บ่วงรัก เกมริษยา

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 การกลับมาของลูกสาวสุดที่รัก (รีไรท์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,340
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    6 มี.ค. 53

บทที่ 1

            บริเวณประตูผู้โดยสารขาเข้าของสนามบินสุวรรณภูมิคลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากมายที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่เพื่อรอต้อนรับการปรากฏตัวของบุคคลที่เฝ้าคอย เสียงของหญิงสูงวัยคนหนึ่งบ่นกระปอดกระแปดขึ้นมาพร้อมกับชะเง้อมองไปทางนั้นทีทางนี้ที

“เอ๊ะ ได้เวลาเครื่องลงตั้งนานแล้ว ทำไมลูกเรายังไม่ออกมาอีกนะ คุณก็ช่วยกันมองหาหน่อยสิ ตรงนี้คนเยอะแยะ ลูกคงมองไม่เห็นเราแน่ๆ เลย

            “ผมก็มองหาอยู่นี่ไง ช่วงวันหยุดยาวก็คนเยอะแบบนี้ละ แกก็เหมือนกันเจ้าภาส มัวยืนเหม่ออะไรอยู่ ช่วยกันมองหาน้องด้วยสิ ประเดี๋ยวก็ได้หลงไปไหนกันพอดีหรอก ชายสูงวัยกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดพลางหันไปพาลเอากับชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาคมเข้ม แล้วหันกลับไปมองทางประตูผู้โดยสารขาเข้าอีกครั้งอย่างไม่วางตา

“ขอโทษครับคำพูดสั้นๆ หลุดออกมาจากปากของภาสกร ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทายาทคนโตของตระกูลภูมิชนก ซึ่งเป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ตชื่อดังติดอันดับต้นๆ ของประเทศ ชายหนุ่มทำหน้าบอกบุญไม่รับ ถ้าไม่ใช่เพราะถูกบังคับ เขาก็คงไม่มาให้เสียเวลาแถมยังต้องมาถูกตำหนิแบบนี้เป็นแน่

            สายตาสามคู่มองไปคนละทิศละทาง จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครบางคนมายืนอยู่ข้างหลังพวกเขา แล้วส่งเสียงทักขึ้น

“คุณพ่อ คุณแม่ พี่ภาส! ดีใจจังเลย ในที่สุดก็เจอ หนูหาตั้งนานแน่ะ นึกว่าจะไม่มีใครมารับหนูซะแล้ว ทำไมมายืนอยู่ตรงนี้ล่ะคะ โดนคนอื่นๆ บังมิดเลย

เจ้าของเสียงเป็นหญิงสาวในชุดแส็กสีขาวคลุมทับด้วยเสื้อโคตตัวยาวสีชมพู ผมสีดำขลับปล่อยยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้ารูปไข่ ผิวขาวนวลเนียน ดวงตากลมโต ทั้งสามคนที่ยืนมองหาอยู่หันขวับมาทางต้นเสียงพร้อมกัน

คุณพิศมัยผู้เป็นมารดา แย้มยิ้มออกมาพร้อมกับน้ำใสๆ คลออยู่ที่ดวงตาด้วยความดีใจ พลางอ้าแขนรับลูกสาวสุดที่รักที่โผเข้ามากอดอย่างแนบแน่น จูบแก้มซ้ายย้ายไปแก้มขวา ทำเอาคุณภูรินทร์ผู้เป็นสามีอดที่จะปรามภรรยาไม่ได้ ด้วยความอายสายตาผู้คนในบริเวณนั้น

นีลูกแม่ แม่คิดถึงลูกมากเลยรู้ไหมจ๊ะ ไม่ได้เจอกันตั้ง 4 ปี ลูกแม่โตเป็นสาวขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย เห็นไหมตาภาส เพราะแกมัวแต่ชักช้า กว่าจะมาถึงคนก็มายืนออกันเต็มไปหมดแล้ว ปล่อยให้น้องยืนรอตั้งนาน มารดากล่าวด้วยความเป็นห่วงก่อนจะหันไปต่อว่าตัวต้นเหตุที่ทำให้เกือบต้องพลัดหลงกับลูกสาวสุดโปรด

“ก็ผมต้องทำงานนี่ครับ คนขับรถที่บ้านก็มีตั้งหลายคน ใช้ให้ขับมาตั้งแต่แรกก็หมดเรื่องชายหนุ่มแย้งขึ้นมา พลางพ่นลมหายใจแรงๆ สีหน้าบ่งบอกถึงความรู้สึกไม่พอใจ ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น

“เอาน่า คุณก็อย่าไปต่อว่าเจ้าภาสมันนักเลย คุณก็รู้นี่ช่วงนี้ธุรกิจของเรากำลังไปได้สวย มันก็ต้องงานยุ่งวุ่นวายแบบนี้เป็นธรรมดาคุณภูรินทร์เอ่ยปากแก้ตัวแทน แล้วจึงหันไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบของลูกสาวบ้าง

ภาวินีมองหน้าพี่ชายที่เอาแต่มองไปทางอื่นไม่ทักทายเธอสักคำด้วยความสงสัย แต่ก็ปลอบใจตัวเองว่าคงเพราะภาสกรเครียดจากการทำงาน จึงได้ทำหน้าเบื่อหน่ายใส่เธออย่างนี้

หญิงสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีเพื่อนร่วมทางมาด้วยอีกคน จึงรีบหันไปเรียกเพื่อนสาวที่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ทางด้านหลัง พร้อมกับแนะนำให้คนในครอบครัวได้รู้จัก

            “จริงสิ เกือบลืมไปเลย ขอโทษทีนะนุ่น คุณพ่อคุณแม่คะ นี่นุ่นค่ะ เพื่อนสนิทหนู เราเจอกันตอนเรียนอยู่ที่อเมริกา คนที่เคยเล่าให้คุณแม่ฟังทางโทรศัพท์ไงคะ

หญิงสาวผมสีน้ำตาลประกายทอง ใบหน้าเกลี้ยงเกลาแม้ไม่ได้หน้าตาน่ารักเหมือนอย่างภาวินี แต่ก็ดูมีเสน่ห์ เธอไหว้คุณภูรินทร์และคุณพิศมัยพลางกล่าวทักทายเสียงใส สวัสดีค่ะ หนูชื่อนิตยา เรียกว่านุ่นก็ได้ค่ะ เราเรียนด้วยกันมาสี่ปีก็เลยสนิทกันมากเป็นพิเศษ นีชอบเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟังบ่อยๆ ค่ะ หนูเลยอยากมาทำความรู้จักกับครอบครัวของนีบ้าง

            “สวัสดีจ้ะหนูนุ่น ได้เห็นหน้าค่าตากันเสียที พวกเราได้ฟังเรื่องของหนูจากยายนีเหมือนกัน แม่เองก็อยากเห็นว่าจะมีเพื่อนคนไหนที่ทนความแก่นแก้วเหมือนเด็กๆ อย่างลูกสาวของแม่ได้บ้างผู้เป็นมารดากล่าวพลางหันไปยิ้มน้อยๆ ให้ลูกสาวตัวดีที่ทำแก้มป่อง งอนเหมือนเด็ก ภาวินีจึงหันไปหาตัวช่วยอย่างภาสกร พลางแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักกับพี่ชายของตน

            “คุณแม่เนี่ยชอบว่านีเป็นเด็กอยู่เรื่อยเลย ไม่เอาละคุยกับพี่ภาสบ้างดีกว่า พี่ภาสคะ คนนี้ชื่อนุ่น ส่วนนี่พี่ชายของเรา ชื่อพี่ภาสจ้ะ

ชายหนุ่มไม่ตอบรับใดๆ เพียงแต่ปรายตามองหญิงสาวที่น้องสาวแนะนำ ก่อนจะหันไปทางอื่นเหมือนเดิม 

ภาวินีจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะหันไปหาเพื่อนสนิท ด้วยอาการอึกอักเหมือนคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่กลับพบว่าเพื่อนสาวยืนนิ่งเหมือนต้องมนตร์สะกด สายตาเหม่อมองพี่ชายของเธออย่างไม่วางตา

“อะแฮ่ม นุ่น...นี่ยายนุ่น เป็นอะไรน่ะ ยืนเหม่อเชียว

“หืม นีว่าอะไรนะ โทษทีพอดีเราไม่ทันได้ฟังน่ะนิตยารีบเบนสายตากลับมายังเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างๆ แทบไม่ทัน พลางเอ่ยตอบอย่างตะกุกตะกัก ใบหน้าแดงอย่างเขินอาย ภาวินีแอบยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อเห็นอากัปกิริยาของนิตยา

นิตยาเห็นดังนั้นจึงพูดกับเพื่อนของเธอด้วยน้ำเสียงดุๆ เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกบางอย่าง

“ยิ้มอะไรน่ะ ไม่ต้องคิดแบบนั้นเลยนะ

“คิดแบบนั้น...หมายถึงอะไรเหรอนุ่น ฉันยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะ แหม ร้อนตัวนะเนี่ย ภาวินีแอบกระซิบกับเพื่อนให้ได้ยินกันเพียงสองคน สองสาวหัวเราะชอบใจ ท่ามกลางสายตางุนงงของคนรอบข้าง ก่อนที่จะถึงเวลาต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน บิดาของภาวินีจึงเอ่ยถามเพื่อนของลูกสาวอย่างเป็นกันเอง

“แล้วหนูนุ่นมีใครมารับรึเปล่า คุณพ่อคุณแม่ยังไม่มาเหรอลูก

“คุณพ่อคุณแม่นุ่นเสียไปตั้งแต่นุ่นเด็กๆ น่ะค่ะ ตอนนี้ก็เหลือแต่คุณป้าอยู่คนเดียว ท่านอายุมากแล้วคงไม่สะดวกมารับ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ เดี๋ยวนุ่นนั่งรถกลับเองได้ค่ะ ไม่เป็นไร นิตยาตอบกลับไปอย่างเกรงใจ

“พ่อขอโทษนะลูก เสียใจด้วยนะเรื่องของคุณพ่อคุณแม่คุณภูรินทร์หน้าเสีย รีบกล่าวขอโทษขอโพย

“แม่ว่ากลับคนเดียวน่าเป็นห่วงนะ เป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ข้าวของก็ออกจะเยอะแยะขนาดนี้ ยังไงกลับกับเราดีกว่า เดี๋ยวให้ตาภาสขับไปส่งหนูที่บ้านก็ได้คุณพิศมัยกล่าวชวน

หญิงสาวรีบปฏิเสธทันที แต่ไม่วายถูกเพื่อนรักคะยั้นคะยอให้กลับด้วยกันจนได้

“จริงของคุณแม่นะ ไม่ได้กลับเมืองไทยตั้งสี่ปีแล้ว เดี๋ยวแท็กซี่พาไปหลงจะลำบาก เราว่านุ่นกลับกับเราเถอะ เดี๋ยวให้พี่ภาสไปส่ง ไปกับเรานะ น้า…” เมื่อเจอลูกอ้อนของเพื่อนรักเข้าไป นิตยาก็รู้ว่าไม่สามารถที่จะขัดได้จึงพยักหน้าเป็นการตอบรับ

“เพื่อนสั่งแค่นี้ต้องทำตามด้วยเหรอภาสกรเปรยขึ้นมาลอยๆ แต่ประโยคนั้นลอยเข้าเต็มสองหูของผู้เป็นน้องสาวและเพื่อนที่หน้าจ๋อยลงทันทีที่ได้ยิน ภาวินีออกอาการฉุนปรี๊ดขึ้นมาทันทีจึงต่อว่าพี่ชายกลับไป

“นีไม่ได้สั่งเพื่อนสักหน่อย นีก็แค่เป็นห่วงที่นุ่นเขาต้องกลับคนเดียว วันนี้พี่ภาสเป็นอะไรคะ ดูท่าทางอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เจอหน้านีแล้ว ถ้ามีอะไรไม่พอใจก็เอาไว้คุยกันที่บ้านก็ได้ ทำไมต้องทำเสียมารยาทต่อหน้าเพื่อนนีด้วย

            ภาสกรชะงักไปนิดหนึ่ง เพราะไม่คิดว่าน้องสาวจะกล้าต่อว่าเขาต่อหน้าคนอื่นๆ แบบนี้ พานทำให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่แล้วยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีก เขาจึงหันไปทางนิตยา พลางจ้องมองดวงหน้าหญิงสาวด้วยแววตาที่บ่งบอกถึงความไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างเสียไม่ได้

“ขอโทษทีนะ ฉันมีเวลาไม่มากนัก ถ้าจะให้ไปส่งก็ตามมาแล้วกัน ว่าแล้วชายหนุ่มก็เดินนำหน้าไปทางที่จอดรถ โดยไม่ได้สนใจคนทั้งสี่ที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งตามหลังมาด้วยความทุลักทุเล เพราะสัมภาระของทั้งสองสาวนั้นก็มากมายอยู่เอาการ

“ท่าทางพี่ภาสคงจะหงุดหงิดจริงๆ คุณพ่อคุณแม่ใช้งานพี่เขาหนักไปรึเปล่าคะ หนูรู้สึกว่าก่อนหนูจะไปอเมริกา ดูแล้วพี่เขายังร่าเริงสมกับเป็นวัยรุ่นอยู่เลย มาวันนี้อยู่ในมาดนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงเต็มคราบเลยนะคะเนี่ย ภาวินีหันมาบ่นกับบิดามารดาของเธอ แอบนินทาพี่ชายในระยะเผาขน โดยมีนิตยาเดินตามมาติดๆ

            “ลูกก็โตแล้วเหมือนกันนะจ๊ะ ถ้าไม่อยากให้พี่ชายของลูกเหนื่อยมาก นีก็ต้องไปเรียนรู้เรื่องธุรกิจเอาไว้ จะได้ช่วยงานพี่เขาได้ไงลูก คุณพิศมัยกล่าวพลางหันไปยิ้มกับสามี แต่แล้วเสียงของภาสกรที่เดินนำหน้าห่างไปเพียงเล็กน้อยก็ดังขึ้นประสานกับเสียงของลูกสาวคนสวยพร้อมกัน

“ให้ผมสอนเนี่ยนะ อย่าดีกว่า/ให้หนูเรียนกับพี่ภาสเหรอ ไม่เอานะ

สิ้นเสียงนั้น ทั้งพี่ชายและน้องสาวต่างก็มองหน้ากันด้วยความรู้สึกคนละแบบ ภาสกรรู้สึกหนักใจที่จะต้องรับภาระหนักอึ้งมาแบกเพิ่มไว้ ส่วนภาวินีเองก็เข็ดหลาบกับวิธีการสอนการบ้านของพี่ชายเธอตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม ก่อนจะสั่นหน้าแรงๆ พร้อมกันอีกครั้งเพื่อยืนยันคำพูดตัวเอง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผลเมื่อหญิงชายสูงวัยทั้งคู่หลุดหัวเราะออกมาพร้อมๆ กัน ก่อนที่คุณภูรินทร์จะเป็นฝ่ายเอ่ยปากสำทับอีกครั้ง

            “อย่าปฏิเสธให้เสียเวลาเลย ยังไงพ่อกับแม่ก็วางแผนกันไว้แล้วว่าถ้านีกลับมา แกต้องสอนน้องเรื่องธุรกิจของเรา เข้าใจไหมเจ้าภาส” 

            “...” ไม่มีเสียงตอบกลับใดๆ จากชายหนุ่ม ฝ่ายภาวินีหันไปทำหน้าเศร้ากับเพื่อนรัก นิตยาเห็นดังนั้นจึงพูดพลางตบไหล่เบาๆ อย่างให้กำลังใจ

“ไม่เป็นไรน่านี เธอเป็นคนเรียนเก่งอยู่แล้ว ใช้เวลาไม่นานเดี๋ยวก็ทำได้เองแหละ

ภาวินีหันไปกล่าวขอบคุณเพื่อนแล้วส่งยิ้มเจื่อนๆ ให้ ก่อนจะถามบิดากลับไป

            “แล้วคุณพ่อจะให้หนูเรียนรู้งานจากพี่ภาสเมื่อไหร่ล่ะคะ

            “พ่อว่าจะให้เริ่มพรุ่งนี้เลย ยังไงเจ้าภาสก็ต้องไปติดต่อเรื่องคนที่จะมาลงทุนร่วมกับเราในโครงการใหม่อยู่แล้ว  แกก็พาน้องไปฝึกงานที่รีสอร์ตด้วยนะ

หลังได้รับคำตอบจากผู้เป็นพ่อ คนที่ถูกยัดเยียดหน้าที่อาจารย์จำเป็นให้จึงได้แต่ทำหน้าเซ็งสุดขีด ก่อนจะสะบัดหน้ากลับไป แถมยังเร่งความเร็วฝีเท้า เดินจ้ำอ้าวไปที่รถอย่างหัวเสีย ส่วนว่าที่นักธุรกิจสาวผู้รับบทลูกศิษย์ก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย พลางคิดในใจว่าเธอเพิ่งจะกลับมาจากเมืองนอกยังไม่ทันได้อยู่กับพ่อแม่ให้หายคิดถึง ก็จะต้องไปตรากตรำทำงานเสียแล้วหรือนี่

            ระหว่างทางที่กลับจากสนามบิน การจราจรคับคั่ง มองไปทางไหนก็เห็นแต่รถราเต็มแน่นไปหมดแทบทุกที่ อารมณ์ที่แย่จนเริ่มจะบูดของภาสกรกลับทวีคูณขึ้นไปอีก ไหนจะรถติด ไหนจะเสียงพูดคุยจ้อกแจ้กที่ดังมาจากด้านหลัง สร้างความรำคาญและหงุดหงิดให้เขาเป็นอย่างมาก จนทนเก็บอารมณ์เอาไว้ไม่อยู่หันไปโพล่งใส่คนที่นั่งอยู่ด้านหลัง

“โทษนะครับ ทุกคนช่วยคุยกันเบาๆ หน่อยได้ไหม ผมไม่มีสมาธิขับรถ

สิ้นเสียงของภาสกร บรรยากาศภายในรถยนต์ขนาดเจ็ดที่นั่งก็เงียบสนิทลงทันที เขาเอ่ยขอบคุณเบาๆ แล้วจึงหันกลับไปให้ความสนใจกับหนทางข้างหน้าดังเดิม ส่วนอีกสี่คนที่นั่งอยู่ตอนหลัง ได้แต่มองตากันปริบๆ คุณภูรินทร์พอจะเข้าใจอารมณ์ของชายหนุ่มในเวลานี้เป็นอย่างดี จึงแตะหลังมือของภรรยาเบาๆ เป็นเชิงปราม เมื่อเธอทำท่าว่าจะโวยวายใส่ลูกชายคนโตที่ถึงขนาดกล้าหันมาตวาดใส่บุพการีแบบนี้

             คุณพิศมัยจึงได้แต่นั่งฮึดฮัดอย่างขัดใจก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทางปล่อยให้สามีได้แต่ถอนหายใจยาวอย่างระอาใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,245 ความคิดเห็น

  1. #1232 Ranatis (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2553 / 16:44
    อืออ

    นี่รู้ความจริงแล้วหรอ
    #1,232
    0
  2. #1227 =O= Evanjellistra =O= (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2553 / 13:31
     สงสัยจังง่ะ ไม่น่าจะใช่พี่แท้ม้างงง... แต่มันเป็นมายังไงนี่สิ... อยากรู้ จัง
    #1,227
    0
  3. #1209 ดับเครื่องชนไฮเปอร์ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 / 20:23
    พี่แท้รึเปล่า
    #1,209
    0
  4. #1195 สายลมแห่งโชคชะตา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 มกราคม 2553 / 13:28
    เพิ่งเข้ๅมๅอ่ๅนค่ะ สนุกดี
    #1,195
    0
  5. #1183 มันสะนิตา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มกราคม 2553 / 21:47

    มาลงชื่อจองไว้ก่อนนะคะ  พรุ่งนี้จามาอ่านต่อ  

    #1,183
    0
  6. #933 ลาลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2552 / 18:13
    เพิ่งแวะเข้ามา เนื้อเรื่องน่าสนใจมากขอเป็นกำลังใจให้นะ
    #933
    0
  7. #831 KhuGya^^ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2552 / 12:13
    ^^
    น่าติดตามค่ะ
    #831
    0
  8. #647 noiy_17 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2552 / 17:15
    น่าติดตามดี ต้องอ่านหลายๆๆตอนก่อนถึงจะมีความเห็นมากกว่านี้คะ
    #647
    0
  9. #439 piercensean (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2552 / 04:26
    just start read ja
    #439
    0
  10. #425 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2552 / 18:37
    เพิ่งเข้ามาอ่านชักสนุกแล้วซิ
    #425
    0
  11. #245 MiK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 15:00
    น่าติดตามๆ น่าสังสัย...
    #245
    0
  12. #240 พี่หริ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 กันยายน 2552 / 01:08
    สวัสดีค่ะ พอดีเพิ่งเข้ามาอ่านครั้งแรก เลยมาเมนท์ก่อน เดี๋ยวอ่านเสร็จจะมาเมนท์อีกทีนะคะ.........
    #240
    0
  13. #215 เปรม2009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 11:13
    เปิดเรื่องมา ก็มีเงื่อนงำซะแล้ว 

    น่าติดตามจัง........
    #215
    0
  14. #111 สะมะเรีย/ดาหลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2552 / 07:08
    อะ....เค้าตาลายเองอะ ผิดๆๆๆ ฮ่าๆๆๆ(สงสัยเมาขี้ตา พอดีพึ่งตื่นนอน)
    #111
    0
  15. #110 สะมะเรีย/ดาหลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กันยายน 2552 / 07:03

    เจ๊...วรรคที่สามลืมแบ่งคำพูด ระหว่างแม่กับลูกอะ มันอยู่บีทัดเดียวกัน อิอิ

    #110
    0
  16. #83 กระปุกออม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2552 / 12:20
    เม้นให้กำลังใจจ้า
    #83
    0
  17. #81 นมเปรี้ยวยาคูล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 กันยายน 2552 / 11:40
    เป็นพี่ชายที่แป ลกจัง
    #81
    0
  18. #20 ปุยฝ้าย (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2552 / 23:43
    ชะแวบเข้ามาด้วยคนจ้า อิอิ

    พี่แพรไฟติ้งงงง~~~
    #20
    0
  19. #10 จิลแม (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2552 / 11:04

    สนุกมากค่ะพี่แพร์ แอบแวปมาอ่านะเนี๊ย ฮี่ๆ

    #10
    0
  20. #4 นู๋ผักบุ้ง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 16:24
    ว้าว สำนวนเยี่ยมไปเลยยยย

    มาเป็นกำลังใจให้อีกแรงค่า พี่หนูเยี่ยมสุดๆ
    #4
    0
  21. #2 adel (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 15:25
    แวะมาอ่านค่ะ ได้ข่าวว่ามีตุนไว้เยอะ ปั่นให้จบไวๆ นะ จะแวะมาอ่านประจำ
    #2
    0
  22. #1 สะมะเรีย/ดาหลา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 กันยายน 2552 / 14:56

    มาเจิม อิ อิ

    #1
    0