[FIC] yaoi [Hyunmin x Minkey] Time 2 love

ตอนที่ 13 : TIME 2 LOVE :: P11**

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 ก.ย. 58

T I M E 2 L O V E

 

 -11-

 

 

          เพียงแค่ชั่วพริบตาก็เหมือนกับว่าเวลาของโลกใบนี้มันช่างเร็วซะเหลือเกิน ทั้งที่เมื่อเช้ายังอยู่ที่บริษัทช่วงบ่ายอยู่มหาลัยแล้วตอนนี้คีย์เองก็อยู่ที่บ้านใหม่หรือง่ายๆ คอนโดของมินโฮ

          “นานแล้วนะเนี่ยที่ไม่ได้พาสาวมาที่ห้อง” มินโฮพูดเสร็จก็นั่งบนโซฟาตัวยาวเหมือนในโรงหนังที่เห็นกันบ่อยๆ แถมยังเอนตัวนอนอย่างสบายใจ

          “คิบอมนายก็มานั่งข้างๆฉันซิ” มินโฮตบเบาๆแล้วขยับที่นั่งข้างตัวเองให้คีย์ที่ยืนมองเขาอยู่มานั่งด้วยกัน

          ไอ้หื่น - -

          “ไม่ละ ฉันไม่ใช่สาวๆในสต็อกของนาย อยากทำอะไรก็เชิญ” คีย์ตอบอย่างไม่สนใจและนั่งลงบนโซฟาฝั่งตรงข้ามแทนพร้อมกับดึงเนคไทลงเผยให้เห็นต้นคอระหงส์ ตอนนี้เขาเองอยากจะอาบน้ำซะมากกว่า

          “อยากทำอะไรก็เชิญอย่างนั้นเหรอ” มินโฮเปรยตามาทางคีย์อย่างมีเลศนัยน์

          “ใช่” คีย์ตอบอย่างไม่สนใจ

          “แหม  คุณผู้จัดการเนี่ยใจดีจังเลยนะครับ” ^^ มินโฮยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนสุดตัว คีย์เอนหน้าหนีจนต้องเขยิบมาอีกฟากของโซฟา นั่งอยู่ตรงข้ามขนาดนี้ยังมีความสามารถอีกนะ

          ร่างสูงยู่หน้าขึ้นอย่างขัดใจเมื่อร่างบางไม่เล่นกับเขาด้วยก่อนจะเปลี่ยนมานั่งโซฟาตัวเดียวกันแล้วหันไปคุยกับคีย์อย่างจริงจัง

          “ทำไมตอนกลับถึงวิ่งออกมาจากชมรมแบบนั้นละ”

          “ไม่มีอะไรนี้”

          “ทำหน้าตื่นขนาดนั้นเนี่ยนะ บอกว่าไม่มีอะไร” มินโฮหลี่ตามองร่างบางอย่างจับผิด ดวงตาเรียวเลิ่กลั่กกับการหาคำตอบใครมันจะไปบอกว่าวิ่งหนีจงฮยอนเพราะไอ้รอยบ้าที่มินโฮมาทำไว้บนตัวเขา แต่เหมือนยิ่งหาคำตอบมินโฮก็ยิ่งลุกหนักยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางชิดกับพนักพิงโซฟาจนเผลอพูดคำที่ไม่สมควรพูดออกไป

          “นั้นมันก็เพราะนายไงละ”

          “!!!

          “เอ่อเปล่าๆ ช่างมันเถอะ” คีย์บอกปัดเมื่อเผลอพูดออกไปใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอีกครั้ง ก็อากาศมันร้อนแถมยังจะมาไล่ต้อนด้วยท่าทางแบบนั้นอีก

          “จริงซินะ” มินโฮยิ้มออกมาก่อนจะหยิกแก้มนุ่มนิ่มสีชมพูที่ยังคงระเรื่อเพราะผ่านการออกกำลังกายมาเมื่อตอนเย็นอย่างถือวิสาสะ แต่จะเป็นอะไรไปในเมื่อร่างบางก็เป็นผู้จัดการของเขาและในเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นของมินโฮแล้วมันก็สิทธิ์ของเขา

          เพี้ยะ!

          “โอ้ย!! ตีทำไมเจ็บนะ” มินโฮทำสีหน้าเหมือนอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อโดนฝ่ามือบางๆ นั้นตีเข้าที่มือของตัวเองอย่างแรง

          “” คีย์ไม่ตอบอะไรแต่เปลี่ยนสีหน้าเป็นหงุดหงิดมองคนตรงหน้ามาแทนก่อนที่จะลุกขึ้นแต่...

          “เฮ้ย!!” ยังไม่ทันได้ก้าวขาเดินไปไหนก็ถูกร่างสูงอย่างมินโฮฉุดให้ลงมาอยู่ในอ้อมแขนซะเต็มแรงจนคีย์เองก็ตกใจ

          “จะทำบ้าอะไรของนายมินโฮ!” ร่างบางดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของมินโฮอย่างสุดแรงแต่ก็ไม่สามารถที่จะออกจากอ้อมกอดแข็งแรงนั้นได้เลยซักนิด จะมีก็แต่เสียงหัวเราะที่คีย์เองไม่ชอบเล็ดลอดออกมา

          “ปล่อยนะโว้ย!!”คีย์พยายามดิ้นอีกครั้งและครั้งนี้เขาเองก็หันหน้าไปทางมินโฮเพื่อที่จะส่งสายตาเป็นการขู่แต่ผลที่ได้คือคนที่กอดเขาแน่นกลับประทับริมฝีปากหนาลงไปยังริมฝีปากบางระเรื่อของเขาเอง

“อือ” จากที่เคยดิ้นแรงอยู่แล้วก็ยิ่งดิ้นแรงเข้าไปใหญ่จนเมื่อลิ้นร้อนผ่านเข้าไปในโพรงปากหวานก็ทำให้ร่างบางรู้สึกหวาบหวานอยู่ข้างในจนต้องเกาะแขนของมินโฮเอาไว้แน่น ร่างสูงวางร่างของคีย์ลงกับโซฟาตัวเดิมส่วนริมฝีปากนั้นก็ยังคงหยอกล้อกันอยู่ไม่ขาดสายจนคีย์เองเริ่มหมดอากาศหายใจมือบางเลยเผลอไปจิกเข้าที่ต้นแขนของร่างสูงอย่างช่วยไม่ได้

“อะ!” มินโฮร้องออกมาเสียงหลงแต่เมื่อมองไปทางคีย์ที่ตอนนี้นอนเหมือนลูกแมวยั่วเขาให้เข้าไปขย้ำซะให้ได้ ดวงตาสวยหวานเยิ้มมองมาที่เขาพร้อมริมฝีปากที่ตอนนี้บวมเจ๋อออกมาเหมือนกำลังเรียกร้องให้เขาเข้าไปค้นหาบางอย่างในนั้นซะเหลือเกิน

รางสูงก้มลงไปอีกครั้งหวังจะเชยชิมริมฝีปากแดงนั้นแต่

โป๊ก!!!’

“โอ้ย!!!”มินโฮร้องเสียงหลงขึ้นมาทันทีเมื่อคนที่อยู่ใต้ร่างเมื่อกี้เอาหัวโขกเข้ามาได้

คีย์พลักร่างสูงที่ค่อมเขาอยู่ให้พ้นออกจากตัวก่อนที่จะลุกขึ้นมองคนตรงหน้าอย่างหาเรื่อง “ไม่ได้แอ้มฉันหรอก ไอ้หื่นเอ้ย”

พูดจบก็ตีเข้าที่หน้าท้องของมินโฮอีกทีเพื่อระบายความโมโหที่มาลุ่มลามใส่เขาอีกแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเขาต้องมาเป็นผู้จัดการจำเป็นของหมอนี้ ไม่ติดว่ามินโฮต้องใช้หน้าตาทำงาน บอกไว้หน้าหล่อแบบนี้จะได้กลายเป็นซอมบี้แน่

 

T I M E 2 L O V E

 

ยามบ่ายที่แสงแดดส่องผ่านผ่าม่านที่ปลิวสไวไปตามสายลม บรรยากาศที่เหมาะกับการนอนอยู่ภายในห้องเพียงเพราะแสงแดดที่ส่องเข้ามาก็สามารถทำให้รู้สึกถึงหนังตาที่หนักได้ แต่กลับไม่ใช้ตอนนี้ เวลานี้ และขณะนี้

“จะนั่งอยู่ตรงนั้นอีกนานไหม?”จินกิถามเสียงแข็ง เขากำลังโมโหที่น้องชายหัวแก้วหัวแหวนที่เขาอุตส่าห์ดูแลมาอย่างดีหลังจากที่เมื่อวานกลับมาถึงบ้านโดยที่ไม่ยอมพูดหรือบอกอะไรกับเขาเลย

“อีแทมิน!!!

“คุณหนูคะ คุณหนูใหญ่จะโกรธแล้วนะคะ คุณหนูเล็กไปไหนมาบอกพี่เขาไปเถอะนะคะ คุณหนูใหญ่เป็นห่วงคุณหนูเล็กจริงๆนะคะ TT-TT” ป้าแม่บ้านที่เลี้ยงพวกเขามาตั้งแต่เด็กพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง

เหตุเพราะวันที่แทมินกลับมาก็พบว่าทั่งบ้านวุ่นวายกันไปหมดในการตามหาเขาทั่ง จินกิ ฮยอนอา และคนในบ้านที่ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน

“เฮ้อ”จินกิถอนหายใจ นั้นเพราะเขาถามคนที่เอาแต่นั่งอยู่เฉยๆไม่พูดไม่จามาสองชั่วโมงแล้ว แทมินจะทำสงครามประสาทกับเขาแบบนี้ไปอีกกี่วันไม่รู้หรือไงว่าเขาเป็ฯห่วงขนาดไหน

“คุณหนูแทมินคะ” TT_TT

“ไปเที่ยว” แทมินเอ่ยออกไป จินกิมองน้องชายอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะถามคำถามต่อไป

“กับใคร”

“พี่

จงฮยอน”

“ว่าไงนะ!!” จินกิโพล่งขึ้นทันทีเมื่อได้ยินชื่อที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินมาจากปากของน้องชายของเขา  นอกจากจะหนีเที่ยวแล้วยังไปกับผู้ชายด้วยนี้แทมินกำลังทำอะไรอยู่ ไม่รู้หรือไงว่าจะมีแต่ทำให้อาการของตัวเองแย่ลง

“ผมจะเปลี่ยนผมบอกไปแล้ว”

จินกิดูสงบลงเมื่อเขานึกถึงคำพูดของแทมินเมื่อวานที่โรงพยาบาล แล้วทำไมต้องเป็นเด็กนั้นด้วยทั่งที่เขาเองก็อยู่

“อยากไปไหนทำไมไม่บอก”

“ผมเบื่อ”แทมินตอบออกมาโดยไม่ทันคิดว่าคนที่ได้ยินจะรู้สึกอย่างไร เล่นเอาแม่บ้านที่ยืนอยู่ข้างๆถึงกับหายใจขาดไปชั่วขณะที่ได้ยินแบบนั้น แทมินวางนิ้วลงบนบอร์ดเปียโนคู่ใจโดยไม่สนใจคนที่นั่งอยู่หน้ากระจกโต๊ะเครื่องแป้งไม่ห่างจากเขามากนัก ก่อนจะเริ่มพูดอีกครั้งให้เหมือนกับว่าพ่อกับแม่ก็กำลังฟังเขาอยู่

“พี่เคยบอกว่าอยากได้ผมคืน ผมก็จะ ฮึก ฮึกก็จะคืนให้”

“แทมินพอเหอะถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนหรอก” จินกิเอ่ยเบาๆ ดวงตาคมมองไปที่น้องชายที่เริ่มบรรเลงเพลงไม่รู้เรื่องบวกกับเสียงที่พยายามจะพูดกับเขา

แบบนี้ตลอด พี่จินกิก็เอาแต่ห้ามเขาตลอดเวลาที่เขาพยายามที่จะทำมัน

“พี่จงฮยอนบอกว่า พี่จินกิกำลังน้อยใจ” เสียงหวานค่อยๆ เอ่ยพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลไม่หยุด ภาพวันเก่าๆ เองก็กำลังไหลเข้ามาไม่ต่างกัน วันที่ฝนตก วันที่มีแต่น้ำสีเลือด วันที่เขาเห็นพี่ชายคนเดียวของเขาฆ่าคนตาย

“แทมินพี่บอกให้พอแล้ว!!!” จินกิตบลงบนเปียโนตัวโปรดของแทมินพร้อมกับจ้องไปที่น้องชายที่ตอนนี้พูดไม่ได้ศัพท์แล้ว

“ฮึก ฮึก ฮือๆ เอาพี่อนยูของผมคืนมานะ เอาคืนมา เอาพี่อนยูคืนมา” แทมินตรงเข้าไปกระชากเสื้อของจินกิก่อนที่จะเริ่มครวญไม่รู้เรื่อง

“คุณหนูเล็กคะ หยุดเถอะคะ คุณหนู”แม่บ้านคนเดิมเข้ามาดึงแทมินที่กำลังยื้อพี่ชายของตัวเองอยู่ พร้อมกับแม่บ้านอีกคนที่วิ่งขึ้นมาหน้าตั้งดึงแทมินเอาไว้เมื่อได้ยินเสียงของคุณหนูเล็กของบ้านร้องขึ้น

“เอาพี่อนยูของผมคืนมา” เสียงเริ่มขาดหายเมื่อแทมินสงบลง และทรุดตัวลงไปพร้อมกับแม่บ้านที่จับตัวเอาไว้ทั่งคู่

“คุณหนูคะ คุณหนูๆ” แม่บ้านเรียกแทมินที่สลบไป ก่อนที่จินกิจะถอนหายใจแล้วนั่งลงข้างๆเพื่อช้อนร่างของน้องชายสุดที่รักวางลงบนเตียง

“อีกซักพักก็คงตื่น เดี๋ยวช่วยพาไปหาอะไรทานข้างล่างด้วยนะครับ” จินกิกำชับคำสั่งก่อนที่จะใช้มือปาดน้ำตาบนใบหน้าหวานของแทมินทั่งสองข้างออกอย่างเบามือ เขาก็สามารถโดนตัวแทมินได้ในเวลาแบบนี้แหละ ในเวลาที่ไม่รู้สึกตัว….

พี่ชายคนโตเดินออกมาจากห้องก่อนจะลอบถอนหายใจแล้วจัดเสื้อให้เข้าที่เข้าทาง พลันก็นึกถึงสิ่งที่แทมินพูด เขาเอาแต่คิดว่าอยากได้แทมินคนเดิมของเขาคืน แต่เขาเองก็คงลืมไป ว่าตัวเองก็เปลี่ยนไปเหมือนกันแล้วมันเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอ?

ผ่านมาหลายปีสิ่งที่เขาคิดว่ามันไม่เปลี่ยนไปเลยนั้นก็คือตัวเขาเสมอ เขายืนอยู่ที่เดิมที่ๆ แทมินจะสามารถมองเห็นเขาได้ตลอดเวลา แค่เพียงยื่นมือมาจินกิก็พร้อมที่จะดึงมือเล็กนั้นให้กลับมาแต่ดูเหมือนว่าเขาจะใช้เวลาหมดไปกับการยืนอยู่เฉยๆ รอเวลาที่แทมินกลับมาเหมือนเดิมโดยเปล่าประโยชน์ซินะ ยืนรอโดยที่ไม่ทำอะไรเลย

ครืด ครืด~  มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะหยิบโทรศัพท์ที่ส่งเสียงดังรบกวนความคิดของเขาขึ้นมาดู

-คิมฮยอน-

ชื่อที่เขาเห็นมันถึงกับทำเอาเขาต้องถอนหายใจเป็นรอบที่ร้อยของวัน พ่นลมหายใจก่อนที่จะสูดลมเข้าเต็มปอดแล้วกดรับสายที่โทรเข้ามาไม่รู้กี่สายแล้วตอนนี้

“ครับ”

[พี่จินกิ แทมินไม่รับโทรศัพท์ของฉัน]

“หลับไปแล้ว”

[เพิ่งจะบ่ายโมงเองนะคะ ทำไมหลับเร็วนักละ]

“อาการไม่ค่อยดีนะ”

[เสียงพี่ดูเหนื่อยๆนะคะ แทมินอาลวาทเหรอ]

“ก็นิดหน่อย”

[ฉันควรไปหาไหมคะ?]

“ไม่ต้อง

[โอเค อีกห้านาทีเจอกันนะคะ]

“เดี๋ยว ฉันยัง

[วันนี้มีเรื่องอยากให้ช่วยด้วย ไว้เจอกันนะคะพี่จินกิ]

“นี้ ฮยอนอา ฮยอนอา”

ตื้ด ตื้ด ตื้ด

“ยัยเด็กนี้ ฉันยังพูดไม่ทันจบเลย” จินกิมองโทรศัพท์ที่เพิ่งจะโดนตัดสายไปโดยที่เขาเองก็ยังงุนงงกับเด็กที่คุยด้วย แบบนี้ตลอดตั้งแต่ที่รู้จักกันยังไงก็ยังคงไม่ชินกับพฤติกรรมของเด็กคนนี้ซะที

จินกิโยนโทรศัพท์ลงข้างตัวก่อนที่จะจับขมับของตัวเองแล้วถอนหายใจอีกครั้ง ทิ้งตัวลงบนเตียงของตัวเอง อีกคนก็ไม่ค่อยพูดอีกคนก็พูดมากจนเขาเองขี้เกียจจะฟัง สองคนนี้เป็นเพื่อนกันได้ไงนะ เขาหลับตาลงหวังจะพักสายตาในช่วงสายของวันบ้าง แต่

“พี่จินกิ” เสียงหวานแผ่วเบากลับเอ่ยขึ้นข้างๆ หูของเขา

“อือ” จินกิขานรับเสียงนั้นแต่ก็ยังไม่ลืมตา

“พี่จินกิ~~” ฮยอนอาเรียกอีกครั้งก่อนจะใช้นิ้วจิ้มบนแก้มสองข้างก่อนที่จินกิจะลืมตาขึ้นมามองคนตรงหน้าอย่างตกใจ

“เธอ!!

“คะ?”ฮยอนอาเอียงคอมองร่างหนาตรงหน้าที่ตอนนี้ชันตัวขึ้นมองเธอด้วยความตื่นตระหนก

ยัยเด็กพูดมากนี้เข้ามาในห้องของเขาได้ยังไง จินกิเอ่ยถามตัวเองในใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป เขากลับสบัดหัวแรงๆ ไล่ความง่วงของตัวเองออกเพื่อเรียกสติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดกลับคืนมา

“พี่ว่างใช่ไหม?”ฮยอนอาถามขึ้นพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ร่างสูงด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อ แต่จินกิทำเพียงหันไปมองพร้อมกับเครื่องหมายคำถามที่อยู่กลางหน้าผากของเขา

“ไปช่วยเลือกของจัดงานชมรมเป็นเพื่อนหน่อยนะคะ”

“หืม? เดี๋ยวให้ลุงคนขับรถพาไป พี่ไม่ว่าง”จินกิตอบกลับไปแทบไม่ต้องคิดในทันที ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง

“ไปกับพี่ไม่ได้เหรอ”ฮยอนอาถามขึ้นอย่างกระเง้ากระงอด

“จะอยู่เป็นเพื่อนแทมินเธอไปเถอะ” จินกิตอบก่อนจะเดินออกจากห้องโดยมีฮยอนอาเดินตามหลังมาด้วย

“พี่ดูเครียดๆนะคะ  พี่ควรออกไปเที่ยวพักผ่อนบ้างนะ”ฮยอนอาเอ่ย

เท่าที่จำความได้เขาเพิ่งจะพาฮยอนอากับแทมินไปดูหนังเมื่ออาทิตย์ที่แล้วไมใช่หรือไง ทำไมยัยเด็กนี้ชวนเขาอีกแล้วละ หน้าของเขามันดูเครียดขนาดที่ร่างเล็กตรงหน้าดูออกขนาดนั้นเลยหรือไง

“ไม่ละ เธอไปเถอะ”

“งั้นไปชวนแทมินนะคะ”^^

“นี้เธอ!!!” จินกิหันมาตวาดแทบจะในมันทีเมื่อฮยอนอาเอ่ยชื่อแทมินที่เพิ่งจะหลับไปเมื่อช่วงบ่ายออกมา แล้วยัยเด็กนี้ก็มาโผล่ในห้องของเขาเมื่อสิบนาทีที่แล้วโดยที่เขาเองเพิ่งจะหลับตาไปไม่ถึงห้านาทีด้วยซ้ำ

“งั้นพี่ไปกับฉันนะ นะๆ น่า~”ฮยอนอาเขย่าแขนของจินกิอย่างออดอ้อน

“ทำไมเธอถึงดื้อแบบนี้นะ” จินกิหันมาพูดกับฮยอนอาที่ส่งยิ้มให้เขาไม่ดูสถานการณ์เอาซะเลย

“เอาเป็นว่าตกลงนะคะ ฉันไปรอที่รถนะ” หญิงสาวร่างบางส่งยิ้มดีใจจนแก้มปริก่อนจะรีบวิ่งออกไปรอเขาที่รถโดยที่ไม่ดูอารมณ์บนใบหน้าของจินกิเลยด้วยซ้ำว่าอยากจะไปแค่ไหน ร่างสูงได้แต่มองตามเด็กสาวที่วิ่งออกไปกอนจะส่ายหัวกับความดื้อดึงของเธอ

 

T I M E 2 L O V E

 

มยองดง

“ทำไมถึงไม่เอาคนขับรถมาด้วย ฉันบอกเธอแล้วใช่ไหมว่าให้เอาลุงชินมาด้วยน่ะ!”จินกิตวาดใส่ฮยอนอาที่ตอนนี้ยืนถือถุงอุปกรณ์ต่างๆ ที่เธอซื้อมาให้เขาถือเยอะพลุงพลังเต็มไปหมด

“ก็ฉันอยากมากับพี่แค่สองคนนี้นา คิก”ฮยอนอาหันกลับมาแทบจะในทันทีที่เอ่ยออกไป ใบหน้าขาวใสขึ้นสีระเรื่ออีกครั้งก่อนที่เธอจะเดินนำไปที่รถ

“นี้เธอ ทำไมไม่มาช่วยกันถือเล่าห๊ะ!!” จินกิตะโกนดังตามหลังของเธอก่อนที่จะสะดุดเท้าตัวเองจนหน้าหล่อๆ เกือบทิ่มลงพื้นแต่ก็ยังพยุงตัวอยู่ได้

“คิก พี่เนี่ยซุ่มซ่ามจังนะคะ”ฮยอนอาเดินไปใกล้ๆ ก่อนจะหัวเราะด้วยท่าทางน่ารักจนคนรอบข้างอาจจะหลงสเน่ห์ของเธอแต่ไม่ใช่กับจินกิ

“แล้วทำไมไม่ช่วยกันถือ”

“ก็พี่เป็นผู้ชาย พี่จะให้ผู้หญิงตัวเล็กร่างบอบบางอย่างฉันถือหมดนี้งั้นเหรอคะ”ฮยอนอาตอบออกมาตาแป๋ว ทำเอาผู้ชายหลายคนที่เดินผ่านไปผ่านมาแทบอย่างจะลักพาตัวเธอกลับไปเก็บไว้ที่บ้าน อันที่จริงฮยอนอาก็ฮอตใช่เล่นในหมู่ผู้ชายเพราะด้วยรูปร่างที่ผอมและตัวเล็ก อีกทั่งใบหน้าของเธอยังแอบเซ็กซี่ไม่เบานั้นมีผู้ชายมากมายค่อยแต่แจกขนมจีบใส่เธอเป็นว่าเล่น แต่ที่ร่างบางยังโสดอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะพี่ชายของเพื่อนนั้นแหละที่เธออยากจะได้มากกว่า!!

“คนอื่นก็อาจจะช่วยแต่ไม่ใช่กับเธอ”จินกิตอบออกมาในทันทีก่อนจะยื่นของส่วนนึงไปให้ยัยวุ่นวายตรงหน้าถือเอาไว้ เขาก็ผู้ชายพอนะที่จะไม่โยนของทั้งหมดให้ผู้หญิงถือหมดน่ะ

“ทำไมต้องฉันด้วยละ”ฮยอนอาทำหน้าบูดแทบจะในทันทีเมื่อจินกิพูดจบ

“ก็เพราะตอนนี้เธอทำตัววุ่นวายอยู่นะซิ”เสียงเข้มเอ่ยในทันทีที่เดินนำหน้าเธอไปที่ลานจอดรถโดยที่ฮยอนอาแทบจะวิ่งตามเขาซะมากกว่า

“พี่จินกิ รำคาญฉันเหรอคะ ทำไมละ ทำไม  ฉันทำอะไรให้พี่รำคาญใจมากงั้นเหรอ พี่เกลียดฉันด้วยใช่ไหม? อะ!!” เสียงเล็กที่ดังไล่ตามหลังตลอดการเดินทางมาลานจอดรถเอาแต่ถามประโยคเดิมๆ จนคนที่เดินนำหน้าเริ่มจะรู้สึกรำคาญจริงๆ เข้าจนได้

ร่างสูงหยุดก้าวไปกระทันหันจนทำให้คนที่วิ่งตามชนเข้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนจะหันหน้ากลับมาแล้วมองเข้าไปในดวงตาเธอนิ่งจนร่างบางรู้สึกได้ว่าขนอ่อนตามตัวของเธอลุกขึ้นเพราะคนน่าเกรงขามตรงหน้ามองมาที่เธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน

“ใช่!!

!!!

“หยุดปากของเธอแล้วก็เดินตามฉันมาเงียบๆ ซะก่อนที่ฉันจะทิ้งเธอไว้ที่นี้” พูดจบก็ออกเดินต่อมายังซีดานสีดำของตัวเองก่อนจะโยนของที่อยู่ในมือทั้งหมดเข้าไปไว้เบาะหลังรถ

“ทำไมพี่ถึงเกลียดฉันละ ฉันทำอะไรให้พี่เกลียดเหรอคะ พี่ไม่พอใจอะไร” เสียงของร่างบางเริ่มสะอื้นตามหลังจินกิที่ดึงของออกจากมือฮยอนอาไปกองไว้รวมกันกับถุงที่อยู่ในรถก่อนแล้ว ร่างสูงอนาคตนักธุรกิจหนุ่มหันมามองเด็กสาวตรงหน้าที่มองเขาน้ำตานองก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาไม่ใช่คนใจแข็งอะไรยิ่งเห็นน้ำตาผู้หญิงแบบนี้ก็ยิ่งจะทำให้ใจอ่อนด้วยซ้ำ แต่เพราะขาคงผิดเองที่ตามใจฮยอนอากับแทมินมากเกินไปถึงได้เอาแต่ใจทั่งคู่แบบนี้จนเคยตัว

อีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้บอกซักคำว่ารำคาญแค่คำว่าวุ่นวายมันสะกดเหมือนกันหรือไงทำไมถึงแยกไม่ออกเพราะเป็นแบบนี้ไงเขาถึงไม่อยากจะมาด้วยซะเท่าไหร่ คิดเองเออเองหมด

“จะยืนอยู่ตรงนี้อีกนานไหม ไม่กลับบ้านหรือไง” จินกิกอดอกถามร่างบางที่ยืนตัวสั่นร้องไห้ตรงหน้าเขา

“พี่ก็ตอบฉันมาก่อนซิว่าเพราะอะไร ฮึก” พูดยังไม่ทันขาดคำจินกิก็ดึงแขนเล็กแล้วยัดฮยอนอาเข้าไปในรถอย่างหัวเสีย อีกอย่างเขาเองก็ไม่ได้ใจดำพอที่จะทิ้งเพื่อนของน้องชายไว้ที่นี้เพื่อตัดปัญหา

ภายในรถมีเพียงเสียงสะอื้นของฮยอนอาเท่านั้นไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นระหว่างทางเลยซักนิด ร่างสูงอย่างจินกิเองก็ไม่ได้สนใจในตัวของคนข้างๆ อยู่แล้ว อยากจะทำอะไร จะเป็นอะไร ถ้าไม่ถึงตายจินกิไม่สนใจหรอก ไม่ได้สำคํญสำหรับเขาขนาดนั้น

 

T I M E 2 L O V E

 

 

ตาเรียวลืมตาขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวหนึบๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้องอย่างคุ้นตาบ้านของแทมิน แล้วทำไมเธอถึงมานอนอยู่ที่นี้ได้กันละ ฮยอนอาเรียบเรียงความคิดของตัวเองแล้วนึกได้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้พี่จินกิเกลียดเธอเข้าแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงที่เธอคุ้นเคยดีเอ่ยขึ้น ฮยอนอาหันไปมองคนที่ยืนค้ำหัวอยู่ด้านข้างตัวเอง แทมินกำลังมองมาที่เธอด้วยสีหน้าที่อ่านไม่ออกเหมือนเคยพร้อมกับที่เธอพยักหน้ารับ อันที่จริงเธอควรจะยอมรับสภาพตอนนี้ได้ตั้งนานแล้ว เธอเองก็รู้อยู่แล้วว่าจินกิไม่เคยที่จะมองเธอเป็นอย่างอื่นนอกจากเพื่อนของแทมิน ไม่เคยจะเปรยตามามองเธอเป็นอย่างอื่นด้วยซ้ำ แล้วการที่เขาบอกว่าเกลียดเธอนั้นคงเป็นเพราะว่าเธอเข้าไปวุ่นวายกับรุ่นพี่คนนั้นมากไปจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นจินกิเองก็ไม่เคยพูดออกมาตรงๆ แบบนี้เลยซักครั้งหรือนั้นอาจจะเป็นเพราะแทมินเองก็ได้

“บอกไปแล้วเหรอ?” แทมินถามก่อนจะแทรกตัวเข้ามาใต้ผ่าห่มผืนหนาข้างๆ เพื่อนสาวตัวเล็กของเขา ฮยอนอาส่ายหัวก่อนที่น้ำตาจะไหลออกมาอีกครั้ง แค่ถามว่าเขาเกลียดเธอไหมแค่นี้ คำตอบที่ได้ยังทำให้หาเหตุผลไม่ได้เลยว่าเขาเกลียดเธอเพราะอะไร แล้วถ้าบอกความรู้สึกที่มีของเธอให้เขาไปทั้งหมดห้าปี เธอจะไม่เสียใจไปมากกว่านี้เหรอ

ฮยอนอาซบลงที่ไหล่บางของแทมินแล้วเริ่มร้องไห้โฮอีกครั้ง มือบางกอดเอวของแทมินแน่นเพื่อระบายความรู้สึกของตัวเอง น้ำตาเริ่มเปียกชื้นที่ไหล่ของแทมินจนรู้สึกได้ถึงความแฉะ มือเรียวลูบลงที่กลุ่มผมนุ่มของฮยอนอาเบาๆ เป็นการปลอบ

“พี่จินกิเขาบอกว่าเกลียดฉัน เขาไม่ชอบฉัน เขารำคาญฉัน ฉันดูเป็นตัววุ่นวายสำหรับเขามากเหรอ” ฮยอนอาสะอึกไปพร้อมๆ กับระบายความในใจของเธอแทมินไม่ตอบอะไรเพียงแต่นั่งนิ่งๆ ก่อนที่คิ้วของเขาจะขมวดเข้าหากัน

“ฉันทำอะไรผิด ฉันทำอะไรให้พี่เขาไม่พอใจเหรอ พี่เขาถึงเกลียดฉัน” ถ้าย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่รู้จักกันพี่จินกิที่เธอรู้จักก็ไม่เคยแม้จะบ่นจะว่าอะไรเธอเลยซักนิด มีแต่ความอบอุ่นแล้วก็พูดจากับเธอดีมาก ต่างจากวันนี้ที่เขาขึ้นเสียงใส่เธอลิบลับ

“พี่จินกิไม่เคยเกลียดคนที่ฉันรัก” แทมินเปรยออกมาทำเอาฮยอนอาหยุดฟูมฟายแล้วเงยหน้ามองแทมินอย่างสงสัย ใบหน้าเปลื้อนคลาบน้ำตากับน้ำมูกของเพื่อนตัวเล็กทำเอาแทมินเกือบจะหลุดขำออกมา

“หน้าตาเธอดูไม่ได้เลยนะฮยอนอา” แทมินหลุดยิ้มออกมาก่อนที่จะเกลี่ยผมที่ปกหน้าตาของเธอออก

“พูดมาเดี๋ยวนี้นะ เมื่อกี้นายหมายความว่าไง”ฮยอนอาปัดมือของแทมินออกก่อนจะมองใบหน้าเรียวได้รูปไม่ต่างจากผู้หญิงของแทมิน

“แทมิน!

!!!

“ความหมายมันก็บอกอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว” แทมินพูดหน้าตาย

“แล้ว?”ฮยอนอาเอียงคอถามอย่างสงสัย

“แล้ว?”แทมินก็เอียงตามอย่างไม่เข้าใจ

“ฮึย! แล้วทำไมพี่เขาพูดแบบนั้นกับฉันเล่า!!” ฮยอนอาตวาดลั่นอย่างขัดใจ นี้เธอมาเป็นเพื่อนกับผู้ชายคนนี้ได้ยังไงนะ คำถามง่ายๆแค่นี้ก็คิดเองไม่ได้

“พี่จินกิบอกเธอเหรอว่าเกลียด”ร่างบางส่ายหน้าตอบก่อนที่สีหน้าของเธอจะเศร้าลงอีกครั้ง

“แล้วทำไมเธอถึงบอกว่าพี่เขาเกลียดเธอละ”แทมินถามอีกครั้ง

“ก็ถามเฉยๆ”

“แล้วพี่เขาก็ตอบว่า ใช่ สินะ”ฮยอนอาพยักหน้ารับ

“อื้ม~” แทมินพยักหน้าทำความเข้าใจกับคำตอบของฮยอนอา คนเกลียดกันที่ไหนเขาจะอุ้มคนที่ไม่ชอบขึ้นห้องด้วยตัวเองขนาดนี้ เท่าที่เขาเห็นเมื่อตอนเย็นก็คงมีแต่สีหน้าที่ดูเหนื่อยๆมากกว่า ตามหลักการแล้วก็คงอีล็อบเดิม ฮยอนอาทำตัววุ่นวายมากเกินไปพี่จินกิไม่ชอบอะไรที่ทำให้ต้องตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้ว จะมีเรื่องให้ตื่นตัวได้ก็แค่งานเท่านั้นแหละ สำหรับสิ่งมีชีวิตนี้คงจะเป็นอะไรที่เขาไม่ชอบเอาซะเลยมากกว่า

“อะไรหมายความว่าอะไร”

“พี่เขาอาจจะไม่ได้เกลียดเธอ”

(*0*)” ดวงตาหวานของสาวร่างบางเป็นประกายขึ้นมาในทันทีที่ได้ยินเพื่อนของตัวเองพูดขึ้นมาแบบนั้น

“แต่เขาก็อาจจะเกลียดเธอด้วยเหมือนกัน”

(=[]=)” แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าอีกครั้งเมื่อประโยคถัดมาถูกเอ่ยขึ้น

“อะไรของนายกันแน่อีแทมิน ตกลงพี่ชายของนายเกลียดฉันหรือไม่เกลียดฉันกันแน่”

“ไม่รู้” ใบหน้าไร้ความรู้สึกถูกส่งมาอีกครั้ง

“อยากรู้ก็ไปถามเขาเองซิ” แทมินชี้ไปที่หน้าประตูห้องที่ปิดสนิทอยู่ ฮยอนอามองตามนิ้วเรียวยาวของเพื่อนตัวเองก่อนจะมีเครื่องหมายคำถามแปะอยู่บนใบหน้าของเธอ

“เขาใช้ให้ฉันมาปลุกเธอ” แทมินตอบ

“เดี๋ยว!! พี่จินกิอยู่ข้างนอกเหรอ”

“อืม เขารอนานแล้ว”

“จริงดิ”ฮยอนอาตาโตขึ้นทันทีเมื่อได้ยินว่าอีกคนที่รอเธอด้านนอกนั้นนานแล้ว แล้วทำไมไม่บอกให้มันเร็วกว่านี้นะ ไอ้เพื่อนบ้า ไม่รู้ว่าได้ยินไปถึงไหนต่อไหนแล้ว แล้วเธอจะทำหน้ายังไงถ้าเจอกับพี่จินกิที่ยืนอยู่หน้าห้องล่ะ

ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาแต่อีแทมินลงมาจากเตียงนุ่มพร้อมกับดึงเพื่อนร่างเล็กอย่างฮยอนอาให้ลงมาจากเตียงอย่างทุลักทุเลโดยไม่สนใจเลยว่าอีกคนพร้อมหรือไม่ พอเปิดประตูได้ก็พลักฮยอนอาให้ออกจากห้องไปในทันที

“กลับบ้านดีๆ”

ปัง!’

ยังไม่ทันที่ฮยอนอาจะตั้งสติได้ก็ถูกเพื่อนคนเดียวของเธอปิดประตูเข้าใส่หน้าแบบไม่ทันตั้งตัวด้วยความงงงวย ร่างบางได้แต่อ้าปากค้างกับเหตุการณ์ที่เธอเองก็ตามไม่ทัน

“นิสัยเสียทั่งพี่ทั่งน้องเลย” เท้าเล็กเตะไปยังประตูที่บังอาจมาปิดใส่หน้าเธอด้วยความโมโห

“กลับบ้านได้ยัง”จินกิที่ยืนกอดอกมองเด็กน้อยตรงหน้าอยู่นานเอ่ยขึ้นจนฮยอนอาหันหลังไปมอง เล่นเอาเธอหุบปากที่จะต่อว่าคู่พี่น้องตระกูลอีแทบไม่ทัน ลืมไปว่าห้องของรุ่นพี่คนหล่อของเธออยู่ใกล้ๆกับห้องของแทมิน

“เดี๋ยวไปส่ง” พูดจบก็เดินผ่านหน้าเธอไปข้างล่างที่มีรถซีดานเจ้าเดิมของเขาจอดสนิทอยู่ที่หน้าบ้านของเขาเอง

ฮยอนอาเดินตามร่างสูงมาเรื่อยๆ โดยที่ไม่ปริปากเอ่ยอะไรออกมาซักคำ จะว่ากลัวไหม ตอบเลยว่ากลัว กลัวว่าเธอจะทำอะไรให้พี่จินกิไม่พอใจแล้วพาลจะเกลียดเธอยิ่งไปกว่าเดิมอีก ไม่อยากทำให้เกลียดไปมากกว่านี้...

จินกิเหลือบมองร่างบางที่ไม่พูดไม่จาเหมือนเมื่อตอนบ่ายที่เจอกัน จริงๆ แล้วเขาเองก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เขาพูดไปมันจะทำให้รุ่นน้องถึงกับโว้ยวายร้องไห้ออกมาขนาดนั้น แถมฮยอนอายังเป็นคนช่วยดูแลแทมินแทนเขาในช่วงที่เขาไม่สามารถอยู่ดูแลได้อีกเขาเป็นคนพูดไม่คิดตั้งแต่เมื่อไหร่?

ร่างสูงชั่งใจส่ายหัวกับความคิดของตัวเองก่อนจะเอ่ยถามร่างบางที่นั่งอยู่ด้วยกันโดยที่สายตาไม่ได้ละไปจากเส้นทางบนถนน เขารู้สึกว่ามันเงียบเกินไป

“หิวไหม?”ตั้งแต่กลับมาฮยอนอาเองก็ยังไม่ได้กินอะไรบวกกับทะเลาะกันเมื่อช่วงเย็นนั้นอีก เลยทำให้เขาตรงดิ่งมาบ้านเพราะยัยเด็กคนข้างๆ เอาแต่ร้องไห้จนเผลอหลับและก็เป็นเขาเองที่ต้องอุ้มขึ้นมาบนบ้าน จนตอนนี้ก็มืดแล้ว

ร่างบางสะดุ้งขึ้นมานั่งตัวเกร็งแข็งทื่อไม่ตอบอะไรออกมา ตามองตรงไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมาย หัวสมองมืดทึบไม่รู้จะทำยังไงทั่งที่แค่ตอบออกไปเหมือนปกติก็ได้ แต่ตอนนี้สถานการณ์ของเธอกับจินกิมันไม่ปกตินี้นา

“นี่..

“ไม่คะ!” เสียงหวานตอบออกไปในทันทีโดยไม่รอให้คนข้างๆถามซ้ำ แต่….

จ๊อก~”

เสียงท้องร้องออกมาขัดกับคำพูดของเธออย่างชัดเจน

“หึ” จินกิลอบยิ้มกับเสียงที่ได้ยินอย่างช่วยไม่ได้ พร้อมกับที่สาวน้อยร่างบางหน้างอที่ตะคุบท้องตัวเองโดยใบหน้าที่ขึ้นสีแดงเพราะความอาย จินกิเลี้ยวรถจอดที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่งใกล้กับห้างสรรพสินค้าและยังเป็นย่านที่ผู้คนเดินกันเยอะมากจนแทบจะหาที่จอดรถไม่เจอ เขาพาตัวเองและยัยวุ่นวายที่ทำหน้างงให้ลงมาจากรถตรงไปยังร้านอาหารอิตาลีไม่บริเวณใกล้ๆ

“มากี่ท่านคะ” เสียงของพนักงานในร้านเอ่ยต้อนรับเมื่อจินกิและฮยอนอาเดินเข้ามา

“สองครับ”

“เชิญทางนี้เลยคะ”พนักงานผายมือไปด้านหน้าและเดินนำไปก่อน จินกิหันมามองฮยอนอาที่ยังไม่ยอมเดินตามเข้ามาแต่ยืนรออยู่หน้าร้านมองมาทางเขา

“ยืนรออะไรอยู่”

“ค่ะ?”

“เฮ้อ~ เข้ามาได้แล้ว” เมื่อขี้เกียจอธิบายเยอะ จินกิก็เลยดึงมือบางที่จับสายกระเป๋ามาจับเอาไว้แล้วเดินไปหาพนักงานคนเดิมที่รอเขาอยู่ จินกิจะรู้ไหมว่ากำลังทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของฮยอนอาเต้นผิดจังหวะยิ่งกว่าเดิมเป็นล้านเท่าแล้ว

ไฟสีส้มสลัวทั่วร้านบวกกับเสียงไวโอลินคลอเบาๆ เหมือนกำลังสร้างบรรยากาศที่แสนจะโรแมนติกให้กับพวกเขาทั่งคู่ ร่างบางเอาแต่ก้มหน้ากำมือตัวเองแล้วรอบยิ้มออกมาเป็นพักๆ จนทำให้รุ่นพี่หนุ่มที่นั่งมองอยู่นานขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่ายิ้มอะไรนักหนาอยู่คนเดียวนี้คงจะไม่ได้ร้องไห้จนเป็นบ้าไปแล้วหรอกนะ

อาหารที่ทั่งคู่สั่งพร้อมเสริฟตรงหน้า จินกิสั่งสเต็กเนื้อที่มันพอจะช่วยให้สมองของเขาแล่นมากขึ้นหลังจากที่คอยรับอารมณ์ของเด็กทั่งสองมาทั่งวันจนทำเขาปวดหัว ผิดกับฮยอนอาสั่งแค่สลัดผลไม้ธรรมดาหน้าตาสีสันสดใสเท่านั้น มันไม่ได้น่ากินสำหรับอีจินกิเลย

“อิ่มเหรอ”ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความสงสัย สำหรับเขาแค่นั้นมันไม่พอที่จะทำให้คนไม่ได้กินอะไรเลยทั่งวันอิ่มสบายหรอกนะ

“คะ? อ๋อ ค่ะ” ฮยอนอามองคนที่นั่งฝั่งตรงข้ามอย่างไม่เข้าใจแต่เมื่อเห็นว่าพยักพเยิดหน้ามาที่จานอาหารของเธอแล้วก็พยักหน้าตอบแล้วตักเข้าปากไปหนึ่งคำ

“คงไม่ได้รักษาหุ่นอยู่หรอกใช่ไหม?” จินกิมองรุ่นน้องที่อร่อยไปกับอาหารตรงหน้า เธอเงยหน้ามองผู้ชายในฝันของเธออย่างไม่เข้าใจว่าทำไมถึงถามแบบนั้น ผู้หญิงทุกคนก็ต้องรักษาหุ่นตัวเองให้ดูดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอหรือว่าเธออ้วนไป?

“ทำไมคะ ฉันอ้วนไปเหรอ หน้าบานเหรอคะ?” ฮยอนอาได้แต่มองสำรวจร่างกายของตัวเอง จับหน้า จับแขน ดึงแก้มที่มันย้อยออกมาเป็นพัลวัน

“เปล่าผอมแล้ว

“ก็ดีแล้วนี้คะ ฉันก็นึกว่าอ้วนเกินไปซะอีก” สาวน้อยถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่ายาลดน้ำหนักที่ซื้อมาจะไม่ได้ผลซะอีก

“ผอมจนไม่น่ามอง...ตรงไหนก็ไม่น่าดู” สายตาคมมองสำรวจไปรอบๆ ตัวของฮยอนอา แขนก็เล็ก ขาก็เล็ก หน้าก็ตอบ หน้าอกก็….เอาตรงๆก็เล็กไปนั้นแหละ ก่อนที่มือบางจะยกมือขึ้นมาปิดมันเอาไว้ จินกิไม่ได้หื่นนะครับแต่มันเป็นจุดที่ผู้ชายทุกคนก็ต้องมองเมื่อมีผู้หญิงสวยๆ เดินผ่านอยู่แล้วไม่ใช่หรือ 

“แต่ฉันขึ้นมาสามกิโลแล้วนะคะ นี้ก็เพิ่งจะลงมาแค่โลเดียวเอง” น้ำเสียงติดจะเหวี่ยงไปนิดบอกคนตรงหน้า ฮยอนอายู่หน้ามองร่างสูงที่ไม่เข้าใจเอเอาซะเลย

“ให้มันขึ้นมาบ้างนั้นแหละดี อุ้มทีนึกว่าอุ้มนุ่น”

“ค่ะ? อุ้มเหรอ?” ตั้งแต่ตื่นขึ้นมามีเรื่องอะไรบ้างไหมที่เธอจะเข้าใจมันด้วยตัวเองบ้าง เอาแต่เอียงหน้าสงสัยอย่างกับลูกหมาดูแมงปออย่างนั้นแหละ

“ใช่ซิ เธอคิดว่าใครจะเป็นคนอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนห้องกันละ”สิ้นเสียงก็เล่นเอาฮยอนอาค้างกลางอากาศ สีหน้าเริ่มแดงขึ้นอีกครั้ง หัวใจจากที่หยุดเต้นโครมครามก็กลับมาเป็นจังหวะร็อคอีกจนได้เมื่อจินตนาการไปถึงตอนที่พี่จินกิกำลังอุ้มตัวเองในท่าเจ้าหญิงขึ้นบนห้อง อย่างกับเจ้าชายอุ้มเจ้าหญิงตัวบางวางลงบนเตียงนุ่มๆ มือหนาลูบไล้ไปตามโคล่งหน้าได้รูปของเธอและจบลงที่จุมพิตบนริมฝีปากสีชมพูระเรื่อ

เปราะ

“ตื่นได้แล้วยัยเด็กเพ้อเจ้อ ฝันอะไรของเธออยู่” จินกิดีดนิ้วเรียกสติให้เธอตื่นจากจินตนาการภาพเมื่อครู่ก่อนที่ฮยอนอาจะทำแก้มพองกลมเมื่อร่างสูงทำลายภาพวาดที่แสนสวยงามของเธอพังลงในพริบตา

“คิก คิก แต่ยังไงก็ขอบคุณนะคะ”เด็กสาวเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เปื้อนบนใบหน้าจนหุบไม่อยู่ ต่างจากตอนที่ขึ้นรถมาด้วยกันตอนแรกอย่างสิ้นเชิง

“ไม่ต้องขอบคุณหลอกมื้อนี้เธอจ่าย”

“คะ?”

จินกิยิ้มมุมปากมองคนตรงหน้าอ้าปากค้างกลางอากาศ เมื่อตั้งสติได้ก็รีบควักกระเป๋าเงินขึ้นมาเปิดดูก่อนจะเบะปากออกมาในทันทีแล้วร่างสูงที่ยัดสเต็กราคาแพงเข้าปากอย่างสบายใจ

ถือว่าเป็นค่าชดใช้ที่ทำให้เขารำคาญมาทั่งวันแล้วกันนะ…….คิมฮยอนอา

 

 

ซีดานสีดำจอดเทียบหน้าคอนโด จินกิก้าวลงมาจากรถก่อนที่จะเปิดประตูหลังเพื่อเอาของที่ซื้อมาทั่งหมดเมื่อช่วงบ่ายออกมายื่นให้กับฮยอนอาที่ยืนรออยู่ด้านหลัง

“อะ ขึ้นไปดีๆละ ฉันกลับละ”

“ดะ….เดี๋ยว พี่ไม่ขึ้นไปข้างบนก่อนเหรอคะ?” ฮยอนอาขัดขึ้นเมื่อหวังว่าผู้ชายตรงหน้าจะช่วยเธอหิ้วสัมพาระพวกนี้ขึ้นไป มันเยอะเกินกว่าจะรับไหว

“นี้ เธอเป็นผู้หญิงแบบไหนชวนผู้ชายขึ้นคอนโด”

“ตะ แต่ว่า”

“ขึ้นไปได้แล้ว ฉันก็ต้องรีบกลับเหมือนกัน นอนเร็วๆละ”พูดจบก็ขยี้หัวเด็กสาวอย่างหมั่นเคี้ยว ก่อนจะก้าวขึ้นรถแล้วออกตัวไปในทันที ทิ้งไว้แต่สาวร่างบางกับกองของอุปกรณ์ที่ซื้อมาในวันนี้เต็มหน้าประตูทางขึ้น

จินกิมองกระจกหลังก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นเมื่อฮยอนอาลับสายตาของเขาไปแล้ว วันนี้ทั่งวันเขาตั้งฉายาให้ยัยเด็กคนนั้นไปไม่รู้กี่ชื่อแล้ว บางครั้งก็พูดมาก บางครั้งก็พูดน้อย แถมยังหลายอารมณ์จนเขาเองก็ตามไม่ทัน ทุกอย่างของความน่ารำคาญรวมอยู่ในตัวคนเดียวหมด นี้มันก็ห้าปีที่รู้จักกันมา นิสัยเดิมไม่เคยเปลี่ยน ยังคงเป็นเด็กในสายตาเขาเสมอ เมื่อไหร่จะโตซักทีนะเด็กคนนี้…….

 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #154 ARMMOMII |♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2556 / 09:04
    อะ คริสตัลมาได้ยังไง แล้วมาทำอะไร =[]=
    อย่ามานะ จงฮยอนของน้องแทมมมมม!!!!!!!
    #154
    0
  2. #144 เห็ดเป็ด (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 22:46
    คริสตัล มาได้ไงเนี่ย ฮ่าๆๆ
    #144
    0
  3. #127 so daa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 22:10
    wow wow น่ารักอ่า แทมินอยู่ไหนอ่า คิดถึงอนยูด้วยอ่า
    #127
    0
  4. #116 jee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2555 / 23:23
    คีย์ปากร้ายอ่ะ แต่น่ารักเวอร์
    #116
    0