ดวงหทัยแห่งชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 5 : ผู้หญิงที่...สะดุดใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    22 ม.ค. 53

ตอนที่ 5 ผู้หญิงที่...สะดุดใจ

และเพราะคำท้าทายบ้าบอนั่นแท้ๆ สาวไทยที่มุ่งหน้าสู่สนามบินนานาชาติเชียงใหม่จำต้องหอบสัมภาระลงก่อนถึงจุดหมายปลายทางเพื่อตามไปพิสูจน์ข้อวินิจฉัยของตัวเองด้วยหัวใจตุ๊มๆต่อมๆ

เสียเวลาชะมัด แต่เรื่องของศักดิ์ศรี คนอย่างมะปรางยอมใครเสียที่ไหนกัน

เธอตามคณะของคนในโต๊ปขาวนั่นนั่งรถฉุกเฉินไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด

โชคดีมากที่ชีคอัมรินห์ตัวโตและแข็งแรง เขาสามารถทนพิษจนมาถึงมือหมอได้ ตอนนี้เหลือแค่รอผลตรวจจากทางห้องแล็ปแล้วก็คงได้รู้ดำรู้แดงกันไปเสียทีว่า เธอจะต้องไปเริ่มเรียนแพทย์ใหม่ หรือใครบางคนจะต้องได้อับอายคุกเข่าขอโทษเธอต่อหน้าธารกำนัล คอยดูเหอะ ผู้หญิงคนนี้จะเอาให้นายขายหน้าที่สุดเลย นายชีคโกโก้

เวลาในห้องฉุกเฉินผ่านไปกว่าครึ่งชั่วโมง คนชุดขาวเอาแต่เดินไปเดินมาจนเธอเวียนหัว ปางนภัทรมองท่าทีกระวนกระวายใจของพวกเขา เห็นในมุมหนึ่งนอกจากด้านแย่ๆ ก็คือความห่วงใยในสายเลือดร่วมอุทร สีหน้าทุกข์ร้อนของชีคอิรัมย์ทำให้เธอนึกไปถึงเรื่องความผูกพันระหว่างฝาแฝดที่มีมากกว่าพี่น้องโดยปกติ เคยมีงานวิจัยว่าถ้าคนหนึ่งเจ็บปวด หรือเดือดร้อน อีกคนก็จะรู้สึกเช่นเดียวกัน แม้จะอยู่ต่างสถานที่ห่างไกลกันมาก นั่นอาจจะเพราะพวกเขาเกิดจากไข่ใบเดียวกัน และเคยใช้หัวใจดวงเดียวกันมาก่อน ความผูกพันระหว่างฝาแฝดแทบจะเรียกว่าเหมือนเป็นชีวิตๆเดียวกัน เป็นสัมผัสพิเศษที่อยู่เหนือคำอธิบายหรือเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่หลายงานวิจัยกำลังพยายามหาคำตอบอยู่

เจ้าหน้าที่ออกมาแจ้งแก่ญาติของผู้ป่วยที่นั่งรอ ตอนนี้แพทย์กำลังให้การรักษาเบื้องต้นคนป่วยอยู่ ผลจากห้องแลปแจ้งมาแล้ว พวกเขายืนคุยกับนายคนหน้าดุที่ใครๆเรียกท่านชีคอิรัมย์

“ผลยืนยันจากห้องปฎิบัติการ พบว่ามิสเตอร์อัมรินห์ได้รับพิษชนิดเดียวกับที่คุณแจ้งกับทางเรา ตอนนี้คณะแพทย์กำลังสังเกตอาการว่าร่างกายผู้ป่วยตอบสนองต่อเซรุ่มที่ได้รับหรือไม่ ถ้าการแข็งตัวของเลือดไม่ดีขึ้น...บางทีเราอาจจำเป็นต้องใช้วิธีฟอกไตหลังจากนี้”

ปางนภัทรนั่งนิ่ง ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เมื่อเขาถึงมือหมอ...ได้รับเซรุ่ม การรักษาต่อจากนี้ไปอาการก็คงจะดีขึ้น

“ยิ้มทำไม ดีใจที่ไม่ต้องกลับไปเรียนใหม่หรือ?” เสียงดังถามทำลายความเงียบก่อนที่เท้าของใครบางคนจะมาหยุดลงตรงหน้า เธอเงยหน้ามองตามชายโต๊ปขาวขึ้นไป ทั้งๆที่ไม่ได้อยากเห็นหน้านี้อีกเลยให้ตายสิ..พับผ่า

“ฉันดีใจที่น้องชายคุณอยู่ในความดูแลของหมอแล้ว และหวังว่าคนนิสัยดีๆอย่างเขาจะหายเป็นปกติเร็วๆต่างหาก” ยังอดแขวะไม่ได้

ยิ้มที่มุมปากนั่นมันหมายความว่ายังไงกัน

“ฟังดูดีนะ ฉันหวังว่าเธอจะคิดอย่างนั้นจริงๆมากกว่าแค่คำพูดที่ปั้นแต่งให้ฟังดูสวยหรู”

ดวงหน้าใสขุ่นเคือง ย่นจมูกให้ ปรายตากลมบ็อกมองเขาอย่างเกลียดชังความใจแคบ

“นั่นก็แล้วแต่คุณจะคิด แต่ก็ให้ระลึกไว้ด้วยว่าการที่คุณคิดเช่นไร มันบ่งบอกถึงระดับจิตใจของคุณด้วย”

คนถูกย้อนสะอึก ดวงตาคมจ้องกลับมาขุ่นเคืองใจ ฟังออกว่านี่มันคือคำหลอกด่าชัดๆ

“คงหมดธุระฉันแล้ว ขอตัวนะ” ร่างเล็กลุกขึ้นยืนพร้อมลากกระเป๋าเดินทางสีชมพูของตัวเองพร้อมเดินจากไป

“เดี๋ยวก่อน” มือใหญ่ฉวยข้อมือเล็กเรียวไว้

ความอุ่นวาบในหัวใจเมื่อรู้ว่าชีคอัมรินห์ปลอดภัยแล้ว...จากการช่วยเหลือของเธอทำให้เขาอดซาบซึ้งไม่ได้ แต่เพราะมีอคติแต่แรก ทำให้ชีคอิรัมย์นึกคำอ่อนหวานเพื่อขอบคุณไม่ออก ยังไงเขาก็ไม่ชอบกับท่าทางหยิ่งยะโสอวดดีของเธอ

ดวงตากลมจ้องมองไม่พอใจไล่ตามมือใหญ่ขึ้นมาที่ใบหน้าดุนั่น แต่ชีคหนุ่มยังไม่ยอมปล่อย “ฉันจะให้คนไปส่งเธอ”

“ไม่ต้องหรอก” ตอบอย่างไร้เยื่อใย ในใจของชีคอิรัมย์พ่นคำว่า อวดดี อย่างขุ่นเคืองใจ แรงบีบที่มือใหญ่จึงทำเอาเจ้าของข้อมือที่บิดหนีการเกาะกุมไม่สำเร็จ เบ้หน้าเพราะเจ็บ

ใบหน้าคร้ามแกร่งยื่นมาใกล้ “อย่ามาอวดเก่งหน่อยเลย ที่นี่ไม่ใช่อังกฤษ เธอจะไปที่ไหนให้คนของฉันไปส่งดีกว่า” ดูเหมือนมีน้ำใจ แต่ฟังยังไงก็ไม่พ้นคำข่มขู่

“ฟังดูคุณกรุณากับฉันเหลือเกิน...แต่ไม่ต้องหรอกค่ะ ฉันมีคนรู้จักอยู่ที่นี่ และก็คงไม่ต้องรบกวนคนแปลกหน้าอย่างคุณด้วย ขอตัว” เสียงแข็งตอบ กระชากมือเขาออก แล้วสะบัดหน้าพรืดกลับไปตามทางที่ตั้งใจไว้แต่แรก

ดวงตาคมหรี่มองผู้หญิงที่กล้ามาอวดดีกับเขาอย่างขุ่นเคืองใจ เดินไปหาคนสนิท

“วูตู กับมูมัลด์ แกสองคนไปสืบเรื่องของผู้หญิงคนนี้มาให้ฉันเร็วที่สุด”

บุรุษร่างสูงใหญ่ใบหน้าดุและเหี้ยมทั้งสองพยักหน้ารับคำของเจ้านาย “ครับท่านชีค”

“ฉันอยากรู้ว่าคืนนี้หล่อนไปพักที่ไหนกับใคร อ้อ!แล้วจัดการเอาพาสปอร์ตของหล่อนมาให้ฉันด้วย”

พูดจบชีคหนุ่มก็เดินหน้าตึงจากไป เขายังมีผู้ติดตามอีกสี่คน และคืนนี้พวกเขาทั้งหมดก็คงต้องมีเรื่องให้สะสางถึงพิษงูแมวเซาที่น้องชายฝาแฝดได้รับ ว่ามันมาจากที่ไหนกันแน่

 

ปางนภัทรแวะเข้าห้องน้ำ เธอล้างมืออย่างนึกรังเกียจที่ไปจับมือหมอนั่นออกจากมือเธอ สองมือถูกันแรงจนแสบร้อนหวังล้างสิ่งน่ารังเกียจที่อาจติดมือออกให้หมด แล้วก็เลยประหน้าล้างตาเรียกสติเสียนิดหน่อย รู้สึกทั้งเพลียและง่วงจัด

ปิยภัทรโวยวายพอเป็นพิธีเมื่อรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ที่ฝรั่งเศส และกำลังนั่งรถแท็กซี่จากโรงแรมที่พักเพื่อมารับ ด้วยเกิดเป็นห่วงว่าน้องสาวคนเดียวจะไปไม่ถึงโรงแรมเข้า

ก็ดูเอาสิ ขนาดซื้อตั๋วเครื่องบินกลับเมืองไทยมันยังมาลงเสียที่ฝรั่งเศสได้

ร่างบางเดินลากกระเป๋าเดินทางออกมาจากห้องน้ำ บรรยากาศที่นี่หนาวเหน็บไม่แพ้อังกฤษ เตรียมมาแต่ชุดเสื้อผ้าที่ไว้ลั้ลลาเมษาฮาวายที่ประเทศไทยทั้งนั้น เจ้าตัวกุมมือข้างว่างซุกซอกคอหาไออุ่นให้ตัวเอง

“โอ๊ะ” ร่างบางถูกชนจากข้างหลัง จนเซถลา แต่พอเงยหน้าขึ้นมาหมายว่าจะต่อว่าเท่านั้น ก็เห็นว่าเป็นผู้ชายในโต๊ปขาวสองคนที่ติดตามคณะนายชีคโกโก้นั่นมา ใบหน้าสวยเกิดอาการเซ็งขึ้นมาในทันที

“ขอโทษครับมิส...ท่านชีคให้เรามาส่งมิส” น้ำเสียงนุ่มหูดูสุภาพจากชายร่างใหญ่ทั้งสองบอกความประสงค์

คนยังอารมณ์ขุ่นไม่หายเสียงเขียว “บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”

“แต่ว่า...”

“กลับไปบอกเจ้านายคุณเหอะ ว่าฉันเอาตัวรอดได้ ไม่จำเป็นต้องรับความกรุณาจากเขา และฉันก็หวังว่าเขาจะรักษาสัญญาด้วยล่ะ” รอยยิ้มมุมปากสะใจ เมื่อคิดว่าคนหยิ่งจองหองอย่างหมอนั่นต้องมาคุกเข่าขอโทษเธอ

“แล้วพวกเราจะติดต่อมิสได้ยังไง?” หนึ่งในสองถามขึ้นอย่างนอบน้อม

ดวงตากลมแบ๊วหรี่ลง “ก็ถ้าเขาเก่งจริง ก็คงจะรู้ว่าพบฉันได้ที่ไหน? ขอตัวก่อนนะ” หน้าเล็กเชิดเดินลากกระเป๋าเดินทางมุ่งตรงไปทางหน้าโรงพยาบาลที่ตอนนี้รถแท็กซี่คันหนึ่งพุ่งเข้ามาจอดอย่างรวดเร็ว ตามด้วยร่างนายมะเฟืองก้าวลงรถมาทำหน้าเซ็ง ดูเหมือนกำลังเพิ่งตื่นนอน เพราะหัวยังกระเซิงเป็นรังนก

หนุ่มหน้าตี๋รีบเดินรี่เข้ามาหาเมื่อเห็นว่าน้องสาวกำลังตกอยู่ในวงล้อมแขกอาหรับหน้าตาไม่ไว้วางใจสองคน

“มีอะไรปราง?” สายตากวาดมองผู้ชายทั้งสองที่ยืนใกล้กับน้องสาวของเขาอย่างไม่วางใจ

“เปล่า” ตอบแล้วเลิกสนใจทั้งสอง “เรารีบไปกันเหอะพี่เฟือง ปรางจะแข็งตายอยู่แล้ว”

ดวงตาเรียวของพี่ชายกวาดมองน้องสาวในชุดชมพูหวานจ๋อยตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วส่ายหน้า

“ก็สมควรอยู่หรอก หนาวจะตายแต่งตัวอย่างกับจะไปเดินแฟชั่น” ว่าแล้ววงแขนแกร่งของคนเป็นพี่ก็ตวัดโอบกอดน้องสาวตัวยุ่ง ยื่นมือมาแย่งกระเป๋าเดินทางไว้เสียเอง แล้วย่ำเท้าเร็วรี่ไปยังแท็กซี่ที่จอดรออยู่

รถแท็กซี่วิ่งออกไปจากบริเวณหน้าโรงพยาบาล แต่ทั้งวูตูและมูมัลยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม

“ท่านชีคบอกให้เราตามผู้หญิงคนนั้นไป แกมัวยืนนิ่งอะไรอยู่วะวูตู” มูมัลด์ถามสหาย

“จะตามไปทำไม แค่จำป้ายทะเบียนแท็กซี่ได้ก็พอ ค่อยตามไปสืบก็ได้ แกเอานี่ไปให้ท่านชีคเถอะ” วูตูยื่นพาสปอร์ตในมือให้กับเพื่อน

มูมัลด์อ้าปากค้าง ทึ่งจัดกับฝีมือของมือหนึ่งอย่างวูตู “แกเอามาตอนไหนวะ?”

สายตาวูตูเย็นชาน่ากริ่งเกรงนัก “เรื่องผู้หญิงคนนั้นเดี๋ยวฉันตามสืบต่อให้เอง”

“แกว่ามั้ย ทำไมท่านชีคต้องให้เราตามสืบเรื่องของเธอด้วย” มูมัลด์อดสงสัยไม่ได้ ดูเหมือนไม่ชอบหน้ากัน แล้วจะยังไปตอแยด้วยอีกทำไม ฝ่ายหญิงก็แสดงอาการเชิดใส่อย่างชัดเจน ทั้งที่เจ้านายเขาทั้งหล่อ ทั้งรวย มากไปด้วยเกียรติยศ

“แกพูดเหมือนไม่รู้จักชีคอิรัมย์ ทำงานกับนายท่านมาตั้งกี่สิบปีแล้วนะมูมัลด์” วูตูยิ้มอย่างมีความนัย...มูมัลด์อึ้งไป...นิสัยของท่านชีค กับภาพที่เห็นท่านแสดงออกกับผู้หญิงคนนั้น มันไม่ทำให้เขาคิดไปตามรอยยิ้มของวูตูเลย

“ฉันว่าตอนนี้เจ้านายเรากำลังสนใจหล่อน แกก็รู้ว่าท่านชีคชอบเอาชนะ ไม่งั้นจะให้พวกเราตามสืบเรื่องของผู้หญิงคนนั้นไปทำไม อีกอย่างหล่อนสวยเสียด้วยสิ”

มูมัลด์ถอนใจแรงๆ เรื่องความเจ้าชู้ของชีคอิรัมย์ คนทั้งซาดัสก็ยังรู้

“แกคิดว่าเธอเป็นคนชาติอะไร แล้วผู้ชายคนนั้นเป็นคู่รักของเธอรึเปล่า?”

วูตูส่ายหน้า “ฉันไม่รู้ซักอย่าง นอกจากว่า ถ้าชีคอิรัมย์ต้องการอะไร แล้วต้องได้ทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่ผู้หญิงต่างชาติที่มีคู่รักแล้ว” วูตูตบไหล่เพื่อนเบาๆ รีบเดินตามเป้าหมาย ไปสืบเสาะในเรื่องที่เจ้านายของพวกเขาต้องการรู้

 

“เธอไปแล้วครับท่านชีค มีผู้ชายคนหนึ่งมารับ ท่าทางสนิทสนมกันมากถึงขนาดโอบกอดกันเดินออกไป น่าจะเป็นคู่รักของเธอกระมัง” มูมัลด์รายงานอย่างนอบน้อม

ชีคหนุ่มหน้าตึงขึ้นมาเล็กน้อย...หัวใจของเขากระตุกวูบ...ผู้หญิงคนนั้นมีคนรักแล้วหรือ?

“แล้วนี่ก็พาสปอร์ตของเธอ ตอนนี้วูตูกำลังตามไป เดี๋ยวอีกซักครู่ท่านคงได้รายละเอียดมากกว่านี้”

ชีคอิรัมย์รับหนังสือเดินทางที่ลูกน้องส่งให้ไปเปิดดูคร่าวๆ ก่อนจะยื่นคืนให้กับมูมัลด์ หลังจากเก็บเกี่ยวข้อมูลที่ต้องการและอยากรู้ของแม่สาวชุดชมพูคนนั้นไว้ในสมองได้หมดแล้ว

“จัดการซื้อตั๋วเครื่องบินชั้นFirst Classกลับประเทศไทยในวันพรุ่งนี้ส่งไปให้เธอที่โรงแรมด้วยนะ” เขาบอกคนสนิท สีหน้ายังคงเข้มขึงรอคอยการรายงานกลับมาของวูตู พร้อมกับที่อยู่รอดูอาการของชีคอัมรินห์ไปด้วย

 

“เป็นไงมาไงเนี่ยปราง ทำไมแกถึงมาโผล่ที่ฝรั่งเศสได้”

ปิยภัทรถามเรื่องที่อยากรู้จนเนื้อเต้นยิกๆหลังจากที่ลงรถแท็กซี่แล้ว พวกเขาเข้าพักโรงแรมห้าดาวที่นายมะเฟืองยอมควักเนื้อตัวเองกบดานอยู่ที่นี่ เพราะว่าใกล้กับบ้านของมิเชลล่าที่สุดแล้ว

“พี่เฟืองบ่นคิดถึงอยากกอดเค้าไม่ใช่เหรอ น้องก็เลยแวะลงมาให้กอดแก้คิดถึงไง” ปางนภัทรกางแขนกว้าง

ปิยภัทรหรือนายมะเฟืองยื่นปากใส่อย่างไม่เชื่อน้ำหน้าคนพูด มะปรางเลยหุบแขนลงอย่างเดิม เร่งพี่ชายให้ไขคีย์การ์ดเข้าไปในห้องให้เร็ว เพราะเมื่อยขบอยากพักเต็มที

มือหนาผลักประตูเปิดกว้าง เขาพักห้องราคาถูกสุดของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ เพราะดูท่าจะต้องอยู่ง้อแฟนสาวอีกหลายวัน ฝ่ายนั้นเริ่มใจอ่อนโดยยอมไปทานดินเนอร์ด้วยแล้วเมื่อค่ำนี้

“เรื่องมันยาวอ่ะ ง่วงแล้วด้วย ไม่เล่าได้เปล่า” ตัดบทดื้อๆ ยกมือปิดปากที่หาวหวอดๆ ก่อนจะก้มลงรูดซิปรองเท้าบูทสองข้างถอดออกอย่างทุลักทุเล

แต่ใบหน้าตึงๆที่บอกเป็นนัยว่า ไม่ได้ฟังคงนอนไม่หลับของนายมะเฟือง ทำให้คนที่กระโดดทุ่มตัวลงบนเตียงนอน ต้องพ่นลมหายใจพรวด ก่อนจะเล่าคร่าวๆตั้งแต่เรื่องเกิดที่สนามบิน และต่อเนื่องมาถึงบนเครื่องบิน จนในเวลานี้เธออยู่ที่ฝรั่งเศสอย่างที่เขาเห็น

“แกนี่มันจริงๆเลยนะ บอกแล้วว่าอย่าเดินไปสะดุดขาใคร ฉันยังไม่ได้อยากได้น้องเขย” ย้ำเสียงสูง

“เชอะ...คนอย่างหมอนั่นไม่มีวันได้แอ้มปรางหรอกน่า...อย่าว่าแต่ฝันเลยด้วยซ้ำ พี่เฟืองไม่ต้องห่วงหรอก” ใบหน้าเชิดใส่ราวกับชีคอิรัมย์มาอยู่ตรงหน้าก็ไม่ปาน

“แต่เค้าก็รวยไม่ใช่เหรอ? เหมาเฟิร์สคลาสเชียวนะ ฉันว่าสงสัยเป็นพวกเศรษฐีบ่อน้ำมันแหงๆ ตกถังน้ำมันเลยนะไอ้น้อง ตอนนี้ราคากำลังขึ้นพรวดๆซะด้วยไม่สนใจจริงๆอ่ะ?” ปิยภัทรยืนกอดอกพิงผนังห้องถามหยั่งเชิง

ใบหน้าใสงอหงิก “นี่...คุณพี่ เห็นน้องสาวเป็นคนหน้าเงินตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...จะว่าไปดีไม่ดีปรางรวยกว่าอีตานั่นอีก”

“อย่าเว่อร์ไอ้ปราง โรงแรมน่ะของพ่อของแม่ สมบัติกงสี ใช่ของแกคนเดียวซะเมื่อไหร่ อย่าทำมาอุ๊บอิ๊บ”

“เหอะน่า...พี่เฟืองจะรู้อะไร เมซ่ายังชวนปรางไปทำงานที่เชดัสย่าห์ บอกว่าทำแค่เดือนเดียวก็ซื้อเบนซ์ขับได้แล้ว แต่ปรางไม่เอาหรอก ไม่ชอบเมืองแขก” เจ้าตัวว่าพร้อมกับย่นจมูก

ปิยภัทรได้แต่ส่ายหน้า  “อื้อนะ...แม่คนสวยเลือกได้...แล้วก็ซุ่มซ่ามจนได้เรื่อง...โชคดีแค่ไหนที่เขาไม่ลากไปฆ่าปาดคอตั้งแต่ที่ไปทำโกโก้หกราดเสื้อโต๊ปเข้า คนแขกยิ่งถืออยู่เรื่องเครื่องแต่งกายที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่ให้ผู้หญิงหยิบจับแตะต้อง”

“งั้นก็ต้องซักผ้าเองด้วยสิ” มะปรางย่นจมูกงอนๆของตัวเองว่าอย่างหมั่นไส้ ยิ่งได้รับรู้ขนบธรรมเนียมประเพณีที่เอาเปรียบผู้หญิงสุดๆเธอยิ่งต่อต้าน พาลให้คิดถึงหน้าชีคอิรัมย์ที่ทำให้เธอยิ่งเข้าใจผู้ชายแขกแจ่มแจ้งแดงแจ๋ขึ้นมาชัดเจน

“แล้วแกก็บ้าดีเดือดรับคำท้าเขาจนไม่ได้กลับเมืองไทย ฉันไม่จ่ายค่าตั๋วเครื่องบินให้แล้วนะ แค่ที่ควักจ่ายให้ก็เลือดซิบพอดูแล้ว” พี่ชายบ่นงึมๆเป็นหมีกินผึ้ง ยืนพิงผนังห้อง กอดอกมองน้องสาวคนเดียวที่ไม่รู้ว่าบ้าระห่ำเหมือนใคร ทั้งๆที่การแต่งกายพยายามพรีเซ้นต์ตัวเองเป็นสาวหวานสุดฤทธิ์ด้วยสีชมพูแท้ๆ

“เรื่องนั้น พรุ่งนี้ค่อยคิดอีกที ตอนนี้ง่วงแล้ว นอนเหอะ” มือเล็กปิดปากหาวหวอดๆอีกคำรบยืนยัน แล้วทุ่มตัวกลับลงนอนบนเตียงหนานุ่มนั่น โชคดีที่ห้องนี้มีสองเตียง ไม่งั้นนายมะเฟืองคงได้ระเห็จไปนอนโซฟาแทน ทั้งๆที่เป็นคนรูดการ์ดจ่ายค่าห้องแท้ๆ

 

อีกสิบนาทีต่อมาวูตูก็โทรศัพท์กลับมารายงาน

“เธอพักที่โรงแรมห้าดาวใกล้ๆ ห่างจากโรงพยาบาลประมาณสามกิโลเมตร ผมคิดว่าบางทีท่านชีคอาจจะอยากพักผ่อน จะให้จัดการเช็กอินเลยรึเปล่าขอรับ?”

ชีคอิรัมย์ยิ้มอย่างพอใจกับลูกสมุนมือขวาที่รู้ใจ ด้วยรู้สึกเพลียและล้ามาเต็มทีแล้วเพราะบนเครื่องบินก็แทบไม่ได้พักผ่อนเลย ยังต้องมาพบกับเรื่องของชีคอัมรินห์ที่ทำให้เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุ๊บปูดโปนเพราะความเครียดขึ้ง ในเวลาที่แพทย์เจ้าของไข้ออกมาแจ้งว่า น้องชายฝาแฝดปลอดภัยแล้ว แต่ยังต้องรอดูอาการให้ครบยี่สิบสี่ชั่วโมง และตัวเขาเองก็ควรจะไปพักผ่อน ชีคหนุ่มจึงตัดสินใจได้ไม่ยาก เขามองเจ้าหน้าที่ภายในห้องไอซียูที่ทำงานกันแข็งขัน แล้วพยักหน้า

“จัดการเช็กอินด์ได้เลยวูตู เดี๋ยวฉันจะตามไป”

ชีคอิรัมย์เดินเข้าไปสั่งจามัลด์กับอัลฟัท ผู้ติดตามชีคอัมรินห์ให้อยู่เฝ้าเจ้านายที่นี่

ส่วนตัวเองแยกไปที่โรงแรมที่พัก เพื่อประชุมเครียด หาที่มาที่ไปของพิษงูแมวเซาที่ชีคอัมรินห์ได้รับ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้องชายฝาแฝดต้องมารับเคราะห์จากการถูกลอบสังหารแทนเขา

พวกมันกล้ามาก และทั้งๆที่เขาระวังตัวเป็นอย่างดี การเดินทางด้วยเครื่องบินของผู้อื่นครั้งแรกเป็นเรื่องขึ้นจนได้ เริ่มตั้งแต่เรื่องวุ่นวายที่สนามบิน ต่อแต่นี้เขาคงไม่ฟังเหตุผลหรือคำคัดค้านห้ามปรามของใครอีก แม้จะอ้างเรื่องช่วยลดโลกร้อนที่คนทั้งโลกกำลังรณรงค์กันอยู่ก็ตามที คนอย่างชีคอิรัมย์จะเดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวของตระกูลอัลมาห์จาบีนเท่านั้น

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

317 ความคิดเห็น

  1. #315 MyMiNd (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 14:54
    แค่เจ้าชู้ก็ไม่ปลื้มแล้ว
    #315
    0
  2. #239 aoistar (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 21:55
    วูตูอ่ะป่าวที่คิดจะลอบฆ่านะ...หุหุ
    #239
    0
  3. #37 weelyone (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 16:37
    แวบเข้ามาอ่านแล้วชอบคะ  จะติดตามต่อไปรีบอัพต่อเลยคะ
    #37
    0
  4. #31 SN piercensean (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 07:35
    hehehehe She won Ya Ya 
    Nine Jaaa thanks for good novel again ner.
    #31
    0
  5. #16 Aulfafa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 มกราคม 2553 / 20:17
    สุดท้ายมะปรางก็ชนะ..555
    #16
    0