ปมร้อนซ่อนรัก

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 คำขอร้องของสาวน้อย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    12 ก.พ. 53

ตอนที่ 9

เมื่อวางอาหารให้ทุกคนเรียบร้อยแล้ว เขาจึงนั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับสองสาว ก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย เพราะเมื่อครู่เห็นพวกเธอยิ้มหัวเราะให้กันอย่างน่ารัก ผู้ชายอย่างเขาไม่ค่อยเข้าใจมิตรภาพของพวกผู้หญิงสักเท่าไรนัก ที่จริงก่อนหน้านี้เขาเองก็รับรู้ได้ถึงบรรยากาศที่อึมครึมระหว่างสองสาว แต่หลังจากที่เขาปล่อยให้เธอได้คุยกันสองคนตามประสาผู้หญิง เพียงไม่กี่นาทีกดูเหมือนว่าทั้งคู่จะสนิทสนมกันได้อย่างรวดเร็วจนเขาตามแทบไม่ทัน

 

“สองสาวคุยอะไรกันอยู่น่ะ ท่าทางสนุกจัง ขอปอนด์คุยด้วยคนสิ”

 

“ไม่ได้หรอก มันเป็นเรื่องลับๆ ของผู้หญิงน่ะ จริงไหมจ๊ะน้ำ”

 

กานต์รวีแกล้งแหย่เด็กหนุ่ม เขาได้แต่นั่งทำหน้างงงวยกับอากัปกิริยาของเพื่อนสาว ชลธิชาพยักหน้ารับพลางยิ้มให้กานต์รวีอย่างรู้กัน

 

“จริงค่ะ”

 

“โหย อะไรกัน มีแบ่งผู้หญิงผู้ชายด้วย แบบนี้ปอนด์งอนนะเนี่ย เอ๊ะหรือว่า ปอนด์จะทำตัวเป็นเพื่อนสาวของน้ำอีกคนด้วยดี แบบนี้ดีไหมฮ้าคุณเพื่อนทั้งสอง”

 

ปวีณ์กรแกล้งทำมือกรีดกรายพูดจีบปากจีบคอเสียงแหลม ทำเอาสองสาวหัวเราะคิกคักขึ้นมาพร้อมกัน

 

“อย่าเลยปอนด์ เราว่ามันดูตลกมากกว่านะ ไม่เนียนเลยอะ สงสัยปอนด์คงเหมาะกับบุคลิกแบบแมนๆ มากกว่านะเราว่า หรือน้ำว่าไง”

 

กานต์รวีที่ขำจนน้ำตาเล็ด หันไปขอความเห็นจากชลธิชา คนถูกถามได้แต่หน้าแดง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเพิ่งหัวเราะมาเมื่อครู่หรือเพราะคำตอบของตัวเองที่พูดไปอย่างตั้งใจให้อีกฝ่ายได้ยินกันแน่ ซ้ำยังไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจความนัยที่เธอสื่อออกไปหรือเปล่าด้วย

 

“นั่นสิ เราชอบปอนด์ในแบบที่ปอนด์เป็นมากกว่านะ”

 

ปวีณ์กรทำหน้าไม่รู้เรื่อง เขาก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปากตัวเองพลางเคี้ยวตุ้ยๆ ด้วยความหิว ฟังสองสาวคุยกัน ในระหว่างรับประทานอาหาร กานต์รวีพยายามซักถามข้อมูลต่างๆ จากชลธิชา แต่โดยส่วนใหญ่แล้วคนที่ตอบคำถามกลับกลายเป็นชายหนุ่มที่สนิทสนมกับหญิงสาวเป็นอย่างดี เรียกได้ว่ารู้สึก รู้จริงเกือบทุกเรื่อง ยกเว้นเพียงเรื่องเดียวก็คือเรื่องความในใจที่ชลธิชามีต่อเขา กานต์รวีอดสงสัยไม่ได้ว่าที่จริงแล้วชายหนุ่มอาจจะรู้อยู่แก่ใจว่าเพื่อนสนิทคิดอย่างไรกับตน แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้อย่างนั้นหรือเปล่า

 

พวกเธอสองคนทานก๋วยเตี๋ยวอย่างเดียวจะอิ่มเหรอครับ ไม่ทานข้าวล่ะจะได้อิ่มๆ

 

ปวีณ์กรเอ่ยถามเมื่อเขาจัดการกับอาหารของตัวเองไปได้เกือบครึ่งจานแล้ว แต่ในชามก๋วยเตี๋ยวของสองสาวนั้นยังพร่องไปได้ไม่เท่าไร ทั้งที่เขาคิดว่าถ้าเป็นตัวเขา เพียงแค่ตักเข้าปากสองสามครั้งก๋วยเตี๋ยวหยิบมือเดียวในชามโตนั้นก็คงหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือแล้ว

 

พวกฉันเป็นผู้หญิงนะยะ ไม่ได้ต้องใช้พลังงานเยอะเหมือนเธอหรอกนายปอนด์

 

กานต์รวีตอบแทนแต่ไม่วายแขวะชายหนุ่มเพียงคนเดียวในที่นั้นด้วยภาษาอย่างเป็นกันเอง พลางหันไปพยักเพยิดกับคนที่นั่งข้างๆ ราวกับจะหาพรรคพวก แต่คำพูดคำจาที่เปลี่ยนไปชนิดจากหน้ามือเป็นหลังมือของสาวหน้าใส ทำให้ทั้งชลธิชาและปวีณ์กรถึงกับเป็นงง แต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร เขากลับรู้สึกว่า การที่หญิงสาวพูดแบบนี้ทำให้ระยะห่างระหว่างตัวเธอและเขา รวมทั้งเพื่อนสนิทในวัยเด็กลดน้อยตามลงไปด้วย

 

หลังจากที่ทั้งสามทานอาหารจนอิ่มแล้ว ชลธิชาเหลือบมองหน้าปัดนาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือขาวนวลนั้นแล้วก็ร้องอุทานออกมาเสียงหลง

 

“ตายล่ะ เกือบจะบ่ายโมงอยู่แล้ว ปอนด์ กานต์เดี๋ยวเราขอตัวไปหาอาจารย์ก่อนนะ แล้วค่อยเจอกันที่ห้องเรียนตอนบ่ายครึ่งนะจ๊ะ”

 

“เดี๋ยวสิน้ำ จะรีบไปไหนน่ะ”

 

ปวีณ์กรเอ่ยทักท้วง เมือเห็นว่าเพื่อนของตนรีบร้อนมากจนลืมแม้แต่ดื่มน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะ ชลธิชารีบหยิบชามไปเก็บแล้วเดินหายไปจากโรงอาหารทันที ทิ้งความสงสัยให้กับเพื่อนอีกสองคนเป็นอย่างมาก

 

น่าแปลกจัง คุณหนูนั่นมีธุระอะไรจะคุยกับตาอาจารย์หน้าหวานกันนะ

 

กานต์รวีนึกสงสัยอยู่ในใจ ก่อนจะนึกแผนบางอย่างขึ้นมาได้ เธอแกล้งทำเป็นร้องโอดโอยบอกกับเพื่อนชายที่ได้แต่มองชลธิชาวิ่งออกไปอย่างอดสงสัยไม่ได้

 

“โอ๊ย ปอนด์ ฉันปวดท้องจัง สงสัยท้องจะเสียน่ะ เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ แล้วเจอที่ห้องเรียนเลยแล้วกันนะ”

 

ยังไม่ทันที่ปวีณ์กรจะเอ่ยอะไรต่อสาวน้อยก็รีบวิ่งแผล็วออกไปจากโรงอาหารอีกคน ทิ้งให้เขานั่งงงอยู่ที่โต๊ะอาหารเพียงลำพัง

 

เมื่อกานต์รวีเดินตามเพื่อนสาวออกมาจากโรงอาหารก็รีบตรงไปที่ห้องพักของอาจารย์วีรภัฏอย่างรวดเร็ว เธอรู้ดีว่าชลธิชาคงจะคิดอะไรบางอย่างที่ผิดแปลกพิสดารเอาไว้ แต่ทำไมต้องเกี่ยวกับตาอาจารย์จอมเก๊กที่อยู่บ้านเดียวกับเธอด้วยนะหญิงสาวครุ่นคิดไปมาในหัวพร้อมกับก้าวเดินไปข้างหน้า ในที่สุดเท้าของเธอก็มาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนึ่ง

 

บนบานประตูไม้สัน้ำตาลเข้มมีชื่อของวีรภัฏติดหราอยู่ตรงกลางเพียงชื่อเดียว ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจเป็นอย่างมากเพราะระหว่างทางเดินที่ผ่านมา ห้องพักอาจารย์ท่านอื่นๆ มักจะอยู่ในบริเวณละแวกเดียวกันทั้งหมด แต่ว่าห้องของอาจารย์หนุ่มคนนี้กลับแยกออกมาจากส่วนของห้องพักอาจารย์ท่านอื่น หรือเขาจะเป็นบุคคลสำคัญและมีอิทธิพลต่อมหาวิทยาลัยจนถึงขนาดมีห้องพักอาจารย์เป็นส่วนตัวได้ขนาดนี้ กานต์รวีได้แต่เก็บงำความสงสัยเอาไว้ข้างใน หากเป็นไปได้เธอคงจะลองสืบค้นข้อมูลของอาจารย์หนุ่มผู้น่าสงสัยคนนี้ดูบ้างแล้ว ไม่แน่อาจจะพบอะไรดีๆ เข้าก็เป็นได้

 

ทางด้านของวีรภัฏที่เพิ่งจะทานข้าวกลางวันเสร็จภายในห้องพักอาจารย์ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยเตรียมห้องพักสำหรับเขาโดยเฉพาะไว้ในห้องหนึ่ง ภายในห้องตกแต่งด้วยสีขาวสะอาดตา มีโต๊ะ เก้าอี้ พร้อมกับชั้นหนังสือที่ทำจากไม้ มีหนังสือวางเรียงรายอยู่จำนวนหนึ่ง

 

นอกจากนี้ยังมีห้องน้ำในตัว ทำให้เขาสามารถทำภารกิจนี้ได้อย่างคล่องตัว โดยไม่ต้องกลัวว่าจะตกเป็นเป้าสายตาของใคร ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณเลขานุการสาวของผู้บังคับบัญชาของเขาที่ขอร้องให้ทางมหาวิทยาลัยช่วยจัดเตรียมสถานที่แห่งนี้เอาไว้ให้ มันดูเหมาะสำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของเขามากทีเดียว แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ กลับทำให้วีรภัฏต้องรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องอีกรอบ เมื่อเห็นเป้าหมายของเขาเปิดประตูเข้ามาด้วยใบหน้าที่ระบายไปด้วยรอยยิ้มแบบแปลกๆ พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจยิ่งนัก

 

อาจารย์คะ หนูมีเรื่องจะมาขอร้องอาจารย์ค่ะ

 

อืม มีเรื่องอะไรเหรอครับ

 

ชลธิชาเอ่ยขึ้นหลังจากที่วีรภัฏเชิญให้นั่งลงบนโซฟารับแขกตัวยาว ส่วนเขานั่งบนโซฟาตัวเดี่ยวที่อยู่ถัดไป ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ แต่ตรงกันข้ามกับภายในใจของเขาอย่างสิ้นเชิง เพราะตอนนี้ใจเขากำลังร้อนรนยิ่งนัก เหงื่อกาฬเม็ดน้อยใหญ่เริ่มผุดขึ้นมาบนในหน้า จนรวมตัวกันไหลซึมลงมาตามเส้นผมและหยดหยาดลงตรงหางคิ้ว

 

เอ่อ อาจารย์ร้อนเหรอคะ

 

หญิงสาวสังเกตเห็นเม็ดเหงื่อบนหน้าผากของอาจารย์หนุ่ม เธอเอ่ยถามอย่างแปลกใจ ทั้งที่รู้สึกว่าอากาศภายในห้องนั้นก็ไม่ได้ร้อนอบอ้าวแต่อย่างใด ออกจะเย็นจนเกินไปเสียด้วยซ้ำ

 

เปล่าหรอกครับ สงสัยเป็นเพราะเมื่อกี้ผมเพิ่งทานข้าวเสร็จ พอดีกับข้าวมันเผ็ดนิดหน่อยน่ะ แล้วตกลงที่ว่ามีเรื่องจะปรึกษาผมนี่ เรื่องอะไรหรือครับ

 

อาจารย์หนุ่มแก้ตัวพลางหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อที่ผุดขึ้นบนในหน้าอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบตัดบทพูดเปลี่ยนเรื่อง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยไปมากกว่านี้ วีรภัฏรู้สึกเหมือนตัวเองกลับไปเป็นเหมือนเมื่อตอนที่เริ่มเข้าทำงานใหม่ๆ อีกครั้ง ในตอนนั้นเขายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ให้สงบได้ในขณะปฏิบัติภารกิจสืบสวนสอบสวนราชการลับ ออกจะวิตกกังวลจนลนลานเกินไปด้วยซ้ำ จะว่าไปแล้วแทบไม่แตกต่างอะไรกับตอนนี้เลยสักนิด

 

นายตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์นึกอยากตบหัวตัวเองแรงๆ เสียจริง ที่ทำตัวเหมือนพวกอ่อนหัดเช่นนี้ แต่จะทำอย่างไรได้เล่า เขาถนัดแต่การนั่งวิเคราะห์รูปคดีในสำนักงาน แต่ไม่ชินกับการทำงานภาคสนามอย่างนี้เอาเสียเลย

 

ข้างฝ่ายกานต์รวีนั้น หลังจากที่เดินวนดูรอบๆ ห้องของวีรภัฏอยู่ครู่หนึ่ง ก็สังเกตเห็นว่ามีช่องตรงข้างหน้าต่างที่เป็นบานกระจกเลื่อนบานหนึ่งที่ผ้าม่านปิดเอาไว้ไม่สนิท ทำให้สามารถแอบลอบมองผ่านช่องเล็กๆ เข้าไปภายในได้ ไม่รอช้ากานต์รวีรีบพุ่งตัวเข้าไปเอาหน้าแนบกับช่องกระจก พลางกวาดสายตามองไปทั่วๆ แล้วก็ได้เห็นเพื่อนสาวของเธอ และอาจารย์หนุ่มรูปงาม กำลังนั่งคุยกันอยู่ตรงมุมโซฟารับแขกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด สาวหน้าใสได้แต่บ่นอุบอยู่ในใจที่ห้องนั้นค่อนข้างเก็บเสียงได้มิดชิดเหลือเกิน แม้แต่เสียงเครื่องปรับอากาศก็ไม่มีเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน จึงทำให้เธอจับใจความไม่ได้ว่าทั้งคู่กำลังคุยเรื่องอะไรกันอยู่

 

 มันอาจจะเป็นเรื่องที่มากเกินไปสักหน่อย แต่น้ำก็ไม่เห็นว่าจะมีใครที่พอจะพึ่งพาได้อย่างอาจารย์อีกแล้วน่ะค่ะ คือน้ำกำลังแอบชอบใครบางคนอยู่ แต่เขากลับไม่เคยมองเห็นน้ำอยู่ในสายตาของเขาเลย น้ำเลยอยากจะขอให้อาจารย์แกล้งทำเป็นสนใจน้ำหน่อยได้ไหมคะ

 

เอ่อ มันคงจะไม่ดีล่ะมั้งครับ

 

หญิงสาวสาธยายสิ่งที่ต้องการออกมาชุดใหญ่ เมื่อได้ฟังที่ชลธิชาพูดมา อาจารย์หนุ่มก็รีบปฏิเสธทันที เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก เมื่อเรื่องที่หญิงสาวพูดออกมานั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับภารกิจของเขาในครั้งนี้แต่อย่างใด แต่สิ่งที่เด็กสาวร้องขอนั้น กลับสร้างความหนักใจให้แก่เขามากขึ้น ลำพังแค่หน้าที่อารักขาพร้อมทั้งสืบหาต้นตอของแก็งหมิงก็หนักหนาสาหัสพออยู่แล้ว เขาคงไม่คิดเอาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเป้าหมายให้มากเกินไปจนทำให้แผนการทุกอย่างพังทลายลงมาในชั่วพริบตาได้หรอก ไม่มีทาง

 

“โธ่ อาจารย์คะ ได้โปรดช่วยน้ำสักครั้งเถอะนะคะ น้ำขอร้อง น้ำเองก็จะแกล้งทำเป็นสนใจอาจารย์เฉยๆ ไม่ได้บังคับให้อาจารย์ต้องมาเป็นแฟนสักหน่อยนี่คะ น้ำรับรองค่ะว่าอาจารย์ไม่เสื่อมเสียแน่นอน

 

ชลธิชากล่าวด้วยสีหน้าและแววตาเว้าวอน นายตำรวจหนุ่มในคราบอาจารย์อดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมเด็กสาวจึงมาขอร้องเขาในเรื่องนี้ ทั้งที่ความจริงแล้วหากเธอจะขอให้ใครสักคนช่วย ก็น่าจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น หรือนักศึกษารุ่นพี่มากกว่า ไม่น่าจะเป็นคนที่อายุมากกว่าเธอหลายปีอย่างเขาเลยสักนิด ถึงแม้ว่าคำตอบของหญิงสาวจะทำให้หัวใจของชายหนุ่มแอบรู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ ในคำชื่นชมนั้น ทว่า เขาก็ยังมีสติพอที่จะไม่หลงระเริงไปกับคำพูดยกยอปอปั้นอย่างนั้น

 

“ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะครับ แต่ยังไงผมก็เป็นอาจารย์ของคุณนะ มันคงไม่เหมาะสมเท่าไร ทำไมไม่ลองขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ในรุ่นหรือไม่ก็พวกรุ่นพี่ดูล่ะครับ”

 

“ไม่ดีหรอกค่ะ ถ้าเป็นเพื่อนหรือเป็นรุ่นพี่ เกิดเขาคิดจริงจังขึ้นมา เดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปเสียเปล่าๆ อีกอย่างอาจารย์เองก็ยังดูหนุ่มแน่น รูปร่างหน้าตาก็เรียกได้ว่าดูดีเพอร์เฟคไปหมดทุกอย่าง ยังไงก็ดูน่าเชื่อถือมากกว่านะคะ น้ำขอร้องล่ะค่ะ จะให้กราบให้ไหว้อย่างไรน้ำก็ยอม ช่วยน้ำหน่อยเถอะนะคะ”  

 

หญิงสาวรีบเอ่ยต่อยืดยาวเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายมีช่องว่างที่จะปฏิเสธได้ พร้อมกับทำท่าจะลงไปคุกเข่าอ้อนวอนที่พื้น จนอาจารย์หนุ่มต้องรีบย่อตัวลงไปพยุงเธอขึ้นมานั่งบนโซฟาตามเดิม วีรภัฏครุ่นคิดอย่างหนัก ใบหน้าหล่อเหลาเริ่มเคร่งเครียดมากกว่าเดิม คิ้วเข้มทั้งสองข้างขมวดมุ่นจนแทบผูกเป็นปม รู้สึกเหนื่อยใจเหลือเกิน เขาจะรับมือกับเรื่องนี้อย่างไรดี

 

ติดตามตอนต่อไปได้เร็วๆนี้ ค่ะ>>>

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

657 ความคิดเห็น

  1. #545 Palmy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2553 / 22:33
    เจ๊น้ำคิดอะไรเพี้ยนๆ
    #545
    0
  2. #98 princess of darkness[p@ir] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2553 / 17:12
    โห้

    น้ำลงทุกวุ้ย

    #98
    0
  3. #50 kaaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 21:22

    ฮ่ะ ฮ่า ปฏิบัติงานแฝงตัววันแรกอาจารย์ก็โดนขอร้อง
    แบบเหงื่อซึมมาแล้ว ฮ่ะ ฮ่า

    #50
    0
  4. #47 jeabkiss (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 14:21

    ลุ้นๆอีกแล้ว

    #47
    0
  5. #46 yuta_kan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 09:59

    เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ ... มาอัพต่อด้วยจ้า

    #46
    0
  6. #45 **~Mink~** (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:30
    อ่านไปอ่านมาเริ่มอยากให้อาจารย์ภัฎเป็นพระเอกคู่น้องน้ำเสียแล้วสิคะ
    น้องน้ำก็ออกจะน่ารักน้าาาา หมั่นไส้อิตาปอนด์อ่ะ
    เห็นสาวใหม่ใสกิ๊กรีบอยากชิ่งเพื่อนที่รักกันมาตั้งแต่เด็กเลยนะ
    อยากให้มีใครรักน้องน้ำจริงๆ มั่งทำไมต้องไปรุมรักแต่นางเอกคนเดียว
    มะเข้าใจเรยยย
    #45
    0