เจ้าสาวรับฝาก : สนพ.ดอกหญ้า 2000

ตอนที่ 1 : จดหมายข่มขู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,021
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    15 ต.ค. 52

ขอเตือนไว้ด้วยความหวังดี หากมีการแต่งงานเกิดขึ้น พวกคุณได้ขายหน้าครั้งใหญ่แน่ๆ

ดวงตาคมกริบของสิกขิมเลื่อนไล้สายตาไล่ไปตามตัวหนังสือเล็กเป็นระเบียบที่ตวัดหัวลากลายมือสวยด้วยหมึกปากกาสีแดงนั่นด้วยอารมณ์ที่บอกไม่ถูกจริงๆ

คุณนันทิยาแม่เลี้ยงของเขา ระบุว่า...มันเป็นจดหมายข่มขู่จากกิ๊กเก่าของน้องชาย

นายศรานนท์กำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับคู่หมั้นคู่หมายไฮโซฯในเดือนหน้า เพราะการประโคมข่าวผ่านสื่อต่างๆเนื่องจากสองตระกูลที่กำลังจะดองกันนั้นจัดอยู่ในขั้นมหาเศรษฐีของเมืองไทย ช่วยไม่ได้ที่ข่าววิวาห์ชวนตาลุกวาวเพราะความริษยาคู่กิ่งทองใบหยกนี่ จะทำเอาพวกเบี้ยบ้ายรายทางเก่าๆของน้องชายเต้นเร่าอยู่กันไม่สุข

ถึงได้ร่อนจดหมายข่มขู่ปัญญาอ่อนนี่มาให้คุณนันทิยาเกิดอาการวิตกจริตเต้นผางตามลูกไม้ตื้นๆนี้ไปด้วย

ปกติหล่อนก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกเจ็กตื่นไฟ กระต่ายตื่นตูมอยู่แล้ว จึงไม่แปลกที่แม่เลี้ยงของเขาจะร้อนรนจนร่อนการ์ดแต่งให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนหน้าชื่นต่อไปไม่ไหว ต้องวิ่งโร่มาตีโพยตีพายเอากับเขาถึงไร่ที่ปากช่องอย่างตอนนี้

“คุณอาใจเย็นๆก่อนดีกว่ามั้ยครับ” เขาปลอบคนที่นั่งพล่ามมากว่าครึ่งชั่วโมงด้วยความรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเหลือกำลัง เมื่อคืนก็นั่งคิดบัญชีกำไรขาดทุนของไร่อยู่จนดึกดื่น กะว่าวันนี้จะนอนให้หนำใจตื่นซักบ่ายแก่ๆ ใครจะไปรู้ว่าจะต้องรับแขกแต่เช้า แถมยังต้องมานั่งฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ปวดหัวอีก

“เย็นไหวยังไงล่ะคะคุณเขื่อน อีกไม่กี่วันก็จะถึงงานแต่งแล้ว หัวอกคนเป็นแม่นะคะจะให้อยู่เฉยรอแม่นั่นมาขว้างระเบิดใส่งานก็คงไม่ได้ หากตานนท์พลาดจากหนูลิตาไป จงกลนรเศรษฐ์ของเราได้ขายหน้าครั้งใหญ่แน่ๆ ไหนจะของหมั้นที่ให้ไปก่อนหน้านี้อีกเป็นสิบๆล้าน เขามิต้องยึดไปหมดหรือคะ” มารดาของศรานนท์ทำหน้ากลุ้มอกกลุ้มใจเหลือกำลัง

สิกขิมเดาไม่ออกว่า ระหว่างลูกสะใภ้ไฮโซฯกับของหมั้น คุณนันทิยาเสียดายอะไรมากกว่ากันแน่

โคบาลหนุ่มประจำไร่ สาธร พ่นลมหายใจแรงๆเหมือนจะระบายไอ้อาการอึดอัดกลัดกลุ้มนี่ ชักสงสัยขึ้นมาตะหงิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร? ทำไมหล่อนช่างกล้ามากที่บังอาจมาข่มขู่ตระกูลใหญ่อย่าง จงกลนรเศรษฐ์ ได้

หล่อนคงจะเดาได้ว่าจงกลนรเศรษฐ์ ตระกูลผู้ดีเก่าของเขาทุกคน แบกหน้าตาและชื่อเสียงสวยหรูในสังคมไว้ ถึงกล้าขู่ที่จะมาฉีกหน้ากลางงานอย่างนี้ เล่นฮุคเข้าเสียตรงจุดอ่อนของคุณนันทิยา จะไม่ให้มารดาเลี้ยงของเขาเต้นผางตามเกมปัญญาอ่อนนี่ไปด้วยได้ยังไง

“แล้วผู้หญิงคนนี้เป็นใครล่ะครับ?” สิกขิมถามที่มาที่ไปของแม่ตัวเต้นเหตุ ที่เขาชักสนใจขึ้นมา ค่าที่หล่อนช่างกล้านัก

“หล่อนชื่อปริมค่ะ ตานนท์บังเอิญไปรู้จักตอนเรียนอยู่ที่เมืองนอกเมื่อหลายปีก่อน” คุณนันทิยาให้ข้อมูลเพิ่มเติม แล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มอักๆ ราวกับชื่อผู้หญิงคนนี้ผลาญพลังงานไปได้โข

“ทีแรกตานนท์ก็คบหาอย่างเพื่อนทั่วไป แต่พอแม่นั่นรู้ว่ารวยเข้าหน่อย หล่อนก็ติดหนึบเป็นปลิง สลัดยังไงก็ไม่หลุด” คุณนันทิยาเข้าข้างลูกชายเต็มสูบ ทั้งๆที่ชื่อเสียงของศรานนท์กับเรื่องผู้หญิงนั่นก็ใช่ว่าจะดีซักเท่าไหร่

“แน่ใจนะครับ ว่านายนนท์ไม่ได้ไปให้ความหวังอะไรกับเขา ผู้หญิงถึงได้อาการหนักขนาดนี้” สิกขิมแย้งขึ้นมา ไม่ค่อยเชื่อน้ำหน้าน้องชายคนละแม่นัก

“โอ้ย! คุณเขื่อนขา...อาอบรมลูกมาดี ตานนท์รู้ค่ะว่าอะไรเป็นเพชร อะไรเป็นกรวด” คุณนันทิยาช่างมั่นใจในตัวลูกชายเหลือเกิน...สิกขิมส่ายหน้ากับสีหน้าเชื่อมั่นล้นเหลือของแม่เลี้ยง ใจหนึ่งเขาก็อยากให้อีสาวใจกล้าซักคนลุกขึ้นมากระชากหน้ากากนายนนท์อยู่เหมือนกัน เผื่อคุณนันทิยาจะตาสว่างขึ้น...

แต่คงได้แค่คิดเล่นๆ เพราะยังไงศรานนท์กับเขา ล้วนต้องพ่วงท้ายชื่อด้วย จงกลนรเศรษฐ์ เหมือนกันนี่สิ

สิกขิมจิบกาแฟดำถ้วยที่สองจนหมดหยดสุดท้าย แก้อาการมึนตึ๊บเพราะตาค้างไม่ได้นอนมาทั้งคืน ยังจะต้องมาเจอปัญหาปวดกะบาลแต่เช้าทำเอาต้องคลึงขมับแก้กลุ้ม ยิ่งเสียงแหลมๆสูงๆของคุณแม่เลี้ยงที่เสียดแก้วหู ทำให้เขาเหยียบเข้าใกล้อาการที่เรียกว่าสติแตก เข้าไปทุกที

“เขาอาจจะแค่ขู่เฉยๆก็ได้นะครับ” ชายหนุ่มพยายามมองโลกในแง่ดี เรื่องอย่างนี้ขืนมาป่าวประกาศก็เท่ากับประจานตัวเองเท่านั้น ผู้หญิงเสียหายมากกว่าผู้ชายอยู่แล้ว เขาคิดว่าไม่มีใครกล้าทำแน่ นอกจากนางร้ายในนิยายหรือในละคร

“โอ้ย! ไม่มีหรอกค่ะ ลองกล้าส่งจดหมายมาขู่กันถึงขนาดนี้แล้ว หล่อนคงหวังจับให้มั่นคั้นตานนท์ให้อยู่หมัด แม่นี่หล่อนเหลวแหลกขนาดไหนทำไมใครจะไม่รู้ หล่อนไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะค่ะ จับตานนท์ได้ชีวิตก็สบายแฮไปทั้งชาติ เพราะอย่างนี้ไม่ว่าต้องทำอะไร หล่อนถึงกล้าได้กล้าเสียยอมแลกหมดทุกอย่างไงคะ”

คุณนันทิยาใส่ไฟจนทำเอาสิกขิมเริ่มรู้สึกตะหงิดๆติดลบสุดกู่กับผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาเสียตั้งแต่ยังไม่ทันเห็นหน้า

“แล้วนี่คุณอาจะให้ผมทำยังไงครับ” เขาถามอย่างจำนนท์ หลังจากที่ฟังคุณนันทิยาน้ำท่วมทุ่งมานาน

คุณนันทิยาถอนใจพรืด “อาเองก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แต่ว่าคุณเขื่อนต้องช่วยอานะคะ ยังไงตานนท์ก็ต้องแต่งงานกับหนูลิตาคนเดียวเท่านั้น” คำประกาศแม่นมั่นถือว่าเลือกแล้วใครคือสะใภ้ในดวงใจ

“แล้วผมจะช่วยยังไงได้ครับ หน้าตาผู้หญิงคนนี้เป็นยังไงก็ไม่รู้ บ้านช่องอยู่ที่ไหนกัน มีพ่อมีแม่มั้ย จะได้ไปเจรจากับผู้ใหญ่ฝ่ายนั้นให้รับทราบพฤติกรรมของคนในปกครอง เผื่อจะได้ไปปรามๆลูกหลานเอาเอง"

“น้ามีรูปค่ะ” คุณนันทิยายื่นซองสีขาวในมือให้เขา สิกขิมรับมาเปิดดู

“เท่าที่รู้หล่อนเป็นกำพร้า ก็เพราะอย่างนี้ไงคะ ถึงได้จ้องจะจับตานนท์ หวังจะยกฐานะของตัวเองกระมัง”

มือกร้านเปิดซองจดหมายนั่น หยิบรูปขนาดโปสการ์ดที่บรรจุอยู่เกือบสิบใบออกมา

สิกขิมกะพริบตาซ้ำ ก่อนจะเบิกตาดูให้แน่ใจ

ใบหน้าเรียวสวย ประดับด้วยเครื่องหน้าเค้าโครงล้วนโดดเด่น ทั้งดวงตาหวานกลมโต คิ้วเรียว จมูกโด่งเป็นสันพองดงาม ปากอิ่มได้รูป ฟันขาวเรียงสวยเป็นระเบียบอย่างกะไข่มุกปิดเผยรอยยิ้มสดใส ล้อมรอบกรอบหน้าด้วยผมยาวสลวยดำขลับเป็นคลื่นลอนประกาย...เรียกว่าเป็นดารานางแบบได้สบายๆ หรือต่อให้ส่งเวทีประกวดก็ต้องคว้าสายสะพายมาได้ซักรางวัลแหละน่า

แค่เห็นครั้งแรกเขายังตกตะลึง จนนึกไม่ถึงว่าหล่อนจะสิ้นไร้ผู้ชายขนาดต้องส่งจดหมายมาข่มขู่ศรานนท์ทำไมกัน หน้าตาอย่างนี้หาได้ดีกว่าน้องชายเขาซักสิบเท่าก็ยังได้

หรือว่ามันอาจจะเป็นประเภท...รักแรง...แค้นแรง...แต่ยังไงเขาก็คิดไม่ออกว่าหล่อนจะกล้าเอาตัวเองมาประจานให้เสียหายชื่อเสียงไปทำไมกัน

มือกร้านสับรูปถ่ายในมือกว่าสิบใบดูอย่างตื่นตาตื่นใจนัก ค่าที่ความสวยของแม่สาวช่างดึงดูดเขาอย่างรุนแรง

อริยาบทในการถ่ายภาพนั้นก็ดูสนิทสนมกันราวกับคู่รัก บางรูปนั้นโอบกอดแนบชิดเสียจนให้เข้าใจว่าอะไรๆมันคงเลยเถิดไปมากมายยิ่งกว่าคู่รักกันธรรมดาเสียแล้ว

นึกแล้วเขาก็อดอิจฉาศรานนท์ขึ้นมาไม่ได้...มีผู้หญิงสวยขนาดนี้มาตามตื้อ...

เฮ้อ! ดูท่าแม่คุณจะสวยอย่างเดียว ถ้าหล่อนมีสมองซักหน่อยก็คงไม่มายุ่งกับนายศรานนท์ หากรู้ว่าต้องสู้รบปรบมือเผชิญหน้ากับแม่ผัวประเภทไหน

ผู้หญิงที่ดีและฉลาดควรห่างนายศรานนท์ไว้ให้เป็นแม่นมั่น

น้องชายเขาเข้าประเภทหนุ่มเจ้าสำราญ ไม่ถึงกับเลวร้าย แต่การที่ได้คุณนันทิยาไปเป็นแม่ผัวนี่สิ ชีวิตหล่อนคงจะหาความสงบสุขได้ยากแน่ๆเขามั่นใจ

ดูแต่ตัวเขาเองเป็นแค่ลูกเลี้ยงยังทนความเจ้ากี้เจ้าการของคุณนันทิยาไม่ไหว แม่เลี้ยงเขาไม่ได้เข้าข่ายเลวร้ายอะไร แต่หล่อนชอบบงการชีวิตคนนั้นคนนี้โดยที่ไม่รู้สึกผิดอะไรซักนิดเดียว เป็นประเภทสร้างความรำคาญใจได้อย่างไม่รู้ตัว

เขาเองต้องคอยหลีกเลี่ยงเวลาที่คุณนันทิยาจับแพะชนแกะพาสาวๆมากหน้าหลายตามาแนะนำให้ อย่างผู้ใหญ่ที่หวังดี แต่รู้หรือไม่ว่าผู้หญิงพวกนั้นสร้างความรำคาญใจให้กับหนุ่มโสดอย่างเขาขนาดไหน

ชีวิตหนุ่มฉกรรจ์ย่างเข้าสู่วัยกลางคนของนายสิกขิม จงกลนรเศรษฐ์ ขาดความสงบสุขมาหลายปีเพราะฤทธิ์แม่สาวเหล่านั้น เขาเลยหนีมาทำไร่เสียที่ปากช่องแก้รำคาญ สบายใจ สบายหู ไม่ต้องอยู่รับรู้เรื่องไม่เป็นเรื่องให้ปวดหัว คุยกับวัวกับม้ายังเข้าใจภาษากันง่ายเสียกว่า

“คุณเขื่อนต้องช่วยอานะคะ เพราะแม่นี่ตื้อไม่เลิกจริงๆ และอาแน่ใจว่าหล่อนเอาจริงแน่ ไม่ได้แค่ขู่” สีหน้าเป็นกังวลของแม่ว่าที่เจ้าบ่าวทำเอาเขาเข้าใจหัวอก ยังไงคุณนันทิยาเองก็ให้เกียรติยกย่องเขาในฐานะทายาทตัวจริงหมายเลขหนึ่งของ จงกลนรเศรษฐ์

สิกขิมถอนใจยาว เหมือนจะระบายความอึดอัดกลัดกลุ้มออกมา

“แล้วจะให้ช่วยยังไงล่ะครับ ในเมื่อเขามีแต่จดหมายขู่ จะเอาไปแจ้งความรึ...เดี๋ยวผมก็คงต้องถามนายวินก่อนว่าไอ้จดหมายนี่มันใช้เป็นหลักฐานได้รึเปล่า?” สิกขิมเคาะการ์ดแผ่นบางลายมือสวยนั่นลงบนโต๊ะเบาๆอย่างกรองความคิด ในจิตระลึกถึงร้อยตำรวจเอกมาวินเพื่อนซี้ขึ้นมาตะหงิดๆ

“โอ๊ย! ทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาดนะคะ” คุณแม่เลี้ยงเอ่ยเสียงสูงเสียดเพดาน ยกมือไม้พรายแสงเพชรเม็ดเท่าลูกเกาลัดแพรวพราวขึ้นมาโบกจนวุ่นวาย

เขาเงยหน้าขึ้นมาดูแม่เลี้ยงอย่างปวดหัวแทนนายศรานนท์จริงๆพับผ่า “ขืนเป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น ทางข้างหนูลิตาไม่เต้นจนถอนหมั้นตานนท์หรือไง...ไม่ได้ค่ะ ไม่ได้เด็ดขาด”

สิกขิมขมวดคิ้วเข้มคมเข้าหากัน เริ่มยกมือเกาหัว อันนู้นก็ไม่ดี อันนี้ก็ไม่เอา “แล้วคุณอาจะให้ผมทำยังไง?”

“อาอยากให้คุณเขื่อนใช้วิธีละมุนละม่อมแต่เด็ดขาด เอาแบบไม่ให้เสียเลือดเสียเนื้อเสียชื่อเสียง แล้วแม่นั่นจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับตานนท์และหนูลิตาอีกเลย”

หัวคิ้วคมเขยิบมาชนกันสามัคคี ไอ้ความรู้สึกปวดหนึบเริ่มขยับมาเต้นตุ๊บอยู่ที่หัวคิ้วแทน

“อาเดาว่าแม่ปริมนี่ต้องกะบุกมาประจานตานนท์ตอนวันงานแต่งแน่ๆ ยังไงคงต้องขอแรงคุณเขื่อนช่วยจัดคนของคุณคอยดูลาดเลาหน้างานได้มั้ยคะ ถ้าแม่นั่นโผล่มาก็ให้หิ้วปีกหล่อนออกไปโยนทิ้งได้เลย อย่าให้มาก่อเรื่องรำคาญใจได้ วันนั้นมีแต่แขกผู้หลักผู้ใหญ่ไฮโซฯทั้งนั้นด้วย ถ้าแม่นี่ทำเสียเรื่องล่ะก็ รับรองว่า จงกลนรเศรษฐ์ ของเราได้ฉาวโฉ่กันไปทั้งหมดแน่ๆ ทั้งคุณ ทั้งน้า ทั้งตานนท์ และยังจะวิญญาณคุณสาธรที่อยู่บนสวรรค์อีก”

เอาเข้าไปกันใหญ่โต...สิกขิมนึกเห็นภาพวิญญาณบิดาของเขาคงเต้นผางๆ อยู่บนสวรรค์ชั้นไหนแล้วกระมัง

ชายหนุ่มถอนหายใจดังๆ “ผมไม่คิดว่าผู้หญิงคนหนึ่งจะรักนายนนท์ถึงขนาดกล้าเอาชื่อเสียงหน้าตาตัวเองมาประจานได้ขนาดนั้นหรอกนะครับ ดูท่าเธอเองก็สวยใช่ย่อย”

“โอ้ย! คุณเขื่อนขา...มัวอยู่แต่มาอยู่ป่าอยู่เขา คุยแต่กับวัวกับม้าจะรู้เรื่องอะไร ผู้หญิงสมัยนี้มันไวไฟยิ่งกว่าน้ำมันออกเทนสูงซะอีก แค่ประทุประกายเล็กๆก็ติดพรึบพรั่บจนไหม้วอดวายกันไปหมด เล่นกับไฟมันเล่นได้ที่ไหนกัน ไม่งั้นน้าไม่ปวดเศียรเวียนเกล้าจนต้องถ่อสังขารมาขอร้องให้คุณช่วยอย่างนี้หรอกค่ะ”

คำเปรียบเปรยของแม่เลี้ยงคั่นกลางด้วยการที่คุณนันทิยายกน้ำที่เหลืออีกครึ่งแก้วนั่นซดโฮกจนหมด สิกขิมหูกระดิกกับสรรพคุณที่หล่อนยกขึ้นมาอ้างถึงชักเริ่มสนใจความร้อนแรงของแม่สาวออกเทนสูงที่ทำเอาคุณแม่เลี้ยงเต้นผางเป็นเจ้าเข้านี่ขึ้นมาเสียแล้วสิ...

“ยิ่งตานนท์เป็นจงกลนรเศรษฐ์ที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย อนาคตก็ดี มีหรือคะที่แม่นี่จะยอมปล่อยให้หลุดมือไปง่ายๆ”

สิกขิมถอนหายใจยาว เอาว่าตั้งแต่ต้นจนจบเขายังจับประเด็นคำพูดของคุณนันทิยาไม่ได้ว่าต้องการอะไรกันแน่

“ตกลงว่าคุณอาจะให้ผมช่วยกันคุณปริมอะไรนี่ไม่ให้เข้าไปในงาน” เขาสรุปลงประเด็นเสียตรงๆ ไม่วกวนอ้อมค้อมให้เวียนหัว

“ค่ะ...แล้วพาหล่อนไปโยนทิ้งไกลๆ ออกทะเลไปได้เลยยิ่งดี อย่าให้มาวุ่นวายกับตานนท์หรือหนูลิตาอีก”

“แล้วทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ?” เขาอดถามไม่ได้ งานง่ายๆอย่างนี้ ไปจ้างบอดี้การ์ด หรือพวกบริษัทซีคิ้วริตี้รักษาความปลอดภัยก็น่าจะง่ายกว่า ไม่เห็นต้องเอามาเดือดร้อนถึงมือเขาเลย

“ก็เพราะว่าอาให้คนอื่นรู้เรื่องนี้ไม่ได้นะสิคะ ตานนท์จะเสียหาย” พูดราวกับนายนนท์นี่มันไร้เดียงสานักนี่

“แล้วอีกอย่างคุณเขื่อนก็เป็นพี่ตานนท์ เป็นจงกลนรเศรษฐ์เหมือนกัน ยังไงคุณเขื่อนก็ต้องช่วยน้อง”

แล้วเขาจะได้อะไรล่ะ? นายศรานนท์สบายแฮ แต่เขาต้องเดือดร้อนวุ่นวาย...แล้วเป้าหมายจะมารูปแบบไหนก็ยังไม่รู้ เกิดผู้หญิงคนนั้นบ้าดีเดือดห้อยระเบิดมาทั้งตัว เขามิต้องเอาชีวิตตัวเองไปสละเพื่อให้ไอ้น้องชายต่างแม่นี่มันไปเสวยสุขทั้งกับกองมรดกและเจ้าสาวคนงามแต่เพียงลำพังหรอกหรือ

แต่สีหน้าของคนขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของนายศรานนท์ แถมเจ้าหล่อนยังขึ้นชื่อว่าเป็นแม่เลี้ยงชั้นเยี่ยมของเขา ทำให้สิกขิมต้องถอนใจหนักๆ พยักหน้ารับคำ ให้คุณนันทิยาให้สบายใจแล้วยักย้ายหุ่นงามเกินวัยห้าสิบหกขวบ กลับไปเตรียมตัวจัดงานแต่งงานช้างของลูกชายต่อได้ ในขณะที่ตัวเอง เดินโซซัดโซเซกลับห้องนอน ก่อนจะทุ่มตัวลงบนเตียง เหมือนวิญญาณกำลังจะปลิดปลิวออกจากร่างก็ไม่ปาน

ดวงตายาวรีคมเข้มหลับลงแล้ว ผ่อนลมหายใจยาวๆ จะพาตัวเองเข้านอนเสียที หลังจากตาค้างเพราะเรื่องปวดหัวหลายเรื่องมาเกินยี่สิบสี่ชั่วโมง แต่เหมือนประสาทมันแข็งขึ้นมาเสียอย่างนั้น

จะโทษกาแฟสองแก้วที่ดื่มเข้าไป หรือเรื่องกวนใจของคุณนันทิยาดี....

คำตอบคือภาพใบหน้าหวานของผู้หญิงชื่อปริมนั่นต่างหากที่ยังตามมากวนใจ...นี่หรือเปล่าคือเหตุผลที่เขายอมเอาคอไปพาดตะแลงแกง ทั้งๆที่เนื้อก็ไม่ได้กิน หนังก็ไม่ได้รองนั่ง แล้วไม่รู้ว่ายังจะเอากระดูกมาแขวนคอตัวเองทำไม?

แถมยังเป็นกระดูกที่น้องชายเขาแทะแล้วเสียอีก คิดแล้วมันน่าเจ็บใจนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,148 ความคิดเห็น

  1. #1707 วิหกเหินฟ้า (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2553 / 06:13
    ขอแก้นิดนะคะ (ช่วยๆกันดูค่ะ งานเขียนจะได้ดียิ่งๆขึ้น)

    "โอ้ยคุณเขื่อนขา..มัวอยู่แต่มาอยู่ป่าอยู่เขา..." 

    อืม..คำว่า "อยู่" ดูจะซ้ำมากไป คิดว่าไรเตอร์คงเผลอพิมพ์ซ้ำ (เพราะตัวเองก็เป็นบ่อย เหอๆ)

    อย่าลืมแก้นะคะ  (จะได้มีงานเขียนดีๆ เมื่อรวมเล่ม อ่านแล้วไม่ติดขัด อิอิ)
    #1,707
    0
  2. #1589 ต้นไม้แ่ห่งตะวัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2553 / 21:09

    ลิตาเป็นคนดีจัง  สงสารอ่ะ
    เรื่องนี้ไม่มีตัวร้ายเลยเหรอ

    #1,589
    0
  3. #1510 วรรณนากา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2553 / 15:27
    น่าสนุกดีนะคะ
    #1,510
    0
  4. #853 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 15:01
    รู้สึกว่าจะใส่ไฟกันนะ
    #853
    0
  5. #700 ☆Prarima☆ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2553 / 08:02
    มีแม่เลี้ยงแบบนี้ ปวดหัวตายเลยค่ะ นี้ขนาดตอนแรกน่ะคะเนี่ย
    #700
    0
  6. #484 SN piercensean (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2553 / 12:18
    Nine ja I am here ja and like I said I am going to like your novel ja   
    #484
    0
  7. #415 อนัญญา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2553 / 03:23
      กรี๊ดดดดดด...มาอ่านแล้วค่าาาา แค่ตอนแรกก็สนุกแล้วค่ะคุณรัชริล ว่าแต่มีแม่เลี้ยงแบบนี้ก็ปวดหัวจริง ๆ เนอะ
    #415
    0
  8. #406 ramaengmoo (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2553 / 15:09
    ตายคุณแม่ขาหลงลูกแล้วนะค่าเชื่อม่ายบันยะบันยัง
    #406
    0
  9. #257 nunpanu (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กันยายน 2553 / 15:28
    ลูกชายมันไม่เอาไหนแล้วมาใส่ร้ายผู้หญิง
    #257
    0
  10. #31 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 / 18:53
    คุณเขื่อนต้องปวดหัวแน่ๆ
    #31
    0
  11. #19 Fog line (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2552 / 16:30
    ท่าจะสนุกแล้วซิ
    #19
    0
  12. #1 mallow (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2552 / 09:32
    น่าสนุกดีค่ะ รอตอนต่อไปนะคะ
    #1
    0