The end of light

ตอนที่ 112 : อรุณรุ่งที่ 2 : Tear VS Light

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

อรุณรุ่งที่ 2 : Tear VS Light

               

เจ้ามาที่นี่เพื่อสิ่งใด

                เรามาเพื่อมอบเสียงเพลงให้กับโลกใบนี้ เฟรีน่าพูดขึ้นก่อนเธอจะร้องเพลงออกมา

                คลื่นความสั่นสะเทือนที่เรียกว่าเสียงดังก้องไปทั่วดินแดนใต้โลก หัวใจของโลกนิ่งเงียบงัน ความหมายของเพลงกำลังสั่นสะเทือนหัวใจดวงใหญ่ดวงนั้น

                นานมาแล้วที่ข้าไม่ได้รู้สึกอิ่มเอมใจขนาดนี้ เพลงนี้ชื่อว่าอะไรรึ?”

                ละอองแห่งฝัน และ ต่อด้วยบทเพลงนี้ ลำนำแห่งความสุข เฟรีน่ายิ้ม เพลงของเธอเริ่มต้นด้วยความเงียบงัน ทำนองที่เกิดจากเวทมนตร์ดังขึ้นมา เสียงเพลงอันผ่อนคลาย ดึงผู้ฟังเข้าสู่บทเพลงตั้งแต่แรกสัมผัส ทำนองนุ่มนำพาความสุขมายังผืนดินมืดมิดที่แสงมิอาจส่องถึง เวลาความสุขผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงท้ายบทเพลง

                เป็นเกียรติยิ่งที่ได้ร้องเพลงให้ท่านได้ฟัง หัวใจของโลก

                เราก็เช่นกัน นักดนตรีหัวใจของโลกร้องตอบ เฟรีน่าขยับตัวถอยออกมาเล็กน้อย

                ข้าเคยคิดว่าเจ้าอ่อนแอเกินกว่าจะเป็นผู้รับปณิธานแห่งเสียงเพลง ตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าข้าคิดผิด เจ้าคือนักดนตรีผู้นำทางความสุขอย่างเป็นทางการแล้ว

                นำทางความสุขงั้นรึ? แม้ในขณะที่ท่านกำลังฉีกโลกใบนี้เป็นชิ้นๆด้วยสงครามปณิธานอย่างนั้นเหรอ?”

                เกรงว่ามิว่าเป็นใครก็มิอาจหยุดชะตากรรมนี้ได้ หมากกระดานนั้นได้เริ่มต้นไปตั้งนานแล้ว

                ข้ายังสงสัย หากเกมนี้คือหมากกระดาน คู่ต่อสู้ของท่านคือใครกันแน่

                ยังจะมีใครอีกรึ?” หัวใจของโลกย้อนทว่าเฟรีน่ายังนึกคนที่ว่าไม่ออกแต่ดูท่าแล้วหัวใจของโลกคงไม่คิดจะตอบตรงๆแน่ๆ

                ก่อนจากไป ข้าขออะไรบางสิ่งได้ไหม?”

                ว่ามา...

                เฟรีน่าเอ่ยคำขอนั้นออกไป

                แต่นั่นอาจทำให้เจ้าดับสูญได้เลยนะ มิสงสารความหวังนั่นหน่อยหรือ?”

                มันจำเป็น

                ถ้าอย่างนั้นข้ามีข้อแลกเปลี่ยน

                “…”

**************************

                สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว ไลท์และเฟรีน่านั่งมองขอบฟ้าจากมหาวิหารแห่งทิวากาล ทุกๆเช้าเฟรีน่าต้องตื่นเพื่อไปคุยกับหัวใจของโลก ไม่รู้ว่าเธอกับหัวใจของโลกมีข้อตกลงอะไรกัน วันนี้เป็นอีกวันที่ไลท์ตื่นขึ้นมาแบบเพลียๆเพราะเฟรีน่าปลุก เด็กหนุ่มดันตัวขึ้นมาพลางคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

                มิราเคิล? เมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์เด็กหนุ่มเพิ่งนึกออกว่าบัลลังก์แห่งแสงอาจจะมีสมบัติอีกอย่างหนึ่งที่เขาพลาดไป

                ออโรลาเกท สู่บัลลังก์พฤกษาขาวไลท์ร้องก่อนจะหายตัวไปแบบเงียบๆคนเดียว

                กะแล้วต้องอยู่ที่นี่จริงๆด้วย เมล็ดพันธ์แห่งความหวังเด็กหนุ่มร้องพลางสัมผัสบัลลังก์ที่คุ้นเคยใหม่อีกครั้ง เมล็ดพันธ์ส่องแสงสว่างจางๆอยู่ในช่องลับบนต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เบื้องหลังพนักพิงของเทพแห่งแสง

                เด็กหนุ่มค่อยๆยื่นมืออกไป แสงสว่างเล็กๆลอยออกมาจากต้นไม้ยักษ์สู่มือของไลท์ ทว่าตอนนั้นเองเหมือนภาพได้ตัดลงไป รู้สึกตัวอีกทีบรรยากาศรอบตัวก็เปลี่ยนไปเป็นมิติสีดำ รอบตัวมีดวงดาวนับล้านส่องแสงระยิบระยับ

                ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงเสียงอันคุ้นเคยร้อง

                ทะ ท่าน ไทป์ไลท์ร้องอย่างดีใจทว่าอีกฝ่ายกลับส่ายหัวเบาๆ

                นี่เป็นเพียงร่างในความทรงจำของเราเท่านั้นไทป์คนนั้นตอบเทพแห่งแสงตัวจริงดับสูญไปแล้วในสงครามที่ผ่านมา นั่นทำให้ไลท์ค่อยๆหุบยิ้มลง

                บัลลังก์แห่งแสงยังไม่ได้ถูกมอบให้กับท่านโดยสมบูรณ์ ไลท์

                ยังเหลือบททดสอบสุดท้ายที่ท่านต้องเจอไทป์ร้องพลางหยิบดาบออกมา ตอนนั้นเองที่ชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นจากด้านหลังของไทป์

                ชั้นยังคงเป็นเจ้านายของเมล็ดพันธ์แห่งแสง หนึ่งในสมบัติทั้งแปด

                สมบัติทั้งแปด?”ไลท์ทวนคำทว่าเทียร์ไม่ได้ให้คำตอบ

                เทียร์ไลท์เรียกชื่ออีกฝ่ายเขาพอจะรู้แล้วว่าบททดสอบที่ว่านี่คืออะไร ก่อนหน้านี้เทียร์เคยเปรยๆเรื่องนี้ให้เขาฟังอยู่เหมือนกันเกี่ยวกับการสืบทอดบัลลังก์พฤกษาขาว

                มาเริ่มกันเถอะ การต่อสู้ของเทพแห่งแสง ไทป์ร้องก่อนค่อยๆจางหายไปและการต่อสู้ของเทียร์กับไลท์จึงเริ่มต้นขึ้น

                “…”

                ทางด้านเฟรีน่าที่เพิ่งกลับมาจากการไปเฝ้าหัวใจของโลก พอมองๆไปไม่เจอใครก็นึกสงสัยว่าทุกคนหายไปไหนกันหมด จะมีก็แต่ควีนที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มเดินเข้ามาหา

                ตามมาสิ เรามีอะไรจะให้ดูควีนยิ้มก่อนจะพบว่าตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่กระท่อมของควีนเรียบร้อยแล้ว

                ชั้นจะสอนวิถีแห่งนักดนตรีให้กับเธอเสียงนั้นร้องบอก ทว่าเฟรีน่าได้แต่เบิกตากว้างทำตัวไม่ถูกเพราะควีนพุ่งตัวง้างหมัดพุ่งเข้าใส่เธอแล้ว

                ดูท่าน่าจะสนุกนะคะเฟรีน่ายิ้มก่อนปล่อยเวทมนตร์สีรุ้งออกมารอบตัว

                ถึงขนาดใช้ ออโรลาเมจิกได้แล้ว เธอนี่ตายคุ้มจริงๆ

                ออโรลาเมจิกเป็นเวทมนตร์ขั้นสูงมากๆของสายเอเลเมนต์ ทำให้สามารถใช้เวทมนตร์โดยไม่ต้องร่ายเวทย์นอกจากนี้ยังสามารถปรับปรุงคุณสมบัติของเวทมนตร์ได้ตามใจชอบ วิชานี้เป็นหนึ่งในวิชาที่ปิเอโร่ใช้ในการรวมพลังของทุกคนเพื่อกำจัดลูซิเฟอน่า

                ถ้าอย่างนั้นลองเจอนี่หน่อยบทกวีสีอำพันควีนร้องเสียงดังก่อนที่ภาพมายาจะเริ่มร้อยเรียงรอบตัวทั้งคู่ ควีนหายไปจากสายตา เฟรีน่าพบว่าตัวเองอยู่ท่ามกลางฝูงสัตว์หิวโหยกำลังแห่เข้ามาขย้ำเหยื่อ

                ฝูงสัตว์กระโจนเข้าหาอย่างพร้อมเพรียง เฟรีน่าใช้ออโรร่าเมจิกผ่าออกเป็นคลื่นหวังกวาดพวกมันหมดในคราวเดียวแต่ภาพมายากลับประกอบตัวเองขึ้นมาใหม่ คราวนี้เฟรีน่าจึงตัดสินใจเผาพวกมันทั้งหมด ทว่าแม้เหลือเพียงเศษเนื้อพวกมันก็ยังพุ่งตัวเข้าจู่โจมเธออยู่ดี

                ชวนคลื่นไส้นะเฟรีน่าทำหน้าตาเหยเกก่อนระดมยิงเวทย์นับสิบชุดเพื่อทำลายให้สิ้นซาก ทว่ามนตร์มายาของควีนยังทะยอยออกมาเรื่อยๆราวกับน้ำป่า

                ทำลายยังไงก็ไม่ตาย แถมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆอีกเฟรีน่าเริ่มเหลืออดก่อนจะใช้เวทย์ลอยตัวขึ้นจากนั้นคลายมือออกพร้อมกับการปรากฏตัวของวงแหวนเวทย์สีดำแปลกตาทั้งสามที่กลางหลัง

                จุดสูงสุดของเวทย์มนตร์ เวทมนตร์ที่กินเวทมนตร์ อักขระรัตติกาล

                ช่องว่างสีดำสูบเวทมนตร์ของควีนเข้าไป ทว่ามีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่มันดูดเข้าไปได้ เวทมนตร์ของควีนบางส่วนยังคงทำงานนี่คือจุดเด่นของราชินีพันปี เวทมนตร์ของเธอเกิดจากเวทมนตร์อันหลากหลายค่อยๆประกอบกันเป็นสถาปัตยกรรมอันทรงพลัง เพราะเหตุนั้นตอนที่เวทมนตร์ถูกทำลาย ทุกอย่างเลยเหมือนกลไกที่ซ่อมแซม หรือทำได้แม้กระทั่งแก้ไขและเสริมแต่งตัวเองได้ นับเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ที่ประหลาดและเก่งที่สุดคนนึงเลยจริงๆ

                อยู่อัตราเร่งของเวทย์ละนะควีนยิ้มทั้งคู่กำลังลุ้นว่าระหว่างความเร็วในซ่อมแซมตัวเอง เวทย์ของควีนหรือความเร็วในการดูดกลืนเวทย์ของเฟรีน่าที่ไวกว่า

                หรือผลลัพธ์อยู่ที่ความอึดกันนะเฟรีน่าตอบกลับเมื่อเห็นว่าอัตราเร่งของทั้งคู่นั้นพอๆกัน

                แต่เราว่าน่าจะเป็นความว่องไวนะควีนหัวเราะพลางปรากฏตัวด้านหลังของเฟรีน่าพลางชกออกไปเต็มแรง ถึงแม้มีโล่ออโรลาแต่เฟรีน่าก็กระเด็นไปไกลหลายเมตร

                บทเพลงสยบผู้เดียวดาย ราตรีแห่งมวลมิตรเฟรีน่าร้องเพลงออกมา เสียงของเธอดึงจิตใจลึกๆของผู้ฟังออกมา การที่ควีนเลือกอยู่อย่างโดดเดี่ยวคงมีสาเหตุจากอะไรสักอย่าง เฟรีน่าจึงใช้จุดนี้ในการโจมตีจิตใจของอีกฝ่าย ทว่าแม้เสียงเพลงจะไพเราะมีพลังอำนาจมากเพียงใด ก็ไม่ได้ทำให้จิตใจที่ดำดิ่งในความมืด ผ่านร้อนผ่านหนาวมานับพันปีสะเทือนได้แม้สักนิด

                บทเพลงแห่งความพยายามที่ไร้ผลควีนร้องเพลงขึ้นมาก่อนแผ่ออร่าสีดำออกมา กลับเป็นเฟรีน่าที่ทรุดตัวลง ร่างกายของเธอกำลังปริแตกจากคลื่นเสียงของอีกฝ่าย

                ออโรลาเมจิก หยุดมันเดี๋ยวนี้เฟรีน่าตวาดลั่น เธอไม่มีทางเลือกจึงตัดปัญหาด้วยการแปลงออโรลาเมจิกเป็นตัวกรองเสียงเพื่อลบพลังของควีนออกไป

                ฉลาดดีนี่ควีนร้องหนามสีดำแทงขึ้นเหนือพื้น เฟรีน่าลอยตัวขึ้นหลบ แต่ควีนไวกว่าลากคอเสื้อของอีกฝ่ายฟาดลงกับพื้น น้ำแข็งแตกกระจายเป็นทางเฟรีน่าจมลงไปในน้ำเย็นเฉียบ

                ยังห่างไกลนัก เจ้าเด็กน้อยควีนร้องก่อนค่อยๆหันหลังกลับไปอย่างไม่ใยดี

                “…”

                นายคือเทียร์จริงๆรึ?”

                ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นใครล่ะเจ้าเซ่อเทียร์ตอบพลางส่ายหัวกับอาการเซ่อซ่าของไลท์

                แหม ที ไทป์ยังเป็นร่างจากความทรงจำได้เลยไลท์ตอบพลางเรียกไรโอไรท์และไลท์ซอร์ดเล่มใหม่ออกมาเตรียมพร้อม

                ฮะๆ คนอย่างชั้นเลียนแบบไม่ได้ง่ายๆหรอกเทียร์ยิ้มก่อนปล่อยผลึกสีสะท้อนแสงจำนวนมากออกมา

                โลหะวิสุทธิ์เทียร์ร้องก่อนสร้างดาบแสงสีขาวออกมาถือไว้

                เกือบลืมไปแล้วว่าเราคือใคร ก่อนจะเป็นเทพแห่งแสงเทียร์เงยหน้ามองผลึกสีระยิบระยับด้วยความคิดถึง ทว่าไลท์ไม่ยอมให้อีกฝ่ายเตรียมตัวไปมากกว่านี้ เด็กหนุ่มพุ่งเข้าโจมเต็มกำลังด้วยร่างกายาแห่งแสง ทว่าเทียร์เองก็ใช้กายาแห่งแสงได้ แถมผลึกเล็กๆของเทียร์กำลังยิงเลเซอร์สีต่างๆสร้างอาณาเขตป้องกัน สตรีมไรโอไลท์ของไลท์

                เทียร์สั่งการให้ผลึกจำนวนหนึ่งทำหน้าที่โจมตี ความเร็วในการควบคุมผลึก รวมทั้งเทคนิคในการเคลื่อนไหวร่างกายและผลึกของเทียร์ถือเป็นคนละชั้นกันกับไลท์เลยทีเดียว เพียงไม่นานไลท์ก็จนตรอก

                Infinite magic physical blade & Aurora Sword

                ไลท์ใช้เพลงดาบท่าไม้ตายออกมาคมดาบนับพันครั้งฟาดผ่านอากาศ ทว่าเทียร์ไม่ถอยหนีเขากลับพุ่งตัวเข้าหาไลท์ก่อนหลบคลื่นดาบนับพันแบบฉิวเฉียดทีละอันๆจนเข้าถึงตัวไลท์ที่เพิ่งลงดาบเสร็จ

                ท่านี้ของนายชั้นเห็นมาเป็นล้านครั้งแล้วเทียร์แสยะยิ้มพลางใช้ผลึกยิงใส่ไลท์เต็มๆดาบแสงของเทียร์ฟาดเข้าให้หนึ่งดอกแต่ไลท์ใช้โล่ออโรลาป้องกันไว้ได้ทัน แม้โล่ถึงกับร้าวแต่ก็ยังดีกว่าให้รู้ผลกันตั้งแต่ดาบแรก

                ระหว่างที่ไลท์เซจากการโจมตี เทียร์ไม่ปล่อยให้เขาพักใช้รอยเท้าแห่งราชันย์เข้าถึงตัวไลท์อีกครั้งก่อนดาบและลำแสงหลากสีจะปรากฏขึ้นรอบตัวของเทียร์ฟาดลงที่ไลท์พร้อมกัน

                “Element Master ยังเป็นชื่อของชั้นอยู่นะเทียร์ร้องพลางมองไลท์ที่ถูกดาบจากธาตุทั้งเจ็ดฟาดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระเด็นไปไกล

                เจ้านั่นไร้จุดอ่อนจริงๆด้วยแฮะไลท์สบถพลางคิดว่าที่เทียร์ให้กำเนิดเขาขึ้นมาเป็นเพราะพลังไม่พอจริงๆรึเปล่า ดูจากตอนนี้ยังไงก็ไม่น่าจะเป็นแบบนั้นได้เลย ความสมบูรณ์ของการเคลื่อนไหวและทักษะต่างๆอยู่ในระดับที่แทบไร้ที่ติ

                “Ray of Star”ไลท์ใช้ไม้ตายออกมา ทว่าเทียร์ก็กำลังทำอย่างเดียวกัน ทั้งคู่ถูกลำแสงแห่งดวงดาวตรึงนิ่งไว้ก่อนเทียร์จะหัวเราะออกมา

                จงออกมานีดฮอร์คไลท์ร้องเรียกเพื่อให้นีดฮอร์คออกมาช่วยกินพลังวิญญาณ ส่วนเทียร์ยังคงยอมถูกตรึงนิ่งอยู่อย่างนั้น

                ปณิธานแห่งน้ำตา เส้นทางแห่งการล้างบาป สายฝนสีรุ้งแห่งการชำระล้างสิ้นเสียงสายฝนสีรุ้งก็ชำระล้าง ray of star ของไลท์ไปจนหมดจด โลหะวิสุทธิ์ของเทียร์ก็พุ่งกระหน่ำเข้าหาไลท์ราวกับห่าฝนจากพายุ แสงสีตระการตาทำเอาไลท์อ้าปากค้างเมื่อได้เห็นพลังที่แท้จริงของอีกฝ่าย

                อั่ก! เด็กหนุ่มร้องเสียงดังพลางฝืนใช้พลังทั้งหมดสร้างโล่ขนาดยักษ์ไว้ป้องกัน มืออีกข้างเคลือบดาบด้วยพลังทั้งหมดที่มีจนแสงสว่างเรืองรอง เด็กหนุ่มตัดสินใจ ฟาดคลื่นดาบฝ่าฝนพายุลำแสง เข้าหาเป้าหมายอย่างแม่นยำ ทว่าเทียร์กลับแยกลำแสงของไลท์เป็นส่องส่วนก่อนจะสะท้อนมันแฉลบออกไปที่อื่น

                ใช้แสงกับเทพแห่งแสงคิดตื้นๆไปหน่อยนะเทียร์อมยิ้มก่อนจะพุ่งเข้าหาไลท์ด้วยความเร็วแสง ดาบรัวฟันร่างกายาแห่งแสงของไลท์จนมันต่อกันไม่ติด อิเล็คตรอนบนร่างของไลท์เริ่มแปรปรวน เด็กหนุ่มเห็นท่าจะแย่จึงหาทางกระโดดถอยหนีออกมา แต่เทียร์ไม่เปิดช่องให้ไลท์เลยสักนิด ดาบแล้วดาบเล่าผ่าทับเข้ามาในที่สุดไลท์จึงตัดสินใจใช้ไพ่ตายของตัวเองออกมา

                จงมอบพลังให้ข้า บัลลังก์พฤกษาขาวไลท์ร้องจากนั้นจึงคืนร่างเป็นร่างมนุษย์ปกติเพราะคิดว่าไม่ว่ายังไงเทียร์ก็ไวกว่าอยู่แล้ว สู้ใช้พลังที่มากกว่าจากบัลลังก์พฤกษาขาวสร้างโล่หนาๆยื้อเวลาไว้ดีกว่า

                ยอมแพ้แล้วสิ เทียร์ยิ้มเขารู้ว่าการที่ไลท์ไม่ยอมใช้พลังจากบัลลังก์พฤกษาขาวตั้งแต่แรกก็เพราะคิดว่ามันจะเป็นการโกงเทียร์ที่มีพลังเท่ากัน อันที่จริงการเรียกนีดฮอร์คออกมาไลท์ก็คิดว่าตัวเองได้โกงอีกฝ่ายไปนิดหน่อยแล้วเหมือนกัน

                ก็นายดันเก่งสุดๆไปเลยนี่นา สมเป็นตัวชั้นจริงๆ

                เดี๋ยวๆ นายตะหากที่เป็นตัวชั้นเทียร์ร้องก่อนฟาดดาบแรงๆไปหนึ่งที เล่นเอาโล่ของไลท์ร้าวเป็นรอยแตกใหญ่ๆไปหนึ่งแผล ผลึกหลากสีของเทียร์รุมโจมตีจนไลท์ไม่อาจรับมือได้ทัน เมื่อลนลานจนถึงที่สุด ไลท์จึงสั่งให้สตรีมไรโอไลท์ปั่นหมุนด้วยความเร็วสูงสุดก่อนปล่อยให้กระแสไฟฟ้าโอเวอร์โหลดจนเกิดระเบิดอย่างรุนแรง

                สุดท้ายแล้วไลท์ร้องบอกก่อนกางปีกเทพของตัวเองออกมาก่อนใช้พลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าหาเทียร์ที่กำลังตั้งท่าใช้ท่าไม้ตายอยู่

                ให้เป็นของแถม ท่าที่ชั้นใช้เอาชนะไทป์ ปณิธานแห่งน้ำตา ความรู้ผิดมิรู้จบเพลงดาบความมืดแห่งผู้เดียวดายสิ้นเสียงร้องของเทียร์วินาทีนั้นราวกับไลท์ได้เห็นโลกแห่งสวรรค์ ดาบเล่มสีทองส่องสว่าง ฟาดเข้าเต็มรัก ลำแสงดาบนับร้อยเล่มพุ่งเข้าปักทั่วร่าง

                คมดาบของเทียร์ไม่ได้ทำอันตรายใดหรือเทียร์จงใจออมมือให้ก็ไม่รู้แต่ทุกครั้งที่คมดาบนั้นฟาดลงมา น้ำหนักที่บ่าของไลท์กลับหนักขึ้นเรื่อยๆ มันคือสัมผัสของน้ำหนักของโลก น้ำหนักแห่งสำนึกต่อโลกที่เทียร์ได้แบกเอาไว้ ร่างกายของไลท์ค่อยๆทรุดลงจนไม่เหลือเรี่ยวแรงใดๆอีก ทว่าเพลงดาบที่งดงามราวภาพวาดยังไม่จบ ถัดจากสายรุ้งและแสงระยิบระยับ ความมืดได้กล้ำกราย แสงสว่างเพียงน้อยนิดถูกดูดกลืนพร้อมกับการปรากฏตัวของหอกสีดำสนิทพุ่งปักร่างของไลท์จนหมดสติไป

                นายแพ้แล้วไลท์ นายอาจได้รับเมล็ดพันธ์แห่งความหวังไปในวันนี้ แต่ชั้นยังคงเป็นเทพแห่งแสงที่เก่งที่สุดอยู่ดี

                “…”

                ท่าไม้ตายของเทียร์สมบูรณ์แบบจริงๆ เจ้านั่นควบคุมแสงในระดับที่เล็กมากๆทำให้ไม่สิ้นเปลืองพลังเลยสามารถใช้พลังได้เหมือนไม่มีวันหมด แถมยังดึงความมืดออกมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของแสง ในขณะเดียวกันเพิ่มประสิทธิภาพของความมืดไปด้วย นี่สินะ ความเข้าใจแสงของนายเทียร์ไลท์ร้องเด็กหนุ่มนึกถึงคำพูดของเทียร์ที่เคยเล่าเรื่องตอนสู้กับไทป์ให้ฟัง

                นายสู้ได้ไม่เลวเทียร์ปลอบพลางมอบเมล็ดพันธ์แห่งความหวังให้กับไลท์

                มันรอเจ้านายคนใหม่อยู่

                ชั้นแพ้นะ ให้ไว้จะดีเหรอ?”ไลท์ร้องพลางไม่ค่อยเข้าใจวิธีคิดของบททดสอบที่นี่เท่าไหร่

                ปลายทางของความหวังมิใช่การพิชิต แต่เป็นการยอมรับและชั้นยอมรับนายเทียร์ยิ้ม ส่วนไลท์พยักหน้ารับแต่ยังคงพยายามทำความเข้าใจคำพูดของเทียร์อยู่

                แก่นแท้ของน้ำตามิใช่ความโศกเศร้าเสียใจ แต่คือการสำนึกต่อสรรพสิ่ง สินะ

                นายมาไกลมากแล้วไลท์ เหลืออีกไม่ไกลแล้ว แต่คราวนี้มาเดินด้วยกันเถอะเทียร์ยิ้มก่อนจะหายตัวเข้าไปในประตูเวทมนตร์พร้อมกับไลท์เพื่อกลับไปยัง มหาวิหารแห่งทิวากาล

               

               

               

               

               

               

               

               

                               

                  

               

 

62 ความคิดเห็น