ดวงหทัยแห่งชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 6 : ว่าที่...ชีคคาคนที่สาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ม.ค. 53

ตอนที่ 6 ว่าที่...ชีคคาคนที่สาม

“เธอเข้าพักที่ห้องชั้นห้านี่เองครับ ผมตรวจสอบแล้ว ผู้ชายที่พักร่วมกับเธอ พวกเขานามสกุลเดียวกันน่าจะเป็นพี่น้องมากกว่าคนรัก” วูตูรายงานสิ่งที่คิดว่าท่านชีคของเขาอยากรู้ที่สุด

ชีคอิรัมย์พยักหน้า กำลังจะเดินก้าวไปยังห้องนอนภายในห้องสูทหรูหราราคาแพงลิบเพื่อพักผ่อน แต่ท่าทางอึกอักเหมือนมีบางเรื่องจะพูดต่อของวูตูทำให้เขาชะงัก

“เจ้ามีอะไรจะบอกเรา?”

“เธอฝากมาเรียนท่านชีค หวังว่าคงไม่ลืมเรื่องคำสัญญาครับ”

คิ้วเข้มขยับเข้าหากันรวดเร็ว ผู้หญิงคนนี้กล้าเกินไปแล้ว หล่อนคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้อาจหาญมาทวงคำสัญญานั่น มือใหญ่กำแน่น ท่อนแขนแกร่งสั่นนิดๆ เมื่อคิดว่าเรื่องน่าอับอายที่เกิดขึ้นนี้ อยู่ในสายตาผู้ติดตามทั้งหมดร่วมรับรู้ด้วยเช่นกัน หล่อนกล้าเรียกร้องให้เขาต้องคุกเข่ากล่าวคำขอโทษต่อหน้าธารกำนัล

ไม่มีวันที่คนอย่างชีคอิรัมย์จะทำเช่นนั้นเป็นแน่...แต่จะเปลี่ยนเป็นเงื่อนไขอื่นที่หล่อนต้องพอใจไปเสียยิ่งกว่า

ชีคหนุ่มสะบัดชายโต๊ป ใบหน้าตึงด้วยอารมณ์ขุ่นเคืองเข้าไปในห้องพัก จัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จสรรพ ก่อนจะเรียกผู้ติดตามทั้งหมดเข้าร่วมประชุมหารือถึงเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในวันนี้

จากการสอบสวนจากมืออาชีพ พิษงูแมวเซาที่เธอคนนั้นระบุ พบเป็นคราบติดอยู่ในแก้วกาแฟ

คนของเขาเก็บกวาดทุกอย่างที่พอจะเป็นหลักฐานสำคัญมาจากห้องชั้นเฟิร์สคลาสของเครื่องบินลำที่โดยสารมาทั้งหมดเพื่อตรวจสอบ

บริษัทค้าน้ำมันของตระกูลมาห์จาบีนในนาม SADUS OIL ที่ฝรั่งเศสเข้ามารับช่วงเรื่องการอำนวยความสะดวกและความปลอดภัยแก่ผู้เป็นเจ้าของที่แวะพักกะทันหัน เขาสั่งให้มือดีฝ่ายสอบสวนที่ไว้ใจได้เข้ามาช่วยคลี่คลายเรื่องนี้โดยเร็วที่สุด แม้แต่โรงแรมแห่งนี้ บัดนี้ถูกคุ้มกันด้วยคนของอัลมาห์จาบีนที่แฝงอยู่ทุกซอกมุมเพื่อเฝ้าระวังและรอดูว่า พวกมันจะลงมืออีกครั้งเมื่อไหร่ อย่างไร

ที่โรงพยาบาลนอกจากจามัลด์กับอัลฟัทยังมีผู้คุ้มกันอีกยี่สิบคนที่ได้รับการส่งตรงด่วนมาจากบริษัทสาขาของอัลมาห์จาบีนในฝรั่งเศสไปที่นั่น

ชีวิตของบุตรชายคนโตฝาแฝดทั้งสองของท่านชีคอารีฟ บิน อาซิส อัลมาห์จาบีน มีค่าต่อแคว้นซาดัสแค่ไหนพวกมันรู้ แล้วใครกันล่ะที่มุ่งหวังทำลายล้างพวกเขาทั้งสองเพื่อต้องการสิ่งใดกัน ถึงได้ลงมือไม่หยุดหย่อน

บ่อน้ำมันมูลค่ามหาศาลที่เป็นของมาห์จาบีนอย่างนั้นหรือ?

พวกมันนึกว่าตัวเองกำลังเล่นงานใครอยู่...ช่างไม่รู้จักชีคอิรัมย์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน บุตรชายคนโตของชีคอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีนเสียแล้วกระมัง

แก้วที่ชีคอัมรินห์แย่งกาแฟดำไปดื่ม เพื่อจะให้เขาได้ลิ้มรสชาติของโกโก้ร้อนแทน

หากน้องชายฝาแฝดไม่แย่งกาแฟแก้วนั้นไปดื่มแทน คนที่นอนแซ่วอยู่โรงพยาบาลอาจจะเป็นเขา

และถ้าไม่มีผู้หญิงจอมจุ้นวุ่นวายคนนั้น...ป่านนี้เขาอาจจะไม่มีฝาแฝดแล้วก็ได้

ชีคอิรัมย์หลับตาลง กลืนความขมขื่นและเครียดแค้นลงไปให้ลึกที่สุด ฝังมันไว้รอเวลาที่ขุดออกมาชำระให้กับคนที่อยู่เบื้องหลังของเรื่องราวทั้งหมดนี่...พยายามสะกดความเครียดและหัวที่ปวดเจียนระเบิดเพราะเรื่องร้ายที่ผ่านเข้ามา

คนอย่างชีคอิรัมย์ผู้ไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด...แต่ในวันนี้เขายอมรับ...ว่าดวงใจแกร่งไหวสะท้านกริ่งเกรงแค่ไหนตอนที่ผู้หญิงคนนั้นบอกว่าน้องชายได้รับพิษร้ายกาจที่อาจจะฆ่าเขาตายหากไม่ได้รับการรักษาให้ทันท่วงที

ตระกูลมาห์จาบีนเป็นหนี้เธออยู่

ภาพใบหน้าหวานใสของคนเย่อหยิ่งอวดดีผ่านเข้ามาในความคิด ละลายความเครียดขึ้งในเบาบางเจือจางลง

เขาจะตอบแทนอะไรแก่เธอดีนะ...แม่คนอวดเก่งผู้หยิ่งจองหอง

ใบหน้าหวานใส รูปร่างเปรียวสวยของเธอสะดุดตาสะดุดใจชีคหนุ่มอยู่ไม่น้อย

รอยยิ้มอย่างพึงพอใจผุดขึ้นมาบนใบหน้าที่คลายความเครียดขึ้งลงไป...

คนที่ไม่ยอมคน...คนที่ไม่ยอมใคร มิสปางนภัทร ภีมมาวัฒน์ คือชื่อของเธอ

ผู้หญิงไทยที่ขึ้นชื่อว่าอ่อนหวาน ยกเว้นคนนี้ที่เรียกร้องต้องการให้เขาคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเธอ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอย่างชีคอิรัมย์ บินอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีนจะไม่มีวันเสื่อมเกียรติเพื่อทำอย่างนั้นเป็นเด็ดขาด

ตำแหน่งชีคคาคนที่สามของเขา...อาจจะทำให้เธอพึงพอใจกว่าข้อเรียกร้องนั้นมากมายก่ายกองก็เป็นได้

ริมฝีปากหยักคมได้รูปสวย กระตุกรอยยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนปิดตาลงเมื่อเรื่องเคร่งๆในหัวตลอดหลายชั่วโมงนี้เริ่มแผ่วพิษสงของมันลงไป

 

เสียงเรียกที่หน้าห้องในเวลาเช้าตรู่

“พี่เฟือง..มีคนมาเคาะประตู” เสียงโวยวายดังมาจากใต้ผ้าห่มที่บางคนคลุมโปงอยู่เพราะความหนาวเหน็บ

“ได้ยินก็ทำไมไม่ไปเปิดล่ะไอ้ยุ่ง” เสียงเขียวของพี่ชายโต้ตอบกลับมาจากเตียงนอนอันแสนสุขข้างๆ

“ก็นี่มันห้องพี่นี่ เป็นมิเชลล่ารึเปล่าก็ไม่รู้”

พอได้ยินชื่อมิเชลล่า ปิยภัทรก็เด้งดึ๋งลุกจากเตียงอย่างรวดเร็ว เขาใช้มือสางหัวที่ยุ่งเป็นรังนกให้เข้าที่เข้าทางอย่างที่คิดว่าหล่อจานด่วนได้ในเวลานี้ แล้วรีบพุ่งพรวดไปเปิดประตูทั้งๆที่ยังไม่ได้ล้างหน้านั่นแหละ

บุรุษหนุ่มหน้าแขกในชุดพนักงานโรงแรมโค้งให้นอบน้อม พร้อมกล่าวขอโทษขอโพยที่มารบกวนเวลานอนอันแสนสุข ก่อนยื่นซองเอกสารในมือให้ บอกว่ามีคนฝากถึงแขกที่พักห้องนี้

หนุ่มหน้าตี๋รับมาอย่างงงๆ กล่าวขอบคุณแล้วปิดประตูลงดังเดิม

ร่างสูงใหญ่เดินกลับเข้ามาในห้องมองซองสีน้ำตาลในมืออย่างงวยงงสงสัยว่าคืออะไรกันแน่ จ่าหน้าซองถึงมิส   ปางนภัทร แถมยังเขียนนามสกุลถูกต้องเป๊ะทุกตัว

หัวคิ้วรกๆขยับเข้าหากัน แล้ววาดสายตาไปยังเตียงผู้เป็นน้องสาวที่ยังนอนหลับอุตุคลุมโปงอย่างแสนสบายอยู่ คนเป็นพี่เดินเคาะสมองไปนั่งลงที่โต๊ะ สลับมองเอกสารในมืออย่างสงสัย

ไอ้ยุ่งเพิ่งมาถึงเมื่อคืนนี้...เข้าพักห้องนี้โดยไม่มีใครรู้นอกจากเขาเท่านั้น...แล้วเอกสารในมือนี่จ่าหน้าซองมาถึงปางนภัทรมาได้ยังไงกัน นายมะเฟืองเกาหัวแกรกๆอย่างงุนงงสงสัย

ในฐานะพี่ชายของมิสปางนภัทร เขาจึงทำการเสียมารยาทอย่างไม่รู้สึกผิดซักนิดโดยการแกะซองเปิดดูข้างในมันเสียเลยว่าเป็นอะไรกัน

พาสปอร์ตของไอ้ยุ่งกับตั๋วเครื่องบินชั้นเฟิร์สคลาสจากฝรั่งเศสปลายทางไทยแลนด์สนามบินนานาชาติเชียงใหม่ที่จะออกตอนสิบโมงเช้าวันนี้

ใบหน้าตี๋หล่อเงยมองนาฬิกาข้างฝา ปาเข้าไปเกือบแปดโมงแล้วนี่หว่า

ไม่รอช้านายมะเฟืองรีบปรี่ไปที่เตียงน้องสาว กระชากผ้าห่มออกจากร่างของคนที่นอนน้ำลายยืดหลับตาพริ้มอย่างไม่ปรานีปราศรัย  “ไอ้ปราง...ตื่นเว้ย เดี๋ยวไปขึ้นเครื่องไม่ทัน”

คนถูกขัดจังหวะฝันหวานโวยวายเสียงดังลั่นลุกขึ้นมานั่งกลางเตียง “อะไรเล่าพี่ชาย กำลังนอนสบายอยู่เลย”

“รีบไปอาบน้ำล้างหน้าแต่งตัวด่วนให้เสร็จภายในยี่สิบนาทีเดี๋ยวนี้”

“ทำไมต้องเดี๋ยวนี้” น้องสาวหน้ายุ่งเหยิงถาม

“แกต้องไปขึ้นเครื่องตอนสิบโมงเช้า สายกว่านี้รถติด เดี๋ยวไม่ทันกันพอดี”

“อะไรนะ? นี่ไปแอบจองตั๋วไว้ให้ตั้งแต่เมื่อไหร่” คนเพิ่งตื่นหน้ายุ่งเหยิงเกาหัวงุนงง

พี่ชายนายมะเฟืองขึงหน้าตึง หยิบพาสปอร์ตและตั๋วเรือบินชั้นFirst Classสุดหรูขึ้นมาชูหรา

“มีคนฝากมาให้แก” ว่าแล้วเขาก็โยนพาสสปอร์ตหนีบตั๋วเครื่องบินลงบนเตียงตรงหน้าน้องสาว

คนเพิ่งตื่นหยิบหนังสือเดินทางและตั๋วเครื่องบินไปดูอย่างงงๆ “นี่มันของปรางนี่” เจ้าตัวอึ้งงันไปพักใหญ่ ก่อนจะหันไปคว้ากระเป๋าสะพายติดตัวตลอดเวลาที่สตูข้างเตียงมาแหวกๆหาไอ้เอกสารที่หน้าตาเหมือนกัน

...ปรากฏว่าไม่มี

“เฮ้ย! แล้วมันหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่?” เงยหน้าถามพี่ชายอย่างสงสัย

นายมะเฟืองแบมือยักไหล่ “แกนี่มันสะเพร่าจริงๆ พาสปอร์ตหายไปก็ยังไม่รู้”

เจ้าตัวนั่งนิ่ง พยายามนึกทบทวนที่มาที่ไปของเอกสารสำคัญและตั๋วเครื่องบินตรงหน้า พลางเผยอปากน้อยๆ เธอแน่ใจว่าไม่มีใครได้เข้าใกล้กระเป๋าใบนี้ของเธอขนาดที่จะล้วงเอาพาสปอร์ตออกไปโดยที่เจ้าตัวไม่รู้

“ใครเอามาให้เหรอ?”

“บริกรของโรงแรม บอกว่ามีคนฝากมาให้”

“แล้วมันใครล่ะ?” ถามพลางยกมือขึ้นเกาหัวแกรกๆ หมดมาดสาวสวยชนิดใช้กล้องจุลทัศน์ส่องหาก็ยังไม่เจอ

“ไม่รู้เว้ย แต่ที่รู้แน่ๆคือตอนนี้แกรีบไปสีฟัน ล้างหน้า แล้วไปสนามบินให้ทันก่อนเครื่องออกสิบโมง เพราะไม่งั้นแล้วไม่แกก็ฉันได้ควักเนื้อค่าตั๋วกลับเมืองไทยแน่ๆ ชั้นเฟิร์สคลาสเชียวนะ อย่ามาทำอ้ำอึ้งเล่นตัวไป...เร็ว” พี่ชายเร่งส่งท้าย

เพราะคำสั่งและความงกในปัจจุบันทันด่วนมีมากกว่าความสงสัย ปางนภัทรจึงลุกไปล้างหน้าแปรงฟันอย่างไม่อิดออด พร้อมๆกับที่ใช้สมองคิดหนักหน่วงถึงที่มาที่ไปของตั๋วเครื่องบินใบนั้น

และสมองก็พาเธอเลี้ยววกกลับไปคำนึงถึงใครบางคนที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะไม่คิดถึงอีกและถือเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานว่ากวดน้ำคว่ำขันล้างซวยไม่ยุ่งเกี่ยวอีกแล้วในชาตินี้ขึ้นมาอีกครั้งอย่างช่วยไม่ได้

“นายนั่นจริงเหรอ? เขาจะทำอย่างนี้ทำไมกัน?”

“เร็วโว้ยไอ้ปราง แปดโมงยี่สิบแล้ว” เสียงนายมะเฟืองเร่งน้องสาวยิกๆ ไม่ให้เวลาเธอได้ใช้ความคิดนานกว่านี้

 

“ฉันว่าเป็นนายชีคอะไรนั่นรึเปล่า?”

เป็นความคิดเดียวกับที่เธอคิดไว้อยู่แล้ว แต่เรื่องอะไรจะไปยอมรับ “จะไปรู้เหรอไง?” ทำเสียงฉุนๆดักคออีกฝ่าย แต่ดูเหมือนว่าปิยภัทรจะไม่สะท้านสะเทือนกับเสียงขุ่นนั่นซักนิด

“ฉันจะได้น้องเขยแขกจริงๆหรือนี่” ยกมือเกาคางตัวเองยิกๆ ย่นคิ้วเหมือนคิดหนัก

“บ้า” พูดว่าบ้าใส่ แต่ไอ้อาการทำหน้าไม่ถูกเหมือนขัดเขิน ทำให้พี่ชายหัวเราะหึๆ ในลำคอ

“แล้วฉันจะรอดู”

ดวงตากลมบ็อกตวัดแววขุ่นไปมองพี่ชาย “ไม่ต้องรอดูอะไรทั้งนั้น อีกสามวันถ้าพี่ไม่กลับไปให้ทันวันเกิดคุณย่า ปรางจะฟ้องว่าพี่เห็นผู้หญิงสำคัญกว่า...เฮอะ แล้วคราวนี้คงรู้นะว่าโรงแรมภูพิงค์อิลิซเซียมจะเป็นของใคร?” เจ้าตัวทำหน้าเชิดๆเข้าใส่พี่ชายเป็นการข่มขู่

“เออๆ อยากได้ก็เอาไปเหอะ ฉันไปนั่งบริหารคลีนิคทำฟันมิเชลล่าเอาก็ได้” พี่ชายทำหน้าหยิ่งเชิดไปอีกทาง

“ไปง้อเขาให้ได้ก่อนเหอะ ปรางว่าป่านนี้เจ๊มิเชลล่าอาจถอดแหวนพี่ขว้างทิ้งไปทางไหนแล้วไม่รู้ก็ได้”

นายมะเฟืองหันขวับกลับมา ทำหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ แต่คนจะถูกถกเนื้อเถือหนังกิน หาได้เกรงกลัวไม่ กลับลอยหน้าลอยตาโต้ตอบพี่ชายที่กำลังเงื้อง่าราคาแพงนั่นให้แค้นใจเล่น จนต้องลดมือลง

เจ้าตัวฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีที่ถือไพ่แต้มต่อเหนือกว่าพี่ชายได้

สองพี่น้องหยุดการโต้เถียงเมื่อแท็กซี่แล่นเข้ามาจอดในสนามบิน

ปิยภัทรจ่ายค่าแท็กซี่แล้วยกกระเป๋าเดินทางลากตามหลังน้องสาวในชุดชมพูคิตตี้ที่เจ้าตัวชื่นชอบเข้าไปในสนามบิน โดยยังมีการกัดและโต้เถียงกันเป็นระยะ ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหนุ่มลูกครึ่งเชดัสย่าห์ฝรั่งเศสในชุดแต่งกายสบายๆสไตล์นักท่องเที่ยวที่ลงแท็กซี่ตามมา ดวงตาที่ฟ้าอมเทาวาวจับจ้องสองพี่น้องอยู่อย่างไม่วางตา ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมา ให้ร่วมเดินทางตามติดเธอไป

สหายฟริ๊นซ์ นายไปจัดการสืบเรื่องของเธอให้ฉันอย่างละเอียด เพื่อนสนิทต่างศักดิ์ร่วมโรงเรียนนายร้อยเดียวกันสั่งงานมา และก็เป็นงานที่ค่าตอบแทนงามเสียด้วย

ฟริ๊นซ์ มองรูปใบหน้าสวยใสที่ชีคอิรัมย์ให้...แปลกใจที่รสนิยมของเพื่อนหนุ่มเปลี่ยนไปจากเดิม...ปกติเห็นชอบแต่สาวหน้าคมเข้มหุ่นสะบึมหน้าฟัด...แต่เธอคนนี้น่ารักเหมือนตุ๊กตา รูปร่างประเปรียวระหงโปร่งบาง

เธอเป็นใครกัน? ทำไมท่านต้องอยากรู้จักเธอขนาดนั้น เพล์บอยตัวกลั่นแห่งมหานครปารีส ผู้ไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง...แต่ทำงานลับๆเป็นนักสืบอิสระถามสหายต่างศักดิ์ด้วยความสงกา...เพราะปกติเห็นแค่หลิ่วตาใส่ สาวๆก็วิ่งมาพันแข้งพันขาเพื่อนหนุ่มเจ้าเสน่ห์กระเป๋าหนักโดยไม่ให้ต้องออกแรง และไม่เห็นต้องทำลับลมคมในอย่างเช่นครั้งนี้

คำตอบคือบัตรแพทรินัมวงเงินไม่จำกัดที่เลื่อนมาให้ตรงหน้า พร้อมรอยยิ้มกริ่มบนใบหน้าเข้มที่ไม่มีให้เห็นบ่อยนัก ทำให้ฟริ๊นซ์อดสงสัยไม่หาย และแม้เขาจะโบกมือไปมาผ่านหน้าคนที่เอาแต่ยิ้ม ก็ไม่มีคำตอบ...อาการอย่างนี้เดาได้ไม่ยาก

เขาต้องได้คำตอบด้วยตัวเองในเร็ววันนี้เช่นกัน...ของเล่นชิ้นใหม่...ตุ๊กตาดิ้นได้ที่ชีคอิรัมย์กำลังหมายปอง...เป็นใคร?

 

ที่โรงพยาบาลในเช้าวันถัดมา อาการของชีคอัมรินห์ดีขึ้นน่าพอใจ ร่างกายตอบสนองต่อเซรุ่มที่ได้รับเป็นอย่างดี

ชีคอิรัมย์เบาใจขึ้น แม้น้องชายฝาแฝดจะยังต้องอยู่ในห้องไอซียูต่อไปให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมงตามความเห็นของแพทย์ก็ตาม บิดาของเขาส่งมือดีด้านสืบสวนและหน่วยคุ้มกันมาจากซาดัส พร้อมคำตำหนิเรื่องที่พวกเขาไม่ระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้

เจ้าสองคนมีค่าและสำคัญต่อมาห์จาบีนแค่ไหนก็รู้ เลิกการเดินทางแบบเสี่ยงภัยนั่นได้แล้ว น้ำเสียงเข้มงวดของชีคอารีฟสั่งมาอย่างฉุนเฉียวเกรี้ยวกราด

ชีคอิรัมย์ได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมน้องชายในห้องไอซียูได้เป็นกรณีพิเศษ

สีหน้าของแฝดน้องดีขึ้นกว่าเมื่อวานนี้มาก อาการบวมพองตามร่างกายลดลง จ้ำจุดเลือดตามเนื้อตัวลดเหลือเพียงรอยแดงจางๆ

“อัมรินห์” เขาเรียกคนป่วยที่คิดว่าหลับอยู่เบาๆ ไม่ต้องการรบกวน

ดวงตาเรียวยาวเช่นเดียวกับเขาเผยอขึ้นช้าๆ ยังมีแววเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียฉายชัด

“นายเป็นยังไงบ้าง?” ใบหน้าเหมือนส่องกระจกเงาชะโงกเข้าใกล้

น้องชายหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่ “รู้สึกเหมือนตัวเองหลับไปนานมาก...ราวกับจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกเลย”

“ทำไมพูดอย่างนั้น...นายจะเป็นอะไรไปไม่ได้ทั้งนั้น พี่ไม่มีวันยอม” น้ำเสียงแข็งกร้าวบอก

คนป่วยยิ้มออกมาจางๆ “ท่านพี่พูดราวกับคนเราหนีความตายได้เช่นนั้นแล”

ชีคอิรัมย์ส่ายหน้า “นายจะรีบตายไปไหนกัน...คู่หมั้นยังรออยู่ ตราบใดที่ยังไม่รู้จักว่าผู้หญิงเป็นยังไง พี่ว่านายอย่าเพิ่งด่วนตายให้เสียทีที่เกิดเป็นชายชาตรีผู้มีพร้อมสรรพเลย”

เสียงหัวเราะดังเบาๆจากคนป่วย เขารู้สึกดีขึ้น

ตลอดเวลาที่หลับลึกลงไป เขาฝัน...และในความฝันเขาเห็นผู้หญิงคนหนึ่งด้วยภาพเงาเลือนลางเหลือเกิน

ใบหน้าขาวใส ดวงตากลมดำ จมูกเล็ก และปากบางได้รูปสีชมพูระเรื่อ ความห่วงใยและเอื้ออารีของเธอ ช่างงดงามและตราตรึงในหัวใจเขาเหลือเกิน

“นั่นสินะ...ผมควรจะได้แต่งงาน มีครอบครัว มีลูกและเมียเป็นของตัวเอง”

“ใช่...เราสองคนจะต้องช่วยกันสร้างอาณาจักรมาห์จาบีนของท่านพ่อให้ยิ่งใหญ่ สร้างซาดัสให้เจริญรุ่งเรือง พี่มีนายเป็นน้องชายเพียงคนเดียว ไฉนเลยถึงรีบตัดรอนทิ้งกันไปล่ะอัมรินห์ พี่คงรู้สึกผิดมหันต์ ที่นายต้องมารับเคราะห์แทนครั้งแล้วครั้งเล่าเช่นนี้”

ดวงตาที่เหม่อคว้างฉายแวววาม “ทำไมพูดอย่างนั้นเล่าพี่ชาย...ผมไม่ทิ้งท่านพี่ไปไหนหรอก...เราเปรียบเหมือนชีวิตเดียวกัน เห็นหน้าพี่ก็เหมือนกับมองเห็นตัวเอง ผมดีใจที่พี่ไม่เป็นอะไร...ดีใจที่พี่เข้มแข็งและแข็งแกร่ง สกุลมาห์จาบีนต้องพึ่งพาท่านพี่อีกมาก พี่ต้องอยู่เพื่อพวกเราทุกคน”

“ดีมากน้องชาย นายเองก็ต้องรีบฟื้นกำลังให้เร็วที่สุด แข็งแกร่งและหยัดยืนอยู่เคียงข้างพี่นะอัมรินห์”

ชีคอัมรินห์ยื่นมือไปจับมือของพี่ชายผู้มีใบหน้าเหมือนเขาไม่มีผิดแผก ที่แตกต่างน่าจะคือความเด็ดเดี่ยว นัยน์ตาคู่นั้นกำลังสะเทือนใจ วาววับใสๆอยู่ในดวงตาคู่นั้น ทำให้เขารับรู้ได้ถึงความห่วงใย รักใคร่ที่มากกว่าพี่น้องทั่วไป

ชีคอิรัมย์บีบมือน้องชายแน่น ยิ้มฉายเช่นเดียวกับผู้เป็นน้อง พวกเขาต้องเข้มแข็งและยืนหยัดอยู่เคียงข้างกันจนกว่าลมหายใจสุดท้ายของชีวิต

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

317 ความคิดเห็น

  1. #316 MyMiNd (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2553 / 10:57
    เหอ ๆ รอดได้
    #316
    0
  2. #32 SN piercensean (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 07:55
    I wish i can be her hehehee
    #32
    0
  3. #18 Aulfafa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 23:37

    ลุ้นตอนต่อไป

    #18
    0
  4. #17 อนัญญา (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 14:39
    เหอ เหอ...สงสัยงานนี้ พี่น้องจะชอบผู้หญิงคนเดียวกันซะละมั๊ง???
    #17
    0