เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 4 : ความรู้สึกนี้...หมายถึง?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 ส.ค. 52

4.ความรู้สึกนี้...หมายถึง?

วันต่อมาที่สนามยิงธนู

ทั้งๆที่รับปากกันเป็นอันดี แต่วันนี้ก็ไม่มีแม้เงาของมิลลาที่สนาม เขาก็ให้ทหารติดตามมาบอกแต่เพียงว่าให้เธอซ้อมยิงธนูไปเองเพียงลำพัง เพราะมีภารกิจอื่นที่ต้องทำ ไม่สามารถมาเป็นครูฝึกให้เธอได้ มันทำให้เมริสาหงุดหงิดอย่างไม่มีเหตุผล ยิงธนูก็ไม่เข้าเป้าซักดอก จนสุดท้ายต้องโยนคันธนูทิ้ง แล้วเดินหน้าบึ้งตึงกลับขึ้นห้องพักไปอย่างไม่เข้าใจว่า มันเกิดอะไรขึ้นกัน ทำไมถึงต้องทำเหมือนหลบหน้าเธอด้วยเล่า

 

คนที่เดินลงบันไดในชุดอาไบยาคลุมหน้าด้วยบุรการปิดมิดชิด หากดวงตาที่พ้นชายขอบผ้าโปร่งผืนบางนั่นขุ่นมัวอย่างชัดเจน คนที่สับสนหวั่นไหว จนต้องกลับไปสงบสติอารมณ์อยู่ให้ไกลดวงตากลมใสใบหน้านวลชวนมองให้รู้สึกประหม่าที่ต้องมาปะหน้ากันอีกหนหนึ่ง

นึกว่าจะปล่อยให้ฉันไปคนเดียว น้ำเสียงขุ่นค่อนแคะว่า

ผมมีหน้าที่อารักขาคุณ เขาตอบเบาๆ เข้าใจอารมณ์ขุ่นของคนที่เดินลงฝีเท้าฉับๆนำหน้าไปยังรถพระที่นั่งที่มาจอดเทียบรออยู่ที่บันไดทางขึ้นพระตำหนักมุซทามัส

เหรอ? แต่เมื่อวานคุณก็หายไปทั้งวันเสียงสะบัดถาม

ผมมีภารกิจอื่นที่ต้องปฏิบัติเมริสามองอย่างน้อยใจ เขายืนออกไปเสียห่างอย่างระวังตัว ถ้อยคำห่างเหิน

แต่ฉันจำได้ว่าองค์เอเมียร์สั่งให้คุณคอยดูแลฉันนั่นก็เป็นหน้าที่ไม่ใช่เหรอ? น้ำเสียงขุ่นว่า ดวงตาขุ่นตวัดมอง

มิลลาถอนใจเบาๆ ไม่เข้าใจ และไม่ถือสาอารมณ์หงุดหงิดของเธอ เพราะเขาเองก็หงุดหงิดไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน ที่ต้องห้ามไม่ให้ตัวเองมาพบหน้า อยู่ให้ห่างจากเธอ....อารมณ์เหมือนกันไม่มีผิด...แล้วความรู้สึกเล่า...ตัวเมริสาเองรู้สึกเช่นใดกับเขาถึงได้มาหงุดหงิดใส่กันเช่นนี้

ทั้งที่ควรจะโกรธ รำคาญ แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกคิดถึงและเหมือนชาชินที่จะกลับมาหาความรำคาญอย่างนี้

ครับ ต่อไปนี้ผมจะคอยดูแลคุณตลอดไม่ให้คลาดสายตา ใบหน้าง้ำๆบึ้งตึงค่อยคลายความขุ่นเคืองขึ้นมา ก้าวขึ้นรถพระที่นั่ง เงียบไปครู่ใหญ่เมื่อไม่มีใครสนทนากัน พลขับทำหน้าที่ ไม่ได้สนใจว่าใครจะคุยกันเรื่องอะไร เขาอยู่ห่างจนไม่ได้ยินว่าเบาะด้านหลังกำลังมีคนถกเถียงกันอยู่ด้วยความเงียบ

แล้วซ้อมยิงธนูเป็นยังไงบ้างครับ?”

เมริสาสะบัดหน้าไปนอกรถ จะสนใจทำไม สอนทิ้งๆขว้างๆ น้ำคำติดเอาแต่ใจตัวเอง ประชดประชัน

หากคนฟังแทนที่จะหงุดหงิดกลับลอบยิ้มออกมา ผมเชื่อความสามารถของคุณ

คนงอนกลอกสายตามองหน้าเขา ก่อนจะยกมือซ้ายที่พันผ้าก็อซสีขาวขึ้นมา ใบหน้าองครักษ์หนุ่มตระหนก

มือคุณเป็นอะไร? ถามอย่างตกใจ คว้ามือเล็กเรียวนั่นมาพิศมองหาบาดแผล

เมริสาอ้ำอึ้งไม่กล้าตอบ มองสีหน้าตระหนก ดวงตาฉายแววห่วงกังวล แล้วทำไมถึงได้ใจร้ายละทิ้งเธอไปไม่ดูดำดูดีตั้งวัน      เจ็บนะ พูดออกไปแค่แก้เก้อ

แล้วไปทำยังไงถึงเจ็บเล่าครับ ดวงหน้าที่เงยมาถาม เหมือนเจ็บไปด้วย ทั้งๆที่ไม่เห็นแผล

ไม่มีคำตอบ ดวงตากลมวูบหลบเก้อๆ ค่อยดึงมือตัวเองคืนกลับมาช้าๆ หัวใจเต้นแรงขึ้นอีกเท่า

อะไรกันเล่าอีตาองครักษ์บ้านี่ หายหน้าไปเป็นวันให้เธอหงุดหงิดไม่เข้าใจ นึกว่าเขาคงรำคาญไม่สนใจ แล้วมาทำเป็นห่วงเป็นใย ชอบทำให้คนเขาคิดมากๆ ตกลงเขาห่วงหรือไม่ห่วงเธอกันแน่

และถ้าห่วงแล้ว....ห่วงด้วยหน้าที่ หรือห่วงด้วยความรู้สึกจริงๆ

มิลลารู้ตัวอีกครั้งว่าอะไรควรหรือไม่ควร ทำไมเขาถึงไม่มีสติที่จะควบคุมตัวเองได้ ต่างฝ่ายต่างหันหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถคนละด้านด้วยเก้อกระดากต่อความรู้สึกประหลาดที่มิอาจปิดบังกันได้อีกต่อไป

 

ไม่มีใครสงสัยว่าทำไมวันนี้สตรีหมายเลขหนึ่ง ผู้เป็นประมุขสูงสุดฝ่ายหญิงแห่งเชดัสย่าห์ถึงได้พูดน้อยนัก เมริสาใช้วิธีการพยักหน้าแทนการตอบคำถาม มิลลาแจ้งว่าพระชายามีอาการประชวรเล็กน้อย จึงไม่มีผู้ติดใจสงสัย

เสียดายที่พระหัตถ์เจ็บ มิเช่นนั้นคงได้แสดงพระปรีชาเปิดปฐมฤกษ์แก่สนามยิงธนูใหม่

ชีคยาร์ฟัสกล่าวอย่างเสียดาย มองฝ่าพระหัตถ์เบื้องซ้ายที่พันผ้าขาว

นั่นสิขอรับ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีให้กับสนามยิงธนูใหม่ของเราเลขาธิการสมาคมมองอย่างเสียดายเช่นกัน

ลองดูก็ได้ คำตอบของเธอเล่นเอาคนฟังพากันอึ้งงันถ้วนหน้า

เอ่อ...ไม่เป็นไรฝ่าพระบาท ถ้าไม่ทรงสะดวกถือโอกาสดีวันหน้าก็ได้

ไหนๆเราก็มาแล้วนี่นา แต่ถ้ายิงไม่เข้าเป้าอย่างไรเสียก็อภัยให้เถอะนะ

ไม่เป็นไรพระเจ้าค่ะ ขอบพระทัยที่ทรงกรุณา ยาร์ฟัสรีบส่งคันธนูแบบที่โปรดปรานยื่นให้

ขอแบบCompound ดีกว่านะ มือเจ็บอย่างนี้ เราไม่ถนัดถือธนูคันใหญ่ต้องออกแรงมาก

กล่าวจบชีคยาร์ฟัสก็รีบเปลี่ยนคันธนูใหม่ให้ทันที

มิลลาจ้องมองหัวคิ้วทั้งสองข้างมุ่นขมวดชนกัน ท่าทางการจับคันธนู น้าวสาย ไม่มีอาการเหมือนคนมือเจ็บแม้แต่นิดเดียว แถมยังยิงเข้าเป้าได้อย่างแม่นยำ แม้มิกลางวงกลมสีเหลืองก็ตามทีเถอะ

เสียงปรบมือกราวของบรรดาผู้ติดตาม คณะนักกีฬาและสื่อมวลชนที่ตามมาทำข่าว

ขนาดพระหัตถ์เจ็บอยู่แท้ๆ ทรงปรีชาสามารถจริง เสียงสรรเสริญเยินยอดังขรม

ใบหน้าภายใต้บุรกาหันไปสบตากับมิลลาก่อนยักคิ้วให้เชิงโอ้อวด ยื่นคันธนูคืนแก่ยาร์ฟัส เป็นอันว่าเสร็จสิ้นอีกหนึ่งงาน และเธอก็ไม่พลาดไปรับปากใครสุ่มสี่สุ่มห้าอีกแล้ว

 

มิลลาที่นิ่งเงียบฉงน เก็บความสงสัยมากมายไว้ เห็นเมริสาเคาะมือซ้ายข้างที่ว่าเจ็บกับขอบหน้าต่างรถเป็นจังหวะดนตรีเพลงฮิบฮอบที่เจ้าตัวคลอเบาๆหัวคิ้วขององครักษ์หนุ่มขมวดมุ่น

สายตาที่มองไปนอกรถ ตลอดสองข้างทางของเมืองหลวงชิริอาห์ จะว่าไปการมาเชดัสย่าห์ ไม่เคยมีซักครั้งที่จะได้ออกไปเยี่ยมชมบ้านเมืองนอกจากมองผ่านกระจกรถ หรือว่าเวลาตามเสด็จ แต่ทุกครั้งก็มีทหารติดตามล้อมหน้าล้อมหลังตลอด เจ้าตัวมองภาพบ้านเมืองที่ผ่านสายตาแล้วเกิดความคิดสนุกขึ้นมา

จู่ๆเธอก็หันหน้าขวับมาหาเขา มิลลาถึงกับสะดุ้งโหยงด้วยแอบมองคนที่มองเหม่ออยู่

คุณมิลลา ฉันขออะไรอย่างสิ มือเล็กยื่นมาเขย่าแขนเขา ไม่มีทีท่าว่าจะเจ็บมือซักนิด

มิลลาย่นคิ้ว คุณต้องการอะไรหรือครับ?

ฉันอยากไปเที่ยวชมเมืองชิริอาห์ ตลาดที่นี่เรียกว่าซูคใช่มั้ย? ที่ขายเครื่องประดับเยอะๆน่ะ ซูคขายทอง ขายพวกอัญมณีน่ะ พาฉันไปเที่ยวหน่อยสินะ จะซื้อของฝากเพื่อน ดวงตากลมใสอ้อนวอนขอร้อง

องครักษ์หนุ่มนิ่งอึ้งอย่างตรองถึงความต้องการของเธอ การจะไปเที่ยวอย่างนั้น มีแต่จะพาให้คนแตกตื่น เพราะต้องมีทหารองครักษ์ติดตามเป็นพรวนเพื่อความปลอดภัย

ไว้รอพระชายาเสด็จกลับก่อนดีกว่ามั้ยครับ

เมริสาส่ายหน้าดิก ทำหน้ากระเง้ากระงอด กว่าพี่โมซ่าจะกลับยังอีกตั้งหลายวัน ท่านยาร์ฟัสก็บอกนี่นา ว่าพระชายามีพระราชกรณีรออยู่เยอะแยะ และฉันอยากไปเที่ยวแบบเป็นส่วนตัวไปกับคุณสองคนพอ

องครักษ์หนุ่มสะดุ้งกับคำขอร้องนั่น มองคนตรงหน้า นึกอะไรก็เป็นเรื่องสนุกไปเสียหมด แล้วส่ายหน้า

ไม่ได้หรอกครับ มันอันตราย

ทำไม? เชดัสย่าห์นี่อันตรายนักหรือ ไหนองค์เอเมียร์บอกว่าว่าเป็นเมืองที่สงบไงล่ะ ยังมีโจรผู้ร้าย มีอันตรายอะไรให้องครักษ์คนเก่งอย่างคุณกลัวอีก มิลลาส่ายหน้า

ชิริอาห์สงบดี แต่คุณเป็นถึงพระขนิษฐาขององค์ราชินี ผมเกรงว่า....

ไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองละสิว่าจะคุ้มครองฉันได้ ตีหน้ากระเง้ากระงอดขึ้นมา สองมือกอดอกมองเขาอย่างขุ่นเคืองก่อนสะบัดหน้าพรืดไปอีกทาง

นี่นักศึกษาแพทย์จริงๆหรือ? เอาแต่ใจอย่างกับเด็กตัวเล็กๆช่างไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

มิลลาตรองความต้องการของเธอ พร้อมมองใบหน้าบึ้งตึงงอง้ำที่ไม่เหลือบสายตามามองเขาอย่างโกรธเคืองเสียนักหนาแล้วให้อ่อนอกอ่อนใจนัก

ความเงียบอย่างผิดปกติจนกระทั่งรถแล่นมาถึงพระราชวังมุซทามัส จอดหน้าพระตำหนัก เจ้าตัวรีบเปิดประตูด้วยมือซ้ายข้างที่ว่าเจ็บแล้ววิ่งลงไปโดยไม่รอเขาเลย องครักษ์หนุ่มเร่งฝีเท้าตามมา ไม่อยากให้ขุ่นเคืองใจกันอย่างนี้ เขารู้สึกใจไม่ดี ทำตัวอย่างนี้ไงเล่าใครถึงไม่กล้าขัดใจเธอ....และเธอก็กำลังจะใช้วิธีนี้กับเขาสำเร็จ

คุณเมริสา เขาเดินตามมาทันก่อนที่อีกฝ่ายจะขึ้นบันได และแน่นอนว่า ถ้าขึ้นบันไดไปพระตำหนักฝ่ายซ้ายเสียแล้ว เขาก็หมดโอกาสที่จะติดตามขึ้นไป เพราะเป็นคนออกกฎห้ามผู้ชายขึ้นตำหนักฝ่ายซ้าย ยกเว้นแต่ตัวเขาเองที่ละเมิดกฏที่ตั้งขึ้นเองในช่วงระยะเวลาสั้นๆนี่เสียหลายครั้ง

คนชอบทำตัวเป็นเด็กสะบัดหน้ายุ่งๆกลับมา อะไรอีกล่ะ? ถามอย่างรำคาญ ท่าทางไม่น่ารักซักนิด

องครักษ์หนุ่มสาวเท้าเข้าไปใกล้ ไม่เข้าใจเช่นกัน ทำไมต้องใส่ใจอารมณ์ไร้เหตุผลของคนตรงหน้า

มือคุณหายเจ็บแล้วหรือ?

เมริสายกมือที่พันผ้าก็อซขึ้นมา ก่อนจะใช้มือขวาแกะผ้าที่พันออก ไม่มีบาดแผลไม่มีร่องรอยบาดเจ็บแม้แต่นิด ...เขาเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมาลางๆ....คนอะไร เจ้าเล่ห์นัก

คุณไม่ได้เป็นอะไรนี่?

ใช่...ไม่ได้เป็นอะไร ฉันโกหก เพราะฉันยิงธนูไม่เป็นไงเล่า... น้ำเสียงคนว่าเครือต่ำ คนฟังใจหายวาบ

....ฉันไม่อยากให้ใครมาตำหนิหรือว่าพี่โมซ่าได้ ฉันเลยต้องโกหกไงล่ะว่ามือเจ็บ

มิลลาถอนใจเบาๆ เข้าใจเหตุผล ความรักความผูกพันระหว่างพระขนิษฐากับพระชายาแน่นแฟ้นปานใด

คุณเองก็ไม่สอนฉัน ทั้งๆที่รับปากแล้วแท้ๆ ฉันก็ต้องช่วยตัวเองสิ ทำไม....จะตำหนิฉันงั้นหรือ?

มิลลาส่ายหน้าน้อย ผมขอโทษ

คนฟังคำขอโทษชะงักงัน ขอโทษทำไม? น้ำเสียงงึมงำถามอย่างสงสัย

ช่างมันเถอะองครักษ์หนุ่มถอนใจอย่างยอมจำนน ก่อนเขยิบตัวเข้าใกล้ กระซิบเบาๆ

เอาเป็นว่าผมขอไถ่โทษโดยการพาคุณไปซื้อของฝากพรุ่งนี้ แต่ห้ามบอกใครนะ เราจะแอบไปกัน

ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรลงไปสิน่า พอเห็นดวงตาเบิกโตขึ้นมาอย่างสนุกเสียแล้ว มิลลาถึงรู้สึกผิด ไอ้ที่หน้าจ๋อยๆ เสียงอ่อยๆนั่น ไม่ถึงสองนาทีเลยกระมัง ช่างเป็นผู้หญิงที่เขาตามไม่ทันเลยจริง

จริงหรือคะ? เสียงหวานใสถามขึ้นมา

มิลลากลอกสายตามองซ้ายขวา ทหารยามยืนนิ่งเฉยไม่มีใครสนใจ จึงค่อยๆพยักหน้า

คุณใจดีจัง ดวงตาของคนพูดยิ้มได้ ก็เพราะไอ้หน้าตาท่าทางอย่างนี้ไงเล่า ใครต่อใครถึงได้ยอมตามใจเธอไปเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่เขา

ขอบคุณนะคะ พรุ่งนี้เจอกัน คนว่าไม่ได้ขอบคุณแค่คำพูด หากร่างเล็กเขย่งเท้าแล้วแตะจมูกเชิดรั้นที่ข้างแก้มเขาอย่างรวดเร็ว เล่นเอาองครักษ์หนุ่มยืนตัวชาเหมือนโดนไฟฟ้าห้าหมื่นโวลต์ช็อต

เมริสาวิ่งขึ้นบันไดไปบนพระตำหนักปีกซ้ายอย่างร่าเริงนานแล้ว แต่มิลลายังยืนนิ่งกะพริบตาปริบๆอยู่ที่เดิม

ใบหน้าของเขาแดงซ่าน พยายามเรียกสติคืนกลับมา กลอกสายตามองไปข้างๆ พอแน่ใจว่าไม่มีใครเห็นแน่จึงพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

เด็กบ้าเอ๊ย!” องครักษ์หนุ่มสบถอย่างหงุดหงิดนิดๆ ผินหลังกลับถึงกับเซเสียศูนย์ขึ้นมา

มิลลาพยายามเรียกสติ รีบยืนตัวตรง ก่อนก้าวฉับๆอย่างเข้มแข็งลงบันไดหินอ่อนของพระตำหนักเพื่อไปทำหน้าที่รักษาการณ์ของเขาต่อ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาซุกซนแอบมองมาจากชั้นบนของพระตำหนักปีกซ้าย พร้อมปิดปากหัวเราะคิกๆเสียงใส เมื่อรู้ว่าทำให้องครักษ์หนุ่มมาดนิ่งหน้าตึงถึงกับเสียศูนย์เพราะThank you kissของเธอ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #14 The Cunning (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 11:23
    ว้าว

    ดีจังเลยอยากมีคนมาเอาจัยแบบนี้บางจัง
    #14
    0