เจ้าสาวรับฝาก : สนพ.ดอกหญ้า 2000

ตอนที่ 3 : นับวันรอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    18 ต.ค. 52

ตอนที่ 3  นับวันรอ

“ขอบใจมากนะเปรม อาหารมื้อนี้อร่อยมาก...มาก....” เจ้าของไร่ชนินลากเสียงยาวอย่างชื่นชมเจ้าของไร่รักที่อุตส่าห์เลี้ยงข้าวมื้อเย็นเป็นการตอบแทน หลังเจ้าหล่อนโทรศัพท์กลับไปหาเขาที่ไร่ไหว้วานให้มาดูอาการ อีแก่ รถคันเก๋าที่เกเรเกตุงขึ้นมา นัยว่าเป็นใจให้เขาได้ใกล้ชิดกับเจ้าของมัน

ชนินเซอร์วิส ยิ้มปรี่ยินดีจนออกนอกหน้า มาถึงจุดเกิดเหตุภายในสิบห้านาที พร้อมสโลแกน ชนินดิลิเวอรี่ ยินดีให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ก็อปฯสโลแกนร้านเซเว่นฯมาหน้าตาเฉย แต่ย้ำว่าโปรโมชั่นพิเศษนี้ สำหรับเจ้าของ ไร่รัก เพียงเท่านั้น

เปรมิกาหน้านิ่วนิดๆ “มันก็ผัดเผ็ดปลาไหลกับต้มยำไก่บ้านที่หอบมาจากไร่พี่ชนินนี่คะ”

ชนินหัวเราะเสียงดัง “รู้แล้ว รู้แล้ว แต่อยากให้เปรมบอกว่า ถ้าอร่อยวันหลังก็มาทานบ่อยๆต่างหากเล่า ไม่รับมุขกันบ้างเลย” ชนินว่าขำๆ เปรมิกาเลยค้อนน้อยๆไปให้เสียครั้งหนึ่ง

“ถ้าอย่างนั้นวันหลังคุณชนินก็หอบปิ่นโตไร่นู้นมาปิกนิกไร่นี้สิคะ...ง่ายดีออก” ป้าบัวตองแนะนำชายหนุ่มที่นางนึกเอ็นดูนักหนา ถ้ามีลูกสาวจะยกให้ไม่เรียกสินสอดซักกะแดง...ค่าที่ช่างเป็นสุภาพบุรุษสุดขอบฟ้า และรู้จักทำมาหากินขยันขันแข็ง แถมยังรูปหล่อกล้ามใหญ่ นิสัยดีอีกต่างหาก

แต่เสียดายที่หนานคำมันไม่มีน้ำยา ก็เลยต้องอยู่กันสองคนตายาย เป็นคนเก่าคนแก่พ่วงตำแหน่งผู้อาวุโสในไร่รัก คอยดูสองพี่น้องคุณปริมกับคุณเปรมิกา และก็คุณเท็มไปอย่างมีความสุข ประหนึ่งเป็นลูกเป็นหลานก็ไม่ปาน

“ไอเดียป้าบัวนี่สุดยอด” ชนินยกนิ้วโป้งสองนิ้วให้

“รีบกลับเหอะพี่ชนิน เหม็นกลิ่นน้ำมันเครื่องเวียนหัวจะแย่” เปรมิกาออกปากไล่แขกโต้งๆ จนโดนป้าบัวตองกับพี่สาวค้อนเข้าใส่

“อะไรกันยัยเปรม เขาอุตส่าห์มาช่วยซ่อมรถให้ ไปไล่เขากลับ”

“เป็นห่วงร๊อก.....” เจ้าตัวอ้างเสียงสูง “กลับดึกๆอาบน้ำเดี๋ยวจะหนาว”

“บ้านพี่มีเครื่องทำน้ำอุ่นจ้าเปรม ไม่ต้องห่วง ขาดก็แต่คนหุงข้าว” คนตอบมองคนถามตาวับๆอย่างมีความหมาย ยิ้มกริ่ม

เปรมิกากลับเบะปากกับมุขสุดฝืด ทำท่าจะขย้อน กับการเกี้ยวซึ่งๆหน้า จนถูกปริมตีแขนให้เสียทีหนึ่ง

“ก็ป้าพิณนั่นไง...จะหุงข้าวจะนึ่งข้าวทำกับข้าวรึก็อร่อย” เจ้าตัวทำไก๋ไม่รับมุข จนชนินชักท้อ ขอตัวกลับเมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้ว น้ำหยดลงหินทุกวันไม่กร่อนบ้างก็ให้รู้ไป

สามสาวส่งแขกของไร่กลับ จนไฟท้ายรถลับตา จึงหันหน้าขึ้นเรือนไม้ปีก

“ใจร้ายจริงๆเลยนะคะคุณเปรม” ป้าบัวตองนึกงอนแทนคุณชนินคนโปรด

“นั่นสิ ไม่ใจอ่อนให้คุณชนินบ้างเหรอยัยเปรม” พี่สาวถามอย่างเห็นใจฝ่ายชาย

เปรมิกาทำหน้าเหมือนถูกจับกรอกยาหม้อ “หึ ผู้ชายเวลาอยากได้เราก็ทำได้หมดแหละค่ะ เปรมไม่หลงกลง่ายๆหรอกน่า” คำพูดนั่นทำเอาคนฟังสะอึกขึ้นมา โดยที่เจ้าตัวคนว่ายังไม่รู้สึก

“ลองเราไปเออออห่อหมกด้วยสิ จากเทพบุตรกลายเป็นซาตานเลยมั้งนั่น ไม่ได้มองโลกในแง่ร้ายนะ แต่ดูเพื่อนเปรมแต่ละคนสิ ไอ้ที่เสียศูนย์กันก็เพราะผู้ชายทั้งนั้น”

“อู้ย คุณเปรมขา มันก็ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนหรอกค่ะ ดูแต่หนานคำผัวป้าสิคะ ว่าก็นอนสอนก็หลับ”

เปรมิกาหันมาหาป้าบัวตอง “อย่างป้าบัวน่ะเขาเรียกว่าถูกหวยรู้รึเปล่า หนึ่งในล้านเท่านั้นแหละที่จะเจอ”

“แหม! แต่คุณชนินก็เป็นคนดีนะคะ ป้ายังหาที่ติไม่ได้ซักข้อเลย ไม่ใจอ่อนให้แกหน่อยหรือไง ได้ข่าวว่าสาวๆที่ไหนก็ไม่สน เทียวไล้เทียวขื่ออยู่แต่ไร่ของเรานี่แหละ”

เปรมิกาย่นจมูก “รอได้ก็รอไปสิจ๊ะ พิสูจน์ความจริงใจให้เปรมเชื่อได้เมื่อไหร่ อายุซักสี่สิบอาจจะใจอ่อนก็ได้ใครจะไปรู้ เกิดตอนนั้นกลัวจะต้องอยู่คนเดียวขึ้นมา”

“ต๊าย! คุณเปรมขา คุณเพิ่งจะยี่สิบห้า กว่าจะสี่สิบคุณชนินของป้าไม่รอจนเหนียงยานไปหมดแล้วเหรอคะ?”

“ก็บอกแล้วไงจ๊ะป้า ว่ารอได้ก็รอไป”

“หึ...ทำเล่นตัวนัก ป้าชักอยากเห็นแล้วว่าคนหน้าตายังไงหนอที่จะมาเป็นผัวคุณ”

“อ๋ายป้า...หยาบคาย...หยาบคายมากๆ” เจ้าตัวทำหน้ารับไม่ได้อย่างแรง ก่อนจะหัวเราะร่า

“บอกได้คำเดียวว่าคนมีกรรมขนาดหนักไงล่ะ ฮะ...ฮ่า” ว่าแล้วก็หัวเราะร่าเดินนำหน้าขึ้นบ้านไป

ปล่อยป้าบัวตองแฟนพันธ์แท้คุณชนิน ค้อนใส่ให้เสียหลายวง ค่าที่ชูสุดจั๊กกะแร้เชียร์ก็ไม่คืบ

ป้าบัวตองขอตัวลาปริมกลับไปบ้านพักที่อยู่ถัดไปไม่ไกลอย่างปวดหัวใจนิดๆ วันนี้โดนสวนมาหลายกระบวณท่า กลับไปคิดกลยุทธมาใหม่ดีกว่า เถียงกับคุณเปรมไปก็เสียเปล่า สู้เอาเวลาไปสั่งสอนหนานคำที่บ้านจะดีกว่า ไม่มีเถียงซักคำ

 

เดือนนี้บัญชีของไร่ปิดตัวแดงเถือกเพราะเขาสั่งม้าพ่อพันธ์แม่พันธ์มาจากต่างประเทศ เครื่องจักรใหม่อีกหลายรายการ แม้จะคิดว่าคือการลงทุน แต่พอเห็นไอ้รายรับมันสวนทางกับรายจ่าย ก็ทำให้โคบาลหนุ่มอดกลุ้มไม่ได้

ยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบ ปรากฏว่าไม่เหลือซักหยดให้แก้กลุ้ม มือดึงลิ้นชักหากาแฟทรีอินวันแก้ขัด แต่สายตากลับปะทะซองสีขาวที่นิ่งสงบอยู่ภายใน ทำให้อดเอื้อมมือจับขึ้นมาเปิดดูไม่ได้ หยิบรูปนางมารร้ายที่คุณนันทิยาพร่ำประณามขึ้นมาพิศมอง แล้วรอยยิ้มบางๆผุดขึ้นมาที่มุมปาก

หล่อนสวยชนิดที่เห็นรอยยิ้มแล้วทำให้เขาพลอยอารมณ์ดีไปด้วย

น่าแปลกที่นายศรานนท์กลับไม่เลือกหล่อน...เหตุผลจะเพราะหล่อนจน...หรือไม่ผ่านโปรคุณนันทิยา

หรือว่ามีอะไรลึกลับซับซ้อนกว่านั้น...

ขี้วีนนี่คงใช่...ไม่งั้นคงไม่ส่งจดหมายขู่ปัญญาอ่อนนั่นมาหรอกกระมัง

นิ้วหยาบกร้านเพราะจับงานหนัก ไล้ไปที่รูปตรงรอยยิ้มสวยนั่นอย่างหลงใหลได้ปลื้ม

แค่นี้ก็ทำเอาเขาใจเต้นแรงขึ้นมาแล้ว น่าประหลาดนัก...

“คุณนี่มันยิ่งกว่านางแบบเพล์บอยส์ซะอีกนะนี่ ร้ายกาจ...ร้ายกาจจริงๆ” เขาเอ่ยชื่นชมอย่างที่เจ้าตัวมาได้ยินคงได้เต้นผางกรี๊ดใส่หูแตก

“อารมณ์ดีอะไรกันค๊าคุณเขื่อน” เสียงทักนุ่มหูเจือแววอาทรดังขึ้นตามหลังเสียงประตูเปิดเข้ามาในห้องทำงาน

“เปล่าครับป้า ว่าแต่อะไรครับนั่น?”

“น้ำส้มค่า...เขาว่ามีวิตามินซีสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ”

เสียงหัวเราะในลำคอแปร่งหูกับคำแนะนำ เออแฮะ แม่บ้านเขานี่มีความรู้ล้ำหน้ากว่าเขาอีก ไอ้อนุมูลอิสระนี่มันคืออะไร สิกขิมก็ยังไม่รู้จักเลย “กาแฟดำด้วยอีกถ้วยนะครับ”

ป้าสาลี่วางแก้วน้ำส้มลงบนโต๊ะ เก็บถ้วยกาแฟที่หมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดใส่ถาด “ลดๆเสียมั่งเหอะค่ากาแฟ วันนี้ดื่มไปตั้งสองแก้วแล้ว ทานกาเฟอีนกระตุ้นหัวใจมากๆเข้า อีกหน่อยจะติดกาแฟ ป้าว่าเปลี่ยนไปกระตุ้นหัวใจด้วยวิธีอื่นดีกว่า อย่างออกกำลังกายจะได้สดชื่น”

สิกขิมหัวเราะเบาๆในลำคอกับคำแนะนำอย่างหวังดี “ถ้าไม่มีป้าสาลี่ ก็ไม่รู้จะมีใครมาบ่น มาดูแลผมอย่างนี้”

ป้าสาลี่หันมายิ้มใจเย็น “ก็แต่งงานเสียทีสิคะ จะหวงความโสดไปถึงไหน อีกไม่กี่วันคุณนนท์ก็จะแต่งงานแล้ว ให้น้องแซงหน้าไปได้ยังไง ปีนี้คุณเขื่อนปาเข้าไปตั้งสามสิบสาม แก่แล้วนะคะ อย่าทำเป็นเล่นไป เดี๋ยวก็มีลูกไม่ทันใช้กันพอดี”

“ก็มันหาเมียไม่ได้นี่สิป้า ใจมันก็อยากแต่งอยู่หรอกนะ” พูดยิ้มๆ อารมณ์ดีขึ้นมาไม่รู้ตัว

“อ๊าย ว่าอะไร ทั้งคุณทิพ คุณดาว คุณแพร คุณใหม่ คุณเชอรี่ คุณวิสกี้อะไร...โอ๊ย! มือจะไม่พอนับแล้ว เลือกเอาซักคนสิค๊า พ่อคุณ” คนแก่พูดอย่างหมั่นไส้

เสียงถอนหายใจหนักๆ “ก็มันยังไม่ถูกใจนี่ครับป้า”

“แล้วถูกใจอย่างไหนล่ะคะ” คนแก่เริ่มระอาแทนพ่อคนช่างเลือก

คิ้วคมเลิกสูง เหมือนจะถามตัวเองเช่นกัน ดวงตากลับไปสะดุดกับรูปที่เอามาดู คิ้วเข้มขมวดน้อยๆ

“หรือถ้ามันยากเย็นนัก ออกปากบอกคุณนันปะไร รับรองมีมาให้เลือกเป็นแคตตาล็อก”

สิกขิมทำหน้าสยดสยองกับข้อเสนอ  ป้าสาลี่ส่ายหน้าอย่างระอาใจกับคนหวงความโสด

“ป้าอยากรู้นัก ผู้หญิงอย่างไหนจะมาเป็นเมียคุณเขื่อน ยังไงก็พามาอวดคนแก่ก่อนตายนะคะ”

สิกขิมฟังคำประชดแล้วหัวเราะเบา สายตาไม่ละไปจากภาพรอยยิ้มสวยของเจ้าของรูปในมือ...คุณปริม

ป้าสาลี่ชะโงกหน้าเข้ามามอง เห็นรูปสาวยิ้มสวยในชุดเสื้อคอเต่าสีแดง ถึงกับอ้าปากค้าง

“อู้หู้! สวยจังค่ะ...ใครคะนี่?” หยิบรูปนั้นมามองอย่างชื่นชม ก่อนจะหันไปมองตาวาวกับเจ้านายหนุ่ม

“แน่....คุณเขื่อน มีกิ๊กซุกไว้ทำอุบเงียบไม่บอกป้านะคะ”

สิกขิมหัวเราะหึๆในลำคอ “ไม่ใช่หรอกครับ”

“แล้วใครล่ะคะ สวยจัง นางงามหรือนางแบบ เอ! หรือว่าเป็นดารา”

เห็นมั้ย? แม้แต่ตาคนผ่านวัยมามากยังคิดเหมือนเขาไม่ผิดพี้ยน สิกขิมส่ายหน้าน้อยๆ

“ถ้าคนที่เราชอบ เขาเคยเป็นเมียของคนอื่นมาก่อน ป้าว่าเราควรจะชอบเขาอยู่มั้ย?”

“ห๋า! นี่คุณเขื่อนแอบไปตีท้ายครัวชาวบ้านหรือคะ?” คนแก่ตบอกผาง ทำท่าลมจะจับ สิกขิมรีบโบกไม้โบกมือวุ่นวาย

“ไม่ใช่ครับ หมายถึงเคยมีแฟนมาก่อน เป็นคนใกล้ตัวเราเสียด้วย แต่เขาเลิกลากันไปแล้ว”

“แม่ม่ายหรอกหรือคะ?” ป้าสาลี่ทำหน้าเครียดไปด้วย

“ก็ต้องอยู่ที่คุณแล้วค่ะ ว่าจะรับอดีตของเขาได้รึเปล่า?”

อดีตที่ว่าหล่อนเคยเป็นผู้หญิงของน้องชายเขา สิกขิมก็ทำใจยากอยู่เหมือนกัน เพราะยังไงนายนนท์กับหล่อนก็ต้องได้เจอได้เห็นหน้ากัน มันจะกลืนไม่เข้า คายไม่ออกเสียทั้งสองฝ่าย

“คนเรามันก็มีอดีตกันทั้งนั้น ไม่มีใครอยากทำผิดพลาดหรอกค่ะ แต่เมื่อมันพลาดไปแล้ว อดีตมันแก้ไขไม่ได้ ถ้าเขาคิดได้ ทำตัวดี เราก็น่าจะให้โอกาสไม่ใช่หรือคะ?” ป้าสาลี่ชี้แนะอย่างผู้สูงวัยรู้จักให้อภัยคน

“คนเราอยู่กับปัจจุบัน ก้าวผ่านเวลาไปหาอนาคต ถ้าปล่อยให้อดีตมาเป็นตัวถ่วงความสุขอย่างนี้ คุณก็ไม่มีความสุขกับทั้งปัจจุบันและอนาคตแหล่ะค่ะ”

สิกขิมคิดตามคำพูดของแม่บ้านอาวุโสประจำไร่ เขาชักเริ่มเห็นพ้องด้วยกับป้าสาลี่ ใครว่าคุยกับคนแก่แล้วน่าเบื่อ จริงๆแล้วจะได้ข้อคิดอะไรอีกเยอะแยะเลยต่างหาก

“เฮ้อ! คนแก่ก็พูดไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายทุกอย่างมันก็ขึ้นอยู่กับคุณเขื่อนนั่นแหละค่ะ ว่าต้องการอะไร ถามใจตัวเองให้ดีนะคะ...อย่าเอาชีวิตใครมาล้อเล่น”

ป้าสาลี่ว่า เก็บถ้วยกาแฟออกไปแล้ว เหลือแต่แก้วน้ำส้มให้เขาดูต่างหน้า

สิกขิมยกขึ้นมาจิบ นิ้วมือข้างว่างไล้รูปถ่ายของกิ๊กเก่านายศรานนท์อย่างครุ่นคิด

สายตาคมตวัดมองปฏิทินที่ข้างฝา วงกลมที่คุณนันทิยาอุตส่าห์เอาปากกาสีแดงเขียนตัวใหญ่ๆไว้ กลัวเขาจะลืม

อย่ามัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำจนลืมนะคะ น้าซื้อชุดสูทใหม่ฝากแม่สาลี่ไปแขวนไว้ให้แล้วในตู้ อ้อ! โกนหนวดโกนเคราเอาให้หล่อเลยนะคะคุณเขื่อน วันนั้นมีแต่ลูกหลานไฮโซผู้ลากมากดีมากันทั้งงาน เผื่อคุณเขื่อนจะถูกใจใครมั่ง

เขาหัวเราะหึในลำคอเบาๆ สุดท้ายคุณนันทิยาก็ไม่วายมาเจ้ากี้เจ้าการกับเขาเหมือนเคย

ความคิดชั่วแล่นแว่บไปถึงเรื่องที่ได้รับไหว้วานมอบหมาย รอยยิ้มอย่างวายร้ายกระตุกที่มุมปาก

“อีกสามวันนะคุณปริม...แล้วเจอกัน” เขาพึมพำเบาๆ เหมือนฝากลมไปกระซิบข้างหูคนที่เอ่ยถึง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1513 วรรณนากา (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 15:53
    ถูกใจคนในรูปใช่ไหมละคะ
    #1,513
    0
  2. #810 aoistar (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2553 / 01:59
    เกรงว่าจะเจอนู๋เปรมมากว่า 555+
    #810
    0
  3. #702 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 08:07
    ถ้าเรารักใครก็ต้องทำใจยอมรับเรื่องใยอดีตได้ แต่ว่าเป็นแฟนเก่าน้องชายนี่สิ ทำใจรับยากจัง
    #702
    0
  4. #486 SN piercensean (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 12:37
    He fallen in love with her pic  
    #486
    0
  5. #259 nunpanu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 15:47
    หลงรักรูปนางละเวง
    #259
    0
  6. #33 jeabkiss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 19:02
    #33
    0
  7. #4 pat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2552 / 21:16
    สนุกดีค่ะแต่สงสารปริมจัง
    #4
    0