[FIC] yaoi [Hyunmin x Minkey] Time 2 love

ตอนที่ 1 : TIME 2 LOVE :: P1 **

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 ส.ค. 58

 

T I M E  2  L O V E

 

 

-1-



 

 

“คลื่น ซ่าๆๆ”

           เสียงฟ้าร้องและฝนห่าที่สาดเทลงมาอย่างไม่สนใจใคร   เป็นเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์อันเลวร้ายต่อเด็กชายที่เพิ่งก้าวสู่วัยแรกรุ่น  เด็กชายวัยเพียง  15  ปี   เหตุการณ์ที่ยากจะลืมของเขาเหตุการณ์ที่จะติดตัวเขาไปตลอดชีวิต

“ปัง!   ปัง!   ปัง!

          เสียงปืนที่ดังมาจากบ้านที่อยู่ลึกลงไปในซอยเปลี่ยว  มีเพียงบ้านหลังเดียวที่ตั้งอยู่  เสียงที่ดังออกมาต่างก็ทำให้ผู้คนที่อยู่ไกลออกไปไม่ได้คิดอะไรเพราะมันก็คงเป็นเพียงเสียงฟ้าร้องออกมาเหมือนในคืนฝนตกลงมาทุกครั้ง…

“พ่อฮะแม่ฮะ!

           เสียงของเด็กชายที่เพิ่งแตกหนุ่มร้องออกมาอย่างตกใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า  ภาพที่มันทำให้เขาติดตาไปตลอดชีวิตภาพฆาตกรที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา

“แทมิน   หนีไป...”

            ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่เห็นลูกชายคนเล็กที่ยืนอยู่ขาแข็งไม่ไปไหน ก่อนจะพยายามกัดฟันใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อบอกให้ลูกชายหนีไป 

 

 

              ไม่มีอีกแล้วพ่อและแม่ครอบครัวที่อบอุ่นได้หายไปแล้ว...

 

 

           แทมินที่ได้แต่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมด  เขาอยากจะหนี หนีไปให้ไกลอย่างที่แม่ของเขาบอกแต่ขาของเขากลับไม่ทำตามคำสั่งเพียงเพราะ สายตาที่เข้าไปปะทะกับชายวัยกลางคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขา   ฆาตกรคนนั้นส่งยิ้มที่ทำเอาเขาเดินหนีไปไหนไม่ได้

 

 

รอยยิ้มและสายตาที่เกินความคาดเดาของเขา

 

 

ชายฆาตกรยืนขึ้นมองเด็กหนุ่มหน้าประตูตัวแข็งทือไม่ไปไหน รอยยิ้มโรคจิตเผยขึ้นขายาวๆ ก้าวออกมาจากร่างของผู้หญิงที่เพิ่งจะฆ่าไปหมาดๆ ด้วยความสะใจ แทมินถอยหลังตามก้าวของคนที่ก้าวเข้ามา ดวงตาหวานกำลังหวาดกลัวคนตรงหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดและมือที่ยังคงถือมีดอยู่ มีดที่เต็มไปด้วยเลือดของคนในครอบครัว

“อย่าเข้ามา” เสียงหวานแผ่วเบาเอ่ยบอกคนตรงหน้าที่เดินเข้าหาตัวไม่หยุด หน้าหวานสายหัวที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาก่อนจะชนเข้ากับราวระเบียงชั้นบน สายตาก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของหญิงคนใช้นอนจมกองเลือดอยู่ระหว่างบันไดทางขึ้น กับอีกคนนอนจมอยู่กลางบ้านชั้นล่าง

 

ตายกันหมด

 

“เด็กดี มาหาฉันซิ ฉันไม่ทำอะไนหรอกน่า” เสียงแหบพร่าเอ่ยพร้อมมือที่ยืนมาตรงหน้าหวังให้แทมินทำตามที่บอก ร่างบางส่ายหน้าและเริ่มร้องไห้หนักขึ้นเมื่อชายวัยกลางคนแลบลิ้นเลียใบมีดที่ถืออยู่มองมาทางเขา สายตาของคนจิตไม่ปกติทำให้แทมินนึกหวาดกลัวกับการกระทำที่ไม่รู้จะเกิดอะไรนอกจากนี้

“ฉันบอกให้มาหาฉัน!!” เสียงเข้มตวาดขึ้นทำให้ร่างบางตกใจเข้าไปใหญ่ เท้าหนาก้าวมาด้วยความเร็วพร้อมกับที่แทมินหันหลังวิ่งหนีหวังหวังจะไปยังบันไดอีกด้านของบ้านเพื่อหนี แต่ความเร็วของฆาตรกรนั้นเร็วกว่าเขานัก

“โอ๊ย!!” หัวเล็กถอยหลังไปตามแรงดึงของฝ่ามือที่กระชากจากด้านหลังพร้อมกับการเข้ามาประชิดตัว เกือบจะล้มลงไปกับพื้นถ้าหากไม่มีมือหยาบอีกข้างรั้งคอไว้ด้วยมือที่จ่ออยู่บนต้นคอ ใบหน้าของฆาตรกรก้มลงสูดดมกลิ่นหอมของเด็กหนุ่มก่อนจะส่งลิ้นเลียแก้มเนียนเปื้อนคราบน้ำตา

“ถ้าแกดิ้นอีกครั้ง มีดทะลุหลังคอแกแน่เด็กน้อย” กระซิบข้างใบหูก่อนจะสูดดมความหอมจากกลุ่มผม ร่างบางส่ายหน้าไปมากลั้นเสียงสะอื้นในลำคอเมื่อรู้สึกแสบกับรอยมีดที่จิ้มอยู่บนเนื้อของเขา มือที่ถือมีดไล่ตามเนื้อผ้าชุดนักเรียนขึ้นลงจนแทมินรู้สึกเสียวหวาบข้างใน 

“แทงตรงไหนก่อนดีละ ตับ ปอด หรือท้องนิ่มๆของแกดี หืม” สิ่งที่ไม่น่าออกมาจากปากคนปกติทั่วไปเอ่ยถามเด็กน้อยที่อยู่ในอ้อมกอด แทมินส่ายหน้าไปมากัดปากตัวเองแน่นด้วยความกลัวไม่กล้าแม้แต่ขยับไปไหน

“ฉันถาม แกต้องตอบ!” มือหนากระชากกลุ่มผมนั้นอีกครั้งด้วยความแรงจนแทมินเสียงหลง แทมินยังคงมีเสียงสะอื้นเล้ดลอดออกมาจนชายร่างสูงอยากจะกรีดปากบางๆนั้นแล้วดึงลิ้นออกมาตัดซะให้ได้ถ้ายังไม่ตอบเขาตอนนี้

“ปล่อยผมไปเถอะนะ ผมกลัวแล้ว ฮึก” ตอบออกมาเสียงสั่นหวังว่าคนที่จับไว้จะปล่อยไป แต่มันก็คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

“จุ๊ๆ กลัวเหรอเด็กน้อย ไม่ต้องกลัวหรอกฉัน” ร่างสูงส่ายหน้าให้กับคำตอบ “เรามาเล่นอะไรสนุกๆ กันดีกว่าไหม ตัวนายมันหอมขนาดนี้” ยกหลังสันมีดขึ้นมาไล่รอบกรอบใบหน้าของเด็กหนุ่มพร้อมกับกดจมูกลงที่ลาดไหล่บางจนแทมินขนลุกกับการกระทำ

ร่างบางส่ายหน้าไปมาอีกครั้งก่อน ชายวัยกลางคนยังคงคลอเคลียอยู่บนต้นคอของแทมินมือที่ถือมีดก้ลดกำลังในการกดลงบนใบหน้าของเขา ไวกว่าความคิด แทมินดึงมีดที่อยุ่ในมือของฆาตกรออกจับมันไว้แน่นแล้วหันหลังกลับไปแทงเข้าที่หน้าของคนตรงหน้า

“อึก แก”

 

ฉึบ

 

ดวงตาเรียวเบิกกว้างเมื่อดึงมีดออกมาจากหน้าท้องได้ มือไม้สั่นไปกับน้ำเลือดที่ติดมากับมือของตัวเอง ฆาตกรทรุดนั่งลงกับพื้น เท้าเล้กก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวมองการกระทำของตัวเองที่ทำลงไป เข้าไม่ได้ตั้งใจจะทำแบบนี้  แทมินโยนมีดออกไปนอกระเบียงให้ไกลจากตัวเองที่สุด หันกลับมามองคนที่นั่งลงตรงหน้า ชายคนนั้นมองมาทางเขาอย่างกับจะฆ่าเขาให้ตาย

 

แทมินคงลืมคิดไป ว่าถ้าจะฆ่าคนก็ต้องฆ่าให้ตายไปทีเดียว

 

“แก ฉันจะฆ่าแก”

พูดจบก็ตรงเข้ามากระชากขาเรียวจนแทมินล้มลงกับพื้นก่อนที่จะนั่งทับร่างกายบอบบางนั้นเอาไว้ แทมินดิ้นไปมาพยายามพลักคนที่อยู่ด้านบน

 

เพี้ยะ เพี้ยะ

ฝ่ามือใหญ่ตบลงบนใบหน้าสวยเพราะขัดขืน บวกกับความโมโหจนเลือดขึ้นหน้า

 

“ฉันจะทำให้แกมีความสุขก่อนตายก็แล้วกัน”

“ปล่อยผมนะ   ปล่อย!

           แทมินแผดร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเขาถูกฆาตกรนั้นลากขาให้เข้ามาในห้องก่อนจะทำ การปลดเปลืองเสื้อผ้าชุดนักเรียนของเขาออกอย่างไม่มีชิ้นดี   ถึงแทมินจะพยามยามปัดป่ายให้ตัวเขาพ้นจากฆาตกรนั้นแต่ก็ต้านทานแรงของคนที่ตัวโตและแข็งแรงกว่าไม่ได้   ร่างกายที่เพิ่งเจริญเติบโตหรือจะสู้แรงของคนที่โตเต็มตัวแล้ว   

ปัก

  ชายฆาตกรชกเข้าที่หน้าท้องอันบอบบางของร่างเล็กจนรู้สึกจุกและแน่นท้องก่อนจะทำการลิ้มรสหอมของร่างตรงหน้า   กลิ่นกายที่ถึงแม้จะมีเพียงเล็กน้อยแต่กับฆาตกรโรคจิตที่อยู่ตรงหน้ากลับชอบและลิ้มรสมันอย่างกระเหือดหาย  ซอกคอสีหวานกับเนินหน้าอกเนียนสวยยิ่งทำให้น่าลิ้มลอง

 

น้ำตาอันบริสุทธิ์มากมายที่ไหลออกมาไม่หยุด   น้ำตาแห่งความเศร้าโศกไม่ได้ทำให้คนตรงหน้ารู้สึกผิดซักนิดตรงกันข้ามกลับเป็นเศษ น้ำตาที่ทำให้รู้สึกสนุกไปพร้อมๆกับการกระทำบนตัวของร่างบาง

 

          ซุกหน้าช่อนไชไปเรื่อยๆเพื่อเสพสุขกามราคะที่ไม่เคยขาดหาย บาดแผลบนหน้าท้องไม่ได้ทำให้ความต้องการของตัวเองลดลงเลยถึงแม้เลือดจะไหลออกมาเยอะแค่ไหนมันก็ไม่ได้มีผลกระทบ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เจอคนถูกใจถึงจะเป็นเด็กหนุ่มก็ไม่เว้นแค่เพียงเพราะร่างกายที่อ้อนแอ้น  บอบบางคล้ายผู้หญิงบวกกับทรงผมที่มองยังไงก็คือเด็กผู้หญิงธรรมดาๆทั่วไป

“ไม่  ฮึก  ไม่  ใครก็ได้  ฮึก  ช่วยผมด้วย”เสียงอันแผ่วเบาที่ยังรู้สึกตัวของแทมินคลางออกมา  ความหวังที่จะรอดชีวิตของเขากำลังจะหมดไปหรือ  วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะอยู่บนโลกใบนี้ใช่ไหม ความคิดมากมายถาโถมเข้าใส่แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อแรงอันน้อยนิดของเขาสู้ไม่ไหว   แรงจะกระโกนขอความช่วยเหลือก็ไม่มี บวกเสียงฝนที่ดังอยู่ด้านนอกคงไม่มีใรได้ยินเสียงปืนเมื่อสักครู่แน่ๆ

 

“ไม่!!

 

เสียงแผดร้องออกมาอีกครั้งเมื่อช่วงล่างถูกสอดใส่ด้วยท่อนเนื้อแข็งใหญ่   ช่องทางที่ไม่มีใครเคยสัมผัสและแตะต้องมัน    คนด้านบนจับสะโพกกลมกลึงขยับขึ้นไปตามจังหวะที่ต้องการไม่สนใจด้วยซ้ำว่าคนด้านล่างจะเป็นอย่างไร  เลือดที่ไหลออกมาเลอะท่อนเนื้อขาอ่อนอย่างเห็นได้ชัดช่วงล่างที่ไม่เคยมีใครลุกล้ำและไม่ม่การเบิกทาง แต่ตอนนี้กลับถูกคนแปลกหน้าทำย้ำหยีจนไม่มีชิ้นดี

 

เจ็บปวด...แทมินได้แต่กลั้นเสียงความใคร่ที่คนด้านบนหยิบยื่นให้ด้วยความไม่เต็มใจซักนิด   น้ำตาที่ไหลออกมา กลับมากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า  ใบหน้าซุกลงกับพื้นกระเบื้องเผยให้เห็นคราบน้ำตาที่ไหลไม่หยุด   เสียงหัวเราะชอบใจของคนด้านบนถึงกลับทำให้ร่างบางต้องซุกหน้าหนี

 

พอซักที   ปล่อยผมไป

 

ห้วงความคิดที่ไม่สามารถพูดออกมา  ริมฝีปากที่เคยสวยกลับมีแต่รอยเลือดถูกกัดจากไรฟันที่ขบแน่น   อยากจะพูดก็พูดไม่ได้พูดออกไปก็มีแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บยิ่งขึ้นแค่นี้ก็ทรมารพอแล้ว

“ฮ่าๆ  ฮึ   ร้องออกมาซิ  ร้องออกมาแกก็ชอบเหมือนกันไม่ใช่เหรอ  ฮ่าๆ”

มือหนาจิกลงที่ผมนุ่มจนคนตัวเล็กรู้สึกเจ็บ เสียงหัวเราะกับคำพูดที่ไม่ได้น่าฟังเลยซักนิดยิ่งทำให้ร่างบางมีน้ำตาไหลออกมาอีกครั้ง  ช่วงล่างพยายามจะดิ้นหนีช่วงบนก็จับมือคนที่กระชากผมของตัวเองจนเหมือนหนังหัวจะหลุดอยู่ร่อมล่อ จิตใจทำด้วยอะไรทำไม่ถึงได้ใจร้ายกับครอบครัวของเขาขนาดนี้

 

ไม่  เขาไม่ได้ต้องการแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

 

ลิ้นสากเลียลงบนใบหน้าเนียนสวยลิ้มรสคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายก่อนที่ร่างเล็กจะพยายามเบือนหน้าหนี  แต่ลิ้นสากก็ยังทำหน้าที่ไล่เลียแผ่นหลัง ถ้าเป็นกระดูกหมูคงเป็นกระดูกอ่อนที่สามารถกินแล้วกลืนมันได้สบายทุกเมื่อ   เนื้อเด็กนี้ช่างหน้าลิ้มลองซะจริง...

“ฮึก   ไม่ ปล่อยผมไป”เสียงที่เล็ดลอดออกมายิ่งทำให้ฆาตกรโรคจิตยิ่งสนุกมากขึ้น   จับสะโพกแล้วขยับเร็วและแรงขึ้นอีกครั้งต่ออีกครั้ง  

“ปัง!

เสียงปืนดังขึ้น  ชายฆาตกรที่ละเลงบทรักที่เด็กหนุ่มไม่ต้องการฟุบหน้าลงข้างๆ ตัวของเขา เลือดที่ไหลเต็มหน้าผากเป็นทางกับดวงตาที่ดูหน้ากลัวนั้นยังลืมตามองเขาอยู่   แทมินมองบุคคลที่ช่วยชีวิตของเขาไว้  บุรุษในชุดขาวที่สีเสื้อเต็มไปด้วยเลือดที่เพิ่งสาดกระเด็ดใส่  แทมินจำได้ดีบุคคลที่ยืนตรงหน้าเขา

“พี่อนยู…..

             เสียงเฮือกสุดท้ายได้ขาดหายจากไป เรื่องในวันนี้จะเป็นสิ่งที่ตราตรึงเขาตลอดชีวิต ชีวิตข้างหน้าที่จะยังดำเนินไป ความเหนื่อยอ่อนของร่างกายที่เพิ่งผ่านกิจกรรมได้หยุดพัก หยุดพักไปพร้อมกับหลายๆสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รอยยิ้ม ความสุข มันจะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีก

 

 

 

 

T  I M  E  2  L  O  V  E

 

 

5 ปีต่อมา

         

 

“เร็วเข้าจงฮยอนสายแล้ว”คิมคิบอมหนุ่มหน้าหวานที่หันไปเรียกเพื่อนสนิททันทีที่ขาก้าวลงจากรถได้

“เออๆเร่งอยู่เนี่ยนึกว่ารีบคนเดียวหรือไงวะ”จงฮยอนตระโกนตอบกลับคนที่วิ่งนำหน้า ซวยจริงไม่น่านอนดึกเพราะเล่นเกมส์กับไอ้คีย์เลยวันนี้เลยทำให้มาสายจนได้ ขายาวพยายามก้าวลงจากรถแต่เพราะกระเป๋าติดเบาะมันเลยกระชากตัวเขากลับเข้าไปชนกับขอบขอบประตูกว่าจะเอาออกได้ก็เสียเวลาไปอีก

ใบหน้าหวานหันกลับมามองเพื่อนตัวดีที่เพิ่งจะปิดประตูรถได้ในขณะที่ตัวเองวิ่งออกมาไกลแล้ว ชะเง้อคอมองหน้าคณะที ก้มดูนาฬิกาบนข้อมือที เหลือเวลาอีกไม่มากที่จะสามารถเข้าไปสอบสายได้เพื่อเขามันก็ช้าเหลือเกิน

“เร็วๆ” ออกวิ่งอีกครั้งเมื่อจงฮยอนวิ่งเข้าใกล้ตัว ต่างคนต่างวิ่งเพื่อให้ทันเวลาเข้าสอบ ลิฟต์อะไรไม่รู้จักแล้วงานนี้วิ่งขึ้นบันไดอย่างเดียวกว่าจะกด กว่าจะลงมาก็คงหมดแวลาเข้าสอบได้พอดี จงฮยอนวิ่งนำหน้าขึ้นเมื่อถึงชั้นที่สอบเข้า คีย์เร่งฝีเท้าให้เร็วแต่เพราะวิ่งขึ้นบันไดมา 5 ชั้นมันก็เหนื่อยเป็นธรรมดา ขาก็แทบจะก้าวไม่ออก วิ่งไปก็สูดอากาศเข้าปอดไป เกือบหายใจไม่ทัน

ปัก 

“โอ้ย” โดยไม่ทันระวัง คีย์วิ่งเข้าไปชนกับคนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องสอบ

“ขอโทษครับๆ”คีย์พูดอย่างรีบร้อนก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งไปข้างหน้าต่อ แต่ก็ถูกรั้งไว้ด้วยแขนของคนที่เพิ่งวิ่งชนไป

“ เดี๋ยว ขอโทษอย่างเดียวไม่พอหรอกนะ” คนตรงหน้าลุกก่อนจะก้มลงมองไปที่เสื้อตัวเองที่เลอะคราบกาแฟเต็มไปหมด

  เฮ้ยนี่มันชเวมินโฮ นายแบบวัยรุ่นที่กำลังดังอยู่ตอนนี้นี่นา เรียนอยู่มหาลัยนี้หรอทำไมเพิ่งเคยเห็น อย่าบอกนะว่าเข้าวิ่งชนกับคนดังเข้าแล้ว แต่จะว่าไปหมอนี้ก็หล่ออย่างที่เขาพูดกันจริงๆ แฮะ หน้าเนียนยิ่งกว่าผู้ชายทั่วไปในมหาลัยบางคนอีก

“นี้!!มินโฮเสียงดังเมื่อเห็นคนตรงหน้าพยายามที่เข้ามาใกล้ๆ หน้าของเขา คีย์กลับมายืนเป็นปกติหลังจากที่ขาและคออันสามัคคียื่นหน้าให้ไปสำรวจอีกคนจนลืมตัว

“โทษที”

“เฮ้ยคีย์ทำไรอยู่วะเร็วเข้า” เสียงของจงฮยอนดังมาจากทางเข้าห้องสอบ  คีย์หันไปมองเลยเพิ่งนึกได้ว่ามันกำลังจะหมดเวลาเข้าห้องสอบแต่พอจะวิ่งก็ถูกรั้งไว้อีกเช่นเคย

“นี้เสื้อฉันเลอะไม่เห็นหรือไง”มินโฮถามคีย์ที่พยายามจะไม่รับผิดชอบ

“อะไร”

“เสื้อฉัน”มินโฮพูดอีกครั้งมองคนตรงหน้านิ่ง

“เออ  รู้แล้วว่าเสื้อนายปล่อยได้หรือยัง” คีย์หันไปพูดเมื่อเห็นเสื้อของมินโฮก่อนที่จะพยายามแกะมือใหญ่ออกจากการเกาะกุม

“คิดจะปัดความรับผิดชอบหรอ เธอเป็นคนทำเสื้อฉันเลอะนะ”มินโฮหน้าแดงจัดเพราะความโกรธ วิ่งมาชนยังไม่พอยังมาทำเสื้อเข้าเลอะกาแฟอีก

“เฮ้ยไม่ทันแล้ว” คีย์ไม่ได้สนใจฟังในสิ่งที่มินโฮพูดเลย ทำเพียงมองไล่เสื้อของร่างสูงก่อนที่เสียงของจงฮยอนจดังขึ้นเพื่อเรียกเขาอีกครั้ง

“ถ้าอยากเข้าไปสอบเธอก็รับผิดชอบมาก่อน”มินโฮยื่นคำขาด คีย์มองมินโฮอย่างเหลืออด

 

ไม่เห็นเหรอวะ ว่าคนกำลังรีบอยู่

 

“เร็วเข้า”มินโฮย้ำอีกครั้ง

คีย์สูดหายใจเข้าเพื่อระงับอารมณ์ที่กำลังจะระเบิด คีย์หยุดเกะมือของร่างสูงก่อนจะแบมือไปตรงหน้ากระดิกนิ้วแทน “ถอดเสื้อนายมา”

“ห๊ะ”มินโฮได้ยินแทบจะไม่เชื่อหู

“ถ้านายอายที่จะใส่เสื้อเลอะคราบกาแฟนี่ก็ถอดเสื้อนายมา”คีย์พูดซ้ำอีกครั้ง ถ้าอยากให้รับผิดชอบก็เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าจะให้ออกไปซื้อให้ไหม่มันก็คงไม่ทันแล้ว

“...”

“เร็วเข้า” เสียงหวานย้อนคำพูดของร่างสูงเมื่อสักครู่ด้วยความเร่งรีบ

“ถ้าฉันถอดแล้วฉันจะใส่อะไรเธอคิดหรือยัง”

“โถ่โว้ย!คีย์ปลดกระดุมเสื้อของตัวเองออกอย่างรวดเร็วก่อนจะถอดเสื้อออกจนเหลือแต่เสื้อกล้ามสีดำที่ใส่ทับมาแล้วยัดใส่มือคนตรงหน้า

“ถอดเสื้อนายมา”

“ห๊ะ  เธอจะให้ฉันใส่เสื้อมีแต่กลิ่นคราบเหงื่อของเธอเนี่ยนะ”มินโฮหัวเราะกับการกระทำของคีย์

ต้องบ้าไปแล้วแน่ เขาเป็นนายแบบนะ จะใส่อะไรสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้เพราะเขาเองก็เป็นพรีเซนเตอร์เสื้อผ้าอยู่หลายยี่ห้อ กว่าจะออกจากบ้านได้ก็ต้องเลือกแล้วเลือกอีก แล้วอยู่ๆจะมาเอาเสื้อราคาถูกมาให้เขาใส่แบบนี้มันได้ที่ไหนกัน

“ไอ้คีย์!เสียงของจงฮยอนเรียกคีย์อีกครั้ง   คีย์ไม่สนใจคนตรงหน้าแล้วว่าจะคิดยังไงกับเสื้อผ้าที่เขาส่งไปให้ถึงอยากจะด่ากลับมาก็เถอะ  มือบางเข้าไปปลดกระดุมเสื้ออย่างถือวิสาสะอย่างรวดเร็วโดยที่มินโฮไม่ทันตั้งตัว

“เฮ้ยนี้เธอจะทำอะไร” มือหนาพยายามจับเสื้ออผ้าที่หลุดลุ่ยของตัวเองไว้แต่ก็คงมันทันเท่าความเร็วของคนตรงหน้า

 “ถอดเสื้อนายมาให้ฉัน”คีย์พูดไปทำไปจนได้เสื้อของมินโฮ คีย์มองเสื้อที่ได้มาสะบัดมันสองสามครั้งก่อนจะใส่มันแทนเสื้อตัวเดิมจัดแจงให้มันเรียบร้อย มองหน้าคนร่างสูงที่ยืนตัวเปล่ามองการกระทำของเขาไม่ว่างตาอย่างนึกฉุนอยู่ๆ ก็ต้องมามีกลิ่นกาแฟเข้าห้องสอบ

“ซวยชิบ” เสร็จเรียบร้อยก็วิ่งเข้าห้องสอบด้วยเสื้อที่เปื้อคราบ

“นี้เธอ!!”มินโฮรู้สึกหน้าร้อนขึ้นมาทันที ไม่ใช่เพราะความโกรธแต่เพราะอยู่ๆ ก็มีคนมายืนแก้ผ้าตรงหน้าแถมยังมาแก้ผ้าเขาเอาเสื้อไปใส่แบบไม่อายใครอีก

ไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับเขามาก่อน ถ้าเป็นคนอื่นคงรับผิดชอบด้วยการจ่ายเงินหรือไม่ก็อาสาเอาไปซักให้ แต่ทอมเมื่อกี้ทำอะไร แก้ผ้าต้อหน้าผู้ชายโดยไม่อายแถมยังยัดเยียดเสื้อตัวเองมาให้เขาใส่อีก มินโฮมองร่างนั้นจนวิ่งเข้าไปในห้องสอบก่อนจะก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ยังมีกลิ่นหอมอ่อนๆ  จากคนร่างบางที่วิ่งออกไปเมื่อครู่อยู่ๆ ก็ทำเอาเขาใจเต้นผิดปกติขึ้นมา พร้อมกับความคิดของเขา

 

มินโฮ มึงชอบทอมไม่ได้นะเว้ย นั้นมันทอม นั้นมันทอม ท่องไว้

 

 

 

 

 

นักศึกษาหลายชีวิตก้าวออกมาจากตึกคณะหลังจากที่การสอบในช่วงเช้าของตัวเองจบลง ร่าวไปถึงคีย์และจงฮยอนเองก็เช่นกัน สองเพื่อนซี้ก้าวออกมาจากตึกคณะด้วยโล่งใจที่การสอบผ่านไปได้ด้วยดี เทอมนี้ก็คงหนีไม่พ้น A ทุกวิชาเป็นแน่พวกเขามั่นใจ

 

ดีนะที่นายเข้าไปทันก่อนที่อาจารย์จะปิดประตูห้องสอบจงฮยอนที่เดินคู่มาด้วยพูดขึ้นหลังจากที่ตอนเช้าคีย์ที่วิ่งนำอยู่แท้ๆกลับเข้าห้องช้ากว่าเขา

ชิส์  อย่าเพิ่งพูดตอนนี้ฉันโคตรมึนหัวเลย พูดจบก็ยกมือกุมขมับทั้งสองข้างของตัวเอง

จงฮยอนมองเพื่อนอย่างแปลกใจ แค่เรื่องสอบแค่นี้ทำเอาเด็กที่ได้คะแนนระดับต้นๆของมหาลัยถึงกับปวดหัวเลยหรอ ก่อนจะสังเกตเห็นคราบสีน้ำตาลที่ละเลงบนเสื้อเชิ้ตของเพื่อนรัก ถึงว่าตอนอยู่ในห้องสอบกลิ่นกาแฟลอยมาเต็มเลยที่แท้ก็มาจากคนข้างๆนี้เองที่ส่งกลิ่นรบกวนการสอบคนอื่น

เสื้อนาย” จงฮยอนมองเสื้อของคีย์อย่างแปลกใจ

เออเนี่ยแหละ ทำเอาฉันปวดหัวเสื้อของฉันตัวนั้นเพิ่งซื้อมาใหม่ด้วยคีย์ทำหน้าเซ็ง

ก็ตอนเช้าเสื้อที่ฉันเห็นมันก็ดีอยู่นี่หว่า แล้วทำไมตอนนี้มันถึง...จงฮยอนไม่พูดต่อแต่ใช่สายตามองแทน ตอนเช้าเพิ่งจะได้กลิ่นเหม็นใหม่มาแท้ๆแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยความเละของกาแฟ

เออ เนี่ยแหละเซ็งอยู่ ตอนบ่ายฉันต้องไปชมรมด้วยพูดจบคีย์ก็ทำหน้าเซ็ง

แล้วไปทำอะไรมาจงฮยอนยังถามต่อ

วิ่งชนชาวบ้านเมื่อเช้า จงฮยอนพยักหน้าอย่างเข้าใจ คงจะเป็นตอนที่พวกเขาวิ่งมาเข้าสอบตอนเช้าแน่ๆ 

สีหน้าของคีย์บ่งบอกอย่างมากว่าเซ็งสุดๆ กับเรื่องที่เกิดขึ้น เพราะความไม่ระวังของตัวเองถึงได้เป็นแบบนี้  เหม็นและสกปรก คิดผิดหรือเปล่าที่เปลี่ยนเสื้อกับผู้ชายคนนั้นถ้ารู้ว่าจะต้องทำให้ตัวเองหงุดหงิด เพราะเสื้อตัวเดียว

ฉันว่าฉันกลับบ้านดีกว่า คีย์ตัดสินใจที่จะกลับดีกว่ามานั่งดมกลิ่นแถมยังเป็นขี้ปากชาวบ้านมันดูจะเด่นเดินไป 

ถึงเขาจะหน้าตาดีแค่ไหนแต่ถ้าสกปรกมอบแมมก็ทำลายชื่อเสียงของเขาได้เหมือนกัน  ข่าวเสียๆ มักจะกลบข่าวดีของคนเสมอ  แล้วยิ่งเป็นเด็กที่มีผลการเรียนดีอย่างเขาแล้วมันยิ่งทำให้เขาดังมากกว่าคนอื่นซะอีก

อืม ก็ดีเหมือนกันนะ ปล่อยพี่จินกิสักวันเหอะเนอะรอยยิ้มหยอกล้อหันมามองหน้าคีย์อีกครั้งเมื่อเอ่ยถึงอีกคน

 คีย์หันมามองหน้าจงฮยอนอย่างรู้ทัน  เพื่อนคนนี้มักจะขอตัวหนีทุกครั้งที่เขาเดินตามรุ่นพี่จินกิ  รุ่นพี่จินกิจะไปไหนทำอะไร คิมคิบอมรู้ทุกอย่าง ชอบอะไร ไม่ชอบอะไรคิมคิบอมคนนี้ก็รู้และวันนี้เขาก็รู้ว่าถ้าเขาไม่ไปที่ชมรมคณิตศาสตร์ยัยฮยอนอาคู่แข่งตัวแสบก็คงได้ใจ

“ไม่!!

จะไปทั่งอย่างนี้เนี่ยนะจงฮยอนมองสำรวจสภาพของร่างตรงหน้า เมื่อได้ยินคำตอบที่ชัดถ้อยชัดคำของเพื่อนตัวเอง

ใครบอกว่าฉันจะไป  นายต้องไปแทนฉัน

 “ห๊ะ!” แทบไม่อยากจะเชื่อหูในสิ่งที่ได้ยิน จงฮยอนชี้หน้าตัวเองทันทีที่คีย์พูดจบ ไม่น่าเลย ไม่น่าพูดชื่อพี่จินกิออกมาเลย

 

 

 

           เสียงการท่องสูตรของอาจารย์วิชาคณิตศาสตร์ดังมาถึงหลังห้อง สีหน้าและอาการอยากนอนของจงฮยอนก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

อ้าปากหาวไปไม่รู้กี่ร้อยรอบแต่ก็ต้องฝืนใจมองลีจินกิรุ่นพี่ที่คีย์ปลื้มนักปลื้มหนาว่าหล่อแถมฉลาดฐานะทางบ้านก็เพียบพร้อมไปหมด  แต่สำหรับจงฮยอนก็แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่มองกี่ครั้งมันก็คนเหมือนกับเรานี้แหละ  ถ้าไม่ติดว่าคีย์ให้ถ่ายรูปถ่ายคลิปส่งให้ในแชทปานนี้คงหนีเข้าชมรมตัวเองไปนอนรอคนอื่นอยุ่ในห้องคงดีซะกว่าและถ้าไม่ติดว่าเพื่อนตัวดีเอาพี่สาวของตัวเองมาอ้างก็คงไม่ทำแบบนี้ คิมซูยอน คือเหตุผลหลักที่ทำให้ผู้ชายปกติอย่างเขาต้องมาถ่ายรูปผู้ชายด้วยกันเอง (_’’_)

แปลกจังทำไมวันนี้พี่คีย์ถึงไม่มาด้วยนะเสียงหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านหน้าพูดลอยๆ ขึ้นมา

เมื่อเห็นว่าจงฮยอนมาคนเดียว

 

อย่าไปใส่ใจ

 

คำเดียวที่จงฮยอนมักจะใช้กับคนที่พยายามจะหาเรื่องเขาด้วยคำพูด ทั่งที่เป็นรุ่นน้องเขาแท้ๆ แต่กลับไม่มีมารยาทให้การให้ความเคารพรุ่นพี่อย่างพวกเขาเลย ห่างกันตั้งสองปีรู้อย่างนี้ตอนรับน้องจะเอาให้หนักกว่าโดนปาลูกโป่งใส่น้ำซะอีก

จะมาหรือไม่มาก็ค่าเท่ากันนั้นแหละฮยอนอายังลอยหย้าลอยตาพูดมันต่อ พี่จินกินะสนใจเพศตรงข้ามมากกว่า

...

เพราะอะไรนะเหรอ ก็เพราะสวยกว่า บอบบาง น่าทะนุถนอมและก็ที่สำคัญเป็นผู้หญิง

...

ฮ่าๆ

เฮ้อ~” จงฮยอนถอนหายใจ ส่ายหัวไปมาก่อนจะฟุบหน้าลง เขาไม่ได้อยากฟังอะไรที่มันไร้สาระแบบนี้ในชมรมที่มีแต่คนหัวกระทิ แต่เพราะไม่ได้นั่งห่างกันมากนักคำพูดเปรียบเปรยที่ไม่ได้อยากได้ยินมันก้ดันได้ยินมาด้วย แค่สัมการบ้าๆ บอๆ หน้ากระดาษก็น่าเบื่อจะแย่อยู่แล้วยังต้องมาฟังอะไรไร้สาระแบบนี้อีก อยากจะกลับบ้านไปนอนซะจริง

แรงละซิ ฮ่าๆ

“อืม หนักเลยละสมองเธอน่ะจงฮยอนที่นั่งฟังอยู่นาน โงหน้าขึ้นมองคนที่มองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว

ห๊ะมะ...เมื่อกี้นายว่าอะไรนะ!”เสียงสั่นๆ เพราะความโกรธที่จงฮยอนด่ากลับโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ปกติเห็นออกจะเป็นคนนิ่งๆ ไม่คิดว่าจะพูดแบบนี้กับเขาเป็นด้วยทั่งที่ส่วนใหญ่จะเห็นคีย์มากกว่าที่เป็นคนพูดแบบนี้

ก็จริงอย่างที่พูดอ่ะเนอะ ผู้หญิงสวยกว่า บอบบาง น่าทะนุถนอม แต่ถ้าผู้หญิงจะให้ท่าผู้ชายขนาดนี้มันก็ไม่น่ามีสามอย่างที่พูดออกมาหรอก

อะไรนะ

เขากำลังว่าเธอให้ท่าพี่จินกินะแทมินที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาบอกเสียงเรียบ

ไอ้!”

ยังไม่ทันที่ฮยอนอาจะพูดอะไรเสียงของคนอยู่ด้านหน้าชั้นก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ แทมินดึงฮยอนอาให้หันมาสนใจด้านหน้าก่อนที่นิ้วเรียวจะชี้หน้าของจงฮยอนเป็นการบอกว่า  ฝากไว้ก่อน

พี่จินกิทางนี้ค่ะเสียงของยัยฮยอนอาคนเดิมแจ๋นขึ้นเมื่อเห็นว่าจินกิกำลังมองหาใครซักคน ใบหน้าคมหันมาตามเสียงเรียกก่อนที่จะส่งยิ้มมาทางแทมินกับฮยอนอาที่นั่งรออยู่ด้านหลังห้อง

แทมิน ฮยอนอา รอนานไหมร่างสูงเอ่ยทักเมื่อมาถึง

ไม่หรอกคะ แค่เห็นหน้าพี่จินกิก็หายเหนื่อยแล้วละค่ะฮยอนอาส่งยิ้มหวานที่สุดให้ก่อนจะบิดตัวเอียงอายเพราะความเขิน รู้จักกันมาก็นานแต่เพิ่งจะมีโอกาสได้มาเห็นพี่จินกิในมุมของนักศึกษาหัวกระทิก็ตอนที่เข้ามาเรียนที่นี้ มันยิ่งทำให้เธอชอบพี่ชายตรงหน้าขึ้นไปอีก

จะเหนื่อยได้ยังไง ไม่เห็นว่าจะทำอะไรซักอย่าง น้ำเสียงที่ไม่ได้ใส่ใจออกมาจากปากของจงฮยอน ทำให้ฮยอนอาหันมาทำสายตาค้อนใส่ แต่คนอย่างจงฮยอนเหรอจะกลัวกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกว่ายัยนี้ทำอะไรก็ดูไม่ได้ซักอย่าง

กลับบ้านกันเถอะเสียงของจินกิดึงฮยอนอาให้กลับมาสนใจคนหล่อด้านหน้าอีกครั้งก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้ตามเดิม 

ผมถือเอง จินกิยื่นมือไปหมายจะหยิบกระเป๋าให้แทมิน แต่ก็ถูกคว้าไว้ก่อน

อืมสีหน้าที่น้อยใจเล็กน้อยของจินกิมองแทมินควงแขนกับฮยอนอา

“เอ่อ พี่จินกิเรียนเหนื่อยแล้วไม่เป็นไรหรอกคะแทมินแค่อยากถือของเอง” ฮยอนอาที่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าดีพูดปลอบพี่ชายที่หน้าเสียไปแล้ว บางทีเธอก็แอบน้อยใจแทมินแทนพี่จินกิเองอยู่หลายครั้งที่แทมินเมินพี่ชายตัวเองขนาดนี้ แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้ แทมินออกแรงดึงให้ฮยอนอาเดินตามออกมาจากห้องโดยที่จินกิเดินตามอยู่ด้านหลัง

   สายตาคมมองหลังน้องชายของตัวเองที่เดินควงคู่กับพื่อนสนิท หัวสมองนึกคิดในสิ่งที่อยากให้กลับมาเป็นเหมือนวันวาน ถ้าแทมินกลับมาเป็นคนเดิมที่เคยยิ้มที่เคยหัวเราะอย่างเมื่อก่อนได้อะไรๆ ตอนนี้คงมีสีสันกว่านี้  ยังดีที่นายไม่ปิดกั้นตัวเองจากใครทั้งหมด อย่างน้อยก็ฮยอนอา หวังว่าซักวันนายจะเปิดใจให้พี่ชายคนเดียวเข้าไปในนั้นบ้าง

 

 

T I M E 2 L O V E

 

 

เช้าวันใหม่เริ่มต้นด้วยความวุ่นวายอีกครั้งกับคนสองคน มือเรียวกำลังค้นหาบางอย่างอยู่ในถังขยะ รวมไปถึงรอบๆ ถังขยะเองก็ด้วยแต่กลับไม่เห็นวี่แววสิ่งที่กำลังมองหาแม้แต่เศษเล็กๆ

แน่ใจเหรอ ว่าหายอยู่แถวนี้จงฮยอนที่กำลังหาของในซอกของมุมตึกถามขึ้น

แน่ใจซิก็เมื่อวานฉันวิ่งล้มตรงนี้  ที่จริงตามที่ฉันคิดไว้มันไม่น่าจะไปไหนไกลมากเลยนะแต่ทำไมไม่เห็นมันเลยละ

ความคิดกับความเป็นจริงมันต่างกันนะจงฮยอนมองคีย์ที่ค้นถังขยะไม่เลิก ว่าแต่นายไปชนกับใคร เขาอาจจะเก็บไว้ให้ก็ได้

เออ...นั้นซิคีย์หันมาตอบก่อนจะทำท่าครุ่นคิด จำได้ว่าดูดีแล้วก็หล่อมากเป็นคนดังแต่ดันจำชื่อไม่ได้ซะงั้น

คือ...ฉันจำไม่ได้วะ

อะไรนะ!

ฉันจำได้ลางๆ ว่าสูงๆ หล่อๆ เออ...เป็นนายแบบด้วยนะคีย์เน้นประโยคสุดท้ายหนักแน่นอย่างมั่นใจ

แล้วใครวะนายแบบมหาลัยเรามีตั้งเยอะแล้วแต่ละอย่างที่พูดมานายแบบทุกคนก็มีแบบนั้นกันหมด  พูดซะกว้างขนาดนั้นใครมันจะไปรู้ด้วย มหาลัยนี้ไม่ได้มีแต่นายแบบแค่คนเดียวนะเว้ย

ทำไงดีถ้าพี่ซูยอนรู้เข้าต้องด่าฉันแน่ๆเลย มันเป็นของที่พ่อของฉันเขาให้ก่อนท่านจะเสียด้วย

พูดจบปากก็เริ่มเชิดขึ้นเหมือนกำลังจะร้องไห้มองหน้าเพื่อนเพื่อขอความช่วยเหลืออีกครั้งแต่จะทำอะไรได้ล่ะ จงฮยอนได้ส่ายศรีษะถอนหายใจกับการหาของสำคัญชิ้นเล็กที่มันหายไป ปานนี้ไม่รู้ว่าแม้บ้านจะเก็บมันไปทิ้งแล้วหรือเปล่า อาจจะอยู่ในรถขยะคันใหญ่ไปตั้งแต่เช้าแล้วก็ได้ตอนนี้มันก็คงกำลังโดนแปลรูปไปแล้วแน่ๆ

ใช่อันนี้หรือเปล่าเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลัง

พวงกุญแจห้อยกระเป๋าสีชมพูรูปผีเสื้อลอยหน้าลอยตาบินไปมาตามแรงลม มือหนาชูมันขึ้นให้อีกคนดู ตาสวยมองตาแรงแกว่งไปมาก่อนที่จะยกยิ้มขึ้นแล้วพยักหน้าเป็นคำตอบ

 อ่า ใช่อันนี้แหละคีย์วิ่งตรงเข้ามาหมายจะจับของในมือของผู้หวังดีที่เอามาให้แต่นายแบบคนดังก็ริบมันกลับคืนไปก่อน

เดี๋ยวจะให้กันง่ายๆได้ไงคีย์มองคนตรงหน้าอย่างแปลกใจ มินโฮจะโยนของบางอย่างมาให้เขามันคือเศษเหล็กสีดำหน้าจอแตกจนใช้ไม่ได้

ของฉันมันหล่นตอนที่วิ่งชนกับเธอเมื่อวานคีย์มองมือถือที่พังอยู่ในมือก่อนจะมองหน้าของมินโฮ นอกจากจะทำกาแฟหกใส่เสื้อไม่พอยังไปทำโทรศัพท์เขาพังอีกเหรอวะ คิมคิบอม

สองหมื่นถ้วน

ห๊ะ!!!”มือถือที่อยู่ในมือล่วงหล่นอย่างไม่ได้ตั้งใจทันทีที่ได้ยินราคาของมัน

ละ...แล้วฉันจะเอาเงินที่ไหนไปให้นายละ

ไม่ใช่ว่าไม่มีแต่เงินที่พี่เพิ่งให้เป็นค่าขนมประจำอาทิตย์เพิ่งจะหมดไปกับรายงานที่ต้องส่งไปเมื่อเช้า ถามว่าเบิกได้หรือเปล่ามันก็ได้ แต่ใครจะไปขอเบิกตั้งสองหมื่นเพราะค่าโทรศัพท์รุ่นล่าสุดแต่ไม่คงทนกลับการใช้งานแบบนี้

นั้นมันเรื่องของนายมินโฮตอบกลับหน้าตาเฉย จงฮยอนที่ยื่นฟังอยู่นานหยิบมือถือที่คีย์ทำหล่นเพราะได้ยินตัวเลขที่แพงหูฉี่ของมันขึ้นมาตบๆเคาะๆ

มือถือบ้าอะไรวะแพงแต่ไม่ทนเสียดายเงินชะมัดจงฮยอนมองหน้ามินโฮอย่างหาเรื่องแต่มินโฮกลับไม่สะทกสะท้านกับสายตาที่ส่งมาเลยด้วยซ้ำ จงฮยอนโยนมันกลับไปหาเจ้าของโดยไม่กลัวเลยว่ามันจะโดนหน้าคนรับหรือเปล่า

คีย์ไม่ต้องเอาหรอกพวงกุญแจนั้นเดี๋ยวฉันซื้อให้ใหม่ก็ได้จงฮยอนดึงมือคีย์ให้หันกลับไปตามแรง

น่าเสียดายเนอะ ได้ยินว่าเป็นของสำคัญไม่ใช่เหรอ”

มินโฮควงพวงกุญแจไปมาต่อหน้าร่างบางที่มองมันไม่กระพริบ จะยื่นมือไปหยิบก็คงยากเพราะดูท่าคนที่ถืออยู่คงไม่ปล่อยมันมาให้เขาง่ายๆ

“แต่พอมาอยู่ในมือของฉันมันก็ไม่สำคัญอะไรแล้วละโยนมันทิ้งไปน่าจะดีกว่า

รอยยิ้มมุมปากเผยขึ้นให้เห็นบนใบหน้าหล่อ ยักคิ้วข้างนึงขึ้นเพื่อลองเชิงว่าคนตรงหน้าจะตอบอะไรกลับมาบ้างแต่กลับยืนเงียบทั่งคู่ ถ้างั้นลาก่อนแล้วกันนะ

มินโฮโยนมันลงไปยังชั้นล่างที่มีบ่อน้ำข้างสวนหย่อม คีย์มองตามของที่ลอยออกไปตามแรงโยนก่อนที่มันเห็นว่ามันตกลงใปในบ่อน้ำข้างล่าง

นี้ นั้นมันของฉัน

มินโฮไม่สนใจเสียงของร่างบางเลยซักนิดก่อนจะแสยะยิ้ม หยักไหล่เหือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วหันหลังเดินออกจากตรงนั้นแต่ก็ก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ถูกมือบางดึงให้หันกลับมา

 ขายาวของจงฮยอนที่กำลังจะก้าวเข้าไปกระชากนายแบบดังให้หันมาคุยกันหยุดลงทันทีเมื่อคีย์แขนของเขาไว้พร้อมกับเหวี่ยงกระเป๋าเป้ของตัวเองมาให้เขาถือ ร่างบางตรงเข้าไปกระชากแขนของคนที่ทำความผิดเอาไว้ก่อนที่จะปล่อยหมัดของตัวเองลงบนใบหน้าคมนั้นโดยไม่นึกเสียดายความหล่อที่มีเลยซักนิด

ปัก

“นี้เธอ!” มินโฮร้องขึ้นเมื่อหมัดปล่อยเข้าที่ใบหน้าอันมีค่าของตัวเอง เขาหันกลับมามองหน้าหน้าคนที่กล้าทำลายใบหน้าหล่อๆ ของตัวเอง รู้ไหมว่าหน้าของเขามันสำคัญต่อการทำงานขนาดไหน

งั้นหน้านายก็ไม่สำคัญกับฉันเหมือนกัน

หน้าที่ขึ้นสีเพราะความโกรธบวกกับดวงตาแดงก่ำเคล้าไปด้วยน้ำตาที่คลออยู่นัยน์ตาหวานทำให้มินโฮแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเองก็ลืมนึกไปว่าคนตรงหน้าไม่ใช้ผู้หญิงแค่ร่างกายที่เขาจะแกล้งได้อยู่ฝ่ายเดียว

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #173 dream (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 19:36
    ยังไงต่อล่ะ
    #173
    0
  2. #171 teddy_ >O< (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2556 / 00:12
    วิธีแก้ปัญหาของคีย์ล้ำมาก -0-
    #171
    0
  3. #162 runwithyou SH (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2556 / 20:07
    ว๊ากกกก  ติดตาม
    #162
    0
  4. #117 so daa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2555 / 19:34
    อย่างนี้ต้องตาม ขออนุญาตน่ะค่ะ
    #117
    0
  5. #105 Pmk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2555 / 01:44
    น่าอ่านอ่าาา สนุกแน่
    #105
    0
  6. #92 ❥MinoZ. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2555 / 17:22
    หน่อวววว  ไรเตอร์น่ารักมากรักไรเตอร์มากค่ะ  
    #92
    0
  7. #82 kimmin hokey :))'' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มกราคม 2555 / 16:48
    โอ่ววววววววว

    แค่เริ่มเรื่องน่ะเนี่ย
    #82
    0
  8. #67 Hpatik (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 22:25
    จะติดตาม:)
    #67
    0
  9. #48 fah_ชยาอินี่ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2553 / 16:27

    น่าอ่านค่ะ

    #48
    0
  10. #32 +_+หญิงนุ้ย+_+ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2553 / 14:10

    น่าหนุกนะ

    #32
    0
  11. #27 candy99 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2553 / 00:14
    น่าหนุกก

    #27
    0
  12. #15 ninomi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 เมษายน 2553 / 23:55

    สู้ๆนะงับ ๆ พี่หนิง

    #15
    0
  13. #3 newengy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2553 / 00:44
    ติดตามต่อนะคะ
    #3
    0
  14. #1 satanboyband (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2553 / 11:40
    เรื่องน่าติดตาม สู้ๆ นะฮะ
    #1
    0