[FIC] yaoi [Hyunmin x Minkey] Time 2 love

ตอนที่ 15 : TIME 2 LOVE :: P13**

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 58

T I M E 2 L O V E

 

 

-13-

 

 

          มือหนาทิ้งลงบนราวระเบียงหน้าห้อง ดวงตาคมมองเหม่อลงไปด้านล่างที่เป็นเพียงสวนเล็กๆหน้าหอพักที่ไม่ได้ใหญ่โตหรูหราอะไร ไม่ได้มีอะไรที่ดูน่าสนใจเลยซักนิด เสียงถอนหายใจพ่นออกมาไม่รู้กี่ร้อยรอบของวัน เอาแต่คิดถึงเรื่องที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอยากรู้ซักเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีครั้งหนึ่งที่เคยอยากรู้มากก็ตามแต่มันก็จบด้วยสัมผัสนิ่มที่เขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจอยากให้เกิดแต่เพียงแค่อยากปลอบเท่านั้น

          “เฮ้อ” จงฮยอนพ่นลมหายใจออกมาอีกครั้ง แล้วทิ้งหัวตัวเองลงอย่างวิตก

          ถึงว่าทำไมเด็กที่อายุเท่านั้นถึงได้ดูเหมือนมีอะไรให้คิดเยอะนัก แถมยังเป็นคนไม่พูดไม่จาทั่งที่วัยก็น่าจะดูเป็นเด็กที่ร่าเริง ฐานะทางบ้านก็ดีออกจะดีกว่าเขาด้วยซ้ำไม่น่ามาเจออะไรแบบนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยเลย

          “รู้แบบนี้แล้วฉันจะทำยังไงกับนายแทมิน” หน้าคมหันกลับมามองโต๊ะด้านหลังที่ยังคงมีคอมพิวเตอร์เปิดอยู่ สิ่งที่วางอยู่ข้างกันคือหนังสือพิมพ์สองฉบับที่ยืมมาจากห้องสมุดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

          รูปใบหน้าของผู้เคราะห์ร้ายทั่ง 4 คนอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์ฉบับเก่าที่สีซีดไปหมดแล้ว รูปครอบครัวที่มีความสุข ใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของทุกคนแต่เพราะเหตุการณ์ร้ายๆ มันถึงได้พรากเอาความสุขของทุกคนในครอบครัวนี้ไป

 

          รู้แบบนี้แล้วเขาจะมองหน้าเด็กนั้นยังไง

         

เกิดอาการประหม่าขึ้นเมื่อนึกถึงเวลาที่อยากจะเข้าไปคุยด้วยทั่งที่ไม่เคยเป็น ถ้าเป็นช่วงที่เขายังไม่รู้ความจริงก็อาจจะทักทายและคุยเล่นกันตามปกติ และก็คงไม่ได้ระวังตัวอะไรมากมายหากจะจับมือ เกาะไหล่หรือแม้กระทั่งบีบแก้มนิ่มๆ สังเกตได้ว่าช่วงหลังๆ มานี้เขาลืมตัวบ่อยมากล่าสุดก็ตอนใส่ชุดมาสคอตนั้นอีก

          คิดฟุ้งซ่านไปเรื่อยเปื่อยอยู่ๆ โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นขึ้นมา จริงๆ เขาควรจะชินกับมันได้แล้วเพราะคนที่โทรมาตลอดนั้นคงหนีไม่พ้นจองคริสตัลสั่นมาได้ทุกชั่วโมงไม่คิดว่าคนอื่นเขาก็มีการมีงานทำบ้างหรือไง

           “อื้อ” จงฮยอนขานรับปลายสายด้วยเสียงเหนื่อยๆ เมื่อเห็นชื่อที่โทรเข้ามาว่าเป็นใคร

[ทำไมรับสายฉันแล้วนายต้องทำเสียงแบบนั้นด้วย] เสียงแหลมติดหงุดหงิดส่งมาจากปลายสายก่อนที่จงฮยอนจะดึงโทรศัพท์ออกจากหูของตัวเอง

เขาชั่งใจส่ายหัวเบาๆ กับความเอาแต่ใจของอดีตแฟนเก่าที่เลิกรากันไปนานแล้ว แต่เพราะอะไรทำไมเธอถึงกลับมาหาเขาในวันที่เขาตัดใจและเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้นานแล้ว ถึงเมื่อครั้งเขาเคยรักเธอมากแต่ตอนนี้มันไม่เหมือนเมื่อก่อนความเจ็บจากเธอมันสอนให้เขารู้ว่าคริสตัลสามารถทิ้งเขาไปโดยไม่เหลือเยื่อใย แล้วเธอจะกลับมาหาคนที่ไม่มีอะไรแบบเขาทำไมในเมื่อเธอเลือกที่จะอยู่กับคนที่สามารถให้เธอได้ทุกอย่างและได้มากกว่าเขาให้เธอเป็น 10 เท่า

“มีอะไรก็ว่ามา” ไม่ได้ปรับเสียงคุยให้ดูน่าฟังแต่กลับตอบกลับด้วยเสียงติดรำคาญมากกว่า เขาไม่อยากรองรับอารมณ์ผีเข้าผีออกของคุณหนูไฮโซคนนี้เท่าไหร่นัก ไม่รู้ทำไมเขาถึงเคยคบกับผู้หญิงที่เอาแต่ใจแบบนี้ได้

[จงฮยอนนายช่วยพูดดีๆ กับฉันหน่อยได้ไหม!!?] เสียงปลายสายติดขึ้นจมูกไปนิด พอจะเดาออกว่าคงขมวดคิ้วเป็นปมเพราะน้ำเสียงเขามันบ่งบอกชัดเจนว่าเขาไม่ได้อยากคุยด้วยเลย

“ถ้าจะมาชวนทะเลาะก็แค่นี้นะ”

[นี้ คิม….ติ๊ด!]

จองคริสตัล จองคริสตัล เธอจะมาตามฉันไปเพื่ออะไรกัน

ร่างสูงหมุนตัวเองนั่งลงหน้าโน๊ตบุ๊คที่หารายงานเอาไว้ จะว่าใช่เรื่องของรายงานก็ไม่ใช่มันเป็นข่าวที่เขาอยากรู้รายระเอียดมากกว่าในหนังสือพิมพ์ และดูท่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่อยู่พอสมควร เนื่องมาจากเป็นครอบครัวที่เป็นที่รู้จักในสังคม บ้านก็เปิดธุรกิจใหญ่โตแต่ก็จบลงเมื่อพ่อกับแม่เสียชีวิต พี่ชายยิงฆาตกรตายคาที่และน้องชายเสียสติเพราะโดนทำร้ายร่างกายและข่มขืน…..

ตัวเล็กแค่นั้น….ทำไมถึงผ่านอะไรมาเยอะขนาดนี้นะ

 

 

ขายาวก้าวลงจากฟีโน่คู่ใจที่ช่วงหลังมานี้ต้องขับมาเป็นประจำเพราะถ้าจะให้ไปพึ่งคีย์กับพี่ซูยอนเหมือนเมื่อก่อนก็คงไม่ได้แล้ว สองคนนั้นมีงานที่ต้องทำถ้าจะให้เขาไปอาศัยพี่ซูยอนมันจะดูแปลกๆ มือหนาปลดหมวกกันน็อคยัดใส่ใต้เบาะรถก่อนจะเดินหาที่นั่งรอเพื่อนตัวดีใต้ต้นไม้ใกล้ๆกับทางขึ้นคณะ

จับจองที่นั่งได้ซักพักสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเด็กสองคนที่ชะเง้อคอมองหาที่นั่ง หัวใจมันก็เต้นขึ้นมาผิดจังหวะเมื่อเห็นอีกคนที่ยืนอยู่ไม่ไกล แทมินกำลังมองมาทางนี้พร้อมกับฮยอนอาที่ยิ้มร่าเมื่อเห็นว่าเขานั่งคนเดียวใต้ต้นไม้

“ขอ

!!!

“เอ้า นี้จะไปไหนอะ เป็นบ้าอะไรแต่เช้า”

โดยที่ไม่ฟังคำพูดอะไร จงฮยอนรีบลุกออกไปจากที่นั่งทันทีเมื่อทั่งสองคนก้าวมาถึง ขายาวๆ ก้าวขึ้นตึกคณะที่อยู่ใกล้ๆ อย่างรวดเร็วก่อนจะชะงักว่าไอ้การกระทำเมื่อกี้นี้ เขาทำอะไรลงไป จะหนีทำไมในเมื่อเขาเองก็เป็นนห่วงเด็กนั้นอยู่ไม่น้อย

ริมฝีปากหนาเม้มปากจนเป็นเส้นตรงขบคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น เด็กนั้นมันจะเข้าใจผิดหรือเปล่านะ แต่เอาจริงๆ ตอนนี้ถ้าเจอหน้ากันคงจะทำหน้าไม่ถูกแน่ๆ เพราะในเนื้อข่าวที่อ่านมาเมื่อคืนมันยังติดดอยู่ในหัวและดูท่าจะไม่ออกง่ายๆ ด้วย  นี้เขาควรเว้นระยะห่างกับเด็กนั้นหรือเปล่า?

“จงฮยอน!!

“เฮ้ย!!” ร้องเสียงหลงออกมาอย่างตกใจเมื่ออยู่ๆ คีย์เข้ามาทักไม่ให้สุ่มให้เสียง

“เป็นอะไร แล้วทำไมมายืนตรงนี้” คีย์ถามขึ้นเมื่อหาจงฮยอนหน้าคณะไม่เจอทั่งที่นัดกันไว้ว่าจะรออยู่ที่โต๊ะประจำแต่กลับมาเจออยู่ใต้ตึกเรียนแทน

“เปล่าๆ แค่ที่นั่งมันเต็มน่ะ” เขาตอบกลับไป “ขึ้นเรียนกันเถอะ” คีย์พยักหน้ารับก่อนที่จงฮยอนจะกอดคอเดินขึ้นชั้นเรียนไปพร้อมๆ กัน

 

คาบเรียนในช่วงเช้าดำเนินไปอย่างปกติ มือเรียวจดเล็คเชอร์ตามแทบไม่ทันเมื่อาจารย์บอกถึงหัวข้อที่จะใช้สอบในอาทิตย์หน้า รวมไปถึงบอกแนวโดยรวมให้เตรียมความพร้อมสำหรับทำข้อสอบ ก้มๆ เงยๆ จนปวดหัวแต่พอหันมามองเพื่อนข้างๆ กลับควงปากกาในมือเล่นในกระดาษไม่มีตัวหนังสือซักตัว คิ้วบางผูกกันเป็นปมอย่างสงสัยแต่ก็ต้องหยุดมันเอาไว้ เมื่ออาจารย์ยังคงไม่หยุดทวนเนื้อหาในบทเรียน

มือเรียวเก็บอุปกรณ์ลงในกระเป๋าเป้ใบโปรดเมื่อชั่วโมงเรียนในช่วงเช้าหมดลง ทุกคนทยอยออกจากห้องรวมไปถึงคีย์เองก็ลุกจากโต๊ะเพื่อที่จะหาอะไรเข้าท้องว่างๆ ที่มันร้องตั้งแต่ 30 นาทีแรกของชั่วโมงเรียน

“ปะ หาอะไรกินกัน” ลุกขึ้นสะพายกระเป๋าได้ก็ส่งยิ้มหวานไปให้เพื่อนรักหนึ่งทีเมื่อถึงเวลาของอร่อย แต่จงฮยอนกลับยังคงนั่งควงปากกาไม่หยุดและยังคงอยู่ในท่าเดิมตั้งแต่ต้นชั่วโมง

“เฮ้ย จงฮยอน”

“ฮะ ห๊ะ!!” คีย์ตีเข้าให้ที่ต้นแขนเมื่อจงฮยอนดูท่าจะไม่ได้สนใจเขาเลย

“เป็นอะไร”

“ปะ เปล่า” เสียงตอบไม่เต็มปากดูก็รู้ว่าคงมีอะไรในใจให้คิด คีย์มองคนตรงหน้าอย่างสงสัยแต่ก็ทำเพียงพยักหน้ากลับไปเท่านั่น

“ไปกินข้าวกันเถอะ” คีย์เอ่ยปากชวน จงฮยอนพยักหน้ารับด้วยความเร็วก่อนจะเก็บอุปกรณ์การเรียนที่หยิบออกมาไม่ได้ใช้เข้ากระเป๋ากลับเข้าไปเหมือนเดิม

 

ทั่งคู่เดินมาถึงโรงอาหารที่อยู่ใกล้กับคณะที่สุด มองไปทางไหนก็ไม่มีที่ว่างสำหรับพวกเขาทั่งคู่ คนเต็มแบบนี้จะไปหาที่นั่งตรงไหนได้เล่า คีย์หน้าเริ่มบูดขึ้นเมื่อยังคงกวาดสายตาหาที่นั่งไม่ได้ซักที ท้องก็ร้องดังจนปวดแสบปวดร้อนเหมือนไส้จะบิดอยู่แล้ว นาทีนี้ว่างตรงไหนจะพุ่งไปทันทีเลยคอยดู

“คนมาจากไหนเยอะแยะวะเนี่ย” เสียงหวานบ่นพึมพัมเมื่อมองทางไหนก็ไม่มีที่ว่างเหลือพอจะให้เขาสองคนนั่งกันได้เลย

“ไปหาอะไรกินข้างนอกไหม ไหนๆ ตอนบ่ายก็ว่างยาวกว่าจะได้เข้าชมรมก็ต้องรอปี 4 เลิกเรียน” จงฮยอนเสนอ

คีย์พยักหน้าเห็นด้วย ไหนๆก็ว่างทั่งบ่ายออกไปหาร้านอาหารนั่งตากแอร์เย็นๆ ก็คงดีกว่านั่งอยู่ในมหาลัยร้อนๆแบบนี้ แต่จะไปยังไงละกว่าจะเดินออกไปหน้ามหาลัยมันก็ไกลพอสมควร แดดก็ร้อน ร่มก็ไม่มี แค่คิดเหงื่อก็ตกแล้ว นี้เขาไม่ได้เรื่องมากนะ

 “แต่จะไปยังไง จากตึกคณะเราออกไปหน้ามหาลัยมันไกลนะ ฉันขี้เกียจเดิน” มือบางรั้งแขนจงฮยอนเอาไว้ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“ฉันเอารถมา”

“รถอะไรของแกอย่าบอกว่ามอไซส์”

“ก็เออดิ”

“โอ๊ย ไอ้บ้า ร้อนขนาดนี้จะให้ฉันนั่งมอไซส์ผิวเสียหมด” คีย์ขมวดคิ้วเมื่อมองออกไปนอกโรงอาหารแดดเปรี้ยงขนาดที่สามารถทำเอาผิวที่ดูแลมาเป็นปีใหม้ได้ในพริบตา เขาก็ไม่อยากออกไปนักหรอกถ้าจะตากแดดตากลมขนาดนี้

“แล้วจะเอายังไง”

“นี้ไง” พูดจบก็ยกโทรศัพท์ที่มีสายเรียกเข้าขึ้นมาโชว์หลาตรงหน้าจงฮยอน ชื่อที่โชว์อยู่แทบอยากจะเปลี่ยนใจกลับไปกินในโรงอาหารก็ได้แต่ก็คงไม่ทัน เพราะไอ้เพื่อนตรงหน้ามันนัดแนะเรียบร้อยละว่าให้มารับ เออให้มันได้อย่างนี้

“ขึ้นๆ” ทันทีที่รถสปอตคันงามจอดเทียบหน้าฟุตบาท เสียงแหลมๆก็ดันให้จงฮยอนเข้าไปนั่งเบาะหลังก่อนที่เจ้าตัวจะเข้าไปนั่งเบาะหน้าข้างคนขับอย่างเคยชิน โชคดีที่วันนี้เอารถอีกคันมาถ้าเป็นแลมโบกินี่คันที่ขับมาประจำคงไปสามคนไม่ได้

“ไปเลยมินโฮ” เสียงหวานและหน้าตาน่ารักหันไปบอกคนขับรถเมื่อคาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จ ดูก็รู้ว่าคีย์กำลังอ้อนมินโฮนอกหน้านอกตา

“เดี๋ยว ไหนบอกว่าไปกันสองคน” มินโฮถามขึ้นเมื่ออยู่ก็มีบุคคลที่สามที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงมาด้วย

“ก็สองคนไง ฉันกับจงฮยอน” เสียงทะเล้นและหน้าใสซื่อส่งไปให้ร่างสูงตรงหน้า เออ โดนกวนประสาทมั่ง

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึงฉันกับนาย ไม่รวมไอ้เตี้ยนี้” มินโฮหันมาขึ้นเสียงทันทีที่เอ่ยถึงจงฮยอนที่นั่งอยู่เบาะหลัง

“มึงว่าใครเตี้ยห๊ะ”

“เฮ้ยๆ อย่าตีกันๆ มากี่คนก็ช่างเถอะน่า รีบไปเถอะหิวข้าวแล้ว นะๆ น้า~” คีย์หันไปทำเสียงอ้อนเพื่อให้มินโฮหันกลับมาสนใจตัวเอง ร่างสูงได้แต่มองหน้าคนด้านหลังผ่านกระจกอย่างไม่พอใจก่อนที่จะขับรถออกไปตามคำสั่งของร่างบางที่ทำหน้าอ้อนอยู่ข้างๆ

เออ ให้มันได้อย่างนี้

มินโฮได้แต่สบถในใจ ก็ว่าอยู่ทำไมรับโทรศัพท์เสียงหวานแถมยังคำพูดแปลกๆ ไอ้เราก็นึกว่าจะใจอ่อนแล้วบ้างแต่เปล่าเลย…. มีเงื่อนไขตลอด พลาดชิบหาย

ทั่งสามคนเดินเข้ามาในร้านอาหารเกาหลีแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากมหาลัยมากนัก เพราะนี้มันก็ปาเข้าไปครึ่งชั่วโมงแล้วกว่าจะกินเสร็จ ขับรถกลับเดี๋ยวจะไม่ทันเข้าคาบบ่ายเอา อันที่จริงจงฮยอนกับคีย์ต้องไปเข้าชมรมอีกทีในช่วงเย็น แต่มินโฮมีเรียนตอนบ่ายเลยเลือกร้านที่สะดวกที่สุดและดูปลอดภัยที่สุด ไม่งั้นแฟนคลับคงได้แห่กันมาลุ่มนายแบบคนนี้แน่ๆ

“จงฮยอนกินอะไรดี”

“อะไรก็ได้ สั่งๆมาเถอะ ขอแบบเร็วๆ” พูดจบก็ถอนหายใจแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ไม่สนใจคีย์ที่นั่งข้างๆ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าไม่ถูกกันแต่ช่วยหยุดซักพักได้ไหมเนี่ย ปวดหัวเหมือนกันนะเว้ย

“หึ” มินโฮมองจงฮยอนก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างไม่สบอารมณ์เช่นกัน

“มินโฮ นายละ” คีย์เลิกสนใจเพื่อนข้างๆ แล้วหันมาถามนายแบบที่อยู่ในความดูแลแทน

“ซัมเกทัง”

“งั้นเอา ซัมเกทังหนึ่งแล้วก็บะหมี่เย็นสองครับ” ร่างบางหันไปบอกเด็กที่รับออเดอร์พร้อมกับยื่นเมนูคืน  

ไม่นานอาหารก็เสริฟ ทั่งสามคนทานมันด้วยความอึดอัดแปลกๆ โดยเฉพาะคีย์ที่เป็นคนกลาง ซ้ายก็แย่งกิน ขวาก็ดึงห้าม เออให้มันได้อย่างนี้ไม่รู้คิดถูกคิดผิดที่เลือกมานั่งกินข้าวพร้อมกันกับผู้ชายสองคน

“เออคีย์ ฉันมีเรื่องจะถาม” จงฮยอนเอ่ยขึ้นหลังจากที่มินโฮขอตัวไปเข้าห้องน้ำ

“ว่า?” คีย์เงยหน้ามองจงฮยอนอย่างไม่ได้ใส่ใจนัก เขาสนใจอาหารที่มันอยู่ตรงหน้ามากกว่าอีก

….” จงฮยอนมองหน้าคีย์ที่คีบเส้นบะหมี่เข้าปากโดยไม่ได้สนใจเขา ก่อนที่ร่างบางจะรู้ตัว คีย์มองหน้าจงฮยอนแล้วเลิกคิ้วเพื่อรอคำถาม ร่างหนาชั่งใจก่อนที่จะส่ายหัวแล้วมองไปทางอื่นแทน

“เอ้า มีอะไรก็ถามมา ตั้งแต่เช้าแล้วนะ” ใช่ ตั้งแต่เช้าแล้วที่จงฮยอนเอาแต่ถอนหายใจ ไม่รู้กังวลเรื่องอะไรกันแน่ถึงปากจะถามเรื่องของคริสตัลแต่สีหน้าเมื่อเช้าก็เหมือนจะมีคำพูดอะไรแต่ก็ไม่พูดมันออกมา

“นายยังปลื้มพี่จินกิอยู่ใช่ปะ” เมื่อสิ้นคำถามสีหนาแดงๆ ก็ระเรื่อขึ้นเป็นคำตอบแถมยังเอียงอายที่จะพูดมันออกมาอีก ก็นึกว่าอยากจะรู้อะไรคิดว่าเมื่อคืนก็พูดกันหมดแล้วนะ

“อืม….เอาจริงๆ มาลองคิดกลับกัน พี่เขาโคตรเท่เลยวะ รู้สึกสงสารแต่ก็ปลื้มเข้าไปอีก” คีย์พูดไปยิ้มไปพร้อมกับใบหน้าพริ้มขึ้นสีเลือดฝาดเมื่อเอ่ยถึง

จงฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจแต่สิ่งที่เขาอยากรู้น่ะมันไม่ใช้เรื่องของรุ่นพี่คนนั้นหรอก “แล้ว….ถ้ามองในมุมกลับกัน แล้วเป็นแทมินละ”

เส้นบะหมี่ที่กำลังจะเข้าปากชะงักค้างมองหน้าเพื่อนสนิทที่เอ่ยถามออกมา ก่อนจะมองตาเพื่อนสนิทที่รู้จักกันมาอย่างหาคำตอบ อ๋อ ไอ้ที่นั่งคิดมากมาตั้งแต่เช้านี้เพราะเรื่องของแทมินนี้เองงั้นซิ ถึงว่าเมื่อคืนถึงฟังเรื่องพี่จินกิไม่บ่นซักคำ

“มองอะไร”

“ชอบน้องเขาเหรอ?”

“อะอะไรของมึง” ตอบเสียงไม่เต็มปาก ไหนจะสรรพนามที่เปลี่ยนไปเป็นคำไม่สุภาพอีก แถมยังทำท่าทางแปลกอย่างเกาทายทอยตัวเองอีก สายตาเฉียวของคิมคิบอมมองไม่ผิดหรอก

“ฉันก็คงชอบน้องเขาเหมือนเดิมอาจจะเพิ่มคะแนนความสงสารให้ด้วยนิดหน่อย จะถนุถนอนเขาดูแลเขาอย่างดีเลยแหละ แล้วหน้าตาอย่างแทมินนะดูยังไงก็เลี้ยงง่าย ฉันจะทำทุกอย่างให้น้องเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมให้เขาลืมเรื่องพวกนั้นไปแล้วให้เขาคิดถึงชีวิตตัวเองมากขึ้น คิดถึงคนที่อยู่รอบตัวเขามากขึ้น ให้เขาอยู่กับปัจจุบัน” คีย์ยังพูดต่อไป ตะเกียบในมือของจงฮยอนเปลี่ยนมาเขี่ยๆ เส้นแทนมากกว่าจะคีบเข้าปากและคิดตามคำพูดของเพื่อนร่างบาง

“อดีตมันผ่านไปแล้วเว้ย เหมือนฉันไง กว่าฉันจะมีวันนี้ได้ก็มีแก มีพี่ซูยอนแล้วไหนจะรุ่นพี่ชีวอน พี่คยูฮยอนอีกที่ นายก็คอยช่วยกูตลอดไม่ใช่เหรอ”

“อืม” เมื่อนึกย้อนไปช่วงวัยเด็กของตัวเองบางจงฮยอนจำได้ว่าครอบครัวของคีย์ต้องสูญเสียพ่อกับแม่เพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ มีเพียงพี่สาวที่ยังเรียนไม่จบม.ปลาย พ่อกับแม่เขาเองก็รับคีย์มาช่วยเลี้ยงในขณะที่พี่ซูยอนต้องดูแลกิจการของครอบครัวโดยที่ไม่รู้เรื่องของธุรกิจอะไรเลย โชคดีที่มีพ่อของพี่ชีวอนส่งลูกน้องมาช่วยไม่งั้นปานนี้ก็คงไม่เหลือบริษัท K  ให้ได้บริหารถึงวันนี้

“ชอบก็ลุกเลย มานั่งคิดถึงอดีตแบบนี้มันไม่ได้ช่วยอะไรหรอก” คีย์ยักคิ้วให้อย่างรู้ทันคนที่เอาแต่นั่งเขี่ยเส้นบะหมี่ตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว

“มึงคิดอะไรของมึงอยู่เนี่ย วู้ แดกเข้าไป” ไม่พูดเปล่ายังคีบเส้นบะหมี่ของตัวเองยัดใส่ปากเพื่อนตัวดีที่รู้ทันความคิดเขาซะเหลือเกิน ถึงเขาจะยังไม่แน่ใจตัวเองก็เถอะแต่เขาก็รู้สึกดีเวลาที่ได้คุยกัน ดูเป็นคนที่มีอะไรให้น่าค้นหามากกว่าคนอื่นและมันก็จริงซะด้วย

“แต่ระวังรถไฟชนกันหน่อยก็ดีนะ” ใบหน้าไม่ค่อยจริงจังส่งมายังจงฮยอนเมื่อนึกถึงสาวสวยหุ่นนางแบบในสังกัดอีกคนขึ้นมา เห็นช่วงหลังๆ มานี้ ได้ยินมาว่ามีคนมารับมาส่งเป็นประจำแถมยังเป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดีซะด้วย มันจะเป็นใครไปได้ละถ้าไม่ใช้จงฮยอน ตอนแรกก็คิดว่าไม่ใช้อยู่หรอกแต่มีเหรออย่างคริสตัลจะไปกับคนอื่นไม่มีทาง อย่างน้อยถ้าไม่เต็มใจมารับเองก็ต้องโดนบังคับมาละวะ

“อะไรของนาย” จงฮยอนมองคนตรงหน้าอย่างสงสัย กับสิ่งที่พูด

“ก็คริสตัลไง”

“ไร้สาระ” สีหน้าบอกบุญไม่รับสุดๆ ส่งออกมา คีย์แค่หยักไหล่เป็นเชิงบอกว่า ฉันเตือนแล้วนะจงฮยอนส่ายหัวกับคนที่คีย์พูดถึงออกจะไม่เข้าใจนิดหน่อยแต่ก็พอจะเข้าใจได้ว่าถ้าคิดจะมีคนใหม่ก็ต้องระวังอีกคนให้ดีก่อน บางทีมันคงถึงเวลาที่เขาควรจะจบเรื่องคริสตัลที่มีมานานแล้วบางเหมือนกัน

 

 

เมื่อการเรียนในช่วงบ่ายเริ่มขึ้น อาคารภายนอกที่ไม่ใช่ตึกเรียนคนก็บางตาลง คีย์กลับมาทำสิ่งที่ขาดหายไปในชีวิตประจำวันอีกครั้งโดยไม่ลืมควงแขนจงฮยอนเข้ามาด้วย นั้นคือการเข้าคลาสเรียนกับรุ่นพี่ปี 4 ห้องเดียวกับพี่จินกินั้นแหละ หมดอาทิตย์นี้แล้วก็คงจะไม่ได้เจออีกนานเพราะเทอมหน้าปี 4 ก็เข้าสู่ช่วงฝึกงานกันแล้ว แค่อาทิตย์ที่มาเรียนปกติแบบนี้ยังหาเจอยากเลย เพราะชั่วโมงเรียนของปีสุดท้ายมีแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น โชคยังดีอยู่บางที่วันนึงของเขาตรงกันแถบยังไม่มีเรียนอีก ไม่งั้นคงไม่มีแรงทำงานต่อแน่ๆ

“พี่จินกิยังดูดีเหมือนเดิมเลยเนอะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นพร้อมกับเอียงหน้าซบไหล่กว้างของจงฮยอน สายตาก็หวานเยิ้มมองรุ่นพี่ตรงหน้าที่กำลังจดบันทึกการเรียน

“อาการหนักเหมือนเดิม” บ่นพึมพัมกับตัวเองเมื่อคนที่นั่งข้างๆ ทำท่าจะละลายตัวเองอยู่ตลอดเวลาพอมองมาอีกข้างก็เจอกับรุ่นน้องปากจัดอยากฮยอนอาที่มีอาการไม่ต่างกัน อีจินกิมีพลังทำให้คนมองเคลิ้มขนาดนั้นเลยหรือไงกันนะ

“คนอะไรก็ไม่รู้ หน้าตาก็ดี เรียนก็เก่ง บ้านก็รวย แถมยังสุภาพบุรุษอีกต่างหาก ดีไปหมดเลยเนอะนายว่าไหม”

“อืม ดีกว่ามินโฮทุกอย่าง” คำสรรเสริมเดิมๆ เอ่ยออกมาอีกครั้งในรอบเดือน จงฮยอนพยักหน้าตามคำพูดของคีย์ที่เกาะเขาเป็นปลิงก่อนจะยกบุคคลหนึ่งขึ้นมา

“นายจะเอ่ยชื่อขึ้นมาทำไมให้เสียบรรยากาศว่ะ จงฮยอน” คีย์หันมาเฮวใส่เพื่อนที่กลายเป็นหมอนจำเป็น ก่อนที่จงฮยอนจะทำแค่เบะปากแล้วยักไหล่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“แล้วนั้นน่ะ มองกันไปมองกันมาอยู่ได้ไม่ทักน้องเขาหน่อยหรือไง” คีย์ทำหน้ายื่นไปทางแทมิน ที่มองมาทางนี้อยู่เหมือนกัน

“อยากให้เข้าไปทักหรือเปล่าก็ไม่รู้ ดูทำหน้าดิ”

“เฮ้ย ทำไมถึงพูดแบบนั้น” เสียงหวานเอ่ยขึ้นทันทีเมื่อหันไปเห็นปฏิกิริยาของแทมิน ถึงแม้จะทำหน้าตายอยู่ตลอดวลาแต่มันก็ดูไทม่ยากหรอกว่าใจเสียขึ้นมาแล้ว แล้วไอ้นี้ก็พูดเบาซะเหลือเกิน

“เลิกคลาสแล้ว ไปชมรมกันเถอะ” เมื่อเห็นว่าอาจารย์ในคลาสกำลังสรุปบทเรียนให้กับนักศึกษาในห้อง จงอยอนก็เกะมือที่เกาะแขนไว้เปลี่ยนมาเป็นจับมือของคีย์ให้เดินตามออกมาจากห้องเรียนโดยไม่ลืมทำความเคารพอาจารย์ผู้สอนและรุ่นพี่ในห้อง

“อะไรของนายจงฮยอน ฉันก็นึกว่านายอยากจะคุยกับแทมินซะอีก โอ๊ย!!” คีย์ร้องขึ้นเมื่อจงฮยอนหยุดเดินกระทันหัน “จะหยุดเดินทำไมวะ”

“ก็รอลิฟต์” หันมาบอกคนที่ยืนลูบจมูกอยู่ด้านหลังก่อนจะส่ายหัวกับคำถามที่รู้คำตอบอยู่แล้ว

“เออ ขอให้แม่งอกหักตลอดชีวิต” คีย์ด่ากลับเมื่อเพื่อนตัวเองเริ่มกวนประสาท

“คีย์ จงฮยอน เพิ่งเรียนเสร็จเหมือนกันเหรอ?” เสียงเข้มของคนมาใหม่ดังขึ้น ทั่งคู่หันไปมองตามเสียงก่อนจะพบว่าเป็นรุ่นพี่ชีวอนกับพี่คยูฮยอนที่เดินคู่มาด้วยกัน

“หวัดดีครับพี่ ก็ประมาณนั้นแหละครับ” ทั่งสองคนโค้งทักทายก่อนจะตอบคำถามของชีวอน ร่างสูงพยักหน้ากับคำตอบ “แล้วไอ้นี้เป็นอะไรทำไมทำหน้าบูดแบบนั้น” มือหนาวางลงบนกลุ่มผมนุ่มๆของน้องชายคนสนิทเมื่อเห็นว่าทำหน้าคว่ำอยู่ข้างๆ

“เบื่อคนกวนตีนพี่” ตอบไปก็จัดทรงผมที่ฟูฟ่องเพราะฝีมือรุ่นพี่คนหล่อ สายตาเรียวก็หันไปเห็นพี่จินกิกำลังเดินมาทางนี้พอดีมือบางแทบจะควักกระจกออกมาส่องแทบไม่ทัน

“สวัสดีครับพี่จินกิ” จากน้ำเสียงแข็งเปลี่ยเป็นโหมดหวานขึ้นมาทันทีเมื่อคนที่แอบชอบมาถึง หน้าหวานส่งรอยยิ้มที่คิดว่าหวานที่สุดส่งไปให้พร้อมกับที่จินกิเองก็ส่งยิ้มตอบกลับมา

“สวัสดีไม่เจอกันนานเลยนะ” เอ่ยทักทายกลับเมื่อจำได้ว่าเคยคุยกันครั้งหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว แล้วก็ยังจำได้ว่าชอบเข้ามาเรียนคลาสของรุ่นพี่บ่อยๆ

“ครับ” ตอบไปแค่นั้น ตาก็มองคนตรงหน้าไม่หยุดพร้อมกับรอยยิ้มที่ยิ้มจนปากแทบจะฉีกอยู่แล้ว

“อะ อืม” ตอบกลับไปอย่างประหม่าเมื่อรุ่นน้องตรงหน้าเอาแต่ส่งยิ้มมาให้แถมยังมองแปลกๆ

“หุบปากหน่อยก็ได้ พี่เขาจะคิดว่านายบ้าไปซะก่อน”จงฮยอนที่ยืนอยู่ด้านหลังกระซิบบอกคีย์เมื่อเห็นว่าพี่จินกิเกอาการประหม่ากับรอยยิ้มของเพื่อนตัวเอง

คีย์ตั้งสติของตัวเองทันทีเมื่อได้ยินอ่างนั้นก่อนจะมองหน้าพี่จินกิและส่งยิ้มบางๆไปให้อีกครั้ง

“เอ่อ ไม่รู้ว่าพี่จะยังจำได้ไหม แต่ว่าพี่เคยบอกว่าจะช่วยสอนวิชาคำนวณ….ให้” ลากเสียงเพื่อรอปฏิกิริยาของรุ่นพี่ แต่รู้ใช่ไหมว่ามันไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ชอบพี่จินกิ

“พี่จินกิต้องทำงานไม่ได้ว่างขนาดมาสอนพิเศษได้หรอกคะ” เสียงแจ้นๆ  ข้างจินกิดังขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูก็รู้ว่ามันแสแสร้ง

“ฮยอนอา” จินกิทำเสียงเข้มหันไปดุเด็กสาวข้างๆ  สาวร่างบางได้แต่กอดอกเชิดหน้าไปอีกทาง

“ได้ซิ วันอาทิตย์นี้ยังไงพี่ก็ต้องติวให้แทมินกับฮยอนอาอยู่แล้ว นายก็มาด้วยแล้วกัน” จินกิตอบและส่งยิ้มมาให้อีกครั้ง และนั้นก็ทำให้ริมฝีปากบางของคีย์ยิ้มแทบจะฉีกอีกครั้ง

“พี่จงฮยอน….จะไปด้วยไหมครับ” เสียงเบาหวิวของคนที่ไม่ได้อยู่ในบทสนทนาดังขึ้น คีย์มองแทมินก่อนจะส่งยิ้มไปให้ แทมินมองกำลังรอคำตอบของจงฮยอนที่ยื่นนิ่งอยู่ข้างๆ ไอ้นี้ทำไมวันนี้ทำตัวหยิ่งยังเลยวะ

“ไปซิ จงฮยอนโง่กว่าฉันอีก ต้องไปอยู่แล้วละ เนอะ” ประโยคข้างหลังหันมาถามคนข้างๆ ที่เอาแต่มองแทมินอยู่ได้ จงฮยอนแค่พยักหน้าตอบกลับมาเท่านั้นก่อนเสหน้าไปทางอื่น

จินกิกำลังเก็บข้อมูลและรายละเอียดกับท่าทางที่เปลี่ยนไปของแทมิน เขาไม่ได้ชอบใจนักเมื่อแทมินสนใจคนอื่นมากกว่าพี่ชายของตัวเอง เคยใช่ไหม อาการหวงน้องนะ เขาเองรู้สึกแบบนั้น โดยเฉพาะกับจงฮยอน

“ไปกันเถอะลิฟต์มาแล้ว” ชีวอนหันมาบอกกับคีย์เมื่อเดินเข้านำเข้าไปในลิฟต์ก่อนแล้ว ทั่งคู่เดินตามเข้าไปในลิฟต์ พอหันกลับมาก็ยังคงเห็น จินกิ แทมิน ฮยอนอา ทั่งสามคนยังยืนอยู่ที่เดิมไม่ตามเข้ามาด้วย

“ไปด้วยกันไหมครับ” เป็นพี่คยูฮยอนที่ยื่นหน้าออกมาถามในขณะที่กดเปิดลิฟต์ค้างเอาไว้

“ไปก่อน

“ไปครับ” แทมินชิ่งตอบก่อนจะหันหน้ามามองพี่ชายของตัวเองที่ยืนอยู่ด้วย จินกิแทบไม่ยากจะเชื่อหูของตัวเองในสิ่งที่แทมินตอบออกไป เขามองหน้าน้องชายของตัวเองอยากแปลกใจ ในลิฟต์มีแต่ผู้ชายสิ่งนี้แทมินก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว และมันก็เป็นสิ่งที่เขาพยายามที่จะดันให้ออกห่างจากแทมินมากที่สุดด้วยแล้วทำไมถึง

“แทมิน”

“ไปเถอะครับ”

มือบางสอดเข้าไปในมือหนาของพี่ชายตัวเอง ก่อนจะเริ่มที่คนอื่นยังไงก็ต้องเริ่มจากคนใกล้ตัวที่สุด แทมินกระชับมือหนาให้แน่นขึ้นเมื่อจินกิจะชักมันออก ขาบางก้าวเข้ามาในลิฟต์โดยออกแรงดึงพี่ชายตัวเองเข้ามาด้วย สายตาหลายคู่มองการกระทำที่เปลี่ยนไปของแทมิน ยกเว้นแต่ชีวอนกับคยูฮยอนที่ไม่รู้เรื่องอะไร

เสียงหัวใจของแทมินเต้นแรงผิดปกติ ใบหน้าเริ่มสูบชีดขึ้นมาจนขึ้นเป็นสีแดงอ่อนๆ จินกิรู้สึกได้ว่าแทมินกำลังตื่นกลัว แล้วคำพูดในสิ่งที่แทมินเคยพูดกับเขาก็เข้ามาในหัว

ผมจะเปลี่ยน

จินกิเข้าใจการกระทำของแทมินที่กุมมือของเขาไว้ มือหนากระชับมือบางของน้องชายเอาไว้แน่น รู้สึกได้ถึงเส้นเลือดของหัวใจที่เต้นอยู่ในฝ่ามือบางของตัวเอง มือชื้นเหงื่อ สายตาก็มองน้องชายอย่างอดห่วงไม่ได้

ดวงตาคมมองคนร่างบางที่ยืนอยู่ด้านหน้าโดยที่จับมือของพี่จินกิอยู่อย่างเป็นห่วง เหงื่อผุดขึ้นมาเต็มใบหน้า สายตาหวานลอบมองหน้าพี่ชายของตัวเองเป็นระยะ ซึ่งจงฮยอนที่ยืนอยู่ด้านหลังสังเกตุเห็น มืออีกข้างกำแน่นจนเขาคิดว่าแทมินกำลังจิกมือตัวเองอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้แต่มันสั่นจนเขาสังเกตุได้แถมยังแดงขึ้นอีก จนลิฟต์เปิดออกแทมินก็ปล่อยมือของพี่จินกิออกเช่นกัน

“เหงื่อนายออกเยอะเลยนะ” จงฮยอนที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น เขามองหน้าแทมินอย่างเป็นห่วงจริงๆแล้วก็ไม่ต่างจากจินกิและฮยอนอาเลย

“ครับ? อ่า” แทมินจับเตะใบหน้าของตัวเองที่ชื้นไปด้วยเหงื่อ ทั่งที่เพิ่งออกมาจากห้องเรียนที่เปิดแอร์เย็นช่ำ “อ้ะ!!

จงฮยอนซับเหงื่อที่ไหลออกมาเต็มใบหน้าหวานอย่างเบามือ แทมินหลับตาปี้กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยที่ไม่ทันได้เตรียมใจ ฮยอนอาเองแทบจะพุ่งเข้ามาดึงแทมินออกแต่ก็ถูกมือของจินกิดึงเอาไว้

“หลับตาทำไม มองหน้าฉัน” จงฮยอนเอ่ยเมื่อแทมินไม่ยอมมองหน้าเขา

“อี แท มิน!”  ร่างสูงเรียกชื่ออย่างชัดถ้อยชัดคำ ไม่ได้ทำเสียงดุและสีหน้าโหดแต่มองใบหน้าที่ไม่ยอมลืมตาขึ้นซักที เริ่มจะเข้าสู่โหมดคนโดนเมิน

“ฉันอยู่ตรงนี้ ถ้าจะคิดถึงเรื่องอื่นงั้นฉันไปแล้วนะ”

          “!!!” ตาเรียวลืมขึ้นมามองรุ่นพี่ตรงหน้าทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“คิดอะไรอยู่ เดี๋ยวก็น้อยใจซะเลยนิเจ้าเด็กนี้”

“คะ ครับ”

“เอา นี้” จงฮยอนยัดผ้าเช็ดหน้าใส่มือบางที่เอาแต่ทำหน้าตายใส่เขา “ซักให้ด้วยแล้ววันอาทิตย์จะไปเอา”

“ครับ” แทมินตอบ จงฮยอนแค่พยักหน้าเมื่อได้ยินคำตอบ เขาหันหลังเดินเข้าไปหาคีย์ที่ยืนรอเขาอยู่อีกด้านกับพี่ชีวอนและพี่คยูฮยอน โค้งลาพี่จินกิอีกครั้งก่อนจะเดินตรงไปยังห้องชมรม

“แหม ไอ้เราก็นึกว่าจะไม่คุยกับน้องเขาแล้ว”

“อะไรของมึง วู้”

ตอนแรกก็ตั้งใจจะเริ่มเอาใหม่พรุ่งนี้ แต่เห็นท่าไม่คค่อยดีมันเลยทำให้เขานึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นตอนไปเที่ยวด้วยกันไหนจะเรื่องข่าวบวกกับเรื่องที่ฮยอนอาเองก็เคยบอกว่าแทมินโดนตัวผู้ชายไม่ได้เพราะมีเหตุผลบางอย่าง ซึ่งตอนนี้เขาเองก็รู้แล้วว่ามันเพราะอะไรและเขาเองก็อยากจะช่วย

แต่ที่ทำไปเมื่อกี้แค่เพราะมือมันไปไวกว่าความคิด แค่เห็นว่าสีหน้าไม่ดีเขาเองก็ไม่อยากจะใช้คำว่าสงสารกับแทมินเลยจริงๆ แล้วแบบนี้เขาเรียกว่าอะไร? เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน มันก็แค่อดห่วงไม่ได้เท่านั้น เท่านั้นจริงๆ

“ฉันว่า พี่ซูยอนคงหลุดพ้นจากคำว่าแฟนเด็กแล้วละ” เสียงหวานลอยหน้าลอยตาอยู่ข้างจนจงฮยอนต้องหันไปทำหน้าดุใส่เพื่อนตัวดี

เรื่องนั้น….,มันคงจะจบแค่พี่น้อง พี่ซูยอนยืนยันแบบนั้นออกมาแล้วเขาเองก็คงไม่สามารถพัฒนาความสัมพันธ์แบบนั้นได้อีกต่อไปอยู่แล้ว พี่เขาชัดเจนจนเขาเองยังหาที่ว่างไม่ได้ ซึ่งมันคงไม่มีที่ว่างสำหรับเขามาตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว

 

…………………………………………………………………………………………….

 

การเตรียมงานเริ่มขึ้น คีย์ช่วยทุกคนออกแบบป้ายแบนเนอร์ที่จะใช้ในวันงาน เสียงดนตรีดังขึ้นมาเป็นระยะเมื่อเข้าสู่ช่วงการเทสเสียงและแจกเนื้อเพลงให้กับนักร้องและนักดนตรี พี่ชีวอนยังคงเป็นคนคุมการซ้อมของน้องๆ ทุกคน จะมีผลัดให้มินฮยอกบางเพราะเป็นหัวหน้าชมรมและต้องฝึกเอาไว้สำหรับสอนรุ่นน้องคนต่อไปที่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าแทน

จงฮยอนยังคงฝึกร้องเพลงขึ้นมาเรื่อยๆ ต่างคนต่างปรับเสียงและโน๊ตเพลงให้เข้าตามจังหวะที่ตัวเองถนัด จะขาดแต่อดีตรองประธานอย่างพี่คยูฮยอนที่ไปทำธุระส่วนตัว พวกเขายังคงฝึกซ้อมไปเรื่อยๆจนล่วงเลยมาถึงเวลา 3 ทุ่ม ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้านคีย์เองก็เช่นกัน

แต่มันน่าแปลกใจเมื่อคนที่นัดเอาไว้กลับยังไม่เห็นแม้แต่เงา แถมยังไม่มีข้อความส่งมาบอกอะไรเลยปล่อยให้เขายืนรอหน้าตึกนิเทศน์มืดๆ อยู่นาน

“โทรไปหาหรือยัง ไม่ใช้ว่ามันหนีกลับบ้านไปก่อนแล้วนะ” จงฮยอนที่อาสานั่งรอเป็นเพื่อนหันมาถามคีย์ที่ยังคงชะเง้อหน้ามองขึ้นไปทางลิฟต์

“โทรไปแล้วไม่มีคนรับ”

“กลับบ้านเถอะเดี่ยวไปส่ง มันดึกแล้วปกติเลิกเรียนมันก็วิ่งมาหาแล้วไม่ใช้หรือไง ฉันว่ามันกลับบ้านไปแล้วละ” จงฮยอนบอกคนที่ยังคงชะเง้อหน้ามองหามินโฮไม่เลิก

“ไม่หรอก ปกติเขาจะโทรมาบอกก่อนนี้น่า”คีย์ยังคงไม่เลิกกดโทรศัพท์ไปหามินโฮ

“หนีไปเที่ยวกับผู้หญิงอะดิ” จงฮยอนชั่งใจ เขาอยากจะกลับไปทิ้งตัวเองลงบนเตียงนุ่มๆ แล้ว เหนื่อยมาทั่งวัน

“มินโฮ เขาไม่คงไม่ฉีกสัญญาของตัวเองหรอกน่า”

“คร้าบๆ แก้ตัวให้กันเหลือเกิน” เสียงตอบรับเหนื่อยๆ พ่นออกไป แสงสว่างจากหลอดนีออนมันทำให้จงฮยอนยากจะหลับตาซะให้ได้

“ฮัลโหล มินโฮ นายอยู่ที่ไหน” เสียงขุ่นถามขึ้นเมื่อปลายสายรับโทรศัพท์ นาทีนี้จะให้เหวี่ยงคงไม่ไหวพลังงานในตัวมันแทบจะหมดไปกับการทำแบนเนอร์เมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา

[ขอโทษที ฉันเพิ่งซ้อมละครเสร็จน่ะ]

“ละครเหรอ?”

[อือ ละครเวทีของมหาลัย งานอีกสองอาทิตย์ข้างหน้าเหมือนชมรมของนายไง]

“แต่นายไม่ได้อยู่ชมรมการแสดง” ถามไปคิ้วก็ขมวดไปด้วย มินโฮไม่ได้ชอบการเล่นละครอะไรมากนัก ปกติงานที่รับมาจะเป็นแค่งานโฆษณานอกนั้นก็เดินแบบซะส่วนใหญ่ซึ่งนั้นเขาเองก็รู้ดี แถมยังเป้นการแสดงสดซะด้วย

[อาจารย์ขอมา ตอนนี้นายอยู่ที่ไหนข้างล่างหรือเปล่า]

“อือ อยู่กับจงฮยอน”

[บอกให้ไอ้เตี้ยกลับบ้านไปเลย ฉันกำลังลงไป]

“อืม เร็วๆนะ ง่วงแล้ว”

[ครับผม รีบลงไปเดี๋ยวนี้]

 

“มันว่าไง” จงฮยอนถามขึ้นเมื่อคีย์วางสายไปเรียบร้อยแล้ว

“กำลังลงมา นายจะกลับบ้านเลยไหม”

“กำลังรอคำถามนี้เลยละ งั้นกลับแล้วนะเจอกันพรุ่งนี้” จงฮยอนเด้งตัวขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำถาม ร่างหนาโบกมือลาพร้อมกับชี้มาทางด้านหลังของคีย์เมื่อเห็นมินโฮออกมาจากลิฟต์แล้ว

“รอนานเลยใช่ไหม” แขนหนาพาดลงบนไหล่บางเมื่อคีย์ยังโบกมือลาจงฮยอนที่ขี่ฟีโน่ออกไปแล้ว คีย์พยักหน้าตอบร่างสูงพร้อมกับเชิดปากขึ้นทันที “ขอโทษที มันกระทันหันเลยไม่ได้โทรไปบอก”

“อย่างน้อยนายก็ควรส่งข้อความมา”

“ก็มันกระทันหัน”

- -++

“คร้าบๆ คราวหลังจะรีบโทรมาบอก” ไม่พูดเปล่ามือหนาดึงกระเป๋าเป้ของร่างบางมาถือเอาไว้พร้อมกับพลักให้เดินตรงไปยังซีดานรุ่นใหม่ของตัวเอง

“ฉันหิว”

“งั้นแวะซื้อของกินใกล้ๆ ก่อนแล้วกัน” มินโฮตอบเมื่อเปิดประตูรถให้ร่างบางเข้าไปนั่งเรียบร้อย คีย์พยักหน้าเป็นคำตอบก่อนที่มินโฮจะส่งยิ้มหล่อไปให้แล้วปิดประตูลง ร่างสูงเข้ามานั่งในรถและขับมันออกไป

เวลา 5 ทุ่ม โดยประมาณ

มินโฮกับคีย์ขับกลับมาถึงคอนโดหลังจากที่แวะซุปเปอร์มาเก็ตใกล้ๆ เรียบร้อยแล้ว คีย์วางถุงข้าวและขนมบนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟา พร้อมกับมินโฮที่มาสมทบทีหลัง

“โอ๊ยๆ ง่วงก็ง่วง หิวก็หิว” เสียงบ่นกระปอดกระแปดออกมาเมื่อถึงห้องซักที

“จะเอาไง จะกินหรือจะนอน” มินโฮถามเมื่อเริ่มหยิบกล่องข้าวของตัวเองออกมา

“หิว แต่ตาจะปิด” เสียงพึมพัมเริ่มจะฟังไม่ศัพท์ของคีย์ทำให้มินโฮหันมามองคนที่ทิ้งตัวนอนบนโซฟาข้างๆ

“งั้นก็ไปอาบน้ำก่อนแล้วก็ค่อยกลับมากิน”

“ฉันต้องหลับคาห้องน้ำแน่ๆ”

“ให้ฉันเข้าไปช่วยอาบด้วยไหม” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นทะเล้นพร้อมกับสายตากรุ่มกริมมองมาทางร่างบาง สายตาหื่นๆ

“ทะลึ่ง” ตาเรียวลืมขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่ไม่ห่างกัน เวลาปกติก็คงจะด่ากลับหรือไม่ก็คงถีบตกโซฟาไปแล้วแต่เวลานี้มันเพลียจนไม่มีแรงจะเถียงด้วยเลยได้แต่ส่งสายตาไปให้แทน

“เร็วๆ ฉันจะรอ”

“กินไปเลยไม่ต้องรอ”

“ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนนายจากผู้จัดการเป็นเมีย” ไม่ว่าเปล่ายังโน้มตัวลงมาจะทับคีย์ที่นอนขี้เกียจอยู่ ยังดีที่ยกฝ่าเท้าขึ้นมาดักหน้าไว้ทันจนมินโฮชะงัก

“อยากกินก็เข้ามาเลย”

มินโฮจิ๊ปากอย่างขัดใจก่อนที่จะปัดฝ่าเท้าที่ยกขึ้นมาทักทายใบหน้าอันมีค่าของเขาลง คีย์ยันตัวขึ้นเดินเข้าไปในห้องของตัวเองก่อนจะออกมาพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่เดินเข้าห้องน้ำไป

“อย่าให้ถึงตาฉันบ้างแล้วกันจะทำให้เพลียกว่านี้อีก”

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #157 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 09:07
    คริสตัลกับฮยอนอาน่ารำคาญอะ =_____=
    แต่คริสตัลน่ารำคาญกว่า !!!! น้องแทมเหมือนจะอาการดีขึ้นเรื่อยๆเลย
    #157
    0
  2. #132 Kikie (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2556 / 14:48
    ฮยอนอา คริสตัล



    จงหายไป ฟิ้วๆๆๆ



    โผล่มาทีไรเซงตลอดดด เบื่้ออ เบื่อออ~



    แทมินดูแปลกไป อาการคงดีขึ้น อพราะพี่จงสินะ



    ฮยอนมิน มินคีย์ สู้ๆ :)
    #132
    0
  3. #130 kame' (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2556 / 23:37
    ทื้แทมินแปลกๆเนี่ย เพราะชอบพี่จงเข้าแล้วสินะ ^^
    #130
    0