[FIC] yaoi [Hyunmin x Minkey] Time 2 love

ตอนที่ 2 : TIME 2 LOVE :: P2**

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    28 ส.ค. 58

T I M E 2 L O V E

 

-2-

 

สองขาหยุดลงหน้าสระน้ำของมหาลัย ตาเรียวพยายามมองลงใปในบ่อที่มีแต่โคลนเผื่อว่าจะเห็นพวงกุญแจที่โยนลงมาเมื่อเช้าสะท้อนแสงแดดตอนกลางวันขึ้นมาบาง คีย์วางเป้ลงข้างตัวก่อนจะถอดรองเท้า ถุงเท้า พร้อมทั่งพับขากางเกงสเลคสีดำของตัวเองขึ้น

“เดี๋ยว มึงจะทำอะไร!” จงฮยอนร้องเสียงหลงทันทีเมื่อมองเพื่อนตัวเองกำลังปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของตัวเองออก

“จะลงไปหากุญแจ”

“หาไม่เจอหรอก ดำขนาดยี้ไม่รู้ปลาในน้ำมันดีดถมพวงกุญแจไปแล้วหรอเปลาก็ไม่รู้” จงฮยอนพูดอีกครั้งและพยายามห้ามไม่ให้คีย์ถอดเสื้อออกมา

“ยังไม่ได้หาแล้วรู้ได้ไงว่าจะไม่เจอ”

“ดูนั้น” จงฮยอนชี้ไปยังสระที่ไม่ได้เกิดเองตามธรรมชาตแต่เจ้าของมหาลัยเป็นคนทำขึ้นมาเพื่อความสวยงาม แล้วตรงหน้าก็มีแต่ตะใคร้น้ำ โคลน ไหนจะดอกบัวที่ขึ้นเป็นย่อมๆ ในสระ แล้วไหนจะปลาที่เลี้ยงเอาไว้เพื่อความสวยงามอีก มองลงไปก็เห็นแล้วว่ามันไม่เจอ น้ำในบ่อเองก็ใสพอที่จะมองเห็น “ถ้ามันมีนายจะเห็นมันจากตรงนี้”

คีย์มองไปตามนิ้วของเพื่อนที่ชี้ให้เขาดูก่อนจะสะบัดมือของตัวเองออก ใบหน้าเชิดขึ้นและยังเชื่อมั่นกับความคิดของตัวเองก่อนที่จะถอดเสื้อตัวเองออกสำเร็จ

ขาเรียวค่อยๆ ก้าวลงไปในสระน้ำและมองหา สระไม่ได้ลึกมากเท่าไหร่ลงความลึกของมันเลยหัวเข่าของคีย์ขึ้นมาเพียงนิดเดียวเท่านั้นมันเลยง่ายต่อการมองหาในน้ำด้วยตาเปล่า สองมือค่อยๆ กวาดสิ่งที่บดบังเบื่องล่างออกให้พ้นสายตา ก้าวไปเรื่อยๆ โดยไม่เร่งรีบเพราะกลัวว่าโคลนที่เหยียบอยู่มันจะยิ่งคลุ้งขึ้นมาทำให้มองไม่เห็นใต้น้ำได้

“อยู่ไหน อยู่ไหน” บ่นพึมพัมกับตัวเองมือก็ยังควานหาไปเร่อยๆ อย่างใจเย็น จงฮยอนมองการกระทำของเพื่อนตัวเอง พอมาคิดดูแล้วเขาน่าจะต่อยไอ้นายแบบคนนั้นซักหมัดข้อหาที่ทำให้เขาต้องมายืนดากแดดเปรี๊ยงๆ แบบนี้แถมยังต้องมานั่งรอคนลงไปหาของทั่งบ่ายแน่ๆ วันนี้

จะให้เขาลงไปช่วยเหรอ ไม่มีทาง นั่งรออยู่บนนี้ดีกว่าเยอะลงไปก็มีแต่จะทำให้หายากเข้าไปอีก เพราะเขาคงจะทำให้โคลนขึ้นมาบบนผิวน้ำมากกว่าจะช่วยหาของ ขอนั่งเป็นกำลังใจรออยู่บนขอบสระแล้วกันนะเพื่อน

 

“โว๊ย อยู่ไหนของแกวะ!!”เสียงหวานกระโกนขึ้นมาอย่างเหลืออดเมื่อหาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ นี้มันก็ผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว น้ำในสระก็กลายเป็นสีดำเพราะเขาเดินจนทั่ว นึกด่ามหาลัยตัวเองอยุ่ในใจว่าทำไมไม่สร้างสระว่ายน้ำแทนที่จะเป็นบ่อเลี้ยงปลาเพื่อความสวยงามแบบนี้ มันทำให้เขาหาของลำบากม่ารู้หรือไง

“กลับบ้านเถอะ ไม่เจอแล้วละ” เสียงของจงฮยอนดังมาแต่ไกล ในมือก็ถือถุงขนมนั่งอยู่ด้านบนรอคีย์ที่อยู่ในสระน้ำ คนเดินผ่านไปมามองมาทางพวกเขาไม่หยุดตั้งแต่บ่ายตอนนี้ก็จะ 3 โมงเย็นแล้ว อีกไม่กี่นาทีคงจะมีคลาสของนักศึกษาหลายคณะเลิกเรียน ถ้ามีคนเดินผ่านเยอะกว่านี้คงคิดว่าเขามานั่งรอเพื่อนจับปลาในบ่อแทนแน่ๆ

คีย์มองไปรอบๆ อีกครั้งเป็นการสำรวจครั้งสุดท้าย สระน้ำใสๆ กลายเป็นสีดำอย่างกับเทท่อระบายน้ำเสียลงบ่อ ร่างบางหันไปมองเพื่อนที่นั่งรออยู่ด้านบนกำลังกวักมือเรียกให้เขาขึ้นไป คีย์พยักหน้ารับแล้วถอนหายใจกับตัวเองอีกครั้ง เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยลองมาหาใหม่อีกครั้งก็ได้

ขาเรียวก้าวกลับไปยังด้านเดิมที่จงฮยอนยืนรอเขาอยู่ ยืนมือไปข้างหน้าเมื่อมาถึงทางขึ้นที่จงฮยอนรอรับอยู่ด้านบน จงฮยอนยื่นมือเข้าไปช่วยดึงเพื่อนร่างบางของตัวเองขึ้นมาจากบ่อ มองสำรวจร่างกายเห็นได้เจนว่าผิวของคีย์เริ่มคล้ำขึ้นมา

          “กลับเลยนะ” จงฮยอนบอกคีย์เมื่อขึ้นมาได้พร้อมกับยื่นเสื้อสีขาวไปให้ คีย์พยักหน้ารับมือเรียวก็สวมเสื้อตัวเองอย่างลวกๆ ติดกระดุมแค่สองสามเม็ดล่างแล้วออกเดินไปหน้ามหาลัยพร้อมกับจงฮยอน วันนี้สงสัยต้องโดนพี่ซูยอนบ่นจนหูแฮะอีกแน่ๆ

 

 

กลางดึก...
          แลมโบกินีสีแดงจอดเทียบท่าหน้ารั่วบ้านสูงใหญ่สีน้ำเงินก่อนจะมีหนุ่มร่างสูงลงจากรถเพื่อเปิดประตูอีกด้านให้คนด้านในลง หญิงสาวผมสีทองในชุดสีชมพูหวานบวกกับกระโปรงละบายลายลูกไม้ที่ปักติดเป็นชายด้านล่างก้าวขาลงมาจากรถก่อนที่ชายหนุ่มจะก้มเข้าไปหยิบกระเป๋าและเอกสารต่างๆออกมา
           “ขอบคุณนะมินจุนยิ้มหวานถูกส่งไปให้บุคคลด้านหน้าก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบของแค่ก็ถูกปฏิเสธเมื่อร่างสูงหันมือหนี

           “เดี๋ยวผมถือให้เปิดประตูบ้านซิร่างสูงบอกปัดแล้วบอกให้ร่างบางหันไปเปิดประตูบ้าน
           “ไม่ต้องหรอกคะวันนี้ฉันรบกวนคุณมามากแล้ว
           “ไม่หรอกผมเต็มใจ แต่ว่าถ้าให้ผมเข้าไป...ท่าทางบ่งบอกชัดเจนว่าอยากจะเข้าไปในบ้านทำให้สาวสวย ถึงกลับรู้ว่าต้องการอะไร ก่อนจะยิ้มขึ้นมองคนมีเลศนัยตรงหน้า
            “ไหนบอกเต็มใจไงคะ แล้วทำไมมีข้อแลกเปลี่ยนละ
            มินจุนไม่ตอบอะไรแต่กลับเม้มปากอย่างใช่ความคิดจนร่างบางก็ทำหน้าคิดตามไปด้วย มินจุนส่งยิ้มมาอีกครั้งก่อนจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้มองจนหญิงสาวรู้สึกประหม่าขึ้นมา

            “ค่ะ?”ถามสั้นๆอีกครั้งก่อนที่ร่างสูงเอาแต่มองหน้าเธอ
            “อืม...ถ้าอย่างนั้นวันหลังถ้าผมจะมาได้ไหม
            “คะ” ตอบไปสั้นๆ ก่อนจะส่งยิ้มหวานอีกครั้งแล้วรีบหยิบของทุกอย่างในมือของร่างสูงมาไว้ในอ้อมกอดของตัวเองอย่างรวดเร็ว
            “วันนี้ขอบคุณนะมินจุนกลับบ้านได้แล้ว ยิ้มหวานถูกส่งออกไปอีกครั้งก่อนจะหันหลังกลับเดินเข้า        บ้านทันที ซูยอนหันกลับมามองร่างสูงอีกครั้งเมื่อเปิดประตูรั่วเข้าไปด้านในได้ มือบางโบกมือลาก่อนจะเปลี่ยนเป็นโบกมือไล่ให้กลับบ้านได้แล้ว

มินจุนยิ้มกับท่าทางน่ารักของหญิงสาวแทนและโบกมือไล่ให้เอเข้าบ้านแทนที่จะไล่เขากลับ เขาก็แค่อยากมองดูจนกว่าซูยอนจะเดินเข้าไปในตัวบ้านแล้วเท่านั้น
           “บาย...ซูยอนเขาเอ่ยเมื่อซูยอนเข้าบ้านไปแล้ว

 เป็นการเริ่มต้นที่ดีสำหรับมินจุนอย่างน้อยก็ก้าวเข้ามาอีกขั้นหลังจากที่ได้รู้จักกันหลายปีแต่ไม่มีโอกาสได้ทำความรู้จักกันจริงๆ เลยซักครั้งมันเป็นเพราะหน้าที่การงานที่โตขึ้นอีกทั่งซูยอนเองก็เคยมีคนรักมาก่อน แต่มันคงไมใช่สำหรับซูยอนที่เพิ่งอกหักมาหมาดๆ ในรอบสามเดือน ซึ่งมันคงทำใจยากที่จะลืมคนรักเก่าที่รักกันมานานถึงสามปี

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในบ้านได้ ความคิดถึงคนรักเก่าที่คอยดูแลกันก็เข้ามา คนที่เคยทำหน้าที่ไปรับไปส่ง คนที่คอยดูแลไม่ห่าง แต่วันนี้กลับเป็นอีกคนที่เธอคิดถึงอย่างชเวมินจุน ร่างบางทรุดลงหน้าประตูพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ผ่านมาสามเดือนแล้วที่เลิกกัน การทำงานของเธอไม่ได้บกพร่องเลยแม้แต่น้อยแต่กลับยิ่งทำให้เธอทำมันหนักขึ้นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องคิดถึงคนที่ทิ้งเธอไปหาคนใหม่

           “มันง่ายมากใช่ไหมคิบอม สำหรับนายฉันคงเป็นแค่คนหนึ่งที่นายลืมไปแล้วน้ำตาใสล่วงหล่นออกมาจาก นัยน์ตาคู่สวยที่เพิ่งส่งยิ้มออกไปไม่นานก็กลับมามีดวงตาที่เศร้าหมองอีกครั้ง   
           เป็นแบบนี้มาสามเดือนแล้วอยากลืมแต่ก็ลืมไม่ได้คนที่รักจนไม่เหลือที่ว่างพอให้คนอื่นข้ามาแทนที่ได้ ถึงจะเลิกกันยังไงแต่ในหัวใจของซูยอนก็มีชื่อของผู้ชายคนเดียวที่อยู่ในใจ....คิมคิบอม

เมื่อไรฉันจะลืมนายได้ซักทีนะ ออกไปจากหัวของฉันซักทีมันเจ็บมากเลยรู้ไหมเสียงสะอื้นที่ดังมาจากหน้าประตูดังพอที่จะทำให้น้องชายอย่างคีย์ที่อยู่บนห้องได้ยิน
          อยากจะเข้ามาปลอบแต่ก็ทำไม่ได้กลัวว่าพี่จะคิดไปไกลอีก ไกลจนไปถึงผู้ชายคนนั้นคนที่ชื่อเหมือนกับเขา เพราะผู้ชายคนเดียวที่ทำให้พี่เขาร้องไห้ทุกวันจนเขาเองก็เกลียดชื่อตัวเอง จนคิดอยากจะเปลี่ยนมันให้รู้ไป เรื่องเมื่อสามเดือนก่อนเขายังจำได้ดีผู้ชายที่ทิ้งพี่เขาไปหาผู้หญิงอีกคน
           “พี่ซูยอนคีย์ตัดสินใจเปิดประตูห้องออกมามองพี่สาวของตัวเองอย่างไม่สบายใจ 
            ซูยอนรีบปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆก่อนจะเงยหน้ามองแล้วส่งยิ้มให้ไปเหมือนไม่มีอะไร เหมือนทุกๆวันที่เคยทำ ปกปิดความกังวลเพื่อไม่ให้คนในครอบครัวเป็นห่วงไปมากกว่านี้ แค่ที่เป็นอยู่ตอนนี้มันก็มากพอแล้ว

ไงคำเดียวที่ออกมาเพราะถ้าพูดออกมามากกว่านี้คงทำให้คนตรงหน้ารู้ว่าเพิ่งร้องไห้ ไม่อยากให้น้องชายเห็นด้านนั้นของตัวเอง เธอเป็นหัวหน้าครอบครัวเพราะฉะนั้นจะให้คีย์เห็นไม่ได้

ผมรู้ว่าพี่เป็นอะไรเพราะฉะนั้นไม่ต้องปิดผมหรอกฮะคีย์มองหน้าพี่สาวที่ยังคงมีคราบน้ำตาเหลืออยู่ถ้าพี่อยากร้องพี่ก็ร้อง เมื่อไหร่ที่พี่พร้อมที่จะมีคนใหม่พี่ก็จะลืมเขาไปเอง พี่ไม่ต้องกลัวว่าผมจะเห็นเพราะผมเป็นน้องพี่ ผมรู้ทุกอย่างที่พี่ทำแล้วก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะพี่จะปิดบังผมทำไม พี่รู้ไหมยิ่งพี่ทำแบบนั้นมันยิ่งทำให้ผมเกลียดตัวเองเข้าไปทุกที...

เสียงของน้องชายยังคงไม่พูดไม่หยุด ซูยอนมองน้องชายของตัวเองที่โตขึ้นมากจนเธอไม่ได้สังเกต คำพูด ความคิดเปลี่ยนไปไม่เหมือนเด็กที่ค่อยแต่อ้อนพี่สาวเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
          “จะอะไรก็แล้วแต่...ผมจะทำให้พี่ลืมไอ้แก้มป่องนั้นไปให้หมด ผมขอโทษที่พาเขาเข้ามาในชีวิตพี่…”สีหน้าจริงจังส่งมายังซูยอน ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำใสๆ ตอนนี้กลับยิ่งเยอะมากกว่าเดิม ไม่ผิดที่คีย์พาคิบอมเข้ามาในชีวิตเธอนั้นเป็นเพราะเธอเลือกที่จะรักผู้ชายคนนั้นเอง คนที่ทิ้งเธอไปโดยไม่เหลือเยื่อใยเลยซักนิด แต่กลับกันคีย์คือน้องชายคนเดียวของเธอเพราะสนิทกันมากเธอจึงกลัวว่าคีย์จะเป็นห่วงเธอมากเกินไป แต่ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าคนที่สามารถทำให้เธอลืมผู้ชายคนนั้นได้นั้นคือคนที่คอยให้กำลังใจเธออยู่ตรงนี้ต่างหาก 
          ซูยอนเข้าไปกอดน้องชายตัวเองแน่น คีย์โตขึ้นเยอะกว่าเมื่อ เข้มแข็งแล้วก็เปราะบางไปพร้อมกับการจากไปของครอบครัว มีความคิดเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ไร้เดียงสาในเวลาเดียวกัน แต่ตอนนี้กลับเป็นเธอที่อ่อนแอไม่สมกับการเป็นหัวหน้าครอบครัวเลยซักนิด
          “ไม่เป็นไรหรอก พี่ไม่เป็นไรเสียงสั่นเครือยังคงดังอยู่ในลำคอแต่ก็เผยยิ้มออกมา ให้ได้เห็นถึงแม่สีหน้าจะไม่ใช่แบบนั้นเลย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดีใจแล้วก็เข้มแข็งขึ้นในเวลาเดียวกัน
          “ทำไมพี่สาวของผมขี้แยจัง

          คำพูดเรียกรอยยิ้มให้ร่างบางอีกครั้ง ซูยอนผละออกจากร่างของน้องชายก่อนที่จะผลักหัวทุ่ยๆ อย่างหมั้นเขี้ยวกับท่าทางที่ทำอย่างกับตัวเองเป็นผู้ใหญ่ซะเหลือเกิน
          “ก็มันจริงนี้ ต่อไปผมจะเป็นหัวหน้าครอบครัวดูแลพี่เองเสียงที่แผ่วลงเรื่อยๆกับ การพูดประโยคหลังอย่างไม่ค่อยแน่ใจแต่ก็ทำให้พี่สาวของเขาเผยรอยยิ้มอย่างเต็มปากได้ ไม่รู้ว่าจะทำได้อย่างที่พูดไหมเพราะประสบการณ์ของตัวเองก็น้อยนิดซะเหลือเกินจะมีเวลาเข้าไปช่วยงานบ้างก็ช่วงปิดเทอมหรือไม่ก็วันที่ไม่มีเรียนเท่านั้น งานที่ทำได้ก็เป็นแค่งานคัดแยกเอกสารช่วยพี่ๆ ในบริษัทซะมากกว่างานผู้บริหารอย่างพี่ซูยอน
            ซูยอนขยี้ผมนุ่มที่ยังแห้งไม่สนิทอย่างหมั่นใส้กับคำพูดปลอบของคีย์ ยังไม่โตจริงๆนั้นแหละแอบหวังอะไรกับน้องชายคนนี้นะ แค่ดูแลตัวเองได้ก็ดีแล้วน้องชายปากร้ายอย่างคีย์นะมีอารมณ์เป็นอาวุธเท่านั้นแหละ เดี๋ยวจะไปใส่อารมณ์กับผู้บริหารคนอื่นเวลาประชุมเข้านะซิเด็กคนนี้น่ะ

 “พี่อะ   ผมไม่ใช่เด็กๆแล้วนะสีหน้าติดหงุดหงิดของคีย์ส่งมายังพี่สาวที่ยังไม่เอามือออกไปจากผมของเขา
           “นี้พูดมากไปเถอะ ขึ้นไปนอนได้แล้วเดี๋ยวก็ตื่นสายอีกหรอกสิ้นเสียงซูยอนก็ผลักน้องชายร่างสูงให้เดินขึ้นห้องไปทันทีก่อนที่คีย์ตามอารมณ์ของพี่สาวไม่ถูก
           “อะไรเนี่ย ชิออกจะงงๆกับอาการของพี่สาวที่ไม่รู้จะเอายังไงกับอารมณ์ เมื่อกี้ยังร้องไห้ตอนนี้กลับร่าเริง….อะไรของพี่เนี่ยคิมคิบอมตามไม่ทันแล้ว

 

 คีย์เดินขึ้นไปบนห้องตามที่พี่สาวร่างบางบอกให้ทำ ผมช่วยอะไรพี่ไม่ได้นอกจากจะรอให้พี่ผ่านช่วงเวลาแบบนี้ไปเอง คนที่เคยยิ้มและหัวเราะอย่างจริงใจคงอีกไม่นานหรอก  ผมนี้แหละจะทำให้พี่กลับมาเป็นพี่คิมซูยอนพี่สาวที่แสนดีของผมเหมือนเดิม

คีย์ส่ายหัวไปมากับอาการของพี่สาวตัวเองเมื่อเดินขึ้นมาบนห้องของตัวเองได้ สายตาหยุดอยู่ที่เป้ใบเก่งมองพวงกุญแจขาดเหลือแต่โซ่แต่ของตกแต่งมันหายไป อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ต้องฟังพี่ซูยอนบ่นเรื่องของหายละนะ

 

 

 

 

ปักมือเล็กชกเข้าไปตันหน้าหล่อๆของร่างสูง

 

งั้นหน้านายก็ไม่สำคัญกับฉันเหมือนกัน

 

น้ำเสียงและสีหน้าโกรธเคืองกับดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตาของผู้หญิงที่เขาก็แค่อยากจะเจออีกครั้ง แต่ทุกอย่างมันกลับพังเพราะเพียงเขาแค่อยากจะแกล้งคนๆนั้นเท่านั้นเอง

มินโฮนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่อกลางวันที่ผ่านมา   มันก็แค่พวงกุญแจไม่ใช่หรอทำไมต้องโกรธขนาดนั้นด้วย แต่เขาเองก็ได้ยินไม่ถนัดหรอกว่าสองคนนั้นคุยอะไรกัน แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะสำคัญสำหรับเธอขนาดนั้นก็แค่อยากแหย่เล่น สงสัยเขาคงจะทำเกินไปจริงๆ

ออด~

เสียงออดหน้าห้องดังขึ้น  มินโฮดึงความคิดหันมาสนใจกับผู้มาเยือนก่อนจะลุกขึ้นเดินไปดูบนหน้าจอที่ติดเอาไว้ว่าใครมารบกวนเวลานอนของนายแบบดังแบบเขาในเวลานี้

มินจุน?”น้ำเสียงและสีหน้าแปลกใจที่เห็นพี่ชายคนโตมาที่นี้ มือหนากดปุ่มเปิดประตูอันโนมัติเพื่อให้คนที่อยู่ด้านนอกเดินเข้ามา
          “มาทำอะไรมินโฮถามออกไปอย่างไม่ได้ใส่ใจกับมันนัก เขากอดอกพิงเสามองคนที่ยืนอยู่หน้าประตูเมื่อเปิดเข้ามา คำพูดที่ออกดูจะห่างเหินไปหน่อยกับคนในครอบครัวเดียวกันแต่เขาก็ชินกับมันซะแล้วละ มินจุนไม่ตอบอะไรทำเพียงส่งยิ้มแล้วเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะโดยที่มินโฮยังไม่ได้อนุญาติ น้องชายมองตามร่างของมินจุนที่เดินเข้ามากลางบ้านด้วยความไม่ชอบใขฃจเท่าไหร่นัก
          “นานๆทีเจอกันนายพูดกับพี่ชายตัวเองอย่างนี้นะเหรอพูดไปก็ถอดเสื้อโค้ชสีเข้มออกก่อนจะนั่งลงที่โซฟาสีฟ้าสดแล้วเอนตัวนั่งอย่างกับเป็นเจ้าของบ้านเองซะอย่างนั้น
          “พ่อ ให้มาตามผมกลับบ้านหรือยังไงนึกถึงคนที่ทำให้เขาย้ายออกมาจากบ้านก็ออกกจะฉุนนิดหน่อยแต่เรื่องมันก็นานมาแล้วเพราะเข้าไม่อยากรับช่วงกิจการต่อจากพ่อของตัวเองถึงต้องย้ายออกมาจากบ้านแล้วหาเลี้ยงตัวเองด้วยการเป็นนายแบบ แต่ถึงยังไงอาชีพอย่างนี้มันก็คงไม่แน่นอนสำหรับเขาอยู่ดี มันอาจจะดีแค่ช่วงไม่นานมานี้หลังจากที่เขาเปิดตัวซีรีส์ไปเมื่อปีที่แล้วและมันเพิ่งจบไปเมื่อเดือนก่อน ผลตอบรับจากแฟนคลับในบทบทาที่ได้รับมันดีเกินคาดจนเขาเองก็คิดไม่ถึง แต่มันคงจะเป็นแบบนี้อีกไม่นานหรอก เด็กใหม่ในวงการเกิดขึ้นทุกวันยังไงก็ต้องตามกระแสบ้าง

นั้นซินะ นายหนีออกมาจากบ้านนี้นาคำพูดล้อเล่นที่ไม่ใส่ใจของมินจุนถึงกับทำมินโฮเก็บอาการอยากเตะพี่ชายตรงหน้าให้ได้

ตกลงพี่มาทำไมถามอีกครั้งเมื่อครั้งแรกที่ถามยังไม่ได้คำตอบจากพี่ชาย มินโฮมองหน้ามินจุนอย่างหาเรื่องปกติเข้าไม่ใช้คนใจร้อนแต่พออยู่กับมินยจุนทีไรต้องมีเรื่องให้เขาขัดใจทุกที

ฮึ นั้นซิ...ขอค้างที่นี้ซักคืนแล้วกันพูดจบก็ยันตัวขึ้นแล้วเดินตรงไปที่หน้าประตูห้องนอน

พี่ นั้นมันห้องผมนะมินโฮที่วิ่งมาดึงร่างสูงให้หันกลับมา ถึงเขาจะสูงแต่พี่ชายก็สูงกว่าถึงต้องรีบดึงไม่งั้นวันนี้คงไม่มีที่ให้นอนสำหรับเขา ห้องอีกฝั่งที่เคยว่างก็เพิ่งจะเอาของขวัญที่แฟนคลับเอามาให้ไปกองไว้แถมยังไม่ได้จัดเกือบอาทิตย์แล้วด้วยในนั้นเป็นสุสานตุ๊กตาเลยก็ว่าได้เลยละ เขาเองก็เพิ่งจะว่างจากตารางงานก็เมื่อวานนี้ยังไม่มีเวลาทำความสะอาดห้องนั้นเลยด้วยซ้ำ

แล้วไง  เดี๋ยวหน้านาย….”คงจะเดินเข้าห้องนอนเฉยๆไม่ได้เมื่อสังเกตเห็นมุมปากของน้องชายเป็นรอยช้ำ
ไปโดนอะไรมา

เปล่ามินโฮบอกปัดก่อนจะปล่อยมือจากแขนของมินจุนแล้วจับมุมปากของตัวเองแทนอย่างลืมตัว

ไปต่อยกับหมาที่ไหนมาคำพูดหยอกล้อถามขึ้นกับท่าทางของน้องชาย
พี่มินจุน

หรือไปแย่งแฟนชาวบ้านเขามาเหรอแน่ละก็เพิ่งจะมีข่าวเป็นมือที่สามกับดาราคนหนึ่งไปเมื่อาทิตย์ที่แล้ว ถึงแม้นิสัยของมินโฮจะเป็นคนที่ไม่แย่งของใครแต่ถ้ามีคนมาเสนอให้มันก็ไม่แปลกไม่ใช้เหรอหากผู้ชายที่มีพร้อมทุกอย่างอย่างมินโฮมีคนมาให้เอาถึงที่ หรือว่าไม่จริง?...

มินจุน!เอ่ยออกมาน้ำเสียงเซ็งๆกับคำถามของพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องซักประโยค มันจะมีซักคำถามที่ดีกว่านี้ไหมนอกจากคำพูดกวนประสาทกันเอง

แล้วตกลงไปโดนอะไรมา เป็นนายแบบหน้าตาสำคัญไม่ใช่เหรอถ้าดงเฮเห็นเข้าจะว่ายังไง

ช่างเหอะน่าน้ำเสียงของมินโฮที่บอกปัดกับคำถามที่ไม่ต้องการตอบ

ถ้าพี่รู้ว่าไปโดนผู้หญิงต่อยมาคงโดนหัวเราะเยาะแน่  บอกไปคงได้เอาไปเผ่าหรือไม่ก็เอาไปเล่าเป็นเรื่องสนุกให้ชาวบ้านฟังกัน

หึ   ยังไงก็ทำแผลซะปล่อยไว้หน้าหล่อของนายคงขายไม่ออกไปหลายวันยิ้มเยาะนายแบบตรงหน้าก่อนจะหันหลังบิดขี้เกียจเข้าห้องนอนไป

ชิส์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะเมื่อคว้าแขนของพี่ไว้ไม่ทันวันนี้เขาต้องนอนที่โซฟาใช่ไหม บ้าน ตัวเองก็มีทำไมไม่กลับไปนอนบ้านเล่าส่งเสียงไล่หลังเมื่อพี่ชายเข้าไปยึดห้องนอนของตัวเองก่อนจะหันหลังกลับมามองโซฟาตัวเดิมที่เขาเพิ่งลุกออกไป

ทอมบ้าอะไรวะมือหนักอย่างกับผู้ชาย โอ๊ย!เสียงสบถถูกส่งออกมาเมื่อนึกถึงผู้หญิงที่ตัดผมแปลกๆ ชกเขาไปเมื่อกลางวัน เจ็บน้อยซะเมื่อไรผ่านไปไม่กี่นาทีรอยกระแทกที่มุมปากก็ขึ้นเป็นสีช้ำอย่างเห็นได้ชัด แล้วอย่างนี้เขาต้องมาทนนั่งฟังพี่ดงเฮบ่นอีกแล้วใช่ไหม




 

          เช้าอีกวันเริ่มต้นด้วยความหงุดหงิดอีกครั้งเมื่อวันนี้จงฮยอนเกือบจะมาสายเพราะเลยเวลาไปรับเขาจากหอพัก ร่างสูงเลยต้องนั่งแท็กซี่มาเพราะกลัวไม่ทันคาบเช้า และหลังจากที่เพิ่งจะนั่งรอหน้าตึกคณะโต๊ะประจำได้ไม่นานสายตาคมก็ดันไปเห็นคีย์ที่เพิ่งจะจ่ายค่าแท็กซี่เสร็จ

ทำไมวันนี้มาแท็กซี่จงฮยอนเอ่ยถามเมื่อคีย์เดินเข้ามาถึงโต๊ะที่เข้านั่งรอ

อ้าวจงฮยอน” 

เออ ฉันเองตอบกลับไปเมื่อคนตรงหน้าทำหน้างงๆ เมื่อเห็นหน้าเขา จะแปลกใจทำไมก็เห็นกันอยู่ทุกวัน

          “เอ่อ...เมื่อวานพี่ซูยอนรถเสียก็เลยมาแท็กซี่คีย์ตอบออกไปตามความจริงเขาเองก็เพิ่งรู้เมื่อเช้าว่าพี่ซูยอนเอารถไปซ่อมในอู๋ วันนี้มันก็เลยเกือบจะทำเอาเขามาเรียนไม่ทันอยู่เหมือนกัน

แล้วนายก็ปล่อยให้ฉันรอตั้งนาน ถ้าไม่โทรไปสงสัยได้นอนรออยู่บ้านแน่ๆ นึกฉุนอยู่ในใจเมื่อคีย์ไม่คิดที่จะโทรไปบอกเขาบ้างทั่งที่ปกติก็ไม่น่าจะลืมว่าเขาเองก็รอมาเรียนด้วยทุกเช้าอยู่แล้ว ดีที่เมื่อเช้าโทรไปถามว่าตกลงยังไงคีย์เลยบอกให้เขาออกมาเลยไม่ต้องรอโดยที่ไมได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้น

แล้วนายไม่คิดที่จะเรียนด้วยตัวเองบ้างหรือไง

ไม่อะจงฮยอนตอบด้วยสีหน้าหน้าตาย

เออดีเสียงออกประชดตอบกลับเพื่อนตรงหน้าที่กำลังเดินขึ้นตึกเรียนไปพร้อมกัน มือบางเลยผลักไหล่หนาออกไปด้วยความหมั่นใส้เล็กๆ ของคนที่ไม่คิดจะพึ่งพาตัวเองซะบ้าง จงฮยอนเซไปตามแรงผลักจนไปชนกับใครบางคนอย่างไม่ทันตั้งตัว

ขอโทษๆ เป็นอะไรบ้างหรือเปล่าจงฮยอนถามออกไปอย่างตกใจก่อนจะก้มลงไปเก็บของที่ตกพื้นอย่างตกใจ คีย์ก็ดันผลักเขามาซะแรงไม่ดูเลยว่ามีคนเดินตามหลังมาด้วย

ไม่ต้อง!คำห้ามปรามของผู้เสียหายเอ่ยขึ้นก่อนจะดึงหนังสือเล่มหนาออกจากมือของจงฮยอน  ออกจะดูตกใจนิดหน่อยแต่จงฮยอนก็ยังช่วยเก็บหนังสือที่เหลืออยู่

ไม่เป็นไรฉันช่วย

บอกว่าไม่ต้อง!”สายตาแข็งกร้าวกับดวงตาแดงก่ำส่งมาให้จงฮยอนก่อนจะหยิบหนังสือเล่มสุดท้ายแล้วลุกเดินออกไปด้วยความเร็ว

อะไรวะงงมากที่เห็นอาการของคนที่ตัวเองต้องการจะช่วยแต่กลับตอบรับการกระทำของเขาอย่างไม่ใยดีแถมยังตะคอกใส่เขาซะเสียงดังจนคนรอบข้างหันมามองกันหมด 

ลีแทมิน...น้องพี่จินกินะคีย์บอกจงฮยอน ร่างสูงหันหน้ากลับมาคีย์ก่อนจะทำหน้าไม่เข้าใจ

ไม่ค่อยชอบหรือสุงสิงกับใครนักหรอกแกก็เคยเห็นเขาบ่อยๆนี้ จงฮยอนเอียงหน้าสงสัยเพราะจำไม่ได้ว่าเคยเห็นบ่อยขนาดที่คีย์ยังรู้จัก เขาเองที่ไม่ได้สนใจคนรอบข้างมากเท่าไหร่ถึงกับคิดว่าคนแปลกๆ อย่างนี้คีย์ก็รู้จักด้วย? แล้วทำไมเขาถึงไม่รู้ทั่งที่ก็อยู่ด้วยกันตลอดเวลา ยิ่งคิดก็ยิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน

ที่ห้องเรียนพี่จินกิตอนเย็นไง คีย์ตอบ

จงอยอนคิดตามที่คีย์พูด พอนึกย้อนกลับไปเมื่อวานก็จำได้ลางๆ ว่านั่งอยู่ข้างๆ กับยัยฮยอนอา ชอบนั่งเงียบๆ อยู่คนเดียวถ้าไม่สังเกตก็คงไม่รู้ว่ามีตัวตนอยู่ในห้องนั้นด้วยแน่ๆ

ที่นั่งกับคู่แข่งนายใช่ไหม ยัยฮยอนอานั้นน่ะคีย์พยักหน้าตอบกลับมา

นิสัยยังไงก็ไม่รู้

เงียบน่าพูดถึงนิสัยของอีกคนแต่คีย์ก็เอาข้อศอกกระทุ้งเข้าหน้าท้องของจงฮยอนเต็มๆ

เฮ้ย เออลืมไปว่าน้องเด็กมึง อารมณ์ไม่ดีเลยพูดไม่เพราะเท่าไหร่ ต้องรีบวิ่งขึ้นรถมามหาลัยแต่เช้าแถมยังต้องมาเจอคนแปลกที่ปัดน้ำใจของเขาทิ้งอีก เพิ่งจะเคยเจอคนแบบนี้ก็วันนี้ถึงว่าทำไมถึงอยู่กับคิมฮยอนอาได้ จงอยอนส่ายหัวให้กับความคิดของตัวเอง สายตามองคนที่วิ่งขึ้นตึกเรียนลับสายตาไปแล้ว อ่อ อย่าบอกนะว่าเด็กคณะเขาด้วย เจริญล่ะคณะบริหารปีนี้มีแต่เด็กแปลกๆ

เฮ้ย อย่าพูดแบบนี่นั้นดิ ฉันเขินนะเว้ยคีย์หน้าเริ่มขึ้นสีเมื่อได้ยินสรรพนามที่จงฮยอนพูดถึงคนที่แอบชอบมานาน จงฮยอนล่ะสายตาหันมาดูเพื่อนของตัวเองที่ตัวบิดจนจะเป็นเกลียวอยู่แล้วด้วยความเหนื่อยใจ

หึ แฟนในฝันของมึงอาการเปลี่ยนโดยฉับพลันเมื่อได้ยินประโยคของจงฮยอน

ว่าไงนะ คีย์หันมามองร่างสูงแทบจะในทันที ทำไมต้องพูดตัดอนาคตกันแบบนี้ด้วย

คีย์...มึงเชื่อกูดิ เค้าไม่มองมึงหรอกจงฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมกับนึกย้อนไปหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้น ดูยังไงคีย์ก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของรุ่นพี่คนนี้เลยด้วยซ้ำ อาจจะมีบางทีที่เขาหันมาสบตาหรือส่งยิ้มมาให้นั้นคงเป็นเพราะคีย์เองก็เอาแต่มองเขาจนคนๆ นั้นรู้สึกตัวแต่ไม่ใช่กับฮยอนอาที่มาถึงก็พูดจ้อกับรุ่นพี่ไม่หยุดและดูท่าจะสนิทกันอย่างเห็นได้ชัดเจนด้วยซ้ำ แค่น้องมันมึงยังเข้าใกล้ไม่ได้แล้ว”

... ร่างบางไม่ได้ตอบกลับไป คีย์รับฟังทุกคำพูดของจงอยอน

แล้วยิ่งยัยแห้งฮยอนอานั้นเป็นเพื่อนสนิทของน้องมันอีกแค่นี้มึงก็หมดสิทธิ์แล้ว

รู้อยู่แล้วไม่ต้องย้ำมากๆ ก็ได้เสียงดุส่งมาจากคีย์ เขาเองรู้ดีและรู้ดีกว่าใครพี่จินกิแทบจะไม่รับรู้การมีตัวตนของเขาเลยด้วยซ้ำถึงแม้จะตามเข้าไปในชมรมด้วยก็ตาม หรือไม่ก็ตามไปเรียนด้วยในขณะที่คาบชั่วโมงเรียนของตัวเองว่างตรงกัน ใช้ข้ออ้างเด็กเรียนดีและเป็นคนที่อาจารย์ชื่นชอบเข้ามานั่งมองรุ่นพี่อยู่ได้ทุกวันตั้งแต่เข้าเรียนมา 3 ปี มีหลายครั้งที่รุ่นพี่คนอื่นๆ เข้ามาชวนเขาคุยด้วยแต่กับพี่จินกิไม่เลย เขาสนใจแต่ฮยอนอากับแทมินที่นั่งอยู่ด้านหลังห้องเรียนไม่ต่างกัน ทั่งที่เขาเองก็ไม่ได้นั่งห่างกันมากนักด้วยซ้ำแต่สายตาของพี่จินกิกลับมองไม่เห็นการมีตัวตนของเขาแม้แต่นิดเดียว

...

ถ้ามึงเป็นเพื่อนฉันเรียกพี่จินกิว่าพี่ แล้วก็อย่าเรียกชื่อของยัยฮยอนอานั้นอีกพูดจบก็เดินออกไปจากทันที   ปล่อยให้จงฮยอนยืนเซ็งๆกับอาการเอาแต่ใจของคีย์ เป็นเพราะคีย์ชอบจินกิมากจนไม่เป็นอันทำอะไรเลยแต่ละวัน   ชอบมาก รักมาก ตามอยู่ห่างๆมาตลอดที่เข้าเรียนที่นี้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจหรือใส่ใจรุ่นน้องคนนี้เลยด้วยซ้ำ

 

 

 

T I M E 2 L O V E

 

 

          ความมืดเข้ามาคืบคลานในหัวสมอง ความทรงจำในวันที่โหดร้ายห้วนกลับมาอีกครั้งในรอบหลายปีที่เขาไม่ได้คิดถึงมัน แค่หลับตาเวลานอนก็ฝันเห็นมันอยู่ตลอดเวลาเหมือนเป็นภาพที่คอยตามหลอกหลอน เป็นเพราะคืนที่ไม่สามารถลืมเรื่องราวต่างๆได้ วันที่เขาต้องเสียอะไรหลายๆอย่างไปจนไม่เป็นตัวเองทุกวันนี้ ความทรงจำที่เขาพยายามลบทิ้งแต่มันก็กลับมาเสมอเมื่อถูกสัมผัสโดยเพศเดียวกัน   ทั้งที่ตัวเองก็เป็นผู้ชายแต่กลับมีความทรงจำที่ไม่สามารถลบออกไปได้....

พ่อแม่...

ผู้ชายหน้าตาน่ากลัว...

เสียงปืนและเลือดสีแดง....

แทมิน...ทำไมเนื้อตัวนายฮยอนอาตกใจเมื่อเห็นแทมินเดินเข้ามาในสภาพที่ไม่ต่างกับลูกหมาตกน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นตามตัวที่สามารถมองเห็นจากภายนอกมีแต่รอยแดงเต็มไปหมด

 “...แทมินไม่ตอบ แต่เดินเข้าไปนั่งในห้องโดยไม่สนใจสายตาของใครหลายคนที่มองมายังตัวเขาด้วยสายตาที่แปลกๆ ร่างบอบบางนั่งบนเก้าอี้ที่ว่างอยู่ก่อนจะชันเข่าขึ้นแล้วกอดมันไว้อีกที ใช้ฝ่ามือถูตามท่อนแขนของตัวเองซ้ำๆ จนเกิดเป็นรอยแดงขึ้นเรื่อยๆ

นั่งไม่ได้นะแทมินฮยอนอารีบปรี่เข้ามาดึงตัวแทมินให้ลุกขึ้นแต่ก็ไม่เป็นผล

แทมินเรียกอีกครั้งหวังว่าจะให้แทมินลุกขึ้นตามแรงดึงแต่ไม่เลย กลับยิ่งถูมือบนท่อนแขนแรงยิ่งกว่าเดิม พร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ใครมันทำกับนายแบบนี้แทมิน ใครที่มันกล้าเข้าใกล้ตัวนาย ยิ่งมองก็ยิ่งสงสาร เรียกชื่อสักกี่ครั้งแทมินก็ไม่สนใจเสียงของเธอเลย

ไม่ ผมไม่ต้องการ ฮึกน้ำเสียงสั่นเครือกับอาการที่เริ่มไม่เป็นตัวเองแทมินเริ่มขยุ้มผมของตัวเองจนดูไม่ได้ ภาพในวันเก่าๆฉายซ้ำอีกครั้ง ความทรงจำที่เขาคิดว่าเขาจะลบมันออกไปได้แต่กลับตามหลอกหลอนอยู่บ่อยครั้ง ความทรงจำที่มักจะเตือนเขาอยู่เสมอ...

แทมิน

ปล่อยผมไป ไม่ ผมเจ็บน้ำตามากมายพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ใครก็ได้ช่วยผมที เสียงที่ดังก้องอยู่ในหูกับภาพที่ไมมีใครเลยที่คิดจะช่วยเขา มีแต่คนนอนจมกองเลือดอยู่ที่หน้าประตูพร้อมกับผู้ชายเงาสีดำถือมีดที่มีเลือดหยดออกมาด้วย

แทมิน ฮยอนอาพยายามดึงมือบางๆ ของแทมินออกจากการทึ้งหัวตัวเองจนเกิดเป็นรอยแดงไม่ต่างจากแขนของตัวเอง หลายคนที่พยายามจะเข้ามาช่วยแต่ก็ถูกฮยอนอาห้ามเอาไว้เพราะกลัวว่ามันจะเป็นไปมากกว่านี้

ช่วยผมด้วย

ลีแทมิน!”เปล่งเสียงให้ดังขึ้นเพื่อเรียกสติของคนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ แทมินสะดุ้งขึ้นตื่นมาจากความคิดอันมืดมิดของตัวเอง ดวงตาแดงเงยขึ้นมองฮยอนอาแล้วโผล่เข้ากอดอย่างไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ยังพูดแต่คำๆเดิม

          “แทมิน!”เสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากหน้าห้อง จินกิที่วิ่งมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้ข่าวว่าน้องชายของตัวเองเกิดอาการแปลกๆ เพราะมีรุ่นน้องวิ่งไปตาม ขายาววิ่งเข้ามาในห้องหวังจะมาดูอาการของคนที่ชื่อว่าเป็นน้องชายของเขาแต่ก็ต้องหยุดคิดเมื่อสัมผัสของเขาไม่สามารถที่จะเข้าใกล้แทมินได้เลย

เป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่อแทมินเกิดอาการ เขาที่เป็นพี่ชายแท้ๆ กลับจับตัวเตะต้องแทมินไม่ได้เลย   อยากจะเข้าไปกอดแต่ก็ทำไม่ได้ แค่โดนตัวอาการก็กำเริบได้แต่ยืนมองความเจ็บปวดของน้องชายที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

ถ้าวันนั้นเขากลับไปเร็วกว่านี้เรื่องนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น....

ถ้าวันนั้นเขากลับไปเร็วกว่านี้แทมินจะไม่เจ็บปวด....

ถ้าวันนั้นเขากลับไปเร็วกว่านี้พ่อกับแม่ของเขาก็จะไม่ตาย...

ใครทำให้นายเป็นแบบนี้แทมินจินกิถามออกไปพยายามควบคุมความโกรธของตัวเองเมื่อนึกถึงคนที่ทำให้น้องของเขาเป็นแบบนี้ ทั่งที่มันหายไปนานแล้ว

แทมินบอกพี่มาถามอีกครั้งเมื่อแทมินเอาแต่ร้องไห้กอดฮยอนอา

ฮึก ผู้ช...ชายค...คนนั้น ฮึกคำพูดที่ฟังแทบไม่ได้ศัพท์เพราะมีแต่เสียงสะอื้น จินกิพยายามเกะมันจากปากของแทมิน

คนที่อยู่ มะ เมื่อวาน ฮึก

นายหมายถึงใครแทมินฮยอนอาเร่งคำตอบ

คน ท...ที่ทะเลาะ...ก...กับเธอเมื่อวาน ผู้ชาย...คนนั้น ฮยอนอาไม่พูดอะไรแต่หันไปมองหน้าจินกิแทน ดวงตาเรียวหนีจากการสบตาของร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ เพราะเธอคิดว่ามันคงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ ถึงแม้จะชอบทะเลาะกันบ่อยๆ แต่ก็ดูไม่ได้เป็นคนที่มีพิษภัยอะไร

ใครฮยอนอา

 “พี่คะ ฉันว่ามันคงไม่มีอะไรมากหรอกคะฮยอนอาบอกปัดเธอหันมาสบกับดวงตาคมอีกครั้งเมื่อนึกถึงคนที่แทมินกล่าวหา ถึงจะไม่ค่อยถูกกันแต่พี่จงฮยอนคงไม่ใช่คนที่จะทำอะไรใครก่อนแน่

ฮยอนอา!”จินกิเริ่มขึ้นเสียง

พี่จินกิก็รู้ว่าแค่โดนตัว แทมินก็ไม่สบายแล้วมันอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ เสียงหวานเถียงเสียงแข็งกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่ชายของเพื่อน เธอรู้ดีว่าอาการของแทมินเป็นเช่นไรในขณะที่พี่จินกิเองก็รู้ไม่ต่างกันกับเธอเพราะเป็นครอบครัวเดียวกันบางทีอาจจะรู้มากกว่าเธอด้วยซ้ำไป

...

พี่น่าจะพาแทมินกลับบ้านก่อนจะไปหาเรื่องคนอื่นนะค่ะรู้ว่าจินกิคิดอะไรเพราะเป็นเรื่องของแทมิน อารมณ์เดือดเลยขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เพราะเป็นเรื่องของแทมินจินกิถึงควบคุมตัวเองไม่ได้

ฮยอนอาพยุงตัวแทมินให้ลุกขึ้นเดินอย่างทุลักทุเลผ่านคนที่มุงดูพวกเธอออกไป สายตาที่ทุกคนมองมาทางพวกเขาดูก็รู้ว่าสนอกสนใจแล้วก็กลัวในเวลาเดียวกัน ไม่มีใครเขาถึงแทมินได้นอกจากเธอ คนที่แทมินไว้ใจที่สุดคือฮยอนอา จนคนอื่นคิดว่าแทมินเป็นคนที่เข้าถึงยากและหยิ่งในเวลาเดียวกันทั่งที่มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย เวลานี้ก็เช่นกันไม่มีใครเข้าใจแทมินเลยซักนิด เพียงเพราะสิ่งที่แทมินทำอยู่มันเป็นกำแพงที่เขาสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเองจากภัยอันตรายที่หวาดระแวงไม่เลิกแค่นั้น แต่มันก็ทำให้หลายคนเข้าใจไปในทิศทางที่ผิด

จะให้พาไปยังไงทั้งที่เป็นพี่ชายแท้ๆ แทมินยังปฏิเสธมือของพี่เลยดวงตาเศร้ามองตามหลังคนทั้งคู่ที่พยุงตัวกันเดินออกไปจากฝูงชน ก้มมองดูมือของตัวเองที่ไม่สามารถพาคนในครอบครัวให้มีความสุขอย่างที่เคยตั้งใจไว้ได้ อยากจะพยายามทำให้ดีกว่านี้แต่ทุกครั้งก็โดนปฏิเสธและไม่สามารถที่จะช่วยพยุงคนที่รักให้เดินไปพร้อมกัน มือหนาคู่นี้ไม่สามารถทำให้น้องชายมีความสุขได้เลยกับหลายปีที่ผ่านมา มันไม่ต่างจากการที่เขาโยนเชือกลงหน้าผาตื้นๆ ทั่งที่แทมินมองเห็นแต่กลับเลือกที่จะเดินหันหหลังและปิดกั้นมันจากทุกทาง

 

 

T I M E 2 L O V E

 

          เสียงของเอะอะโวยวานหน้าห้องเรียนฝั่งตรงข้ามทำให้อาจารย์ที่สอนในชั่วมงเรียนเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมา รองเท้าส้นสูงสามนิ้วสีดำก้าวไปเปิดประตูเพื่อที่จะดูต้นเหตุที่ก่อกวนการสอนของเธอในวันนี้แต่ ทักคนในห้องมองตามร่างของอาจารย์สาวคนสวยออกไป เนืองจากกำแพงของห้องเรียนสร้างเป็ฯครึ่งกระจกครึ่งปูนจึงทำให้นักศึกษาที่อยู่ในห้องมองเห็นเหตุการณ์ด้านนอกได้อย่างชัดเจนรวมไปถึงคีย์และจงฮยอนเองด้วย

คนมากมายมายืนออกันอยู่หน้าห้องเรียนฝั่งตรงข้ามพร้อมกับเสียงโวยวายต่างก็เป็นจุดสนใจของคนที่อยู่ใกล้ๆ ให้วิ่งเข้ามาดูกันเป็นระยะๆ รวมไปถึงห้องเรียนของเด็กปี 3 เองที่เดินตามอาจารย์ออกมา เด็กหลายคนหลีกทางให้กับอาจารย์เพื่อเข้าไปในห้อง แต่คีย์ยืนมองอยู่ด้านนอกพร้อมกับคนอื่นๆ ก่อนที่จะถามคนที่ยืนอยู่ก่อนแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น

นี้ๆ มีอะไรกันงั้นเหรอ? คีย์เอ่ยถามผู้หญิงคนหนึ่งที่ยืนอยู่ในกลุ่มฝูงชนอยู่ก่อนแล้ว

เด็กคนหนึ่งเกิดเป็นบ้าขึ้นมาน่ะซิเธอตอบ
           “เป็นบ้าเหรอคีย์เอ่ยทวนอีกครั้งก่อนจะหันไม่มองหน้าจงฮยอนอย่างไม่เข้าใจ

           “อืม เอาแต่พูดช่วยด้วยผมไม่ต้องการแล้วก็นั่งกอดเข่าถูๆตามตัวจนเป็นรอยแดงไปหมดเลยทำสีหน้าและท่าทางตามที่ได้เห็น แสดงจนเกินจริงเล่นเอาคีย์และจงฮยอนไม่อยากจะเชื่อคำพูดเอาซะเลย
           “ขนาดนั้น?จงฮยอนถามออกไปโดยไม่เชื่อในสิ่งที่อีกคนบอก
           “นั้นมัน...คีย์ทักขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป้นใครที่เดินออกมาจากห้องเรียน ทั้งคู่ต่างจับจ้องมองไปยังร่างที่เดินออกมา คิดไม่ถึงลยว่าจะเป็นฮยอนอากับแทมินท่าคนในชั้นต่างพูดถึงกัน แทมินเด็กหนุ่มที่แทบดูไม่ได้สภาพที่ต่างไปจากเมื่อเช้าที่เจอกันอย่างสิ้นเชิง สายตาของจงฮยอนจับจ้องไปที่ร่างบางอย่างไม่ว่างตา คนที่เมื่อเช้ายังทำสายตาและพูดจาไม่ดีใส่เขาอยู่นั้น ทำไมถึงเป็นแบบนี้ได้ละ

ฉันเคยได้ยินมาด้วยนะว่าเขาเป็นโรคทางจิตผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่ยืนอยู่ไม่ไกลนักกำลังยืนซุบซิบกันจากคีย์และจงฮยอนไม่ไกลนัก         
           “ห๊ะ! จริงเหรอ
           “ใช้ ก่อนหน้าที่เขาจะเข้ามาเรียนที่นี้นะ ฉันเคยได้ยินมาว่าเขาเป็นแบบนี้ทุกวันแถมยังลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายเพื่อนที่อยู่ในห้องจนต้องเข้าไปนอนโรงพยาบาลหลายคนเลยด้วยนะ
           “จริงเหรอ
           “ถึงว่าทำไมไม่มีคนคบด้วยผู้หญิงอีกคนทำหน้าตาหวาดกลัวกับสิ่งที่อีกคนพูดและสิ่งที่ตัวเองคิด สังเกตมาตั้งแต่ช่วงที่เข้ามาเรียนที่นี้แรกๆ เหมือนกัน ช่วงรับน้องก็เคยไม่เห็นว่าจะมาเข้าเหมือนคนอื่นจะเจอกันก็แค่วันที่มีเรียนเท่านั้นแล้วก็เป็นคนเงียบๆ ไม่พูดไม่คุยกับใครหรือเพราะว่ากลัวคนอื่นจะรู้ว่าตัวเองเป็นบ้าสติไม่ดีกันแน่

           “ถ้ามีเวลาว่างขนาดจะพูดเรื่องของคนอื่น ฉันว่าพวกเธอควรเอาเวลาว่างไปนั่งเรียนหนังสือดีกว่านะ” น้ำเสียงนิ่งๆ เอ่ยขึ้นเมื่อเดินผ่านกลุ่มของคนที่กำลังพูดในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ สายตานิ่งๆของจินกิมองมายังกลุ่มเด็กสาวปี 1 กำลังยืนนินทาในสิ่งที่ไม่เป็นความจริงมันทำให้จินกินึกฉุนในใจ อย่าทำมาเป็นรู้เรื่องของเขาดีกว่าใคร เพราะคนที่รู้ดีมีแค่เขาเท่านั้น

          เด็กสาวทั่งสามคนก้มหน้าลงอย่างมีความผิดก่อนที่จินกิจะเดินออกไป คีย์และจงฮยอนมองตามร่างสูงก่อนจะหันมาสบตากับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ปรึกษากันทางสายตาและพร้อมใจกันส่ายหัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

          คนที่รู้ดีกว่าใครก็คงเป็นคนในครอบครัวที่เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้ ซึ่งนั้นมันไม่ใช่วิสัยทัศน์ของคนทั่งคู่ที่จะเก็บคำพูดของเด็กปี 1 มาคิดและพี่จินกิก็เป็นตัวยืนยันชั้นดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นว่าอย่างน้อยมันก็คงไม่ใช่เรื่องจริงอย่างที่ใครๆ ก็พูดกัน เพราะถ้ามันจริงคิดว่าคนที่มีรอยยิ้มอ่อนโยนอย่างจินกิจะโมโหเหรอ ไม่มีทาง….

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #188 สมรขายปลาเผา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 13:25
    ทอม? 5555555555555555555555555555555555555
    คีย์เป็นทอม คุณพระ 
    #188
    0
  2. #182 MyBum (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 09:20
    แทมินน่าสงสารมาก ชีวิตต้องมาเจออย่างนั้น
    เอาแล้ว มินโฮคิดว่าคีย์เป็นทอมแอบหวั่นไหวด้วย
    #182
    0
  3. #175 Pmk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2556 / 23:59
    มินโฮชอบคีย์แน่เลย 5555555 เริ่มเรื่องมาแทมินน่าสงสารมากก ผู้ชายคนนั้นก็เลวมากก สมควรที่โดนยิงตาย
    #175
    0
  4. #172 teddy_ >O< (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:21
    มินโฮนี่ไม่เข้าใจอะไรเลยจริงๆนะ
    #172
    0
  5. #163 runwithyou SH (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:12
    เริ่มต้นซะแทมินน่าสงสารเลย T^T

    คีย์กะมินโฮเจอกันครั้งแรกก็แบบว่า...นะ 5555
    #163
    0
  6. #145 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2556 / 19:13
    ตอนเริ่มเรื่องดูหดหู่มากๆเลยคะ แทมินน่าสงสารมากๆ
    แต่พอมาถึงตอนของมินคีย์ คนละอารมณ์กันเลย น่ารักมากกกก >////<
    น่าติดตามมากๆเลยคะ จะติดตามต่อไปนะคะ ^________^
    #145
    0
  7. #135 เห็ดเป็ด (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 20:49
    สงสารแทมินนนนน



    แต่ฉากแรกพบของมินคีย์น่ารักมากค่ะไรเตอร์
    #135
    0
  8. #118 so daa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 19:42
    เป็นอดีตที่ไม่น่าจดจำมากกก คีย์น่ารักจัง
    #118
    0
  9. #106 Pmk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 01:50
    สงสารแทมอะ TT ใครมาช่วยแทมไว้นะ มินคีย์เปิดเรื่องมาก้น่ารักเลยยย
    #106
    0
  10. #96 Just Just (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2555 / 15:58
    ไฟท์ติ้งค่าาา ติดตามอ่าน > < 


    #96
    0
  11. #93 ❥MinoZ. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 17:37
    เห็นภาพเลย  ใครที่ทำร้ายแทมอ่ะ ตอนแรกแอบคิดว่าเป็นจงฮยอนนะ -........-
    #93
    0
  12. #91 ข้ามฟ้า* (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2555 / 15:02
    สงสารน้องแทมจังเลย  บรรยายเก่งค่ะ  เห็นภาพเลย
    #91
    0
  13. #89 wishawol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2555 / 16:38
    แทมินอาาาาา~TT
    #89
    0
  14. #83 kimmin hokey :))'' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 16:57
    แทมิน น่าสงสาร.

    มินคีย์ แน่มาก
    #83
    0
  15. #77 Sung Yong Kyung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 14:58
    ไรเตอร์แน่มาก แทมโดนข่มขืนตั้งแต่ต้นเรื่องเลย

    มินคีย์น่ารักอ่ะ
    #77
    0
  16. #70 sugar-snow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2554 / 19:36
    เริ่ทเรื่องก้อ....เศร้าอ่ะ
    สงสารแทมจัง...

    อดีตน่ากลัวมา..อยากรู้จังว่าใครมาช่วยนะ..

    โอว์คิมคีย์..เธอช่างน่ารักเสียนี่กระไร 555
    ถึงกับจับมินโฮแก้เสื้อกลางสาธารณะเลยนะ 555

    ติดตามค่ะตดตาม

    #70
    0
  17. #68 Hpatik (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 22:36
    ลูกช้านนนนนนนนน!!!! T^T
    [ไปเป็นแม่แทมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?]
    #68
    0
  18. #66 CRYSTAL OF SNOW (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 14:49
    ใครช่วยแทมิน...............แหมพ่อเทพบุตร
    #66
    0
  19. #61 shinee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:33
    ไครช่วยแทมิน *0*!!
    #61
    0
  20. #59 title (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 12:01
    ใครบังอาจมาข่มขืนแทมน้อยตัดหน้าฉัน(ขอนิดนึงเถอะ)
    #59
    0
  21. #55 PeTonG : (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2553 / 20:59
    คีย น่ารักอ่า >3<
    #55
    0
  22. #49 fah_ชยาอินี่ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 16:31
    แทมTT
    คีย์น่ารัก
    ฮ่าๆๆๆ
    #49
    0
  23. #33 +_+หญิงนุ้ย+_+ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 14:15

    คีย์กล้าถอดเลยหรอ

    #33
    0
  24. #28 candy99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 00:19
    แทมน่าสงสารอ่ะ

    โฮตกหลุมรักคีย์ใช่มั้ยย
    #28
    0
  25. #23 Lovely Hyunmin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2553 / 20:52
    ใครทำแทมอย่างนี้ น่าสงสาร



    #23
    0