[Fic SJ] Furious for Love...แค้นนี้ เพื่อรัก [KyuMin]

ตอนที่ 18 : Chapter16 : ไม่ได้สงสารแต่เป็นห่วง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1834
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.ค. 53

 
Chapter16 : ไม่ได้สงสารแต่เป็นห่วง

 

 

 

 

 

                ในช่วงเวลานี้คงเป็นช่วงเวลาที่สงบที่สุด ซองมินกลับมาที่บ้านตอนเช้าตรู่เพราะคิดว่าคงยังไม่มีใครตื่นเป็นแน่ แต่แล้วความคิดนี้มันกลับผิด เมื่อเพียงก้าวแรกที่เดินเข้ามาในบ้านซองมินก็พบกับฮีชอลนั่งอยู่ที่โซฟาในห้องรับแขก เหมือนกับว่ากำลังรอเขากลับมา

 

                ทำไมกลับมาป่านนี้ คยูฮยอนพานายไปไหน ฮีชอลเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ สายตาไหล่ไปตามร่างกายของซองมินตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า หายไปทั้งคืนแบบนี้ เขาเดาไม่ถูกเลยว่าทั้งสองคนไปไหนกัน แล้วไปทำอะไรกันมาบ้าง ท่าทางของคยูฮยอนตอนลากซองมินนั้นดูโกรธจัด แต่พอกลับมาเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับซองมินเลย

 

                คนถูกถามนิ่งเงียบปลายตามองพี่ชายเล็กน้อยก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่บันได และหยุดอยู่ตรงนั้น

 

                เราต้องทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่กันครับ ถามออกมาเสียงเรียบ สีหน้านั้นดูนิ่งเฉย แต่ภายในสมองนั้นกลับมีเรื่องต่างๆให้คิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อไหร่การแก้แค้นนี้มันจะจบลงเสียที

 

                นายหมายถึงอะไรซองมิน ฮีชอลตีหน้าซื่อ แต่เขาเพียงแกล้งถามออกไปอย่างนั้น เขารู้อยู่แล้วว่าซองมินหมายถึงอะไร สงสัยคงจะโดนคยูฮยอนพูดเป่าหูมาแน่ๆ

 

                เราต้องฆ่าคนไปอีกนานเท่าไหร่ครับพี่ฮีชอล ซองมินยังคงหันหลังพูดให้ฮีชอลเหมือนเดิม ใบหน้าเริ่มดูเหม่อลอยขึ้นมาเมื่อนึกถึงสิ่งที่คยูฮยอนพูดกับเขาเมื่อคืนนี้

 

                ทำไมซองมิน นายไม่อยากแก้แค้นให้พ่อนายแล้วหรือไง ฮีชอลเริ่มใส่อารมณ์ในการพูด เขาไม่อยากให้ซองมินโอนอ่อนไปตามฝั่งศัตรู เขาคงจะคิดผิดที่ให้ซองมินเข้าไปตีสนิทกับคยูฮยอนแบบนั้น ยิ่งใกล้กันมาก ภัยมันก็ยิ่งมากจริงๆ

 

                ซองมินเงียบไปไม่พูดหรือเถียงอะไรออกมาอีกก่อนจะเดินขึ้นบันได ฮีชอลมองตามน้องชายแล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เรียวอุกก็ดูเหมือนจะโอนอ่อนไปตามเยซองคนหนึ่งแล้ว อย่าบอกนะว่าซองมินจะเป็นรายต่อไป

 

                เมื่อก้าวขึ้นบันไดก้าวสุดท้ายมาซองมินมองตรงไปยังห้องที่อีทึกถูกขังไว้เป็นอันดับแรก ยืนนิ่งอยู่ซักพักก่อนจะออกเดินไปยังห้องของตัวเอง แต่แล้วกลับหยุดเดินและหันหลังกลับ บางทีเขาควรจะไปดูไปเยี่ยมอีทึกซักนิด เพราะอีทึกอาจจะอยากรู้ความเป็นไปของโจกรุ๊ปบ้างก็เป็นได้

 

                ประตูถูกเคาะเบาๆสองสามทีไม่นานก็มีคนออกมาเปิด คังอินยิ้มบางๆให้กับน้องชายก่อนจะเปิดประตูอ้าไว้ซองมินเข้าไปในห้องจากนั้นจึงปิดประตูและตามเข้ามา

 

                บนเตียงสีขาวสะอาดมีร่างบอบบางของชายหนุ่มผู้หนึ่งนอนหลับอยู่ ซองมินหันไปมองหน้าคังอินด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยเข้าใจนัก หน้าตาของคังอินที่ดูเหมือนคนไม่ได้นอนแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเอาเวลาไปดูแลอีทึกหมด

 

                เมื่อคืนพี่ไม่ได้นอนกับพี่ฮีชอลใช้มั้ย เอ่ยถามออกมาเรียบๆ พักนี้เขาเริ่มรู้สึกตงิดๆเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพี่ชายทั้งสองที่มันเริ่มห่างเหินกันเข้าไปทุกที

 

                อืม พยักหน้าตอบกลับมาเรียบๆโดยไม่คิดจะแก้ตัวอะไร คังอินเดินไปนั่งข้างเตียงอีทึก จ้องมองใบหน้าที่ดูซีดเซียวนั่นด้วยแววตาที่ซองมินไม่เห็นคังอินทำกับใครมาก่อน แม้กระทั่งฮีชอล

 

                ทำแบบนี้พี่จะนอกใจพี่ผมหรือไง พักนี้ไม่เห็นอยู่ด้วยกันเลย ซองมินถามขึ้นมาเหมือนเป็นการแซวเล่นแต่น้ำเสียงกลับดูจริงจัง

 

                สถานการณ์แบบนี้พี่คงไม่มีเวลาไปสวีทกับฮีชอลหรอก เมื่อคืนนายคงไม่รู้สินะว่าหลังจากคยูฮยอนพานายออกไปไม่นานฮยอนจินก็บุกมา คังอินว่าสีหน้าเครียด ก่อนจะลุกเดินไปยังโซฟาที่อยู่มุมห้องและเรียกซองมินให้เดินตามไป เพราะไม่อยากรบกวนอีทึกที่กำลังหลับอยู่ เมื่อคืนกว่าอีทึกจะยอมหลับก็เกือบจะเช้าแล้ว เขาเลยต้องอยู่ต่อปากต่อคำกับคนๆนี้จนไม่ได้นอน

 

                พี่ช่วยเล่าให้ผมฟังได้มั้ยครับว่าเรื่องมันเป็นยังไง เกิดอะไรขึ้นบ้าง ซองมินนั่งลงข้างๆคังอิน คิ้วเรียวสวยตอนนี้ขมวดเข้าหากันอย่างคนกำลังคิดหนัก

 

                เมื่อคืนฮยอนจินกับลูกน้องหลายคนบุกมาที่นี่เพื่อมาขอตัวอีทึกคืนไป แต่ทางเราไม่ยอม เลยเกิดการปะทะกัน โชคดีที่ไม่มีใครเป็นอะไร ตอนนั้นรู้สึกว่าจะเป็นอึนฮยอกกับทงแฮล่ะมั้งที่มาช่วยพาฮยอนจินหนีออกไป คังอินเล่าเรื่องออกมาคร่าวๆ นาทีนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้างเท่าไหร่นัก ว่าใครจะมาจะไป เพราะชีวิตของคนในครอบครัวลีกับชีวิตของคนที่เขาต้องดูแลนั้นสำคัญกว่า

 

                อึนฮยอก หมอนั่นกลับมาแล้วเหรอ พึมพำออกมาเบาๆ เพราะเขารู้มาว่าอึนฮยอกโดนพวกของซึง ฮยอนตามล่าและหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น ไม่นึกว่าจะรอดกลับมาได้

 

                ว่าแต่นายเถอะหายไปไหนกับคยูฮยอนทั้งคืน เมื่อเจอย้อนถามมาแบบนี้ซองมินเลยเงียบไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้กับพี่เขยบางๆ

 

                มันก็ไม่มีอะไรหรอกครับ หมอนั่นแค่โมโหที่เราทำกับอีทึกแบบนั้น เขามาขอร้องให้หยุด

 

                แล้วมันทำอะไรนายหรือเปล่า คังอินเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

 

                เปล่าหรอกครับ เขาไม่ได้ทำอะไรผม ส่ายหน้าปฏิเสธเบาๆ สายตามองเลยไปยังอีทึกที่นอนอยู่บนเตียง ดวงตาที่บวมช้ำจ้องมองมาที่เขา ใบหน้าที่ดูโทรมไร้ความมีชีวิตชีวานิ่งสนิท ซองมินหันกลับมามองหน้าคังอินอีกครั้งก่อนจะพยักเพยิดหน้าไปทางเตียงที่อีทึกนอนอยู่ เขาไม่รู้ว่าอีทึกตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือบางทีอาจจะตื่นตั้งแต่ที่เขาเข้ามาเลยด้วยซ้ำ

 

                คังอินหันไปหาอีทึกตามที่ซองมินบอก เลขาคนสวยของโจกรุ๊ปยังคงนอนนิ่งจ้องมองบุคคลทั้งสองที่พูดคุยกันถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ซองมินตัดสินใจยืนขึ้นเดินไปที่เตียงก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ บางทีอีทึกอาจจะอยากรู้เรื่องที่เขากำลังจะพูดตอนนี้ก็เป็นได้

 

                ตอนนี้คยูฮยอนสบายดีครับ ยังปลอดภัยดี และเขาก็เป็นห่วงคุณมากๆ เอ่ยขึ้นเบาๆกับอีทึก แต่คนฟังยังคงนิ่งไม่มีปฏิกิริยาอะไรตอบโต้เหมือนเดิม อย่างกับว่าไม่ได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกไปอย่างนั้น

 

                ผมขอตัว หันไปบอกคังอินก่อนที่ซองมินจะเดินออกมาจากห้อง เพื่อกลับไปพักผ่อนในห้องของตัวเอง

 

                คังอินยิ้มตามหลังน้องไปบางๆ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังเตียงที่อีทึกนอนอยู่ แต่แทนที่เลขาคนสวยจะนอนนิ่งเหมือนเดิมกลับหันหน้าหนีเขาพร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมโปงเอาไว้ คังอินเลยได้แต่ถอนหายใจ

 

                นอนให้ได้ทั้งวันนะคุณ ผมจะได้พักผ่อนบ้าง พูดจบก็เดินไปล็อกประตูห้องไว้ก่อนจะเดินไปเดินที่โซฟา พักกันบ้างก็ดี หลังจากจบเรื่องบนเตียงก็ต่อด้วยการปะทะคารมกันตลอดเวลา ไม่ก็สงครามประสาท ก็อย่างว่าชาตินี้เขากับอีทึกคงไม่มีวันคุยกันดีๆเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

                กลายเป็นหน้าที่ไปเสียแล้วกับการเอาน้ำเอาข้าวมาให้บุคคลที่ถูกจับมาขังไว้ที่นี่ แต่ไม่ว่าจะทำดีเท่าไหร่คนๆนั้นกลับไม่มีความสนใจเลยแม้แต่น้อย กลับมีแต่อคติเพิ่มขึ้นมากเท่านั้น

 

                ในตอนเช้าของวันก่อนจะไปเรียนเรียวอุกเข้ามาในห้องเก็บของที่ขังเยซองเอาไว้เพื่อเอาน้ำเอาข้าวมาให้ สายตาเรียวเล็กจ้องมองไปยังเยซองที่นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้น อาหารของเมื่อวานไม่พร่องไปเลยซักนิด เสียงของชามข้าวที่เรียวอุกวางลงบนพื้นทำให้คนที่หลับอยู่ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ

 

                เยซองเบือนหน้าหนีบุคคลตรงหน้าที่ยังคงตีหน้าใสซื่อเหมือนเด็กไร้เดียงสาที่เขาเคยเจอในวันก่อนๆ ทั้งที่เรื่องที่ผ่านมามันเป็นเรื่องโกหก ไม่มีความจริงที่เขารู้เกี่ยวกับคนตัวเล็กนี่เลยแม้แต่น้อย

 

                กินหน่อยนะครับพี่เยซอง เรียวอุกออกปากขอร้องเบาๆ เมื่อเห็นสภาพร่างกายของเยซองเริ่มดูแย่ลงทุกวัน

 

                “ออกไป!” ออกปากไล่เสียงแข็งโดยไม่หันไปมอง เยซองกำหมัดแน่นอย่างคนที่กำลังระงับอารมณ์เอาไว้อยู่

 

                กินหน่อยเถอะครับพี่เยซอง ถ้าพี่ไม่กินอะไรแบบนี้จะแย่เอานะครับ บอกด้วยน้ำเสียงเชิงขอร้องอีกครั้ง แต่มันไร้ประโยชน์อยู่ดี

 

                ฉันบอกให้ออกไปไงเล่า!อย่ามาตีหน้าซื่อทำดีใส่ฉันอีก!” เยซองหันมาตะคอกกลับด้วยความโมโห เขาไม่เข้าใจเด็กคนนี้ต้องการอะไรกันแน่ แค่หลอกเขาได้สำเร็จก็น่าจะพอแล้ว ยังจะมาวุ่นวายอะไรกับเขาอีก

 

                ผมไม่ได้ตีหน้าซื่อ เถียงกลับเสียงอ่อน รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างจุกอยู่ที่คอจนพูดไม่ออก

 

                โกหก! คำพูดของนายมันเชื่อไม่ได้ซักคำ! ฉันบอกให้ออกไป!” เยซองโวยวายเสียงดัง จนเรียวอุกต้องก้มหน้านิ่งเพราะไม่อยากเห็นหน้าที่โหดร้ายของเยซองตอนนี้

 

                พอเถอะครับ พี่จะด่าจะว่ายังไงผมก็ได้ แต่พี่ช่วยดูแลตัวเองหน่อยเถอะครับผมขอร้อง เรียวอุกเข้าไปกอดเยซองที่กำลังโวยวายไว้แน่น ทำให้เจ้าตัวหยุดพฤติกรรมนั้นในทันที

 

                เยซองนิ่งไป ทุกการเคลื่อนไหวหยุดอยู่ตรงนั้น เรียวอุกกระชับกอดให้แน่นยิ่งขึ้น ซุกหน้าลงกับบ่ากว้างที่ตอนนี้เสื้อเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นผง  

 

                สงสารฉันหรือไง เยซองเอ่ยถามออกมาเสียงเรียบ ไม่เข้าในสิ่งที่คนตัวเล็กทำจริงๆ

 

                ไม่ครับ ผมเป็นห่วงพี่ เรียวอุกผละออกมา บอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ให้พูดซักกี่พันครั้งเยซองก็คงไม่มีวันเชื่อเขาอยู่ดี

 

                ทำไม! แค่นี้ฉันยังหน้าโง่ไม่พอใช่มั้ย นายต้องการอะไรจากฉัน จะหลอกฉันไปถึงไหนห๊ะ! แฮง...ไม่ใช่สิ เรียวอุก ทำหน้านิ่งบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา ที่อีกคนฟังแล้วเจ็บไปถึงขั้วหัวใจ

 

                เรียวอุกกัดริมฝีปากไว้แน่น พยายามกลั้นน้ำตาที่จะไหลออกมาอยู่รอมร่อ เพราะถ้าขืนปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมาคงโดนด่าว่าโกหก ตอแหล หลอกลวงอีกเป็นแน่

 

                ออกไปซะ!” ออกปากไล่อีกครั้งแต่อีกคนกลับยังนั่งนิ่งไม่ไหวติงไปไหน

 

                เยซองจ้องเขม็งไปยังเรียวอุกนั่งก้มหน้านิ่งอยู่ ชามข้าวที่คนตัวเล็กเพิ่งเอามาให้ใหม่ถูกเยซองใช้เท้าแตะจนมันกระเด็นออกไป เสียงชามกระแทกกับพื้นเสียงดังก้องไปทั่วห้อง ทำให้เรียวอุกเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตกใจ

 

                “พี่เยซอง เอ่ยชื่อออกมาเสียงเบาหวิว มองตามชามข้าวที่กระเด็นไปอยู่ตรงประตูก่อนจะหันกลับมามองคนที่เตะมันไปแบบนั้น

 

                ไม่ต้องเรียกชื่อฉัน! ออกไป!” เยซองโวยวายหนักยิ่งกว่าเดิม มือหยิบแก้วน้ำกับชามอันเก่าขึ้นมาทำท่าจะปาใส่คนตัวเล็กทำให้เรียวอุกรีบลุกขึ้นยืนทันที เมื่อเรียวอุกถอยห่างออกไปจึงปาลงไปที่บริเวณใกล้กับเท้าของคนตัวเล็ก

 

                เรียวอุกตกใจมากกับสิ่งที่เยซองทำ ขาทั้งสองข้างถอยกรูไปที่ประตูอย่างรวดเร็ว จนเมื่อเยซองปาแก้วอีกใบมาจนแตกกระจายอยู่ตรงปลายเท้าทำให้เรียวอุกต้องออกจากห้องไป

 

                เสียงประตูปิดลงอย่างแรงด้วยความตกใจของคนที่ถูกไล่ตะเพิดออกไปด้วยการปาข้าวของใส่ เยซองหอบหายใจถี่ก่อนจะหลับตาลงช้าๆ เมื่อไหร่เขาถึงจะหลุดออกไปจากที่นี่ได้เสียที

 

 

 

 

 

 

                ในช่วงเย็นของวันที่ห้องทำงานใหญ่ของครอบครัวลีบัดนี้เต็มไปด้วยเหล่าสมาชิกภายในครอบครัว ไม่ว่าจะสายเลือดเดียวกันหรือไม่ คิบอมรีบกลับมาจากมหาวิทยาลัยหลังเลิกเรียนเช่นเดียวกับเรียวอุก ส่วนซองมินนั้นไม่ได้ไปเรียนวันนี้ ฮีชอลกับคังอินก็อยู่ที่บ้านเช่นเดียวกัน

 

                ไม่นานนักบุคคลสำคัญที่สุดของบ้านก็เดินเข้ามาภายในห้อง และเมื่อลีฮโยรินั่งลงที่หัวโต๊ะการประชุมใหญ่ครั้งแรกก็ได้เริ่มขึ้น

 

                ตอนนี้พวกโจกรุ๊ปรู้ตัวแล้ว เราคงทำงานได้ยากกว่าเมื่อก่อนเพราะพวกมันคงคุ้มกันฮยอนจินเป็นอย่างดีแน่ ฮโยริเกริ่นนำเล็กน้อยเพื่อรอให้สมาชิกที่เหลือได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ออกมา

 

                ผมว่าเราน่าจะรีบจัดการมันซะแล้วย้ายไปอยู่เมืองนอกถาวร ที่จริงเมื่อวานพวกเราน่าจะฆ่ามันได้ ทั้งที่โอกาสมาอยู่ตรงหน้าแล้ว ฮีชอลเสนอความคิดของตัวเอง ก่อนจะบอกประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงเสียดาย

 

ห้าปีที่หายไปนั้นครอบครัวลีได้ย้ายไปอยู่ที่เมืองนอก และได้พบกับคิบอมซึ่งเป็นเพื่อนที่โรงเรียนของซองมินที่นั่น ส่วนคังอินเป็นลูกชายของเพื่อนฮโยริที่ดูจะคุยกันถูกคอทั้งสองครอบครัวเลยจับหมั้นหมายกันไว้ และเรียวอุกที่พ่อแม่แยกทางกันกลายเป็นเด็กมีปัญหาครอบครัวลีเลยรับมาอุปการะไว้

 

ระหว่างที่พวกผู้ใหญ่กำลังปรึกษากันเรื่องแผนที่จะให้จัดการกับโจกรุ๊ป ซองมินกับเรียวอุกดูจะไม่ค่อยมีสมาธินัก ซองมินนั่งท้าวคางหันมองไปทางอื่น เรียวอุกก็เอาแต่นั่งก้มหน้า ในสมองตอนนี้ไม่ได้มีเรื่องที่กำลังคุยกันอยู่เลยซักนิด

 

ตอนนี้ทุกคนไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องทงแฮแล้วนะครับ ผมจัดการหมอนั่นเรียบร้อยแล้ว และดูเหมือนว่าหมอนั่นจะยังรู้เรื่องของพวกเราไม่มากด้วย คิบอมพูดขึ้น หลังจากที่กลับจากมกโพเขากับทงแฮก็ติดต่อกันตลอด และดูเหมือนทงแฮจะไม่สงสัยอะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย

 

ซีวอนเองก็ดูเหมือนจะไม่สนใจเรื่องของครอบครัวเลยเหมือนกัน ถามอะไรไปไม่รู้ซักอย่าง ฮีชอลพูดต่อ เมื่อได้ยินฮโยริก็พยักหน้าพร้อมกับกระตุกยิ้มน้อยๆ คนอย่างซีวอนน่ะชอบเรื่องแบบนี้ที่ไหน ไม่งั้นคงไม่ให้น้องชายอย่างคยูฮยอนที่เพิ่งขึ้นมหาวิทยาลัยมาช่วยบริหารแทน เรื่องนี้น่ะเธอรู้ดีอยู่แล้ว

 

ถ้างั้นเรานัดวันลงมือเลยมั้ยครับ คังอินเสนอ

 

เรียวอุกเช็คให้ทีว่าวันไหนที่เหมาะจะลงมือ ฮโยริหันไปบอกเรียวอุกที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตา พอได้ยินคนเรียกชื่อตัวเองเลยรีบเงยหน้าขึ้นมา พร้อมกับสีหน้าที่ดูตื่นๆเล็กน้อย

 

ครับ รับคำเบาๆ ก่อนจะค้นหาข้อมูลในโน้ตบุ๊กตัวเก่งของตนเอง ไม่นานนักเรียวอุกก็เงยหน้าขึ้นมา

 

อีกสองวันฮยอนจินจะเข้าบริษัทครับ เพราะมีการประชุมของหุ้นส่วนรายใหญ่

 

งั้นวันนั้นให้คังอินคอยกันอึนฮยอกให้อยู่ห่างจากฮยอนจิน ส่วนคนอื่นๆ...

 

ฉันไม่ทำ ยังไม่ทันที่ฮีชอลจะพูดจบคังอินก็แทรกขึ้นเสียงแข็ง เหมือนกับว่าไม่ชอบใจที่ฮีชอลพูดออกมาอย่างนั้น

 

ได้ยินคังอินพูดออกมาแบบนี้ฮีชอลก็ตวัดสายตากลับไปมองทันที เพราะปกติคังอินไม่เคยขัดคำสั่งใครโดยเฉพาะเขา แต่วันนี้กลับทำ

 

ทำไม ถามกลับไปสั้นๆด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยพอใจนัก

 

ฉันจะอยู่ดูแลอีทึก ตอบออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทำเอาคนฟังถึงกับฉุนขาดที่ได้ยินเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นแบบนี้ และไม่ใช่เฉพาะฮีชอลคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เข้าใจกับเหตุผลของคังอินทุกคนที่อยู่ในที่นี่ต่างมีสีหน้าสงสัย แต่ไม่มีใครกล้าพูดหรือถามอะไรออกมา ยกเว้นซองมินคนเดียวเท่านั้นที่พอจะเข้าใจความรู้สึกของพี่เขยตัวเอง

 

คังอิน!” ฮีชอลลุกขึ้นตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห มันจะอะไรกันนักกันหนาแค่ดูแลคนๆเดียว อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ปล่อยให้อีทึกลำบากลำบนอะไร ออกจะอยู่สบายซะด้วยซ้ำ

 

อย่ามาขึ้นเสียงกับชั้นฮีชอล ฉันตามใจนายมามากแล้ว คังอินลุกขึ้นเถียงกลับอย่างไม่ยอม

 

ห่วงมันมากหรือไงห๊ะ! ถึงได้อยากดูแลมันนัก!” และแล้วการประชุมเรื่องแผนกลับกลายเป็นการชวนทะเลาะไปเสียแล้ว ดูเหมือนทุกคนจะทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ เพราะตั้งแต่รู้จักกันมาฮีชอลกับคังอินยังไม่เคยทะเลาะกันเลยสักครั้ง

 

หึ! แล้วทีนายกับซีวอนนัดไปเจอกันทุกวันคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง เสียตัวให้มันกี่ครั้งแล้วล่ะ!” การปะทะอารมณ์ดูเหมือนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆเมื่อคังอินไม่ยอมให้ฮีชอลรุกอยู่ฝ่ายเดียว

 

คังอิน! นาย!”

 

หยุด!” ในที่สุดฮโยริก็ทนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ไหว เพียงแค่คำๆเดียวทำให้ฮีชอลกับคังอินเงียบไปในทันทีก่อนจะนั่งลงที่เดิมด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยพอใจนัก

 

โตแล้วซะเปล่า ทะเลาะกันเป็นเด็กๆ งานก็คืองาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัวแยกกันให้ออก ฮโยริว่าเสียงดุ จนคนที่ทำหน้าไม่พอใจต้องเปลี่ยนสีหน้าทันที ฮีชอลจิ๊ปากเล็กน้อยก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น ส่วนคังอินยังคงนั่งนิ่งไม่แสดงท่าทีอะไรออกมา

 

เอาเป็นว่าให้ซองมินคอยกันอึนฮยอกออกจากฮยอนจินจะด้วยวิธีไหนก็ได้ ฮีชอลจับตาดูคยูฮยอนให้ดีอย่าให้เข้าไปยุ่งวุ่นวายเด็ดขาด คิบอมนายก็พาทงแฮออกไปจากเหตุการณ์ในวันนั้นซะ จะพาไปไหนก็ได้ ส่วนคังอินถ้าอยากอยู่กับอีทึกก็อยู่ไป เรียวอุกก็อยู่บ้านกับพี่เขาแล้วกัน สุดท้ายฮโยริจำต้องเป็นคนสั่งการเองในเมื่อคนที่ไว้ใจกลับใช้ไม่ได้เรื่องตอนนี้

 

ฮีชอลยังคงมีอารมณ์ฉุนเฉียวอยู่บ้างเล็กน้อยเช่นเดียวกับคังอินแต่การแสดงออกของทั้งสองคนนั้นต่างกัน ฮโยริมองคนคู่นี้แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ไม่ใช่เวลาที่คบกันมากว่าสี่ห้าปีจะมาแตกหักเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ

 

แล้วเราจะจัดการฮยอนจินตอนไหน ฮีชอลถามขึ้นเสียงเรียบ หางเสียงไม่มีให้ได้ยินถึงแม้จะพูดกับผู้ใหญ่ก็ตาม ข้อนี้คนในครอบครัวลีต่างรู้ดี เพราะถ้าคนอย่างฮีชอลมีอารมณ์ขึ้นมาแล้วมักจะพาลใส่ไปหมดทุกคน

 

ถ้ามีโอกาสก็จัดการได้เลย และให้หนีออกมาให้เร็วที่สุด เมื่อได้คำตอบทุกคนก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ

 

และการประชุมในวันนี้ก็ได้สิ้นสุดลง เมื่อฮโยริก้าวออกจากห้องคังอินก็รีบขึ้นไปหาอีทึกที่ห้องทันทีโดยมีสายตาของฮีชอลจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ซองมินกับเรียวอุกเดินออกไปส่งคิบอมที่หน้าบ้านก่อนจะขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง เพื่อเตรียมตัวสำหรับแผนการที่จะเริ่มขึ้นในอีกสองวันข้างหน้านี้

 

 

 

 

 

 

 

ท่านครับ พวกของซึงฮยอนมาขอพบครับ ลูกน้องที่ยืนเฝ้าหน้าประตูวิ่งเข้ามาแจ้งเรื่องให้กับฮยอนจินทราบ ซึ่งเป็นบุคคลที่เขากำลังรอคอยอยู่พอดี

 

ให้เข้ามา รับคำสั่งเจ้านายก่อนจะวิ่งออกไปด้านนอกอีกครั้ง ไม่นานนักพวงของซึงฮยอนราวสี่ห้าคนก็เดินเข้ามาภายใน อึนฮยอกที่นั่งอยู่ข้างๆฮยอนจินหันไปมองหน้าผู้เป็นนายด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่ในสมองกลับกำลังประมวลผลอย่างหนัก เพราะยังไม่เข้าใจว่าทำไมพวกของซึงฮยอนถึงต้องมาพบฮยอนจิน และไม่รู้ว่าเจ้านายของตนกับลูกหนี้ได้ตกลงอะไรกันไว้

 

กลับมาแบบนี้แสดงว่าปลอดภัยดีสินะ เอ่ยถามออกไปเป็นเชิงทั้งที่รู้ความจริงดีอยู่แล้ว คนอย่างฮยอนจินมีหรือที่จะไม่ให้ลูกน้องไปตามความเรื่องนี้ เพราะเขาคงไม่เสี่ยงที่จะโดนโกง

 

นี่เงินตามที่ตกลงกันไว้ กระเป๋าเงินยกยื่นมาตรงหน้า ฮยอนจินเพยิดหน้าให้ลูกน้องเข้าไปรับมาก่อนจะเผยยิ้มอย่างชอบใจ

 

ฉันดีใจที่พวกแกทำตามข้อตกลง

 

ก็ถือว่าเราหายกัน เพราะยังไงซะไอ้หมอนั่นโดนยิง ลูกน้องของซึงฮยอนเพยิดหน้าไปทางอึนฮยอกที่นั่งอยู่โซฟาข้างๆฮยอนจิน ดูท่าว่าแผลที่พวกเขาทิ้งไว้ให้จะอาการดีมากขึ้นแล้ว

 

หึ!” อึนฮยอกหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะแค่นยิ้มให้ลูกน้องของซึงฮยอน ถึงเขาจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับสถานการณ์ตรงนี้แต่ก็พอเดาออกว่าทั้งสองตกลงอะไรกันไว้ ฝั่งพวกมันจะบอกว่าหายกันคงไม่ถูกเพราะยังไงฝ่ายเขาก็ได้เปรียบกว่าเยอะ ถ้าบอกว่ากลัวตายน่าจะเหมาะกว่า

 

มึงคงอาการดีขึ้นเยอะนะ ได้นายตำรวจยศสูงอย่างฮันคยองช่วยไว้ทั้งคน...พวกผมขอตัว ทิ้งระเบิดให้อึนฮยอกไว้ลูกใหญ่ก่อนพวกลูกน้องของซึงฮยอนจะขอตัวกลับไป ทำให้ฮยอนจินเพ่งความสนใจมาที่อึนฮยอกทันที

 

ฮันคยองงั้นเหรอ

 

ครับ วันนั้นฮันคยองมาช่วยผมเอาไว้ อึนฮยอกพยักหน้ารับและบอกไปตามความจริง เพราะไม่มีประโยชน์อะไรที่เขาจะต้องปิดบัง

 

เรื่องมันเป็นมายังไง ทำไมเขาถึงไปช่วยนายได้ แล้วตลอดเวลาที่หายไปนายอยู่กับหมอนั่นตลอดเลยงั้นเหรอ ฮยอนจินถามต่อ เขารู้ว่าอึนฮยอกเกลียดขี้หน้าฮันคยองอย่างกับอะไรดี แต่ทำไมถึงยอมให้ฮันคยองช่วยได้

 

เขาคงบังเอิญผ่านมาเจอพอดี เลยเข้ามาช่วยไว้ ตลอดเวลาผมพักอยู่ห้องของเขา ที่สำคัญเขาเล่าเรื่องคดีเก่าคดีหนึ่งให้ผมฟัง เขาบอกว่าท่านคือผู้ต้องสงสัย แต่ผมไม่ทราบว่าเป็นคดีไหน อึนฮยอกเล่าเรื่องออกมาคร่าวๆ เขาคงไม่จำเป็นต้องเล่าทั้งหมดว่าจริงๆแล้วเขาไปปะทะคารมอะไรกับฮันคยองมาบ้าง เพราะเรื่องคดีนี้คงเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดแล้ว

 

                อย่างนั้นเหรอ พยักหน้าขึ้นลงช้าๆเมื่อฟังจบ มือข้างขวาถูกยกขึ้นมาลูบที่คางเบาๆอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด

 

                อึนฮยอก ต่อจากนี้นายต้องคอยกันฮันคยองไม่ให้เข้ามาวุ่นวายกับฉันจนสืบคดีนั่นได้สำเร็จ เงียบไปซักพักฮยอนจินจึงพูดออกมา ถ้าเขาเดาไม่ผิดคดีที่ว่าคงเป็นคดีผู้กำกับปาร์คเมื่อห้าปีก่อน เพราะคดีใหญ่ที่พวกตำรวจยังคงตามสืบเกี่ยวกับเขามีเพียงคดีเดียวเท่านั้น ที่สำคัญฮันคยองเป็นคนที่ฮันชางมอบหมายให้ทำคดีนี้ต่อ

 

                แต่ท่านครับ ผม.... จากที่จะเถียงกลับต้องหยุดไว้แค่นั้นเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นนาย

 

                นายไม่มีสิทธิ์เกี่ยงงานตอนนี้อึนฮยอก ฮยอนจินบอกเสียงเรียบ อึนฮยอกเลยจำต้องรับงานนี้ไปโดยปริยายทั้งที่ไม่เต็มใจเลยก็ตาม ทำไมยิ่งเกลียดยิ่งหนีแต่ถึงยิ่งเจอ 

--------------------------------------------

kr...Talk
อันยองจ้าเพื่อนๆ เค้าขอโทษที่มาอัพช้า
ติดสอบมิดเทอมอ่ะ ไรเตอร์เลยเอาแต่หน้าทิ่มหนังสือทุกวัน
แต่ไม่ได้อะไรเลย ทำไม่ได้ ฮือๆๆ
เม้นที่554 แอบจริงใจมาก ใส่อารมณ์กับพี่หมีเราสุดๆ
แต่ก็ขอบคุณค่ะที่รับที่เป็นคังทึกได้
ตอนนี้ดูพี่คังจะทะนุถนอมดีจนน่าแปลกใจ
บางทีความรักก็เกิดขึ้นง่ายๆ
วันนี้สัญญาว่าจะให้โหวตหน้าปกฟิค
พร้อมอัพแล้ว ตอนต่อไปเลย
ขอโทษที่อัพดึกนะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,561 ความคิดเห็น

  1. #1558 suju-girl (@suju-girl) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 00:11
    ยิ่งเกลียดก้อยิ่งเจอนะฮยอก ^^
    #1558
    0
  2. #1475 prang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2555 / 22:46
    Y^Y ทำไมเยเย่ทำกับอุกกี้แบบนั้ล่ะ (แล้วใครเป็นคนเรื่มก่อนละ)



    หมีคังชอบนางฟ้าแล้วใช่ม่ะ
    #1475
    0
  3. #1429 love cnblue bigbang 4ever (@proud-bioce-vip) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2554 / 21:23
    เยเย่ทำไมใจร้ายกับอุคขนาดนี้อ่ะ
    หมีเริ่มหลงรักนางฟ้าทึกแล้วอ่ะดิ
    แล้วมันจะเป็นยังไงต่อนะ
    #1429
    0
  4. #1398 Kwai Triple S (@love-jesusmak) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2554 / 11:30
    สงสารเย่กับอุค TT TT

    #1398
    0
  5. #1331 Sweet Pain (@sweet-pain) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 23:11
    พี่เย่ใจร้ายอะ

    สงสารอุก
    #1331
    0
  6. #1272 Swamp Cabbage (@princesscloud) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 23:24
    มินๆจะกลับใจมั๊ยเนี้ย

    พี่หมีชอบพี่ทึกอ่ะดิ
    ฮยอกนี่ยิ่งหนีก็ยิ่งเจอ
    ก็อย่างนี้แหละคนมันเนื้อคู่กัน

    สงสารหนูอุค พี่เย่แอบใจร้าย
    #1272
    0
  7. #1240 Peach_Hesitation (@peachsshi) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 22:43
    เครียดอ่ะ เครียดดดดดดดดด

    แต่ละคนอาการน่าเป็นห่วงมาก

    ทั้งเรื่องนี้มีคนแค้นจริงๆอยู่สองคน คือแม่กะฮีชอลสินะ

    คนอื่นเร่มหวั่นไหวไม่อยากทำแล้ว
    #1240
    0
  8. #1148 ORIP. (@kotchagorn) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 14:33
     สงสารอุคกี้อ่ะ TT สงสารเยเย่ด้วย 
    #1148
    0
  9. #1133 ~Innocent~ (@justmind1994) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 12:10
    เรียวมินใจอ่อนแล้ว
    สงสารเคะสองคนนี้จัง
    พี่หมีก็คงรักป้าทึกอย่างไม่มีเงือ่นไขแล้วสินะ
    พี่เย่อารมณ์รุนแรงมากอ่ะ เง้อออ
    ทำไมเจ๊ถึงแค้นขนาดนั้นล่ะ??
    บอมเองก็แค่เป็นเพื่อนมินเท่านั้นเอง
    ถ้าความแค้นจบลงโดยไม่มีใครตายเพิ่มอีกก็คงจะดี
    #1133
    0
  10. #1035 Chokyu LUV Leemin (@onlykyumin137) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 20:00
    มินเริ่มโอนอ่อนแล้วนะ
    เห้นมั๊ย
    มิน พอเถอะนะ
    แต่นะ แม่กับฮีชอลยังแค้นไม่หายเลยอ่ะ
    #1035
    0
  11. #1005 joyce_larts (@joycema24) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 02:02
    แม่มินดูร้ายกว่าฮีแล้วอ่ะ เจ้าคิดเจ้าแค้นตัวแม่จริงๆ ส่วนพ่อกี้ก็นะ สรุป ก็เป็นคนขี้ขลาดดีดีนี่เอง ทำให้พ่อมินตายแล้วยังกลัวติดคุกอีก ไม่ไหวนะ
    #1005
    0
  12. #974 eye love sj13 (@eye-love-sj13) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 18:55
    แม่มินนี้นะ   ไม่ไหวเลยจริงๆ

    สงสาร โจ กรุ๊ป  โว้ยยยยยย
    #974
    0
  13. #946 m___??? (@memay-boo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 22:16
    แม่มินก็นะ
    แต่บอมมมขอเหอะ สักนิดก็ยังดีนะ
    สงสารด๊องนะเว้ย
    #946
    0
  14. #921 KH*EH*TM (@june256) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 มกราคม 2554 / 21:25
    ฮยอกน่าสงสารง่ะ >_<
    #921
    0
  15. #848 deena (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 01:52
    เมื่อมาถึงจุดเเกหั คู่ที่เเท้จริงก็กำลังจะเผยตัว



    คังทึก เเละวอนซินกะละจะกลับมา



    555555+



    โอ้ย อ่านไปลุ้นไป เมื่อยเเร้วนะ

    เมื่อไหร่จะจบลงด้วยดี



    ตาบอมบ้าก็ยังหวังจะหลอก ด๊องอยู่นั้นเเหละ

    เดี่ยวเถอะนะ

    จะโดนเสนห์ของปลาน้อยเมื่อไหร่นะน่าดู
    #848
    0
  16. #754 A๐mmy (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 21:13
    กี้พูดอะไรกับมินน่ะ



    มินเริ่มไม่อยากฆ่าคนแล้วใช่มั้ยล่ะ



    มินเริ่มอ่อนไหวแล้วใช่มั้ยล่ะ



    หมีกับเจ๊เริ่มทะเลาะกันแล้วๆ



    หมีดูแลป้าให้ดีๆนะ



    เผื่อป้าจะใจอ่อน



    พี่เย่เวลาโกรธนี่น่ากลัว



    สงสารอุคกี้จัง
    #754
    0
  17. #739 ployshadow (@ployyou) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 15:57

    ฮยอกงานเข้าแล้วไง
    มินเริ่มอ่อนไปทางคยูแล้วใช่ไหม

    #739
    0
  18. #713 เพกา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 12:26
    ถ้าฮยอนจินตายจริงๆจะเกิดอะไรขึ้นกับทุกคนนะ



    การแก้แค้นจะจบลง แล้วใครได้ใครเสีย



    หรือเสียหายทั้งสองฝ่าย
    #713
    0
  19. #651 one (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2553 / 17:04
    พี่หมีกล้าพูดกับเจ้อย่างนี้ แปลว่าเริ่มชอบทึกกี้รึป่าวนะ
    #651
    0
  20. #648 HYUK_GW@NG (@hkhkhk) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2553 / 14:25

    ทำไมเยทำกับอุคแบบนี้อ่ะ

    สงสารอุค

    แต่คังอินก็รู้สึกจะดื้อนะ แต่เป็นดื้อที่ดี  อิอิ

    ฮยอกงานเข้าๆๆๆๆๆ  ไม่อยากเจอก็ยิ่งได้เจอ

    #648
    0
  21. #631 pungrey (@pungryeo) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2553 / 12:11
    สงสารวุคจังเลย
    #631
    0
  22. #620 jeabakasa (@jeabakasa) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2553 / 00:26

    ฮยอนจินจะตายไหมเนี่ย

    คังอินนอกใจฮีชอล

    ฮีชอลนอกใจคังอิน

    พี่เย่ใจร้ายพูดกับอุคดีๆก็ได้

    ไม่เห็นต้องทำแบบนั้นเลย

    สงสารอุคี้

    #620
    0
  23. #602 PammY (@pampokky) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2553 / 07:04
    สู้ๆ ^o^ V
    #602
    0
  24. #598 u moon (@umoon) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 21:46
    มินหายไปกับคยูทั้งคืน คึคึ
    น่าคิดนะ...แต่เค้าแค่จูบกัน หุหุ

    พอมาคังทึก เฮ้อ...แม่ยกพี่ทึก(วอนทึก)อย่างเราต้องถอนหายใจทุกที
    ดูพี่หมีจะใจดีกับพี่ทึกบ้างแล้ว แต่ก็นะ...ถ้าเราเป็นพี่ทึกก็คงโกรธ มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ มายๆๆๆๆๆๆ อยู่ดี

    แล้วจะโกรธพี่หมีไปอีกนานเลยแหละ ~! แต่ถ้าเค้ารักกันได้ก็ดี จะได้แฮปปี้ซักทีนึง
    แต่ขอมีอุปสรรคนิดนึงนะคะไรเตอร์ อย่าง่ายๆนะ ขอร้อง ~!

    แอบสะใจที่พี่หมีกับคิมฮีทะเลาะกัน คึคึ ^^
    แบบว่าเพื่อนางฟ้า...หมีไม่ยอม จริงๆๆๆ เออ แบบนี้ค่อยเข้าท่าหน่อยเนอะ

    แต่ก็แอบสงสัยอยู่อีกเรื่อง แล้วฝ่ายโจวกรุ๊ปใครจะมาชิงตัวนางฟ้ากลับไปล่ะ
    ถ้าให้รีดเดอร์โหวต...ขอเป็นซีวอนนะคะ

    พี่หมีจะได้มีอุปสรรคอีกหน่อยนึงเนอะ พลีสๆๆๆๆๆ ขอร้องล่ะค่ะ

    ฝ่ายเย่เรียว คือแบบ...สงสารทั้งคู่
    เรียวอุคก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร ออกจะเป็นห่วงพี่เย่ซะมากมายด้วยซ้ำ
    แต่ก็นะ ถ้าเราเป็นพี่เย่ก็คงโมโหและโกรธมากเหมือนกัน

    มาทำกับตัวเองขนาดนี้ ทั้งหลอก ทั้งทำร้าย แถมยังทำกับพี่ทึกไว้ซะ...เจ็บนัก
    ถ้าเราเป็นพี่เย่หลุดออกมาได้ จะตามฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เลยค่ะ 55555+
    แต่เก็บน้องเรียวไว้นอนก(อ)ดคนนึงดีกว่าเนอะ คึคึ

    ตอนนี้ใจอยู่ฝั่งโจวกรุ๊ปเห็นๆ

    เนื้อเรื่องกำลังมันเลยค่ะ

    สนุกมากๆๆๆ ไรเตอร์แต่งเก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ติดจนไม่รู้จะติดยังไงแล้ว

    มาอัพไวๆนะคะ รออยู่ทุกลมหายใจ

    ขอบคุณค่ะ


    #598
    0
  25. #596 รักคิเฮ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2553 / 18:53
    คยูมินหายกันไปทั้งคืน ไปทำอะไรกันมา

    ยังคงปริศนา แต่รู้สึกว่ามินจะดูแปลกๆไป

    เหมือนกับว่าไม่อยากจะทำอีกต่อไปแล้ว

    คังอินเองก็ดูแลทึกดีซะเหลือเกิน

    จนทะเลาะกับฮีจนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต

    ตอนนี้คงจะเป็นอุคน่สงสารที่สุด

    ทำดีเท่าไหร่เย่ไม่เคยเห็นดีด้วยเลย

    ก็แน่ล่ะนะ โดนหลอกมาซะขนาดนั้น

    รอดูต่อไปว่าแผนนี้จะสำเร็จมั้ย

    แล้วถ้าฮยอนจินตายจริงๆมันจะเป็นยังไงล่ะเนี่ย
    #596
    0