[[ภาค 2]] สามเดือนอันตราย!! ฝึกงาน สานรัก [Yaoi]

ตอนที่ 13 : ครอบครัวสุขสันต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,614
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    28 ต.ค. 53

 

 

 

 

โรงพยาบาลในเวลาเย็นเต็มไปด้วยผู้คนมากมายจนผมแทบไม่สามารถฝ่าคลื่นมวลชนเข้าไปให้ถึงลิฟต์ได้โดยไม่ต้องกล่าวคำขอโทษที่ต้องเบียดคนนู้น ชนคนนี้ ยิ่งในสภาพจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่อย่างในเวลานี้ผมยิ่งแทบอยากจะกลายร่างเป็นซุปเปอร์แมนไม่ก็แบทแมนแล้วเหาะขึ้นไปยังห้องพักบนชั้นเจ็ดมันเสียเดี๋ยวนั้น หรือแย่หน่อยก็เป็นสไปเดอร์แมนไต่ตามตึกขึ้นไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่โดนสอยลงมาในฐานะข้อหาทำตัวน่าสงสัยว่าจะหลุดออกมาจากโรงพยาบาลบ้าเสียก่อนน่ะนะ

 

 ภายในลิฟต์เต็มไปด้วยผู้คนแน่นเอี๊ยดอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมานานแล้ว แต่ผมก็ไม่มีเวลามากพอจะพิรี้พิไรรอให้คนซาแล้วค่อยเข้าไปเหมือนอย่างที่ชอบทำ ถึงแม้รอบกายจะเต็มไปด้วยผู้คน แต่ผมกลับรู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่คนเดียว ในหูอื้ออึงแทบฟังเสียงอื่นไม่ออกนอกจากเสียงบอกหมายเลขชั้นของเจ้ากล่องเหล็ก ยิ่งขึ้นไปสูงชั้นมากเท่าไหร่ คนในลิฟต์ก็ยิ่งเหลือน้อยลงทุกที จนกระทั่งถึงชั้นที่หกก็หลงเหลือเพียงผมกับคนอีกสองสามคนเท่านั้น

 

 ระยะทางระหว่างชั้นที่หกถึงชั้นที่เก้าไม่มีใครมากดเรียกลิฟต์ให้เสียเวลา ผมจึงมาถึงชั้นเป้าหมายด้วยความรวดเร็ว ยังไม่ทันที่ประตูลิฟต์จะเปิดออกดี ร่างของผมก็แทรกผ่านช่องเล็กๆ นั้นแล้ววิ่งออกไปเรียบร้อยแล้ว

 

 เคาท์เตอร์นางพยาบาลมีคุณป้าแก่ๆ คนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ ผมเคาะกระจกอย่างรอไม่ไหว โชคดีที่ผมหน้าตาดีพอ คุณป้าคนนั้นที่เงยหน้าขึ้นมาด้วยสีหน้าบึ้งตึงในตอนแรกจึงเปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันตาเห็น ไม่รอให้ป้าแกเป็นฝ่ายเอ่ยปากผมก็ถามด้วยความร้อนรนอย่างรวดเร็ว “ห้องหนึ่งเก้าศูนย์สามอยู่ทางไหนครับ”

 

 ไม่รู้ว่าผมทำหน้าเหมือนจะบีบคอใครหรือยังไงไม่ทราบ แต่ทันทีที่ได้ยินคำถามนั้นคุณพยาบาลก็รีบชี้ไปทางด้านขวามือด้วยนิ้วที่สั่นเทาพอๆ กับเสียงเอ่ยตะกุกตะกัก “ต..ตรงไปจนสุดทางแล้วเลี้ยวขวาค่ะ ห้องพิเศษด้านในสุด...”

 

 ไม่รอฟังคำสาธยายมากกว่านั้นเพราะเดี๋ยวก็ได้รู้ด้วยตาของตัวเองแล้วว่าห้องนั้นเป็นห้องพิเศษ ห้องพิเศษเนื้อเปื่อย ห้องพิเศษเพิ่มเส้น ห้องพิเศษเพิ่มเกี๊ยว หรือห้องพิเศษอะไร ถึงแม้ระหว่างทางที่เดินสวนกับบุรุษพยาบาลสองสามคนกับคุณหมอท่านหนึ่งทุกคนที่มองมาทางผมมีอันต้องสะดุ้งสุดตัวแล้วรีบหลบตากันเป็นแถว แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ผมสนใจสักเท่าไหร่ นึกในใจเอาว่าเดี๋ยวไว้ว่างๆ ค่อยมาถามเอาก็ได้

 

 ด้วยฝีเท้าที่ก้าวยาวๆ อย่างเร่งร้อนจนแทบกลายเป็นวิ่งผมก็เห็นป้ายห้อง ‘1903’ อยู่ตรงประตูทางด้านซ้ายทันทีที่เลี้ยวหัวมุมตามที่นางพยาบาลคนนั้นบอก หลังมือเคาะลงบนบานประตูสองสามครั้งพอเป็นพิธีแต่ไม่รอให้คนด้านในตอบรับหรืออนุญาตผมก็จับลูกบิดแล้วดันบานประตูเข้าไปเรียบร้อยโรงเรียนนันท์

 

 “พ่อ!!

 

 เสียงนำไปก่อนตัว ทันทีที่ผมเปิดประตูเข้าไปก็ตะโกนร้องเรียกอย่างร้อนรน “พ่อทำพินัยกรรมยกมรดกไว้ให้ผมรึยั...แอ๊ก!!! 

 

 เสียงท้ายประโยคขาดหายไปด้วยหมอนนุ่มๆ ที่ควรจะหนุนรองศีรษะของคนป่วยกลับกลายเป็นอาวุธทรงอานุภาพปาใส่หน้าอุดปากปิดเสียงของผมไว้อย่างโหดร้ายทารุณ

  

คนร้ายไม่ใช่คนป่วย แต่เป็นภรรยาของคนป่วยที่กำลังยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าอย่างผู้มีชัย “เสียใจด้วยย่ะ มรดกทั้งหมดจัดสรรลงตัวแล้ว เป็นของฉันห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ของซินเดอเรลล่า จัสมิน ออโรล่า เอเรียล สโนไวท์ เบลล์อีกสี่สิบเก้าเปอร์เซ็นต์ อีกหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่เหลือบริจาคให้มูลนิธิร่วมเนรคุณ...

 

 พักการพูดพล่ามของคุณนายนารีไว้แต่เพียงเท่านั้นก่อนที่ท่านผู้อ่านจะเข้าใจผิดว่าเปิดอ่านผิดเรื่องจากเรื่องไม่ค่อยจะมีสาระกลายเป็นเรื่องไร้ซึ่งสาระหนักกว่าเดิม เรื่องนี้ยังไม่ได้เปลี่ยนไปเป็นละครชิงรักหักสวาทแย่งมรดกตบตีกับญาติกระหายเงินแต่ประการใด ยังคงความไร้สาระแต่น่ารักโดยนายนันท์เจ้าเดิมครับ แล้วผมก็ไม่ได้โดนตัดออกจากกองมรดกแต่ประการใดหรอกครับ ไม่ต้องห่วง...หรอกมั้ง

  

“เป็นไงมั่งครับพ่อ ยังไม่จมน้ำลายแม่ตายใช่มั้ย?” ผมหิ้วหมอนที่ตกลงไปกองที่ปลายเท้าขึ้นมาพลางเดินเข้าไปหาคนป่วยที่กำลังสำลักเพราะหัวเราะมากเกินไปบนเตียง

 

 ชายวัยกลางคน...แน่นอนว่าที่ผมรู้ว่าเป็นวัยกลางคนเพราะรู้อายุเจ้าตัวดี แต่ถ้าให้ไปเดินตามย่านวัยรุ่นหรือใส่เสื้อเชิ้ตไปเดินในมหาลัยคงกลมกลืนไม่แตกต่างอะไรกับหนุ่มๆ สาวๆ รอบข้าง ใบหน้าใต้กรอบแว่นดูอ่อนโยน ใจดี แถมท่าทางหัวอ่อนหลอกง่ายทำให้เจ้าตัวมักดูอ่อนกว่าอายุจริงเสมอ

  

ชนสรณ์หรือที่รู้จักดีในชื่อคุณนนท์เป็นพ่อที่ผมเพิ่งนินทาในใจไปหมาดๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้นั่นล่ะครับ ตอนที่ผมดูข่าวภาคเที่ยงอยู่กับไอ้ตุลย์ไอ้กันย์ข่าวด่วนข่าวร้อนก็เข้ามาอย่างกะทันหันว่าเกิดอุบัติเหตุเครื่องบินตก ตอนนั้นหน้าจอโทรทัศน์ดันขึ้นภาพใบหน้าของพ่อผมไปซะได้ นึกว่าจะได้กินกระเพาะปลาก่อนเวลาอันควรซะแล้ว แต่พอตั้งสติฟังดีๆ อีกครั้งก็พบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่มีใครเสียชีวิต มีแต่เจ็บสาหัส เจ็บมาก เจ็บปานกลาง เจ็บน้อย เจ็บนิดๆ หน่อยๆ ซึ่งจากการที่ต้องตกลงมาจากความสูงระดับหลายร้อยกิโลเมตรแล้วยังแค่ขาหักกับข้อมือเคล็ด อาการของคุณชนสรณ์จึงอยู่ในเคส ปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนไปโดยปริยาย แน่นอนว่าคนอื่นไม่โชคดีเท่า

  

ตอนโทรศัพท์สอบถามกับทางโรงพยาบาลเมื่อเที่ยงนี้ผมจึงไม่รู้ว่าจะจัดให้พ่อตัวเองอยู่ในหมวดคนดวงแข็งเพราะเครื่องบินตกแล้วยังแค่ขาหักกับข้อมือเคล็ดดี หรือว่าจะจัดให้อยู่ในพวกดวงจู๋เพราะดันร่วงจากฟ้าเอาตอนอายุเกือบเหยียบห้าสิบแล้วดี

  

หัวใจไม่วายไปก็บุญโขแล้วครับ สำหรับคนอายุเท่านี้

 

 แต่อย่างว่า พ่อผมเป็นพวกจิตแข็งกว่าคนปกติมาก(เติม s ต่อท้ายเข้าไปหลายๆ ตัวด้วย) น่ากลัวว่ากับอีแค่เครื่องบินตกคงไม่สามารถทำให้คิ้วคุณท่านกระตุกได้ด้วยซ้ำ มีแต่ผมกับแม่นี่ล่ะที่หัวใจแทบหยุดเต้น

 

 พอโทรศัพท์สอบถามอาการแน่ใจแล้วว่าพ่อไม่ได้เป็นอะไรมาก ผมจึงนั่งทำงานได้อย่างไม่เป็นอะไรเท่าไหร่ แต่พอห้าโมงเป๊ะถึงเวลาเลิกงานปุ๊บก็อดไม่ได้ที่จะพุ่งออกจากบริษัทปั๊บ แล้วบึ่งตรงมาหาพินัยกรรม เอ๊ย พ่อบังเกิดเกล้าเพื่อเช็คดูให้แน่ใจว่าปลอดภัยไร้รอยขีดข่วนจริงๆ

 

 ผมทรุดตัวนั่งลงที่โซฟาสำหรับเยี่ยมผู้ป่วย เก้าอี้นวมข้างเตียงถูกจับจองด้วยร่างบอบบางของมารดาที่กำลังนั่งปอกแอปเปิลเป็นรูปกระต่ายอย่างคิกขุอาโนเนะพยายามลดอายุตัวเอง แถมด้วยการส่งเสียง อ้าม~’ แล้วป้อนเจ้ากระต่ายหูแดง (ใช้ความพยายามในการมองให้เป็นกระต่ายมากพอๆ กับการดูภาพแอ็บสแตร็กส์ให้เข้าใจถึงแก่นแท้ของศิลปะ) เข้าปากคนป่วยที่ทำหน้าเหมือนโลกนี้มีเพียงเราสองปล่อยให้ลูกชายตัวโตเท่าบ้านนั่งเท้าคางมองคู่ข้าวไม่ใหม่ปลาไม่มันเขาสวีทกันอย่างไร้ความเกรงอกเกรงใจ

 

 พอโดนเมินนานเข้าก็อดรนทนไม่ได้ ต้องขอยื่นปากเข้าไปสอดหน่อยล่ะครับ หมั่นไส้ “พ่อ เดี๋ยวก็ได้ต้องเข้าห้องผ่าตัดล้างท้องเนื่องจากอาการอาหารเป็นพิษหรอก เดี๋ยวจะหาว่าผมไม่เตือน”

 

 สายตาพิฆาตถูกส่งมาให้พร้อมกับริมฝีปากที่แสยะเขี้ยวออกเตรียมกระโจนเข้ากัด แต่จู่ๆ เหมือนคุณนายจะคิดอะไรได้สักอย่างจึงหยุดแยกเขี้ยวโชว์ฟันขาววิ้งบ่งบอกถึงความคมเปลี่ยนมาเป็นยิ้มหวานหยดย้อยที่ดูแล้วชวนให้สยองขวัญหนักกว่าเดิม

  

หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องหันไปมองสามีที่กำลังรอดูฉากเลือดสาดด้วยแววตาสนอกสนใจอย่างไม่มีทีท่าจะเข้ามาห้ามสักนิด ดูเหมือนรอยยิ้มนั้นจะทำให้พ่อผู้ไม่เคยหวั่นแม้วันเครื่องบินตกต้องสะดุ้งนิดๆ ด้วยซ้ำ

 

             “คุณคะ~” เสียงหวานๆ ยิ่งทวีความน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นไปอีกเมื่อเจ้าของเสียงนั้นจงใจดัดให้มันฟังดูยะเยือกไปพร้อมกัน

  

“จ..จ๋าจ้ะ?” สมกับเป็นคู่ชีวิตที่อยู่ด้วยกันมานานกว่ายี่สิบปีจริงๆ ถึงแม้น้ำเสียงบวกรอยยิ้มนั้นจะทำให้ใครต่อใครพากันวิ่งหนีแต่สำหรับคุณชนสรณ์แล้วยังสามารถตั้งรับได้ด้วยรอยยิ้มแห้งๆ พ่อก็คงรู้เหมือนผมล่ะครับว่า...เรื่องซวยกำลังจะมาเยือนแล้ว

 

 “เดี๋ยวพอคุณธรมาเยี่ยมแล้วรู้ใช่มั้ยคะว่าต้องทำยังไง?”

 

 “เอ๋?” สีหน้าของพ่อบ่งบอกว่ากำลังงเต้ก ต้องทำอะไรเหรอ? อะฮ่า ไม่รู้กันใช่มั้ยล่ะครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน เลยได้แต่นั่งดูอยู่ขอบเวทีอย่างสงบเสงี่ยมเรียบร้อยไม่ยื่นเกือกเข้าไปสอดเหมือนทุกทีที่มีโอกาส

  

“หึหึ ไม่เป็นไรค่ะ ไม่รู้ก็ไม่เป็นไร” ผมว่าพ่อรีบๆ รู้ดีกว่านะ แค่เสียง หึหึ ก็มากเพียงพอแล้วที่จะทำให้คนขวัญอ่อนเป็นลมลงไปนอนกองได้ “แค่คุณอย่าขัดตอนฉันพูดก็พอแล้ว เข้าใจนะคะ ที่รัก   

  

ต่อให้ไม่ได้สั่งกำชับไว้ เกิดมาดูโลกยี่สิบปีผมก็ไม่เคยเห็นใครเคยขัดตอนคุณเธอพูดได้สักครั้ง และครั้งนี้ก็คงเป็นเหมือนที่ผ่านๆ มานั่นล่ะครับ

 

 ผมใช้เวลาช่วงเย็นอย่างครอบครัวสุขสันต์อย่างที่ไม่ค่อยมีโอกาสได้ทำสักเท่าไหร่ คิดแล้วก็เซ็งอยู่เหมือนกันว่าแทนที่จะได้อยู่ที่ทะเล ภูเขา น้ำตก หรือสถานที่เที่ยวยอดฮิต อย่างน้อยๆ ก็เป็นที่บ้านก็ยังดี แต่ดันต้องมานั่งอบอวลสำลักบรรยากาศหวานเลี่ยนของคุณลุงคุณป้าในห้องพักพิเศษของโรงพยาบาลเนี่ยนะ โรแมนติกเสียไม่มี

  

ผมไม่ต้องนั่งเซ็งอยู่นานเท่าไหร่นัก เสียงเคาะประตูหนักๆ ก็ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนผู้มาเยือนจะผลักประตูเข้ามาทันทีทันใด โห ไม่มีมารยาทเลย เคาะทำไมเนี่ย ไม่รอให้คนเขาตอบแล้วจะเคาะทำไม เดี๋ยวลูกหลานติดนิสัยแล้วจะหาว่าไอ้นันท์ไม่เตือน

  

“ไง ยังไม่ตายใช่มั้ยไอ้นนท์” เสียงคุ้นเคยที่ช่วงนี้ห่างๆ หูไปบ้างเล็กน้อยเอ่ยทักมาก่อนตัวจะโผล่ให้เห็น แต่พ่อผมก็สนิทกับอีกฝ่ายมากพอที่จะหัวเราะแล้วตอบกลับไปว่า

  

“ยัง”

  

ผู้มาใหม่นี้คือเจ้านายเก่าของแม่ และเจ้านายปัจจุบันของพ่อ คุณสินธรที่มีดีกรีประธานบริษัทตั้งแต่อายุยังน้อยจนตอนนี้ผลประกอบกิจการก็มีแต่ขึ้นเอาๆ ทั้งๆ ที่เศรษฐกิจมีแต่ดิ่งลงสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง อย่างว่าแหละครับ พ่อผมเป็นผู้จัดการฝ่ายธุรการต่างประเทศ ทำงานเยี่ยงทาส ขืนปล่อยให้กำไรตก หุ้นดิ่งล่ะก็เสียชื่อกันพอดี ถ้าจะโยงแฟมิลี่ทรีระหว่างคุณสินธรผู้ที่รวยโคตรๆ และหล่อโคตรๆ คนนี้เข้ากับแผนผังครอบครัวของผมล่ะก็จะพบว่าพวกเรามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันพอสมควรเพราะคุณสินธรคือลูกพี่ลูกน้องของแม่นั่นเอง ส่วนพ่อก็เป็นเพื่อนสนิทชนิดที่บางครั้งยังกล้าออกคำสั่งกับเจ้านายตัวเองได้ เห็นว่าเมื่อก่อนแม่ทำงานเป็นเลขาฯ ให้คุณสินธร แต่ตอนนี้จัดการเกษียนตัวเองก่อนเวลาอันควรเพื่อมาเลี้ยงลูกๆ ที่น่ารัก (...แม้จะเป็นความจริงที่เจ็บปวด แต่ผมไม่ได้มีรายชื่ออยู่ในรายนาม ลูกๆ ที่น่ารัก ของคุณนายเขาหรอกครับ)

 

 ได้ยินมา(อีกแล้ว)ว่าสมัยที่พ่อกับอาธรเรียนอยู่ด้วยกันนั้นมีสาวๆ มาเฝ้าหน้าคณะไม่ขาดตอน แต่เนื่องจากตอนนั้นพ่อก็อินเลิฟกับแม่อยู่แล้ว และอาธรก็เจ้าชู้ตามประสาคนโสดและหล่อแต่โดยรวมแล้วความนิยมของสองคนนี้ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย

 

 แน่นอนว่ามีพ่อและอาแบบนี้ผมเองก็เป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเหมือนกัน

 

 “เฮ้อ เห็นนนท์กับคุณธรอยู่ด้วยกันทีไรแล้วอดเศร้าใจไม่ได้ ทำไมนันท์มันถึงไม่ได้เชื้อพ่อหรืออามาบ้างเลยน้า” คุณนารี! เงียบไว้ก็ไม่มีใครเขาหาว่าคุณนายเป็นใบ้หรอกนะครับ!

 

 แล้วอีกอย่าง...ที่ผมไม่ได้เชื้อพ่อกับเชื้ออามามันก็เพราะดันไปได้เชื้อแม่มามากกว่าไม่ใช่หรือไงกัน อย่ามาพูดเหมือนเป็นความผิดของผมสิ!

 

 “เอาน่า สมัยนี้เขาฮิตเทรนด์เกาหลีกันนะ นารี” เสียงทุ้มนุ่มที่ตามมาทำให้ผมหันไปมอง หูผึ่งหางตั้งอย่างไม่ได้ตั้งใจ

  

“คุณอาปุณ!” ข่าวล่ามาไวที่ผมได้ยินเกี่ยวกับคนคนนี้ครั้งล่าสุดคือต้องไปดูงานที่ต่างประเทศ (อีกแล้ว ทำไมบริษัทนี้ใช้พนักงานเยี่ยงทาสแบบนี้เนี่ย) จึงแปลกใจอยู่พอสมควรที่ได้เห็นหน้าใสๆ ไม่สมอายุของอีกฝ่ายโผล่มาในโรงพยาบาลกลางกรุงเทพฯ ประเทศไทยเช่นนี้ได้

  

“หน้าอ่อนๆ อย่างนันท์ก็น่าจะเนื้อหอมเหมือนกันนะ” นี่ล่ะครับอาปุณของผม เป็นคนที่ผมรัก เทิดทูนบูชาเหนือหิ้งมากเพราะมีแค่อาปุณคนเดียวที่พอจะพูดเข้าข้างผมอยู่บ้าง ไม่เหมือนคนอื่นๆ ที่ได้ทีกัดเอา เผลอปุ๊บกัดปั๊บ บางทีผมก็นึกสงสัยว่าความจริงแล้วผมคงเป็นลูกอาปุณที่คุณนายนารีรับมาเลี้ยงแหงๆ แต่ DNA ดันประทับอยู่บนหน้าบ่งบอกเชื้อไขเป็นอย่างดี แต่ก็เพราะโตขึ้นมาด้วยสภาพแวดล้อมแบบนี้ล่ะครับ ฝีปากผมถึงไม่เป็นรองใคร

  

“รู้ๆ กันอยู่ว่าคำว่าหน้าอ่อน มันเป็นคำสุภาพของคำว่า หน้าจืด นะปุณ” เสด็จแม่ไม่เพียงไม่รับ หากยังตอกกลับได้อย่างเจ็บแสบชนิดลึกซึ้งถึงทรวงใน โฮ!!! ผมจะหนีออกจากบ้าน!!!  

  

คราวนี้อาปุณไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มๆ อย่างจนใจเหมือนเถียงไม่ออก ช่วยเถียงหน่อยสิครับอา!!!  

 

 “แล้วอย่างตานันท์ได้แค่เกาเหลาก็บุญแล้ว” อาธรเห็นทอล์กโชว์ตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะกระโดดเข้ามาร่วมวงด้วย ขอถอนคำพูดที่ว่าอาหล่อครับ “ว่าแต่...ไหงเรียกฉันว่าอาธร แต่เรียกปุณว่าคุณอาปุณฮะเจ้านันท์! แบบนี้มันลำเอียงเห็นๆ เลยนี่นา”

 

 แหงอยู่แล้วครับ ศัตรูของศัตรูคือมิตร แต่ตอนนี้มองไปรอบด้านก็เจอแต่ศัตรูไม่เจอแม้แต่เงามิตรสักคน มีแต่คุณอาปุณคนเดียวเท่านั้นแหละที่พอจะช่วยเข้าข้างผมบ้าง

 

 ทักทายกันพอหอมปากหอมคอและกัดผมพอเป็นพิธีแล้วจึงได้ฤกษ์เยี่ยมคนป่วยจริงๆ จังๆ สักที ตอนนี้ภายในห้องจึงมีผู้เฒ่า แค่ก! เอ่อ...ผู้ใหญ่อยู่สี่คน กับวัยสะรุ่นอีกหนึ่งคน แล้วก็ตามประสาคนแก่เจอกันล่ะครับ นั่งคุยกันจนเหมือนว่าจะไม่จบไม่สิ้น แถมคุณนารียังเตะโด่งไล่ผมออกมาซื้อน้ำผลไม้ให้อีก ต้องเดินไปจนถึงหน้าโรงพยาบาลนู่นแหนะครับถึงจะมีให้ซื้อ

 

 ระหว่างรอคนขายเขาคั้นน้ำผลไม้สดๆ ผมก็มองนู่นมองนี่ไปทั่วจนสะดุดเข้ากับรถเข็นขายผลไม้ สุดท้ายแล้วจึงได้แต่บอกป้าคนขายว่าเดี๋ยวมาเอาแล้วเดินดุ่มๆ ไปซื้อมะม่วง ฝรั่ง แคนตาลูป แตงโม อย่างละนิดอย่างละหน่อยตั้งใจว่าจะเอาไปฝากพยาบาลที่เฝ้าวอร์ดอยู่ แน่นอนว่าการเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ง่ายที่สุดคือการซื้อของฝากไปฝากบ่อยๆ ถึงห้องที่พ่อนอนจะเป็นห้องพิเศษก็เถอะ แต่ซื้อใจพยาบาลไว้ด้วยก็ย่อมได้รับการบริการที่เต็มใจกว่าเป็นไหนๆ

  

เมื่อจะลงทุนแล้วทั้งทีผมจึงอดซื้อเค้กชิ้นเล็กๆ มาด้วยไม่ได้ อีกเหตุผลหนึ่งคืออยากกินเองด้วยล่ะครับ แฮะๆ

 

 การขึ้นลิฟต์ในรอบนี้ให้อารมณ์ปลอดโปร่งกว่าครั้งที่แล้วมาก แม้คนจะยังเบียดเสียดยัดเยียดกันเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน แต่ผมก็ยังอารมณ์ดีพอที่จะผิวปากเดินแกว่งถุงผลไม้เบาๆ ตรงไปยังเคาท์เตอร์พยาบาล เป็นคุณป้าคนเดิมที่นั่งอยู่ประจำที่ ผมเคาะกระจกน้อยๆ ก่อนฉีกยิ้มส่งให้ ไม่รู้ทำไมป้าแกถึงได้สะดุ้งนิดๆ ตอนเงยหน้าขึ้นมอง เห็นคนหล่อแล้วสะดุ้งแบบนี้เสียมารยาทนะครับป้า

 

 “เมื่อกี้ขอบคุณที่ช่วยบอกทางนะครับ ผมเอาผลไม้มาให้ครับ” ถ้ากันย์กับตุลย์มาอยู่ตรงนี้คงโก่งคออาเจียนและสำรอกออกมาเป็นคำด่าว่า ไอ้ตอแหลเพราะรู้นิสัยทำอะไรไม่ค่อยยอมขาดทุนของผมดี แต่ในเมื่อตอนนี้พวกมันไม่อยู่ผมจึงสบายหูไปอีกวัน

  

“แหม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไม่เห็นต้องเกรงอกเกรงใจแบบนี้เลยค่ะ” ปากว่าอย่างนั้นแต่มือป้าแกหยิบถุงผลไม้ไปเก็บไว้หลังเคาท์เตอร์แล้วครับ ผมก็อยู่ชวนคุยนู่นนี่นั่นกับป้าแกอีกนิดหน่อย อาศัยหน้าละอ่อนของตัวเองล่อลวง เอ๊ย เชื่อมสัมพันธไมตรีกับป้าแกที่ผมมารู้ทีหลังว่าเป็นหัวหน้าพยาบาล ตำแหน่งไม่ใช่เล็กๆ แถมยังรู้มาอีกว่าชั้นนี้ทั้งชั้นเป็นห้องพิเศษ มีอยู่เพียงเก้าห้องเท่านั้น แต่ว่างไปเสียสามห้อง ห้องหนึ่งจับจ้องโดยคุณพ่อของผม อีกห้าห้องมีพวกคนรวยจนไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรดีมานอนพักให้น้ำเกลือที่โรงพยาบาลเล่นๆ สาเหตุเพราะ รู้สึกอ่อนเพลีย 

 

พูดก็พูดเถอะ ค่าห้องแต่ละคืนแพงหูฉีก ถ้าคุณๆ ทั้งหลายเก็บความอ่อนเพลียไปพักผ่อนที่บ้านแล้วเอาเงินไปบริจาคผมว่ามันคงมีประโยชน์กว่าเยอะ แต่เอาเถอะ เงินเขาไม่ใช่เงินผม จะบ่นทำไมก็ไม่รู้เนอะ

 

 “อ๊ะ ผมต้องไปเฝ้าคุณพ่อต่อแล้วล่ะครับ ขอบคุณนะครับที่อยู่คุยเป็นเพื่อน” ไม่รู้ทำไมในหัวผมถึงได้ยินเสียงไอ้กันย์กับไอ้ตุลย์ลอยมาเป็นคำว่า มารยา!!!’ แหม จะเป็นไปได้ไงล่ะครับ ก็พวกมันไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วยนี่นา

  

“แหม ป้าต่างหากล่ะคะที่ต้องขอบคุณที่มาอยู่คุยเป็นเพื่อน” ไม่หรอกครับ คุยกับป้าก็ทำให้ผมรู้อะไรดีๆ ขึ้นมาอีกเย้อ ที่สำคัญคือค่าห้องนี่ล่ะครับที่ผมอยากรู้ที่สุด จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเตะท่านพ่อตัวเองออกจากโรงพยาบาลไปนอนพักฟื้นที่บ้านดีมั้ย

  

ผมยกมือไหว้คุณป้าหัวหน้าพยาบาลทีหนึ่งก่อนเดินสวอนเลคไปทางห้องพัก แต่ทันทีที่ถึงสุดทางเดินแล้วกำลังเลี้ยวขวาเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นที่ข้างหลัง อันที่จริงผมก็ไม่ใช่พวกที่ต้องสนใจทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้าหรอกนะครับ แต่เผอิ๊ญ เผอิญว่าเสียงนั้นมันคุ้นเสียจนไม่รู้จะคุ้นไปมากกว่านี้ได้ยังไงแล้วเลยต้องหันกลับมาเลิกคิ้วให้ไอ้เจ้าของเสียงเมื่อกี้ที่ตอนนี้ยืนเต๊ะอยู่อีกหัวมุมหนึ่งของทางเดิน

  

“...เรื่องตอแหลกับมารยานี่ขอให้บอก”

  

ให้ทายสิครับว่าใคร ให้ทายสองครั้งรับรองว่าไม่มีใครทายผิดแน่นอน ถ้าคุณทายครั้งที่หนึ่งเป็นไอ้กันย์ ครั้งที่สองเป็นไอ้ตุลย์คุณจะทายครั้งแรกผิด แต่ครั้งที่สองถูก แต่ถ้าคำตอบของคุณคือไอ้ตุลย์ตั้งแต่คำตอบแรกล่ะก็...คุณมาเป็นสโตรกเกอร์แอบถ้ำมองแถวๆ นี้ใช่มั้ย!

 

 สรุปก็คือ...ไอ้คนพูดจาวอนโดนเตะปากนั่นคือหนึ่งในสองเพื่อนสนิทของผมที่วันนี้มันโชว์เดี่ยว ไอ้ตุลย์นเองครับ

 

 “เฮ้ย มาได้ไงวะ!

 

 “พอดีมีธุระนิดหน่อยเลยแวะมา” กำลังจะอ้าปากถามว่าธุระอะไรไอ้เพื่อนบังเกิดเกล้าก็เดินมาเอาแขนพาดคอแล้วทิ้งน้ำหนักลงบนตัวผมเสียเต็มเหนี่ยว

  

“แหวะ เหม็นยาว่ะ”

  

“ตัวมึงก็มีกลิ่นยา” เอ่อ พวกผมหมายถึงพวกกลิ่นยาฆ่าเชื้อของโรงพยาบาลนะครับ ไม่ใช่ยาบ้า ยาอี ยาม้า ยาเสพติดผิดกฎหมายทั้งหลายทั้งแหล่ อย่าเพิ่งกดหนึ่งเก้าหนึ่งกันนะ!

 

 ว่าแต่ไอ้นี่ก็ตายยากแท้ เพิ่งนินทาในใจไปหมาดๆ ดันเสือกโผล่มาจริงซะงั้น กำลังจะอ้าปากถามถึง ธุระ ของคุณชายตุลย์รอบสองก็มีอันได้โดนขัดอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายลากคอผมเดินลิ่วๆ ไปทางห้องพักพิเศษหมายเลข 1903 อันที่จริงมันอาจจะไม่ใช่เพื่อนผม แต่เป็นขี้ไคลบนตัวต่างหาก ผมว่าผมไม่ได้บอกมันนะว่าพ่ออยู่ห้องไหน แล้วมันไปรู้ได้ไงวะ

  

“ไม่ต้องทำหน้าหมาโง่ ฉันเบื่อๆ เลยเดินสำรวจชั้นนี้เล่นแล้วไปเจอชื่อพ่อแกนั่นแหละถึงได้รู้” แม้ไอ้ตุลย์จะยังรักษาความปากมอมได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายแต่ผมว่าวันนี้มันดูแปลกๆ ชอบกล เหมือนเหนื่อยๆ เพลียๆ มีเรื่องหนักใจ แต่นั่นก็เป็นแค่การสันนิษฐานส่วนบุคคลน่ะครับ ไม่มีหลักฐานอ้างอิง

  

ผมเปิดประตูเข้าไปโดยไม่เคาะ คุณนายนารีที่กำลังปลอกแอปเปิลให้เป็นรูปกระต่ายหันมามองก่อนยิ้มหวานเมื่อเห็นเห็บตัวหนึ่งที่เกาะคอผมติดมาด้วย

 

 “ไงจ๊ะตุลย์ ไม่เจอกันตั้งนาน” ทีพูดกับเพื่อนของลูกล่ะจ๊ะจ๋า ไหงปฏิบัติกับลูกตัวเองเหมือนทาสก็ไม่รู้ ผมไม่ใช่ซินเดอเลร่าที่ต้องถูกแม่เลี้ยงใจยักษ์ใจมารกลั่นแกล้งรังแกสักหน่อย ไม่สิ ขนาดนังซินตัวเป็นๆ ที่บ้านยังได้รับการเลี้ยงดูดีกว่าผมเป็นไหนๆ

  

โลกนี้ไม่ยุติธรรม!

  

“สวัสดีครับคุณแม่ คุณพ่อ” ไม่ต้องแปลกใจหรอกครับว่าทำไมถึงนับกันเป็นพ่อแม่ลูก เพราะไอ้กันย์ก็เรียกพ่อแม่ผมแบบนี้เหมือนกัน เหมือนผมที่เรียกพ่อแม่พวกมันว่าคุณพ่อคุณแม่นั่นแหละ เลยถือว่าเจ๊ากันไป

  

“มานั่งก่อนสิจ๊ะ ตานันท์ หายไปตั้งนานน้ำฉันละลายหมดแล้ว!” ประโยคแรกไม่ต้องบอกก็คงรู้ว่าไม่ได้พูดกับผมหรอก แต่ก็จริงของคุณนายเขาล่ะครับ เพราะผมใช้เวลาเชื่อมสัมพันธไมตรีกับคุณป้าหัวหน้าพยาบาลนานไปหน่อย น้ำผลไม้คั้นสดๆ เลยมีน้ำแข็งละลายผสมให้มีรสชาติใกล้เคียงกับน้ำเปล่ามากขึ้น

 

 “ไปรินน้ำมาให้เพื่อนเลยไป๊”

  

“ไม่ต้องหรอกครับคุณแม่ ผมแค่แวะมาเยี่ยมอาการคุณพ่อเฉยๆ ไม่เป็นไรมากใช่มั้ยครับ”

 

 ...ไอ้ตอแหล!!! ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นเด็กดี

  

“ไม่เป็นไรหรอก ตุลย์เองก็สบายดีนะ?” พ่อผมเหมือนจะไม่รู้สึกถึงรังสีลวงโลกที่แผ่ออกมาจากรอยยิ้มของเพื่อนสนิทของลูกชายตัวเองแม้แต่น้อย

  

“ครับ สบายดีครับ”

  

แล้วผมก็ต้องแกะเค้กใส่จาน รินน้ำใส่แก้ว แล้วเอาไปเสิร์ฟให้พ่อแม่ ลูก ที่นั่งคุยเจ๊าะแจ๊ะกันกระหนุงกระหนิง โดยที่ตัวเองต้องอดไปโดยปริยายเพราะแยกถุงไว้สามชิ้น ก่อนหน้านี้ก็ฝากคุณป้าพยาบาลหน้าวอร์ดคนนั้นให้เอาเค้กไปให้คุณหมอกับพยาบาลที่รับผิดชอบดูแลพ่อผมไปแล้ว เลยได้แต่กัดฟันอย่างแค้นเคือง ไอ้ตุลย์ แกต้องชดใช้!!!

  

“ตานันท์ น้ำยังไม่ได้อีกเหรอ!?” เสียงหวานๆ แต่แสบแก้วหูดังขึ้นเร่ง

 

 นี่! เข้าใจอะไรผิดกันรึปล่าครับ! ผมเป็นลูกบ้านนี้นะ!!!

  

 

 

ว่าแต่...ไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าตุลย์มันมี ธุระ อะไรที่โรงพยาบาลด้วยแฮะ

 

 

 

 

 

 

 ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++










สวัสดี สวีดัดค่ะทุกคน!!! ยังจำกันได้อยู่มั้ยเอ่ยยยยยยย (คนอ่าน - แกเป็นใคร)

*ทำเป็นไม่ได้ยิน* ขออภัยมากๆ ที่หายหน้าหายตาไปนานค่ะ เกิดปัญหาต่ออารมณ์ไม่ติด เลยไม่สามารถเขียนต่อได้ แต่ช่วงนี้ก็เริ่มพยายามกลับมาเข็นใหม่อีกรอบแล้ว

ตอนนี้ก็เปิดตัวอาธรกับอาปุณอย่างเป็นทางการ(สักที)แล้วนะคะ (หลังจากที่ผจญชะตากรรมในของขวัญวันคริสมาสต์อยู่นานสองนานแต่ยังไม่จบสักที)

หวังว่าตอนนี้ก็คงจะยาวจุใจพอจะชดเชยให้หายคิดถึง (คนอ่าน - มีใครบอกว่าคิดถึงเอ็งเรอะ) กันบ้างไม่มาก็น้อยนะคะ >w< 

ต่อไปนี้จะพยายามไม่หายกบาลไปนานแล้วค่ะ 

สุดท้ายนี้...ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์เช่นเคยค่ะ ^o^!!~

(ปล. ว่าแต่ทำยังไง rating ถึงจะเป็น 100% ได้ล่ะเนี่ย (ตอนนี้อยู่ที่ 93 เอง TwT) ใครรู้วิธีช่วยหน่อยนะคะ >w<) 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

2,944 ความคิดเห็น

  1. #2911 jaja (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2556 / 12:08
    อะนะ!!!! เราก็คิดว่าท่านประธานเป็นอะไรซะอีก ที่แท้ก็คุณพ่อ...

    แล้วเพื่อนตุลย์ มีธุระอะไรที่โรงบาลจ้า?????
    #2911
    0
  2. #2794 PoPpY_555+ (@avonie) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2554 / 17:27
    เิิอ่อ คุณแม่ขาาาาาาาาา

    ได้ข่าวว่าตานันท์นั่นลูกชายคุณแม่ไม่ใช่หรอคะ

    ทำไมปฎิบัติเยี่ยงนี้ล่ะ แต่ก็ชอบนะฮามากมาย
    #2794
    0
  3. #2732 MelonSherbet (@strawberrycatt) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2554 / 17:07
    คุณแม่กับนันท์นี่ฮามากอ่ะ ฮ่าๆๆ
    #2732
    0
  4. #2697 Doll_lucky (@luckypuzz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2554 / 22:35
    ทำไมไม่ถามเล่า ??

    เฮ้ออ 
    #2697
    0
  5. #2579 ไคซ์ โคลอส (@aon-aon-) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2554 / 17:27
     นันท์จ๋า
    #2579
    0
  6. #2458 Qbec. (@qbec13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 กันยายน 2554 / 23:23
    ปริศนาคาใจอีกเเละ-o-!

    นู๋ตุลย์ของเรามีธุระไรหว่า
    #2458
    0
  7. #2411 entirom (@p-qentiromp-q) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กันยายน 2554 / 21:43
    เอ
    ชักกอยากรู้เรื่องของเพื่อนฃสองหนอนั้นแล้วสิ
    #2411
    0
  8. #2385 SchoneTier (@schonetier) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2554 / 22:57
    เวร นึกว่านันท์เห็นคุณประธานในทีวี ๕๕๕
    โอเค ปะป๊านี่เอง
    ตอนนี้เด็ก ๆ แลดูตัวประกอบอ้ะ XD ผู้อาวุโสพรึ่บ !
    แล้วเพื่อนตุลย์เป็นอะไร มาทำไมโรง'บาล ??
    #2385
    0
  9. #2297 My Yaoi (@myyaoi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 13:47
    แง๋ว ทายผิดเมิดดดดด
    ไรเตอร์มานี่ดิ (กอดอกกระดิกนิ้วเรียกยิก ๆ ไรเตอร์เดินเข้ามาหา)
    จับสองหัวไหล่เขย่า ๆ ๆ ๆ ๆ  ๆ จนหัวสั่น
    เอาเงินมา (เรื่อง) เอาเงินมา (เรื่อง?) ตอนที่แล้ว เดาไปซะเยอะ
    หน้าแตก...
    ไม่เกี่ยวกับคุณรุทเลยยยยยย
    เดินไปหาหมอ ค่าเย็บหน้าแพงมากกก (เอาเงินมาาาาาาา) = [ ] =


    ว่าแต่ตุลเดี้ยงเป็นอาราย = = หรือว่าทำใครท้อง !!! (ยังจะกล้าทายอีกนะ = =)
    #2297
    0
  10. #2195 spsygk (@spsygk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2554 / 16:05
     พ่อตุลย์เป็นไรอ่ะ
    #2195
    0
  11. #2118 suck's (@22264) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 21:58
    ครอบครัวนั้น่ารักดีน่ะ
    #2118
    0
  12. #1946 Hiba Meaw~! (@35392) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มีนาคม 2554 / 13:20
    น่ารักอ่ะบ้านนี้

    -.- ขำนันท์...จงดีใจไว้ซะความจริงแม่แกเก็บแกมาจากถังขยะ

    แกน่ะเป็นถึงคู่หมั้นประธานบริษัทเชียวนะ!

    คอมเม้นนี้พร่ำเพ้อไปเรื่อย โปรดอย่าใส่ใจความจิตเล็กๆน้อยๆของปันเลยเนอะ หึหึ=,.=
    #1946
    0
  13. #1916 ♥Jamjung&SJ♥ (@jamjungjammy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มีนาคม 2554 / 12:48

    อ่านต่อๆๆๆๆ

    #1916
    0
  14. #1743 YAMSANG!! (@yamsang) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2554 / 21:56
    ตุลย์คงไม่มาแค่เยี่ยมพาอนันท์หรอกมั้ง??
    #1743
    0
  15. #1676 dekkaset56 (@goay56) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2554 / 23:50
    แอบฮานะเนี่ยเพื่อนพ่อนันท์อ่ะ ตลกดี แต่ว่าตุลย์นายมาได้ยังไงเนี่ย มีอะไรหรือป่าว
    #1676
    0
  16. #1486 tatary (@tatary) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2553 / 22:26

    ญาติตุลย์เป็นอะไรรึป่าวเลยมาเนี้ย

    #1486
    0
  17. #1403 SHi-gem (@p-gem) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 19:22
    แอบเดาว่าตุลย์ชอบนันท์ เลยมาเยี่ยมพ่อตา > < 55

    #1403
    0
  18. #1287 เจ้าหญิงเขียด (@serwadtion) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2553 / 10:23
    ตุลย์มีธุระอะไรอ่ะ?
    #1287
    0
  19. #1251 ~~++NuttiiZa++~~Cass >>Gin (@nutty_nut) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2553 / 11:45
    ตุลย์มีกิ๊กที่รพ-0-
    #1251
    0
  20. #1228 ❤_23﹏# (@kehro) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 20:55
     ฮ่าๆๆๆๆ

    นันท์กลายเป็นคนขี้น้อยใจทันใด (รู้สึกตั้งเเต่เริ่มเรื่อง)
    #1228
    0
  21. #1213 ladyji (@ladyji) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 / 12:55
    ดีใจจังค่ะ
    ไรเตอร์กลับมาแล้ว
    #1213
    0
  22. #1168 jia_za ^_^ (@jia-za) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2553 / 14:43
    ดีใจจังกลับมาต่อแล้ว
    #1168
    0
  23. #1125 JuLi (@JL-BB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2553 / 06:01
    TT^TT คิดถึงงงงง  
    หายไปนาน มากกกกก
    อย่าหายไปอีกนะ
    #1125
    0
  24. #1092 amnesiac (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 23:36
    Welcome back ค่ะ! ดีใจจัง
    #1092
    0
  25. #1090 motor (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2553 / 19:51
    ไรเตอร์เริ่ดมากกก



    แต่งได้ฮา+สนุกปลุกทุกอารม55555



    ขอบคุนมากคาบ
    #1090
    0
  26. #745 golden coin (@Dark_g) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มกราคม 2553 / 12:03
    ชอบมากมายค่ะ
    ปุณนี่ยังรั่วได้อีกสินะคะ ฮา
    แอบสงสัย คุณประธานท่านไปหลงรักคุณอาปุณเมื่อไหร่น้อ...
    #745
    0
  27. #728 poppavero21 (@poppavero21) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 มกราคม 2553 / 21:45
    หึหึหึ ท่าทางว่าน่าจะสนุกแน่ๆเลยทริปนี้
    ปล. ทำไมสาวๆในเรื่องนี้ดูโหดร้ายกับหนุ่มๆจังเลยอ่า
    #728
    0
  28. #638 LeeChiRa (@farrimin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2553 / 13:35
    555+++  อิอิ
    #638
    0
  29. #614 orionstar (@orionstar) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 12:03
     ลุ้นน่ะค่ะ 

    อยากรู้จังเค้ารู้จัก ไม่สิ เค้าเข้าหอกันอย่างไง 

    สงสัยต้องตามไปดูอย่างกระชั้นชิด
    #614
    0
  30. #613 [B]a[K]u..zz (@Baku) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 มกราคม 2553 / 09:34
    ถึงจะคิดถึงคู่ของนันท์กับคุณรุทธ์แต่คู่นี้ก็ช่วยให้หายคิดถึงได้เยอะเหมือนกัน

    ยังไงไรเตอร์เตอร์ก็รีบมาต่อเร็วๆนะคะ
    #613
    0
  31. #610 o_ฟองน้ำ_o (@deberaux-ferin) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มกราคม 2553 / 21:00
    อาปุณน่ารักจริงๆ อิอิ

    ว่าแต่คุณแม่=คุณนานี่ มีแววแสบตั้งแต่สาวๆจริงๆด้วยแหะ อิอิ
    #610
    0
  32. #606 --->alexx_O_InNa[Z]E-o (@pocoyo_ohh_yho) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มกราคม 2553 / 10:00
     อยากตั้งชมรมคนรักอาปุณจังเล้ย ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #606
    0
  33. #602 fa-rung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 19:01
    น่าร๊ากกกจังเลยค่ะ

    แอบแพ้ชื่ออาปุณ คนอะไรชื่อหล่อจัง

    สนุกมากๆเลยค่ะ



    อัพไวๆนะคะ
    #602
    0
  34. #601 ไก่ผัดขิง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 17:36
    มารอความคืบหน้าขออาปุณ
    #601
    0
  35. #600 Kun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มกราคม 2553 / 01:09
    สนุกมากคร้า ชอบมาก เราชอบอาปุณมาก

    555 เรื่องนี้ฮาดี เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #600
    0
  36. #597 [p]aradis[e] (@paradisez) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 18:59
    ว้าวววววววววววววว มันมาแล้วววว (อะไรของแก ??)
    กรี๊ด ๆๆ *0*+






    อัพต่อค่า ๆๆๆ รอคอยยยยยยย
    #597
    0
  37. #595 kabu (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2553 / 17:51




    รู้สึกว่า จะเห็นช๊อตเด็ด ทุกทีเลยน๊า

    แล้วคุณประธานนี่ ยังไงกันค๊า >_<



    นั่งใกล้กันด้วยยยยยยยยยย
    #595
    0
  38. #585 frem (@muenward) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 22:50
    น่ารักมากค่ะ

    ท่านประธานเหมือนหนุ่มซึน

    รู้สึกเหมือนนารีเป็นสาววายชอบกล

    มีจับคู่ให้

    ฮา
    #585
    0
  39. #577 Crazy Dog (@spayblack) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 18:58

    ปุณจ๋า.........

    โชคดีนะจ๊ะ////โบกผ้าเช็ดหน้า.........

    #577
    0
  40. #575 ชิวชิวจ้า (@qq_oo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 17:24
    มาอัพเร็วๆน้า
    #575
    0
  41. #574 wandeedee (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 17:16
    อือ...น่ารักจังนะ^^
    #574
    0
  42. #573 nitt-hyacinth (@nitt-hyacinth) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 15:41
    ปุณเอ๊ย ซวยซับซวยซ้อนซวยซ่อนเงื่อน ซวยมหาประลัยเพราะโดนไรเตอร์แกล้ง จำใจรับไปเถอะนะ เพราะรีดเอดร์ชอบ เอิ๊กๆๆ
    #573
    0
  43. #572 เตมัสน้อย (@tamus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 15:04
    ชอบค่ะ น่ารักดี ปุณนี้ซวยเช็ดจริงๆ555+
    #572
    0
  44. #571 SILVER_KNIGHT&Lovely Hee chuL (@Ricercare) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 09:04

    เหอเหอเหอ

    ทีตอนพิเศษเขียนเร็วนะค้าไรเตอร์

    ตอนหลักไหงให้เรารอจนเงกอ่ะ

    ไม่ยอมอ่ะตัว

    #571
    0
  45. #570 JuLi (@JL-BB) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 08:23
    รอๆๆ  อัพๆๆ  TT^TT
    #570
    0
  46. #568 emik@ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2553 / 21:51
    อ้าว ไรท์เตอร์จ๋า

    นึกว่ามาอัพเพิ่มซะอีก

    รีบๆ มานะคะ

    ขอบคุณค่ะ
    #568
    0
  47. #566 Numja (@Chingu) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2553 / 19:35

    ท่านประธานดินิสัยไม่ดีเอาซะเลย

    พูดดี ๆ กะปุณหน่อยก็ไม่ได้ คนออกจะน่ารัก

    มาต่อเร็ว ๆ นะไรเอตร์

    #566
    0
  48. #564 Anuya-Sha'★ (@anuyasha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 มกราคม 2553 / 18:14
    กรี๊ดอ๊างง น่ารักค่ะ >w<
    555 ชอบทั้งอาปุณแล้วก็ท่านประธานเลย !

    หึ ๆๆ ว่าแต่คนที่...อะไรข้างหลังอะ ใช่ประธานมั้ยเนี่ย 55
    #564
    0