ดวงหทัยแห่งชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 3 : กาแฟ กับ โกโก้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,552
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    19 ม.ค. 53

ตอนที่ 3 กาแฟ กับ โกโก้

ปางนภัทรพับหน้าจอคอมพิวเตอร์แลปทอปรุ่นล่าสีชมพูหวานของตัวเองลงเมื่อเมื่อยขบลูกนัยน์ตาเต็มที่

วางนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือลงไปบนเปลือกตาทั้งสองข้างแล้วกคลึงเบาๆ พอลืมตามาใหม่หันไปมองหนุ่มญี่ปุ่นข้างๆก็พบว่าเขานอนหลับคอพับไปเสียแล้ว เธออมยิ้มนิดๆอย่างขบขัน มองท่านอนน่าเอ็นดูไม่มีพิษสงนั่นแล้วเลิกสนใจ

ที่นั่ง Business Classของ AirBus A 380 ลำที่โดยสารมาจัดที่นั่งเป็นแบบ 2-2-2 อยู่ชั้นบนของเครื่องบิน มีสองโซนคือส่วนหัวและท้ายของลำ นายมะเฟืองเอะอะโวยวายพอรู้ว่าเธอเลือกจองโซนด้านหน้าของเครื่องบิน

รู้รึเปล่าว่าสถิติของเครื่องบิน ส่วนหัวมักเกิดอุบัติเหตุมากกว่าส่วนท้าย

แต่สถิติส่วนใหญ่บอกว่าถ้าเครื่องบินเกิดอุบัติเหตุผู้โดยสารมักตายยกลำ มะปรางเองก็ยกเรื่องสถิติมาเถียงกับนายมะเฟืองจนได้ ไม่มีครั้งไหนที่พลั้งพลาด เรียกว่าถ้าวัดกึ๋นความฉลาดลูกบ้านนี้กินกันไม่ลงอยู่แล้ว ระหว่างลูกชายคนโตที่กำลังเรียนปริญญาเอกด้านบริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยในอเมริกา และลูกสาวคนเล็กที่เรียนหมอปีสุดท้ายที่วิทยาลัยแพทย์ลีดร์อันเลื่องชื่อแห่งอังกฤษ

ตอนขึ้นเครื่องใหม่ๆก็ตื่นเต้นดีอยู่หรอก เธอกลอกตามองสำรวจประสาคนขี้สงสัยและช่างสังเกตกับความตื่นตาตื่นใจแปลกใหม่ที่จะหาได้ แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าไม่ต่างจากนั่งรถไฟตู้นอนที่เมืองไทยเท่าไหร่นัก

รูปทรงเบาะที่นั่งก็คล้ายๆกับ 772ER ของสายการบินแห่งชาติที่ใช้บริการเป็นประจำ แค่ออฟชั่นที่ว่าปรับนอนได้ถึง 170องศา นอกนั้นก็ไม่เห็นมีอะไรชวนตื่นเต้นซักนิด หน้าจอ PTV ขนาดเล็กไซส์ไม่น่าต่างจาก Royal Silk บน A345/346 หรือ 747/722 แล้วสายตากลมก็ต้องมาหยุดนิ่งกับผู้โดยสารที่นั่งข้างๆด้านขวามือ

หนุ่มญี่ปุ่นหน้าตาหล่อเหลาใช้ได้หันมายิ้มให้ แล้วส่งภาษาประจำชาติทักทายมา มะปรางได้แต่ยิ้ม ฟังออกแค่ ‘Ohio’ เท่านั้น...ก่อนจะโบกมือโบ๋เบ๋บอกว่าฟังไม่รู้เรื่อง หนุ่มหล่อหน้าตี๋แดนปลาดิบเลยได้แต่ร้อง โอ้ แล้วรัวภาษาอังกฤษสำเนียงแปร่งหูให้เงี่ยหูฟังจนเมื่อยคออยู่เป็นนานสองนาน...ภาษามือ ภาษาใบ้ เล่นเอาสาวไทยงงเต็กอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดบทนิ่มๆด้วยการหยิบแลปทอปขึ้นมาบอกขอตัวเช็กอีเมลล์ซักครู่ แล้วเลือกดูเคสในห้องผ่าตัดทบทวนวิชาเสียหน่อย

พอเห็นเลือดสีแดงฉานอาบอยู่หน้าจอแลปทอปของเธอ ภาพมีดผ่าตัดที่ชำแหละตับไตไส้พุงชวนอ้วก แถมสาวเจ้ายังทำหน้าตาหื่นกระหายสนใจมาก หนุ่มตี๋เมืองเจแปนเลยได้แต่ทำหน้าแหยงแล้วรีบหันหลังให้ในทันท่วงที ก่อนที่จะกลายเป็นศพต่อไป ในข้อหากวนใจให้รำคาญ

ปางนภัทรค่อยโล่งอกที่จะมีเวลาปลีกวิเวกเป็นส่วนตัว แต่กระนั้นก็ยังเปิดวีดีโอเสียบหูฟังศึกษาเคสในห้องผ่าตัดต่อจนจบ เธอยังไม่เคยเข้าเคสผ่าตัดใหญ่ๆ และถ้าชีวิตนี้ต้องลงมือกับใครแบบบินเดี่ยวเป็นครั้งแรก...

ติ๊กต่อก..ติ๊กต่อก...นึกไปถึงใบหน้ากวนโมโหของคนที่โดนเธอเอาโกโก้ไปราดชุดโต๊ป...หมอนั่นน่าจะเป็นคนแรกที่ได้รับเกียรติให้เธอเชือดเนื้อเถือหนัง....ฮึ่ม!

ข้อดีอีกอย่างของเครื่องลำนี้ คือปลั๊กไฟแบบ universal ที่จัดไว้ให้ทุกที่นั่ง จึงสามารถเสียบแลปทอปชาร์จไฟไปในตัวได้ตลอด

ใบหน้าใสผินออกไปมองหน้าต่างของเครื่องบินก็เห็นแต่ความมืดมิดภายนอก พอถึงประเทศไทยก็วันใหม่พอดี ยังมีเวลาอีกตั้งหลายชั่วโมงบนเครื่องนี้ จะทำอะไรฆ่าเวลาดีหนอ

พอชะโงกหน้ามองบาร์เล็กๆตรงบันไดทางลง ตรงนั้นมีโซฟาให้นั่งพักผ่อนหย่อนใจด้วย ใจนึกถึงโกโก้ร้อนๆซักแก้วก่อนนอน หากรบกวนให้แอร์โฮสเตทชงให้ซักแก้วก็คงจะดี เฮ้อ! โดยสารสายการบินต่างชาติไม่รู้สึกอุ่นใจและสบายใจเป็นกันเองเท่ากับสายการบินบ้านเกิดเลย แหม!ก็คนมันอยากลองของใหม่ดูก็เท่านั้น

เครื่องบินที่เธอโดยสารมาเป็นลำหรูสุดๆของสายการบินสัญชาติอาหรับประเทศหนึ่งที่รวยน้ำมันอยู่ไม่น้อย เมื่อคิดว่าเอาเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปสนับสนุนให้พวกเขายิ่งรวยเข้าไปอีกแล้วก็แอบเจ็บใจตัวเองขึ้นมานิดหน่อย ค่าที่ไม่ประทับใจนายหน้าแขกที่สนามบิน...ได้ยินว่าเขาเองก็กำลังจะขึ้นเครื่องเดินทางไปที่ไหนซักแห่งเหมือนกัน เห็นทีคงเปลี่ยนชุดโต๊ปที่นุ่งไม่ทันแน่ๆ มลทินโกโก้ของเธอต้องเปื้อนเปรอะหมอนั่นไปตลอดการเดินทาง เขาคงจะหัวเสียไม่น้อย

ดวงตากลมเริ่มหรี่ลงทีละนิดเพราะความง่วงงุน แล้วทำไมในเวลาใกล้หลับตานอน ต้องคิดถึงผู้ชายคนนั้นอีกนะ

 

First Class : AirBus A 380 บินเข้าสู่น่านฟ้าประเทศฝรั่งเศส

ชีคอิรัมย์ และชีคอัมรินห์ บุตรชายฝาแฝดของชีคอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน  แห่งแคว้นซาดัสประเทศเชดัสย่าห์  กำลังสนทนาเครียดกันถึงเรื่องการขยายแท่นขุดเจาะน้ำมันแหล่งใหม่ที่พวกเขากำลังจะลงทุนในอ่าวแคชหลังจากที่ว่าจ้างบริษัทเจาะสำรวจแล้วพบแหล่ง

แต่การลงทุนครั้งนี้ต้องใช้เม็ดเงินมหาศาล เนื่องจากแท่นขุดเจาะเก่าๆที่พวกเขาทำกันนั้น เคยแต่เจาะอยู่เหนือผืนทราย แต่ไม่เคยลงมือขุดเจาะจากในทะเล เรียกว่าต้องศึกษาการลงทุนใหม่ทั้งหมดถึงความคุ้มค่าและหาผู้ร่วมทุนที่ไว้ใจแบ่งผลประโยชน์กันได้อย่างลงตัว และอีกหนึ่งเหตุผลที่มาอังกฤษเพราะแฝดผู้พี่มีโครงข่ายจะขยายธุรกิจด้วยการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลซักทีมหนึ่งที่ตอนนี้อยู่ในระหว่างเจรจาหาราคาที่ลงตัวทั้งสองฝ่าย

“มีแต่นายเพียงคนเดียวที่พี่ไว้ใจพอจะพูดคุยปรึกษาเรื่องนี้กันได้ คนอื่นๆก็มุ่งเอาดีไปทางอื่นเสียนี่ ถ้ามีพี่น้องอย่างนายเยอะๆก็คงจะดีไม่น้อย จะได้มาช่วยกันคิด ช่วยกันทำงาน” ชีคอิรัมย์โพล่งขึ้นมาหลังจากวุ่นวายเรื่องหาคนที่ไว้ใจได้ไปควบคุมงานโปรเจ็กใหม่ๆที่ผุดขึ้นในหัวมากมายเป็นดอกเห็ด ทั้งๆที่ตอนนี้ ทั้งเขาและชีคอัมรินห์ก็งานล้นมือกันทั้งคู่

“จริงๆก็อาจจะมีอยู่บ้างหากท่านพี่หัดไว้ใจคนอื่น ถึงอย่างไรพวกเราก็สายเลือดอัลมาห์จาบีนเหมือนกัน แต่ไอ้เรื่องให้เหมือนผมนั่นคงเป็นไปได้ยาก...ในเมื่อท่านพ่อของเราเป็นชายชาตินักรักขนาดไหนท่านพี่ก็รู้” ชีคอัมรินห์เอ่ยถึงบิดาด้วยความเคารพ และพี่ชายฝาแฝดตรงหน้า ก็ถอดแบบท่านชีคอารีฟมาได้แบบหมดจดเลยทีเดียว

“เราสองคนเป็นฝาแฝดกันนิสัยยังแตกต่าง แต่ที่ท่านพี่ไว้ใจผมคงเป็นเพราะเราเติบโตมาพร้อมกัน”

“แต่ยังไงใครก็ไม่เหมือนนายนะอัมรินห์ นายเป็นน้องที่พี่รักเท่าชีวิตและตายแทนได้ นายเองก็เกือบตายเพราะพี่มาถึงสองครั้งสองครา อยากรู้นักว่าใครกันมันมุ่งร้ายต่อพี่ เท่าที่จำได้ชีวิตนี้พี่ไม่เคยไปทำอะไรให้ใคร” ชีคหนุ่มกล่าวเสียงเครียดเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เฉียดตายในชีวิตของตัวเองที่น้องชายกลายมาเป็นผู้รับเคราะห์แทน

“นั่นอาจจะเพราะท่านพี่เป็นรัชทายาทแห่งซาดัสก็เป็นได้ มิใช่เพราะเขาหมายปองร้ายต่อท่านพี่หรอก”

“พี่ตายแล้วมันจะได้อะไร? ในเมื่อนายเองก็ยังอยู่”

“อย่าลืมสิท่านพี่เป็นรัชทายาทแห่งซาดัส เปรียบเป็นมือขวาของท่านพ่อ เป็นจักรกลใหญ่ในการขับเคลื่อนกิจการทุกอย่างแห่งมาห์จาบีน ท่านควรจะรีบมีลูกเสียเร็วๆ หากอยากได้คนมาช่วยงาน”

“พูดถึงแต่พี่ เราอายุห่างกันแค่เจ็ดนาที นายเองก็ควรจะแต่งงานแต่งการได้เสียที ทำอย่างนี้ไม่สงสารคู่หมั้นบ้างหรือไง?” เขาวกมาเรื่องของน้องชายฝาแฝดที่ควรเครียด แต่ชีคอัมรินห์กลับส่ายหัวยิ้มในหน้า

“สงสารนางทำไม ไดย่าเองก็ดูมีความสุขสบายดี การต้องมาเป็นเมียผมน่ะสิที่น่าสงสาร ต้องคอยมาดูแลสามีที่บ้างาน เป็นมารดาของลูกตัวเล็กๆน่าปวดหัวออก”

“พูดเหมือนนายไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีครอบครัว ไม่อยากปวดหัว” เสียงถามกลั้วหัวเราะอย่างขบขัน

“ผมบอกแล้วไงว่าอยากแต่งงานกับคนที่คิดว่าชีวิตนี้จะขาดเธอไม่ได้ ไม่ใช่แต่งงานไปเพราะหน้าที่ต้องผลิตทายาทเท่านั้น น่าสงสารผู้หญิงออกถ้าคิดเพียงเท่านั้น”

“ท่านพ่อไม่น่าส่งนายไปเรียนรัฐศาสตร์การทูตในประเทศเสรีเลย นายถึงได้มีความคิดอย่างพวกฝรั่ง เลิกฝันอะไรอย่างนั้นเถอะอัมรินห์ เพราะถึงยังไงนายก็ยังต้องใช้ชีวิตอยู่ในเชดัสย่าห์ ประเทศอาหรับที่ไม่มีวันเปลี่ยนจารีตไปตามกระแสโลก”

ชีคอัมรินห์ยิ้มอย่างเศร้าใจแทนภรรยาของพี่ชาย...พวกเขาเป็นฝาแฝดที่ไม่เหมือนกันทางความคิด เขาเคยเห็นลิยาน่าห์แอบร้องไห้ เพราะความเจ้าชู้ของพี่ชายมาหลายครั้ง น้ำตาของผู้หญิงก่อให้เกิดความสะเทือนใจกับเขาอย่างเหลือเกิน จนตั้งปณิธานไว้ว่าจะแต่งงานกับผู้หญิงที่เขารักเพียงคนเดียวเท่านั้น เพราะไม่ว่าผู้หญิงประเทศไหน ลึกๆลงไปแล้ว เธอก็คงอยากเป็นหญิงเดียว สำหรับชายเดียวที่เธอรักและหวังฝากชีวิตไว้

เพียงแต่ตอนนี้เขาไม่พบความรู้สึกดังว่ากับผู้หญิงคนไหน แม้แต่กับไดย่าคู่หมั้นของตัวเอง

ผู้ติดตามทั้งหกคนนั่งอยู่อีกวงหนึ่งไม่ห่างนัก พวกเขากำลังเล่นหมากรุกฆ่าเวลา หากหูของวูตูแว่วฟังเสียงสนทนาของท่านชีคทั้งสองตลอดเวลาอย่างสนใจ

“จะไปไหนล่ะวูตู?” จามัลด์ถามคนที่ลุกไปจากวง

“ข้าจะไปห้องน้ำเสียหน่อย ได้ยืดเส้นยืดสายด้วย รู้สึกเมื่อยขบนักอุดอู้อยู่แต่ในนี้”

“นี่ขนาดนั่งเครื่องบินชั้น First Classแกยังปริปากบ่นเรื่องเมื่อยหรืออุดอู้อีกหรือ?”

“ที่นั่งนี่มันก็ไม่ได้ใหญ่โตซักเท่าไรนี่นา แกทำอย่างกับว่ามันวิเศษนัก”

“ก็แน่ล่ะสิ...ลำพังแกกับข้า หรือต่อให้พวกเราทุกคนเอาเงินเดือนมารวมๆกัน ข้ายังตัดใจซื้อตั๋วราคาแพงบ้าเลือดนี่ไม่ลงแน่ๆ หากไม่ได้เป็นผู้ติดตามท่านชีคทั้งสองมา ชาตินี้จะมีปัญญาได้นั่งรึเปล่าก็ไม่รู้ไอ้ชั้น First Class Airbus A 380 นี่ เขาว่ามันคือสุดยอดของเครื่องบินโดยสารในทศวรรษนี้แล้วนะ”

คนอื่นๆครางฮือเห็นด้วยกับจามัลด์ วูตูยิ้มให้เพื่อนๆ ก่อนจะผินหลังไปเข้าห้องน้ำอย่างที่บอก

เจ้าพวกนี้ทำราวกับการได้นั่งโดยสารมากับชีคอิรัมย์และชีคอัมรินห์คือพระคุณสูงสุดที่พวกเขาได้รับ...

คนในฐานะอย่างพวกเขาควรจะปลาบปลื้มและพอใจเพียงแค่นี้...อย่างที่เจ้าพวกนั้นว่าสินะ...แต่สำหรับบุรุษผู้ทะเยอทะยานอย่างวูตูแล้ว เขาบอกกับตัวเองว่า...ชีวิตนี้จะต้องมีโอกาสมากกว่าเป็นมือเท้าของชีคอิรัมย์แห่งซาดัส

“ดูท่านพี่เพลียๆ ดื่มอะไรเสียหน่อยมั้ยครับจะได้สดชื่น” ชีคอัมรินห์ถามพี่ชายอย่างเอาใจ

“อื้ม! ดื่มอะไรดีล่ะ?” สีหน้าเคร่งเครียดมาหลายชั่วโมงครุ่นคิด

“โกโก้ร้อนเป็นไงครับ” คำถามยิ้มในใบหน้าของแฝดผู้น้อง ทำให้ชีคอิรัมย์หน้าตึงบึ้งขึ้นมาในทันที

นึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในสนามบิน...ยัยแสบนั่น กับโกโก้ร้อนทั้งแก้วที่ราดลงมาบนโต๊ปเนื้อขาวบริสุทธิ์ที่เขาสวมใส่ ถ้าเกิดไม่ได้เปลี่ยนชุดใหม่เขาคงยังฝันร้ายและคิดถึงเธออย่างโกรธแค้นไม่วางแน่ๆ

“ข้าขอกาแฟดำเข้มๆดีกว่า” กระแทกเสียงพูดอย่างขุ่นใจไม่หาย

“แต่ผมอยากทานโกโก้ร้อน” ดวงตาคนสั่งแพรวพราว

ผู้เป็นพี่ชายเหลือบสายตามามองน้องชายติดแววขุ่น เหมือนจะถามว่าอีกฝ่ายจะยั่วโมโหเขาไปเพื่ออะไร แต่รอยยิ้มและแววตาไม่รู้ไม่ชี้บนใบหน้าของผู้เป็นน้องทำให้พี่ชายต้องถอนหายใจทิ้งเสียงหนัก อย่างเซ็งจัด

ครู่ต่อมา แอร์โฮสเตทสาวก็เข็นรถเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟสำหรับผู้โดยสารชั้นFirst Classโดยเฉพาะ

กาแฟดำเหยือกใหญ่เป็นที่ต้องการในเวลาที่ร่างกายอยากได้คาเฟอีนไปกระตุ้นให้สมองทำงานถูกเทใส่แก้วเก็บความร้อนเนื้อดีส่งต่อๆกันไป

แอร์โฮสเตทสาววางกาแฟดำสองเหยือกใหญ่ยักษ์ตามคำสั่ง แล้วยื่นถ้วยโกโก้ร้อนๆวางตรงหน้าผู้โดยสารที่ใบหน้าไม่เคยละรอยยิ้มจนทำให้เธอแอบมองอย่างชื่นชมไม่ได้

แต่พอกวาดสายตาไปเสิร์ฟกาแฟดำแก่บุรุษที่นั่งตรงกันข้าม ใบหน้าประพิมประพายคล้ายกันไม่มีผิดหากแต่ดวงตากร้าวดุดันทำให้ถึงกับสะดุ้งจนมือสั่นเทาเทกาแฟกระฉอกออกนอกถ้วย

ชีคอิรัมย์กระเถิบเท้าหนีทัน ไม่งั้นชุดโต๊ปที่ใส่คงได้อาบกาแฟอีกหน

“เธอทำอะไร?” น้ำเสียงตวาดดุดัน ดวงตาเข้มจ้องเขม็ง แม้อีกฝ่ายจะผงกศีรษะย้ำคำขอโทษหลายครั้งหลายหนก็ตาม

“ไม่เป็นไรครับ คุณออกไปเถอะ เดี๋ยวพวกเราจัดการกันเอง” ชีคอัมรินห์บอกกับแอร์สาวที่หน้าซีดเผือดเพราะโดนสายตาพิฆาตของพี่ชายเล่นงานเข้า

“รู้อย่างนี้เอาเครื่องบินของเรามาเองจะดีกว่า ต้องมาเสียทั้งเวลารอคอย ทั้งยังบริการไม่ได้เรื่องอีก” คนกระแทกเสียงว่าใบหน้าบูดบึ้ง แต่คนเป็นน้องยังยิ้มได้

“อย่าลืมสิท่านพี่ เราต้องให้ความร่วมมือลดปัญหาGlobal Warmimg ยิ่งในฐานะผู้ผลิตน้ำมันที่ใครๆก็กร่นว่าเป็นสาเหตุอันดับต้นๆที่ทำให้โลกร้อน”

“ไร้สาระ” น้ำเสียงเฉียบสวนขึ้นมา “ใช่แต่ผลิตน้ำมันหรอกหรือที่เผาผลาญกันให้โลกมันร้อน อุตสาหกรรมอื่นๆก็มีส่วนกันทั้งนั้น เรื่องอะไรถึงได้มาเพ่งเล็งแต่พวกเรา ไอ้คนพูดคงอิจฉาที่เห็นเราทำเม็ดเงินมหาศาลได้จากการขายน้ำมันนะสิ” เสียงกระแทกว่าอย่างเคืองขุ่น

ชีคอัมรินห์อมยิ้ม กลั้นหัวเราะ “ข้าชักจะเข้าใจแล้วสิ ว่าผู้หญิงที่ทำโกโก้คว่ำใส่ท่านพี่ เป็นเพราะท่านไปมองตาดุๆเข้าใส่ให้เธอกลัว”

คนเป็นพี่พ่นลมหายใจแรงๆขับไล่ความขุ่นเคือง ยกแก้วกาแฟกลิ่นหอมฉุยขึ้นมาจ่อริมฝีปาก “อย่างหล่อนคนนั้นหรือจะกลัวอะไร นายไม่ได้ยินที่หล่อนตีฝีปากเถียงพี่ฉอดๆดอกหรือไร” พูดถึงยังหงุดหงิดไม่หาย

“เลิกพูดถึงแม่คนนั้นได้แล้ว แค่คิดถึงหน้าหล่อนก็ทำให้รสชาติกาแฟนี่จืดไปสนิทเลย” ชีคอิรัมย์กำลังจะยกกาแฟขึ้นจิบ แต่น้องชายคว้าถ้วยกาแฟในมือไว้เสียก่อน

“จริงหรือท่านพี่...ไหนผมขอลองชิมหน่อย” ว่าแล้วเขาก็แย่งถ้วยกาแฟจากพี่ชายไปได้

“ไม่ลองชิมโกโก้หน่อยหรือครับ...ขมผสมหวาน จริงๆแล้วผมว่าท่านพี่มัวแต่ดื่มด่ำกับรสขมอย่างนี้สิ ชีวิตของท่านถึงได้เคร่งเครียดตลอดเวลา”

“เอากาแฟของพี่คืนมา” เสียงเข้มบอกกับน้องชายดวงตาคมจ้องดุ

ชีคอัมรินห์ยิ้มล้อเลียนพี่ชาย “ผมเองก็อยากรู้เหมือนกันนี่นา ว่ากาแฟถ้วยขมนี้มีอะไรถึงได้เป็นที่โปรดปรานนัก”

“อัมรินห์ คืนกาแฟถ้วยนั้นมาให้พี่” น้ำเสียงเรียบพยายามระงับความขุ่น

แต่ชีคผู้น้องทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ยกถ้วยกาแฟจิบชิมรสชาติแล้วหน้าเบ้ “ไม่เห็นอร่อยเลยซักนิด”

“นายไม่รู้รสอร่อยของกาแฟก็เพราะชีวิตนายมัวแต่เสาะแสวงหาความหวานนั่นต่างหากเล่าอัมรินห์ ในความขมนั่นก็มีความอร่อยตรงที่มันขมน้อยลงเรื่อยๆเมื่อนายดื่มไปจนหมดแก้ว แต่ความกลมกล่อมและกลิ่นหอมก็ยังอยู่ และเมื่อนายดื่มน้ำเปล่าหลังจากกินกาแฟขมๆจะรู้สึกว่ามันหวานเพราะนายผ่านความขมที่สุดมาแล้ว นายจะไม่หวั่นลิ้นกับความขมใดๆอีก”

ชีคอัมรินห์เลิกคิ้วเหมือนจะถาม ก่อนจะลองจิบกาแฟต่อ

วูตูมองดูบทสนทนาเรื่องกาแฟระหว่างชีคฝาแฝดสองพี่น้องแล้วก็ได้แต่ถอนใจ ส่ายหน้าเครียดขึ้ง

“ผมเจอรสอร่อยของกาแฟที่ท่านพี่ว่าแล้วล่ะ”

ชีคอิรัมย์ยิ้มดั่งผู้ได้รับชัยชนะ “พี่บอกนายแล้ว ถึงจะเกิดก่อนแค่เจ็ดนาที แต่พี่นายคนนี้ก็มีประสบการณ์มากกว่านัก”

“แล้วทำไมท่านพี่ถึงไม่ลองชิมรสหอมหวานแสนอร่อยของโกโก้โดยที่ไม่ต้องรอจนหยดสุดท้ายดูบ้างล่ะ”

ชีคอิรัมย์ยิ้มเครียดก่อนจะยกถ้วยโกโก้ที่น้องชายสั่งขึ้นมาดื่มดูบ้าง คิ้วเข้มขยับเข้าหากัน ความรู้สึกแปลกแปร่งลิ้นนัก

“เป็นอย่างไรบ้างล่ะ? อร่อยอย่างที่ผมบอกท่านพี่มั้ย?”

คนถูกถามวางถ้วยโกโก้ลง ยกผ้าเช็ดปาก “หวานอร่อยในคำแรก....แต่ยิ่งกินความหวานนี่ยิ่งบาดจนแสบคอขึ้นทุกที”

ชีคผู้น้องหัวเราะขันกับใบหน้าแหยๆของพี่ชาย “ใครให้ท่านพี่ซดเสียหมดแก้วทีเดียวอย่างนั้นเล่า โกโก้ก็ต้องละเลียดดื่มเหมือนกาแฟเช่นกัน...ท่านถึงจะลิ้มรสอร่อยของมันตั้งแต่แรกจนถึงหยดสุดท้าย”

บทสนทนาเรื่องกาแฟกับโกโก้หยุดลง เมื่อพวกเขาต้องกลับมาเรื่องงานอีกครั้ง ในเวลาหนึ่งวันชีคฝาแฝดทั้งสองต้องทำงานมากกว่าสิบหกชั่วโมง เพื่อการพัฒนาซาดัสให้ก้าวไกลไปไม่หยุด ซาดัสจึงเป็นแคว้นที่รุ่งเรืองอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับรัฐทั้งห้าของเชดัสย่าห์ เนื่องจากมีทรัพยากรบุคคลอันทรงคุณค่าหลากหลาย คือบรรดาบุตรชายของชีคอารีฟนั่นเอง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

317 ความคิดเห็น

  1. #313 MyMiNd (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 14:42

    เหอ ๆ ชอบไม่ชอบก็เลือกไม่ได้แล้วละ

    #313
    0
  2. #238 aoistar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 21:32
    ชอบโกโก้เพราะชอบคนน้อง 55+ เกี่ยวไหมเนี่ย
    แต่ดูท่านายกาแฟจะเป็นพระเอกละมั้ง...เหอะ ๆ
    #238
    0
  3. #57 tea-w (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:15
    สนุกมากเลยจ้า
    #57
    0
  4. #29 SN piercensean (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 07:09
    My dear Nine ja both of them are handsome so who should i take? or maybe i can have both of them ha!
    hehehehe
    #29
    0
  5. #12 enjoy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 05:07
    อ่ะ ใครเป็นพระเอกอ่ะ ถ้าคนพี่แต่งแล้วนี่ ถึงจะแต่งได้หลายครั้งก้อไม่เอานะ
    #12
    0
  6. #11 chapu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 มกราคม 2553 / 09:27
    กาแฟกับโกโก้  อะไรอร่อยกว่ากันน้า  รออ่านค่ะ
    #11
    0