The end of light

ตอนที่ 105 : รัตติกาลที่ 16 : ท่านผู้นั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 83
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ย. 60

รัตติกาลที่ 16 : ท่านผู้นั้น

 

ผู้คนชอบเรื่องราวของสงคราม เศษผงของความขัดแย้ง ความเจ็บปวด ความตายและความคะนึงหา

แสงเส้นหนึ่งปรากฏตัวท่ามกลางความดีใจของทุกคน แสงอีกเส้นพุ่งตรงไปยังมหาเวทมายาขนาดยักษ์ทางตอนเหนือ

ใกล้จะได้เจอกันแล้ว…”เสียงนั้นร้องก่อนพุ่งเข้าไปยังปราสาทมายาอย่างไม่ลังเล

ภายในโลกข้อมูล เรดกำลังพรมนิ้วลงบนคอมพิวเตอร์ ปิเอโร่ได้เพียงแต่จ้องมองลูซิเฟอน่าในรูปแบบข้อมูลอย่างระแวดระวัง

เจ้านั่นเป็นใครกันเรดออกปากถามเมื่อเห็นบรรยากาศการต่อสู้เปลี่ยนไปหลังจากไลท์ปรากฏตัว

หลายชายน่ะปิเอโร่ยิ้มบอก เขาเองก็รู้สึกดีใจไม่แพ้คนอื่น เรดเองก็เคยได้ยินเรื่องของไลท์จากซีเกลมาบ้างจึงพยักหน้ารับเบาๆ

นึกว่าตายห่าไปแล้วเรดพึมพำอย่างไม่ใส่ใจก่อนก้มหน้าทำงานต่อ ส่วนปิเอโร่ทำหน้าเหวอเพราะคำพูดแบบไม่สนใจหูคนฟังของเรด

อย่าแช่งกันสิฟ่ะ คนเขาเพิ่งกลับจากความตายเลยนะนั่น

ข้าจะฆ่าพวกเจ้าให้หมดลูซิเฟอน่าร้องขัดบรรยากาศชื่นมื่นของเรดและปิเอโร่ ในขณะที่ทั้งคู่หัวเราะหึๆออกมาพร้อมกัน

ตื่นจนได้นะให้รอตั้งนานเรดพูด ตอนนั้นเองการไหลของข้อมูลใน the code ก็เปลี่ยนแปลงไป

 “The Code เปิดไฟวอลล์ลูซิเฟอน่าร้อง ข้อมูลนับพันล้านชิ้นไหลเข้าป้องกันตัวราชินีปีศาจ

จังลุย หยุดการไหลของข้อมูล จุงลุย จุงเบย แสตนบายไว้เรดร้องสั่งหุ่นยนต์ตุ๊กตาหมีทั้งสาม

 “yes sir เจ้านายตุ๊กตาหมีทั้งสามร้องตอบ

ได้ยินกี่ครั้งก็ไม่ชินชื่อตุ๊กตาบ้าบอของนายจริงๆปิเอโร่หัวเราะส่วนเรดได้แต่ยิ้มมุมปาก

ตอนตั้งชื่อ สมัยนั้นชั้นกำลังอยู่ในวัยน่ารักเรดยิ้มพลางมองหน้าจอที่กำลังโหลดอยู่

อีกสามนาที เราถึงจะหยุดการเคลื่อนที่ของข้อมูลได้ ในโลกข้างนอกตอนนี้ลูซิเฟอน่าจะไร้เทียมทานเรดร้อง ดูเหมือนการดึงข้อมูลใน the code จะใช้เวลามากกว่าที่คิด ตอนนี้ชักไม่แน่ใจแล้วว่าคนอื่นๆจะอยู่รอดจนจบแผนรึเปล่า

เจ้านั่นกำลังโจมตีกลับเรดบอก พลางมองกลุ่มข้อมูลส่วนหนึ่งที่เรียงตัวเป็นกลุ่มควันมันคือไวรัสที่กำลังถูกใช้โจมตีระบบของเรด

มนุษย์ช่างน่าสมเพช เต็มไปด้วยความหวัง ทว่า อ่อนแอ อายุแสนสั้น  พลังกระจ้อยร่อย และตายอย่างไร้ค่า

ที่น่าสงสารคือเธอตะหาก สิ่งมีชีวิตทรงพลังที่สุดในพิภพ เป็นอมตะ แต่อยู่อย่างไร้ความหวัง ชั้นไม่แพ้เธอแน่ ลูซิเฟอน่าดวงตาสีแดงตัดดำร้องโต้

                “…”

                โลกข้างนอกการต่อสู้เป็นไปอย่างยากลำบาก แม้มีพวกมังกรยิงลำแสงจากภายนอกเขตแดนเข้ามาขัดจังหวะอยู่เป็นระยะก็ตามแต่เพราะไม่มีใครทนรับพลังของราชินีปีศาจได้นอกจากท่านผู้นั้นคนเดียว ซีเกลกับนักดาบจากทวีปสีเงินปกป้องได้แต่ตัวเอง วิชาเงาของชาโดว์ก็ทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้ด้วยเหตุผลบางอย่าง บากิและเทียซทำได้แค่ยืนมองอยู่ห่างๆ ส่วนไลท์ยังพยายามเดินหน้าโจมตีศัตรูเหมือนพลังไม่มีวันหมด

                หยุดมือเมื่อไหร่ทุกคนตายแน่ไลท์คิด เพราะเหตุนี้จึงยังทู่ซี้โจมตีกดดันอีกฝ่ายแม้ทำอะไรไม่ได้เลยแต่ก็ยังดึงความสนใจของศัตรูได้อยู่

                ซีเกลไลท์ตะโกนเรียกทั้งคู่รู้จังหวะกันดีอยู่แล้ว

                เพลงดาบราชันย์แห่งเขี้ยวซีเกลซัดท่าไม้ตายออกไปส่วนไลท์พุ่งขนาบไปอีกข้าง ท่านผู้นั้นกับชาโดว์ประสานดาบเข้าโจมตีจากด้านหน้า

                วางแผนจะล้มข้าแต่พวกเจ้าทำได้เท่านี้จริงๆรึ?”ลูซิเฟอน่าร้องอย่างผิดหวัง ออร่าสีดำของเธอแผ่กระจายลบท่าไม้ตายของทุกคนพร้อมกันในคราวเดียว

                อั๊ก! บากิและเทียซร้องอย่างเจ็บปวดไหล่ของทั้งคู่ถูกเจาะทะลุ ลูซิเฟอน่าตรึงร่างของทั้งคู่ลอยกลางอากาศ

                อ่อนแอราชินีปีศาจร้อง ลิ่มสีดำนับพันสายพุ่งเข้าโจมตีผู้มีพลังเหนือโลกคนอื่นๆทว่าทันทีที่ทุกคนปัดป้องการโจมตี ลูซิเฟอน่าก็หายไปจากสายตา

                “Delete Reality”เพียงพริบตาเดียวผู้มีพลังเหนือโลกสองคนก็ถูกลบหายไปซะเฉยๆ ทว่าตอนนั้นเองนักดาบจากทวีปสีเงินก็พุ่งตัวเข้าฟันแลกกับลูซิเฟอน่าแต่ก็ถูกปีกสีดำฟาดเข้าให้ กระเด็นกระอักเลือดไปอีกคน

                ห้ามสัมผัสตัวกับราชินีปีศาจ เจ้านั่นมีพลังเปลี่ยนแปลงความจริง ทั้งหมดผิดแผนก็เพราะไม่ได้สู้กันที่โลกปีศาจนี่แหละฮาเดสสบถตามแผนแล้วการรบครั้งนี้ราชาปีศาจทำได้แค่กางมิติสังเกตการณ์เท่านั้น ถ้าหากสู้กันในโลกปีศาจฮาเดสจะทำอะไรได้สะดวกมากกว่านี้

                ‘ยังดีที่ลดระยะพลังของเจ้านั่นได้ทัน ไม่อย่างนั้นตายกันหมดแล้วแน่ๆฮาเดสคิดพลางมองการ์ดสื่อสารที่มาจากเรด

                ตอนนี้ลูซิเฟอน่าเริ่มหงุดหงิดจากการถูกรุมถึงจะไม่ได้หนักหนาสาหัสแต่การโจมตีของพวกไลท์ทำให้เธอทำอะไรไม่สะดวก ลูซิเฟอน่าจึงเริ่มใช้พลังเปลี่ยนแปลงความจริง ลบพลังของทุกคนไปดื้อๆไม่ได้ตอบโต้เหมือนคราวแรกหวังจะจัดการทีเดียวให้จบๆ

                “จบกันสักที All Delete”ลูซิเฟอน่าร้องก่อนแผ่คลื่นสีดำออกไปไกลจนทุกคนไม่สามารถหลบได้ทันจากนั้นจึงค่อยๆถูกลบหายไปทีละคนๆ

                “ข้าชนะแล้วลูซิเฟอน่าร้องเมื่อรอบตัวไม่เหลือใครอีก ราชินีปีศาจสั่งให้ลิ่มสีดำตกลงสู่โลกแต่แล้วเธอก็พบความผิดปกติเมื่อจู่ๆร่างกายก็ถูกแรงบางอย่างกระแทกกระเด็นออกไป

                ท่านมีพลังที่โหดร้าย ลูซิเฟอน่า สู้กับท่านข้าต้องคิดถึงพลังอันโหดร้ายนั่นก่อนอยู่แล้วฮาเดสร้องพลางสั่งให้อาเรเลียสลายพลังออก

                ท่านจะเปลี่ยนแปลงความจริงได้อย่างไร หากไม่รู้จักความจริงอาเรเลียร้องพลางยัดภาพการต่อสู้ลงสู่สมองราชินีปีศาจ ทว่าความเป็นจริงทุกคนกำลังใช้ท่าประสานโจมตีเผด็จศึกเธอพร้อมกัน

                ตูม!! แรงระเบิดสั่นสะเทือนลูซิเฟอน่าถูกกระแทกจนกระเด็นไปสุดขอบของมหาวิหาร ปีกของนางพญาปีศาจปกป้องร่างกายได้ทัน

                เกือบไปแล้วจริงๆลูซิเฟอน่าคิดตอนสุดท้ายก่อนปะทะสัญชาติญาณของเธอลบพลังรอบตัวทิ้งทำให้รอดมาได้แบบไม่บาดเจ็บมากมาย

                “ถ้าเช่นนั้นข้าจะลบจิตที่ถูกรบกวนลูซิเฟอน่าร้องตอนนั้นเองคลื่นพลังจิตของอาเรเลียก็ถูกลบไปลูซิเฟอน่าพยายามใช้ท่าเดิมลบทุกคนแต่อาเรเลียกลับยิ้มออกมาอีกครั้ง

                ท่านแน่ใจรึว่าลบพลังของข้าได้จริงๆอาเรเลียร้องพลางเปลี่ยนบรรยากาศยืนยันว่าพลังของเธอยังติดอยู่ในสมองของราชินีปีศาจ

                เอาอย่างนั้นก็ได้ลูซิเฟอน่ารวมพลังไว้ที่ฝ่ามือก่อนปล่อยพลังไปรอบตัว เพลิงสีดำเผาทุกสิ่งวอดวาย เหล่าผู้มีพลังเหนือโลกกระเด็นออกไปไกลโดยมีลูซิเฟอน่าเป็นจุดศูนย์กลางแรงกระแทก ในขณะที่อาเรเลียและทุกคนพากันเหงื่อตกเพราะการโจมตีเมื่อครู่ทำเอามหาวิหารราบเป็นหน้ากลองในครั้งเดียว

                ในนามของข้าราชาปีศาจฮาเดส โซ่แห่งความสัตย์จงผนึกพลังนั้น ด้วยวิญญาณแห่งข้าโซ่ที่แขนของฮาเดสพุ่งทะลุหัวใจของลูซิเฟอน่าทว่ามันไม่ได้ทำอันตรายใดๆฮาเดสเพียงแค่ยื้อเวลาไม่ให้ลูซิเฟอน่าใช้พลังได้ชั่วคราว

                เมื่อเห็นว่าไม่สามารถใช้พลังเปลี่ยนแปลงความจริงล้มทั้งกระดานได้ลูซิเฟอน่าจึงหันมาใช้พลังมหาศาลสู้กันแบบตรงๆ แต่เมื่อทำแบบนั้นท่านผู้นั้นก็กลายเป็นตัวปัญหาที่สุดเพราะไม่ว่าอัดพลังไปรุนแรงเท่าไหร่ อีกฝ่ายก็สามารถสลายพลังทิ้งได้ตลอดนั่นยิ่งทำให้ลูซิเฟอน่าหงุดหงิด เพราะการโจมตีเป็นกลุ่มทั้งหมดใช้ไม่ได้ผลตอนนี้จึงจำเป็นต้องไล่เก็บพวกน่ารำคาญทีละตัว

                “คงต้องจัดการกับเจ้าก่อนสินะเจ้า เจ้าชื่อ…?…ข้าลืมชื่อของเจ้าไปได้อย่างไร ความทรงจำของข้า...เจ้าทำอะไรกับความทรงจำข้า ลูซิเฟอน่าร้องนัยน์ตาแสดงความหงุดหงิด ในอดีตลูซิเฟอน่าเคยรู้จักกับท่านผู้นั้นมาครั้งหนึ่งแล้วแต่ตอนนี้กลับไม่สามารถจำชื่ออีกฝ่ายได้

                เจ้าทำอะไรกับความทรงจำข้าลูซิเฟอน่าตวาดลั่นลูกไฟสีดำพุ่งเข้าหาท่านผู้นั้นตอนนั้นเองความมืดก็เข้าครอบงำมิติของฮาเดส ทุกคนหยุดนิ่งราวกับหุ่นไร้ชีวิตตัวลูซิเฟอน่าเองก็นิ่งเงียบไม่ไหวติง

                ในห้วงความมืดกาลเวลากำลังไหลย้อนกลับไปสู่ช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของเผ่าพันธุ์มนุษย์ช่วงเวลาที่บัลลังก์แห่งแสงสว่างยังมีกษัตริย์และครอบครัวยังอยู่กันพร้อมหน้า

                ที่ๆชื่อของชายไร้ยังถูกเรียกขาน

                ท่านพ่อ ท่านแม่ชายไร้นามลืมตาตื่น วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก เขายังคงต้องเรียนหนังสือแม้สงครามใกล้ปะทุเต็มทีแต่ครอบครัวยังเต็มไปด้วยความสุขเด็กน้อยไม่ได้รับรู้เรื่องสงครามแม้แต่น้อย

                ในรั้วโรงเรียนชายไร้นามมีเพื่อนมากหน้าหลายตาแต่คนที่สนิทที่สุดคือชายที่จะถูกเรียกว่าเป็นอัจฉริยะแห่งยุค ชายไร้นามเจอกับเขาระหว่างรอเข้าห้อง

                เฮ้ นายก็อยู่ห้อง 1 เหมือนกันเหรอเสียงหนึ่งร้องทักทว่าชายไร้นามไม่ได้ใส่ใจ เขาเพียงแต่หันหน้าไปพยักหน้าให้เพราะมัวแต่วุ่นกับการจัดการสัมภาระต่างๆ ดูเหมือนเขาจะตื่นเต้นกับการมาเรียนวันแรกมากไปหน่อย

                เห้ยไม่เอาน่า คุณหนอนหนังสือ วันนี้ไม่มีอาจารย์คนไหนเขาสอนกันจริงๆจังๆหรอกชายคนนั้นพุ่งเข้ามารัดคอราวกับเคยรู้จักมักจี่กันมาก่อน ตอนนั้นเองคุณครูก็เดินเข้ามาทั้งคู่เลยไม่ได้พูดคุยกันต่อ แต่ก็อย่างที่ผู้มาเยือนบอกคุณครูเพียงแค่ให้แนะนำตัวก็เสียเวลาไปกว่าครึ่งคาบ สุดท้ายก็ไม่ได้สอนอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ชายไร้นามได้แต่ถอนหายใจนั่งเบื่ออยู่ริมหน้าต่างรอเวลาหมดคาบเพียงเท่านั้น

                นายชื่ออะไรชายคนนั้นร้องถามทว่าบางอย่างทำให้ชายไร้นามตัดสินใจไม่ตอบ

                แนะนำตัวเองก่อนดีไหม นายน่ะชายไร้นามตอบกลับดูเหมือนวันนี้เขาคงหนีเพื่อนใหม่คนนี้ไม่พ้น

                ชั้นเหรอ? ชั้นเมอรีสเมอรีส ไทม์ ยินดีที่ได้รู้จักเมอรีสตอบน้ำเสียงยังคงความขี้เล่นอยู่ ทว่าชายไร้นามก็ไม่ได้แนะนำตัวเขาเพียงยื่นมือตอบกลับ

                ยินดีที่ได้รู้จัก...ถ้าอยากรู้ชื่อชั้นก็ลองทำให้ชั้นบอกสิชายไร้นามยิ้มพลางเลิกคิ้ว ส่วนเมอรีสกลับยิ้มกว้างกว่า

                พิลึกคนแฮะ ก็ได้อยากให้ทำอะไรว่ามาเลย ชั้นชอบเล่นเกมอยู่แล้วเมอรีสตอบหลังจากนั้นมิตรภาพของทั้งคู่ก็เบ่งบานเป็นที่รู้จักในฐานะ คู่หูมฤตยู ทั้งคู่มักจะเจอกันในรอบชิงงานประลองที่โรงเรียนเสมอๆถ้าเป็นการประลองตัวต่อตัว แถมการเรียนก็อยู่ในระดับท็อปกันทั้งคู่ นอกจากนี้ยังตั้งแก๊งของตัวเองแถมยังโดดเรียนเป็นว่าเล่นจนทุกคนปวดหัว แต่ทั้งคู่ไม่ได้โดดเรียนเปล่าๆ หลายๆครั้งพวกเขากลับมาพร้อมกับการค้นพบใหม่ๆ เมอรีสและชายไร้นามพบว่าสิ่งที่พวกเขารักคือการผจญภัย เพียงแค่ไม่นาน ชายไร้นามก็เจนจบวิชามหาเวทย์เดินทาง เขาสามารถเดินทางไปที่ไหนก็ได้ไม่ต้องตีตราเหมือนคนอื่นๆ แก๊งของพวกเขามักยกพวกไปตีกับสัตว์ประหลาดหรือหาสมบัติในที่แปลกๆเป็นประจำ

                เวลาห้าหกปีในโรงเรียนผ่านไปอย่างรวดเร็วทั้งคู่กลายเป็นตำนานพร้อมเรื่องราวการค้นพบมากมาย ทั้งศาสตร์ วิชาใหม่ๆ ขุมทรัพย์และสมบัติมากมาย รวมถึงการค้นพบประตูข้ามแดนอย่างประตูสัมผัสสวรรค์ที่สืบทอดกันมานานในป่าทิวากาลของเผ่าเมียวชิโระด้วย

                นายจะทำอะไรต่อ เมอรีสชายไร้นามถามทั้งคู่กำลังนอนอาบแดดชิลๆอยู่ริมชายหาด อีกเพียงสามวันพวกเขาก็จะจบการศึกษาแต่จนตอนนี้ก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อ จะให้บริหารบ้านเมืองตามบิดา? นั่นก็ไม่น่าจะสนุกเท่าไหร่

                นายจะถามทำไม อ่านใจชั้นก็สิ้นเรื่องเมอรีสร้อง

                ไม่จำเป็นจริงๆชั้นก็จะไม่ใช้มัน จิตใจของมนุษย์มันน่าพะอืดพะอม กว่าจะควบคุมมันได้ก็แทบแย่นายก็รู้นี่นาชายคนนั้นตอบกลับพลางเงียบรอคำตอบ

                จำโบราณสถานที่มีจารึกแล้วก็ที่มีกับดักเต็มไปหมดที่เราไปตอนนั้นได้ไหม? ที่มีมังกรแก่ๆเฝ้าอยู่น่ะเมอรีสถามอีกฝ่ายพยักหน้า

                ชั้นว่าที่นั่นคือความผิดพลาด ความผิดที่ไม่เขียนจารึกให้รู้เรื่องจนพวกเราเกือบตาย นั่นแหละสิ่งที่ชั้นรัก ชั้นรักการเล่าเรื่อง รักประวัติศาสตร์ของโลก ชั้นว่าชั้นจะจดบันทึกทุกก้าวย่างของโลกใบนี้เอาไว้ให้คนรุ่นหลัง

                “งั้นรึ? ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ใครกันแน่ที่เป็นหนอนหนังสือชายไร้นามยิ้มทว่าจู่ๆเมอรีสก็หัวเราะออกมา

                ถามเพราะยังไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรใช่ไหมล่ะ?”

                เป็นเพราะคำตอบของนาย ชั้นว่าชั้นได้คำตอบแล้วล่ะชายไร้นามหัวเราะแววตาดูขี้เล่น

                “?”

                ไปกับนายแล้วทั้งคู่ก็หัวเราะออกมา

                จำไอ้โบราณสถานที่เราไปเจออาวุธที่ยิงทีเดียวทำลายทั้งเมืองได้ไหมคราวนี้ชายไร้นามถามเมอรีสกลับซึ่งเขาก็พยักหน้า

                ชั้นจะเก็บกู้ของพวกนั้นมาให้หมด ตอนนี้ชั้นคิดว่า ชั้นตกหลุมรักโลกใบนี้แล้วฮ่าๆ

                “ถ้าอย่างนั้นก็สมเป็นคู่หูมฤตยูใช่ไหม?”

                หลังจากนั้นทั้งคู่และสมาชิกภายในแก๊งก็ออกเดินทางกันอย่างยาวนาน เวลาทำให้ชายไร้นามได้เจอกับ Growly D. ice นัยน์ตาสีดำสนิทเรียกร้องความสนใจจากชายไร้นามตั้งแต่แรกเห็น คำว่ารักออกมาจากปาก แต่เมอรีสค้นพบบางอย่าง เขาค้นพบต้นกำเนิดที่แท้จริงของเธอโชคชะตาชักนำทั้งคู่ให้ได้พบกับ Queen หญิงสาวอมตะ ผู้เคยเลี้ยงดูบิดาของชายไร้นามมาตั้งแต่เด็กๆทว่าเรื่องราวไม่ได้จบเพียงเท่านั้น ดูเหมือน Queen จะรู้จักเมอรีสมาก่อนอยู่แล้ว แม้เจ้าตัวจะไม่รู้จักควีนก็ตาม นั่นทำให้เมอรีสสงสัยในชาติกำเนิดของตนเอง ก่อนพบว่าเขาไม่ใช่สิ่งใด ไม่มีตระกูล ไม่มีสกุล ตัวเขาจุติมาเกิดเป็นช่วงๆโดยไร้ความทรงจำเดิมแบบไม่ทราบเหตุผล พ่อแม่ที่เลี้ยงมาก็ไม่ใช่พ่อแม่จริงๆ

                เมอรีสรู้สึกเหมือนถูกหลอก เขาค้นพบว่าตัวตนก่อนหน้านี้ของเข้าได้สร้าง Aeon Brain และ Library เพื่อจดจำประวัติศาสตร์ไว้ตั้งนานแล้วและเขาคือนายเหนือหัวแห่งเหล่าผู้เฝ้ามอง หรือ Spector เมอรีสค้นพบวิธีบางอย่าง เขาดูดกลืนวิญญาณตัวเองและจุติเป็นภูติเพื่อไม่ต้องกลับมาจุติใหม่ วิธีนี้ทำให้เมอรีสได้ความทรงจำกลับคืนมาและไม่ต้องสูญเสียมันไปอีก ทว่าในท้ายที่สุดเข้าตัดสินใจละทิ้งกลุ่มที่สร้างขึ้นมากับชายไร้นาม

                ชายไร้นามพาจิตใจอันห่อเหี่ยวกลับบ้านแต่ข้างกายยังมีโกรว ผู้เป็นเสมือนผืนดินโอบอุ้มจิตใจที่แตกยับของเขาเอาไว้ แต่โลกก็ไม่เคยปราณีใคร สงครามครั้งใหญ่กำเนิดขึ้น ด้วยใจอาวรณ์ชายไร้นามจำเป็นต้องแยกกับโกรวเพื่อกันและกัน เขาเลือกให้เธอเดินหน้าชีวิตตัวเองต่อไปทั้งที่ยังรัก สงครามครั้งนั้นกินเวลายาวนานแม้ได้รับชัยชนะแต่ชายไร้นามก็สูญเสียทุกสิ่ง บิดาของเขาหายสาบสูญไปหลังจากแสงสว่างอันยิ่งใหญ่ได้เชื่อมต่อกับโลก รวมถึงคุณปู่และน้องชายที่หายสาบสูญ สิ่งที่ตามมาคือคำถาม

                “เธอคือดาบ ดาบที่ฟาดฟันทุกสิ่ง สิ่งที่เธอทำได้มีแค่ฟาดฟันและทำลายเท่านั้นคำพูดของโกรวยังคงตามหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ

                เราขอไม่ครองบัลลังก์ชายไร้นามกล่าวหลังจากนั้นเขากลับไปตั้งกลุ่มของตนเองขึ้นอีกคราไม่ช้าไม่นานสงครามของเขาก็มาถึง ทว่านี่เป็นสงครามที่ยากลำบากกว่าครั้งไหนๆ กลุ่ม GN กำเนิดขึ้นและตอนนั้นเอง ชายไร้นามกับโกรวก็ได้เจอกันอีกครั้งทั้งคู่ยังคงมีกันและกัน

                ชายไร้นามกับเพื่อนใหม่อีกสองคน และโกรวออกเดินทางเพื่อเยียวยาโลกหลังสงครามครั้งใหญ่ ทว่าพวกปีศาจก็ขึ้นมามีอำนาจพวก GN ไม่มีทางเลือกจึงต้องเป็นศัตรูกับปีศาจทั้งสองเผ่ารวมถึงมนุษย์หน้าไหนก็ตามที่สร้างของอันตรายๆขึ้นมา ทว่าตอนนั้นลูซิเฟอน่าและโอดินก็ได้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเพียงการเร่งการตื่น น้อยคนนักที่รู้เรื่องนี้ ลูซิเฟอน่าถูกฆ่าอย่างรวดเร็วเพราะเธอไม่สามารถจุติในร่างเดิมที่มีพลังเต็มเปี่ยมจึงไม่สามารถใช้พลังที่แท้จริงได้ แต่นั่นก็นานพอทำให้เธอทิ้งแผนการคืนชีพไว้ให้โซโลมอน

                ที่หมู่บ้านเล็กๆทางตอนใต้ของทวีปสีเงินหลังการกวาดล้างปีศาจเสร็จสิ้น

                ทุกคนตายหมดแล้วท่านผู้นั้นพูดเสียงเย็นชา พวกเขามาช้าไป ครั้งนี้มีการสูญเสียจำนวนมาก

                ชายไร้นามจ้องมองโกรวและสหายอีกคน

                ชั้นได้ยินเสียงความคิดของใครบางคนชายไร้นามบอกพลางเดินไปยังกระท่อมที่ถูกไฟไหม้

                “เด็ก?”ชายไร้นามร้องอย่างไม่อยากเชื่อ ดวงตาแข็งกร้าวสีดำสนิทจ้องมองตรงมาพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรู ทว่าที่น่าเหลือเชื่อคือเด็กชายตรงหน้ามีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับเขาจนไม่น่าจะใช่เรื่องบังเอิญ มันคือชะตาลิขิต

                มือบางพุ่งตัวฟาดดาบขนาดเล็กใส่ชายไร้นามด้วยความหวาดระแวง เขารับดาบนั้นพลางสะบัดร่างอีกฝ่ายกระเด็นออกไป ดาบในมือเด็กน้อยหลุดลอย ชายไร้นามเคลื่อนตัวเข้าใกล้อีกฝ่าย

                มากับข้าเจ้าจะกลายเป็นลูกของข้า เจ้าจะเป็นเงาของข้าชายไร้นามร้องก่อนหันหลังเดินไปไม่รอคำตอบ

                หลังจากนั้น ชายไร้นามเดินทางตามหาความจริงไปทั่วจนได้พบกับบิดาอีกหนที่มหาวิหารแห่งทิวากาล รวมถึงคุณปู่ที่กำแพงโลกิ แม้สามารถล้มลูซิเฟอน่าได้ แต่การต่อสู้กับโอดินเป็นไปอย่างยากลำบาก มนุษย์กำลังพ่ายแพ้ต่อมหันตภัยนี้อีกครั้งแต่ปณิธานแห่งการเติบโต Growly D. ice ไม่ยอมให้เป็นแบบนั้นเธอแลกชีวิตเพื่อกักขังโอดินเอาไว้อีกคราและวินาทีนั้นเองตัวตนที่แท้จริงของชายไร้นามจึงตื่นขึ้น

                ม่ายยย!!

                ภาพที่เกิดขึ้นไม่อาจบรรยายด้วยสิ่งใด ชายไร้นามกลายเป็นบางสิ่งบางอย่าง

                 ราวเทวทูติจากสวรรค์ลงมาประทับ ทว่าครานี้พระองค์มาเพื่อลงทัณฑ์เหล่ามนุษย์

                ข้าเกลียดมนุษย์ เกลียดทุกสิ่งทุกอย่าง ข้าจะทำลายโลกใบนี้ซะพลังของชายไร้นามเขย่าโลกทั้งใบจนมันแทบแตกสลายคลื่นพลังกระจายไปทุกหนทุกแห่ง ด้วยปณิธานแห่งความว่างเปล่าสรรพสิ่งจะกลับคืนสู่ความไร้ตัวตน แต่ตอนนั้นเองหัวใจของโลกได้ปรากฏตัวออกมาและขอร้องชายไร้นาม

                ข้าเป็นหนี้ท่าน โปรดหยุดเสียเถอะหัวใจของโลกร้องขอ และวันนั้นโลกทั้งใบจึงติดหนี้แห่งความเจ็บปวดของชายคนนั้น

                ด้วยความโศกเศร้า ทว่าไม่หมดหวังชายไร้นามฝึกวิชาพลังวิญญาณใหม่ ด้วยความหวังเดียวเพื่อให้ได้พูดคุยกับคนรักอีกครั้ง ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จ พลังวิญญาณ Deadly Human ที่ใช้ปลุกวิญญาณคนตายจึงเกิดขึ้นมาในตอนนั้น

                “ชั้นสูญเสียทุกอย่างไปแล้ว

                “ไม่!พวกเราจะยังอยู่กับนายเสมอ พวกเราจะติดตามนายไปตามโลกสลายเหล่าคนตายพูดกับชายผู้ว่างเปล่า

ทว่าอีกครั้งที่ผู้คนพยายามทำอะไรเสี่ยงๆ พวก Exocism กลุ่มทหารโบราณภายใต้สังกัดของโอดิน พยายามปลุกชีพโอดินอีกครา

                แต่ดาบแห่งความว่างเปล่าได้ฟาดฟันไปทั่ว เพื่อหยุดใครก็ตามที่พยายามทำลายสิ่งที่โกรวสร้างขึ้นมา จนกระทั่งจิตใจของเขาแตกยับเป็นชิ้นๆไม่เหลือแรงสู้อีก

                “End of Light จงลบชื่อของข้าไปจากประวัติศาสตร์ จงใช้มันเป็นกุญแจหนึ่งเดียวที่ผนึกโอดิน บานประตูแห่งผู้ก้าวข้ามและพวกเทพเอาไว้วินาทีนั้นแสงสว่างก็ลบทุกอย่างเกี่ยวกับชื่อของชายไร้นาม พระราชนามที่สาบสูญ ก็ไม่ถูกใครเรียกขานนับร้อยปีเหลือเพียงแต่ท่านผู้นั้น นายเหนือหัวแห่ง GN ผู้ไร้จิตใจ

                “End of Light งั้นรึ?”ลูซิเฟอน่าร้องอย่างไม่ชอบใจ ไฟสีดำแผ่กระจายไปทั่วเพียงพริบตาเดียวก็ทำให้ทุกคนบาดเจ็บหนัก

                ตายซะให้หมดลูซิเฟอน่าร้องเสียงดังพลางเรียกหลุมมิติออกมา ข้างในคือหินสีดำนับร้อยชิ้นลอยตรงมาจากอวกาศ มันคือลิ่มสีดำที่ลูซิเฟอน่าใช้ยิงใส่โลกก่อนหน้านี้

                แสงสีดำนับร้อยทะลุงร่างทุกคนไม่เว้นแม้แต่ท่านผู้นั้นการรบเป็นที่ประจักษ์ชัด สรรพชีวิตได้พ่ายให้กับราชินีปีศาจทว่าตอนนั้นเองเทพองค์หนึ่งก็ได้ทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด เวลาหนึ่งวินาทีถูกทำลายคล้ายกระจกแห่งความทรงจำ

                ปาฏิหาริย์...ข้าขอมอบเมล็ดพันธุ์แห่งปาฏิหาริย์ให้กับโลกใบนี้มิราเคิลร้องก่อนรับลำแสงทั้งหมดไว้กับตัวจากนั้นมิราเคิลก็ถูกลูซิเฟอน่าลบตัวตนไปอย่างรวดเร็ว

                ไม่นะ! ไลท์ร้องพลางมองเศษละอองแสงที่เหลืออยู่ของเทพีแห่งปาฏิหาริย์มันพุ่งจากร่างบางๆนั้นไปยังทุกแห่งหนบนโลก

                ผมจะสานต่อความตั้งใจของท่านเอง มิราเคิลไลท์ร้องน้ำตาซึมพลางดึงพลังจากบัลลังก์เทพแห่งแสงมาใช้

                “Aurora Sword”ไลท์ร้องเสียงกร้าว ในขณะเดียวกัน ซีเกลก็ใช้ราชกกุธภัณฑ์แห่งเขี้ยวออกมา

                นายก็อีกคนรึ? เดี๋ยวนี้บัลลังก์เทพชอบยกให้พวกภูติกันรึไงนะ ไม่สิแค่กึ่งภูติลูซิเฟอน่าทวนคำพลางยิงเลเซอร์กระแทกไลท์จนกระเด็นกออกไปทว่านั่นเป็นเพียงภาพหลอน ร่างจริงของไลท์ปรากฏตัวด้านหน้าของราชินีปีศาจ ดาบของไลท์ฉีกศัตรูเป็นชิ้นๆทว่าตอนนั้นความจริงก็เปลี่ยนเป็นไลท์กระโดดรับไม้ตายตัวเองจนบาดเจ็บ

                โอ๊ะ โอ? จะขุดอะไรมาเล่นงานข้าได้อีกละเนี่ยลูซิเฟอน่าร้องท้าทายไม่เกรงกลัวสิ่งใด ในขณะที่อาเรเลียพยายามใช้พลังจิตเปลี่ยนสถานการณ์แต่ก็ลูซิเฟอน่าเห็นช่องโหว่ เธอไม่พลาดวินาทีทองคำ พุ่งเข้าเล่นงานอาเรเลียจนหมดสภาพ ฮาเดสจึงไม่ทางเลือกส่งเธอกลับโลกปีศาจไปก่อนที่ลูซิเฟอน่าจะลงมือฆ่าเธอ

                พวกเรารวมยอดฝีมือบนโลกมาไว้ที่นี่ เรารวมนักคิด เหล่าอัจฉริยะที่มี เราทุ่มทรัพยากรทั้งหมดทว่าไม่มีสิ่งใดเลยที่พวกเราทำได้เรดร้องอย่างหงุดหงิดทว่าเขายังไม่หมดหวังแต่ในใจลึกๆก็อดไม่คิดไม่ได้ว่า

                ฤาความหวังจะไม่เหลือให้โลกแล้วจริงๆ

            ...

                แม้การต่อสู้บนวิหารแห่งการลาจากจะเป็นไปด้วยความยากลำบากทว่าการต่อสู้ที่สูสีที่สุดกลับเป็นโลกแห่งจิตใจ

ที่สำคัญดูเหมือนลูซิเฟอน่าจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากเนอเลส และ พยัคฆ์ศิลา ต่างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ในจิตใจอยู่แล้ว ทั้งสองเอาแต่จินตนาการสร้างของแปลกๆขึ้นมาเพื่อให้ลูซิเฟอน่าจับทางไม่ถูก ส่วนมือซ้ายก็เน้นโจมตีโดยสร้างอาวุทจากเทคโนโลยีใหม่ๆขึ้นมา หลายๆชิ้นก็เลียนแบบสิ่งของจากห้องแลบของเรด แน่นอนว่าลูซิเฟอน่าที่หลับไปหลายพันปีไม่มีทางรู้จักของพวกนั้นแน่

                แหมๆจอมปีศาจโลวเทคมือซ้ายหัวเราะพลางทำท่าทางน่าหมั่นไส้แบบเรด เบิร์ดเดย์ ในขณะนั้นก็สร้างเครื่องแยกอะตอมฉีกร่างลูซิเฟอน่าออกเป็นชิ้นๆ แถมยังดึงพลังจากร่างนั้นกลับมาให้ตัวเองได้อีก

                ข้าน่าจะฆ่าเจ้าซะตั้งแต่แรกลูซิเฟอน่าหัวเสียเพราะการป่วนของมือซ้ายทำให้เธอไม่มีสมาธิต่อสู้กับนาคาวารี และ พยัคฆ์ศิลา

                ถ้าไม่มีข้า หน้าอย่างโซโลมอนจะปกป้องเมืองของท่านได้สักกี่ปี? อย่างไรก็ตามขออภัยสำหรับนิสัยกวนๆที่ติดมาจากพวกที่หอคอยด้วยเพคะมือซ้ายหัวเราะพลางสร้างหมอกที่เกิดจากเซลล์ตัดแต่งพิเศษ เขาจินตนาการให้มันเป็นคอมพิวเตอร์ระดับโมเลกุลที่สามารถปรับแต่งตามใจได้

                ส่วนนี่ก็เลียนแบบพ่อสมองอัจฉริยะนั่นเขายิ้มขณะที่ลูซิเฟอน่าใช้ดาบเล่มยักษ์ฟันจิตใจของนาคาวารีและพยัคฆ์ศิลาจนมีแผลแต่ก็เห็นๆกันอยู่ว่าไม่มีใครรับมือกับจิตใจของลูซิเฟอน่าได้ดีเท่ามือซ้ายอีกแล้ว

                เซลล์ของมือซ้ายพุ่งเข้าไปหาลูซิเฟอน่ามันแทรกซึมเข้าไปในร่างก่อนแยกเมโลกุลของศัตรูออกมาจนอีกฝ่ายต่อความรู้สึกไม่ติด

                รู้อะไรไหม พวกเราสามคนเอาชนะท่านไม่ได้หรอก แต่ถ้ารวมเซลล์สมองกลนับล้านไปด้วยก็ไม่แน่มือซ้ายยิ้มพลางหัวเราะแฮะๆก่อนมานี่มือซ้ายซ้อมต่อสู้กับเรดในโลกแห่งจิตใจมาแล้วเพราะเจ็บใจที่แพ้ซีเกลในครั้งก่อน นั่นทำให้เขาต้องยอมรับเลยว่าสมอง จิตใจและความคิดสร้างสรรค์ของเรดเป็นอะไรที่น่าทึ่งมากๆ

                ของพรรค์นั้นจะเอาชนะข้าไม่ได้เด็ดขาดนางพญาปีศาจกรีดร้องเสียงดัง ทั้งๆที่เป็นเจ้าบ้านแต่ตอนนี้เธอกลับไม่สามารถคงสภาพของตัวเองได้แล้ว

                ถ้าอย่างนั้นก็ตายๆกันซะให้หมดราชินีปีศาจยิ้มก่อนเปลี่ยนตัวเองเป็นระเบิด

                มาเลยข้าคือผืนน้ำซับแรงกระแทกจะมีอะไรกว้างไปกว่าใจของข้าเนอเลสร้องท้า

                ข้าไง ตามหลักการแล้วข้าโอบอุ้มเจ้าอยู่นะพยัคฆ์ศิลาหัวเราะ

                เจ้ามันจิตใจคับแคบ ไม่มองภาพรวม ถ้ามองจากนอกโลกข้าตะหากที่ซับแรงกระแทกโอบอุ้มผืนดินเน่าๆอย่างเจ้าเนอเลสยิ้มตอบ มือซ้ายได้แต่ส่ายหัวไปมา ขนาดต่อสู้ตึงเครียดกันขนาดนี้มหาภูติทั้งสองยังเอาแต่ทะเลาะกันเองไม่เลิก

                “ไม่เคยคิดเลยว่าการต่อสู้กับราชินีปีศาจจะมันขนาดนี้

                “ใช่สนุกเป็นบ้าเลย ฮ่าๆๆๆ

                “…”

               

               

               

               

 

               

               

 

               

               

                               

 

 

 

62 ความคิดเห็น