บ่วงรัก เกมริษยา

ตอนที่ 2 : บทที่ 2 คฤหาสน์ภูมิชนก (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    6 มี.ค. 53

บทที่ 2

            หลังจากฝ่ามรสุมจากถนนสายที่มีสภาพคล้ายลานจอดรถขนาดยักษ์กลางเมืองมาได้อย่างทุลักทุเล ในที่สุดภาสกรก็พาทุกคนมาถึงหน้าบ้านของนิตยา

ภาวินีเอ่ยถามเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วงเมื่อมองเข้าไปในบ้านแล้วดูท่าทางเหมือนกับว่าจะไม่มีใครอยู่ในนั้นเลยสักคน แต่นิตยาก็ได้ให้คำตอบว่าขณะนี้ป้าเธอคงยังไม่กลับจากวัด โดยปกติแล้วป้าของเธออยู่คนเดียวคงจะเหงาจึงอาศัยเวลาในช่วงกลางวันเข้าไปคอยช่วยทำกิจกรรมต่างๆ ในวัด พอถึงเวลาเย็นป้าของเธอก็คงจะกลับมา ก่อนจะรีบกล่าวอำลาเพื่อนพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณพ่อและแม่รวมถึงพี่ชายของเพื่อนที่อุตส่าห์มาส่งถึงที่บ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วบ้านของเธอกับภาวินีนั้นอยู่กันคนละเส้นทาง

ภาสกรลงมายกข้าวของของนิตยาออกจากท้ายรถมากองไว้ตรงหน้าประตูบ้าน พร้อมกับทำท่าว่าจะหันหลังเดินกลับไปขึ้นรถ แต่แล้วเสียงของภาวินีก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

พี่ภาสคะ ช่วยนุ่นเขาถือกระเป๋าเข้าไปในบ้านหน่อยสิคะ ข้าวของเยอะแบบนี้ ใจคอพี่จะปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ ลากกระเป๋าใบโตเข้าไปเองคนเดียวหรือไง น้องสาวตัวดีรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนของตนมีท่าทางสนใจพี่ชายอยู่บ้าง จึงแกล้งพูดเพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองคนได้ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยที่ตัวเองนั้นเพียงแค่เปิดกระจกเลื่อนลงมาแล้วยื่นหน้าส่งรอยยิ้มกวนๆ มาให้ผู้เป็นพี่ที่ได้แต่ชักสีหน้าไม่พอใจตอบกลับไป

            ไม่เป็นไรค่ะพี่ภาส เดี๋ยวนุ่นยกเข้าไปเองคนเดียวได้ นิตยาพูดกับพี่ชายของเพื่อนรักอย่างเกรงอกเกรงใจ ไหนจะต้องขับรถมาส่งเธอถึงที่บ้านแล้ว แม่เพื่อนตัวดียังใช้แรงงานให้เขามาช่วยขนสัมภาระอีก จึงได้ปฏิเสธไปอย่างสุภาพพร้อมกับพยายามที่จะลากกระเป๋าเดินทางใบโตสองใบกับกระเป๋าใบย่อมๆ อีกใบเข้าประตูบ้าน แต่ท่าทางเก้ๆ กังๆ แบบนั้น ทำให้ภาสกรจำใจต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลืออย่างเสียไม่ได้

            ใบใหญ่สองใบนั่นส่งมาให้ผมเถอะ คุณถือกระเป๋าใบเล็กนี่เข้าไปก็แล้วกัน

หญิงสาวรับคำแล้วรีบเข้าไปจัดการกับกระเป๋าใบเล็กที่พี่ชายของเพื่อนส่งมาให้ ก่อนจะรีบควานมือลงไปในกระเป๋าเพื่อล้วงเอากุญแจบ้านออกมาไขเปิดประตูด้วยท่าทางลนลาน แล้วเดินนำชายหนุ่มเข้าไปในตัวบ้าน เมื่อเข้ามาถึงแล้วเธอจึงบอกให้เขาวางสัมภาระทั้งหมดลงที่พื้นในห้องรับแขก

            วางไว้ตรงนี้ก่อนก็ได้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะพี่ภาส ดื่มน้ำก่อนนะคะ เดี๋ยวนุ่นเข้าไปจัดให้ เอ...หรือว่าจะรับเป็นกาแฟดีคะ

นิตยากล่าวขอบคุณแล้วจึงชวนภาสกรดื่มน้ำและพักผ่อนเปลี่ยนอิริยาบถสักครู่ก่อนที่เขาจะต้องกลับไปประจำตำแหน่งคนขับรถจำเป็นอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มกลับปฏิเสธคำเชิญนั้น

ไม่เป็นไรครับ พอดีผมมีธุระต้องรีบกลับไปจัดการน่ะ ขอตัวก่อนนะ ขณะที่เขากำลังจะเดินออกไปนั้น นิตยาที่เดินตามออกมาส่งกลับสะดุดกระเป๋าตัวเองที่วางเกะกะอยู่ตรงประตู ทำให้เธอเสียหลักจนเกือบจะล้มแต่โชคยังดีที่ภาสกรหันมาเห็นและช่วยพยุงเธอไว้ได้ทันท่วงที สัมผัสที่ใกล้ชิดจนลมหายใจแทบรดกัน ทำให้หญิงสาวผู้อ่อนต่อโลกถึงกับชะงักงันไปด้วยหัวใจที่เต้นแรงแทบไม่เป็นจังหวะ สายตาเธอประสานกับสายตาของเขาจนเผลอคิดจินตนาการไปถึงไหนต่อไหน

ปิ๊น!

เสียงแตรรถดังขึ้นหลังจากคนในรถที่รู้สึกว่าคนทั้งสองหายไปนานจนผิดสังเกต ภาสกรเป็นฝ่ายได้สติก่อน เขาถามหญิงสาวที่อยู่ในอ้อมกอดเสียงดัง

            เป็นอะไรรึเปล่า แม้น้ำเสียงจะฟังดูเหมือนตะคอก แต่นิตยากลับรู้สึกว่าน้ำเสียงของเขาที่ไถ่ถามอย่างห่วงใยนั้นนุ่มนวลราวคำกระซิบของเจ้าชายในนิทานปรัมปราก็ไม่ปาน

            มะ...ไม่เป็นไรค่ะ เธอตอบพลางหันหน้าไปทางอื่นเพื่อไม่ให้เขาเห็นใบหน้าที่รู้สึกได้ถึงความร้อนผะผ่าวและกลายเป็นสีแดงก่ำของเธอ

            ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว งั้นผมขอตัวก่อนแล้วกัน ล็อกประตูบ้านให้ดีล่ะ เป็นผู้หญิงอยู่บ้านคนเดียวมันอันตราย” 

ภาสกรกล่าวลา พร้อมกำชับให้เธอระมัดระวังตัวเองให้ดี ประโยคนั้นสร้างความประทับใจให้แก่นิตยาที่มีต่อชายหนุ่มผู้ซึ่งเป็นพี่ชายของเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว เธอกล่าวขอบคุณเขาอย่างจริงใจแล้วจึงยกมือขึ้นไหว้พร้อมกล่าวคำอำลา จากนั้นเขาจึงรีบวิ่งกลับยังไปพาหนะคันหรูที่จอดรออยู่หน้าประตูบ้าน

            เมื่อพี่ชายกลับขึ้นมานั่งประจำที่คนขับแล้ว เสียงน้องสาวตัวแสบก็ดังลอยข้ามมาถึงโซนหน้าพร้อมกับคำถาม

            พี่ภาสเข้าไปทำอะไรในบ้านยายนุ่นตั้งนานคะ ดูสิจอดรถติดเครื่องทิ้งไว้จนบ้านข้างๆ เขาจะเอารองเท้าปารถแล้วเนี่ย บอกมาซะดีๆ นะ มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะน้ำเสียงร่าเริงแกมหยอกล้อนั้น ทำให้ชายหนุ่มกลับมาหงุดหงิดอีกครั้ง เขาไม่ตอบคำถามของเธอ ได้แต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถกลับบ้านต่อไป ปล่อยให้น้องสาวตัวป่วนได้แต่ทำแก้มป่องฮึดฮัดขัดใจอยู่คนเดียวที่พี่ชายไม่ยอมรับมุกอะไรกับเธอเลยสักนิดเดียว

            ไม่นานนักรถยนต์คันใหญ่ขนาดเจ็ดที่นั่งก็แล่นเข้ามาสู่อาณาเขตบ้านตระกูลภูมิชนก ที่ใหญ่โตและหรูหราจนสามารถที่จะเรียกว่าเป็นคฤหาสน์ได้ บริเวณรอบๆ บ้านประดับประดาไปด้วยประติมากรรมแบบโรมันสีขาว ตัดกับสีเขียวชอุ่มของต้นไม้หลากหลายพันธุ์ปลูกเอาไว้โดยรอบ เหล่าคนสวนต่างกำลังตัดแต่งกิ่งใบเป็นรูปร่างต่างๆ ด้วยท่าทางขะมักเขม้น

พอเห็นว่ารถคันโตที่มีนายน้อยของบ้านเป็นผู้ขับแล่นมาจอดสนิทตรงเชิงบันไดขึ้นตัวบ้าน บรรดาคนงานต่างก็กรูกันเข้ามาต้อนรับการกลับมาของนายหญิงน้อยแห่งบ้านภูมิชนกด้วยความยินดี

            ภาวินีลงมาจากรถพร้อมกับพูดคุยทักทายทุกคนอย่างเป็นกันเอง คนที่สนิทชิดใกล้อย่างแม่บ้านสูงวัยที่คอยดูแลเธอมาแต่อ้อนแต่ออดถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปีติยินดี หญิงสาวตรงเข้าสวมกอดแม่บ้านเก่าแก่แน่นด้วยความคิดถึง

            ป้ามะลิ หนูคิดถึงป้าจังเลยค่ะ ไม่ได้เจอกันตั้งสี่ปี ทำไมป้ายังดูสวยไม่สร่างเลยนะคะเนี่ย เธอกล่าวทักทายพร้อมทั้งหยอดคำหวานใส่หญิงสูงวัย

แหม คุณหนูนีละก็ คิดถึงป้าหรือคิดถึงอาหารฝีมือป้าแก่ๆ คนนี้กันคะ แต่คงต้องเสียใจด้วยแล้วละ เพราะวันนี้คุณผู้หญิงเธอเป็นคนลงครัวเองเลยนะคะ ท่านตื่นมาตั้งแต่เช้าเพื่อเตรียมอาหารเย็นวันนี้ไว้เพื่อคุณโดยเฉพาะเลยค่ะ นางหัวเราะทั้งน้ำตาพลางเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้กัน

            โธ่ ป้ามะลินี่ละก็ รู้ทันนีอีกแล้วนะ ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ทานฝีมือคุณแม่ก่อน ไว้พรุ่งนี้ค่อยทานฝีมือป้ามะลิก็ได้เนอะภาวินีทำท่ากระเง้ากระงอดที่ถูกรู้ทัน ฝ่ายคุณพิศมัยเห็นลูกชายคนโตทำท่าว่าจะขับรถออกไปข้างนอกอีกจึงได้เรียกเอาไว้

            ภาส แกจะไปไหน น้องเพิ่งกลับมาบ้านก็น่าจะอยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันหน่อยสิ

            แต่ผมมีงาน...” ภาสกรแย้งขึ้น แต่ก็ถูกคุณพิศมัยสวนกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

            งานกับครอบครัว อะไรสำคัญกว่ากัน หัดรู้จักแยกแยะเสียบ้างสิ ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะ แล้วลงมาให้ตรงเวลาด้วย

            ครับ ชายหนุ่มทำได้เพียงแค่รับคำสั้นๆ แล้วจึงก้มหน้าเดินคอตกขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้าน

ภูรินทร์มองตามลูกชายไปอย่างสงสาร ก่อนจะหันมาตัดพ้อกับภรรยา

            คุณนี่ก็เหลือเกิน ยังไงตาภาสมันก็ได้ชื่อว่าเป็นลูกเรา ทำไมต้องไปดุมันนักหนาด้วยล่ะ เอ้อ...จริงสิ นีพ่อว่าลูกเดินทางมาทั้งวันคงจะเหนื่อยแล้วใช่ไหม ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าพักผ่อนสักหน่อยแล้วค่อยลงมากินข้าวเย็นพร้อมกันนะลูก พ่อเองก็อยากพักบ้างเหมือนกัน ขึ้นห้องดีกว่า ปล่อยแม่เขาเถอะ

            ชายสูงวัยผู้เป็นเจ้าของบ้านหันมาเห็นว่าลูกสาวยืนมองเขาและภรรยาคุยกันด้วยแววตาสงสัย จึงหันมาคุยกับลูกสาวพร้อมทั้งโอบร่างบางนั้นเข้ามากอดหลวมๆ แล้วพากันเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสอง ท่ามกลางสายตาของคุณพิศมัยที่มองค้อนสามีอย่างนึกเคือง แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมทำอาหารมื้อพิเศษในเย็นวันนี้

            คุณพ่อคะ ไม่รู้หนูคิดไปเองรึเปล่า แต่หนูรู้สึกเหมือนกับว่าคุณแม่มีเรื่องอะไรไม่พอใจพี่ภาสอยู่ใช่ไหมคะ หญิงสาวเอ่ยถามอย่างสงสัยใคร่รู้ จะว่าไปท่าทางของทั้งสองคนก็ดูแปลกตั้งแต่ตอนเจอกันครั้งแรกที่สนามบินแล้ว

            ไม่มีอะไรหรอก ลูกอย่าคิดมากเลย เจ้าภาสมันงานเยอะก็เลยหงุดหงิด ส่วนแม่เขาก็คงใกล้วัยทองแหละมั้ง อารมณ์ก็เลยขึ้นๆ ลงๆ อย่าใส่ใจเลย พ่อว่าลูกรีบไปอาบน้ำพักผ่อนก่อนดีกว่านะ ภูรินทร์กล่าวตอบคำถามนั้นด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ภาวินีจึงได้แต่พยักหน้าอย่างนึกขัน เห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นพ่อขึ้นมาทันที ชายสูงวัยลูบหัวลูกสาวสุดที่รักเบาๆ แล้วจึงผละแยกตัวไปที่ห้องของตัวเอง

 

            เมื่อใกล้ถึงเวลาอาหารเย็น ภาวินีจึงเปิดประตูออกมาจากห้องกำลังจะเดินลงบันไดไปยังห้องรับประทานอาหารที่ชั้นล่าง ก็บังเอิญได้ยินเสียงของพี่ชายดังแว่วออกมาจากห้องข้างๆ ที่เปิดประตูแง้มเอาไว้เล็กน้อย

            ผมบอกแล้วไงผมไปไม่ได้ น่าจะรู้นะ อืม แค่นี้นะสิ้นเสียงของภาสกร ชายหนุ่มก็เปิดประตูห้องออกมาพอดี เขาทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นน้องสาวยืนเก้ๆ กังๆ อยู่หน้าห้อง

            เอ่อ คือ นีว่าจะมาเรียกพี่ภาสไปกินข้าวพร้อมกันน่ะค่ะ แล้วเมื่อกี้...”

ได้เวลาแล้ว รีบไปเถอะ

ภาวินีพูดแล้วทำท่าเหมือนอยากจะถามอะไรต่อ แต่ชายหนุ่มกลับตัดบทแล้วเป็นฝ่ายเดินนำลงบันไดไป เธอจึงได้แต่เก็บความสงสัยนั้นเอาไว้เพียงลำพัง

เมื่อลงมาที่ห้องอาหารทั้งคู่ก็พบว่าคุณภูรินทร์และคุณพิศมัยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว ป้ามะลิหัวหน้าแม่บ้านเดินนำขบวนสาวใช้ ยกสำรับอาหารนานาชนิดมาทยอยเรียงบนโต๊ะไม้สักที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้อง

แต่ละเมนูที่ถูกเลือกมานั้นเป็นอาหารจานโปรดของลูกสาวคนสวยที่มารดาบรรจงปรุงแต่งเพื่อเอาใจ ไม่ว่าจะเป็นกุ้งอบวุ้นเส้น ปูผัดผงกะหรี่ ปลาเก๋าทอดราดซอสมะขาม ทอดมันปลากราย ต้มยำกุ้ง ไก่อบยอดผัก ขาหมูเยอรมันทอด ซุปเยื่อไผ่ตุ๋นยาจีน เมื่อได้เห็นอาหารชนิดต่างๆ ที่จัดวางอย่างสวยงามอยู่บนโต๊ะ ภาวินีก็ถึงกับอุทานออกมา

            โอ้โห คุณแม่คะ กับข้าวน่าทานจังเลย มีแต่ของโปรดของนีทั้งนั้นเลยด้วย ว่าแต่เยอะแบบนี้ จะกินกันหมดเหรอคะเนี่ย

            ก็แม่เห็นลูกไปอยู่เมืองนอกเมืองนามาเสียนาน เลยคิดว่าต้องคิดถึงอาหารไทยแน่ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี แม่ก็เลยให้ป้ามะลิลิสต์เมนูที่ลูกชอบออกมาทั้งหมด แล้วก็ทำเท่าที่ทำได้น่ะจ้ะ อย่ามัวแต่คุยอยู่เลย รีบมาทานดีกว่าเดี๋ยวกับข้าวจะเย็นชืดเสียก่อน

            คุณพิศมัยกล่าวตอบพลางชักชวนให้ลูกสาวนั่งลงข้างตน ติดกับผู้เป็นพ่อที่นั่งเป็นประธานอยู่หัวโต๊ะ ภาสกรจึงนั่งลงเงียบๆ ตรงข้ามกับภาวินี จากนั้นแม่บ้านประจำตระกูลจึงเริ่มตักข้าวใส่จานให้ทีละคน ขณะที่ภาสกรกำลังจะตักอาหารก็เป็นจังหวะเดียวกับที่คุณพิศมัยยื่นมือมาตักในจานเดียวกันโดยบังเอิญ เขาชะงักกึกก่อนจะเป็นฝ่ายรีบชักมือกลับเมื่อเห็นสายตาดุๆ ที่ส่งมา นางตักกับข้าวนั้นวางในจานของลูกสาวสุดที่รักที่นั่งอยู่ด้านข้าง

            ลองชิมปลาเก๋าสิจ๊ะ อร่อยดีนะ

พ่อว่าปูผัดผงกะหรี่นี่ก็อร่อยนะ ลูกลองดูสิ มาพ่อตักให้ และอีกครั้งในจังหวะเดียวกับที่ชายหนุ่มกำลังเอื้อมมือไปตักกับข้าวอีกจาน เสียงช้อนของสองพ่อลูกก็กระทบกันเสียงดัง ภาสกรตกใจและรีบชักมือกลับทันที

แน่ะ เจ้าภาส พอฉันบอกว่าอร่อยแกก็รีบตักเชียวนะ ฮ่าๆ เห็นไหมลูกนี มัวแต่ชักช้าเดี๋ยวก็โดนพี่ชายแย่งของโปรดจนหมด แล้วก็มาร้องไห้งอแงเหมือนตอนเด็กๆ อีกหรอกผู้เป็นพ่อเอ่ยขึ้นอย่างอารมณ์ดี พลางหันไปกระเซ้าเย้าแหย่ลูกสาว ที่รีบออกตัวทันทีว่าเธอไม่ใช่เด็กๆ อย่างเมื่อก่อนอีกแล้ว คุณพิศมัยยิ้มขำไปกับคำพูดของสามีด้วย แต่ยังไม่วายตักกับข้าวอีกอย่างใส่ลงในจานของภาวินี ก่อนจะเอ่ยขึ้นบ้าง

ใช่ แม่ยังจำได้เลย เมื่อก่อนเราน่ะพอโดนตาภาสแย่งกินลูกชิ้นลูกสุดท้ายที่เหลือไว้ ก็ร้องไห้อาละวาดเสียลั่นบ้าน จำได้หรือเปล่า มาๆ เดี๋ยวแม่ตักตุนไว้ให้นะ จะได้ไม่ต้องกลัวโดนแย่งอีก

            คุณพ่อคุณแม่คะ พอเถอะค่ะ เดี๋ยวนีตักเอง นีไม่เหมือนเด็กๆ แล้วนะคะ ตอนอยู่ที่อเมริกาคุณแม่ก็จ้างอาจารย์ให้ดูแลหนูเป็นพิเศษ แถมตอนที่อยู่หอหญิงก็มีแม่บ้านคอยทำโน่นทำนี่ให้ตลอดจนแทบจะทำอะไรเองไม่เป็นแล้ว แค่ตักกับข้าวนี่ ให้หนูทำเองบ้างก็ได้ค่ะ นะคะ ลูกสาวตัดพ้อพร้อมกับทำหน้าออดอ้อนในประโยคท้าย จนภูรินทร์อดเปรยออกมาไม่ได้ พลางหันไปพูดกับภรรยา

            ดูท่าลูกของเราจะโตเป็นผู้ใหญ่จริงๆ แล้วนะ คุณก็เลิกทำเหมือนยายนีแกเป็นเด็กๆ เสียทีเถอะ

            แต่ทุกอย่างที่แม่ทำลงไปก็เพราะเป็นห่วงลูกนี่จ๊ะ อย่างเรื่องกับข้าวนี่ก็เหมือนกัน แม่ก็อยากให้ลูกทานเยอะๆ จะได้แข็งแรงไง อย่าลืมสิ ถึงแม้ลูกจะโตขึ้นแค่ไหน แต่ในสายตาของแม่ นีก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่วันยังค่ำล่ะนะ คุณพิศมัยส่ายหน้าน้อยๆ กับคำพูดของสามี พลางเอ่ยกับลูกสาวและตบท้ายด้วยประโยคที่ภาวินีเองก็ต้องยอมจำนนต่อคำพูดนั้นอย่างไม่มีทางเลี่ยง เธอได้แต่ลอบถอนหายใจเบาๆ และก้มหน้าก้มตาตักอาหารเข้าปากต่อไป โดยมีผู้เป็นมารดาคอยตักโน่นตักนี่ให้ไม่หยุดหย่อน

            ผมอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ เสียงของภาสกรที่นั่งมองสามคนพ่อแม่ลูกอย่างหงุดหงิดรำคาญอยู่นานแล้ว เอ่ยขึ้นพร้อมกับรวบช้อนส้อมแล้วยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินกลับขึ้นห้องของตนไป โดยมีสายตาของน้องสาวมองตามอย่างงุนงง

            พี่ภาสเขาโกรธอะไรนีรึเปล่าคะ เห็นทำหน้าหงิกมาตั้งแต่เมื่อตอนเช้าแล้ว ดูสิทานข้าวไปนิดเดียวเองไม่รู้จะอิ่มรึเปล่า ภาวินีถามขึ้นอย่างลอยๆ

            อย่าสนใจเลยลูก ห่วงตัวเองก่อนดีกว่า เนี่ยดูเราสิ คนอื่นเขาไปเมืองนอกเมืองนากลับมามีแต่อ้วนขึ้นกันทั้งนั้น ไม่รู้ลูกสาวแม่ไปอดอยากอยู่ตรงไหนถึงได้ตัวผอมบางขนาดนี้ เอ้ากินเยอะๆ นะ แม่อุตส่าห์ทำสุดฝีมือ ถ้านีไม่กินแม่จะเสียใจมากเลยรู้ไหม

ผู้เป็นแม่ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีของลูกชายคนโตเลยสักนิด กลับยิ่งหันมาตักกับข้าวใส่จานของลูกสาวคนโปรดเพิ่มอีก จนเธอต้องร้องห้ามเพราะรู้ตัวดีว่าขืนยังกินไม่บันยะบันยังแบบนี้คงได้อ้วนสมใจผู้เป็นแม่อย่างแน่นอน ได้แต่ตักข้าวเข้าปากอย่างระอาใจกับความห่วงใยที่มากเกินความพอดีนั้นและทำให้ลืมเรื่องพี่ชายเสียสนิท

            เมื่อรับประทานอาหารค่ำอิ่มแล้ว ภูรินทร์จึงหยิบโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดส่งมาให้ลูกสาวพร้อมกับพูดว่า

พ่อซื้อให้ลูกเป็นของขวัญที่ลูกกลับเมืองไทย

หญิงสาวทำท่าดีใจพลางสวมกอดผู้เป็นบิดา โดยมีมารดานั่งยิ้มอยู่ข้างๆ เธอจึงหันไปหอมแก้มมารดาแล้วเอ่ยขึ้น

            คุณพ่อคะ ขอบคุณมากค่ะ หนูขอลองโทร. ได้ไหมคะ โทร. หายายนุ่นก่อนเลยดีกว่าอย่างงี้ต้องเมาท์ อ้อ เกือบลืมไปเลย ขอบคุณคุณแม่ด้วยนะคะสำหรับอาหารมื้อพิเศษนี้ ขอตัวก่อนนะคะ ภาวินีพูดแล้วก็รีบเดินอย่างร่าเริงกลับขึ้นห้องไป

            เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบภายในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่นอนทอดกายอยู่บนเตียงถึงกับสะดุ้งตื่น มือไม้เลื่อนสะเปะสะปะควานหาต้นตอของเสียงทั้งที่ยังไม่ลืมตา เมื่อเจอแล้วเธอจึงหยิบขึ้นมากดรับ พร้อมกรอกเสียงงัวเงียอย่างคนเพิ่งตื่นลงไป

            ฮาโหล…”

            นุ่น นี่เรานีเอง นี่ๆ เราเพิ่งได้โทรศัพท์ใหม่จากคุณพ่อแหละ รุ่นใหม่ล่าสุดเลย เออใช่ เกือบลืมไปวันนี้แกกับพี่ภาสเป็นยังไงบ้าง เห็นเข้าไปในบ้านแล้วหายเงียบไปเลย แน่ะๆ เล่ามาซะดีๆ เกิดอะไรขึ้นเหรอ ภาวินีเอ่ยทักก่อนจะถามคำถามที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เมื่อกลางวัน โดยไม่ได้สนใจเลยว่าเพื่อนรักอยู่ในสภาพที่เหมาะจะให้คำตอบแก่เธอหรือเปล่า

            พี่ภาสน่ะเหรอ เขาทั้งหล่อแล้วก็ยังใจดีอีกด้วย นึกถึงตอนนั้นแล้วก็...อุ๊ย ไม่มีอะไรนะ เขาแค่เอากระเป๋ามาวางในบ้านให้เฉยๆ พอได้ยินชื่อชายหนุ่มที่แอบหมายปอง สติของเธอก็เริ่มคิดจินตนาการใบหน้าของเขาขึ้นมาอีกครั้งพลางบิดตัวไปมาอย่างเขินอาย แต่แล้วก็เพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่ากำลังคุยน้องสาวของชายในฝันอยู่ จึงรีบแก้ตัวทันทีเพราะกลัวจะถูกเพื่อนล้อ แต่ไม่เป็นผลเมื่ออีกฝ่ายรีบรุกถามต่อทันทีแถมยังไม่วายขู่กลับไปด้วย

            เดี๋ยวสิ เมื่อกี้เธอบอกว่าตอนนั้น หมายถึงตอนไหนเหรอ เล่ามาเดี๋ยวนี้เลยนะยายนุ่น ถ้าไม่บอกก็อย่าหวังเลยว่าจะได้เจอพี่ภาสอีกเป็นครั้งที่สอง

            ก็บอกว่าไม่มีอะไรไง แค่ตอนนั้นเรากำลังจะล้มแล้วพี่ภาสเขาก็ช่วยเราไว้เหมือนอย่างในหนังน่ะ พอใจรึยังล่ะนิตยาตอบกลับอย่างรวดเร็วราวกับกลัวคำขู่ของเพื่อนรัก ทำเอาภาวินีได้แต่หัวเราะชอบใจที่เพื่อนตกหลุมพรางหลุมใหญ่ของเธอเข้าจนได้ พลางเอ่ยขึ้น

แค่นั้นเองเหรอ ไอ้เราก็นึกว่าไปถึงขั้น a b c กันซะแล้ว แหม เอาน่าไว้เดี๋ยวคราวหน้าจะนัดพี่ภาสให้แล้วกันนะ เอ...แต่เมื่อกี้บอกว่าไม่มีอะไร แสดงว่าคงไม่คิดอะไรกับพี่ชายฉันละสิ งั้นเรื่องนัดคงไม่ต้องก็ได้มั้ง

อีกฝ่ายพอได้ยินดังนั้นก็รีบปฏิเสธอย่างลืมตัวทันที พอมานึกได้ก็สายไปเสียแล้ว จึงได้แต่ตอบอย่างอึกอักกลับไป

ไม่ใช่อย่างงั้นนะ คือว่า เอ่อ คือ ยังไงตอนอยู่ที่นี่เธอไปไหนมาไหนก็ต้องมีพี่ชายคอยตามดูแลอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ ถ้างั้น งั้น คือ เอ่อ

            นั่นแน่ะ บอกไม่มีอะไร ว่าแล้วว่ามันต้องมีอะไร ชอบพี่เราก็บอกมาตรงๆ เถอะน่า ภาวินีพูดพลางทำเสียงอย่างมีชัย แล้วตัดสินใจหมายมั่นปั้นมือว่าเธอจะต้องทำตัวเป็นกามเทพให้เพื่อนรักกับพี่ชายมาเป็นคู่รักกันให้ได้

            เพื่อนรักทั้งสองคุยกันทั้งคืนจนเกือบเช้า โชคดีที่แบตเตอรี่โทรศัพท์ของนิตยาหมดเสียก่อน ไม่อย่างนั้นเพื่อนรักคงจะเอาแต่ซักเธอต่อจนไม่ได้หลับได้นอนเป็นแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1228 =O= Evanjellistra =O= (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:50
     ทำไมคุณแม่ท่าทางจะไม่ค่อยปลื้มล่ะ
    #1,228
    0
  2. #832 KhuGya^^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 / 12:33
    เกิดอะไรขึ้นกับพี่ภาส ทำไงไม่ชอบน้องนะ
    #832
    0
  3. #684 ๛สวŚ๏lม๓S๛ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2552 / 21:25
    ใครเป็นนางเอ๊กเนี่ย งง จางรุย
    #684
    0
  4. #440 piercensean (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2552 / 04:53
    What is wrong with him? I want to know.
    #440
    0
  5. #426 jeabkiss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 18:50
    อยากรู้จังพี่ภาศเป็นอะไรทำไมถึงดูไม่ค่อยสบอารมณ์นัก
    #426
    0
  6. #275 เปรม2009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2552 / 12:13
    อ่า พี่ภาส เป็นอะไรหว่า...
    อยากรู้จัง.... ต้องติดตาม
    #275
    0
  7. #16 ธุวดารา (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2552 / 14:26

    ดูจากอิมเมจพี่ภาสแล้ว ถ้านู๋เป็นนุ่นก็คงตกหลุมรักแต่แรกเห็นเหมือนกันค่า 55+

    เป็นกำลังใจให้นะคะ ^^ 

    #16
    0
  8. #12 จิลแม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2552 / 11:11

    เอามาลงอีกนะคะพี่แพร์ สำนวนนี่สุดๆไปเลย ฮี่ๆ

    #12
    0
  9. #8 tangtangmeow (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กันยายน 2552 / 10:44
    สนุกค่ะ อย่าลืมมาลงอีกนะคะ รอตอนต่อไป ^0^
    #8
    0