เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 6 : สายใยระหว่างสองหัวใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,186
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    13 ส.ค. 52

6.สายใยระหว่างสองหัวใจ

ยอดโดมสีขาวตรงนั้นคืออะไรคะ นิ้วเล็กเรียวชี้ออกไปยังนอกกระจกใสที่กรุโดยรอบของห้างสรรพสินค้าใหญ่โตแห่งนี้ ไปยังสิ่งปลูกสร้างงดงามสะดุดตาที่อยู่ห่างออกไปอีกสองช่วงถนน

สุเหร่าออสโซมาครับ เป็นสุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของชิริอาห์ มิลลาตอบ                                                                     

ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่เผยอขึ้นมาเล็กน้อย ดวงตากลมใสเบิกโตอย่างตื่นเต้นไปกับทุกสิ่ง คงจะสวยงามมากเลยนะคะ ขนาดมองเห็นจากตรงนี้ยังงดงามเหลือเกิน เจ้าหล่อนครวญเบาๆ ก่อนจะหันหน้ามาหาเขา

พาฉันไปที่นั่นหน่อยได้มั้ยคะ คำขอร้องออดอ้อนจากหน้าซื่อตาใส ทำให้มิลลานิ่งขึง ก่อนพ่นลมหายใจออกมาอย่างเดาได้ล่วงหน้าอีกแล้ว

แล้วของฝากที่คุณจะไปซื้อล่ะครับ

โธ่! คุณมิลลาขา ยังมีเวลาอีกตั้งมากมายไป พาฉันไปเที่ยวก่อนเหอะนะคะ โอกาสเช่นนี้ไม่ใช่จะมีบ่อยๆ

ใช่....โอกาสเช่นนี้ใช่จะมีบ่อยๆ ด้วยความที่เธอเป็นพระขนิษฐาของราชินีแห่งเชดัสย่าห์ ลองมิสวมฮิญาบปิดหน้าตา คงไม่ง่ายที่เมริสาและเขาจะมาเดินปะปนกับคนอื่นๆได้เป็นปกติโดยไม่ถูกจ้องมอง

แต่เป็นเพราะเธอยอมคลุมฮิญาบปกปิดใบหน้างามร่วมมือตามคำขอเขาเป็นอย่างดี จึงลดความกังวลเรื่องความปลอดภัยลงไปได้นิดหน่อย

นะคะคุณมิลลาขา คำออดอ้อนของเมริสามักได้ผลเสมอกับใครๆ และในเวลานี้มันก็มีอิทธิพลต่อเขาไม่น้อย

หลายครั้งที่เห็นเธออยู่กับองค์เอเมียร์ พระชายา หรือแม้แต่พระสัสสุ พระราชาธิบดี กล่าวถ้อยคำออดอ้อนอ่อนหวานเช่นนี้ เขานึกหงุดหงิดที่ใครต่อใครก็พากันยินยอมตามใจเธอง่ายๆด้วยเล่ห์มารยาตื้นๆของเด็กสาว

แต่ในเวลานี้ ถ้อยคำออดอ้อนหวานหูที่เธอกล่าว ทำให้มิลลาเพิ่งเข้าใจแล้วว่า เหตุใดใครต่อใครถึงได้ยินยอมใจอ่อนลงโดยง่าย ฤทธานุภาพของคำพูดหวานๆออดอ้อนเช่นนี้ คมเสียยิ่งกว่ากระบี่ตัดฉับความใจแข็งให้มลายไปไม่มีเหลือแม้แต่นิด

 

เนื่องจากเป็นสุเหร่าคู่บ้านคู่เมืองของชิริอาห์ ทำให้ สุเหร่าออสโซมา ที่สร้างขึ้นในสมัยพระราชาธิบดี หรือเอเมียร์อาเหม็ดในรัชสมัยขึ้นครองราชย์ สร้างตามหลักคุณค่าทางสถาปัตยกรรม คือ คุณค่าด้วยประโยชน์การใช้สอย คุณค่าทางเศรษฐกิจ และคุณค่าทางความงาม เหตุผลทั้งสามข้อเนรมิตให้ สุเหร่าออสโซมา ผสานความสวยงามด้วยประติมากรรมหินอ่อนแบบอิสลามมิกสมัยใหม่ ภายในประดับตกแต่งด้วยโมเสกหลากสีสันดูงดงามแปลกตา และเขียนสีตามเพดานและผนัง ทั้งลวดลายธรรมชาติและอักขระจากอัลกุอานให้ความรู้สึกสัมผัสถึงความศักดิ์สิทธิ์และความงดงามทางศิลปะไปพร้อมกัน อีกทั้งเป็นศาสนสถานสำหรับประกอบพิธีทางศาสนา และยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ใครต่างพากันมาเยี่ยมชม

ที่สุเหร่าแห่งนี้ นอกจากชาวเชดัสย่าห์ที่จะเข้ามาทำการเคารพสักการะแล้ว ยังมีกลุ่มนักท่องเที่ยวหรือคนนอกศาสนามาเยี่ยมชมความงามเป็นดั่งสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ดึงดูดคนเข้ามาเยี่ยมชมท่องเที่ยวชิริอาห์

มิลลามองเมริสาที่ทำการสักการะภายในมัสยิตศักดิ์สิทธิ์ด้วยท่วงท่าสงบงดงามแล้วอดที่จะมองอย่างทึ่งและชื่นชมไม่ได้

อันที่จริงหล่อนก็เป็นมุสลิมมะห์ แม้จะดูทันสมัยและมีความเปรี้ยวเฉี่ยวเป็นสาวตะวันตกแค่ไหน หากสิ่งเหล่านั้นก็มิได้ครอบงำความเป็นหญิงอาหรับของเธอไปเสียทั้งหมด

เมริสายังใช้เวลาฟังอิมามสอนศาสนาด้วยความเลื่อมใสอย่างสงบนิ่ง ผิดจากภาพที่เขาเคยเห็นในทุกครั้งคราวที่ผ่านมา ผู้หญิงคนนี้ หากใกล้ชิดพินิจดูนานๆแล้ว เธอมีรายละเอียดมากกว่าที่เขาเคยมองผ่านอย่างฉาบฉวย และทั้งหมดสร้างความงงงวยให้กับมิลลาอยู่ไม่น้อย หากสิ่งหนึ่งที่ประจักษ์ชัดอย่างน่าใจหาย คือ....เขาคงจะตกหลุมเสน่ห์แม่สาวน้อยร้อยเล่ห์คนนี้ไปเรียบร้อยแล้ว

 

ท่าทางสงบนิ่งของเมริสา ไม่ได้อยู่เพียงในสายตาของมิลลาเท่านั้น ชายอาหรับหน้าตาเข้มคมอีกคนในชุดโต๊ปสีขาวหนวดเครารุงรังล้อมกรอบใบหน้าส่งให้เขาดูดุและมีอายุมากกว่าความเป็นจริงที่มาสักการะในสุเหร่าศักดิ์สิทธิ์ของชิริอาห์เพื่อขอพรกับอัลเลาะห์ ก็สะดุดตาและกำลังเพ่งมองมายังเธอเช่นกัน

มิใช่ว่าเขารู้จักเธอ....หญิงสาวในชุดที่คลุมปิดทั้งร่างเหลือเพียงดวงตา ใครจะไปจำได้เล่าว่าใครเป็นใคร

แต่เพราะข้างกายของเธอคือองครักษ์หนุ่มฝีมือฉกาจแห่งเอเมียร์ไซยเอ็ดต่างหากเล่า ที่เรียกร้องความสนใจ

ไหนใครบอกว่าเอเมียร์เสด็จเยือนมิตรประเทศ เหตุไฉนองครักษ์ใกล้ชิดอย่างมิลลาถึงมาอยู่ที่นี่ ด้วยว่าทั้งดาบินและมิลลาคือองครักษ์ที่อยู่เคียงข้าง ไม่ห่างพระวรกายของเอเมียร์ไซยเอ็ดเลย

อาจจะอยู่ถวายการอารักขาพระชายากระมังครับท่านมาฬิส

ดวงตาคมของมาฬิสจ้องเขม็งยังใบหน้าที่คลุมผ้าพริ้มดวงตานิ่ง

แล้วไยมิลลาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หรือว่าสตรีนางนั้น...?

คงไม่กระมังครับ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะเสด็จออกมาเพียงลำพังกับเจ้ามิลลาแค่สองคน

มาฬิสเขม้นสายตาคมจ้องมองอย่างตำหนิ เอเมียร์ไม่อยู่ องครักษ์ออกมาเที่ยวกับผู้หญิง ทิ้งพระชายาไว้แต่เพียงลำพังในราชวัง ระบบรักษาความปลอดภัยของวังหลวงช่างหละหลวมนัก

ซุลกาเจ้าช่วยไปเตรียมของให้ข้าสองสามอย่างจะได้มั้ย?

บุรุษนามซุลกาเลิกคิ้วสูง ของอะไรหรือครับ?

มาฬิสยิ้มที่มุมปาก ตวัดชายเสื้อโต๊ปลุกขึ้นเดินออกมาจากสุเหร่าที่คนเริ่มพลุกพล่านออกไปอย่างรวดเร็ว

 

คราวนี้จะไปไหนล่ะครับ?มิลลาถามเชิงประชดเมื่อเมริสาฟังบทสอนศาสนาจบและเดินนำหน้าองครักษ์หนุ่มออกมาจากสุเหร่าในเวลาบ่ายแล้ว

ตลาดทองค่ะ Gold Souk” เธอย้ำเป็นภาษาอารบิกพร้อมภาษาอังกฤษกลับมา รู้พอกันว่าองครักษ์หนุ่มเริ่มเดาไต๋ออกแล้ว มิลลาเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจนิดๆ ก่อนพยักหน้า และพาเธอเดินลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยจนถึงร้านค้าทองที่เรียงรายไปจนสุดถนน เมริสารู้สึกคล้ายว่าเธอหลุดมาอยู่ในอีกโลกหนึ่งที่มีเพียงสีเหลืองอร่ามของทองคำจากแสงสะท้อนภายในตู้โชว์หน้าร้านนับร้อยที่เรียงรายกัน ทั้งสร้อยคอ แหวน กำไล ต่างหู ลวดลายล้วนแปลกตาวิจิตรงดงามกว่าที่ไหน เคยเห็นทองชุดใหญ่สวยงามมากมายเช่นนี้ก็เมื่อครั้งงานอภิเษกสมรสของพี่โมซ่ากับองค์เอเมียร์ หากตอนนี้มันอลังการเสียยิ่งกว่า ด้วยว่าหันซ้าย หันขวา หันหน้า หันหลัง ก็มีแต่ทอง...ทอง...ทอง...

มิเพียงเท่านั้น ถนนเส้นนี้ยังเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายเพชรและอัญมณี เครื่องประดับสวยงามมากมาย

มิลลามองท่าทางตื่นตะลึงของเธอแล้วอมยิ้ม กริยายามมิได้ระมัดระวังตัวเหมือนเด็กไม่มีผิด

ทำไมมันเยอะแยะอย่างนี้ล่ะคะคุณมิลลา ฉันลายตาไปหมดแล้ว เธอว่า ก่อนจะเดินดูแต่ละร้านอย่างตื่นตาตื่นใจ แววตาประกายใสส่องสว่างพร่างพราว

ทองพวกนี้ทำไมสว่างสุกสกาวกว่าทองที่ฉันเคยเห็นมากนักละคะ ทองคำแท้ทั้งหมดเลยหรือ?

มิลลาพยักหน้า  ทองพวกนี้เป็นทองคำบริสุทธิ์เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีบริษัทขุดเจาะสินแร่ของต่างประเทศเข้ามารับสัมปทานขุดแล้วส่งไปถลุงที่โรงงานในสวิซฯ แล้วถึงนำทองเกรดคุณภาพของสวิซเข้ามาทำเครื่องประดับด้วยช่างฝีมือของเชดัสย่าห์อีกทีหนึ่ง ราคาทองของที่นี่คิดตามน้ำหนักไม่รวมภาษีและค่าฝีมือ ด้วยเป็นสัญญาแลกเปลี่ยนกับบริษัทสัมปทานเหมืองแร่ทองคำ เพราะองค์เอเมียร์อยากให้เป็นสถานที่ชอปปิ้งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว

เมริสาผงกหัวช้าๆ นึกชื่นชมในพระปรีชาและวิสัยทัศน์ของพระราชาธิบดีนัก ตอนนี้ตลาดทองแห่งนี้จึงเป็นอีกแหล่งชอปปิ้งที่เรียกนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมเชดัสย่าห์ โดยเฉพาะสาวๆที่ชอบของสวยๆงามๆ และหนุ่มๆที่มาหาของกำนัลมากมูลค่าไปเป็นของขวัญแก่คนรัก

แล้วราคาทองแต่ละร้านล่ะคะ แตกต่างกันมากน้อยอย่างไร

มิลลาไม่คุ้นชินกับการเลือกซื้อของสวยๆงามๆพวกนี้ ด้วยไม่มีหญิงที่เสน่หาจะซื้อของกำนัลราคาแพงไปฝาก

แต่เขามีญาติคนหนึ่งที่ทำธุรกิจร้านทองอยู่บนถนนเส้นนี้ คงพอจะตกลงราคาเป็นพิเศษแก่กันได้ มิลลาจึงเดินนำหน้าพาเมริสาไปยังร้านทองของอิบรัมห์

หนุ่มใหญ่วัยกลางคนมองมิลลาอย่างประหลาดใจเมื่อเห็นญาติผู้ไม่เคยมาปรากฏตัวที่ร้านขายทองของเขา และที่ประหลาดใจเสียยิ่งกว่า คือมิลลามากับผู้หญิง

คุณเมริสา นี่อิบรัมห์เป็นญาติของผม และเป็นเจ้าของร้านทองนี่ด้วย เขาแนะนำเธอแก่พ่อค้า

เมริสาส่งรอยยิ้มผ่านจากประกายตาแวววาว ก่อนจะค้อมหัวพร้อมวาดมือลงทักทายผู้สูงวัยกว่า

อัสลาม อาลัยกุมมิลลามองอย่างนิ่งขึงไปชั่วครู่ไม่เคยเห็นเมริสาทักทายใครเป็นภาษาอาหรับมาก่อน

วา อาลัยกุม อัสลาม อิบรัมห์ค้อมศีรษะอวยพรตอบหญิงสาว

อิบรัมห์ครับ คุณเมริสาสนใจจะมาหาซื้อของขวัญไปฝากเพื่อนของเธอ เขาบอกแก่ญาติผู้พี่ อิบรัมห์ที่เอาแต่จ้องดวงตาที่โผล่พ้นชายฮิญาบถึงได้สติ ยิ้มกว้างจนหนวดกระดิกอย่างใจดี

เชิญเลือกตามสบายเลยนะครับ

เมริสาพยักหน้า ก่อนจะเยี่ยมชมเครื่องประดับสวยงามหลากหลายรูปแบบของตู้โชว์ในร้านทองของอิบรัมห์ สายตาของอิบรัมห์ยังจ้องมิลลาอย่างประหลาดใจล้ำ

สวยๆทั้งนั้นเลย ฉันเลือกไม่ถูกเลยค่ะ เมริสาครวญเบาๆ เท่านั้นอิบรัมห์ก็รีบเสนอขึ้นมา

งั้นผมให้บุสชามาช่วยคุณเลือกก็แล้วกันนะครับ กล่าวจบก็หันไปยิ้มกริ่มกับมิลลาแล้วหายจ้อยเข้าไปหลังร้านเพื่อตามภรรยาออกมาช่วยรับรองลูกค้าคนพิเศษ

มิลลาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ เข้าใจว่าอิบรัมห์คงไม่ได้ต้องการแค่ให้บุสชามาช่วยเมริสาเลือกของฝาก แต่คงอยากให้ภริยามาเห็นว่าเขาควงมากับหญิงสาว ชั่วอึดใจบุสชาก็หน้าตาตื่นดวงตาทอประกายอยากรู้อยากเห็นเต็มที่กระตือรือร้นออกมาหน้าร้าน

สวัสดีค่ะฉันชื่อบุสชา เจ้าหล่อนรีบทำความรู้จักกับเมริสา

ฉันเมริสาค่ะ อยากหาเครื่องประดับซักชิ้นที่เก๋ๆหน่อยไปฝากเพื่อน เธอเป็นคนไทยอายุเท่าๆกับฉันนี่แหละค่ะ

บุสชารีบพยักหน้า ก่อนจะหยิบกะบะสร้อยข้อมือมาให้เมริสาเลือกดู

สาวๆจะชอบสร้อยข้อมือหรือกำไลนะคะ นี่มีแต่ลวดลายแปลกใหม่ เหมาะสำหรับสาวสมัยใหม่ค่ะ เจ้าหล่อนเสนอแนะ พร้อมหยิบเครื่องประดับหลายชิ้นยื่นให้เมริสาดู หญิงสาวเลือกอยู่ครู่ใหญ่ตัดสินใจไม่ถูก

มิลลาไม่เคยพาผู้หญิงคนไหนมาที่ร้านนี่เลยนะคะ เจ้าหล่อนช่างพูดขึ้นมาพิศดวงตางามกลมใสแล้วนึกชื่นชม เพราะแค่ดวงตาพ้นชายฮิญาบมายังงดงามกระจ่างใสถึงเพียงนี้หากเห็นหมดทั้งใบหน้าจะยิ่งงดงามเพียงไร

องครักษ์หนุ่มลอบถอนใจ ส่งสายตาไปยังบุสชาไม่อยากให้เจ้าหล่อนสาธยายอะไรเกี่ยวกับเขามากนัก

เมริสาเงยหน้าขึ้นมายิ้ม ไม่เคยเลยหรือคะ? ดวงตาใสถาม ปรายตาไปยังเขา

คุณเป็นคนแรกค่ะ น่าแปลกมาก เพราะพวกเราไม่เคยรู้เลยว่ามิลลามีเพื่อนผู้หญิงด้วยซ้ำไป

คิ้วเรียวสวยเลิกสูงดวงตากลั้นขำของเมริสามองหน้าเขา ก่อนจะก้มลงไปกระซิบกับบุสชา เขาไม่มีแฟนหรือคะ?

บุสชาทำตาโต คุณไม่ใช่คนรักของมิลลาหรอกหรือคะ?

เมริสาส่ายหน้าดิก บุสชาทำหน้าประหลาดใจล้ำ มิลลากำลังสงสัยว่าผู้หญิงสองคนกำลังคุยอะไรกันอยู่ทำไมต้องกระซิบกระซาบและแลสายตามองมาที่เขาแปลกๆด้วย

น่าสงสัยว่าเขาจะชอบคุณเข้าแล้วกระมังคะ เพราะปกติมิลลาชอบทำท่ารำคาญใส่ผู้หญิงจะตายไป บุสชากระซิบโต้ตอบ เป็นแค่คำสันนิษฐานแต่ก็ทำให้เมริสารู้สึกดวงใจพองโตขึ้นมาเมื่อคิดว่าใช่เลย เขาเคยทำท่ารำคาญหล่อนบ่อยๆเมื่อแรกพบกัน แต่ตอนนี้ ท่าทางเหล่านั้นไม่มีให้เห็นแล้ว

หญิงสูงวัยกว่ากระซิบอะไรอีกเล็กน้อย ก่อนจะขอตัวไปหลังร้าน เมริสาหันมาหามิลลาที่ผินหน้าออกไปเยี่ยมชมเครื่องประดับอื่นๆที่วางภายนอก

คุณมิลลาคะ ช่วยฉันเลือกหน่อยสิคะว่าจะซื้อชิ้นไหนดี เธอชูสร้อยข้อมือสองเส้นที่เลือกแล้วให้เขาดู

องครักษ์หนุ่มเดินเข้ามาใกล้ๆ พิศมองลวดลายทองคำทั้งสองเส้น ย่นคิ้วนิดๆ

ผมไม่เก่งเลือกเครื่องประดับให้ผู้หญิงเสียด้วย

คุณไม่เคยซื้อของให้แฟนรึไง?

ผมไม่มีคนรัก ชายหนุ่มตอบใบหน้าซับสีเข้มขึ้นนิดเมื่อเห็นดวงตากลมใสจ้องมองแบบเหลือเชื่อ

เมริสาลอบยิ้มพอใจคำตอบ ก่อนจะทำเสียงโอดครวญ

ทำไงดีล่ะคะ ฉันชอบทั้งสองเส้นเลย แต่มีเงินซื้อได้แค่เส้นเดียวเท่านั้น

มิลลานิ่งไปครู่หนึ่ง เลือกเส้นที่คุณชอบมากที่สุดสิครับ

ดวงหน้าเล็กๆส่ายไปมา ชอบเท่ากันค่ะ คุณคิดว่าฉันจะเอาเส้นไหนดีเธอตัดสินใจไม่ได้

มิลลาหรี่ตานิดๆ ชอบที่สุดน่าจะมีเพียงแค่หนึ่งเดียว นี่คุณชอบเท่ากันทั้งสองเส้นเลยหรือ?

ฉันหลายใจค่ะ ตอบคำถามแบบกวนๆ แล้วขยิบตาให้ มิลลาทำหน้าไม่ถูก

คุณเลือกให้เพื่อนไม่ใช่หรือครับ อย่างนั้นก็น่าจะเลือกชิ้นที่เหมาะกับเธอ

เมริสาย่นคิ้ว ทำหน้าเสียดาย ฉันอยากได้ทั้งสองเส้นเสียด้วย

งั้นก็ซื้อทั้งสองเส้นเลยสิครับ อีกเส้นเดี๋ยวผมจ่ายเงินให้เอง มิลลาว่าอย่างใจดี เมริสาตาโต เผยอปากนิดหนึ่ง

นี่คุณใจดีจะซื้อสร้อยข้อมือฝากให้เพื่อนฉันด้วยหรือคะ

มิลลาเกาคางเบาๆ ย่นคิ้วนิดๆ มิรู้จะพูดเช่นไร เขาคงไม่ซื้อของฝากให้ผู้หญิงที่ไม่รู้จัก แต่เป็นเพราะเห็นว่าเธออยากได้สร้อยข้อมือทั้งสองเส้น และราคามันก็ไม่ได้แพงนัก

ผมซื้อให้คุณต่างหาก ในเมื่อคุณชอบมันนี่นา และเพื่อนคุณก็ได้ของฝากแล้วด้วย คงไม่มีใครใส่สร้อยข้อมือทีละสองเส้นกระมัง

ดวงตากลมยิ้มหวานฉ่ำ แล้วคุณซื้อเส้นไหนให้ฉันล่ะคะ

มิลลามองสร้อยทั้งสองเส้นที่เมริสายื่นให้ดู แล้วเขาก็เลือกเส้นที่เป็นลายถักแบบเรียบๆแต่ดูสลับซับซ้อนน่าเวียนหัวตรงตะขอเป็นกระดิ่งเล็กๆที่สลักลวดลายเฉพาะแปลกตา

อันนี้น่าจะเหมาะกับคุณ มันเป็นสร้อยเส้นที่เมริสาหมายตาไว้ให้ตัวเองอยู่แล้ว หญิงสาวรู้สึกดีใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าเขาเลือกตรงกับใจเธอ

เป็นไงคะ เลือกได้รึยัง? บุสชากลับออกมาจากหลังร้านถาม

เส้นนี้ค่ะ ช่วยใส่กล่องสวยๆให้ฉันด้วยนะคะ ตอบพร้อมกับยื่นสร้อยที่มิลลาไม่ได้เลือกให้กับบุสชา

แล้วอีกเส้นล่ะคะ ฉันว่ามันก็สวยนะ

มิลลาซื้อให้ฉันค่ะ เจ้าหล่อนรายงาน บุสชามองด้วยรอยยิ้มที่อ่านออก พยักหน้า

มิลลาซื้อสร้อยข้อมือให้ผู้หญิงหรือนี่ คำถามพร้อมดวงตาเป็นประกายล้อเลียนของบุสชาทำให้มิลลากระดากเก้อนัก เขาแทบเปลี่ยนใจ ถ้าไม่เห็นสายตาชื่นชมของเมริสากับสร้อยเส้นสวยนั่น

ผมซื้อให้ถือว่าเป็นของที่ระลึกจากเชดัสย่าห์ เพราะคุณอยู่ที่นี่อีกแค่ไม่กี่วัน จะได้ระลึกถึงมิตรภาพที่เรามีต่อกัน ดวงตาเขินอายจัดตอบแก้เก้อให้กับตัวเอง เมริสามองว่ามันน่ารักนัก เธอไม่รู้เหมือนกันว่านึกชื่นชมคนหน้านิ่งที่พักหลังหน้าชักไม่นิ่งแล้วเสียแต่ตอนไหน เป็นความรู้สึกที่น่าตกใจไม่น้อย เวลาไม่กี่วัน เธอชอบผู้ชายท่าทางนิ่งๆคนนี้ได้ ให้ตายสิ แถมยังใช้มารยาหว่านเสน่ห์ใส่เขาไปมากมาย กับผู้ชายตรงหน้านี่นะ....ช่วยไม่ได้นี่นา ก็เขาอยากมาน่ารักโดนใจเธอทำไม?

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #50 เรามันก็แค่ตัวถ่วง (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2553 / 21:40

    ตอนนี้น่ารักมากก
    #50
    0