ดวงหทัยแห่งชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 2 : ไม่ประทับใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,651
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ม.ค. 53

ตอนที่ 2 ไม่ประทับใจ

มือใหญ่หนาแข็งแรงจับต้นแขนเล็กทั้งสองข้างไว้แน่น แล้วดันตัวออกห่าง มะปรางยืนมองผลงานความซุ่มซ่ามของตัวเอง โกโก้ร้อนสีน้ำตาลอาบลงไปบนโต๊ปสีขาวเนื้อบริสุทธิ์เหมือนรอยมลทินที่ป้ายแปดลงไปบนตัวเขา

“ขอโทษค่ะ...ขอโทษ ฉันไม่ได้ตั้งใจ” ผงกหัวระรัวเป็นการขอโทษ แต่มือใหญ่ที่จับอยู่บนต้นแขนกลับบีบแน่นจนหน้าเหยเก บอกเป็นนัยว่าไม่มีการอภัยเด็ดขาด...

“กำลังเรียกร้องความสนใจจากฉันงั้นเหรอ?” เสียงกระด้างของเขาทำให้เลือดที่ว่าเย็นเฉียบกำลังเข้าสู่จุดเยือกแข็งเดือดพล่านขึ้นมาด้วยคำถามดูถูกจากริมฝีปากหยักคมของคนตรงหน้า นัยน์ตาดุดันหรี่มองลงมาหยามเหยียดชัดเจน

“บ้าเหรอ? ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม? เราไม่ได้รู้จักกันซักหน่อย” แม้พยายามสะบัดตัวออก แต่มือแข็งปานคีมเหล็กกลับล็อกจับตัวเธอไว้มั่นคงนัก

มุมปากภายใต้เคราครึ้มที่แต่งเล็มได้รูปขยับขึ้นเป็นรอยยิ้มแสยะแสนน่าเกลียด

“ก็นี่ไงล่ะ วิธีของเธอ” สายตาคมกร้าวกราดมองรอยเปื้อนสีน้ำตาลที่อาบยาวบนชุดโต๊ปขาว

“แล้วฉันจะต้องอยากรู้จักคุณไปทำไมกัน” ยื่นปากใส่ถามออกไปอย่างไม่ชอบใจที่เขามาดูถูก

แรงจากอุ้งมือที่ต้นแขนบีบแน่นจนสะดุ้งโหยง ดวงหน้าใสเหยเก

“โอ้ย!” เสียงร้องหลงด้วยความเจ็บ เรียกให้กลุ่มชายฉกรรจ์ในโต๊ปขาวที่มาด้วยกันเดินเข้ามาห้อมล้อม

ดวงตากลมเหรอหราหน้าซีดเผือดเมื่อสถานการณ์ไม่น่าไว้วางใจ เธอเคยได้ยินมาว่าพวกนี้โหดเหี้ยมนัก และตอนนี้กำลังได้เจอกับตัวเอง ถึงจะกลัวแต่คนอย่างปางนภัทรก็อดปากดีไม่ได้

“อะไรกันแค่ฉันทำเสื้อคุณเปื้อนนิดเดียว...ถ้าขอโทษแล้วยังไม่หายโกรธก็ถอดมาสิ จะเอาไปซักให้”

เสียงแว๊ดดังเข้าใส่อย่างฉุนเฉียว ผู้ชายอะไรกัน...บ้าอำนาจไม่เว้น ขนาดกับผู้หญิงตัวเล็กๆก็ยังใช้กำลัง...นี่มัน United Kingdom นะเว้ย...ไม่ใช่บ้านป่าเมืองเถื่อนของเขาที่มีผู้ชายเป็นใหญ่ กับแค่ทำโกโก้ร้อนหกเลอะเสื้อถึงจะต้องหักแขนเธอทิ้ง

“เกิดอะไรขึ้นครับท่านชีค” ผู้ชายหน้าเหี้ยมที่ติดตามถามขึ้น สายตาบ่งบอกว่าพร้อมจัดการทันทีที่เจ้านายออกคำสั่ง

“ผู้หญิงคนนี้พยายามทำร้ายฉัน” ใบหน้าดุดันไม่คลายพูดขึ้นมาหน้าตาเฉย

“ทำร้าย...จะบ้าหรือไง คุณจับแขนฉันไว้อย่างนี้ ฉันจะเอาอะไรไปทำร้ายคุณ”

“ก็สิ่งที่เธอกำลังทำ...ในเครื่องดื่มนั่นมีอะไร?” เสียงเข่นเขี้ยวถาม มือใหญ่เขย่าตัวเธอจนหัวสั่นหัวคลอนไปหมด

“มีอะไร?” ถามย้ำงงงัน คิ้วเรียวขมวดขุ่นเคือง

“มีอะไรเล่า...ก็แค่โกโก้ร้อน...คุณไม่รู้จักโกโก้หรือไง? ฉันยังไม่เคยได้ยินว่ามีโกโก้หกรดใครแล้วตายเลยนะ” ถามอย่างฉุนเฉียวเกรี้ยวกราดพอกัน แรงบีบที่อุ้งมือยิ่งมากขึ้น จนหน้านวลเหยเกขึ้นอีก

“แค่โกโก้นะครับท่านพี่อิรัมย์ เธอคงไม่ได้ตั้งใจ ปล่อยเธอเถอะครับ” น้ำเสียงนุ่มละมุนหูเอ่ยขอร้อง

ดวงหน้าใสหันไปหาคนมีเหตุผลที่พูดจาน่าฟัง หวังจะขอบคุณที่เขาเป็นมนุษย์ธรรมดาไม่ป่าเถื่อนเหมือนผู้ชายตรงหน้า แต่แล้วก็ต้องอึ้ง...ชะงักคำพูดทั้งหมดไว้ที่ริมฝีปาก

ผีหลอกชัดๆ...บ้าน่า...นี่เธอตาลายเห็นภาพผู้ชายโหดร้ายตรงหน้ากลายเป็นภาพหลอนแล้วหรือไงกัน?

“นายนี่มันซื่อจริงๆนะอัมรินห์ คงไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงพวกนี้แผนสูงแค่ไหน พวกหล่อนลงทุนทำได้ทุกอย่างนั่นแหละเพื่อที่จะทำความรู้จักกับพวกเรา” เขาบอกคนมองโลกในแง่ดี ก่อนหันมาจ้องหน้าเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากเหมือนรู้ทัน

ฉันเห็นเธอจ้องพวกฉันตาเป็นมันตั้งแต่ในร้านกาแฟนั่นแล้ว” คิ้วคมเลิกสูงว่า

“คงมีแต่ผู้หญิงโง่ๆเท่านั้นแหละที่อยากรู้จักกับผู้ชายหลงตัวเองอย่างคุณ” มะปรางแว๊ดเข้าใส่เสียงแหลม

ใบหน้าคมขมวดมุ่นไม่พอใจ สายตาคนตรงหน้ากร้าวดุฉุนเฉียว บดกรามจนเป็นสันนูนขึ้นมา

“ปล่อยเถอะครับพี่ ผมเชื่อว่าเธอไม่ได้ตั้งใจ ทำอย่างนี้คนจะยิ่งมองกลายเป็นจุดเด่น” น้ำเสียงนุ่มลื่นหูนั่นว่า พร้อมยื่นมือมาช่วยแกะมือแข็งราวกับคีมเหล็กนั่นออกจากแขนเธอ

ช่วยไม่ได้ที่มันทำให้ปางนภัทรหันไปมองหน้าคนเข้าใจโลกอีกครั้ง แล้วเธอก็เริ่มเข้าใจว่า ผู้ชายสองคนนี้คงเป็นฝาแฝดกัน เพราะหน้าตา รูปร่างและส่วนสูงแทบไม่ต่างกันเลยแม้แต่นิด...จนดูเหมือนคนๆเดียวกันอย่างแยกไม่ออก

ยกเว้นสิ่งเดียวที่ดูจะทิ้งห่างกันสุดกู่...คือมารยาท

มือแข็งๆนั่นยอมปล่อยจากต้นแขนเธอ แต่สายตาดุดันไม่ละทิ้งใบหน้าเธอแม้แต่นิดเดียว

“แล้วไงล่ะ จะให้ฉันชดใช้ยังไง? ถอดเสื้อมาสิ จะเอาไปซักให้” น้ำเสียงฉิวถามรัว

ดวงตาคมคู่นั้นวาวขึ้นมา “พูดบ้าอะไร?” ใบหน้าคร้ามยื่นมากระซิบลอดไรฟันให้ได้ยินกันแค่สองคน

“ถ้าคิดจะชดใช้ให้ฉัน เธอต้องชดใช้ด้วยชีวิตเท่านั้นแหละถึงจะสาสม” คำตอบอาฆาตทำเอาดวงตากลมแหน๋วที่โตอยู่แล้วยิ่งเบิกโพลงขึ้นไปอีก ขนลุกซู่ขึ้นมากับคำข่มขู่น่าเกรง

แววหวาดหวั่นตระหนกฉายชัดอยู่ในดวงตาคู่กลมแบ๊วจนคนขู่นึกสะใจ

ปางนภัทรกลืนน้ำลายเอื๊อกลงคออย่างแสนฝืด เดาว่าเขาต้องมาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนแน่ๆ แค่ทำโกโก้หกรดเสื้อก็ถึงกับต้องฆ่ากันเลยหรือ? อย่าให้เธอได้ใกล้กรายหรือมีโอกาสไปเหยียบบ้านเมืองของหมอนี่เลย แค่เขาคนเดียวยังน่ากลัวชะมัดเสียขนาดนี้ จินตนาการประเทศที่เขาอยู่ไม่ออกเลยจริงๆว่ามันจะโหดร้ายแค่ไหนกัน

“คุณไม่เป็นไรนะครับ” ใบหน้าเหมือนกันเด๊ะ แต่น้ำเสียงนุ่มหูกว่ากันเยอะ แถมแววตาก็อ่อนโยนดูใจดีกว่าเป็นไหนๆ เออเฮอะไม่น่าเชื่อ ทั้งๆที่ใบหน้าอย่างเดียวกันแท้ๆ

“ค่ะฉันไม่เป็นไร” มะปรางค้อมหัวให้เขาด้วยความรู้สึกขอบคุณเหลือคณนา หากไม่มีเขา หมอนั่นคงไม่ยอมปล่อยเธอง่ายๆ สีหน้าแววตาทำท่าอยากขย้ำเสียให้ได้....พวกเขาเติบโตมาแบบไหนกันนะ ถึงได้แตกต่างกันสุดกู่ขนาดนี้

รอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า ฉายออกมาอย่างอบอุ่นจนรู้สึก...เขาทำให้เธอแทบไม่อยากกลับไปมองหน้าอีตาโกโก้อาบโต๊ปนั่นอีกเลย เพราะมันช่างให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันราวฟ้ากับเหวของคนหน้าเดียวกัน

“เกิดอะไรขึ้นคะ?” เมริสาวิ่งฝ่าวงล้อมเข้ามาอยู่ท่ามกลางผู้ชายตัวสูงใหญ่ในชุดโต๊ปขาว และเพื่อนสาวจอมยุ่งของเธอ เมริสาคงก่อเรื่องจากความซุ่มซ่ามอีกแล้ว นี่แหละโลโก้ของสาวไทยหน้าใสคนนี้ สวย...ใส และ ซุ่มซ่าม

เสียงหวานถามภาษาอาหรับทำให้คนหน้าเหมือนทั้งสองเลิกคิ้วเกือบพร้อมกัน

“เออ ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นคะ?” พอสายตาปะทะกับชุดโต๊ปสีขาวที่อาบโกโก้ไปตั้งครึ่งค่อนตัว ดวงตาคมก็ตวัดรวดเร็วมาที่ต้นตอแก้วโกโก้ในมือของเพื่อนรักแล้วก็ให้เข้าใจ

เสียงถอนหายใจเบาๆ แล้วส่ายหน้าของเพื่อนสาวหน้าคมมองกึ่งตำหนิทำเอาปางนภัทรหน้าหงิก เมื่อคิดว่ามันไม่ใช่ความผิดของเธอเสียหน่อย

“บังเอิญปรางเดินสะดุดทำโกโก้หกรดเสื้อตาคนนี้ เขากำลังจะฆ่าปรางเชียว” ได้ทีรีบฟ้อง

“ฉันทำอย่างนั้นเหรอ?” น้ำเสียงห้วนกระด้างถามกลับมาด้วยภาษาอังกฤษ

สายตากลมแบ๊วเหลือบมองอย่างขุ่นเคือง ทั้งๆที่ไม่อยากแวะเวียนสายตาไปทางนั้นเลยจริงๆ ถ้าเป็นไปได้ ขอแลแฉลบไถลไปทางอีกคนดีกว่า ถึงจะหน้าตาเหมือนกัน แต่เธอว่าคนนั้นหล่อกว่าอีตานี่เยอะเลย ค่าที่ใจดีมีความเป็นสุภาพบุรุษ

“ก็ที่คุณพูดเมื่อกี้ไง” นิ้วเรียวทำท่าจะชี้หน้าต่อว่าเขา เมริสารีบรวบมือเพื่อนไว้ เพราะถือว่าเป็นเรื่องเสียมารยาทมากสำหรับคนอาหรับ แล้วรีบดันตัวต้นเหตุออกห่าง ภาษาอาหรับรัวเร็วกล่าวขอโทษขอโพย พร้อมอธิบายถึงความซุ่มซ่ามของเพื่อนสาวให้ฟัง หวังอีกฝ่ายจะคลายความโกรธลงซักนิด และรับผิดชอบโดยอาสาซักชุดที่เลอะเทอะนี้ให้เอง

“ไม่เป็นไรครับ เรากำลังจะขึ้นเครื่องในอีกครึ่งชั่วโมง คิดว่าคงไม่ทันแล้วล่ะ” คนมีมารยาทพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูแล้วกล่าวแทนพี่ชาย

“ถ้าอยากให้เราชดใช้ความเสียหายอะไร แวะไปได้ที่โรงพยาบาล....นะคะ” เมริสาบอกชื่อโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในลอนดอนที่เธอทั้งสองคนฝึกงานกันอยู่

“ฉันชื่อเมริสาค่ะ...และนี่เพื่อนฉันชื่อมะปราง เธอต้องเดินทางกลับบ้านภายในครึ่งชั่วโมงนี่เช่นกัน คงต้องขอตัวก่อนนะคะ...ขอโทษอีกครั้งค่ะ”

ปางนภัทรหน้านิ่ว ฟังภาษาอาหรับที่เมริสาพูดรัวเร็วปรื๋อนั่นเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง... แต่ก็พอเดาได้ว่าพวกเขารู้ชื่อเธอทั้งสองคน และรู้ว่าทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลในเมืองใกล้ๆนี่ด้วย

เมริสาลากตัวเธอออกมาจากกลุ่มมนุษย์ผู้ชายในชุดโต๊ปขาว ตัวเท่ายักษ์ปักหลั่นทั้งหลายด้วยใบหน้าบึ้งนิดๆ

“เมซ่าไปบอกหมอนั่นทำไมว่าเราทำงานอยู่ที่โรงพยาบาล เดี๋ยวเขาก็ได้พาพรรคพวกมาเฟียตามไปถล่มหรอก”

“แล้วจะให้เมซ่าบอกที่พักเรากับเขาอย่างนั้นเหรอไง?...มะปรางผิดนะที่ไปทำโกโก้หกรดชุดเขาจนเปรอะไปเสียขนาดนั้น คนที่เชดัสย่าห์เขาถือกันจะตายเรื่องการทำของดำเปรอะเปื้อนร่างกายคนอื่น”

คนถูกดุหน้านิ่ว “ทำไม...หมอนั่นจะโชคร้ายไปตลอดชีวิตหรือไง...ดีสิ...ปรางขอสาปให้มันเป็นอย่างนั้นเลย”

เมริสาหยุดเดิน หันดวงตาดุมามองเพื่อน พร้อมส่ายหน้าน้อยๆ “ไม่ใช่...คนที่จะโชคร้ายคือปรางต่างหาก”

ใบหน้าคนฟังเหยเกขึ้นมาในทันที “งั้นปรางก็ขอภาวนาให้หมอนั่นไม่ใช่คนเชดัสย่าห์ก็แล้วกัน” เธอบ่นอุบ ก่อนจะเดินไปตามแรงลากของเมริสา

 

ท่าทางโวยวายตีโพยตีพายของคนที่ถูกลากออกไป ยังทำให้ชายอาหรับทั้งกลุ่มจับจ้องมองอยู่ไม่วางตา

“หญิงอาหรับคนนั้นหน้าตาดูคุ้นนัก” คิ้วคมของชีคอิรัมย์ขมวดเข้าหากัน

“ผมเองก็ไม่มั่นใจ แต่คิดว่าเธอน่าจะเป็นคู่หมั้นของเจ้าชายมาฬิสแห่งแคว้นมิซซายฺ ดูเหมือนว่าพระขนิษฐาเมริสาเองก็กำลังศึกษาวิชาแพทย์อยู่ที่มหาวิทยาลัยลีดร์ที่อังกฤษนี่แหละครับท่านชีค”

“งั้นหรือ? แต่แม่สาวมารยาทแย่นั่นคงไม่ใช่” สายตาดูแคลนกล่าวถึง

เสียงหัวเราะเบาๆของชีคอัมรินห์ทำให้ผู้เป็นพี่หันมามองหน้าด้วยความสงสัย “สายตาท่านพี่ดูเสียดายเหมือนอยากให้เธอเป็นหญิงอาหรับอย่างนั้นแหละครับ” คนรู้กิติศัพท์ความเจ้าชู้ของพี่ชายดีกล่าวกระเซ้า

ใบหน้าเข้มคมส่ายน้อยๆ “ถ้าใช่ พี่คงจับหล่อนฟาดก้นสั่งสอนไปแล้ว ทำผิดแล้วยังกล้ามาตวาดใส่ผู้ชายอีก”

ใบหน้าประพิมประพายเดียวกันฉายรอยยิ้มออกมา

“แต่คงไม่ใช่แน่ๆครับ ดูจากหน้าตาผิวพรรณแล้ว น่าจะเป็นญี่ปุ่น หรือเกาหลี...หรือบางทีอาจจะเป็นผู้หญิงไทย”

“ผู้หญิงไทยงั้นหรือ?...ไม่หรอก ผู้หญิงไทยอ่อนหวานและเป็นมิตรมาก...แต่ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แน่ๆ”

แววตาขี้เล่นฉายชัดในดวงตาคู่คมของคนเป็นน้อง

“ท่านพี่เชี่ยวชาญเรื่องสาวๆตั้งแต่เมื่อไหร่ ถึงจำแนกสาวแต่ละประเทศออกมาได้ละเอียดยิบ”

คนเป็นพี่ยิ้มที่มุมปาก ดวงตาคมแพรวพราวขึ้นมาในทันที

“อัมรินห์น้องพี่....นายยังรู้จักผู้หญิงน้อยนัก อย่างน้อยพี่ชายนายคนนี้ก็มีเมียคนหนึ่ง และกำลังจะแต่งงานครั้งที่สองในอีกไม่ช้าไม่นานนี้...พี่หวังว่าไดย่าคู่หมั้นนายจะช่วยให้นายได้รู้จักผู้หญิงมากขึ้น หลังจากที่แต่งงานกันไป”

คนถูกถามพยายามยิ้ม แต่หน้าตาไม่ต่างกับกินยาขม “งั้นคงอีกนานกว่าผมจะได้รู้จักผู้หญิงกระมัง” พูดเชิงขบขัน

“โธ่! ท่านชีคครับ ท่านหญิงไดย่าทั้งสวยน่ารัก เป็นหญิงมีสกุลเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติเหมาะสมกับท่านชีคทุกประการ ทำเป็นหวงความโสดไปได้” จามัลด์หนึ่งในผู้ติดตามคนสนิทของชีคอัมรินห์กระเซ้าขึ้นมา

“นั่นสิอัมรินห์ พี่ก็อยากรู้นะว่านายรออะไรอยู่ เรือนหอรึก็สร้างจะเสร็จแล้ว แต่ทำไมถึงยังไม่คิดไปให้ท่านมุสตาฟาหาฤกษ์วันมงคลแต่งงานให้เป็นเรื่องราว จะได้มีครอบครัวกับเขาเสียที”

คนหวงความโสดยิ้มกว้าง “ผมอยากแต่งงานกับคนที่ผมรักจริงๆเท่านั้น ถ้าผมพบความรักในตัวไดย่าเมื่อไหร่ รับรองว่าผมไม่รั้งรอที่จะเข้าหอกับเธอแน่ๆ”

คนเป็นพี่ยิ้มกว้าง ฝ่ามือใหญ่ตบลงที่บ่าของน้องชายเบาๆ “หัดไปใช้เวลากับคู่หมั้นของนายบ้าง ไม่ใช่เอาเวลามาช่วยงานพี่กับท่านพ่ออย่างเดียว เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้จะมาโทษว่าพวกเราใช้งานนายหนักไม่ได้นะ”

คนเป็นน้องยิ้ม ผสานสายตาคมกับแฝดผู้พี่ชาย “พี่อิรัมย์ก็แต่งงานมาตั้งสองปี ยังไม่เห็นมีลูกไว้ใช้ซักคนเลยนี่ครับ” สายตายิ้มขบขันให้อีกฝ่าย

ใบหน้าดุขึ้งเป็นนิจของคนเป็นพี่ตึงเครียดขึ้นมา “ลิยาน่าห์ไม่ค่อยแข็งแรง แต่ถ้าเป็นซาตินล่ะก็คงไม่มีปัญหาเรื่องนี้แน่ๆ” ดวงตาคมวับวาวขึ้นมาอย่างหมายมาด

“แต่ถึงอย่างไร พี่ก็ควรจะมีลูกชายคนโตกับภรรยาคนแรกที่แต่งงานกันนะครับ” คนเป็นน้องทักท้วงพี่ชายตามขนบธรรมเนียมประเพณี

ดวงตาของวูตูหนึ่งในคนสนิทของชีคอิรัมย์วูบสลดลงเมื่อได้ฟังบทสนทนาระหว่างเจ้านายทั้งสอง ด้วยเห็นใจในชีคคาคนแรกของท่านชีคผู้เป็นเจ้านาย

“เรื่องนั้นไว้ก่อนเถอะ แต่ตอนนี้พี่คงต้องไปจัดการกับร่องรอยบ้าๆที่ผู้หญิงคนนั้นทิ้งไว้ให้นี่เสียก่อน”

ชีคอิรัมย์ว่ามองคราบโกโก้สีน้ำตาลที่อาบชุดโต๊ปที่สวมใส่อยู่อย่างขุ่นเคืองใจขึ้นมาอีก

ดวงตาคมวับตวัดกวาดมอง ไม่เห็นร่างบางในชุดสีชมพูหวาน แต่คนใส่ไม่ได้หวานเหมือนสีชุดอยู่ในสายตาอีกแล้ว แว่บหนึ่งให้ความรู้สึกใจหาย หากกลับภาวนาขอให้ได้พบเจอหล่อนแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในชีวิตเป็นพอเถอะ...แค่นี้ก็ยังรู้สึกหงุดหงิดฉุนเฉียวและหัวเสียไม่หาย

หากต้องพบหน้าผู้หญิงคนนั้นอีกครั้งตามความเชื่อของเชดัสย่าห์เรื่องมลทินสีดำที่อาบเสื้อผ้าของผู้สวมใส่ว่าจะเป็นการผูกมัดคนสองคนให้ต้องร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วยกันแล้วล่ะก็....

แค่คิดก็ยังไม่อยากจะคิด...ยังไงโกโก้นี่ก็เป็นสีน้ำตาล...ไม่ใช่สีดำเสียหน่อย

ชีคอิรัมย์ข่มความคิดหัวเสียเรื่องผู้หญิงในชุดสีชมพูเมื่อครู่ รีบเดินรี่ไปหาห้องน้ำเผื่อจัดการกับชุดเปรอะเปื้อนของตัวเองให้เร็วที่สุด อีกไม่กี่นาทีเขาก็ต้องขึ้นเครื่องแล้ว แม้จะเหมาตั๋วชั้น First Class ไว้เพียงคณะของตัวเองก็เถอะ

เขาไม่อยากให้เสื้อผ้าที่สวมใส่ดูเลอะเทอะเปรอะเปื้อนราวกับบุรุษผู้ต้องมลทิน

เพราะผู้หญิงบ้านั่นแท้ๆเชียว เสียงกัดฟันกรอด ดวงตาคมกริบกวาดมองหาห้องน้ำที่อยู่ใกล้ที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

317 ความคิดเห็น

  1. #312 MyMiNd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 14:33
    อยากไปทำหกรดหนุ่มๆ หล่อ ๆ มั้งจัง
    #312
    0
  2. #237 aoistar (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2553 / 21:20
    เอ่อ...พระเอกแต่งานแล้วววว...?????
    แง...ไม่จริงมั้ง
    #237
    0
  3. #28 SN piercensean (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 06:58
    Good morning my dear Nine jaaa I'm back jaaa
    #28
    0
  4. #10 ม่านเมฆา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 23:13

    เป็นกำลังใจให้ค่ะ

    ขอบคุณที่ไปฝากให้อ่านกันค่ะ

    #10
    0
  5. #9 yuta_kan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 13:54

    รออัพต่อนะจ๊ะ..... 

    #9
    0
  6. #8 yuta_kan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 13:54

    รออัพต่อนะจ๊ะ..... 

    #8
    0
  7. #7 อนัญญา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 13:22
       สนุกจังเลย อ่านสองตอนแรกก็ชอบแล้วค่ะ

       ว่าแต่พระเอกแต่งงานแล้วเหรอค่ะ อย่างนี้นางเอกเราคงได้ไปเป็นภรรยาคนที่สามซะละมั๊ง เพราะแต่งไปหนึ่งแถมกำลังจะแต่งอีกหนึ่งนี่นา
    #7
    0
  8. #6 chapu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 02:32
    สนุกค่ะ ชอบๆขอบอกแลวรออ่านตอนต่อไปเดอะ
    (ลูกข้าเหนียว) 5555
    #6
    0