[FIC] yaoi [Hyunmin x Minkey] Time 2 love

ตอนที่ 16 : TIME 2 LOVE :: P14** 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 227
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    8 ม.ค. 59

T I M E 2 L O V E

                                                                                                            

-14-

 

 

 

 10.45 นาฬิกา  เวลาโดยประมาณ

วันนี้คีย์ตื่นขึ้นมาแต่เช้าเนื่องจากรายงานของอาจารย์คังอินที่เพิ่งจะเริ่มทำยังคงไม่เสร็จเรียบร้อยดี มือเรียวบรรจงเขียนข้อความลงในสมุดรายงานเล่มใหญ่ บนโต๊ะมีทั่งหนังสือพิมพ์ที่ใช้อ้างอิง และโน๊ตบุ๊คเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติม อีกสองวันก็จะถึงกำหนดส่งแล้วเขาเองยังคงทำได้ไม่ถึงไหนเลยด้วยซ้ำ

“เฮ้อ~”

ถอนหายใจก่อนจะวางมือจากปากกาเล่มเล็ก บีบไหล่ของตัวเองแล้วหมุนคอเพื่อคลายกล้ามเนื้อที่ตั้งแต่เช้ายังคงเอาแต่นั่งเขียนมันอยู่อย่างนั้นจนเวลาก็ล่วงเลยมาช่วงสายของวัน ถ้าใช้คอมทำปานนี้คงเสร็จไปนานแล้ว อาจารย์คังอินจะมานึกคึกอะไรให้นักศึกษาต้องมาปวดเมื่อยกับการเขียนรายงายที่มีกำหนดส่งแค่อาทิตย์เดียวเนี่ย

ตาเรียวสวยหันไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนัง อีกไม่กี่นาทีก็จะ 11 โมงแล้ว มินโฮยังคงไม่ออกมาจากห้องของตัวเองแม้แต่น้อย ร่างบางลุกขึ้นจากพื้นก่อนจะเดินตรงไปยังห้องของมินโฮที่อยู่ใกล้ๆ

แกรก

คีย์ปิดลูกบิดประตูก่อนที่จะชะโงกหัวของตัวเองเข้าไป มินโฮยังคงนอนแผ่หลาอยู่บนเตียงโดยใส่แค่กางเกงวอร์มขายาวสีเทาแค่ตัวเดียว

“มินโฮ สายแล้วนะ ไม่ไปม. หรือไง” เสียงหวานเอ่ยถามอยู่หน้าประตูห้อง แต่กลับไม่มีท่าทีที่มินโฮจะลุกหรือตอบสนองคำพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย

“มินโฮ มินโฮ!” เรียกเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิมและก็ได้ผล มินโฮขยับก่อนจะดึงผ้าห่มมาปิดหูของตัวเอง

คีย์เปิดประตูให้กว้างขึ้นพอที่เข้าจะเดินเข้าไปหาร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงได้ ห้องนอนของมินโฮค่อนข้างโล่งมีตุ๊กตาไม่กี่ตัวซึ่งแตกต่างจากห้องของคีย์ที่มันเต็มไปด้วยตุ๊กตาและของฝากจากแฟนคลับ ซึ่งจริงๆ แล้วมินโฮเคยบอกเขาว่ามันคือห้องเก็บของนั้นแหละ เพราะไม่รู้ว่าจะเอาไปเก็บไว้ไหน

คีย์หย่อนก้นตัวเองลงบนเตียงก่อนที่จะเขย่าไหล่หนาเบาๆ เป็นการปลุก พร้อมกับพยายามดึงผ้าห่มที่ปิดหัวคนตัวโตกว่าออกมา

“มินโฮตื่น มันจะเที่ยงแล้วนะ ไม่หิวหรือไง”

“อือ~”

ครางเสียงยานเป็นการตอบแทนจนคีย์นึกหงุดหงิดไปอดหลับอดนอนมาจากไหนงานก็ไม่มี แล้วยังจะตื่นสายอีก ดวงตาเรียวสวยมองสำรวจไปรอบๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์เครื่องใหม่ของมินโฮขึ้นมาดูก็ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปนอกจากโปรแกรมแชทที่เพิ่มขึ้นจากข้อความของสาวๆ ในสต็อกของตัวเอง มือบางทิ้งโทรศัพท์ลงข้างตัวอย่างไม่ใยดีแทบจะเรียกว่าโยนเลยด้วยซ้ำยังดีที่มันอยู่บนเตียงไม่ใช่พื้น

ใบหน้าหวานยังคงมองสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง พลันไปสะดุดกับสมุดรายงานเล่มใหญ่ที่เปิดค้างหน้าเอาไว้อยู่ด้านหลังของร่างสูงซึ่งนอนทับมันอยู่ คีย์ยืดตัวขึ้นเอียวไปด้านหลังของมินโฮพยายามที่จะดึงมันออกมาแต่ก็ติดอยู่ที่ว่าร่างสูงนอนทับมัน

“นี่มินโฮ นายขยับตัวหน่อยได้ไหม” ถึงจะบอกให้ขยับแต่คนที่นอนอยู่ก็นิ่งเหมือนเคย จนยกขาข้างนึงก้าวค่อมร่างสูงเอาไว้และออกแรงดึงเต็มที่จน….

“เฮ้ย!!!

ตุ๊บ!!

โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยู่ๆ มินโฮก็ลุกพรวดขึ้นมาจนคีย์แทบจะหงายหลังตกเตียง โชคดีที่มินโฮรั่งเอาไว้ทันคีย์โอบรอบคอของมินโฮเอาไว้แน่นเพราะกลัวว่าจะตกเตียง และตอนนี้ยังอยู่ในท่าล่อแหลมโดยที่มีคีย์นั่งค่อมตัวของมินโฮอยู่บนเตียงอีก

 “ทำอะไรของนาย เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก” คิ้วขมวดเข้าหากันเป็นปม ทรงผมฟูๆ หลังตื่นนอน แถมกล้ามหน้าท้องที่ชนกันอยู่ตอนนี้

!!!

ดูดีเป็นบ้า

มือบางผละออกจากอ้อมแขนอย่างตกใจแต่มินโฮยังคงไม่ปล่อยเอวบางที่จับอยู่ ตาสวยมองสำรวจรูปหน้าของมินโฮก่อนที่จะไล่ลงเรื่อยลงมา หน้าอกแกร่ง และหน้าท้องที่มีก้อนเนื้อเรียงกันหกลูกสมกับเป็นผู้ชายแข็งแรงอย่างที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง

“เงียบทำไม เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เสียงเข้มเข้ามาในโสทประสาทอีกครั้งเรียกสติของคนบนตัก คีย์ละสายตาออกจากซิกแพกขึ้นมามองหน้าคมเข้มของมินโฮแทน

“ปะ เปล่า” อยู่ๆ ไอ้คำที่เคยคิดจะด่ามันก็หายไปเหลือแต่ไอ้อาการคุมคลั่งอยู่ในอกนี้แหละ ใครจะไปรู้ว่าคีย์น่ะแพ้ผู้ชายมีซิกแพกแน่นๆ กล้ามเน้นๆ แถมตอนนี้ยังนั่งค่อมไอ้ผู้ชายที่ไม่คิดว่าจะดูดีนอกจากหน้าตาอย่างมินโฮ

“เป็นอะไร หน้านายแดงๆ นะ” ร่างสูงเอ่ยถามก่อนจะจับเอวคีย์เอาไว้แน่น อีกมือก็เสยผมหน้าม้าที่ปิดลงมาขึ้นไป มือหนาเชิดหน้าคนหน้าหวานมองสำรวจไปมาก่อนที่จะบีบแก้มนิ่มๆ อย่างหมั่นเคียว ซึ่งมันตรงข้ามกับคีย์ที่เอาแต่มองมินโฮนิ่งผิดแปลกไปจากเดิมทั่งที่ควรจะต่อว่าหรือไม่ก็คงตีร่างสูงไปแล้ว

“นี่ ไม่สบายจริงๆ ใช่ไหม” มือหนากุมแก้มทั่งสองข้างเอาไว้ มินโฮขมวดคิ้วเข้าหากันอีกครั้งตัวก็ไม่ได้ร้อนทำไมหน้าถึงได้แดงขนาดนี้

“ปะเปล่า ฉันสบายดี” ตอบเสียงตะกุกตะกักพร้อมกับปัดมือทั่งสองข้างของมินโฮออก ดันตัวเองลุกขึ้นจากที่นอนแต่มินโฮกลับดึงให้คีย์กลับมานั่งอยู่ในท่าเดิม

“นี่มินโฮ!

“หืม….” สายตาเจ้าเล่ห์มองคนร่างบางที่นั่งอยู่บนตักอย่างนึกสนุก มือบางยกขึ้นมาจับหน้าตัวเองก่อนจะสำรวจทั่งร่างกายว่ามันมีอะไรผิดปกติมินโฮถึงได้ใช่สายตามองอย่างกับทะลุเสื้อยืดเขาไปไหนต่อไหนแบบนี้

“มะมองอะไร”

“ชอบใช่ปะ”

!!!

“ชอบอะดิ หน้าแดงขนาดนี้” หยักคิ้วมองร่างบางอย่างรู้ทัน เขาผ่านผู้หญิงมาเยอะแล้ว อาการแบบนี้ดูแปปเดียวก็รู้ว่ามันคืออะไรและมันก็พอจะเดาได้ไม่อยาก คีย์เองก็ไม่เคยมีคนรักเวลามานั่งในท่าแบบที่ไม่สมควรแบบนี้มันก็ดูจะทำให้คนหน้าหวานเกิดอาการเขินอายกันบ้างละ ไหนจะสายตาที่มองกล้ามเนื้อของเขาอย่างเปิดเผยแบบนั้น ดูท่าแล้วคงไม่เคยรู้ตัวเลยซินะว่าไอ้ท่าทางแบบนี้มันดูออกง่ายเกินไป

“ไร้สาระ”

จุ๊ป

“นี่!!!

พยายามดันร่างของคนตัวใหญ่กว่าออกแต่ก็ถูกจับมือเอาไว้ดึงไปด้านหลังเป็นผลให้หน้าของคีย์เข้าไปโดนคนที่ตั้งใจจะแกล้งอยู่แล้วอย่างมินโฮจุ๊ปเข้าให้ที่มุมปาก

“มอนิ่งคิส”

จุ๊ป

ก่อนจะโดนด่าก็บอกจุดประสงค์ของจูบไปก่อนและจบด้วยการแกล้งกดมุมปากลงไปอีกครั้งของอีกข้าง มอนิ่งคิสตอนจะเที่ยงเนี่ยนะ!!??

“มินโฮ!

ฟุบ

“อาบน้ำดีกว่า”

ยักคิ้วให้อีกรอบเมื่อจับร่างบางกดลงบนเตียงนุ่ม ยกยิ้มเจ้าเล่ห์และจบด้วยการปล่อยให้คีย์นอนมองร่างสูงหยิบผ้าขนหนูเดินผิวปากอารมณ์ดีเดินออกจากห้องไป

หืม ไอ้ก้านยาว อย่าให้ถึงตาเขาบ้างก็แล้วกัน

อย่างคีย์ตอนนี้ก็คงทำได้แต่เหวี่ยงกับที่นอนพร้อมปาหมอนตามหลังร่างสูงที่เดินออกไปแล้ว แล้วทำไมต้องมาใจสั่นหน้าแดงเพราะกล้ามเนื้อของผู้ชายเจ้าเล่ห์กวนประสาทอย่างมินโฮด้วยวะ แล้วก็ดันเผลอรู้สึกดีกับจูบสั้นๆ เมื่อกี้ทั่งที่ไม่เคยเนี่ยนะ

ดูท่าจะบ้าผู้ชายอย่างที่จงฮยอนมันเคยบอกจริงๆ นั้นแหละ

หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับที่นอนเรียบร้อยก็เดินออกมาจากห้องนอนของนายแบบเบอร์หนึ่ง เดินตรงไปยังห้องครัวที่มีอาหารที่เขาทำไว้ตั้งแต่เช้าซึ่งตอนนี้มันก็เย็นหมดแล้ว  มือเรียวจัดการหยิบกับข้าวที่ทำไว้อุ่นในไมโครเวฟให้เรียบร้อยรอผู้ชายอารมณ์ดีออกมาจากห้องน้ำเพื่อที่จะได้กินและไปเรียนได้เลย ซึ่งมันก็เริ่มเข้าทีเข้าทางมากขึ้นหลังจากที่คีย์เริ่มย้ายเข้ามาอยู่กับมินโฮเกือบสองอาทิตย์แล้ว

“นี่มินโฮ กับข้าวเสร็จแล้วนะ”

เสียงหวานตะโกนเรียกคนในห้องน้ำที่หายเข้าไปนานไม่ยอมออกมาซักที คีย์จัดกับข้าวและถ้วยข้าวทั่งของตัวเองและมินโฮรอ ก่อนจะหันกลับมานั่งลงบนพื้นหน้าโซฟาที่ยังคงทำรายงานค้างไว้อยู่

แกร็ก

เสียงปลดล็อกประตูห้องน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงเดินออกมาจากห้องน้ำสายตาที่ตอนแรกจับจ้องอยู่บนสมุดรายงานก็ผลุดมองขึ้นคนที่ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนูพันร่างกายท่อนล่างเอาไว้เช็ดหัวด้วยมือเดียวก่อนที่จะหันกลับมามองคนที่นั่งรอกินข้าวอยู่หน้าโซฟา สายตาที่เคยมองร่างกายล่ำนั้นอยู่ก็แทบจะหาพื้นที่มองด้านหลังไม่ให้จับผิดไม่ทัน

ก็แผงอกเปียกน้ำกับซิกแพคก์สมบูรณ์นั้นมันล่อตาคีย์มากเลยนี่นา

“นะ นี่ มินโฮ ออกมาก็เช็ดเท้าด้วย ฉันขี้เกียจมาตามเช็ดให้นายทีหลังนะ” เสียงตะกุกกะกักบอกคนที่เดินยิ้มมาจนถึงโซฟาที่ตัวเองนั่งอยู่ ร่างสูงหันไปมองตามทางที่ตัวเองเดินมาเห็นแค่หยดน้ำเล็กๆ ที่ถ้าปล่อยมันไว้มันก็คงจะระเหยตามอากาศไปนั้นแหละ สายตาคมก็หันกลับมามองหน้าคนหน้าหวานที่นั่งอยู่ดูก็รู้ว่าตอนนี้คีย์กำลังเขิน

ฟุบ

“ทำอะไรอยู่”

มินโฮนั่งลงด้านหลังโซฟาที่คีย์ใช้เป็นที่พิงแทนที่จะขึ้นมานั่งดีๆ แต่กลับนั่งทำงานอยู่กับพื้น ใบหน้าคมเข้มก้มลงมามองรายงานที่คีย์กำลังทำอยู่ น้ำหยดเล็กติดมากับเส้นผมที่ยังแห้งไม่สนิทหยดลงบนไหล่แคบ ตอนนี้คีย์แทบจะไม่มีสมาธิในการทำงานเลยก็ว่าได้

หัวใจดวงน้อยๆ กำลังจดจ่ออยู่กับคนด้านหลังที่เอาหน้ามาเกยไหล่ของตัวเองไว้ ตาเรียวมองด้านข้างใบหน้าได้รูปจนหัวใจแทบจะตีออกมาเป็นกลองสามช่าก็ว่าได้ ทั่งที่อาการแบบนี้จะเกิดก็แค่ตอนที่ได้เจอพี่จินกิที่มหาลัย แต่วันนี้มันกลับรุนแรงขึ้นมาสามเท่าจากของเดิมทั่งที่คนตรงหน้าก็เป็นแค่มินโฮคนเดิมที่ชอบเอาตัวมาตีเนียนจับโน้นจับนี้ แล้วสุดท้ายเขาก็ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกายไปอย่างปกติ แต่วันนี้กลับทำได้แต่นั่งนิ่งๆ ให้คนที่เปลี่ยนท่าจากนั่งบนโซฟามานั่งซ้อนด้านหลังตัวเองกอดเอาไว้เฉยๆ แทน

“ทำไมถึงได้เขียนเอาละ อาจารย์ไม่ให้ใช้คอมฯ ทำหรอ?”

“ออืม”

โอ๊ย คิบอมใจเย็นๆ  ไอ้เสื้อด้านหลังที่มันชื้นอยู่เนี่ยสัมผัสได้ถึงอุณภูมิของมินโฮที่พึ่งจะอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ ได้เลยละ ไหนจะกลิ่นตัวของร่างสูงที่ให้ความสดชื่นเมื่อสูดเข้าปอดนี้อีก มันกำลังทำให้คิมคิบอมคนนี้ไม่เป็นตัวเองเอาซะเลย

“นะนายออกไปห่างๆ ฉันหน่อยได้ไหม”

“ทำไมอะ รู้นะว่าชอบ” สิ้นเสียงก็ยักคิ้วให้มาหนึ่งทีพร้อมยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน แล้วอาการหน้าแดงที่เห็นไม่ได้บ่อยนักของคีย์ก็ทำให้ตาคมคู่ตรงหน้าพอใจเป็นอย่างมาก

“ปะ เปล่าซักหน่อยออกไปจากตัวฉันนะเว้ย” จากเสียงเบาหวิวเปลี่ยนโทนเป็นขึ้นเสียงสูงทันทีเมื่อโดนจับได้พร้อมกับพยายามผลักร่างของคนที่กอดร่างกายของตัวเองออกแก้เขิน

แล้วทำไมหัวใจดวงน้อยๆ มันถึงได้เต้นแรงขนาดนี้วะคิบอม ไอ้คนลามก

“โอ๊ย ไม่ปล่อย ทำไมชอบใช้กำลังอยู่เลย”

“จะปล่อยไม่ปล่อย”

“ไม่ปล่อย”

ใบหน้าและน้ำเสียงทะเล้นตอบกลับมาอย่างคนที่เหนือกว่า ร่างบางพยายามดันคนที่กอดด้านหลังออกจากตัวของตัวเองก่อนจะใช้ศอกแหลมๆ กระทุ้งเข้าที่หน้าท้องแข็งแกร่งนั้นจนมินโฮถึงกับง้อตัวเป็นกุ้งล้มลงไปนอนกับพื้น

“โอ๊ย~

“สมน้ำหน้า”

เยาะเย้ยเสร็จก็ลุกขึ้นหนีจากการเกาะกุมของร่างสูงที่นอนกุมท้องตัวเองอยู่กับพื้น มินโฮยังนอนกดมือไปยังแผลที่คีย์เป็นคนสร้างขึ้นมาและคีย์เองก็คิดว่าเขาไม่ได้ออกแรงเยอะซะจนทำให้มินโฮเจ็บหนัก….

หรือเมื่อกี้จะใส่แรงเยอะไป? ไม่นะ เขาไม่ได้ตั้งใจ

“มินโฮ ลุกขึ้นได้แล้วอย่ามาสำออยไปหน่อยเลยน่า” ใบหน้าหวานมองดูคนที่นิ่งไปแล้วแต่ยังคงกุมหน้าท้องของตัวเองอยู่อย่างไม่สบายใจ

ก็ใครใช้ให้มันมากวนตีนเขาก่อนเล่า

“มะมินโฮ”

เสียงหวานอ่อนลงก่อนที่จะคุกเข่าลงอยู่ปปลายเท้าของร่างสูง มือบางเอื้อมเข้าไปจับแขนแกร่งออกมาเพื่อที่จะได้ดูรอยช้ำได้ถนัดแต่มินโฮกลับเกร็งไม่ให้เปิดออกมา

“เจ็บมากไหม ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ใบหน้าสวยแสดงออกมาอย่างรู้สึกผิดที่ใส่แรงเยอะเกินไปหน่อย มือบางแกะมือของมินโฮออกอีกครั้งและครั้งนี้มินโฮก็ผ่อนแรงเผยให้เห็นรอยแดงเล็กอยู่บนซิกแพกของตัวเอง ตาหวานมองรอยนั้นก่อนจะแตะลงไปที่มันอย่างเบามือ

   ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของมินโฮ มือเรียวนั้นลูบรอยแดงหวังว่าจะให้ร่างสูงหายเจ็บจากการกระทำที่ไม่ได้ตั้งใจของตัวเอง มินโฮชันตัวเองขึ้นพร้อมกับสายตาของคีย์ที่มองมาที่เขา แสดงออกมาว่าขอโทษโดยที่ไม่ต้องเอ่ยคำใดออกมา มินโฮก็เข้าใจได้ในทันทีเพราะคิ้วของคีย์มันกำลังขมวดเป็นปมอย่างรู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเอง

มือหนาจับมือของอีกคนที่อยู่บนหน้าท้องของตัวเอง ดวงตาคมจับจ้องไปยังดวงตาเรียวสวยสื่อออกไปว่าเขาเองก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนัก อันที่จริงมันก็แค่กลอุบายเรียกร้องความสนใจจากคนตรงหน้ามากกว่าจะเป็นเรื่องจริงซะอีก

ลมหายใจของทั่งคู่อยู่ในระยะปะชิดจนรู้สึกถึงกันและกันได้ มือเรียวถูกวางทาบทับกับด้านซ้ายของหน้าอกกำยำของร่างสูงจนสัมผัสได้ถึงการเต้นของของหัวใจที่มันไม่ได้ต่างกันเลยแม้แต่น้อย มินโฮเอียงหน้าสี่สิบห้าองศาโน้มลงไปสัมผัสกับริมฝีปากบางของคีย์ที่เม้มเป็นเส้นตรงด้วยความรู้สึกเกร็ง

สัมผัสนุ่มๆ ที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนกำลังทำให้หัวใจดวงน้อยๆ เต้นไม่ผิดไปจากของมินโฮเลยด้วยซ้ำ คีย์กำลังรู้สึกดีกับจูบที่มินโฮกำลังมอบให้ ถึงแม้จะเป็นจูบธรรมดาที่ไม่มีการลุกล้ำเข้ามาเหมือนอย่างที่เคยเป็นและมันก็เป็นครั้งแรกที่คีย์ยอมให้คนตรงหน้าจูบเขาอย่างเต็มใจถึงแม้จะรู้สึกประหม่ากับจูบครั้งนี้ มือที่จับอกด้านซ้ายของมินโฮกำเข้าหนากันแน่น

มินโฮผละออกจากริมฝีปากสีชมพูระเรื่อมองคนหน้าแดงนั่งตัวเกร็ง สายตาก็จับจ้องมาที่เขาอย่างอึ้งๆ กับการกระทำของตัวเอง ริมฝีปากหนายกยิ้มมุมปากก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นสีหน้าทะเล้นแทบจะในทันที

“ถ้ารู้ว่าชอบแบบนี้ ถอดเสื้อให้ดูไปตั้งนานและ จุ๊ป!” คำพูดกวนเบื้องล่างพร้อมกับส่งจุ๊ปเบาๆ อีกครั้งให้คนนั่งตัวเกร็งที่ยังไม่ได้สติ ยักคิ้วให้ไปสองทีก่อนจะลุกขึ้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูพาดบ่าของตัวเองเดินผิวปากเข้าห้องของตัวเองอย่างสบายใจ

“อะไอ้มินโฮ!!!!!

ปัง!!!

เสียงกว่าห้าร้อยเดซิเบลตะโกนออกมาเมื่อตั้งสติได้ คีย์พลาดไปแล้ว พลาดไปกับแผงอกล่ำๆ ซิกแพกแน่นๆ ของนายแบบดัง แถมยังจับจุดอ่อนของเขาได้อีกทั่งที่อยู่กันมาตั้งนานแล้วทำไม่มาพลาดท่าเอาตอนอาทิตย์ที่สามแบบนี้ได้?

ไม่ๆ คิบอมจะเลิกชอบผู้ชายที่มีบอดี้ฮอตเป็นอาวุธแล้ว >//<

 

T I M E 2 L O V E

         

          เมื่อวิชาเดียวของวันสิ้นสุดลง สองเท้าหนาก็ย่างก้าวเข้ามาในเทียร์เตอร์ขนาดใหญ่ของมหาลัยที่มีเอาไว้สำหรับใช้ในวันสำคัญต่างๆ มินโฮเดินลงไปยังหน้าเวทีที่มีกลุ่มคนอยู่ปะปลายกำลังซ้อมถึงคิวของตัวละครที่จะซ้อมของวันนี้

          มินโฮส่งยิ้มให้กับทุกคนรอบๆ เหมือนปกติทุกครั้งเวลาที่เขาทำงานไม่ว่าจะนอกสถานที่หรือในสตูดิโอก็ตามมันเป็นเอกลักษณ์ของเขาและมันก็เป็นสิ่งนึงที่ดึงดูดคนรอบข้างให้เข้าหาเขาได้อย่างง่ายได้ นิสัยที่เข้ากับคนง่ายและทำงานอย่างไม่ถือตัว ยกเว้นก็แค่งานที่โชว์รูปร่างเท่านั้นที่เขาไม่รับเด็ดขาดเพราะมันเป็นอะไรที่ดูน่าขยะแขยงเวลาที่เห็นกล้ามของตัวเองอยู่บนหน้าปกหนังสือถึงต่อให้เป็นบริษัทนิตยสารดังๆ เขาก็ขอบายแค่เห็นของเพื่อนตัวเองถ่ายแบบโฆษณากางเกงชั้นในดูแล้วเขายังเอียนเลย ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมทั่งที่เห็นกันตามงานปกติ เปลี่ยนเสื้อผ้ามันก็ไม่ได้รู้สึกขนาดนั้นก็ตาม แต่พอมาอยู่บนปกหนังสือแล้วมัน……

          ช่างมันเถอะ อาจจะเป็นเพราะช่างภาพคงแต่งรูปเยอะเกินไปซะจนเกินจริงมันถึงทำให้เขารับตัวเองในรูปเปื่อยท่อนบนไม่ค่อยจะได้ แต่มันก็แปลกสำหรับผู้หญิงหลายๆ คน ที่โหวตให้เขาเป็นหนุ่มที่มีบอดี้น่าสัมผัสที่สุดแค่เพราะถ่ายแบบชุดหน้าร้อนแล้วถกเสื้อยืดขึ้นให้เห็นซิกแพกแม้แต่สาวเทียมก็ยังหวั่นไหวแค่นั้น

          “อ้าว มาแล้วเหรอ”

          “สวัสดีครับอาจารย์”

          มินโฮโค้งหัวทักทายเล็กน้อยตามมารยาทให้กับอาจารย์คลาสการแสดง อาจารย์แทกวังคืออาจารย์ที่มาอ้อนวอนของให้เขามาช่วยเล่นเป็นบทพระรองในละครเวทีของมหาลัยที่เป็นส่วนหนึ่งของงานในอีกสองอาทิตย์ข้างหน้า มันคือซีรีย์เรื่อง THE  HEIRS ที่ฮิตมากเมื่อหลายปีก่อนและตอนนี้มันก็ถูกเอามาเล่นเป็นละครเวทีและสำหรับผมมันยากมาก

          ละครเวทีมันเป็นความท้าทายสำหรับอาชีพนายแบบอย่างมินโฮ แน่นอนว่าเขาเองชินกับเวทีมาเยอะแต่ครั้งนี้มันต่างกันเวทีที่เคยยืนเขาทำแค่เดินผ่านไปมาเพื่อโชว์เสื้อผ้าหรือสินค้าตามที่แบรนด์ต้องการเท่านั้น แต่ครั้งนี้มันคือเวทีที่มันจะเข้ามามีบทบาทมากกว่าครั้งไหนๆ มินโฮไม่เคยแสดงละคร เขาไม่เคยร้องเพลง และเขาก็ไม่ถนัดด้านการแสดงซักเท่าไหร่ถึงแม้จะมีโฆษณาหลายตัวแต่กว่ามันจะออกมาดีได้มันก็ต้องมีผิดพลาดบ้าง แต่ถ้าครั้งนี้เขาพลาดนั้นก็หมายถึงชื่อเสียงของเขาเองเช่นกัน

          “ไม่เปลี่ยนใจอยากเล่นเป็นพระเอกหรอ ครูว่ามันเหมาะกับเธอนะ” อาจารย์สาวสวยยังคงถามถึงความตั้งใจของตัวเอง ครั้งแรกที่เธอเดินเข้าไปขอให้มินโฮช่วยนั้นเพราะนักศึกษาที่เล่นเป็นพระเอกเกิดอุบัติเหตุกระทันหันทำให้ต้องเปลี่ยนตัว แต่ร่างสูงกลับปฏิเสธเสียงแข็งกว่าจะให้มาช่วยได้ก็เสียเหงื่อไปยกใหญ่เลยละ

          “ไม่ครับ บทนี้ดีกว่า” มินโฮยังคงยืนยันกับคำตอบเดิม เพราะเขาคงไม่กล้าที่จะรับบทใหญ่ขนาดนั้นและเขาเองก็ไม่ได้มั่นใจว่าตัวเองจะเล่นมันออกมาดี เท่าที่อ่านบทของยองโดก็ไม่ต้องจำอะไรมาก บางช่วงก็ไม่ได้ยาวจนเกินไปเมื่อเทียบกับบทของคิมทันแล้ว

          “จ๊ะ อ่านบทมาแล้วใช่ไหมครูจะต่อจากเมื่อวานแลยนะ”

          “ครับ”

          มินโฮวางสัมพาระของตัวเองด้านข้างเวทีและเดินขึ้นไปด้านบนที่มีคนอยู่สองคนกำลังซ้อมบทกันอยู่ ซูจีคือนางเอกของเรื่องส่วนพระเอกได้ยินมาว่าเป็นเดือนคณะปีสองที่เขาเองก็ไม่รู้จักแต่หน้าตาถือว่าดูดีมากๆเหมือนกัน

          เมื่อเวลาของการฝึกซ้อมสิ้นสุดลงต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านเพื่อที่เก็บแรงเอาไว้สำหรับวันพรุ่งนี้ มินโฮเดินมายังแลมโบกินีของตัวเองโยนกระเป๋าไปยังเบาะอีกฝั่ง และทิ้งตัวเองบนเบาะคนขับนั่งถอนหายใจกับงานของตัวเองในวันนี้มันช่างเหนื่อยยิ่งกว่างานประจำของเขาซะอีก กว่าจะเล่นผ่านได้ไปแต่ละฉากได้เขานี้ไม่เอาด้านนี้จริงๆ

          “เฮ้อ~”

          ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะกระจกรถเสียงสติให้คนที่นอนเอนตัวอยู่ลืมตามองคนที่ยืนอยู่ด้านนอก มินโฮลดกระจกลงเมื่อเห็นว่าเป็นซูจี

“มินโฮขอโทษที่รบกวนนายพอจะว่างไหม?”

“ทำไมเหรอ”

“พอดีฉันไม่ได้เอารถมาขอติดรถนายไปด้วยได้ไหม?” คำถามมาพร้อมกับมือเรียวสวยลูบไปตามต้นแขนที่โผล่ออกมานอกกระจก สายตาหวานเหยิ้มมองร่างสูงอย่างคาดหวังกับคำตอบและมันก็ใช่ได้ผล

“ได้ซิ”

เมื่อคำตอบเป็นไปตามที่หวัง ร่างของหญิงสาวก็เดินอ้อมมาขึ้นรถโดยที่มินโฮเปิดประตูให้ มินโฮไม่ได้ปฎิเสธคำพูดนั้นเพราะเขารู้อยู่แล้วว่าระหว่างเขากับซูจีมันเป็นเพียงแค่เรื่องบนเตียงเท่านั้นและดูท่าคืนนี้มันคงจะอีกยาวไกล

“ช่วงนี้นายไม่ติดต่อมาหากันเลยนะ” เมื่อรถออกตัวหญิงสาวก็เปลี่ยนท่านั่งเป็นหันมามองคนขับรถพร้อมกับแขนเล็กเอื้อมมาลูบใบหน้าคมเข้มของคนขับ

“เซ็นสัญญาใหม่น่ะ ก็เลยยุ่งๆนิดหน่อย”

“ได้ข่าวมาว่าเป็นบริษัทเล็กๆ เองนี่ น่าแปลกนะที่นายแบบดังแบบนายจะย้ายไปอยู่ค่ายเล็กๆ แบบนั้น” ปากกก็เอ่ยพูดไปตามเรื่องแต่มือเรียวก็ยังคงทำหน้าทีลูบไล้ไปตามร่างกายของร่าสูงไม่หยุด

“ก็แค่ข้อเสนอน่าสนใจอีกอย่างจะค่ายเล็กค่ายใหญ่มันก็ไม่ต่างกันเท่าไหร่” พูดไปขับรถไปอีกมือนึงจับมือของหญิงสาวที่เลือนลงมาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเองให้หยุดลง

“สนใจข้อเสนอ หรือว่า….สนใจอย่างอื่นกันแน่”

“ฮึ ถึงคอนโดแล้วคนสวย” เมื่อถึงที่หมายมินโฮเอ่ยบอกกับหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะจับมือเรียวขึ้นมากดจูบบนหลังมือนุ่มพร้อมกับสายตาที่ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็แพ้ทั่งนั้น

“ไม่สนใจขึ้นไปหน่อยเหรอ? ฉันคิดถึงนายมากนะ” สายตาเว้าวอนมองชายหนุ่มพร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปใกล้ประทับริมฝีปากลงข้างแก้มจนเกิดเป็นรอยลิปติกสีแดง สายตาคมมองการกระทำทุกอย่างของหญิงสาวก่อนที่มุมปากจะยกขึ้น พร้อมกับที่แรงดึงดูดจะดึงให้ทั่งคู่เข้าหากันด้วยการนัวเนียอยู่บนรถแคบๆ ลิ้นแลกลิ้นกันไม่หยุดเหมือนเป็นการโหยหาที่ต่างคนต่างก็ห่างหายกันไปนานทั่งคู่ เรื่องที่มันมักจะเกิดขึ้นบ่อยจนแทบจะเป็นกิจกรรมหนึ่งในชีวิต ก่อนที่สาวร่างบางจะย้ายตัวเองขึ้นมานั่งทับคนขับโดยที่ปากยังไม่ละออกจากกันไปไหน

กิจกรรมยังคงดำเนินต่อไปบนที่แคบ ลุ่มหลงกับอารมณ์ร้อนที่แผดเผาร่างกายไม่ขาดหาย มินโฮคงจะลืมคิดไปว่ายังมีคนรอเขาอยู่คอนโดหรูอีกแห่งใกล้ๆ คนที่กำลังนับเวลารอคอยให้กลับบ้านอย่างเป็นห่วงเผื่อว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงอะไรแต่กลับไม่มีวี่แววว่าคนที่รอจะกลับมาหรือโทรศัพท์มาบอกแม้แต่นิดเดียว

 

 

นาฬิกาบ่งบอกเวลาเที่ยงคืน มินโฮเปิดประตูคอนโดเข้ามาในห้องเหมือนอย่างเคย ไฟยังคงสว่างอยู่ร่วมไปถึงทีวีที่เปิดทิ้งเอาไว้ ขายาวเดินเข้าใกล้อีกนิดก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาที่มีร่างบางอีกคนนอนอยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายก้อนเมฆ มือบางที่ยังคงจับเครื่องมือสือสารเอาไว้อยู่เห็นได้ชัดว่าคงโทรหาเขาไม่รู้กี่ร้อยรอบแล้ว

“ขอโทษที่กลับดึกนะ” คำแรกที่เอ่ยออกมาแม้ว่าคนที่นอนอยู่จะไม่ได้ยิน มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่บังหน้าหวานออกก่อนจะถอนหายใจกับเรื่องไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา อารมณ์ตอนนั้นมันพาไปล้วนๆ เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะกลับดึกแล้วปล่อยให้คีย์รออยู่แบบนี้เลย

มือหนาช้อนร่างกายหลับสนิทเข้ามาในห้องอีกห้องที่เมื่อก่อนเคยเป็นห้องเก็บของของตัวเองก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นห้องนอนของผู้จัดการจำเป็นอย่างคีย์ เขาวางร่างที่นอนไม่รู้เรื่องลงบนเตียงนุ่ม จัดท่าทางให้สบายที่สุดและปิดท้ายด้วยการดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้

“ฝันดีครับ” จบลงด้วยการจุมพิตเบาลงบนหน้าผากเนียนแล้วเดินออกไปจากห้อง

ถ้าเป็นผู้หญิงคนก่อนๆ มันคงจะไม่จบลงแค่ปิดไฟแล้วเดินออกมาแน่ๆ มือหนายกขึ้นมาจับรอยแผลที่พึ่งได้มาสดๆ บนต้นคอ โชคดีแค่ไหนที่มันยังหลบอยู่ในร่มผ้ารอยข่วนจากผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นดาวของคณะมันยังคงแสบอยู่บนผิวของเขาอยู่เลย

“ฟูว~” พ่นลมหายใจออกมาเมื่อรู้สึกโล่งอก นึกว่ากลับมาจะโดนวีนตั้งแต่หน้าประตู แต่เปล่าเลยคนที่บ้านกลับนอนหลับไม่รู้เรื่องถึงแม้จะรู้สึกผิดก็ตามที่ไปไหนไม่ได้บอกแต่ขอโทษทีนะคีย์ นี้มันวิถีการมีอยู่อย่างผู้ชายแบบเขาละ จะให้ทำยังไงละเขาก็ผู้ชายนะ

 

 

“ย้ากกกกกกก~~”

“อึก!!

“ไอ้มินโฮ ตื่นเดี๋ยวนี้นะเว้ย ตื่นมาคุยกันให้รู้เรื่องเดี๋ยวนี้นะโว๊ย”

          เสียงดังอึก ออกมาจากร่างสูงของมินโฮที่นอนอยู่บนเตียงทันทีที่คีย์กระโดดขึ้นไปนั่งทับบนร่างอย่างแรง ความจุกบนหน้าท้องที่แล่นขึ้นมาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัวทำให้มินโฮขมวดคิ้วเพราะความเจ็บที่เกิดขึ้นกระทันหัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดงทันทีดูก็รู้ว่าคงจะเจ็บมาก

“ตื่นขึ้นมาคุยกันเดี๋ยวนี้เลยนะ” เสียงแหลมยังคงไม่หยุดเรียกพร้อมกับมือบางที่ฉุดลำแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อให้ลุกขึ้นมานั่งคุยด้วยท่าทางครึ่งหลับครึ่งตื่น มินโฮลืมตาข้างหนึ่งขึ้นมองผู้ชายที่รูปร่างเพียวกว่าเขาก่อนที่จะพยายามเอนตัวลงนอนอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ผล

“ตื่นซิวะ ห้ามนอน ตื่นมาคุยกันก่อน”และก็เป็นอีกครั้งที่คีย์ดึงมินโฮให้นั่งอยู่บนเตียงนุ่มๆนั้น

“อะไรขนองนาย ฉันเพิ่งได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมงเองนะ” มินโฮเอ่ยอย่างหัวเสียพร้อมกับขมวดคิ้วเพราะถูกรบกวนการนอนของเขาทั่งที่เพิ่งจะได้นอนไปไม่กี่ชั่วโมง

“ใช่ไง  ฉันถึงอยากรู้ว่านายหายไปไหนมาเมื่อคืน” เสียงหวานคาดคั้นจากร่างสูงที่ถึงแม้จะยังไม่ตื่นดีแต่ก็รู้ว่ามินโฮต้องมีคำตอบสำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนแน่ๆ  ไหนจะโทรไปไม่รับอีก รอจนจะเที่ยงคืนก็ยังไม่มา ไม่น่าสงสัยหรือไง

“ก็ซ้อมละครไง”

“ทำไมซ้อมดึกขนาดนั้น  ปกตินายกลับมา 4 ทุ่ม”

“ก็เดี๋ยวไม่นานจะถึงวันจริงแล้ว ก็เลยต้องอยู่ซ้อมดึกกันหน่อย”

“อาทิตย์หน้าก็สอบแล้วนะ นายไม่เอาเวลามาอ่านหนังสือหรือไง” คีย์กอดอกมองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าอย่างจับผิด

“ทำไม เป็นห่วงหรือไง” ถึงแม้เสียงจะยังคงไม่ปกติสำหรับคนที่เพิ่งตื่นนอนดี แต่สีหน้าทะเล้นที่ส่งออกมาทำให้คีย์ที่ยืนกอดอกมองร่างสูงอยู่ถึงกับเบือนหน้าหนีพร้อมกับน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด

“เปล๊า ใครจะไปเป็นห่วงนายกัน คิดไปเอง”

“เหรอ แน่ใจเหรอที่พูดออกมาอะ” น้ำเสียงกวนประสาทกลับมาอีกครั้ง คีย์ได้แต่มองไปมารอบตัวอย่างประหม่าพร้อมกับมินโฮที่ลุกออกจากเตียงไล่ต้อนคนตรงหน้าจนสะโพกมนถอยหลังไปติดกับโต๊ะหนังสือด้านหลัง แขนใหญ่ทั่งสองข้างกั้นปิดหนีทางรอดของคีย์ให้หมดจนมือบางต้องยกมือขึ้นมาดันแผงหน้าอกมินโฮเอาไว้

“จะจะทำอะไร ถอยออกไป”

“เปล๊า ใครจะทำอะไรนายกัน คิดไปเอง”

“นี้”

“นี้”

“ย้อนเหรอ”

“ย้อนหรอ”

เมื่อรู้ว่าไม่มีทางเถียงร่างสูงได้ ก็ได้แต่ส่งสายตาอาฆาตไปแทนแต่มินโฮกลับเอาแต่ส่งยิ้มหล่อมาให้แต่เช้านี้ซิ

“เป็นห่วงก็บอกว่าเป็นห่วงไม่ต้องทำฟอร์ม”

“ใครมันจะไปห่วง”

“เหรอ โทรมาเป็นร้อยสายนี้ไม่ห่วงเลย” จากมือที่กั้นปิดหนีทางรอกกลับขึ้นมาทับซ้อนบนแผงอกล่ำอีกครั้ง โดนมินโฮไล่ต้อนแทนแล้วละคุณหนู

“ก็แค่ทำหน้าที่ผู้จัดดการ อย่าลืมว่าฉันต้องรายงานพี่นายทุกวัน”

“แหม ดีจังเดี๋ยวต้องได้เป็นผู้จัดการดีเด่นแห่งปีแน่ๆ” มินโฮล้อเลียนคนตรงหน้าจนคีย์ได้แต่ทำเสียงจิจ๊ะในลำคออย่างไม่ชอบใจเท่าไหร่นัก เกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้จังทำไมต้องมาจนมุมอยู่เรื่อยเลย

“ไม่ต้องห่วงหรอกน่า ไม่เป็นอะไรหรอกเดี๋ยวเสาร์นี้ก็เลิกซ้อมวันสุดท้ายแล้ว” มินโฮบอกคีย์ที่เอาแต่ทำหน้ามุ่ยไม่หายซักที จนมินโฮต้องยกมือขึ้นมาหยิกแก้มที่มีแต่รอยย่นเต็มไปหน้า ไม่รู้จะสงสัยอะไรหนักหนา

“อื้อ พอแล้วๆ เข้าใจแล้ว”คียปัดมือของมินโฮออก

“ถ้าไม่เป็นอะไร นายก็ควรจะโทรกลับมาบางไม่ใช่ปล่อยให้ฉันโทรหานายแล้วก็รอนายคนเดียวอย่างนี้” แววตาอ่อนลงแต่ยังคงรู้ว่าคีย์นั้นยังไม่หายโกรธเท่าไหร่ มินโฮระบายยิ้มของตัวเองออกมาไม่รู้ว่ามันรู้สึกดีใจอะไรหนักหนา ก้อนเนื้อในอกของเขารู้สึกพองโตขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเขามากกว่าที่เคยเป็น

“โอเค ต่อไปจะรายงาน ทุกชั่วโมงเลยดีไหม จะไม่กลับดึกแบบนี้อีก”

“ไม่ซิๆ ถ้ากลับดึกกว่าปกติจะโทรมาบอกก่อน”

“สัญญา”

“อือ สัญญา”มินโฮยกนิ้วก้อยขึ้นมาตรงหน้า เผยให้เห็นยิ้มที่คีย์เองก็ไม่ค่อยได้เห็นมันเท่าไหร่ น่าจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่มินโฮยิ้มออกมาซะหวานมากกว่าจะเป็นยิ้มเจ้าเล่ห์หรือยิ้มทะเล้นแบบปกติของเขา คีย์มองนิ้วก้อยของร่างสูงก่อนที่จะยิ้มบางๆ ออกมาช้อนสายตามองคนที่สูงกว่า สายตาที่ทำให้มินโฮนั้นรู้สึกว่าคีย์น่ารักกว่าวันไหนๆ ซะอีก นิ้วมือบางยกขึ้นมาหมายจะเกี่ยวก้อยกับอีกคนแต่ก็ชะงักค้างเอาไว้ ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นตบหัวโตๆ ของมินโฮซะเสียงดัง

ป้าบ

“สัญญาแล้วคืนคำเมื่อไหร่ นายตายแน่ ชเวมินโฮ”  

“อ้า!!!

ฝ่ามือเล็กแต่ถึงเวลาออกแรงแล้วเจ็บไปน้อยของคีย์ฟาดลงไปเต็มๆ  จนมินโฮหน้าหันอีกข้างร้องออกมาซะเสียงดังลั่น ไม่รู้ว่าห้องข้างๆนั้นจะได้ยินเสียงตบหรือเสียงร้องของคนในห้องกันแน่ แต่ที่รู้ๆ มินโฮคงได้เห็นดาวลอยขึ้นมาซักพักเลยละ

ขอคืนสำหรับเมื่อคืนที่ปล่อยให้รอนานแล้วกันนะมินโฮ ฮึ!

 

 สวัสดีปีใหม่คะ หายไปหลายเดือนเลย เพิ่งจะว่างหลังจากที่สอบและไปอิ่มหน่ำกับการนอนอืดอยู่บ้าน = = ไม่มีอะไรมาก มินคีย์ล้วนๆ  พูดถึงความเพย์บอยของมินโฮทั้งเรื่อง แฮะๆ อยากให้เข้าใจว่ามินโฮถึงจะชอบคีย์แต่ก็ใช่ว่าจะหยุดอยู่คนเดียวได้นะค่ะ ยังไม่ถึงโหมดดร่าม่าคู่นี้แต่รอไว้ก่อนก็ดี คาดว่าจะยาว แฮะๆ

ไปแล้วจ้า เอามาส่งดึกตามเคย ขอบคุณที่ยังมีคนเข้ามาอ่านอยู่บ้างปะปลาย เขียนไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่หรอกคะ กำลังพยายามทำให้มันน่าสนใจไม่น่าเบื่อเกินไป ไม่รู้เบื่อกันไหม

สวัสดีปีใหม่อีกครั้ง มีความสุขและสุขภาพแข็งแรงมากๆ นะค่ะทุกๆ คน  รักนะค่ะ ^^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #192 Kittika Detpian (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 21:43
    คีย์ตั้ลร๊ากกก แพ้ซิกแพ็คมินโฮ555
    #192
    0
  2. #191 ตู้เสื้อผ้าชายนี่ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กันยายน 2558 / 19:43
    น่ารักจังเลยๆๆ คีย์แพ้กล้ามซิกแพก เฮ้ย เราเป็นผู้หญิง ต้องเก็บอาการสิลูกกกกกกกก
    #191
    0
  3. #158 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 09:08
    เย้ๆๆๆ ในที่สุดแทมินก็จะเปลี่ยนแล้ว ดีใจแทนเฮีย >////////<
    คู่มินคีย์นี่หวานใช่เล่น  น่ารักกกก -/////-
    #158
    0
  4. #133 M-Profes (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 23:45
    ซึ้งพี่อนกับน้องเห็ดอ่ะ พี่น้องอบอุ่น เย้ๆ
    มิโฮ ไฟท์ติ้ง เดี๋ยวคีย์ก็ใจอ่อน 

    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์นะ สู้ๆ^^
    #133
    0