[Fic SJ] Furious for Love...แค้นนี้ เพื่อรัก [KyuMin]

ตอนที่ 13 : Chapter12 : ความจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1780
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    13 มิ.ย. 53


Chapter 12  :  ความจริง

 

 

 

 

 

                เช้าวันนี้ดูท่าจะไม่สดใสเลยสำหรับน้องเล็กของบ้านอย่างเรียวอุก เพราะถึงเขาจะได้ไปเรียนตามปกติแต่ฮีชอลจะเป็นคนขับรถไปรับไปส่งและทุกการเคลื่อนไหวต้องรายงานให้ฮีชอลรู้ตลอด ถึงจะเดินไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ แต่เรียวอุกกลับรู้สึกไม่ต่างจากการถูกขังอยู่เลยซักนิด

 

                ขณะที่เรียวอุกกำลังเดินตามฮีชอลไปที่รถนั้นเสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เบอร์ที่โชว์อยู่ทำเอาเรียวอุกมีสีหน้าเครียดขึ้นทันที

 

                ทำไมไม่รับ ฮีชอลที่รำคาญเสียงโทรศัพท์ของเรียวอุกหันกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยน่าฟังนัก ทำเอาเรียวตีสีหน้าไปถูก เขาควรจะบอกฮีชอลใช่มั้ยว่าใครโทรมา

 

                เยซองโทรมาครับ

 

                งั้นเหรอ ก็รับซะสิ ยืนกอดอกบอกด้วยสีหน้าเรียบๆ เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าโจกรุ๊ปคิดจะทำอะไรอยู่

 

                สวัสดีครับ ทำตามคำสั่งของฮีชอลด้วยการกดรับและกรอกเสียงลงไปเบาๆ

 

                เปิดลำโพง ฮีชอลขยับปากบอกโดยไม่มีเสียงเล็ดลอดออกมา เรียวอุกพยักหน้าเบาๆก่อนจะทำตาม

 

                (วันนี้นายว่างไปทานข้าวกับพี่มั้ยแฮงอุน) เสียงของเยซองที่ตอบกลับมาทำเอาฮีชอลแสยะยิ้ม ส่วนเรียวอุกนั้นก็ได้แต่เหล่ไปมองพี่ชาย เพราะตอนนี้เขาไม่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจอะไรทั้งนั้น

 

                ฮีชอลพยักหน้าให้เหมือนเป็นการอนุญาต ก่อนจะกระตุกยิ้มเบาๆ

 

                ว่างครับ

 

                (งั้นเจอกันที่ร้านเดิม ตอนแปดโมงนะ แล้วพี่จะไปรอ) พูดจบเยซองก็วางสายไป

 

                เรียวอุกเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าอย่างช้าๆ หันไปมองพี่ชายก่อนจะก้มหน้ามองพื้น ตอนนี้เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก ฮีชอลคิดจะทำอะไรกันแน่นะ

 

                ต้องโดดเรียนอีกแล้วสินะวันนี้ ฮีชอลบอกยิ้มๆก่อนจะเดินนำไปที่รถและเหมือนว่าจะดูอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ต่างจากอีกคนอย่างสิ้นเชิง

 

เมื่อมาถึงที่นัดหมายเรียวอุกก็เดินเข้าไปหาเยซองในร้านอาหารส่วนฮีชอลนั้นรออยู่ที่รถ สีหน้าของเยซองนั้นดูเคร่งขรึมกว่าทุกๆครั้งที่เจอ ส่วนเรียวอุกก็ดูไม่ค่อยร่าเริงเหมือนทุกครั้งเช่นกัน

 

บนโต๊ะตอนนี้มีอาหารถูกเสิร์ฟไว้เรียบร้อยแล้ว ทั้งเยซองและเรียวอุกยิ้มให้กันก่อนเรียวอุกจะนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเยซอง

 

พี่ชวนนายออกมาแบบนี้ไม่เสียเวลาเรียนนายแย่เหรอ ถึงจะถามออกไปแบบนั้นแต่จริงๆแล้วเยซองก็ไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนของคนตัวเล็กนี่มากนัก ในหัวของเขาตอนนี้กำลังครุ่นคิดอย่างหนักว่าจะให้อีทึกได้เห็นหน้าของคนๆนี้ได้ยังไง

 

วันนี้ผมมีเรียนแต่ตอนบ่ายน่ะครับ เรียวอุกตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่ดูฝืนๆ แน่นอนว่าที่เขาพูดนั้นโกหก ตอนนี้สมาธิของเขาส่วนใหญ่อยู่ที่ฮีชอลที่นั่งรออยู่ในรถมากกว่า เพราะไม่รู้ว่าฮีชอลแค่มาคุมเขาเพื่อความปลอดภัยเฉยๆหรือคิดจะทำอย่างอื่นอยู่หรือเปล่า

 

กินเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นซะก่อน

 

และแล้วอาหารมื้อนี้ก็ได้เริ่มขึ้นท่ามกลางความเงียบเพราะไม่มีใครคิดจะพูดอะไรออกมาเลย ต่างฝ่ายต่างคิดถึงแต่เรื่องของตัวเอง จนกระทั่งอาหารมื้อนี้จบลงด้วยเวลาไม่มากนัก และอาหารก็ดูเหมือนว่าจะพร่องไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น

 

แล้ววันนี้แฮงอุนจะไปเที่ยวกับพี่ได้มั้ย เยซองถามขึ้น เมื่อวานคนตัวเล็กปฏิเสธเขาไป หวังว่าวันนี้คงไม่ล้มเหลวเหมือนเมื่อวานอีก

 

ไปเที่ยวเหรอครับ...เอ่อ... ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถตัดสินใจได้เองแบบนี้ทำให้เรียวอุกเลือกคำตอบให้เยซองไม่ได้ เลยได้แต่อึกๆอักๆ จะถามฮีชอลตอนนี้ก็คงไม่ได้ซะด้วย

 

ได้หรือเปล่า เมื่อวานก็ปฏิเสธพี่ไปครั้งหนึ่งแล้วนะ

 

เอ่อ...เอาเป็นว่าเดินไปแล้วค่อยคิดได้มั้ยครับ คือผมอยากชมบรรยากาศรอบๆร้านซักหน่อย เป็นทางเดียวที่เรียวอุกคิดได้ในตอนนี้ เผื่อว่าฮีชอลที่ดูสถานการณ์อยู่จะช่วยอะไรเขาได้บ้าง

 

เอางั้นก็ได้ครับ เยซองยิ้มรับก่อนจะลุกขึ้นเดินพาคนตัวเล็กออกไปย่อยอาหารชมบรรยากาศรอบๆร้าน ซึ่งถือว่าดีทีเดียว

 

เยซองพาเรียวอุกเดินมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของร้าน ตรงนี้นั้นเป็นกรงนกขนาดใหญ่ด้านข้างมีสวนน้ำตกถูกจัดเอาไว้ ซึ่งถือว่าเป็นมุมที่สวยที่สุดของร้านที่มักมีคนมาถ่ายรูปอยู่เบาๆ

 

ถ่ายรูปกันมั้ย เยซองออกปากชวนเพราะนี่ถือเป็นโอกาสดีของเขาแล้ว

 

เรียวอุกที่ตอนแรกหันหลังให้หันกลับมาเพราะคำชวนของเยซอง และห่างออกไปเพียงไม่กี่เมตรของเยซองก็มีฮีชอลยืนอยู่พร้อมรอยยิ้มแสยะที่เขาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นัก

 

ฮีชอลที่พยักหน้าให้เรียวอุกทำให้คนตัวเล็กพยักหน้ากลับ เยซองจึงเข้าใจว่าเรียวอุกตอบตกลงที่จะถ่ายรูปกับตนเองจึงก้มหน้าลงเพื่อหยิบกล้องที่อยู่ในกระเป๋า

 

อยู่นิ่งๆซะถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่ วัตถุสีเงินที่จ่ออยู่ที่สีข้างทำให้เยซองหยุดทุกการกระทำในทันที ก่อนจะเอี้ยวใบหน้าไปมองบุคคลที่เอาปืนจ่อเขาอยู่

 

เก็บกระเป๋ามันไปเรียวอุก ฮีชอลออกปากสั่งเรียวอุกจึงรีบทำตามทันที จากนั้นฮีชอลจึงรวบข้อมือของเยซองไว้ด้านหลังด้วยมืออีกข้างที่ว่างอยู่

 

อย่าคิดจะขัดขืนเพราะฉันไม่ทำแค่ขู่แน่ กระซิบเสียงเย็นข้างหูพร้อมกับกดปากกระบอกปืนให้กระทุ้งเข้าที่สีข้างของเยซอง

 

เรียวอุกนั้นได้แต่ยืนก้มหน้านิ่งไม่แม้จะพูดหรือขยับหากยังไม่ได้รับคำสั่งจากฮีชอล เยซองนั้นเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อข่มอารมณ์ตัวเองที่พลาดท่าเข้าจนได้ เพราะท่าทางที่ดูไม่มีพิษมีภัยของคนตัวเล็กนี่ทำให้เขาไม่คิดระแวงอะไร จนลืมนึกไปว่าคนตรงหน้านี่คือศัตรู

 

เรียวอุกเดินนำไปที่รถ ส่วนแกก็เดินตามไปดีๆ อย่าคิดที่จะหนี ฮีชอลออกคำสั่งอีกครั้ง เรียวอุกจึงเดินเดินหน้าทั้งสองคนไป ฮีชอลปล่อยข้อมือเยซองแต่ปืนยังคงจ่ออยู่ไม่ห่างพร้อมกับใช้ปืนดันให้เยซองเดินตามคนตัวเล็กไป

 

เมื่อมาถึงที่รถฮีชอลจัดการผลักเยซองไปที่เบาะหลังก่อนจะมัดเอาไว้ จากนั้นจึงไปส่งเรียวอุกที่มหาวิทยาลัยก่อนจะวนกลับไปที่บ้าน แค่นี้ก็เท่ากับว่าตัวปัญหาหมดไปหนึ่ง เขาคงไม่ต้องตามติดเรียวอุกอีกต่อไป สู้ไปเล่นสนุกกับคนของโจกรุ๊ปจะดีกว่า

 

 

 

 

 

 

ทงแฮดูนายเหม่อๆนะเป็นอะไรหรือเปล่า ท่าทางที่ดูเหมือนสติสตางค์ไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวของทงแฮนั้นทำเอาอึนฮยอกอดที่จะถามไม่ได้ ตั้งแต่ออกมาจากห้องจนมาถึงลานจอดรถทงแฮที่ทำหน้าเหม่อลอยตลอด

 

เปล่าหรอก คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะ ส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมกับยิ้มให้เพื่อนรัก

 

แต่เรื่องที่ทงแฮคิดนั้นมันไม่ใช่เรื่องเรื่อยเปื่อยเลยซักนิด เพราะมันทำให้เขาแทบจะไม่มีสมาธิทำอะไรเลย เรื่องที่คิบอมสารภาพว่าชอบเขาและขอคบเมื่อวาน แต่ก็ทำได้แค่การเลี่ยงที่จะตอบ ไม่กล้าปฏิเสธและไม่แน่ใจที่จะตอบตกลง จนตอนนี้เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ คนดีๆอย่างคิบอมนั้นคบไปก็ไม่เสียหายถึงตอนนี้จะไม่ถึงขั้นชอบหรือรักแต่อนาคตมันก็พัฒนาได้อยู่แล้ว แต่ฐานะเขาในตอนนี้ไม่ควรจะคบใครจริงๆ

 

ฉันเห็นเรื่องเรื่อยเปื่อยนายทีไรเป็นเรื่องใหญ่ทุกที มีอะไรบอกฉันก็ได้นะ ถึงใบหน้าของอึนฮยอกนั้นจะดูเรียบเฉย แต่ทงแฮก็ดูรู้ว่าเพื่อนคนนี้เป็นห่วงเขามากขนาดไหน

 

คือว่าฉันอยากกลับมกโพน่ะ ทงแฮบอกออกมาเสียงเบา หลายปีแล้วที่เขาไม่ได้กลับไปที่นั่น บ้านเกิดของเขา เขาจะรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่ได้นึกถึงหรือกลับไปที่นั่น แต่เพราะงานทำให้เขาไม่มีเวลาว่าง

 

อยากกลับก็กลับไปสิ อึนฮยอกบอกก่อนจะเปิดประตูรถออก ทงแฮเป็นคนอ่อนไหวอะไรนิดหน่อยมากระทบก็จะรู้สึกแย่ทันที แม้กระทั่งเขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อว่าทงแฮจะสามารถเป็นมือปืนได้ แต่การที่ชีวิตของทงแฮผ่านอะไรมามากมายคงทำให้เพื่อนคนนี้เข้มแข็งขึ้นมาก เพราะฉะนั้นเขาเลยอยากให้ทงแฮพักบ้างเช่นกัน

 

กลับได้ที่ไหนกันล่ะนายก็รู้ ตอนนี้โจกรุ๊ปกำลังโดนเล่นงานอยู่ สถานการณ์แบบนี้จะให้ฉันไปได้ยังไง

 

เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอกน่า โจกรุ๊ปยังมีคนมีฝีมืออีกเยอะแยะ นายทำหน้าที่ของนายได้สมบูรณ์แบบแล้ว และตอนนี้นายก็ได้เวลาที่จะพักบ้างแล้วเช่นกัน เพราะฉะนั้นถ้านายอยากจะกลับก็ไปเถอะ แล้วฉันจะบอกพี่อีทึกให้เอง ตบบ่าเพื่อนรักเบาๆก่อนจะขึ้นรถและขับออกไปทันทีเพื่อไม่ให้ทงแฮแย้งอะไรออกมาอีก

 

ดะ...เดี๋ยวสิอึนฮยอก!” ร้องเรียกไปก็ไม่ทันเสียแล้วตอนนี้ ทงแฮเลยได้แต่ถอนหายใจออกมาแรงๆ

 

ถ้านายอยากให้ฉันพัก ฉันก็จะพัก พูดขึ้นกับตัวเองเบาๆ พร้อมกับยิ้มบางๆ บางทีช่วงนี้การหลบไปอยู่ที่สงบๆ มันก็คงจะดีกว่า ถึงแม้จะยังห่วงทางนี้อยู่ก็ตาม

 

 

 

 

 

 

จบลงแล้วสำหรับการเรียนที่หนักหน่วงของวันนี้ คยูฮยอนถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายเมื่อคิดว่าต้องกลับไปอยู่ในการดูแลของการ์ดที่อีทึกสั่งให้มาคุ้มกันเขาอีกครั้ง ยังโชคดีที่อีทึกไม่สั่งให้เข้ามานั่งเรียนกับเขาด้วย ไม่งั้นคงอึดอัดตายแน่

 

ของทุกอย่างถูกเก็บลงกระเป๋าอย่างไม่เร่งรีบนัก ก่อนที่คยูฮยอนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องอย่างเชื่องช้า แต่เพียงก้าวเดินที่พ้นเขตประตูห้องออกมาเจ้าโทรศัพท์ที่อยู่ในกระเป๋าก็ร้องลั่น เบอร์ที่โชว์อยู่นั้นทำให้คยูฮยอนรู้สึกดีใจปนสงสัยไปพร้อมๆกัน

 

สวัสดีครับพี่ซองมิน....ได้ครับ....แล้วผมจะไปหานะครับ....แล้วเจอกันครับ บทสนทนาสั้นๆจบลงพร้อมกับใบหน้าครุ่นคิดของคยูฮยอน ซองมินโทรมาชวนเขาออกไปเที่ยวด้วยกัน งานนี้เขาคงต้องหนีการ์ดออกไปซึ่งแน่นอนว่าเอารถไปด้วยไม่ได้ เขาไม่คิดจะขัดคำสั่งของอีทึกแต่เพียงแค่อยากรู้ว่าอีทึกมีเหตุผลอะไรที่ต้องสั่งห้ามเข้าใกล้ซองมินแบบนั้น

 

พอได้เวลาเลิกเรียนการ์ดของคยูฮยอนจะมารออยู่ที่ทางลงอาคารเป็นประจำทุกวัน เพราะงั้นทางจะหนีออกไปได้นั้นยากมากนอกจากจะกระโดดหนีออกทางหน้าต่างซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว คยูฮยอนใช้ความคิดอยู่ซักพัก ก่อนจะเดินไปหาเพื่อนร่วมห้องเพื่อขอความช่วยเหลือ

 

นายช่วยไปบอกผู้ชายตัวใหญ่สองคนที่ยืนอยู่ตรงทางเข้าอาคารให้ทีนะว่าตอนนี้ฉันไม่สบายนอนอยู่ห้องพยาบาลให้รีบไปดูด่วน

 

ผู้ชายชุดดำนั่นใช่มั้ย เพื่อนของคยูฮยอนชี้ไปที่การ์ดซึ่งยืนทำหน้าเคร่งอยู่ นักศึกษาส่วนใหญที่นี่ชินเสียแล้วกับการมีชายชุดดำร่างใหญ่เดินวนเวียนอยู่ภายในมหาวิทยาลัย

 

ใช่ ขอบใจมากนะ พยักหน้าตอบก่อนจะเอ่ยคำขอบคุณและยืนรอดูผลงานของเพื่อนที่ขอความร่วมมือไป และเพียงแค่เพื่อนของเขาพูดจบประโยคเท่านั้นการ์ดร่างใหญ่ของคยูฮยอนทั้งสองคนก็รีบวิ่งไปจากตรงนั้นทันที

 

ขอบใจมากกวางฮี พรุ่งนี้เจอกัน คยูฮยอนวิ่งสวนเพื่อนร่วมห้องออกไปก่อนจะวิ่งตรงไปที่หน้ามหาวิทยาลัยโบกแท็กซี่เพื่อไปยังมหาวิทยาลัยศิลปะโซลทันที การหนีการ์ดครั้งแรกสำเร็จ

 

ในเวลาไม่นานนักก็มาถึงหน้ามหาวิทยาลัยซึ่งซองมินก็ยืนรออยู่แล้ว

 

พี่ซองมิน ขึ้นมาเลยครับ คยูฮยอนเปิดประตูรถแท็กซี่ออกพร้อมกับเรียกซองมินให้มาขึ้นรถ ดูหน้าแล้วซองมินคงแปลกใจไม่น้อยเลยที่เห็นเขาขึ้นรถแท็กซี่มาแบบนี้

 

ทำไมมารถแท็กซี่ล่ะ เมื่อขึ้นรถมาได้ซองมินก็เอ่ยถามทันที

 

พอดีว่าวันนี้รถผมเสียน่ะครับ แบบว่ามันกะทันหัน คยูฮยอนคิดข้อแก้ตัวได้เพียงเท่านี้ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้ซองมินเชื่อเท่าไหร่นัก แต่จะให้บอกว่าแอบหนีการ์ดออกมามันก็ยังไงอยู่ เขาไม่อยากซองมินรู้สึกว่าเขาตกอยู่ในอันตรายถึงขนาดต้องมีการ์ดมาคอยตามอยู่ตลอดเวลา  

 

แบบนี้ก็แย่สิ พี่ทำให้นายลำบากหรือเปล่าเนี่ย บอกกลับด้วยสีหน้าไม่ค่อยดีนักเหมือนคนที่กำลังรู้สึกผิด

 

ไม่หรอกครับ ไปแท็กซี่ก็สะดวกดีนะครับ ว่ามั้ย แถมไม่ต้องขับเองด้วย ว่าแต่เราจะไปไหนกันดี ตอบกลับด้วยรอยยิ้มทำให้ซองมินต้องยิ้มตามไปด้วย

 

ไปดูหนังกันมั้ย ช่วงนี้มีหนังเข้าใหม่หลายเรื่องเลย

 

ครับ พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม นานแล้วเหมือนกันที่เขาไม่ได้ออกมาเที่ยวแบบนี้ คงจะเป็นตั้งแต่ที่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยเพราะเขาต้องคอยช่วยงานที่บริษัทตลอดจนไม่มีเวลาว่างเลย จนบางที่เขาก็คิดอยากจะเป็นแบบซีวอนเหมือนกัน

 

การตัดสินใจในการเลือกเรื่องที่จะดูนั้นเป็นของซองมินซึ่งคยูฮยอนยอมตามใจเต็มที่ หลังจากเลือกได้แล้วกว่าหนังจะฉายก็อีกเกือบๆหนึ่งชั่วโมง ทั้งสองเลยใช้เวลาว่างในการเดินดูของที่ขายอยู่ชั้นล่างของโรงหนัง ซึ่งมีร้านขายของชำร่วย เสื้อผ้า กิ๊บช็อป และอื่นๆอีกหลายอย่าง

 

นายว่าสวยมั้ย ในขณะที่กำลังเดินดูนู้นนี้ไปเรื่อยเปื่อยซองมินก็หยิบนาฬิกาเรือนหนึ่งขึ้นมา มันเป็นนาฬิกาเรียบๆธรรมดา แต่ก็ดูหรูมากทีเดียว หน้าปัดล้อมด้วยคริสตัล สายเป็นหนังสีเทา ดูเรียบแต่หรู

 

ครับ สวยดี พี่ชอบเหรอ คยูฮยอนถามก่อนจะยกยิ้มเมื่อเห็นซองมินจับนาฬิกาเรือนนี้หมุนดูซ้ายขวาไม่ยอมวางซักที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าชอบแน่ๆ

 

พี่ว่ามันสวยดีน่ะ พูดจบก็วางมันลงไว้ที่เดิมและเดินไปดูของที่ร้านอื่น

 

คยูฮยอนมองตามซองมินไปก่อนจะหันกลับมามองที่นาฬิกาเรือนนี้อีกครั้ง ถ้าซื้อให้แล้วซองมินจะดีใจมั้ยนะ

 

ผมขอเรือนนี้นะครับ คยูฮยอนชี้ไปที่นาฬิกาเรือนที่ซองมินหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อกี้นี้ ถือซะว่าเป็นของขวัญที่ได้เจอกันหลังจากที่ห่างกันมาหลายปีก็แล้วกัน

 

เมื่อได้ของมาแล้วคยูฮยอนก็เก็บมันเอาไว้ในกระเป๋า เพื่อเอาไว้เซอร์ไพร์ซองมินทีหลัง เขาอยากเห็นหน้าซองมินตอนดีใจคงจะดูดีไม่น้อยเลย

 

ตลอดเวลาที่เดินดูของด้วยกันนั้นคยูฮยอนคอยจับตาดูพฤติกรรมของซองมินตลอด แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติเลยแม้แต่นิด ทั้งการพูด ทั้งท่าทางดูเป็นธรรมชาติและเหมือนตอนเด็กๆ ที่เคยอยู่ด้วยกันไม่มีผิดเพี้ยน ถึงเวลาเหล่านั้นมันจะไม่ได้มากมายอะไรและก็ผ่านมาเนิ่นนานแล้วก็ตาม แต่เขาก็ยังจำมันได้ขึ้นใจ

 

อีกเพียงไม่ถึงสิบนาทีก็จะได้เวลาที่หนังจะฉายทั้งสองคนจึงกลับขึ้นมาที่โรงหนัง ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของคยูฮยอนก็ดังขึ้น เจ้าตัวจึงต้องปลีกตัวออกมาคุย

 

(คยู! ตอนนี้นายอยู่ไหน) เพียงแค่กดรับเท่านั้นปลายสายก็ตวาดกลับมาทันที ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้คนที่โทรมาอยู่ในอารมณ์ไหน

 

โรงหนังครับ คยูฮยอนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ ไม่ได้หวั่นกลัวกับน้ำแสดงที่แสดงถึงความโมโหของพี่ชายคนสวยเลยแม้แต่น้อย การ์ดคงจะไปบอกแล้วสินะว่าหาตัวเขาไม่เจอ

 

(ไปกับใคร) อีทึกยังคงใช้น้ำเสียงในระดับเดิม เขาโมโหที่คยูฮยอนหนีการ์ดออกไปไหนคนเดียว ไม่เข้าใจเลยว่าคยูฮยอนกลายเป็นเด็กดื้อแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่  

 

พี่ซองมินครับ

 

(ซองมินงั้นเหรอ! พี่สั่งห้ามไม่ให้นายเข้าใกล้เค้า นายไม่เข้าใจหรือไง!”) เมื่อรู้ว่าตอนนี้คยูฮยอนอยู่กลับใครก็ยิ่งเพิ่มความโกรธให้อีทึกเข้าไปอีก หนีไปไม่พอยังไปอยู่คนกับที่เขาสั่งห้ามอีก

 

ไม่เข้าใจครับ ผมไม่เข้าใจเหตุผลที่พี่สั่งแบบนั้น คยูฮยอนเองก็เริ่มจะรู้สึกมีอารมณ์ขึ้นมาบ้าง จะมาสั่งหรือบังคับเขาอย่างน้อยก็ควรบอกเหตุผลให้รู้กันบ้าง

 

(โจคยูฮยอน!) อีทึกตะคอกกลับมาด้วยความโกรธอย่างที่สุด เขาไม่เคยนึกเลยว่าคยูฮยอนจะดื้อกับเขาได้ถึงขนาดนี้ ความเป็นห่วงของเขาคยูฮยอนไม่เคยรับรู้เลยหรือไง

 

ครับ นั่นชื่อผม ถ้าพี่ไม่มีอะไรแล้วแค่นี้นะครับ และถ้าอยากจะให้ผมทำตามก็ขอเหตุผลที่มันเข้าท่าด้วยนะครับ พูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที ที่ผ่านมาคยูฮยอนไม่เคยทำกริยาก้าวร้าวแบบนี้กับใครมาก่อน และอีทึกเองก็ไม่เคยตะคอกใส่เขาแบบนี้เช่นกัน เขาเองก็ไม่ได้ต่างจากเด็กเก็บกดนัก ไม่สามารถเที่ยวได้เหมือนเด็กรุ่นเดียวกัน ต้องทำงานตั้งแต่อายุเพียงสิบแปดโดยมีคนมากมายที่ต้องปกครอง ถ้าโดนคนรอบข้างกระตุ้นมากๆเขาอาจจะระเบิดเข้าซักวันก็ได้

 

ตลอดเวลาที่อยู่ในโรงหนังกว่าสองชั่วโมงคยูฮยอนไม่ได้สนใจสิ่งที่ฉายอยู่ตรงหน้าเท่าไหร่นัก เพราะอีทึกเอาแต่โทรจิกจนเขาต้องปิดเครื่องไป ซองมินเองก็สังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้ทักอะไรออกมา จนกระทั่งหนังจบคยูฮยอนก็อาสาจะไปส่งซองมินที่บ้านแต่กลับโดนปฏิเสธไป

 

อย่าลำบากเลย นายไม่ได้เอารถมานี่ ซองมินบอกด้วยสีหน้าเกรงใจ พลางมองหาแท็กซี่เพื่อจะโดยสารกลับบ้าน

 

ตอนนี้ทั้งสองคนนั้นยืนอยู่หน้าโรงหนัง เวลาตอนนี้เกือบสองทุ่มแล้ว ท้องฟ้าตอนนี้มืดสนิท ไฟตามท้องถนนถูกเปิดเป็นแนวยาวเพื่อให้ความสว่างไสว ผู้คนที่ชอบเที่ยวในยามค่ำคืนแบบนี้ก็เริ่มเพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ

 

ก็ได้ครับ คยูฮยอนยิ้มรับ ยอมตามใจซองมินไม่ดื้อดึงไม่ส่งเพราะตัวเขาเองนั้นก็ไม่สะดวกอย่างที่ว่าจริงๆ อีกอย่างที่บ้านเขาตอนนี้คงวุ่นวายกันน่าดู กลับไปไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง

 

งั้นพี่ไปก่อนนะ บอกก่อนจะเดินไปเปิดประตูรถแท็กซี่ที่โบกมาจอกเมื่อซักครู่นี้ ถ้าไม่ติดว่าคยูฮยอนรั้งข้อมือเอาไว้ซะก่อน

 

พี่ซองมินครับ มือข้างหนึ่งรั้งข้อมือเล็กไว้ส่วนมืออีกข้างก็หยิบถุงพลาสติกที่บรรจุกล่องสี่เหลี่ยมเล็กๆออกมาจากกระเป๋าก่อนจะยื่นไปให้คนตรงหน้า

 

อะไรน่ะ มองของที่อยู่ในมือกับหน้าของคยูฮยอนสลับกันไปมาพลางขมวดคิ้วเล็กน้อย

 

ของขวัญจากผม....กลับบ้านดีๆนะครับ ยื่นของไปตรงหน้าซองมินอีกครั้ง เมื่ออีกฝ่ายรับแล้วเรียบร้อยก็ทำการดันหลังให้เดินไปที่รถ เปิดประตูดันให้เข้าไปในรถบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับและปิดประตูให้เรียบร้อย

 

เมื่อส่งซองมินกลับบ้านแล้วคยูฮยอนก็เอาแต่ยืนยิ้มอยู่กับตัวเอง ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยซื้อของขวัญให้ใครมาก่อน เพราะปกติจะเป็นแต่ฝ่ายรับเท่านั้น เลยรู้สึกว่าทำอะไรไม่ค่อยถูก จากที่คาดว่าอยากจะได้เห็นรอยยิ้มของซองมิน เขากลับลนลานรีบให้ซองมินกลับไปหลังจากให้ของเสร็จ

 

หวังว่าพี่จะรักษามันอย่างดีนะครับ พูดขึ้นกับตัวเองเบาๆก่อนจะเรียกแท็กซี่เพื่อกลับบ้าน และจากใบหน้าที่ดูมีความสุขเมื่อกี้นี้ก็เปลี่ยนไปในทันทีเมื่อนึกถึงบุคคลที่ต้องกลับไปเผชิญหน้า ขัดคำสั่งแถมก้าวร้าว อีทึกต้องแจ้งเรื่องนี้ให้พ่อเขารู้เป็นแน่

 

 

 

คิดไว้ไม่ผิดจริงๆว่านายต้องซื้อมัน กล่องสี่เหลี่ยมที่บรรจุนาฬิกาเรือนสวยไว้ดานในถูกเปิดออก ซองมินหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะพึมพำขึ้นกับตัวเอง ตอนที่ดูนาฬิกาเรือนนี้เขาจงใจพูดออกไปแบบนั้น แต่นั้นก็เพราะเขาชอบมันจริงๆ และคิดว่าคยูฮยอนต้องซื้อมันให้แน่ๆ

 

                ถ้าไม่ติดว่านายเป็นลูกของมันฉันคงหลงรักนายไปแล้วคยูฮยอน มองดูนาฬิกาเรือนนี้อีกครั้งก่อนจะเก็บมันไว้ที่เดิม ไม่แปลกเลยจริงๆที่ใครต่อใครก็หลงรักคนๆนี้

 

 

 

 

                การเดินทางสิ้นสุดลงแล้ว คยูฮยอนก้าวลงมาจากรถยืนมองบ้านหลังใหญ่โตที่เขาอาศัยอยู่มาตั้งแต่เด็ก การ์ดร่างใหญ่สองคนที่เขาคุ้มกันเขามาตลอดหลายวันรีบวิ่งเขามาหาทันทีเมื่อเห็นเขายืนอยู่ ประตูรั้วๆค่อยๆเลื่อนเปิดออกทีละน้อย คยูฮยอนเดินตรงเข้าไปภายในโดยไม่สนใจการ์ดที่วิ่งเข้ามาซักถามด้วยความเป็นห่วงเลยแม้แต่น้อย

 

                กลับมาได้แล้วเหรอ!” ฮยอนจินเค้นถามเสียงต่ำเมื่อเห็นลูกชายคนเล็กของตนเดินเข้ามาภายในห้องรับแขก

 

                คยูฮยอนไม่ได้ตอบอะไรกลับไปยังคงยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น สายตานิ่งเรียบกวาดมองไปรอบห้อง ในที่นี่มีเพียงพ่อ อีทึกและอึนฮยอกอยู่เท่านั้น

 

                ทำไมแกถึงขัดคำสั่งของอีทึก!! แกคิดจะทำอะไรถึงได้ไปกับซองมินแบบนั้น!!” ฮยอนจินลุกขึ้นจากที่นั่งถลาเข้ามาหาคยูฮยอน เสื้อเชิ้ตสีขาวถูกคว้าคอเข้ามากระชากถามด้วยอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ

 

                แล้วพ่อคิดอะไรอยู่ล่ะครับถึงได้สั่งห้ามผม ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนใดๆเลยแม้แต่น้อย แต่สายตาที่ไม่อยู่ในโอวาทของคยูฮยอนนั้นยิ่งเพิ่มอารมณ์โกรธของฮยอนจินเข้าไปอีก

 

                โจคยูฮยอน!!!” ตะคอกใส่หน้าลูกชายเสียงดังลั่นจนอีทึกกับอึนฮยอกต้องเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน เพราะถ้าขืนปล่อยให้ฮยอนจินทำอยู่แบบนี้อาการป่วยอาจจะทรุดเอาก็เป็นได้ ถึงแม้ว่าคยูฮยอนจะไม่ได้ทำอะไรรุนแรงโต้ตอบกลับมาก็ตาม

 

                พอเถอะครับ ผมว่าคุยกันดีๆ จะดีกว่านะครับ อีทึกพยุงฮยอนจินให้กลับมานั่งลงที่เดิม ส่วนอึนฮยอกก็พาคยูฮยอนไปนั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟา

 

                เอาล่ะคยู ถ้านายอยากรู้เหตุผลที่พี่สั่งออกไปแบบนั้น นายกับอึนฮยอกก็จะได้รู้พร้อมกันตอนนี้ พูดจบอีทึกก็เปิดโน้ตบุ๊กพร้อมกับหยิบเอกสารทุกอย่างออกมา รวมไปถึงเหรียญและมีดที่สลักรูปตัว L ไว้ด้วย

 

                เหรียญกับมีดนี่ครอบครัวลีเป็นคนสั่งทำ และเหรียญนี้พี่เก็บมันได้ตอนที่นายพาซองมินมาที่บ่อน มันตกอยู่ตรงที่ที่ซองมินนั่งอยู่พอดี อีทึกวางเหรียญอีกเหรียญไว้บนโต๊ะก่อนจะเริ่มเล่าต่อ

 

                และเยซองก็มาบอกกับพี่ว่าเขารู้จักคนชื่อมุนอาซึ่งจริงๆแล้วคนๆนั้นคือซองมิน โดยรู้จักผ่านเด็กที่ชื่อแฮงอุนแต่คิดว่าน่าจะเป็นชื่อปลอมที่ถูกตั้งขึ้นมา ตอนนี้พี่ให้เยซองไปสืบเรื่องของเด็กคนนี้อยู่แต่ยังไม่ได้อะไรกลับมา ส่วนผู้ชายคนนี้ชื่อคิมคิบอมคาดว่าจะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับครอบครัวลีรูปที่เยซองถ่ายได้ถูกวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะ คยูฮยอนหยิบรูปพวกนั้นขึ้นมาดูแล้วก็ได้แต่ขมวดคิ้วมุ่น

 

                พี่พูดเรื่องอะไรของพี่ครับ พี่จะบอกว่าเรื่องการลอบทำร้ายคนของเราเป็นฝีมือของซองมินงั้นเหรอทิ้งรูปที่ดูอยู่ลงที่เดิมก่อนจะถามพี่ชายเสียงเครียด

 

                อย่างที่นายเข้าใจนั่นแหละคยู คนที่เราตามหากันมานานที่แท้ก็อยู่ใกล้ตัวเราแค่นี้ ทุกๆครั้งเป็นฝีมือของครอบครัวลี พี่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงมือบ้าง แต่หนึ่งในนั้นคือซองมิน และที่เขาเข้ามาตีสนิทกับนายแบบนี้ มันไม่ปลอดภัยสำหรับนาย

 

                พี่จะให้ผมเชื่องั้นเหรอ แล้วเหตุจูงใจล่ะครับ มีเหตุผลอะไรที่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ คยูฮยอนยังคงไม่เชื่อกับสิ่งที่ตนเองได้ยิน ถึงหลักฐานจะมากองอยู่ตรงหน้าแล้วก็ตาม ทั้งใบสัญญาจ้างทำเหรียญกับมีด รวมไปถึงรูปและประวัติ ส่วนอึนฮยอกนั้นก็ได้แต่นั่งฟังอยู่เงียบๆ

 

                นายคงรู้ว่าครอบครัวลีหายไปเมื่อห้าปีก่อน แต่ที่นายไม่รู้คือลีซองวอนพ่อของซองมินนั้นโดนยิงตาย อีทึกเว้นจังหวะในการพูดหันไปมองฮยอนจิน เพราะเขาคิดว่าให้เจ้าตัวพูดออกมาเองน่าจะดีกว่า

 

                แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกเราล่ะครับ เมื่อมีช่องว่างคยูฮยอนก็แย้งขึ้นทันที ความจริงแบบนี้เขารับมันไม่ได้หรอก

 

                เพราะสาเหตุที่ทำให้ซองวอนตายคือฉันเอง ฮยอนจินโผล่งขึ้นมาเมื่อคยูฮยอนพูดจบทำเอาคนที่หุนหันถามออกมาเมื่อกี้เงียบไปในทันที

 

                พ่อว่าไงนะครับ ถามกลับออกมาเสียงเบา พ่อของเขาเป็นคนทำให้พ่อของซองมินตายอย่างนั้นเหรอ

 

                ฟังไม่ผิดหรอกคยูฮยอน พ่อเป็นต้นเหตุที่ทำให้ซองวอนตาย ทั้งที่เป็นเพื่อนสนิทกันแต่พ่อกลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้ เพราะความกลัวและความรู้สึกผิดทำให้พ่อไม่กล้ากลับไปสู้หน้าครอบครัวลี ไม่แปลกที่เขาจะกลับมาทำกับเราแบบนี้ ฮยอนจินพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมากทีเดียว ถึงเรื่องราวมันจะผ่านมานานเท่าไหร่จะความรู้สึกผิดมันก็ยังไม่เคยจางหายไป

 

                มาถึงตอนนี้ทั้งห้องก็เงียบกริบ คยูฮยอนดูเหมือนจะเป็นคนที่ช็อคที่สุดเมื่อได้ฟังเรื่องทั้งหมด ทั้งเรื่องซองมินที่กลับกลายเป็นผู้ร้าย และพ่อของเขาที่กลายเป็นต้นเหตุทำให้เกิดเรื่องบ้าๆแบบนี้ขึ้น

 

                ตอนนี้ฉันจะไม่สั่งให้พวกเรากลับไปโจมตีครอบครัวลีกลับหรอกนะ แต่ถ้าครอบครัวลีมีการลงมืออีกเมื่อไหร่ ให้เราโต้กลับทันที




kr...Talk
อ๊ากก!!! และแล้วกี้ของเราก็รู้ความจริงซะแล้ว
คราวนี้กี้กับมินจะเจอกันงัยเนี่ย
เรื่องราวชักเจ็มจ้นมากขึ้นแล้ว
สำหรับเม้นที่เดาว่าอุกกี้โดนจับ ขอแสดงความเสียใจด้วยนะจ๊ะ
ถ้าตอบถูกไรเตอร์กะจะหาของรางวัลให้ซะหน่อย
ถ้าคิมฮีเราได้ออกโรงละก็ ได้โปรดอย่าคิดว่าเรื่องนี้จะมีความโชคดีและปราณีเลย(โหดไปไหม)
แล้วเค้าจะจับพี่เย่ไปทำอะไรกัน ข่มขืนเหรอ?
ฝั่งด๊องคงยังค้นหาคำตอบของใจตัวเองไม่ได้ เลยต้องหนีไปที่อื่นเลย
ความจริงไรเตอร์มีจุดประสงค์
โฮะๆๆ ฮยอกของไรเตอร์โหดได้ใจมาก เข้ากับหน้าตาปัจจุบันของฮยอกจริงๆ
ไปยิงเค้า แล้วตัวเองล่ะจะโดนอะไร ดูตื่นเต้นไปหมดจริงๆ
เจอกันครั้งหน้าดีกว่า

ห้ามลืม อ่าน+เม้น+โหวต+ป่าวประกาศ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,561 ความคิดเห็น

  1. #1543 suju-girl (@suju-girl) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2557 / 05:20
    พี่เย่ถูกจับได้....อะไรกันง่ายขนาดนั้นอ่ะ แล้วจะเป็นรัยไหมเนี้ยห่วงจัง
    #1543
    0
  2. #1523 pizzer (@pizzieploy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 เมษายน 2556 / 20:36
    พี่เย่จะเป็นไรมั้ยนิ
    #1523
    0
  3. #1500 kyumin (@dede7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มีนาคม 2556 / 03:19
    พี่เย่จะเป็นอะไรมากมั้ยเนี่ย คยูฮยอนรู้ความจริงแล้ว อ๊ากกกก!!!!
    #1500
    0
  4. #1471 prang (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2555 / 21:18
    เจ๊ ทำอย่าทำรุนแรงกับเย่นะ
    #1471
    0
  5. #1425 love cnblue bigbang 4ever (@proud-bioce-vip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2554 / 23:04
    ฮีนิมจะทำอะไรเยเย่อ่ะ
    เรื่องราวมันเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆเลยนะคะเนี้ย
    #1425
    0
  6. #1393 Kwai Triple S (@love-jesusmak) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2554 / 13:05
    พี่เย่โดนจับไปแล้ว T^T

    คยูรู้เรื่องแล้วจะเป็นไงต่อล่ะนี่
    #1393
    0
  7. #1367 E.L.F & B2uty (@arcobaleno18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2554 / 05:47

    คยูรู้ความจริงเเล้ว จะทำไงต่อละเนี่ย
    เข้มข้นจริงๆ ดราม่า ดราม่า

    #1367
    0
  8. #1363 far_fah_far (@farfahfar) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2554 / 19:07
    ทำไงดี0.0
    เรื่องชักวุ่นวายแล้ววว
    #1363
    0
  9. #1326 Sweet Pain (@sweet-pain) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กันยายน 2554 / 02:38
    รักของคยูมิน ชั่งลำบากกกกกก  55+


    พี่เย่โดนจับป
    จะโดนทำอะไรเนี่ย?
    #1326
    0
  10. #1300 tanphon (@natthaphong) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2554 / 18:51
    สงสารคยูอ่ะ ซองมินด้วย ทำไมถึงรักกันไม่ด้ายยยยยย!!! เศร้าจริงๆ

    พี่เย่ยังมาโดนจับไปอีก ดงแฮก็กลับบ้าน โอ๊ย!! มึน
    #1300
    0
  11. #1268 Swamp Cabbage (@princesscloud) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2554 / 21:00
    โฮกกกกกกก พี่เย่โดนจับไปแล้วอ่า

    คยูคงช๊อกน่าดู สงสารคยู
    หมวยน่าจะรู้เรื่องนี้ด้วย
    ระวังหมวยจะโดนบอมจับไปนะ
    #1268
    0
  12. #1236 Peach_Hesitation (@peachsshi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2554 / 22:06
    เครียดดดดดดดดดด

    มันจะเป็นไงต่อไปนะ ลุ้นจริงๆเลย
    #1236
    0
  13. #1193 Demon_Queen (@nisccynava) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2554 / 22:49
    สงสารกี้ กี้รักมินเข้าแล้วสินะ...
    #1193
    0
  14. #1140 ORIP. (@kotchagorn) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 13:23
     รู้แล้วสินะกี้ ToT จะเป็นยังไงต่อล่ะเนี่ย
    #1140
    0
  15. #1129 ~Innocent~ (@justmind1994) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2554 / 10:57
    ถ้าซองวอนไม่ตาย
    คยูมินคงได้ลงเอยกันไปนานแล้ว
    ถ้าฮยอนจินไม่ใจร้อน ซองวอนก็ไม่ตาย
    ในทางกลับกัน
    ถ้าฮยอนจินกลับมาดูแลครอบครัวลี ความอาจจะไม่ก่อเกิด
    ถ้าฮโยริไม่แค้น ลีมินก็ไม่ต้องฆ่าใคร
    เหอๆ เงื่อนงำเยอะไปไหนเนี๊ย
    กี้กงช็อคนะ มินก็ระวังตัวด้วย
    ส่วนเย่ ขอให้รอดพ้นเงื้อมมือนางพญา = =
    #1129
    0
  16. #1073 BelL (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 เมษายน 2554 / 15:31
    พี่คยู ทัมจัยดีๆไว้



    พี่มิน ระวังตัวนร๊า
    #1073
    0
  17. #1049 Fmafia (@fmafia) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 เมษายน 2554 / 16:40

    คยูช๊อคหนักเลย

    #1049
    0
  18. #1031 Chokyu LUV Leemin (@onlykyumin137) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มีนาคม 2554 / 19:43
    กี้รู้ความจริงแล้วอ่ะ
    ชอบนิสัยกี้เรื่องนี้อ่ะ
    อ่อนโยนนิสัยดี แต่จริงจัง
    แล้วทีนี้คุณชายของเราจะทำยังไงล่ะ
    #1031
    0
  19. #1001 joyce_larts (@joycema24) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มีนาคม 2554 / 00:52
    ยิ่งอ่านๆ ไปรู้สึกสงสารกี้อ่ะ นี่มันรักในรอยแค้ันชัดๆ เลย หรือโรมิโอกับจูเลียตก็มิปาน มินจะไม่รักกี้ขึ้นมาบ้างเลยเหรอ แล้วรักหรือแค้นอันไหนจะเป็นฝ่ายมีชัยล่ะเนี่ย
    #1001
    0
  20. #970 eye love sj13 (@eye-love-sj13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2554 / 17:11
    เจ๊จะทำไรพี่เย่อ่ะ

    สงสารคยู
    #970
    0
  21. #942 m___??? (@memay-boo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2554 / 21:22
    สงสารกี้อะ

    แต่พี่เย่ตอนนี้เป็รยังไงบ้างหว่า
    เจ๊จะทำไรเย่อะ
    #942
    0
  22. #844 deena (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 01:02
    เเมวเหมียวใจร้ายท่านเป่าเย่ของฉันโดนเจ้โหดจับไปเเร้วอ่ะ



    ทำงายดี

    ด๊องก็มาหลงมารยาของบอมเข้า โอ้ย

    ปวดหัวเวง้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย



    เรื่องจะเป้นยังไงนี้

    ให้วอนกดเจ้ฮีหลักๆเลยดิ



    จะได้ลุกขึ้นมาทำอะไรไม่ได้อีก
    #844
    0
  23. #750 A๐mmy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 กันยายน 2553 / 16:16
    สงสารอุคกี้จัง



    เจ๊จะทำอะไรกับพี่เย่อ่ะ



    กี้รู้ความจริงแล้ว



    ทีนี้กี้จะทำไงต่อไปล่ะ
    #750
    0
  24. #735 ployshadow (@ployyou) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 กันยายน 2553 / 15:05

    คิมฮีจะทำอะไรพี่เย่หรือเปล่า
    คยูเอาชนะใจมินให้ได้
    มินรักคยูไปแล้วใช่ไหมอ้ะ

    #735
    0
  25. #708 เพกา (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กันยายน 2553 / 01:31
    รู้ความจริงแล้วสินะ ช้าไปหรือเปล่า



    แต่จะหยุดหัวใจของโจวคยูฮยอนได้หรือเปล่า



    ในเมื่อทุกอย่างกำลังเริ่มต้นแต่มาสิ้นสุดเพราะคนเป็นพ่อ



    คนน่าสงสารที่สุดคงไม่พ้นโจวคยูฮยอน



    #708
    0