น แฟนของผม

            โมจิ... งอนอะไรเหรอที่รัก? ผมเอ่ยเสียงหวานพลางโอบไหล่คนหน้าบึ้ง

            สนใจกันด้วยเหรอ? โมจิค่อนแคะก่อนจะลุกหนีไปยืนเกาะราวเรือ ใบหน้าเรียวสวยมองออกไปยังทะเลกว้างเบื้องหน้า เส้นผมสีดำขลับสยายไปตามแรงลม

            ถ้าไม่สนจะมาง้อแบบนี้เหรอ ผมถือโอกาสโอบตัวโมจิจากด้านหลังไว้หลวมๆ พลางเอาคางพาดไว้บนไหล่กลมมน

            คนบ้า! ทำอะไรไม่อายรึไง?” อาการหน้าแดงรวมถึงการพยายามบิดตัวออกห่างนั้นทำให้ผมเดาได้ไม่ยากว่าเธอคงเขินอายกับการกระทำของผมไม่ใช่น้อย

            อายทำไม? คนเยอะแยะ ฮ่าๆ ผมหัวเราะกลั้วไปกับคำพูดก่อนจะกระอักเมื่อโมจิหันมาทุบอกด้วยแรงที่ไม่เบานัก

            น่าเกลียด... คำพูดต่อว่าขัดแย้งกับการที่เธอผ่อนตัวมาพิงผมไว้พลางจับให้มือผมกอดเธอแน่นกว่าเดิม

            “น่าเกลียด....แต่ก็ชอบใช่มั้ยล่ะ? ผมกระซิบแซวข้างหูส่งผลให้ต้องร้องซี้ดเมื่อถูกโมจิหยิกให้อีกหนึ่งดอก แล้วเราสองคนก็คุยกันงุ้งงิ้งไปเรื่อยเปื่อยจนถูกขัดจังหวะจากไอ้เพื่อนซี้ตัวแสบ

            เลิกสวีตกันได้รึยังเนี่ย?..กลัวมดกัดตูด ผมส่งสายตาเซ็งๆ ไปให้ก่อนจะอมยิ้มเมื่อแผนการร้ายผุดวาบขึ้นในสมอง

            โอ๋ๆ ไม่งอนนะที่รัก ยังไงก็รักแจแจ้เป็นที่หนึ่งอยู่แล้ว ผมเกือบหลุดขำกับคำพูดของตัวเองและสีหน้าเหวอของไอ้คนถูกแกล้ง

            ...อ อ่ะ...ไอ้เชี่ย มึงเอาอีกแล้วนะ!!” ไอ้ประแจที่คงได้สติหลังการเหวอสวนกลับพลางชี้หน้าผมมือสั่น

            ก็บอกที่รักแล้วไง..ว่าต่อให้เค้าไปหาใครๆ แต่ยังไงที่รักก็คือที่หนึ่งอยู่ดี อย่าหึงไปเลยนะ ผมบอกสีหน้าจริงจัง

            ไอ้เวร! ไอ้เชี่ย! ไอ้ห่าน! ไอ้บ้า! ไอ้โรคจิต! ไอ้นกเอี้ยง! ไอ้นกกระทุง! ไอ้นกเค้าแมว! ไอ้นกฮูกตาเหล่!!!” คำด่าถูกพ่นมาเป็นชุด แต่แปลกที่ผมไม่ยักกะเจ็บกลับฮามากกว่ากับคำด่าของมัน

            โอ๊ย~..เจ็บปวดเหลือเกิน

            ไอ้ ไอ้ ไอ้...โอ้ยยยยยย นึกไม่ออกแล้วโว้ยว่าจะด่าอะไร! เลิกล้อเล่นได้แล้วว้อยไอ้กานต์ กูไม่ขำด้วยนะ!!!” ดูท่ามันจะหงุดหงิดมากจึงระบายด้วยการทึ้งผมตัวเอง

            กานต์...แกล้งประแจเขาแบบนี้เดี๋ยวก็ถูกคนเข้าใจผิดอีกหรอก จู่ๆ โมจิก็พูดขึ้นทำเอาไอ้ประแจยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พลางพยักหน้าเห็นด้วย

            ใช่ๆ ขี้เกียจแก้ข่าวแล้วนะเว้ย

            ...ก็...ช่วยไม่ได้อ่ะนะ... ผมเหล่มองไปยังไอ้ประแจก่อนจะเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง อยากหล่อน้อยกว่าทำไมล่ะ

            อ้ากก...เออ!! มึงมันไอ้หล่อแสดๆ หล่อเชี่ยๆ หล่อลากเครื่องใน หล่อเกินคน ไอ้หล่อฉิบหายวายป่วง!!!”

กูจะถือว่ามึงชมกูละกันนะ....ไอ้หล่อน้อยกว่า หุหุหุ ผมหัวเราะอย่างคนเหนือกว่า

            ใช่สิ! ยังไงกูมันก็หล่อน้อยกว่ามึงที่เป็นเพศแม่กูอยู่แล้วนี่ จะแกล้งกูยังไงมึงก็ไม่เสียหายหรอก แต่คิดถึงหัวอกกูบ้าง กูเป็นผู้ชายทั้งแท่ง...ถูกคนอื่นเขาคิดว่าเป็นคู่เกย์กับมึงกูรู้สึกแย่นะโว้ยไอ้กานต์...แล้วอย่างนี้สาวที่ไหนเขาจะยอมให้กูฟัน เอ้ย ให้กูจีบล่ะวะ  

            ไอ้เชี่ย! กูเกือบสงสารมึงแล้วเชียว แต่จบประโยคได้น่าถีบมาก ผมคล้อยตามคำพูดของไอ้ประแจจนความรู้สึกผิดผุดขึ้นกลางใจ แต่แล้วไอ้ความรู้สึกผิดที่แวบขึ้นมามีอันต้องหดกลับไปที่เดิมเมื่อได้ยินเจตนาที่แท้จริงของมัน

            มึงก็...กูเป็นผู้ชายนะ แบบว่าอยากใช้ชีวิตให้คุ้มบ้างอะไรบ้าง มันยิ้มเผล่เจ้าเล่ห์

            เหอะ...งั้นมึงก็อย่าหวังจะให้กูเลิกแกล้งมึงแบบนั้นเลย เพราะสิ่งที่มึงคิดมันส่งผลไม่ดีกับผู้หญิง อย่างน้อยในฐานะที่คำนำหน้านามของกูยังเป็นนางสาวอยู่...กูก็จะขอแกล้งมึงแบบนี้...ไปจนตาย ฮึฮึฮึ

            กูจะฟ้องปวีณา!!!”

            “เขาคงรับฟังหรอกนะ...ไอ้หล่อน้อยกว่า ผมหัวเราะในลำคอ

เออ!! จำไว้เลยนะมึง!!” ไอ้ประแจชี้หน้าผมก่อนจะสะบัดหน้าไปอีกทางแล้วบ่นเป็นหมีกินผึ้ง....................................................................................

            ระวังเท้าด้วย ผมยื่นมือไปประคองเจ้าของร่างบางให้ลงจากเรือด้วยความปลอดภัยก่อนจะโอบเอวแล้วส่งยิ้มให้ตากล้องที่ทำมาหากินอยู่แถวนั้น

            น่ารักมากเลยครับ วันกลับอย่าลืมแวะไปที่ร้านนะ พูดจบก็ยัดเยียดใบปลิวมาให้ก่อนจะรีบหันไปถ่ายรูปนักท่องเที่ยวรายอื่น

            อิจฉาคนมีแฟนจังโว้ย.. ไอ้ประแจพูดลอยๆ ก่อนเดินผ่านพวกเราไป

            อิจฉามากๆ เดี๋ยวกูก็ถีบตกทะเลซะเลยนี่ เผื่อจะเจอนางเหงือก เอ้ย นางเงือกมาพาไปทำสามี ผมตอกกลับด้วยสีหน้ากวนๆ

            เออ!!!” คนถูกกวนส่งสายตาค้อนควับๆ มาให้หลายดอกก่อนจะเดินนำหน้าไปยังรถสองแถวที่อยู่แถวนั้น

            เลิกหยอกกันซักทีได้มั้ยสองคนนี้นี่ เรามาเที่ยวฉลองสอบติดนะ อย่าทำให้เสียบรรยากาศซิ โมจิเอ่ยเมื่อถึงโรงแรมที่จองไว้

            ...บอกไอ้กานต์โน่น ไอ้ประแจพูดโดยไม่มองหน้า สงสัยมันยังไม่เลิกงอน

            ถ้าโมพูดแบบนี้...ก็ได้ กูไม่แกล้งมึงแล้ว โอเคป่ะ? ผมบอกพลางตบไหล่มัน

            เออ...ไม่แกล้งกูแน่นะ? มันย้ำถาม

            อือๆ รีบไปเช็คอินได้แล้วไป เดี๋ยวพนักงานเขาก็มาไล่หรอก ไอ้ประแจพยักหน้ารับก่อนจะเดินไปติดต่อห้องพัก

            “โอ้โห...ห้องหรูกว่าที่คิดนะเนี่ย ไอ้ประแจดูท่าจะตื่นเต้นกว่าใครเพื่อนที่เห็นห้องพักดูดีกว่าในรูปทางเว็บไซต์

            ก็โอเคล่ะนะ วิวสวยดี....อย่าเสียเวลาเลย รีบเปลี่ยนชุดไปเล่นน้ำกันดีกว่า ผมว่าพลางวางกระเป๋าลงบนเตียงแล้วเริ่มรื้อ

            จัดให้!!” คนตื่นเต้นรับคำก่อนจะคว้ากระเป๋าตัวเองมาแล้วเริ่มลงมือคุ้ย ผมหันไปมองโมจิที่ยืนหน้าตู้เสื้อผ้าพร้อมกระเป๋าของตัวเอง แล้วหยิบชุดบิกินี่สีชมพูลายขวางน่ารักออกมามองก่อนจะรีบยัดลงกระเป๋าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ไม่ใส่ตัวนั้นจริงอ่ะ? ผมเอ่ยถามพลางเดินเข้าใกล้

            ...ก็...ไม่รู้สิ โมจิเหล่ตามองผมราวกับของความคิดเห็น กานต์คิดว่ายังไงล่ะ?

            อืมมม... ผมลากเสียงแล้วหยิบชุดบิกินี่ตัวปัญหาขึ้นมาก่อนจะอมยิ้มกรุ้มกริ่ม ให้ช่วยใส่มั้ยล่ะ?

            บ้า!!!” ใบหน้าแดงซ่านเหมือนจะเข้าใจความหมายแฝงในคำพูดของผม แล้วเจ้าตัวก็รีบฉวยชุดบิกินี่ในมือวิ่งเข้าห้องน้ำไป

            กรุณาอย่าลืมว่ามีคุณกูมาด้วยนะครับคุณมึง ไอ้ประแจเอ่ยขัดอีกรอบ ผมหันมองมันก็หลุดหัวเราะในสไตล์การแต่งตัวของมัน เสื้อโปโลลายดอกสีส้มแปร๊ดไม่ติดกระดุมโชว์แผงอกและซิกแพคที่อุตส่าห์เร่งสร้างก่อนจะมาเที่ยว กางเกงขาสั้นสีเขียวลายดอกเช่นกัน นั่นยังไม่รวมไอ้แว่นกันแดดที่มันคาดอยู่ที่หัวอีก

            เอ่อ...ไม่ทราบว่าคุณมึงจะดอกไปไหนวะ? ผมเอ่ยทักก่อนจะหัวเราะก๊ากออกมา

            ...ก็... มันเงียบไปเหมือนจะเสียความมั่นใจ กูหยิบมาผิดนี่หว่า...แต่แล้วไง กูว่ามันแนวดีออก กูหล่อซะอย่างใส่อะไรก็ขึ้น มันพูดพลางเก๊กหน้าหล่อเต็มพิกัด

เออ! กูยอมรับว่ามึงก็หล่อใช้ได้ แต่ช่วยกรุณาเห็นใจกูที่ต้องเดินกับมึงได้รึเปล่า กูไม่ได้หน้าด้านเหมือนมึงนะเว้ย

โห! ไอ้หน้าบางกว่าพื้นยางมะตอย กล้าพูดเนอะ...แล้วมึงจะให้กูทำยังไง? กูบอกแล้วว่ากูหยิบมาผิดถ้าให้กูเปลี่ยนกูไม่ต้องใส่กางเกงในตัวเดียวเดินไปเลยเรอะ?

            “สมควรอยู่หรอก บอกให้เตรียมเสื้อผ้าตั้งสองสามวัน เสือกมาจัดเอาตอนจะมา สมน้ำหน้า!” ผมว่าพลางถอนใจแล้วคว้าเอากางเกงขาสั้นสีดำที่สำรองมาด้วยเขวี้ยงใส่หน้ามัน

            โอ้..แต้งส์กิ้วหลายๆ มันบอกก่อนกระชากกางเกงลายดอกของมันลงพรวดอย่างหน้าไม่อาย กางเกงว่ายน้ำรัดรูปสีดำโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของปิกาจูให้เห็นเต็มสองตา

            เฮ้ย!!”

            ตกใจอะไรวะ? เห็นจนชินแล้วไม่ใช่เรอะ มันบอกอย่างไม่ยี่หระแล้วเปลี่ยนกางเกงหน้าตาเฉย

กูว่ามึงนั่นแหละที่ลืมไปว่ามีโมจิมาด้วย ถ้าเมื่อกี้โมเปิดประตูมาพอดีคงได้กรี๊ดลั่นเพราะความหน้าด้านของมึง

เออเนอะ....ขอโทษทีละกัน ว่าแต่มึงไม่เปลี่ยนเสื้อเหรอวะ มันถามพลางมองผมที่ยังอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์

ห้องน้ำไม่ว่าง

แล้วไง?...เปลี่ยนมันตรงนี้แหละ ถ้ายังไง..เดี๋ยวกูช่วยเปลี่ยนให้ ไม่จบแค่คำพูด ไอ้ประแจพุ่งพรวดเข้าหาจนผมที่ตั้งหลักไม่ทันล้มลงบนเตียง จากนั้นศึกกระชากวิญญาณ เอ้ย กระชากเสื้อก็เกิดขึ้น

เชี่ย! ทำไรของมึงเนี่ย!?

นิ่งๆ ซิวะ!!”

จับตรงไหนของมึงน่ะ?!!!”

ทำอะไรกันน่ะ? เหมือนเสียงระฆังหมดยก จากที่วุ่นวายกับการถูกกด(?)ทุกอย่างก็หยุดลง

ผมในสภาพที่ถูกกระชากเสื้อยืดขึ้นจนหน้าท้องแบนราบและหน้าอกที่แบนพอๆ กันในแผ่นรัดหน้าอกโผล่ออกมารับออกซิเจน กางเกงยีนส์ที่ถูกปลดกระดุมรวมถึงซิปที่ถูกรูดลงตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่อาจบอกได้ โชว์บอกเซอร์ลายสก๊อตพอให้เซ็กซี่นิดๆ กำลังถูกกดโดยไอ้ประแจที่เสื้อลายดอกของมันก้ำกึ่งจะหลุดมิหลุดแหล่ นั่งคร่อมบนตัวส่วนล่างโดยที่มือมันข้างหนึ่งจับเสื้อผมและอีกข้างหนึ่งจับข้อมือผมไว้แน่น

ความเงียบปกคลุมห้องอย่างน่าอึดอัด

อ่า... เสียงผม

เอ่อ... เสียงไอ้ประแจ

...... สำหรับโมจิคือความเงียบที่มาพร้อมกับสายตาแปลกๆ ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินเข้ามาผลักไอ้ประแจให้ลุกไปจากตัวผม

ถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่โมมาเห็นละก็...คงมีอยู่เรื่องเดียวแหละที่พวกเขาจะคิดได้” โมจิพูดหน้านิ่งก่อนจะฉุดข้อมือผมให้ลุกจากเตียงแล้วจัดแต่งเสื้อผ้าให้เข้าที่

“ก็แค่เล่นกันน่า...คิดอะไรมากล่ะ” ไอ้ประแจพูดขำๆ แต่เมื่อเห็นสายตาโมจิก็เป็นต้องหุบปากก่อนจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไป

“โกรธอะไรล่ะเนี่ย?” ผมถามพลางจับมือนุ่มมาแนบแก้มตัวเองแล้วมองดวงหน้าหวานที่งอง้ำ

“...” โมจิไม่ตอบก่อนจะดึงมือกลับแล้วเมินหน้าหนี

“โม...แค่เล่นกันเองน่า...อย่าคิดมากดิ...นะ” ผมพยายามง้อคนตรงหน้า เหมือนจะได้ผลเมื่ออีกฝ่ายหันกลับมาสบตา

“โมขอพูดตรงๆ เลยนะกานต์...โมไม่ชอบ ไม่เคยชอบเลยที่กานต์เล่นอะไรแบบนี้กับประแจ ถึงโมจะรู้อยู่เต็มอกว่ามันไม่มีอะไรระหว่างกันก็เหอะ...แต่พอได้ยินคนอื่นที่เขาไม่รู้ความจริงพูดเกี่ยวกับพวกเธอสองคน...กานต์รู้มั้ยว่าโมเจ็บ ทำไมโมถึงต้องมาได้ยินเรื่องที่เขาคิดว่าแฟนเราเป็นอะไรกับคนอื่นด้วย กานต์ไม่ได้เป็นโม...กานต์ไม่เข้าใจหรอกว่าโมรู้สึกยังไง” จบคำพูดระบายความรู้สึก ผมรับรู้ได้ทันทีว่าเธอคงจะอึดอัดมาตลอด เพียงแต่เธอเลือกที่จะไม่พูดเท่านั้นเอง

“โม...อย่าคิดมากนะคนดี ช่างหัวคนอื่นเขาสิเขาจะพูดอะไรคิดยังไงมันก็เรื่องของเขา...ถ้าเราไม่เอามันมาใส่ใจก็ไม่มีใครทำอะไรเราได้หรอก...เชื่อเรานะ” ผมพูดปลอบพลางดึงตัวโมจิเข้ามากอดหลวมๆ “แค่เรารู้ตัวว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ก็พอแล้ว...นะคะ”

“...โมรู้ว่าโมกำลังทำอะไร แล้วก็รู้ด้วยว่ากานต์ทำอะไร โมรู้...รู้จนโมรู้สึกกลัว” คนในอ้อมกอดเถียงกลับด้วยเสียงอู้อี้พลางกอดผมแน่นขึ้น

“กลัวอะไร?” ผมถามเสียงอ่อน

“กลัวว่าสักวันนึง...กานต์จะทิ้งโมไป” ผมสะอึกไปกับคำพูดของเธอ แต่ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบอะไร โมจิก็พูดคำที่ผมไม่อาจปฏิเสธมันได้เลย “แต่โมเชื่อนะกานต์...คำสัญญาที่กานต์เคยให้ไว้กับโมกานต์จำได้มั้ย?...ที่กานต์บอกว่าจะไม่มีวันทิ้งโม”

“จำได้สิ” ผมจำได้เสมอกับคำสัญญาที่เคยให้ไว้...คำสัญญาที่เป็นเสมือนทั้งตราบาปและโซ่ตรวน

“เป็นเพราะคำสัญญาตอนนั้นถึงทำให้โมเชื่อและมั่นใจในตัวกานต์ แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีหลายครั้งที่โมเสียใจแต่โมก็เชื่อ...เชื่อมาตลอดว่ากานต์จะไม่ทิ้งโม...ใช่มั้ยกานต์?” โมจิดันตัวออกห่างเล็กน้อยก่อนจะมองหน้าผม ความคาดหวังความเชื่อมั่นถูกส่งมาให้โดยไม่ปิดบังจนผมอดไม่ได้ที่จะหลบสายตาก่อนจะดึงตัวเธอเข้ามากอดเพื่อปกปิดความรู้สึกอึดอัดกับสิ่งที่เธอมีให้ผม

อันที่จริงผมก็พอใจกับความสัมพันธ์ระหว่างผมกับโมจิอยู่พอประมาณ ใครจะไม่พอใจบ้างถ้าได้คบกับสาวงามยิ่งสาวงามระดับโมจิด้วยแล้วผมพูดได้เลยว่ามีแต่คนอิจฉา แต่บางครั้ง...ความรู้สึกของโมจิที่มีต่อผมมันยิ่งใหญ่เกินกว่าจะรับไหวจริงๆ ผมจึงต้องไประบายออกโดยการจีบหญิงตามที่ไอ้ประแจชักชวน แต่สุดท้าย...คนที่ผมคบออกหน้าออกตาด้วยก็มีแค่โมจิคนเดียว

มีหลายคนที่พอรู้ว่าผมมีแฟนเป็นผู้หญิงก็ทำหน้าแปลกๆ แล้วเอาเรื่องของเราไปใส่สีตีไข่จนไม่รู้อะไรเป็นอะไร แต่ช่างเถอะฮะ...ใครจะคิดอะไรก็เรื่องของเขา เขามีสิทธิ์ที่จะคิดใครไปห้ามอะไรไม่ได้หรอก ขนาดตัวผม...ผมยังเลือกที่จะเป็นแบบนี้เลยแล้วนับประสาอะไรกับความคิดของคนอื่น...จริงมั้ยฮะ?

ถ้าพูดกันตามจริง...เกี่ยวกับรสนิยมของตัวผมเองนั้น ผมพูดได้เต็มปากฮะ...ว่าผมไม่ได้เป็นอย่างที่ใครๆ คิด ถ้ามองแค่ว่าผมหล่อ เท่ห์ มาดแมน รวมถึงการที่ชอบไปจีบผู้หญิงและสุดท้ายคือการมีแฟนเป็นผู้หญิง จะเอามาสรุปว่าผมเป็นอย่างนั้นอย่างนี้แล้วล่ะก็...คิดผิดฮะ

ผมก็แค่เป็นผู้หญิง...ที่หล่อกว่าผู้ชายทั่วไปนิดหน่อย เท่ห์และมาดแมนกว่าผู้ชายทั่วไปนิดนึง แต่จริงๆ ในส่วนลึกแล้ว...ผมก็ยังฝักใฝ่ในผู้ชายนะฮะ เอ่อ...ถึงแม้ว่ามันจะอยู่ลึกมาก ลึก...จนแทบจะหาไม่เจอเท่านั้นเอง

“เอ่อ...คือกูออกจากห้องน้ำได้รึยัง?” เสียงไอ้ประแจเป็นตัวเรียกให้หลุดจากห้วงความคิด ผมหันมองไปทางห้องน้ำก็เห็นไอ้ประแจทำหน้าปุเลี่ยนๆ พลางส่งภาษามือที่ผมไม่อาจเข้าใจมาให้

“โอเคแล้วนะ...” ผมถามพลางดันตัวโมจิให้ออกห่างก่อนจะวางมือลงบนเรือนผมนุ่มเบาๆ คนตัวเล็กกว่าเงยหน้าขึ้นสบตาพร้อมแย้มรอยยิ้มหวานซึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเธอหายโกรธแล้ว

“ฮัลโหล...สนใจกูโหน่ยยย” น้ำเสียงกวนประสาทดังขึ้นอีกระรอกผมหันขวับไปมองก่อนจะกวักมือเรียกให้มันออกมาจากห้องน้ำ “แหม่...นึกว่าจะต้องสิงอยู่ในห้องน้ำซะแล้ว” ไอ้ประแจพูดพลางทำหน้าทะเล้น

“ประแจ...โมขอโทษนะ”

“เฮ้ย...ไม่เป็นไรหรอกโม เราไม่ได้คิดมาก...ไปเล่นน้ำกันเหอะ” ไอ้ประแจเอ่ยชวนแต่โมจิส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ

“ประแจไปกับกานต์สองคนเถอะ โมเหนื่อย...อยากนอนพักน่ะ” พูดจบก็ส่งยิ้มบางๆ มาให้ ผมกับคนที่เหลือจึงมองหน้ากันก่อนจะพากันเดินออกจากห้องไป

………………………………………….

            “โกรธเรื่องกูกับมึงอยู่ดีๆ ไหงสุดท้ายวกเข้าเรื่องนั้นอีกแล้ววะ?” ไอ้ประแจเอ่ยถามเมื่อถึงลิฟต์

            “ได้ยิน?” ผมเหล่มองมันเล็กน้อย

            “แหม...ห้องแค่นั้น ไม่ได้ยินนี่ก็หูหนวกแล้วล่ะ” มันว่าก่อนจะผิวปากเรื่อยเปื่อย

            “นี่แหละผู้หญิงล่ะ...โกรธทีไรไม่เคยจบที่เรื่องเดิมทุกที” ผมหัวเราะเบาๆ

            “พูดยังกะรู้เรื่องผู้หญิงดีนักล่ะ”

            “อ้าว...ปากวอนส้นมั้ยล่ะมึง ก็กูเป็นผู้หญิง...จะไม่รู้ได้ไงว่าคิดยังไง” ผมว่ากลับพลางหันไปมองหน้าเห็นไอ้ประแจทำตาโตก่อนมันจะหัวเราะก๊ากออกมา

            “ฮ่าๆๆ กล้าพูด...” แล้วมันก็เงียบไปส่งผลให้ผมเงียบตาม เราพากันเดินเงียบๆ ไปตามทางเดินก่อนจะโผล่ไปยังชายหาดใกล้ๆ “ถ้ามึงอึดอัดนัก...ก็บอกโมไปดิ กูคิดว่าน่าจะเข้าใจกันบ้างแหละ” ผมหันไปมองคนพูดที่ทำเสมือนว่าไม่ได้พูดอะไรออกมา

            “ถ้าทำได้...กูทำไปนานแล้ว” ผมตอบก่อนจะถอนหายใจยาว

            “ทำไมวะ...รู้สึกผิด?” คำพูดสั้นๆ แต่เข้าใจความหมายลึกซึ้ง

            “อืม...ตามนั้น”

            “ทำตัวเป็นพระเอกไปได้” ผมเหล่ตามองไอ้ประแจที่กำลังทำปากขมุบขมิบเหมือนพูดอะไรสักอย่าง

            “ก็ถ้าไม่ทำตัวเป็นพระเอก...แล้วสาวที่ไหนมันจะมาหลงกันล่ะ จริงป่ะ?” ผมพูดขำๆ พลางยักคิ้วให้อย่างเข้าใจในความหมาย

            “ไอ้ห่าน...แล้วเมื่อกี้บอกว่าตัวเองเป็นผู้หญิง ผู้หญิงโลกไหนวะแม่งอยากให้สาวมาหลง” มันว่าพลางหัวเราะ

            “ก็ผู้หญิงอย่างกูไง!” ผมตอบอย่างมั่นใจก่อนจะหัวเราะร่วนไปกับคนตรงหน้า

            “งั้นก็อย่าเสียเวลาเลยพวก ไปจีบสาวแก้เซ็งดีกว่า” ผมพยักหน้าตอบรับคำชวนอย่างเร็วก่อนจะเดินต่อไปโดยทิ้งความรู้สึกต่างๆ ไว้ที่ตรงนี้

            ชายหาดสีขาวทอดยาวสุดสายตา น้ำทะเลต้องแสงแดดเป็นประกายระยิบระยับ  ท้องฟ้าสีฟ้าสดถูกแต่งแต้มด้วยปุยเมฆขาวชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย สายลมและกลิ่นเกลือที่พัดมาทำให้สดชื่นขึ้นทันตา เสียงคลื่นที่ซัดสาดผืนทรายคลอเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะของนักท่องเที่ยวมากมาย และที่สำคัญที่สุดคือเหล่าหญิงสาวในชุดบิกินี่สีสันสดใสที่ชวนให้มองตามอย่างเสียไม่ได้

ผมมองหน้าไอ้ประแจที่อมยิ้มกรุ้มกริ่มก็อดไม่ได้ที่จะเผลอยิ้มตาม แววตาส่อประกายซุกซนเหมือนเด็กเจอของเล่นถูกใจ

            “ถึงเวลาบริหารเสน่ห์กันแล้วพวก” มันพูดขึ้นมาก่อนจะตบไหล่ผมพลางยักคิ้ว สายตาสอดส่ายราวกับหาเป้าหมายแต่แล้วจู่ๆ ขาหน้าของมันก็สะกิดยิกๆ ด้วยแรงไม่เบานักที่กลางหลัง

            “เป็นเชี่ยอะไรมึง?” ผมเบี่ยงตัวหลบการทำร้ายร่างกายที่ยังไม่รู้ว่าคนทำมีเจตนาหรือไม่อย่างไร

            “มึงๆ...เจอเป้าหมายที่สองนาฬิกา” ผมหันตามที่มันบอกก็เล่นเอาอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อเป้าหมายที่ว่านั้นจัดได้ว่าเข้าข่ายสาวงามเสน่ห์เยอะ

            เคยมั้ยฮะที่เมื่อเจอใครสักคนแล้วมันมีความรู้สึกแบบ...เหมือนไฟช๊อต ประกายวูบวาบวิ่งผ่านทั่วร่างทำเอาขนลุกซู่อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งเพ่งพิศเธอคนนั้นมากเท่าไหร่จังหวะการเต้นของหัวใจก็ผิดปกติมากขึ้นเรื่อยๆ

            ร่างเพรียวบางสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตโปโลสีเหลืองอ่อนพอดีตัวกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเหนือเขาโชว์เรียวขางาม ผมสีน้ำตาลเข้มถูกผูกเป็นหางม้าเล็กๆ ลูกผมคลอเคลียใบหน้าและลำคอดูแล้วเย้ายวนเป็นบ้า ใบหน้างามที่เห็นเพียงเสี้ยวนั้นทำเอาใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ

            เฮ้ยๆ ไอ้กานต์ น้ำลายจะหกแล้วมึง เสียงไอ้ประแจเรียกให้ผมหลุดจากมนต์เสน่ห์แห่งฟีโรโมนของเจ้าหล่อน

            ฮะๆ...กูขอนะ พูดจบก็รีบเดินเข้าไปใกล้ด้วยกลัวไอ้ประแจจะตัดหน้า

            ทะเลสวยนะฮะ ผมทำเนียนไปยืนใกล้ๆ พร้อมเก๊กหล่อเต็มพิกัด

            ... สาวสวยเหลือบตามองผมเงียบๆ ก่อนจะเดินออกห่างด้วยสีหน้าบูดบึ้ง

            อ้าว!?... ผมงงกับสิ่งทีเกิดขึ้นเพราะเป็นครั้งแรกที่มีสาวเดินหนีผมแบบนี้ สงสัยจะเขิน มาคนเดียวเหรอฮะ? ผมถามพลางเดินตาม ไม่ยอมแพ้หรอกน่า

            “เสือก!” สิ่งที่ได้ยินถึงกับทำให้ผมหยุดอยู่กับที่ ห๊ะ! เสือ...เหรอ? คงหูฝาดมั้ง ผมพยักหน้าหงึกหงักกับความคิดของตัวเองก่อนจะไล่ตามเจ้าหล่อนไป

            น่ารักดีนะเธอ...ชื่ออะไรอ่ะ? ปรมาจารย์เคยสอนไว้ว่าผู้หญิงชอบให้ชม

            ถามป้าแกดูดิ!” สีหน้าคนตอบยังคงบูดบึ้งและเดินไม่หยุด

            พอดีป้าอยู่บนสวรรค์น่ะ ถามไม่ได้หรอก ผมตอบกลับ ได้ผล! เธอหยุดเดินแล้วหันกลับมามองผม ใบหน้าที่เห็นเต็มๆ ตาทำเอาใจผมกระตุก เธอแย้มรอยยิ้มช้าๆ โอ้ววว น่ารักกก กว่าที่ผมจะรู้ว่ามันเป็นรอยยิ้มเพชฌฆาตผมก็ลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นซะแล้ว

            ไปตายซะ! ไอ้โรคจิต!!” เจ้าตัวพูดหลังจากทำการถีบท้องผมเต็มแรงแล้วสะบัดหน้าเดินจากไป ผมทั้งจุกทั้งงง นี่มันเกิดอะไรขึ้น!? ผมทำอะไรผิด!?

            เดี๋ยวก่อน!!” เจ้าหล่อนไม่ได้หันกลับมา มีเพียงนิ้วกลางที่ถูกส่งมาให้เป็นที่ระทึก เอ้ย ที่ระลึกก่อนจากเท่านั้น

            อูย... ผมกุมท้องพลางร้องโอดโอย

            สงสัยเสน่ห์มึงจะยังน้อยเกินไปว่ะไอ้กานต์ ไอ้ประแจพูดด้วยสีหน้าแสดงความสะใจสุดๆ

            ฮึ่ย! เสียหน้าเป็นบ้า

ถ้าเจอกันคราวหน้า..ฉันจะเอาคืนให้เข็ดเลย...ยัยจอมโหด!!”


................................................................................................................................

คุยกันแป๊บ...

จับปล้ำเลยจ้ะลูกกานต์ อุ๊บส์!!!


รัก...

แมแตร์

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

156 ความคิดเห็น

  1. #152 zuwania (@zuwania) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 18:47
    ในที่สุด ไรเตอร์ที่รัก ท่านก้กลับมาแล้ววว(ปริ่ม) นืยายที่เรารอคอยมาเเสนนาน(นานจนไม่กล้ากลับไปดูคอมเม้นเก่าเลย  T^T) ดีใจที่จะกลับมาอัพต่อนะคะ สู้ๆนะคะไรเตอร์ ^^V
    #152
    1
    • #152-1 แมแตร์ (@rita_skutter) (จากตอนที่ 2)
      18 เมษายน 2559 / 19:33
      ขอบคุณนะที่ยังรอคอยและติดตามผลงานเรื่องนี้ ขอบคุณจริงๆ นะ คราวนี้สัญญาจากหัวใจว่า...จะไม่หายไปไหนอีกแล้ว (ยิ้มน้ำตาคลอ)
      รัก... แมแตร์
      #152-1
  2. #141 jaja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 04:30
    รักแรกพบ กับ แรกพบสบตาก็ชังน้ำหน้าสินะ!!!???

    นางเอกอย่างแมนอะ คนสวยก็โหดซะ555
    #141
    0
  3. #133 zuwania (@zuwania) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2555 / 10:09
    55 ใช่เลยค่ะ นางเอกเรื่องนี้จะเเบน เอ้ย เเมนไปไหน =..= 
    แอร๊ยย รักนางเอกแทนดีไหม 5555
    สนุกมากๆเลยค่ะ 
    ยังคอยและติดตามต่อโลดดดดด >O<
    #133
    0
  4. #12 มะแนง (@porde) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2553 / 10:14

    อย่างงี๊นี่เอง จริงๆแล้วเขาไม่ได้อยากเป็น ช

    เขียนลื่นไหลจังนี่แค่เรื่องสองเอง

    อนาคตได้พิมขอเราฟรีเล่มนึงนะ

    อิๆ

    #12
    0
  5. #4 ม่านทราย (@pixxy-pix) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 23:40
     พระเอกใช่ ประแจป่าวเงี๊ยว๑.๑
    #4
    0
  6. #2 หวัดดีชาวโลก (@boat6699) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 มีนาคม 2553 / 17:51

    โอ้วในที่สุดก็เข้าใจละ ที่แท้เตี่ยก็อยากให้กานตร์เป็น....แต่กานต์เป็น อืม ค่อยๆคลายทีล่ะเปลาะแบบนี้ เจ๋งดีอะ ยืมๆ
    ไปใช้ในเจ้าหญิงคือนาย เจ้าชายคือฉันบ้างดีกว่า จะคิดตังค์มั้ยเนี่ย

    #2
    0