1013 [WONKYU] SHORT STORiEs

ตอนที่ 25 : What Should I Do? ..어떡하죠..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 776
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    26 ก.พ. 54

What Should I Do?
..어떡하죠..


 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

คนเรา..เวลารู้ตัวแล้วว่ากำลังจะถูกบอกเลิก...เขาควรจะทำตัว..อย่างไรดีนะ?

ควรจะรักตัวเองให้มากขึ้น..?

รักคนๆ นั้นให้น้อยลง..เพื่อจะปกป้องหัวใจตัวเองไม่ให้ได้รับบาดแผล..ร้าวรานจนแตกสลาย?

 

 

 

ผมไม่อาจเก็บซ่อนม่านน้ำตาที่กำลังรื้นขึ้นพร้อมจะทะลักไหลออกมาได้ทุกเมื่อ.. ลมหายใจติดขัดเมื่ออดคิดไม่ได้ว่า ถ้อยคำที่แฟนของผมบอกกับผมในโปรแกรมแช็ทในตอนนี้..จะกลายเป็น

 

เดี๋ยวพอสอบเสร็จ ผมขอคุยไรหน่อยสิ

 

ใช่...อาจจะเป็นคำบอกเลิก...ก็เป็นได้..ใครจะรู้

ถ้าหากนั่งหลับดูสักพัก นึกย้อนถึงตลอดเวลาที่เราคบกันมา ทั้งทะเลาะ ทั้งทุกข์ และสุข...บอกตรงๆ ไม่เคยคิดอะไรแบบนี้เลยด้วยซ้ำ

.

.

แล้วทำไมกันนะ..?

ทำไมต้องให้ผ่านเวลานานเกือบเดือน...เพื่อจะบอก..เรื่องอะไรนี่..ด้วยเล่า?

หรือเพราะว่าผมมันแย่เกินไป ผมใส่ใจน้อยเกินไป แคร์น้อยไป ทำตัวเฉยชาเย็นชาใส่หรือไง.. ไม่เข้าใจ... ทำไมกัน..คำว่า รัก ที่บอกให้ฟังทุกวัน.. คำว่า คิดถึง ที่พูดให้ฟังเสมอๆ มันจะ..ไม่สามารถจะ....ยืนยันได้อีกหรือ?

.

.

ผมรักคุณ..ผมรักคุณ...

ชเวซีวอน..

 

เราอยู่ใกล้มากเกินไปงั้นหรือ?

หรือเพราะผมแสดงออกว่ารักคุณน้อยเกินไป..คำพูดกับการกระทำของผมมันสวนทางกันหรือ?

 

.

.

.
.

วันเวลาผ่านไป

ผมเจอคุณในชั้นเรียน ผมได้แต่มองคุณ..มอง แล้วก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเองในใจ ...เขารักผมไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้..

คุณดูยุ่ง คุณเครียด คุณต้องรีบทำงาน คุณต้องรีบกลับบ้านไปดูแลแม่ที่ป่วย คุณพูดน้อยลง คุณเงียบลง คุณ..ทำเหมือนกับว่าผมเป็นตัวถ่วงให้คุณ..เหมือนผมมาคอยเป็นตัวขัดแข้งขัดขาคุณ อะไร..อะไรที่ผมพูด อะไรที่ผมทำ มันก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด แล้วผมก็ทะเลาะกับคุณอีกครั้ง..

.

.

แต่ก็ง้อกันได้ ด้วยคำขอโทษของผม..เพราะผมมันเป็นแฟนที่ไม่เอาไหน คุณย้ำเตือนบอกผมอีกครั้ง “ผมรักคุณนะ เพราะรัก ผมถึงได้เป็นแบบนี้ เลิกร้องไห้เถอะ..ยิ่งร้อง เราก็จะคุยกันไม่รู้เรื่อง”

“ซีวอน.. ผมข..ขอโทษ..”

เพราะผมมัน...  “อ่อนแอ”  ใช่..บ่อยครั้งที่ผมงี่เง่าบ่อน้ำตาแตก นั่นก็เพราะผมนึกเกลียดตัวเอง อับอาย ละอายใจ ละอายในตัวเองเหลือเกิน..ผมไม่อาจเก็บกักความเจ็บแสบในอกได้ จนมันต้องกลั่นออกมาเป็นหยดน้ำตา..หยดแล้ว..หยดเล่า

ทั้งหมดมันก็เพราะผม เราทะเลาะกันก็เพราะผม..เพราะผมเอาแต่หาเรื่อง ปั้นเรื่องไม่เป็นเรื่องให้เป็นเรื่องใหญ่ จะโทษก็คงต้องโทษว่าเพราะผมคิดถึงจิตใจคนโดนวีน โดนโวยใส่..น้อยมาก..น้อยเกินไป

จนครั้งนี้ ซีวอนพูดออกมาเองแบบนี้.. ผมมันอ่อนแอ...

..เขาใจร้าย..

แต่จะว่าอะไรได้ ในเมื่อมันเป็นความจริง ผมเองมันก็ผู้ชายแท้ๆ แต่กับเรื่องแบบนี้....ทำไมต้องร้องไห้..ร้องไห้เอาง่ายๆ หรือเพียงเพราะว่ารักเขามากไป? หรือรักตัวเองมากกว่า..?

.

.

คุณจะคิดอย่างไร ผมไม่อาจรู้

แต่สำหรับผมนั้น...ผมรักคุณ..ที่ผมร้องไห้อีกสาเหตุก็เพราะผมทำให้คุณลำบาก..ทำให้คุณที่ยุ่งแสนยุ่งต้องมานั่งปวดหัวกับการนั่งรอให้ผมหยุดร้องไห้มาเพื่อคุยกันให้รู้เรื่อง ทำให้คุณต้องเสียใจ และ..ปวดใจ

.

.

มันเป็นแบบนี้เสมอๆ ความสัมพันธ์เรามันรังแต่จะแย่ลง...แย่ลง....ในทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน

 

ไหนล่ะ?....ไหนใครบอกว่าทะเลาะกัน...จะยิ่งรักกันมากขึ้นไง...

ผมรักเขามากขึ้น...ด้วยรู้สึกผิดและเสียใจกับการกระทำตัวเองเสมอ..แต่นั่นก็ไม่อาจทำให้ผมรักคุณน้อยลง ผมอยากจะอยู่เคียงข้างคุณ..

แต่กับคุณ....คุณรักผมมากขึ้นบ้างหรือเปล่า....?

 

.

.

.

กว่าจะผ่านเรื่องทะเลาะบ้าๆ นี่ไปได้

เราต่างก็ต้องใช้เวลา..และความรู้สึก..รัก..เพื่อปลอบประโลมหัวใจเราเอง..กันโดยทั้งนั้น

 

ผมได้แต่ภาวนา..ทุกเช้าที่ตื่นนอน แล้วต้องออกไปที่มหาวิทยาลัย ผมได้แต่ใจสั่นไหวด้วยความกลัว..กลัวเหลือเกิน...กับสิ่งที่เขาจะบอก

ไม่อยากให้วันเวลาเคลื่อนผ่านไป ไม่อยากให้ถึงช่วงสอบ ไม่อยากให้จบเทอม ไม่อยากให้ถึงวันนั้น...ได้โปรด...เวลาช่วยหยุดให้ผมเถิด..

 

 

.

.

อย่าให้ผมได้ฟังคำๆ นั้นเลย...ผมรักเขา

ผมรักคุณ..รักเหลือเกิน....

 

 

.

.

ผมไม่มีทางรักคุณน้อยลงได้เลย..ผมอยากจะอยู่ข้างๆ คุณตลอดไป...ได้โปรดอย่าผลักไส..
 
 

 
 
 
 
 

  

 
 
 

 

~After that~

 

 

เขาบอกว่า.. ในโลกใบนี้ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่อาจมองเห็นได้

โดยเฉพาะ ความรู้สึกที่มาจาก ความรัก

 

 

ผมไม่อยากจะเชื่อตัวเอง..  ในที่สุด..ก็ถึงวันนี้...วันที่เราสอบเสร็จ วันสุดท้ายของการสอบเป็นสอบโปรเจ็คจบ ถึงผมและเขาจะไม่ได้อยู่กลุ่มเดียวกัน แต่เขาก็ยังนั่งรอจนกลุ่มผมสอบเสร็จ ผมเดินออกมาด้วยสีหน้าโล่งอกปนเสียใจเล็กๆ กับการตอบคำถามที่ไม่ค่อยได้เรื่อง อีกทั้งยังสมาธิเสียเอาง่ายๆ ในตอนพรีเซนท์อีก แต่ครั้นได้เห็นใบหน้าแสนคุ้นเคย..จิตใจที่ใกล้ปลอดโปร่งก็พลันหม่นหมอง..คล้ายกับว่าถูกคนเทสีหม่นๆ ลงไปในหัวใจ

 

ร่างกายมันเกร็งไปโดยอัตโนมัติทันทีที่เขาเรียกผม

“คยูฮยอน เป็นยังไงมั่ง? โอเคใช่ไหม?”   ซีวอนเดินวาดยิ้มเข้ามาใกล้ มืออบอุ่นคู่ตรงหน้ายื่นเข้ามาปลดกระเป๋าสะพายที่ไหล่ของผมออกมาช่วยถือ ผมได้แต่ยืนนิ่ง..ตัวแข็งราวกับเป็นหิน หากแต่หัวใจกับเต้นแรง...แรง รัวและเร็ว...ผมไม่เข้าใจเลย..เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้าย...คุณกำลังอารมณ์ดีงั้นหรือ? ทีเมื่อเช้าที่ซื้อข้าวไปฝากยังทำหน้า...เครียด..ยุ่งเหยิง..เหมือนแบกโลกไว้ทั้งใบ

 

“คยูฮยอน..คยูฮยอน!

ซีวอนเรียกผมอีกครั้ง มือหนาเขย่าไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะดันให้ก้าวเท้าเดิน ย้ำถามคำถามก่อนหน้านี้ พลางวาดยิ้มบางๆ ส่งมาให้ ผมรู้ได้ในทันที ยิ้มแบบนี้คือยิ้มที่จริงใจและอบอุ่นที่สุดของซีวอน ผมรักรอยยิ้มที่สุด..หากการกระทำกลับสวนทางกับความรู้สึกชื่นชมภายในใจ ผมทำได้แค่ก้มหน้าหลบสายตาแล้วอ้อมแอ้มตอบเสียงแผ่ว ปล่อยให้เท้าทั้งสองก้าวออกไปตามสัมผัสที่ต้นคอที่ถูกแขนของซีวอนเกี่ยวไว้ให้เดินไปด้วยกัน

 

“จะไปกินข้าวที่ไหนดี ไปร้านซูชิแถวบ้านผมดีไหม?”

“วันนี้ว่างแล้วเหรอ ซีวอน”

ซีวอนขมวดคิ้วกับคำตอบรับของผม ร่างสูงขยับออกห่างผมเล็กน้อยเพื่อเคลื่อนใบหน้ามามองหน้าผมใกล้ๆ มือหนาที่ต้นคอถูกไล้เลื่อนลงมาบีบกระชับมือของผม...มือที่เย็นเฉียบ..

“ผมว่างแล้ว.. ป่ะ คยูฮยอน ไปกินข้าวกัน”

ผมไม่ได้อมยิ้มเหมือนทุกครั้ง..ที่ได้ฟังน้ำเสียงทอดนุ่มนวลแบบนี้

ผมเพียงแค่ปล่อยให้ตัวเองจมไปกับสัมผัสอ่อนโยน อบอุ่น และอ่อนหวานที่อุ่นฟุ้งไปทั่วทั้งฝ่ามือ ซีวอนกระชับบีบมือผมเล็กๆ แล้วดึงให้เดินไปด้วยกัน ซีวอนทำหน้าที่สารถีขับรถพาเราสองคนออกจากมหาวิทยาลัยสู่ถนนใหญ่ใช้เวลาไม่ถึงยี่สิบนาที รถคันงามก็มาจอดเทียบซองจอดรถหน้าร้านซูชิที่สามเดือนก่อนเรามากินกันจนซีวอนกระเป๋าแทบฉีก

 

แต่...ไม่ทันจะเดินออกไปถึงหน้าร้านดี เสียงโทรศัพท์ของซีวอนก็ดังเรียกให้ผมต้องหันกลับไปมอง ท่าทีการพูดจาดูอ่อนโยนอ่อนหวานผิดต่างกับครั้งที่คุยกับผม หากผมก็ได้แต่เงียบปาก เดินนำเข้าร้านไปนั่งรอก่อน..รอให้ซีวอนคุยจนเสร็จแล้วเข้ามา เพื่อจะถาม...ถามถึงปลายสาย แม้บางทีอาจจะดูว่าแย่มากกับการกระทำแบบนี้ แต่ในวินาทีนี้ตอนนี้แล้ว...ไม่มีอะไรที่จะกระทบกระเทือน..ส่งผลกระทบต่อจิตใจของผมได้เท่ากับ......ทุกการกระทำ ทุกคำพูด ทุกสีหน้าท่าทางของเขา....ชเวซีวอนที่ผมรัก

 

“ขอโทษทีนะ”  ซีวอนว่าเสียงปกติก่อนจะเดินเข้ามาทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม มันเป็นปกติที่พวกเราจะนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมในสุดของร้าน แต่ก่อนผมมักจะชอบฟังเรื่องเล่าเฮฮาสลับกับพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวให้กันและกันฟัง ซีวอนมักจะจับมือผม..กุมไว้..แล้วพยักหน้ารับบ้าง ไม่ก็คอยเสริมคอยถามนั่นนี่บ้าง คิดถึงภาพเก่าๆ นี้แล้ว..ก็มานึกขึ้นได้ว่า เราไม่ได้ออกมาหาอะไรกินด้วยกันสองคนแบบนี้ก็นานแล้วเหมือนกัน อาจจะเพราะเขายุ่งต้องทำงานทำโปรเจ็คด้วยเพราะสมาชิกกลุ่มคนนึงป่วยเข้าโรงพยาบาลไปเป็นเดือน อีกทั้งยังต้องมาทะเลาะมางอนง้อกับผมซะส่วนใหญ่ ความสัมพันธ์ของเรามันเหมือนจะเท่าๆ เดิม...แต่บางครั้งผมก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่เราอาจ...ไม่สามารถปรับเข้าหากันได้....ทั้งผมและเขา

 

ทำไม..ถึงได้มาไม่เข้าใจ..กันเอาป่านนี้นะ

 

“สั่งอะไรดี?”

เราจัดการสั่งอาหารไปมากกว่าเดิมสามรายการ ผมอดขมวดคิ้วส่งเสียงถามไปไม่ได้ แต่คำตอบที่ได้รับกลับมามีเพียงแค่รอยยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์มือถือของซีวอนจะดังขึ้นอีกครั้ง หากคราวนี้ผมอดใจตัวเองไม่ได้อีกต่อไป..เอ่ยปากถาม.....ทั้งๆ ที่ครั้งก่อนๆ มาจะเป็นซีวอนเองที่บอกตลอด หากคราวนี้กลับไม่...ไม่เลย

 

“ซีวอน ใครโทรมาหรอ? ใช่คนที่โทรมาเมื่อกี้หรือเปล่า”

“อื้ม.. ขอผมรับโทรศัพท์ก่อนนะ เดี๋ยวคุยกัน”  ซีวอนมีสีหน้าที่ผมไม่สามารถอ่านได้ ปกติถึงเขาจะชอบเปิดเผย ชอบแสดงความรู้สึกอย่างไร..ผมก็มักจะมองแล้วรู้แล้วเข้าใจในทันที แต่ในตอนนี้....ผมไม่รู้อะไรเลย

ผมปล่อยให้ตัวเองอื้ออึงไปกับความคิดต่างๆ นานาที่พากันส่งเสียงบ้างก็ตะโกนบ้างก็กระซิบ..มันชวนให้มึนงงและวุ่นวายไปหมด จนมารู้สึกตัวอีกที เสียงซีวอนที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ก็เรียกให้ผมต้องหันไปหา แต่ก่อนจะได้จับใจความอะไร ท่าทียิ้มแย้มดีใจก่อนที่จะลุกขึ้นโบกมือให้...ใครสักคนก็ทำให้ผมต้องหันไปตาม...โดยอัตโนมัติ

 

..ใครกันน่ะ..

ผู้หญิง? สวย? ...เธอดูดีน่ารักเสียจนผมไม่อาจถอนสายตาหันไปเพื่อถามคำถามมากมายที่ผุดขึ้นเต็มหัวกับซีวอนได้ เธอหน้าตาสะสวยผิวพรรณผุดผ่องรูปร่างเพรียวบางอ้อนแอ้น..สวย..เสียจนแทบสะกดให้ผมต้องมองตามทุกย่างก้าวของเธอ....จนกระทั่งเธอเดินเข้ามายืนตรงหน้าผม

 

อะไรกัน? ผู้หญิงคนนี้คือใครกัน? ใช่คนที่โทรหาซีวอนงั้นหรือ? แล้วเป็นอะไรกับซีวอนน่ะ? หรือว่าจะเป็นแฟนใหม่? .........

 

คำถามมากมายเกิดขึ้นเต็มไปหมด มันมากมายเสียจนกลายเป็นก้อนน้ำหนักมากมายมหาศาลที่หนักแสนหนักจนกดทับไปทั้งอก ตัวมันชา..หากหน้ายิ่งชากว่า เมื่อเธอคนนั้นก้าวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม...นั่งข้างๆ กับซีวอน..

 

ในวินาทีนี้เหมือนมีก้อนอะไรมาจุกในอก หนักไปทั้งอกแล้วยังหนักปากอีกด้วย จะถามก็พูดไม่ออก ท่าทีอึ้งทึ่งจ้องคนตรงหน้าสองคนตาไม่กระพริบนานสองนาน..คงจะทำให้ซีวอนเอ่ยปากทำลายบรรยากาศอึมครึมครึ้มเมฆครึ้มฝน ด้วยการเอ่ยแนะนำสาวสวยข้างกาย

 

“คยูฮยอน นี่อียอนฮี... ยอนฮี นี่โจคยูฮยอน..”

 

“อ..”  ผมพูดไม่ออกหรอก..

 

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ คยูฮยอน.. ซีวอนพูดเรื่องของคุณให้ฉันฟังบ่อยๆ ดีจัง..ได้เจอตัวจริงแล้ว”  สาวสวยพูดเสร็จก็วาดยิ้มเป็นมิตรให้ เธอยิ้มจนตาคู่สวยโค้งปิดเหมือนกับรอยยิ้มของเธอ คนตรงหน้าดูดีเสียจนคยูฮยอนรู้สึกปวดหัว ไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้าพูดอย่างนี้ต้องการจะพูดอะไร ต้องการจะสื่ออะไรกัน..

 

“ย..ยินดีเช่นกันครับ”

ผมกลั้นใจตอบกลับไปก่อนจะหันไปหาซีวอน.. แล้วก็ได้เห็นสีหน้าโล่งอกเล็กๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มเปิดปากพูดต่อ

 

“ยอนฮีเป็นลูกพี่ลูกน้องของผมน่ะ..คยูฮยอน”

“คู่หมั้นต่างหากล่ะ”

 

ตาแทบทะลุออกจากเบ้าตา หญิงสาวคนตรงหน้าพูดขึ้นแทบจะทันทีที่ซีวอนเริ่มพูด ผมรู้สึกเหมือนหน้ามืด..หูก็อื้อ หากที่แย่กว่าคือหัวใจ..ที่เต้นช้าลง..ช้าลง...

 

“คุณ..ว่ายังไงนะ?”  ใบหน้าหมดแรงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงของผมเช่นเดียวกับน้ำเสียงที่เปล่งออกจากปากไป ซีวอนทำหน้าเหยเกหันไปมองหน้าคนข้างตัวตาโต แล้วรีบหันมามองหน้าผมเร่งพูด..ย้ำคำเดิม... หากสาวสวยก็ยังย้ำคำเดิม..หนักแน่น..เช่นกัน

 

ไม่รู้ว่าตัวเอง..กำลังทำอะไรอยู่

ตอนนี้หน้ากำลังแสดงอารมณ์อะไร เท้ากำลังเดินไปที่ไหน ในหัวมันมีแต่สีหน้ายิ้มแย้มของหญิงสาว กับสีหน้ากลืนเข้าคายไม่ออกของซีวอน

ในตอนนี้...ได้รู้แล้ว ได้แน่ใจแล้ว.. เข้าใจแล้ว เข้าใจจริงๆ ที่ซีวอนต้องการจะบอกนั่นคืออะไร.....คืออะไร.....หึ

 

“แฮ่ก..แฮ่กก...”  ที่ได้ยินอยู่ตอนนี้ก็มีแต่เสียงหอบหายใจของตัวเอง ผมมารู้ตัวเอาก็ตอนที่กำลังยืนอยู่หน้าหอพักของตัวเอง มือทั้งสองว่างเปล่า เช่นเดียวกับตัวเปล่าๆ ที่วิ่งออกมาไม่คิดชีวิต..และหัวใจที่แตกสลาย..ว่างเปล่า..ไม่มีอะไรเลย...นอกจากน้ำอุ่นๆ ที่ไหลลงมากระทบมือซ้าย..

ผมยกมันขึ้นมาดูใกล้ๆ เห็นเงาที่สะท้อนจากหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ..เห็นเป็นใบหน้าของตนเอง..ตาแดงๆ จมูกแดงๆ และน้ำตาที่ไหลทะลักออกราวกับเวลาร้องไห้อยู่คนเดียว

หากในตอนนี้กลับไม่ใช่... มองรอบตัวแล้วเจอทั้งคนรู้จักและไม่รู้จัก ทุกคนต่างมองมาที่ผม..หากผมกลับเลือกที่จะไม่ใส่ใจ มองผ่านทุกคนแล้วรีบย่ำเท้าให้เร็วที่สุด...ขึ้นไปให้ถึงห้อง...หวัง...เพื่อจะเข้าไปกักตัวเอง..ขังไม่ให้ใครได้เห็นสภาพย่ำแย่แบบนี้

.

.

อยากจะหนี ไม่อยากอยู่แล้ว..ไม่ไหวแล้ว..

ผม...ผมเกลียดตัวเอง.....แต่ที่เกลียดที่สุดน่ะคือคุณ

ชเวซีวอน... จอมหลอกลวง ความรักจอมปลอม..ความรู้สึกที่ไร้ค่า..ความอบอุ่น ความอ่อนโยนที่ว่างเปล่า ผมรักมันที่สุด...ทุกสิ่งที่เขามอบให้กับผม..ทุกสิ่งที่ผมนึกคิดว่ามันคือความรักที่เขามอบให้..มาตลอด..

มีคู่หมั้นแล้ว..มีคนที่เพรียบพร้อมเหมาะสมกันดีแล้ว..อีกทั้งยังดูสนิทสนมมากเสียยิ่งกว่า..ผม..เสียอีก...คุณ...คุณ..มันคนใจร้าย...

 

ถึงหน้าห้องแล้ว.. ไม่ได้ขึ้นลิฟต์เพราะไม่อยากตอบคำถามใครหากเจอคนรู้จัก ไม่อยากพบเจอใคร คุยกับใคร..จึงได้เดินขึ้นบันได ทีละก้าว..ละก้าว..แต่พอมาถึงหน้าห้อง ก็พบว่าทั้งมือถือทั้งกระเป๋าตังค์รวมทั้งกุญแจห้อง..ไม่มี...ไม่มีเลย คงจะลืม..ลืมไว้กับคนใจร้าย

เหนื่อย..เหนื่อยจนแทบจะหมดแรง มันควรจะหัวใจเต้นแรงด้วยเพราะทั้งวิ่งทั้งเดินไม่หยุด..หากในตอนนี้ พอคิดว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ตัวเองควรจะทำอะไรต่อ หัวใจมันก็เต้นอ่อนแรง ยิ่งเมื่อคิดถึงซีวอน....หัวใจมันก็ยิ่งเจ็บ..เจ็บยิ่งกว่าครั้งไหน หัวใจที่อยู่ในกำมือของซีวอนบางครั้งก็ถูกบีบ..ถูกกำ..ถึงจะเจ็บก็ไม่เคยคิดท้อคิดหนี...หากครั้งนี้มันไม่ไหว ซีวอนทั้งบีบทั้งกำ..จนมันแหลกเหลว...แตกสลายและไร้ค่า

รู้ว่าเจ็บแสนเจ็บ..แต่ก็อดคิดไม่ได้ ตอนนี้ซีวอนกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหน อยู่กับใคร....หรือไม่แน่ อาจจะกำลังวิ่งตามหาผม......หึ คงจะฝันไปแล้วล่ะ..

 

ผมทรุดตัวลงนั่งพิงกับบานประตูหน้าห้องตัวเอง โชคร้ายที่ตอนนี้มันเย็นเกินกว่าจะลงไปขอกุญแจห้องสำรองจากคนดูแลหอได้ นาฬิกาข้อมือบอกเวลาหกโมงครึ่ง ความเงียบ..และความว่างเปล่า ความรู้สึกสีเทาที่ตัดกับแสงสีส้มอมฟ้าของท้องฟ้าเวลานี้...ยิ่งขับให้ผมต้องร้องไห้หนักขึ้นไปอีก หัวใจมันกำลังถูกกัดกร่อนไปทุกวินาทีที่อยู่คนเดียว..

หากความเงียบงัน..มันก็พาลให้นึกถึงเมื่อประมาณปลายปีก่อน ครั้งที่ออกกันไปหาอะไรดื่มกับซีวอนตอนแรกๆ ที่รู้จักกัน เราต่างคนต่างเมา มีอะไรก็พูดก็คุย ผมเล่าว่าผมถูกผู้หญิงข้างบ้านมาขอเป็นแฟนด้วยทุกครั้งที่กลับบ้าน.. แล้วซีวอนก็หัวเราะเสียงดัง..ใบหน้าหล่อๆ ที่แดงช้ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์กำลังแสดงสีหน้าอารมณ์ดีสุดๆ เจ้าตัวหัวเราะไปสักพัก เราก็เดินมาหยุดที่หน้าประตู..หน้าห้องผม..ตรงนี้ ตรงที่ผมกำลังนั่งอยู่ จำได้ว่าตอนนั้นซีวอนเดินโซซัดโซเซก่อนจะปล่อยตัวลงนั่งแล้วดึงให้ผมลงมานั่งด้วยกัน ซีวอนบอกว่าทางพ่อแม่เขาอยากจะหมั้นหมายเขากับลูกสาวญาติฝ่ายพ่อที่อยู่ญี่ปุ่นตามที่เคยสัญญาไว้เมื่อสมัยก่อน แล้วผมก็ถามว่าเป็นยังไงสวยไหม อิจฉาจริงๆ เพราะระดับหมอนั่นก็ต้องจะได้คู่หมั้นเป็นคุณหนูแสนสวยชาติตระกูลดีชัวร์ๆ หากหมอนั่นกลับส่ายหน้ายุ่งๆ แล้วบอกว่า ...”คนตรงหน้าน่ะ.. สวยกว่า”

 

น้ำตามันไหลอีกแล้ว คิดว่าหยุดร้องได้แล้ว..แต่พอยิ่งนึกภาพเก่าๆ น้ำตามันก็ยิ่งไม่ยอมหยุดไหล

มานึกได้ก็ตอนนี้ว่าโยนเรื่องวันนั้นทิ้งไปนานแค่ไหนแล้วนะ เอาแต่คิดถึงแต่เรื่องที่ซีวอนบอกว่าผม... “สวย” คิดไปมากมาย จนอีกอาทิตย์ต่อมาซีวอนก็มาขอเป็นแฟน..บอกว่าคุยกันถูกคอ อีกทั้งดื่มเก่ง ไปไหนไปกัน แล้วก็อีกอย่าง..เพราะผมแปลกดี ไม่เหมือนใคร..เลยอยากคบด้วย

งี่เง่าจริงๆ ...ภาพวันวานก่อนๆ มันไหลย้อนมาไม่ยอมหยุด ผมสะอื้นฮัก..ร้องไห้หนักกว่าเดิม...ไม่เคยคิดเลย ว่าคนอย่างผม..คนที่เป็นผู้ชายมาตลอดชีวิต เลิกกับใครก็ไม่เคยร้องไห้ ไม่เคยจะเศร้าเกินสามวัน กลับมาต้องเสียใจร้องไห้โฮอย่างกับผู้หญิงแบบนี้..

 

มือทั้งสองกอดเข่าแนบใบหน้าลงกับหัวเข่า..ข่มตาลงหลับ..

อยากจะพัก อยากจะตั้งหลัก ไม่อยากคิดอะไร...อยู่นิ่งๆ เฉยๆ สักพัก.. ไม่อยากร้องไห้

ไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานแค่ไหน รู้สึกตัวอีกครั้ง ที่เห็นตอนนี้ก็คือเพดานลายท้องฟ้าที่มีก้อนเมฆปุกปุยลอยละล่อง..ภาพเพดานแสนคุ้นเคยแบบนี้..คุ้นอะไรขนาดนี้นะ..?

“เฮ้ย!!!  สะดุ้งขึ้นนั่งทั้งที่เสียงแทบไม่มี รู้สึกปวดตาจนแทบลืมไม่ไหว ยิ่งเมื่อมองต่ำลงมาแล้วพบว่า...ตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเตียง และที่เหนือความคาดหมายมากกว่านั้น..

 

“ซ...ซีวอน!?  เสียงที่คาดว่าจะเป็นเสียงตะโกน..หากในความเป็นจริงกลับเป็นเพียงแค่เสียงแผ่วๆ ที่ออกมาจากลำคออันแห้งผาก ผมฝืนกลืนน้ำลายลงคอหวังให้มันมีเสียงมากกว่านี้อีกสักหน่อย แต่ก่อนจะได้ขยับลุกให้ห่าง

 

“คยูฮยอน.. คุณมัน...”

“บ้า..ใช่สิ ผมบ้า..แต่ที่บ้ากว่า และแย่ยิ่งกว่าก็คือคุณ!!  กงขังใด ปราการไหน..จะแน่นหนาได้เท่าอ้อมแขนที่โถมกอดเข้ามาแล้วรัดและดึงดันให้ต้องลงมานอนอีกครั้ง..บนตัวซีวอน..และโดยไม่อาจขัดขืน

น้ำตามันรื้นขึ้นอีกเมื่อถูกวงแขนแข็งแรงกระชับกอดแน่นขึ้น..และแน่นยิ่งขึ้น ซีวอนซบใบหน้าลงชิดซอกคอผม เป่าผมหายใจอุ่นร้อนใส่ต้นคอก่อนจะแนบสัมผัสร้อนแรงยิ่งกว่าด้วยริมฝีปากหยักสวย.. ผมไม่ชอบตัวเองเลยจริงๆ อีกกี่ครั้ง..และกี่ครั้ง ทำไมร่างกายมันถึงไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆ จะขัดขืน น้ำตาไหลลงมาช้าๆ ก่อนจะถูกดันตัวให้หันไปหา

มองดวงตาคู่สวยที่ฉายประกายเสียใจน้อยใจและ........แล้วก็ต้องหรุบตาลงมองริมฝีปากสีเข้มของซีวอนแทน สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะตัดสินใจถามในสิ่งที่ต้องการจะรู้

 

“คุณมาทำอะไรที่นี่..”

.

.

 

เอาของที่คุณลืมมาให้”

 

“............ขอบใจ แล้วก็กลับไปซะเถอะ...”  ก็รู้ว่าตัวเองงี่เง่า อยากจะพูดอย่างอื่นที่ไม่ใช่อะไรบ้าบอแบบนี้ แต่ปากมันไม่ตรงกับใจ ยิ่งได้รับคำตอบแบบนี้กลับมาด้วยแล้ว หัวใจมันยิ่งบีบรัดเหมือนจะซ้ำเติม...ให้รู้ไว้ว่า ก็แค่เอาของมาคืน ไม่ได้อะไรอย่างอื่น....ใช่ไหมล่ะ? ..ซีวอน..

 

“ผมไม่กลับ..แล้วคุณก็ด้วย เลิกหนีผมเถอะ..นะ”

 

ตอนนี้ผมจะหนีคุณได้อย่างไร..คนบ้า

อ้อมแขนกระชับดึงให้ตัวผมต้องเข้าไปชิดใกล้กลิ่นคุ้นเคย ซีวอนยังมีความอบอุ่นเจืออยู่เสมอ..ทุกครั้งที่เราทะเลาะกัน แต่คราวนี้นั้น ผมไม่อยากจะพูดเลย..ผมยังคิดว่าเขาต้องยัง............ผม..อยู่แน่..แน่

 

“คุณนี่ใจร้อนจริงๆ แต่ก่อนใจร้อนแบบไหน..ก็ยังรอให้ผมได้แก้ตัว ได้อธิบาย แต่คราวนี้...คุณไม่ให้เลย แม้แต่เวลาจะแก้ตัว”

 

“หึ.. หรือมันไม่จริงล่ะ ผมได้เห็นได้รับรู้..มันชัดเจนขนาดนั้น อีกทั้งยังยืนยันหนักแน่นแบบนั้นด้วยแล้ว....ใครมันจะกล้า...กล้าแข็งใจรอฟังต่อไปได้..ก..กัน”

ผมเริ่มงี่เง่า ร้องไห้หนักคล้ายจะฟูมฟายเหมือนคนบ้า น้ำเสียงเริ่มขาดห้วงด้วยหายใจไม่ออก ดวงตาทั้งคู่ทั้งเจ็บทั้งแสบด้วยเพราะน้ำตาที่ไม่มีที่ท่าจะยอมหยุดไหล ผมมันก็อย่างนี้..เก่งนัก ไอ้เรื่องร้องไห้น่ะ

 

“ที่รัก.. อย่าร้องไห้สิ หยุดเถอะ...ให้ผมได้พูด ได้แก้ตัวเถอะนะ...คุณกำลังเข้าใจผิด”

 

“ซีวอน..อย่าเลย ผมรู้..อียอนฮีไม่ได้พูดผิด และคุณก็ด้วย คุณเคยบอกผม..คุณมีคู่หมั้น..ผมนึกออกแล้ว”  แทบจะขาดใจตายกับการพูดอะไรยืดยาวทั้งที่ร้องไห้หนักแบบนี้ ผมช้อนตาขึ้นมองใบหน้าคมคายของซีวอนผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อล้นออกมาไม่ยอมหยุด สูดน้ำมูกก่อนจะพูดต่อไป

“ผมมันไม่ใช่ผู้หญิง คบและบอกใครออกหน้าออกตาไม่ได้ ต้องเกรงใจทั้งหน้าตาบ้านของคุณ และยังบ้านผมเองที่หัวโบราณยิ่งกว่า แต่ถึงแม้เราจะเคยมีอะไรกัน..มาหลายต่อหลายครั้ง แต่มันก็คง..ยังไม่ดีหรอกใช่ไหม.... เพราะไม่ว่าอย่างไร ผู้หญิงกับผู้ชาย..ก็ต้องเกิดมาคู่กัน....อืม.....ม...”

 

ซีวอนไม่ยอมให้ผมได้พูดต่อจนจบ มือหนาไล้ขึ้นบีบจับโครงหน้าของผมก่อนจะบรรจงปิดปากของผม..ด้วยริมฝีปากของเขา รสจูบของซีวอน..ใช่ว่าจะไม่คิดถึง..แต่จูบในตอนนี้น่ะ ผมไม่ชอบ..ไม่อยากได้เลย จูบที่เจ็บปวด หากอบอุ่นในครา ร้อนรุ่ม หากอ่อนโยน อ่อนหวานและเจ็บแสบไปทั้งหัวใจ

ซีวอน..ซีวอน..ซีวอน..คุณมัน......

.

.

ทำไมผมต้องรักคุณด้วย..

 <http://zeazand.exteen.com/20110220/sf-what-should-i-do-50612-46497-54616-51424-part-ii-end อ่านที่นี่นะ XD>

อีกครั้ง และอีกครั้ง เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียง เสียงการเสียดสีของผ้าปูเตียง เสียงแอร์แผ่วๆ และเสียง...เนื้อกระทบเนื้อ.. ฟันขาวกัดริมฝีปากตัวเองจนห้อเลือด ผมไม่อยากหลุดเสียงน่าอายนั่นออกไป หัวตามันพร่ามัว..กับสัมผัสแห่งปรารถนาแบบนี้ ร่างกายมันไม่สามารถต้านทานสัมผัสใดๆ ได้เลย จึงได้แต่ปล่อยให้ตัวเอง..ไหลไปกับทุกสัมผัส ทุกบทรักที่ซีวอนบรรจงมอบให้..อีกครั้ง..อีกครั้ง...

มันจุกแทบตาย..หากกลับรู้สึกยิ่งต้องการไม่สิ้นสุด ผมสูดลมหายใจเข้าปอด ฝังใบหน้าลงกับหมอนมือทั้งจิกทั้งทึ้งผ้าปูเตียงไปกับทุกสัมผัสที่ย้ำแทรกเข้ามา..ความร้อนระอุภายในตัวของผม..ซีวอนเอาแต่พร่ำบอกว่ารัก รัก รัก..หากผมในตอนนี้กลับไม่อยากได้ยินและไม่ได้ยินเสียงอะไร..นอกจากเสียงภายในหัวใจที่ทั้งตะโกนทั้งกระซิบ..ส่งเสียงวุ่นวายเสียจนปวดหัว

 

“คยูฮยอน..คยูฮยอน...”

ซีวอนหยุดบทรักที่ดำเนินมาจนใกล้ถึงปลายทางเอาไว้แล้วก้มกระซิบเสียงพร่า มือหนาที่เคยจับสะโพกของผมไว้ถูกเลื่อนไล้ขึ้นเปลี่ยนมาเป็นลูบแผ่วเบาที่เส้นผมอันชุ่มเหงื่อของผม ซีวอนหอบหายใจเบาๆ ใบหน้าหล่อเข้มขึ้นเสียระเรื่อเล็กๆ ซีวอนขยับสะโพกตัวเองเพื่อจะ..ออก..จากตัวผม ด้วยอาจเพราะเห็นหมอนที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาและใบหน้าที่ไม่เคยแห้งเหือดจากน้ำตาของผม..เลย

 

“ย..อย่า..”

“ว่าอะไรนะ..คยูฮยอน”  ซีวอนโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้..ใกล้จนแทบชิด ผมหดลงเข้ามานิดๆ  รีบหลบตา หากความอายที่เคยมีอยู่ก็มลายหายสิ้น...ด้วยปากที่เปล่งคำพูดน่าอายนี่ออกไป..อีกครั้ง “อย่าเพิ่งออก...”

 

ซีวอนยิ้ม..แต่ผมแทบจะมุดหน้าลงซุกเข้าไปในหมอน ผมรู้ว่าใจผมต้องการอะไร แต่ร่างกายมันเองกลับต้องอะไรที่มัน..ตรงข้ามกัน ผมอาย..แต่ผมก็ไม่อาจห้ามขีดอารมณ์ความปรารถนาที่ซีวอนปล่อยให้มันค้างคาไว้แบบนี้ได้

 

“ผมรักคุณ..รักคุณคนเดียวนะ...ไม่ว่าจะใครจะผู้หญิงคนอื่นคนไหน ...ที่คู่กับผม ที่คู่กันก็มีเพียงแค่คุณ..คยูฮยอน..คุณคนเดียว..ผมไม่ได้รักใครอื่น ผมรักเพียงแต่คุณ...ได้โปรด รับฟังผม..ฟังผม..เถิดนะ”

 

.

.

“ที่ผมต้องการก็คือคุณ ผมอยากอยู่กับคุณ แค่คุณคนเดียวเท่านั้น”

 

ได้ฟังเท่านี้โลกทั้งใบของผมพร้อมจะแตกสลาย..แตกละเอียดแล้วกลับมาประกอบใหม่ให้เป็นโลกใบใหม่..โลกที่แสนสวยงาม บทสารภาพรักที่แสนหวานของซีวอน และบทรักที่ร้อนแรงเช่นวันนี้..ผมไม่อาจลืมความสุขที่ได้รับมากมายในตอนนี้..อยากจะซึมซับ..อยากจะฟังอยากรับความรักของซีวอนอย่างไม่สิ้นสุด แม้ในใจจะอดสงสัยอยากถามไม่ได้ หากซีวอนกลับล่วงรู้ว่าผมต้องการในสิ่งใด เดือนคณะรูปหล่อก็แตะริมฝีปากร้อนจูบหนักๆ ลงบนแผ่นหลังผม ก่อนจะกระแทกตัวเข้ามา พูดไป..หอบไป

 

“เมื่อวาน..ผมก็แค่อยากจะให้เราได้คุยกันดีๆ เพราะผมคิดเรื่องนี้มานานแล้ว..ผมคิดมาหลายเดือนแล้ว ทั้งต้องทำโปรเจคให้ออกมาดีที่สุด ซ้ำยังต้องคิดถึงคุณให้มากที่สุด..กับการจะบอกคุณว่า พ่อแม่ผมจะส่งผมไปต่อที่ญี่ปุ่น เพราะฉะนั้น..คยูฮยอนครับ ที่คุณได้เจอนั้น เธอไม่ได้เป็นคู่หมั้นของผม มันก็แค่ความคาดหวังของผู้ใหญ่ที่อยากจะจับคู่ผมกับยอนฮี โดยจะส่งผมให้ไปลองเรียนรู้..รู้จักเธอ ยอนฮีอยู่ญี่ปุ่น เธออยู่กับครอบครัวที่นั่น เพราะอย่างนั้นบัญชาจากพ่อแม่ก็คือให้ผมไปเรียนต่อโทที่ญี่ปุ่นนู่น ที่ผมพาเธอมา..ก็แค่อยากให้คุณได้รู้จักเธอก่อน และผมก็อยากให้คุณมั่นใจในตัวผม..ผมไม่ได้ชอบเธอ ผมมีแต่เพียงคุณคนเดียว คยูฮยอน..ได้โปรดฟังผมดีๆ นะ ผม..ผมอยากให้คุณ...ให้คุณไปเรียนต่อโทที่ญี่ปุ่นกับผม..นะคนดี...ไปด้วยกัน ไปอยู่กับผมด้วยกันที่นั่นนะ...”

 

แล้วแบบนี้..ผมควรจะทำอย่างไรดีล่ะ..?

 

 

 

 

 

~The End~
 
 

 
 
 
 
  
 
 
 
 

 
 
^ ^ zea ~ มาแล้วค่า!!
แอบลืมกันหรือเปล่า ฮี่ ฮี่
ดองแล้วดองอีก สุดท้ายก็มาลง ยังไงก็ติดตามกันนะคะ

ปล มันต้องไปติดตามในบล็อคละ..กลัวโดนแบน ><///'' sorry~~ค่า
 
ขอบคุณทุกคอมเมนท์นะจ้ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

731 ความคิดเห็น

  1. #598 AdiOz (@adioz-thelf) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 เมษายน 2556 / 02:41
    หยุดคิดมากคิดเยอะแล้วตอบตกลงไปเลยคยู เทอไม่ไปฉันจะไปเองนะยะ -..- #เกี่ยว?
    #598
    0
  2. #491 # AnGy's LatteArtCappe :D # (@shinee-ring) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2555 / 18:19
    อ๋ออ ที่แท้ก็เข้าใจผิดนี่เอง
    ให้ตายเหอะโจวคยู!
    #491
    0
  3. #391 midnight (@ruk-wonkyu-) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:40
    คือน้องชั้นคิดมากเองว่างั้นเถอะ

    เล่นคิดโน้นนี่นั่นอยู่คนเดียวตลอดเลยสิเนี่ย

    ดีนะดูท่าว่าพี่วอนจะเป็นคนใจเย็น

    ไปเหอะน้อง  ไปเรียนต่อด้วยกัน  อยู่ห่างกันน้องชั้นคิดมากแน่ๆ
    #391
    0
  4. #363 PKM13 *! (@petch13) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 มกราคม 2555 / 15:47
     ไม่ต้องคิดให้มากหรอก ไปเลยกี้ คึคึ
    ตอนแรกฟิคเรื่องนี้มันปวดตับมากจริงๆ 
    อ่านแล้วซึ้งเศร้าเว่อร์เถอะ
    แต่จบแบบแฮปปี้ก็ดีแล้ว ชอบบ

    รักไรเตอร์อ่ะ ><
    #363
    0
  5. #346 kikkayu (@kikkayu) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 06:18
    ดีจังที่เข้าใจกัน
    คยูไปกับวอนเลยนะ
    ไม่ต้องคิดไรแล้ว
    #346
    0
  6. #258 park xiah (@2pmaom) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2554 / 21:55

    เข้าใจฟีลกี้อย่างแรง
    คือแบบไม่ได้อยากคิดเยอะ แต่เสื-อก ทำตัวให้คิดเองนิ
    ไม่ได้อยากงี่เง่า แต่การกระทำมันทำให้ความรู้สึกไม่มั่นคง
    ไม่มั่นใจ กลัวโดนทิ้ง กรี้ดดด
    โดนอะ แล้วยัยบ้ายอนฮีนั่น พูดคู่หมั่นทำไมฟระ
    เด่วปั้ดด

    #258
    0
  7. #176 ยุงคาบช้าง (@484334106) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 12 เมษายน 2554 / 09:40
    สรุปว่าเพราะกี้พูดเองเออเอง
    เลยได้เข้าใจผิดกันแบบนี้
    ฟังเค้าก่อนสิตะเอง
    #176
    0
  8. #169 Beta Hansell (@sentveenus26beta) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:57
    สุดท้ายก็คบกันดั่งเดิม

    เย้ๆๆๆๆๆ
    #169
    0
  9. #156 Baby Korean (@seme-girl) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:02
     ตกใจหมดเลยนึกว่าจะเลิกกันจริงๆซะอีก

    คยูคงใจร้อนไปหน่อย

    แต่ก็เข้าใจกันแล้วเนอะ
    #156
    0
  10. #155 nanni122 (@nanni122) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 20:23
    อ่านตอนแรกสงสารน้องมากอ่ะ

    คือ...เข้าใจความรู้สึกน้องนะ

    ความรู้สึกไม่เข้าใจ ไม่มั่นคง

    ไม่ได้อยากงี่เง่า แต่ห้ามไม่ได้

    เพราะอีกคนไม่ได้ทำให้รู้สึกมั่นใจอ่ะ


    เรื่องนี้น้องเสียน้ำตาเยอะมาก

    สุดท้ายก็ตัดสินใจดี ๆ

    แต่ถ้ารักก็ต้องสู้สิ Go to Japan เลยที่รัก
    #155
    0
  11. #154 lucky_ann (@angle-lucky) (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 / 11:37
    ตอบตกลงไง คยูไม่เห็นจะยาก

    คิดมากมาตลอดเวลา

    ตอนนี้ยังมาคิดอีก

    คยู ใจร้อนตลอดไม่รอวอนอธิบายเลย

    แต่อ่านตอนแรกสงสารคยูมากเลยนะ
    #154
    0