เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 7 : ใช่...ไม่ใช่....ทำไมถึงไม่กล้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 ส.ค. 52

7.ใช่...ไม่ใช่....ทำไมถึงไม่กล้า

เป็นครั้งแรกนับแต่อกหักจากองค์เอเมียร์ไซยเอ็ดผู้เป็นพระเชษฐภรรดาที่เมริสานึกชอบใครขึ้นมาก่อน เพียงแต่ว่าความรู้สึกนี้ของเธอ คงไม่เก้อไปข้างเดียวเช่นครั้งที่ผ่านมา ก็เขาสารภาพออกมาแล้วนี่นาว่า ยังไม่มีคนรัก แถมยังดูแลเอาใจใส่และซื้อของขวัญราคาแพงให้เธอระลึกถึงเขาอีกด้วย มิหมายความว่าความรู้สึกตรงกัน แล้วมันจะคืออะไร

เส้นนั้นเล่าคะ จะให้ฉันใส่กล่องให้ด้วยไหม? บุสชาถาม

เมริสาส่ายหน้า หันมาทางมิลลา ยื่นสร้อยเส้นสวยให้เขา ใส่ให้ฉันหน่อยสิคะเธอปลดนาฬิกาที่มารดาให้เป็นของขวัญตอนเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยแพทย์ออกวางบนตู้โชว์ แล้วยื่นข้อมือเปลือยเปล่าให้แก่เขา

คำขอของเธอทำเอามิลลานิ่งงัน แต่พอเจอดวงตาที่ยิ้มพราวมองมาก็รับสายสร้อยเส้นนั้นมาคล้องตะขอสวมเข้าที่ข้อมือเรียวขาวของผู้เป็นเจ้าของ และมันคงเป็นครั้งแรกที่ชายหนุ่มรู้สึกว่าตัวเองตาถึงจริงๆ เพราะสร้อยเส้นนี้ ช่างเหมาะเจาะกับข้อมือเล็กเรียวของเมริสาเหลือเกิน

หวังว่าคุณคงหลายใจเพียงแค่เรื่องเลือกสร้อยอย่างเดียวนะครับ เขาเหน็บ เมริสายิ้มอย่างขบขัน เอ่อแน่ะ ช่างเหน็บแนมเป็นกับเขาด้วย พลิกข้อมือไปมาดูสร้อยเส้นสวยที่เขาซื้อให้

เสียดายจังเงินฉันหมด เลยไม่ได้ซื้ออะไรตอบแทนคุณ

มิลลาส่ายหน้า ผมไม่อยากได้อะไรจากคุณหรอกครับ

ดวงตากลมใสทอประกายความสงสัย ไม่อยากได้เลยหรือคะ?

มิลลาทำหน้าไม่ถูกกับคำถามนั่น เสมองเครื่องประดับชิ้นอื่นๆในร้านแทน เมริสายิ้มหวานผ่านดวงตา บุสชาอมยิ้มมองท่าทางของสองหนุ่มสาวนึกดีใจว่าอีกไม่นานตระกูล มุติฟาห์ คงมีข่าวมงคล

 

กว่าที่เมริสาและมิลลาจะพากันออกจากถนนที่เต็มไปด้วยร้านทองก็เป็นเวลาย่ำค่ำแล้ว

คนตัวเล็กร่างบางลูบท้องน้อยๆ ฉันหิวแล้วล่ะค่ะ

เราจะรีบกลับไปให้ถึงก่อนเวลาอาหารค่ำแน่นอนครับ มิลลายืนยัน พาเธอลัดเลาะออกจากซอกซอยเล็กๆเพื่อไปยังพาร์คที่จอดรถทิ้งไว้ แต่เมริสาดึงชายเสื้อโต๊ปของเขา

เราแวะทานแถวนี้ไม่ได้หรือคะ ฉันหิวไม่อยากรอแล้ว ใช้พลังงานไปเสียเยอะ หัวคิ้วขมวดยุ่งบอกว่าไม่ต้องการรอเวลาอีกแล้ว

มิลลาพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู เราหายออกมานานเกินไป ป่านนี้ปาตีคงสงสัย ฝ่ายในอาจจะวุ่นวายตามหาคุณ และถ้าพรุ่งนี้องค์เอเมียร์และพระชายาเสด็จกลับผมเกรงว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่

เมริสาหน้ามุ่ย ไหนๆเราก็ออกมากันแล้วนี่คะ โอกาสดีๆอย่างนี้ใช่จะมีบ่อยๆ และฉันมีเหตุผลจะบอกปาตีที่ไม่ทำให้เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่รู้ไปถึงพระเนตรพระกรรณค่ะ เจ้าตัวรับรองเสียงหวานจ๋อย

มิลลาพ่นลมหายใจเบาๆ แม้จะเป็นสิ่งที่ทำบ่อยในแต่ละวันเหมือนอ่อนใจในความดื้อรั้นของผู้หญิงตรงหน้านี้เหลือเกิน แต่เขาก็ไม่ใจแข็งพอที่จะขัดใจหล่อนได้จริงๆจังๆเสียที

สุดท้ายมิลลาก็ใจอ่อนยอมให้เมริสาแวะร้านอาหารที่เจ้าหล่อนเลือก

ไม่สนคอเลสเตอรอลแล้วหรือครับ? มิลลาถามเมื่อฟังรายการอาหารที่เมริสาสั่งทั้งหมด

ฉันหิวจนจะกินเคบับชิ้นนั้นหมดได้ในห้านาที มือเล็กเรียวชี้ไปยังก้อนเนื้อที่กำลังย่างส่งกลิ่นหอมอยู่เหนือเตา มิลลาตาโตก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ เมริสาหน้ามุ่ย เธอไม่คิดว่ามันจะตลกตรงไหนเลย

ท่าทางกินอย่างเอร็ดอร่อยไม่เหลือมาดของนักเรียนแพทย์ที่ใส่ใจสุขภาพ แถมยังสั่งของหวานมาตบท้าย ทำให้มิลลาพลอยทานอาหารมื้อนี้อย่างมีความสุขไปด้วย

คำพูดที่ว่า เวลาของความสุขสั้นนัก คงจะจริง เพราะอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า เขาก็ต้องพาเธอกลับพระราชวังมุซทามัส และวันพรุ่งนี้เมื่อทุกๆอย่างเข้าสู่สภาวะปกติ เขาก็อาจจะหมดโอกาสใกล้ชิดเธอเช่นนี้อีก ทุกนาทีแห่งความสุขตรงหน้ามิลลาจึงแทบไม่ละสายตาไปจากดวงหน้าใสของเมริสาเลยแม้แต่น้อย

คุณไม่หิวหรือไง ไม่เห็นทานอะไรเลย เมริสามองจานข้าวหมกแพะที่ยังเหลือเกือบครึ่ง

มิลลายิ้ม ทั้งๆที่เป็นคนเร่งเวลาจะพาเธอกลับพระราชวัง แต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่โอ้เอ้ถ่วงเวลาไว้

มือเล็กเรียวลูบไล้สร้อยข้อมือที่เขาซื้อให้แก้อาการเขินขวย เมริสาตกใจเมื่อนึกขึ้นได้ว่า เธอถอดนาฬิกาข้อมือทิ้งไว้ที่ร้านขายทองของฮิบรัมห์ ดวงตาโตเขม่นมองไปภายนอกร้านที่ตอนนี้มืดค่ำเกรงร้านทองจะปิดเสียก่อน ครั้นจะรอมิลลาเขาก็ยังทานข้าวไม่เสร็จ

เดี๋ยวฉันมานะคะ เธอบอกพร้อมถอยเก้าอี้ลุกขึ้น

คุณจะไปไหน? มิลลาถามอย่างสงสัยในท่าทางลุกลี้ลุกลน

เข้าห้องน้ำค่ะ ว่าแล้วตลบฮิญาบขึ้นคลุมหน้าอย่างเดิม มิลลาจึงมองตามหญิงสาวรีบเร่งเดินออกไปอย่างไม่วางตา นั่งทานอาหารต่อ พร้อมกับคิดไม่ตกว่า หากพรุ่งนี้ไม่เหมือนวันนี้ เขาจะเจ็บปวดไหม?

หากอาทิตย์ถัดจากนี้ไป เธอต้องกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่มีเงาของเมริสาในเชดัสย่าห์ เขาจะรู้สึกอย่างไร สองคืนที่ผ่านมา เพียงแค่รอเวลาถึงเช้าเพื่อได้เห็นหน้าเธออีกครั้งยังรู้สึกทุกข์ทรมาน แล้วเวลาเป็นปีๆที่จะไม่ได้พบหน้า ห่างกันไกลคนละขอบฟ้า และสุดท้ายก็รู้ว่าเธอกับเขาช่างแตกต่างกันเหลือเกินจนไม่มีวันที่จะบรรจบกันได้

ก่อนที่ทุกอย่างจะมากมายไปกว่านี้....บางที การหยุดทุกอย่างลงตั้งแต่ตอนนี้ คงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด

มิคิดว่าเรื่องแค่การอยู่ห่างจากผู้หญิงคนหนึ่ง...เลิกคิดถึง...เลิกสนใจ...เลิกใส่ใจเสีย มันจะลำบากยากเย็นและเป็นทุกข์ใจถึงขนาดนี้....แต่เพื่อเขาและเธอ...มิลลาต้องตัดสินใจให้ได้

 

เมริสาเดินลัดเลาะซอกซอยที่มั่นใจว่าเป็นเส้นทางที่มิลลาพาเธอมาเมื่อครู่ใหญ่ ร้านรวงสองข้างทางเริ่มดึงประตูเหล็กปิดหน้าร้านกันแล้ว เธอเร่งฝีเท้าเพื่อกลับไปเอานาฬิกาที่เป็นของขวัญจากมารดาคืนมา

แต่ร้านทองของอิบรัมห์ปิดไปแล้ว ฝ่ามือบางทาบที่ประตูก่อนจะตบลงบนแผ่นเหล็กหวังเรียกคนที่อยู่ข้างใน

นั่นเจ้ากำลังทำอะไร? เสียงถามดังขึ้นเบื้องหลัง เมริสาหันขวับไปมองอย่างตกใจ

 

เจ้าต้องไปกับข้า เสียงเอะอะดัง พร้อมกับที่ชายร่างสูงโย่งตรงเข้ากระชากผู้หญิงคนหนึ่งอย่างไม่ปรานีปราศรัย เสียงร้องขอความช่วยเหลือจากหญิงสาวที่ฮิญาบหลุดลุ่ย ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เมื่อผู้ชายคนนั้นประกาศว่าหล่อนเป็นเมียของเขา คนอื่นๆได้แต่ยืนมุงดูกัน ปล่อยให้ชายผู้นั้นลากหญิงคนนั้นกลับไป

ไม่จริง ไม่ใช่ ช่วยข้าด้วย ข้าไม่ใช่เมียมัน เสียงอ้อนวอนขอร้องอย่างน่าสงสาร องครักษ์หนุ่มลุกขึ้นยืนพรวดพราด สัญชาติญาณของผู้ปกป้องคุ้มครองภัย บอกว่าเขาปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไปเฉยๆไม่ได้

แต่โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นผ่านมาเสียก่อน ผู้ชายคนนั้นรีบปล่อยหญิงสาวแล้ววิ่งหนีหายไป

อะไรกันมาฉุดคร่ากันกลางถนนคนพลุกพล่านกลับไม่มีใครให้ความช่วยเหลือ บิดาของหญิงนางนั้นตำหนิคนที่เอาแต่มุงดูเมื่อตามหาบุตรสาวที่หายไปเจอ หล่อนกำลังขวัญกระเจิงอย่างหนัก

ใครจะไปรู้เล่านึกว่าเรื่องของผัวเมียนี่นา กลุ่มคนที่รายล้อมมุงดูแตกฮือกัน

เจ้าหน้าที่ถึงกับส่ายหน้า ดุว่าบิดาที่พาบุตรสาวออกจากบ้านในยามพลบค่ำจนไปเจอกลับกลุ่มมิจฉาชีพฉุดคร่าลักพาตัวหญิงสาวที่กำลังออกอาละวาดในเมืองหลวง สรุปว่าทั้งบิดาและบุตรสาวคู่นั้นต้องไปให้การที่สถานีตำรวจ แถมบิดาอาจถูกตั้งข้อหาว่าละเลยบุตร มิลลาฟังเจ้าหน้าที่ตำรวจประกาศเตือนอาชญากรรมรูปแบบใหม่แล้วใจหายวาบขึ้นมา

เขาหันขวับกลับไปที่ในร้าน เมริสาไปเข้าห้องน้ำนานเกินไปแล้ว

 

องครักษ์หนุ่มแทบคลั่งเมื่อไม่พบเมริสาที่ห้องน้ำ เขาวิ่งวุ่นตามหาเธอตามถนนหนทางเส้นต่างๆที่คิดว่าหญิงสาวจะผ่านไป แต่กลับไม่พบ ดวงใจบีบรัดอย่างแรง ความรู้สึกห่วงกังวลหนักถ่วงทำให้แทบหายใจไม่ออก ยิ่งกว่าหน้าที่คือความรู้สึกภายใน....มันอะไรกัน...นี่มันอะไรกัน

ด้วยสังหรณ์ใจทำให้เขาย้อนกลับไปยังพาร์คที่จอดรถไว้ เมื่อเวลาในการตามหาเมริสาผ่านไปนับกว่าชั่วโมง แล้วก็พบร่างบางในชุดอาไบยาคลุมหน้าตามิดชิดยืนพิงรถอยู่ เหมือนภูเขาที่สถิตในหัวใจ ปลิดปลิวออกไปในบัดดล

เมริสา เจ้าหล่อนหันขวับมามองเขาใบหน้าตื่น

คุณไปไหนมา ฉันกลับไปหาที่ร้านอาหารก็ไม่เจอ ดวงหน้าเล็กที่ปลดฮิญาบลงเผยใบหน้าบึ้งตึง

ผมไปตามหาคุณ ไม่พบคุณในห้องน้ำ คุณไปไหนมาเสียงถามทั้งหงุดหงิดและกังวลใจ

ฉันลืมนาฬิกาไว้ที่ร้านของบุสชา

แล้วทำไม? มิลลาถึงกัดฟันกรอด เธอรู้บ้างไหมว่าเขาเป็นห่วงเธอแค่ไหน ตามหาอย่างกับคนบ้า ทั้งๆที่เป็นใครกันที่อ้อนวอนขอให้เขาพาเธอออกมาเที่ยวข้างนอก แต่กลับไปไหนมาไหนตามอำเภอใจโดยไม่บอกเขาซักคำ

ฉันเห็นคุณกำลังทานอาหารอยู่เลยคิดว่าไปตามลำพังก็ได้

รู้มั้ยว่าคุณทำให้ผมวุ่นวายตามหาแค่ไหน เสียงเอ็ดตะโรดังอย่างขุ่นเคืองใจ

ดวงหน้าเล็กๆซีดเผือดขึ้นมาในทันทีเมื่อเห็นเขาโมโหอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ฉันขอโทษค่ะ น้ำเสียงแผ่วเครือด้วยรู้สึกผิด

มิลลาใจเสีย รู้สึกผิดที่ไปตวาดเสียงดังใส่เธอเช่นนั้น จะว่าไปมันก็เป็นความผิดของเขาเช่นกัน แต่นั่นเธอรู้ไหมว่าทำให้เขากังวลใจแทบบ้าคลั่ง....มันยิ่งกว่าหน้าที่....แล้วมันคืออะไรล่ะ? ทั้งๆที่บอกตัวเองว่าจะตัดใจ จะไม่คิดถึง จะไม่ห่วงใย ทำไมเขาถึงทำไม่ได้....ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ความสับสนที่กำลังตีกันยุ่งเหยิงระหว่างสมองกับหัวใจ

โธ่เว้ย เขาหันไปเตะที่รถโครมอย่างจะระบายอารมณ์ความอัดอั้นตันใจที่หาทางออกให้ตัวเองไม่ได้

เมริสาสะอึก น้ำตาคลอเต็มหน่วยก่อนจะล้นปรี่ออกมาจากหน่วยตากลม ทั้งตกใจเสียใจ แต่ไม่เห็นต้องรุนแรงอย่างนี้นี่นา...ท่าทางขององครักษ์หนุ่มทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น ไม่เคยเห็นเขาคลั่งอย่างนี้มาก่อน

มิลลามองคนที่เช็ดน้ำตาป้อยๆ รู้สึกผิดทั้งเสียใจ ร่างใหญ่เดินเข้าไปหาเธอ ตวัดร่างเล็กบางที่คิดว่าสูงเกินเอื้อมนั่นเข้าสู่อ้อมอกอย่างปกป้องปลุกปลอบ สองแขนของเขารัดร่างเธอไว้แน่นเหมือนกลัวการพรากจากและหายไปอีก

เมริสาสะอื้นเบาๆ....ไม่เข้าใจอารมณ์ของเขา ไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง

ผมขอโทษ ผมแค่เป็นห่วงคุณมาก....มากเหลือเกิน ดวงตาคมค่อยๆปิดลงช้าๆ ความรู้สึกภายในทะลักทะล้นจนไม่อาจเก็บงำอีกต่อไป มือใหญ่ลูบเส้นผมสีน้ำตาลไหม้ช้าๆ ผ้าฮิญาบร่วงหลุดไปแล้ว

หัวใจสองดวงสะท้านเต้นแรง เกิดอะไรขึ้น...เกิดอะไรขึ้นระหว่างเขาและเธอ

ครู่ใหญ่กว่าที่เมริสาดันแผ่นอกหนานั่นออกไป รู้สึกคล้ายกระแสไฟฟ้าอ่อนๆกำลังวิ่งพล่านระหว่างตัวเขาและเธอกับสัมผัสปกป้องคุ้มครองนั่น มิลลานิ่งชะงัก มองอย่างสับสน พยายามตีสีหน้าให้เป็นปกติ เอ่ยเสียงเข้ม

ค่ำแล้ว เรารีบกลับกันดีกว่า ดวงตาสองคู่ไม่กล้าสบ รู้สึกเก้อกระดากเมื่อรับรู้ความในใจที่กำลังจะเปิดเผยระหว่างกัน ความหวาดหวั่นกังวลของทั้งสองคนคือรู้สึกว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้มันรวดเร็วเกินไป....

 

รถของมิลลาแล่นเข้ามาในพระราชวังมุซทามัส พร้อมๆกับเสียงโทรศัพท์ติดตามตัวที่ทำลายความเงียบนิ่งภายในรถมาตลอดเส้นทางลง มิลลาส่งเมริสาที่บันไดทางขึ้นพระตำหนักมุซทามัส หญิงสาวก้าวลงรถ หากลังเลรอคอยเขาที่กำลังรับโทรศัพท์ผ่านบูทูช

ครับพ่อ?

ลูกพาผู้หญิงที่ไหนไปซื้อของกำนัลที่ร้านอิบรัมห์

ข่าวไวเสียยิ่งกว่าซีเอ็นเอ็นกระมัง มันคงเป็นเรื่องน่าประหลาดและตื่นเต้นไม่น้อยสำหรับครอบครัว ในเมื่อเขาไม่เคยคบหาหรือมีเพื่อนผู้หญิงมาก่อน

เธอแค่อยากได้ของฝากสำหรับเพื่อน ผมเพียงไปส่งเธอเท่านั้น เขาปฏิเสธทันที ไม่ต้องการให้บิดารู้ไปมากกว่านี้ การพาพระขนิษฐาออกจากพระราชวังหลวงเพื่อไปเที่ยวโดยไม่มีองครักษ์อื่นติดตามไป บิดาจะตำหนิได้

บุสชาบอกว่าลูกซื้อสร้อยข้อมือให้เธอด้วย

มิลลานิ่งเงียบ ไม่รู้จะอธิบายต่อบิดาเช่นไร

เห็นบอกว่าเธอชื่อเมริสา เป็นลูกเต้าเหล่าใครหรือ? ลูกไม่เชื่อสายตาของพ่อแม่ หรือว่ากลัวพวกเรากีดกันพวกเจ้ารึไง? ถึงไม่ได้พาเธอมารู้จักกับครอบครัวเรา ถ้อยคำของบิดาท้วงติงและตำหนิในที มิลลาถอนใจยาว

ว่าไงเล่าลูกชาย บอกพ่อให้ดีใจหน่อยไม่ได้หรือว่าเจ้ากำลังชอบพออยู่กับบุตรสาวของตระกูลใด? เสียงกลั้วหัวเราะของบิดา บอกว่าท่านกำลังอารมณ์ดีไม่น้อยกับข่าวนี้ และข้างๆท่าน มารดาของเขาคงรอฟังอย่างสนใจเช่นกัน

มิลลาสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มที่รวบรวมความกล้า เพราะถึงอย่างไรเสียเขาก็ต้องบอกท่านในวันหนึ่ง

พระขนิษฐาเมริสาครับ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จามิล อัลมุติฟาห์ ถึงกับนิ่งเงียบชะงักงันไปเนิ่นนานเมื่อได้ฟังชื่อหญิงสาวปริศนาที่บุตรชายพาไปซื้อของขวัญราคาแพง เขามองเห็นความยุ่งยากใจยิ่งใหญ่กำลังปรากฏตรงหน้า กับความสัมพันธ์อันซับซ้อนซ่อนเงื่อนระหว่างสายเลือดของกษัตริย์กับพวกข้าราชการอาวุโสผลัดสามราชบัลลังก์ ปัญหาความยุ่งยากใจเหมือนในรัชสมัยเริ่มต้นของเอเมียร์ไซยเอ็ดปกครองประเทศกำลังจะซ้ำรอยกับครอบครัวของเขาอย่างนั้นนะหรือ? สายเลือดของเอเมียร์โมฮัมเหม็ดนามองค์หญิงเมริสา ที่ทูลขอศักดินาเป็นเพียงแค่สามัญชนธรรมดา หากความเป็นพระขนิษฐาในพระราชินีโมซ่า ก็ทำให้เขารู้สึกขนลุกกรูเกรียวขึ้นมาทั้งร่าง

เจ้ากำลังทำอะไรอยู่รู้มั้ยมิลลา น้ำเสียงราบเรียบหากเฉียบแฝงด้วยวัตถุประสงค์บางอย่างของบิดาถ่ายทอดมาตามคลื่นสัญญาณโทรศัพท์ มิลลาก้มหน้านิ่ง ยอมรับโชคชะตาที่อาจจะบังเกิดตรงกันข้ามกับที่ใจเขาปรารถนา

เธอยังเรียนอยู่แค่ปีสองในมหาวิทยาลัยแพทย์ที่ต่างประเทศ องค์เอเมียร์และพระชายาต้องไม่เห็นดีเห็นงามด้วยแน่ๆกับสิ่งที่เจ้ากำลังทำอยู่ มันจะสร้างความยุ่งยากใจแค่ไหนแก่ครอบครัวเราและตัวเจ้าก็คงรู้

เหมือนมีก้อนบางอย่างแข็งๆเคลื่อนตัวมาจุกที่หลอดลม อากาศที่หายใจเข้าไป เต็มไปด้วยความน่าอึดอัดและหนักอึ้ง มิลลาเงยหน้าขึ้นมาช้าๆ สายตามองไปยังคนที่ยืนรอคอยกล่าวคำลากับเขาตรงหน้า

ครับ ผมรู้ดี พ่อไม่ต้องห่วง เขารับปากก่อนจะกดวางสายไป

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น