ดวงหทัยแห่งชีค : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก เลิฟโนเวล

ตอนที่ 10 : First Kiss

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,596
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    31 ม.ค. 53

ตอนที่ 10 First Kiss

หลังงานเลี้ยงสังสรรค์เสร็จสิ้นลง ส่งแขกทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้ว

เฟื่องฉัตรก็ยังอยู่จัดการดูแลความเรียบร้อยต่อ เพราะต้องเคลียร์ห้องจัดเลี้ยงสำหรับวันพรุ่งนี้ ที่มีตารางจองห้องสำหรับงานสังสรรค์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง

เลยเวลาเที่ยงคืนมาแล้ว งานถึงได้เรียบร้อย เธอเดินอย่างเพลียจัด เพื่อจะกลับห้องไปพักผ่อน

ตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายต้อนรับ ทำให้เฟื่องฉัตรเลือกพักอยู่ที่โรงแรมเป็นส่วนใหญ่ วันหยุดนานๆทีจึงจะกลับบ้านบิดามารดาที่แม่ริม เจ้าตัวกำลังเมื่อยสุดเหยียด คิดถึงอ่างน้ำอุ่นบนห้องพักจับใจ

ที่สวนสวยจัดตกแต่งด้วยน้ำตกภายในโรงแรม หนุ่มหัวสีน้ำตาลทองตัวโต ยังนั่งไขว้ขากระดิกเท้าเช็กดูภาพที่ถ่ายในงานเลี้ยงแซยิดของคุณกาญจ์นแก้วเหมือนเฝ้ารอใครบางคนอยู่

เฟื่องฉัตรเลิกคิ้ว ไม่แน่ใจว่าดึกดื่นอย่างนี้ ทำไมฟริ๊นซ์ถึงยังเตร็ดเตร่อยู่ตรงนี้ ไม่กลับไปพักผ่อน

หนุ่มตาสองสีเงยหน้าขึ้นมาเห็นท่าทางประหลาดใจของเธอ แล้วยิ้มกว้าง

“คุณยังไม่ไปพักอีกหรือคะ?” เธอเดินเข้าไปทักเขา

“ผมรอคุณ” คำตอบทำให้คนที่เขารอเลิกคิ้วสูง

“รอชั๊น” เสียงสูงถามอย่างประหลาดใจ ฟริ๊นซ์พยักหน้า

“ในงานเราไม่ได้คุยกันเลยนะเฟื่อง”

“ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ ฉันมีหน้าที่ต้องดูแลความเรียบร้อยในงาน และจัดการรับรองแขกของคุณย่าทั้งหมด”

ฟริ๊นซ์พยักหน้าอย่างเข้าใจ “ผมยังไม่ได้ชมเลยว่า วันนี้คุณสวยมาก” ดวงตาวับวาวมองกวาดทั่วร่างอย่างชื่นชม

ใบหน้ากลมแป้นแล้นแก้มอิ่มเต็ม เวลาเกล้าผมเปิดใบหน้าอย่างนี้ทำให้เฟื่องฉัตรยิ่งผุดผาดสวยหวาน ดวงหน้านวลผ่องราวกับจันทร์วันเพ็ญ ร่างที่ดูอวบอัดได้สัดส่วนเต็มไม้เต็มมือถูกตาถูกใจเขายิ่งกว่าสาวผอมบางหุ่นนางแบบ

คนสวยมากในวันนี้อึ้งกิมกี่ไป ดวงตาพราวแวววาวสีฟ้าเหลือบเทาคู่นั้นทำให้เธออดหวิวไม่ได้ เขาอยู่รอเพื่อจะชมเธอ

แค่นั้นนะหรือ? เฟื่องฉัตรหัวเราะแก้เก้อ อย่างไม่รู้จะตอบว่ายังไง

“ขอบคุณค่ะสำหรับคำชม คุณเองก็หล่อมากเหมือนกัน คุณย่าฉันถามใหญ่เลยว่าเป็นใคร เสียดายที่ยุ่งๆ ฉันเลยไม่มีโอกาสแนะนำคุณให้รู้จักท่าน”

สองหนุ่มสาวเดินคุยไปด้วยกัน เพื่อขึ้นลิฟต์กลับไปยังห้องพักของตัวเอง เฟื่องฉัตรพักอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมซึ่งเป็นห้องพักสำหรับผู้บริหารระดับสูง ส่วนฟริ๊นซ์ก็เปิดห้องเพรสสิเดนต์อยู่ถัดจากเธอลงมาชั้นเดียว

“ผมเห็นคุณยุ่งมาหลายวัน เสร็จงานพรุ่งนี้คงได้พักผ่อน”

เฟื่องฉัตรยิ้ม “ฉันคิดถึงวันหยุดเหมือนกันค่ะ แต่พอถึงวันหยุดทีไรฉันก็ชอบคิดถึงงานยุ่งๆมากกว่า ยิ่งพรุ่งนี้น้องสาวฉันจะกลับอังกฤษแล้วฉันต้องเหงาแน่ๆเลย”

ฟริ๊นซ์เลิกคิ้วสูง หันขวับมามองเธอ ใจหายวาบ...หากว่าปางนภัทรกลับอังกฤษ ก็ถือว่างานของเขาเสร็จสิ้นลงด้วย เขาต้องกลับเชดัสย่าห์เพื่อส่งงานให้ชีคอิรัมย์ แล้วหลังจากนั้นก็เตร็ดเตร่ตามภาษาเพล์บอยต่อ มีงานว่าจ้างมาก็ทำ...งานของเขามีอยู่ทุกมุมโลก แล้วเมื่อไหร่หนอถึงจะได้กลับมาเมืองไทยอีก และผู้หญิงไทยที่รู้สึกดีกับเธอเอามากๆ...คงยากที่เขาจะได้พบหน้าอีก

เฟื่องฉัตรมองท่าทีชะงักงันของฟริ๊นซ์อย่างประหลาดใจ ตอนนี้ขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่ฟริ๊นซ์พักแล้วแต่เขาก็ยังไม่ยอมกล่าวราตรีสวัสดิ์ และขยับตัวออกจากลิฟต์ การมองด้วยสายตาเต็มไปด้วยความเสียดายของเขาทำให้เธอไม่สบายใจ

“มีอะไรรึเปล่าคะ? นี่ถึงชั้นที่คุณพักแล้ว”

“ผมยังอยากคุยกับคุณอยู่ หาที่คุยกันได้มั้ย...เงียบๆแค่สองคน”  มือใหญ่แตะข้อศอกเบาๆชักชวน

เฟื่องฉัตรคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดลิฟต์ไปยังชั้นดาดฟ้า ตรงนั้นมีสวนลอยเล็กๆที่เธอจัดไว้ ไม่ได้มีไว้สำหรับแขก แต่เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวยามที่ไม่อยากออกไปไหน และได้ผ่อนคลาย ในชั้นสูงสุดที่มองเห็นเชียงใหม่ได้ทั้งเมือง

ฟริ๊นซ์ก้าวออกจากลิฟต์ กวาดตามองตามหลังไป ภาพที่เห็นสวนสวยท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องจากไฟถนนยามค่ำคืนสว่างกลางแสงจันทร์ มองออกไปเห็นทิวทัศน์ของเชียงใหม่ทั้งเมือง สวรรค์บนดินชัดๆ

เฟื่องฉัตรเดินนำหน้าไปนั่งอยู่ที่ชิงช้าไม้ปีก เธอไกวชิงช้าเล่นเบาๆ รับลม

ฟริ๊นซ์ยกกล้องขึ้นถ่ายรูป นอกเหนือคำสั่งจากงาน แต่เป็นความต้องการจากหัวใจ นางแบบยกมือขึ้นมาบังหน้า ไม่ให้ความร่วมมือ เขาทำหน้ามุ่ย

“ขอผมถ่ายภาพกับคุณซักใบจะได้มั้ย?” คำขอของเขาทำให้เฟื่องฉัตรยิ่งงงงันไปกันใหญ่ เธอมั่นใจเหลือเกินว่าตอนนี้ต้องหน้ามันแพล่บ และก็ดูโทรมสุดๆไปเลย แต่เมื่อเห็นดวงตาเว้าวอนของอีกฝ่าย ก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง

“หน้าตาฉันคงไม่น่าดูนักหรอก แน่ใจเหรอคะ” เสียงถามกลั้วหัวเราะ เพราะไม่กล้าปฏิเสธ

แต่ดวงตาสีฟ้าอมเทานั่นฉายความปรารถนาอย่างแรงกล้า

“ต้องไม่สวยแน่ๆ สัญญานะคะว่าคุณจะไม่เอาไปให้ใครดู” เธอมีข้อแม้ ฟริ๊นซ์พยักหน้าไม่ลังเล แน่ใจว่าต้องเก็บไว้ดูคนเดียวอยู่แล้ว เรื่องพิเศษอย่างนี้ เขาอยากเก็บเป็นความทรงจำสำหรับตัวเองไม่แบ่งปันให้ใคร

เมื่อเขาวิ่งไปจัดตำแหน่ง ตั้งกล้องปรับโฟกัส เฟื่องฉัตรรีบยกชายผ้าคลุมไหล่ซับหน้า อย่างน้อยคงพอช่วยลดความมันลงได้ ทำไมหัวใจถึงได้เต้นแรงและกังวลขนาดนี้กับการถ่ายรูปซักใบ

แต่เหมือนจะแน่ใจว่าเขาจะเก็บมันไว้เป็นความทรงจำ จึงอยากให้ทุกครั้งที่ฟริ๊นซ์เห็นรูปใบนี้จะนึกถึงความทรงจำดีๆระหว่างเธอกับเขา มิตรภาพสั้นๆแค่ไม่กี่วัน

ฟริ๊นซ์วิ่งกลับมายืนซ้อนด้านหลัง แสงจากไฟที่กล้องกะพริบเหมือนบอกให้เตรียมพร้อม เฟื่องฉัตรยิ้มอย่างที่คิดว่าสวยที่สุดด้วยความตั้งใจ ลมหายใจอบอุ่นที่เป่าข้างแก้ม และสัมผัสที่กดฝังลงมาจากจมูกโด่งรวดเร็วทันในเวลาที่แสงแฟลชฉายวาบ เธอถึงกับสะดุ้ง เหลียวขวับมอง ใบหน้าของฟริ๊นซ์อยู่ใกล้มากชนิดที่จมูกแทบเสยกัน

“ฟริ๊นซ์” ดวงตาดำกลมกริบจ้องไปในดวงตาสีฟ้าอมเทานั่นอย่างพิศวงงงงวยสงสัย

ดวงตากะพริบปริบๆอย่างอึ้งงันมันทำให้เขาต้องแอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะทำอย่างที่หัวใจปรารถนา

ริมฝีปากอุ่นทาบทับลงไปบนกลีบปากอิ่มแต้มลิปสติกเจือจาง ฝ่ามือใหญ่ประคองท้ายทอยสวยได้รูปของคนที่เกล้าผมสูงปักดอกเอื้องผึ้งให้แนบริมฝีปากไปกับเขา รอยจูบและเล็มความหวานซ่านและหวิวไหวแปลกๆ เนิ่นนาน เชื่องช้า ดูดดื่ม ท่ามกลางความหนาวของลมชั้นดาดฟ้า และดาวนับพันดวงที่กะพริบบนท้องฟ้ามืดดำ

นานหลายอึดใจกว่าเฟื่องฉัตรจะได้สติ เธอเบือนหน้าออก ผลักอกแน่นไปด้วยมัดกล้ามนั่นเบาๆ ดวงตากลมกริบไม่กล้าสบตาด้วยยังสับสนงงงวยตัวเองนัก

“เฟื่อง...ผม...” ฟริ๊นซ์เองก็พูดไม่ออก เขาไม่แน่ใจว่าสิ่งที่ทำลงไป เป็นเพราะรัก หรือใคร่อยากเพียงเท่านั้น

เฟื่องฉัตรผลักอกอีกฝ่ายออกห่าง แล้วลุกพรวด รั้งชายผ้าถุงชุดล้านนาที่สวมใส่ วิ่งไปกดลิฟต์เพื่อจะลงไปเบื้องล่าง ในขณะที่ฟริ๊นซ์ได้สติ รีบไปเก็บกล้องถ่ายรูปของตัวเอง แล้ววิ่งตามไป ลิฟต์ก็ปิดพอดี เฟื่องฉัตรลงไปข้างล่างแล้ว

เขาถอนใจแรง อย่างฉุนนิดๆ ดวงตาคมวับสีฟ้าอมเทากลอกไปมา ยืนท้าวสะเอวมองดวงดาวเต็มท้องฟ้า

“นี่ฉันจูบไม่ได้เรื่องหรือไง? ทำไมเธอไม่เคลิ้มซักนิดนะ” บ่นพึมอยู่คนเดียว ยืนรอลิฟต์กลับขึ้นมาอีกครั้ง

ใจอยากจะตามไปเคาะห้องถามให้มันรู้เรื่องราว แล้วทำบางอย่างที่หัวใจปรารถนาโดยไม่คิดถึงอย่างอื่นอีกแล้ว

แค่คืนเดียว...คืนนี้เท่านั้นที่เขาจะได้เจอเธออีก...โอกาสทองหลุดลอย การสานสัมพันธ์ไม่มี ความทรงจำคงสิ้นสุดอยู่แค่ตรงนี้ จูบเดียวที่ทำให้เขาหวานซ่านและร้อนระอุขึ้นมา ท่ามกลางสายตาของดาวนับพันดวง

รอยยิ้มพึงพอใจผุดขึ้นบนใบหน้า แหงนหน้าคมมองท้องฟ้า ความรู้สึกร้อนรุ่มอึดอัดคลายไป เหลือแต่ความหวิวไหวและหวานซ่านแผ่ไปทั่วร่าง

“ผมจะจำคุณตลอดไปนะ เฟื่องฉัตร” เขาพึมพำสัญญาเบาๆกับสายลมโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยิน ลิฟต์กลับขึ้นมาอีกครั้ง ฟริ๊นซ์เดินเข้าลิฟต์อย่างเซ็งๆ กลับห้องไปเก็บกระเป๋า

พรุ่งนี้เขาจะไปเชดัสย่าห์ รับเงิน...งานจบ...

ไม่รู้ว่าค่าจ้างราคางามที่ชีคอิรัมย์จ่ายให้จะอยู่ที่ตัวเลขเท่าไหร่...ต้องไม่น้อยแน่

แต่ค่าจ้างที่คุ้มสุดๆ...หากแต่ก็ยังไม่เพียงพอใจ...จูบแสนหวานของสาวไทยคนนั้น...เฟื่องฉัตร

 

เฟื่องฉัตรเหมือนคนที่จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เผลอทีไรเป็นเม้มริมฝีปากเหมือนจะถามตัวเองว่าเมื่อคืนเธอเพิ่งเสียเฟิร์สคิสไป ในวัยย่างเข้าสามสิบจริงๆ

“เต็มเต็งอยู่รึเปล่านี่?” ปิยภัทรหรือมะเฟือง ลูกพี่ลูกน้องที่อายุเท่ากันถาม พร้อมแตะหลังมือบนหน้าผากญาติสาว

“นายเฟือง” ดวงตาดำกลมกริบกรุ่นโกรธขึ้นมา สายตาคมค้อนปัดมืออีกฝ่ายออก

“ฮะ..ฮ่า...ทำตัวอย่างกับคนมีความรักเลยนะเฟื่อง บอกมาซะดีๆว่าผู้ชายโชคร้ายคนนั้นนะใคร?”

นายมะเฟืองปากดีเค้นถาม เลยเจอค้อนคมๆอีกหนึ่งขวับ “ฉันว่ามิเชลล่านี่โชคร้ายสุดๆ เสียดายอยู่ไม่กี่วัน ไม่งั้นจะพาไปรดน้ำมนต์เสียหน่อย ของที่นายเสกเข้าใส่จะได้เสื่อม” เธอเหน็บอีกฝ่าย ค่าที่ได้แฟนสวยเกินหน้าความหล่อไปหลายป้าย

“ชิ...สาวแก่ ไม่ต้องมาทำอิจฉาเลย ถามจริง ไอ้นั่นเป็นใคร ไงเฟืองจะได้ช่วยตีหัวลากเข้าห้อง คลุกวงในเอามาเป็นน้องเขยซะ ค่าที่มาทำให้สาวแก่ใจแตก”

“นายเฟือง” เงื้อง่าราคาแพงตั้งท่าจะทุบดังอั่ก นายมะเฟืองหลบวูบเร็วใช่ย่อย ไม่เข้ากับหุ่นที่เริ่มอวบของเจ้าตัว

“อ๊ะๆ เดี๋ยวเราจะไปแล้ว แทนที่จะกอดกันแก้คิดถึง นี่อะไรยังมาตีกันอีก” เขาบ่นอุบ

ก่อนจะเดินไปโอบแฟนสาวแล้วฟ้องมิเชลล่า “ใจร้ายงี้ไง ถึงไม่มีแฟนซักที”

ปางนภัทรมองพี่ชายกับเฟื่องฉัตรทะเลาะกันเป็นเด็กๆเหมือนทุกทีที่เจอหน้ากันก็ได้แต่ปลง เรื่องของหมอวิคเตอร์เมื่อคืนทำเอาเธอนอนไม่หลับ และยังกวนใจมาจนถึงตอนนี้

เหมือนแผลเก่าถูกสะกิดให้อักเสบขึ้นมาอีกครั้ง...นี่เธอต้องจดจำรักครั้งนั้นและผู้ชายคนนั้นไปถึงเมื่อไหร่กัน ที่เค้าว่ารักแรกมันยากจะลืม...เป็นอย่างนี้นะหรือ?

หลังส่งปิยภัทรและปางนภัทรกลับไปแล้ว เฟื่องฉัตรก็รู้สึกวันเบิกบานของเธอกร่อยลงไปสนิท ยิ่งเมื่อกลับมาถึงโรงแรมแล้วรู้ว่าฟริ๊นซ์เช็กเอาท์ไปแล้ว โดยไม่มีแม้แต่จะบอกลาซักคำ เขาฝากไว้เพียงแผ่นซีดีรูปภาพงานเมื่อคืน และโน๊ต สั้นๆพร้อมดอกกุหลาบหนึ่งดอกไว้ที่เคาเตอร์ ... มือบางสั่นเทาขณะแกะข้อความที่เขาฝากถึงออกมาอ่าน

ขอบคุณสำหรับมิตรภาพที่แสนดี ผมจะจำคุณไว้

ลงท้ายชื่อ ฟริ๊นซ์ เท่านั้น

แม้ไม่มีคำสัญญาตอบกลับไปให้อีกฝ่าย แต่เฟื่องฉัตรเชื่อว่าเธอคงไม่ลืมเขาเช่นกัน...ผู้ชายที่ขโมยจูบแรกไปจากเธอ

 

สิบชั่วโมงต่อมาที่แคว้นซาดัส ประเทศเชดัสย่าห์

ฟริ๊นซ์ส่งแฟ้ม งานพิเศษ ให้แก่ชีคอิรัมย์

ชีคหนุ่มรับข้อมูลทั้งหมดไป ดวงตาคมมีแววยินดีเป็นอย่างยิ่ง เปิดดูภาพถ่ายเกือบสี่ร้อยภายในเวลาสี่วัน แทบทุกอิริยาบทของปางนภัทรตั้งแต่ในสนามบินที่ฝรั่งเศส บนเครื่องบิน จนถึงเชียงใหม่ และในสี่วันที่เธออยู่ในประเทศไทย ทั้งหมดอยู่ในแฟ้มตรงหน้า พร้อมประวัติละเอียดยิบ

รอยยิ้มพึงพอใจหลงใหลตอนที่มองที่มองภาพถ่ายทั้งหมดที่เขาให้ไปนั่น ทำให้ฟริ๊นซ์เริ่มมั่นใจ อาการนี่...คือตกหลุมรักชัดๆ

ชีคอิรัมย์เปิดดูอัลบั้มภาพคร่าวๆ ก่อนจรดปากกาเซ็นต์จ่ายเช็คค่าจ้างราคางามยื่นให้กับนักสืบหนุ่ม

“นายทำงานได้ดีมากสหายฟริ๊นซ์ ฉันไม่ผิดหวังจริงๆ”

นักสืบหนุ่มเลือดผสมรับเช็คไปโดยไม่ได้ดูจำนวนตัวเลข สีหน้ายังมีร่องรอยความกังวลบางเบา

“ท่านสนใจผู้หญิงคนนี้จริงหรือชีคอิรัมย์?” ไม่รู้ทำไม จู่ๆเขาก็รู้สึกสงสารปางนภัทรขึ้นมาจับใจ เมื่อคิดว่าเธอตกเป็นเป้าหมายของชีคหนุ่มอย่างชีคอิรัมย์

“ใช่...เธอยังไม่มีคนรักไม่ใช่หรือ?”

เสียงถอนใจบางเบา “ตอนนี้ไม่มี แต่เคยมีคู่หมั้นที่รักกันมาก ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอก็ยังรักผู้ชายคนนี้อยู่” เขาหยิบรูปอดีตคู่หมั้นของปางนภัทรให้ดู ชีคอิรัมย์รับไปพิศมอง

“ผู้ชายคนนี้มีครอบครัวแล้วนี่” เดาไม่ยากภาพผู้ชายคนนั้นอุ้มเด็กอยู่กับผู้หญิงที่แสดงความเป็นเจ้าของชัดเจน

“ใช่...ภรรยาเขาเป็นอดีตเพื่อนสนิทของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะเข็ดกับความรัก ถึงขนาดสาปส่ง”

ชีคหนุ่มอมยิ้มพราว หรี่ดวงตาคมมองสหาย “นายเป็นห่วงฉันเหรอฟริ๊นซ์ ไม่ต้องกังวลไปหรอก...คนอย่างชีคอิรัมย์ เมื่อลงสนามรักไม่เคยแพ้ใคร...ฉันไม่เคยพลาดผู้หญิงคนไหน นายก็รู้” รอยยิ้มหยิ่งผยองทำให้ฟริ๊นซ์หนักใจ

เป็นเพราะเขารู้เรื่องนี้ดี...จึงไม่เห็นด้วยที่เป้าหมายของชีคอิรัมย์ในครั้งนี้คือน้องสาวของเฟื่องฉัตร

เขาเคยทำงานให้เพื่อนหนุ่มต่างศักดิ์มาหลายครั้ง...นางแบบระดับโลก...นางงาม จนถึงดาราฮอลลิวูดบางคน เคยได้รับข้อเสนอที่ปฎิเสธไม่ลงจากชีคหนุ่มหล่อกระเป๋าหนักผู้นี้...กับความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนที่ไม่ผูกพันและไม่ผูกมัด

แม้มีใครปฏิเสธ ชีคอิรัมย์ก็มีวิธีหลอกล่อพอที่จะได้หล่อนมาเป็นของเขาในที่สุด...แต่ก็เป็นเพียงช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น...ไม่มีความสัมพันธ์กับคนไหนยาวนานและเกินเลยไปกว่าคู่ควงชั่วคราว

เพราะชีคอิรัมย์รู้ดีว่าผู้หญิงที่เขาจะแต่งงานด้วย ต้องมีเชื้อชาติและศาสนาเดียวกันเท่านั้น ถึงจะเป็นที่ยอมรับแก่ชีคอารีฟ บินอาซิส อัลมาห์จาบีน เพื่อความมั่นคงต่อการปกครองซาดัส และสายเลือดบริสุทธิ์แก่ทายาทแห่งมาห์จาบีน

ปางนภัทรจึงคือข้อยกเว้นที่จะได้การยกย่องด้วยเกียรติอันสมควรและเหมาะสมกับตัวเธอ

ฟริ๊นซ์ยิ้มไม่เต็มปากนัก “ครอบครัวเธอเองก็มีฐานะ เป็นเจ้าของโรงแรมระดับห้าดาว”

“ไม่มีเรื่องไหนเป็นปัญหาสำหรับฉันทั้งนั้นแหละ เสร็จงานของนายแล้ว รอฟังข่าวดีก็แล้วกัน” เขาตัดบทนักสืบหนุ่มเลือดผสม ฟริ๊นซ์จึงขอตัวกลับด้วยความหนักอึ้งในหัวใจ

ชีคอิรัมย์หยิบแฟ้มภาพของปางนภัทรขึ้นมาดูอีกครั้งอย่างอย่างสนอกสนใจเป็นพิเศษ...ยิ้มพอใจ

เธอสวยใสในทุกอิริยาบท เหมาะที่จะมาเป็นภรรยาคนที่สามของเขาโดยมองข้ามกฏเคร่งครัดที่เคยตั้งไว้ นึกแปลกใจที่ตอนแรกเขาไม่ชอบหน้า แต่ว่าเวลานี้ แน่ใจว่าพึงพอใจยิ่งกว่าผู้หญิงคนไหนๆที่ผ่านมาทั้งหมด หรือว่านั่นจะเป็นเพราะมลทินสีดำจากโกโก้แก้วนั้น...ชีคหนุ่มนึกแปลกใจครามครันในความปรารถนาอันแรงกล้าเกินยับยั้งของตัวเอง

“วันนี้ท่านพี่ดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ หุ้นน้ำมันของเราขึ้นหรือครับ” ชีคอัมรินห์ที่กลับมาช่วยงานพี่ชายถามขึ้น

ชีคอิรัมย์ปิดอัลบั้มรูป เก็บภาพและข้อมูลทุกอย่างที่ได้รับจากฟริ๊นซ์เป็นความลับ ยิ้มพราวตอบน้องชาย

“พี่ยังไม่ได้เข้าไปเช็กหุ้นของเราเลย”

แฝดน้องเลิกคิ้ว ความสงสัยเต็มหน่วยตากับใบหน้ายิ้มกริ่มยินดีของพี่ชาย “หรือว่าพี่ลิยาน่าห์ตั้งครรภ์แล้ว”

ชีคอิรัมย์โบกมือ ทำนองบอกน้องชายว่าไม่ต้องเดา เรื่องนั้นเขาเลิกหวังไปนานแล้ว

ลิยาน่าห์หญิงสูงศักดิ์ที่ควรคู่แก่การเป็นชีคคาของสกุลมาห์จาบีน หล่อนและเขาได้รับการหมั้นหมายให้กันตั้งแต่ยังไม่ลืมตามาดูโลกด้วยซ้ำ ความสวยน่ารักเป็นคนหัวอ่อนว่าง่ายเชื่อฟังสามีคือคุณสมบัติของภรรยาที่ดีทั้งหมดในตัวเธอ แต่ลิยาน่าห์ขาดเสน่ห์ความเย้ายวนใจ...ไม่อยากใช้คำว่าน่าเบื่อหน่าย แต่สำหรับผู้ชายอย่างชีคอิรัมย์แล้ว เขาชอบผู้หญิงเก่ง ฉลาด เร่าร้อนและท้าทายมากกว่า...ซาตินจึงเป็นหญิงงามอีกคนที่ได้รับการหมั้นหมายในเวลาต่อมาด้วยความเก่งแสนฉลาดของหล่อนที่สะดุดใจเขา แม้จะพึงพอใจมากกว่าลิยาน่าห์ แต่ว่าเวลานี้ ปางนภัทรที่สุดยอดแห่งความปรารถนายิ่งกว่าสตรีนางใดทั้งหมดที่เขาจะต้องได้ครอบครองในเร็ววัน

“อาทิตย์หน้าพี่จะไปอังกฤษ เจรจาเรื่องซื้อสโมสรฟุตบอล นายอยู่รักษาการณ์บริษัทในเครืออัลมาห์จาบีนที่นี่ทั้งหมดให้ด้วยนะ” คนสั่งวางแผนการบางอย่างในใจ แล้วหยิบแฟ้มตรงหน้าลุกขึ้นเดินจากไป

ชีคอัมรินห์ยังไม่หายสงสัยกับท่าทีอารมณ์ดีเป็นพิเศษของพี่ชาย ที่เดาไม่ออกจริงๆว่าคือเรื่องใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

317 ความคิดเห็น

  1. #40 SN piercensean (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:08

    I agree with comment 37 ja
    good dream naka my dear Nine

    #40
    0
  2. #39 อนัญญา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 03:23
        ชอบคู่เฟื่องฉัตรกับฟริ๊นซ์จังเลย
    #39
    0
  3. #38 Aulfafa (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 00:59

    ฟริ้นซ์กลับเมื่องไทยด่วนเลย

    #38
    0