เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 3 : ความช่วยเหลือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ส.ค. 52

3.ความช่วยเหลือ

เช้าวันใหม่สำหรับกำหนดการต้องไปปฏิบัติราชกรณียกิจแทนพระชายา

เมริสาในชุดอาไบยาคลุมทั้งร่าง สวมฮิญาบคลุมใบหน้าเปิดเผยแต่เพียงดวงตากลมใส หากสังเกตให้ดี จะเห็นว่าดวงตาของเธอและพี่สาวจะแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ดวงตารูปเม็ดอัลมอลเหมือนกันไม่มีผิด แต่แววตาของพระชายาที่เคยดุดันแปรเปลี่ยนเป็นเต็มเปี่ยมไปด้วยแววหวานและสุขุมหลังชีวิตสมรสที่แสนสุข หากสาวน้อยตรงหน้ายังมีแววสดใสซุกซนสนุกสนานแห่งวัยอยู่มาก

มิลลายอมรับว่าทั้งสองคนดูคล้ายกันจนแยกไม่ออกในชุดปิดมิดชิดเช่นนี้

เขาเชิญเธอไปยังรถพระที่นั่งที่เตรียมไว้พร้อม ทั้งสองต่างเงียบกริบไม่มีบทสนทนาใดๆ นอกจากสายตาที่แอบลอบมองกัน จนกระทั่งได้ผสานสายตาให้รู้ว่าต่างก็กำลังมองกันและกันอยู่ตอนที่รถแล่นไปยังหอสมุดแห่งชาติ

การปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระชายาไม่มีอะไรยุ่งยาก ฟังประธานกล่าวเปิดงาน...ตัดริบบิ้น...เดินตามเจ้าหน้าที่พาเยี่ยมชมหอสมุดแห่งชาติ เท่านั้นก็จบสิ้นพิธีการ

ขณะที่กำลังนั่งพักผ่อนอยู่ในห้องรับรองของหอสมุด เพื่อรอเวลาเดินทางกลับนั่นเอง จู่ๆทหารติดตามก็เข้ามารายงานว่ามีผู้มาขอเข้าเฝ้าเป็นการเร่งด่วน

ใคร? น้ำเสียงเข้มแข็งติดดุของมิลลาถามขึ้นมา

ชีคยาร์ฟัส นายกสมาคมยิงธนูของเชดัสย่าห์พระเจ้าค่ะ

เมริสาหันไปสบตากับมิลลา ด้วยไม่รู้จักคนที่มาขอเข้าเฝ้านอกเหนือหมายกำหนดการเช่นนี้ แต่พอพูดคำว่าเร่งด่วนทำให้เธอคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องสำคัญที่จะรอให้พระชายากลับมาในอีกสี่วันข้างหน้าคงไม่ทันการ

ให้เขาเข้ามา คำตอบโดยไม่ถามความเห็นขององครักษ์หนุ่มแม้แต่นิดทำให้มิลลาแอบเคือง

เขาเป็นใครหรือ? หันมาถาม โดยไม่สนใจท่าทางของคนหน้าตึง

ท่านยาร์ฟัสเป็นนายกสมาคมยิงธนู มีความสนิทสนมกับองค์เอเมียร์และพระชายา ด้วยทั้งสองพระองค์เป็นนักกีฬาประเภทนี้เช่นกัน และทรงให้การอุปถัมภ์สมาคมยิงธนูอยู่ครับ

เมริสาพยักหน้า ทำความเข้าใจถึงสัมพันธภาพระหว่างพี่สาวที่เธอกำลังสวมบทบาทแทนกับคนที่มาขอเข้าพบ

ทหารพาบุรุษนายหนึ่งรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอันดี แสดงว่าความสนิทสนมกับพระชายาคงมาก

ขอประทานอภัยที่กระหม่อมมาขอเข้าเฝ้ากะทันหัน มิแจ้งให้ทราบล่วงหน้า พอดีทางสมาคมเพิ่งเดินกลับมาจากการแข่งขันยิงธนูนานาชาติ และสามารถคว้าเหรียญทองมาได้ถึงสองเหรียญ

ยินดีด้วยนะจ๊ะ เสียงที่ตอบออกไป กังวานใสกว่าทุกครา

ยาร์ฟัสย่นคิ้วนิดๆ แต่ไม่ได้สนใจมากไปกว่าธุระของเขาที่จะมาทูลพระองค์

เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่นักกีฬา พร้อมกับที่สนามยิงธนูแห่งใหม่ของสมาคมสร้างเสร็จพอดี เลยอยากขอทูลเชิญพระองค์ไปร่วมฉลองแสดงความยินดีกับนักกีฬาแล้วทำพิธีการเปิดสนามใหม่เสียพร้อมกัน

รอยยิ้มภายใต้ฮิญาบเจื่อนสนิทลงไปในทันที ส่งดวงตามองสบกับมิลลาเพื่อขอความช่วยเหลือ

เจ็ทแล็ก (Jet Lag)= อาการที่เกิดขึ้นกับบุคคลที่เดินทางหลายชั่วโมงบนเครื่องบิน บินข้ามทวีปเปลี่ยนเวลาตรงข้ามกับที่เคยอยู่ประจำ เช่น กลางวันเป็นกลางคืน ต้องบินผ่าน Time Zones (เส้นแบ่งเวลา)

รอองค์เอเมียร์เสด็จกลับจากต่างประเทศก่อนไม่ดีหรือท่านยาร์ฟัส ทั้งสองพระองค์จะได้เสด็จไปเป็นเกียรติเสียพร้อมกัน มิลลาเสนอความเห็น แต่ชีคยาร์ฟัสส่ายหน้า

กระหม่อมได้ตรวจสอบหมายกำหนดการไปทางสำนักพระราชวังแล้ว ได้รับแจ้งกลับมาว่าไม่มีวันว่างเว้นพระราชกรณียกิจต่อไปอีกถึงสองเดือน ว่างเพียงแค่ช่วงสี่ห้าวันนี้ ใจจริงกระหม่อมก็อยากทูลเชิญทั้งสองพระองค์ แต่ในเมื่อไม่ทรงสะดวกด้วยพระราชกรณียกิจมากมายที่สำคัญกว่า จึงมาขอเข้าเฝ้าโดยมิได้ขออนุญาตก่อนล่วงหน้า เพื่อทูลขอพระกรุณาจากพระชายาไปเป็นขวัญและกำลังกับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของสมาคมที่กำลังเก็บตัวซ้อมเพื่อเตรียมไปแข่งกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ที่จะถึงในปลายปี  คำตอบของยาร์ฟัสทำเอาเมริสาและมิลลาอึ้งงันกันไปทั้งสองคน

สายตาเจ้าหล่อนมองไปยังมิลลาอย่างขอความเห็นในการตัดสินใจ แค่ตัดริบบิ้นเปิดงานเหมือนวันนี้ใช่มั้ย?

พระเจ้าค่ะ ยาร์ฟัสรีบยิ้มอย่างยินดี ด้วยตรัสถามเช่นนี้ ก็คงไม่ปฏิเสธแน่

งั้นก็ได้ เมริสาตัดสินใจ คิดว่าไม่มีอะไรยุ่งยาก ส่งสายตาแฝงรอยยิ้มไปให้ใบหน้าขึงตึงที่ฉายแววตายุ่งยากใจของมิลลา เหมือนจะบอกเขาว่าไม่เห็นมีอะไรต้องกังวล

เอ่อ แล้วในฐานะนักกีฬายิงธนูฝีมือฉกาจ กระหม่อมอยากขอให้ทรงยิงธนูดอกแรกเพื่อเป็นการประเดิมให้กับสมาคมด้วยยาร์ฟัสถือว่าทรงรับคำแล้วจึงกล้าเอ่ยขอ

นั่นไงเล่า มันแค่ตัดริบบิ้นเปิดป้ายซะที่ไหน ดวงตาของคนที่ไม่เคยจับแม้คันหรือลูกธนูหวาดขึ้นมา มิลลาหลับตาลงพ่นลมหายใจเบาๆเห็นความยุ่งยากใจมารำไรตรงหน้า

ทั้งหมดทั้งมวลนี่ต้องโทษพี่โมซ่าคนเดียว คนอะไรเก่งกาจอัศจรรย์เกินหญิงนัก เดือดร้อนเธอที่ความสามารถด้อยกว่าพระองค์เสียทุกอย่างเมื่อต้องมารับบทสวมรอยเป็นเงาของพี่สาวอย่างนี้

ชีคยาร์ฟัสยิ้มอย่างยินดีก่อนจะขอตัวกลับเมื่อได้คำตอบตกลงแล้ว

 

ตาย...ตาย...ตายแน่ๆเลย เสียงตีโพยตีพายของคนข้างๆ หลังกลับมาถึงพระราชวังมุซทามัสทั้งๆที่นิ่งเงียบคิดมากมาเสียตลอดทางที่กลับมา ทำให้มิลลาได้แต่ถอนใจ

คุณไปรับปากท่านยาร์ฟัสเองนะ

ใครจะไปรู้เล่าว่าเขาจะมาขอให้ทำอะไรยากอย่างนั้น ก็คุณบอกเองนี่นาว่าเขาเป็นสหายที่ใกล้ชิดกับองค์เอเมียร์กับพี่โมซ่า ถ้าปฏิเสธไปก็เท่ากับไม่รักษาน้ำใจเขา

ก็ดีแล้วนี่ ที่คุณคิดถึงคนอื่นบ้าง คำพูดชื่นชม หากฟังดูตำหนิในที

ดวงตาดุๆมองค้อน วันนั้นฉันจะป่วย ไปไม่ได้

คุณทำอย่างนั้น พระชายาจะถูกตำหนิได้

แล้วจะให้ฉันทำยังไง ฉันยิงธนูเป็นเสียที่ไหนเล่า

มิลลามองเธออย่างอึ้งขึงประหลาดใจไม่น้อย หญิงสาวที่ดูคล่องแคล่วและทันสมัยกว่าพระชายานัก พระองค์เก่งการกีฬาหลากหลาย แต่พระขนิษฐากลับยิงธนูไม่เป็น

อื้ม มันก็ไม่แปลกหรอกนะ ในเมื่อคนละคนกันนี่นา อย่างไรเสียคุณก็ต้องไปครับ

แต่ฉันยิงธนูเป็นเสียที่ไหนล่ะ?

นั่นคุณต้องคิดหาทางออกเอง ในเมื่อไปรับปากท่านยาร์ฟัสแล้ว เป็นกษัตริย์ตรัสแล้วย่อมไม่คืนคำ เขากล่าวเหมือนไม่สนใจไยดีในความยุ่งยากใจของเธอซักนิด

เดี๋ยวสิ มือเล็กฉวยข้อมือใหญ่ของคนที่ทำท่าว่าจะเดินหนี หลังจากส่งเธอถึงพระตำหนักมุซทามัสเรียบร้อย

มิลลาตาโต สีหน้าตระหนก ก้มลงมองมือเล็กบางที่เกาะแขนเขาไว้ ก่อนจะเลื่อนมามองหน้าผู้เป็นเจ้าของ

ไม่รู้ล่ะ ในเมื่อคุณมีหน้าที่ดูแลฉัน เรื่องนี้เราต้องรับผิดชอบด้วยกัน วาจาท่าทางของเมริสาไม่ได้แสดงออกซักนิดว่าเธอกำลังทำสิ่งที่ไม่ควร

รับผิดชอบอะไร? มิลลาหลงกลเข้าให้แล้ว

ไปสอนฉันยิงธนูเดี๋ยวนี้ สั่งอย่างคนเอาแต่ใจ

องครักษ์หนุ่มถอนใจเบาๆ พยายามปลดมือเล็กๆออกอย่างนุ่มนวล แต่ผู้เป็นเจ้าของมันไม่ยินยอมแต่โดยง่าย

มันไม่ใช่สิ่งที่จะฝึกได้ในเวลาแค่วันสองวัน

หากยิ้มแจ่มใส ดวงตาขี้เล่นเป็นประกายอย่างไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนใจหลงเหลือ คุณไม่เชื่อความสามารถฉันหรือไง

 

สนามยิงธนูในพระราชวังมุซทามัส

สถานที่โปรดปรานที่องค์เอเมียร์และพระชายามักมาทำกิจกรรมร่วมกันบ่อยๆ พอๆกับสนามขี่ม้าหลังพระราชวัง

มิลลามองร่างเล็กบางที่กระโดดเหย็งๆ วอร์มอัพร่างกายสะบัดแขนสะบัดขาในชุดวอร์มทะมัดทะแมงอย่างแปลกตาแปลกใจ แล้วอดทอดสายตามองพร้อมอมยิ้มอย่างขบขันปนเอ็นดูขึ้นมาไม่ได้

ถือว่าเมริสาเป็นจอมเอาชนะคนหนึ่ง....เป็นสิ่งเดียวในตัวเธอที่ดูใกล้เคียงพระชายาที่สุด

เร็วๆสิ มัวแต่ยืนมองอะไรเล่า เจ้าตัวที่หันมาเห็นกวักมือเรียกหา

มิลลาในชุดดำทะมัดทะแมงอันเป็นเครื่องแบบประจำตัวเดินเข้าไปใกล้ หยิบสิ่งที่เตรียมไว้ขึ้นมา

นี่เรียกว่าธนูแบบCompound เหมาะสำหรับคนที่ฝึกยิงธนูใหม่ๆ ซึ่งแตกต่างจากแบบ Traditional ที่พระชายา
ทรงโปรดปราน ส่วนองค์เอเมียร์นะชอบแบบ
Compeition เพราะมีความแม่นยำสูงกว่า

เมริสาหน้ายุ่ง ฉันมาหัดยิงธนูนะคุณมิลลา ไม่ใช่มาเรียนรู้เรื่องประเภทของธนู

อย่างน้อยคุณก็ควรจะรู้ไว้ เพราะบางทีอาจจะมีคนคุยกับคุณเรื่องพวกนี้

ทำไมมันยุ่งยากอย่างนี้นะ ดวงหน้าเล็กทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

มิลลามองคนตีโพยตีพายแล้วนึกอยากจะสมน้ำหน้านัก หากก็ทำได้ไม่เต็มที่

คุณเป็นคนไปรับปากท่านยาร์ฟัสเองนะครับ นอกเหนือจากคำสั่งของพระชายา และถ้าจะว่าไปแล้วล่ะก็มันก็นอกเหนือจากหน้าที่ของกระผมด้วย

โธ่! จะซ้ำเติมกันไปถึงไหนกัน เจ้าตัวกำลังจะกระทืบเท้าขัดใจแล้วนึกได้เป็นกริยาไม่งามซักนิด เมื่อตอนนี้กำลังจะขอความช่วยเหลือจากเขา จึงจำเป็นต้องสงบกริยาอย่างคนเอาแต่ใจ หันมาใช้วิธีที่เคยใช้ได้ผลกับใครต่อใคร

ช่วนสอนฉันหน่อยนะคะ น้ำเสียงอ่อนหวาน ดวงหน้าออดอ้อน ใครไม่ใจอ่อนก็คงประหลาดเพศนักแล้ว

มิลลาลอบถอนใจเบาๆ ก่อนจะหยิบคันธนูแบบCompoundซึ่งง่ายที่สุดสำหรับคนที่ฝึกยิงธนูมายื่นให้ร่างเล็กแบบบางตรงหน้า ที่ยิ้มดวงตาใสออกมาในทันที เห็นอย่างนี้ใครจะนิ่งเฉยใจแข็งอยู่ได้ โดยเฉพาะกับคนที่ทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดและนอนไม่หลับมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้ มันเป็นอาการประหลาดล้ำยิ่งกว่าอยู่ใกล้สตรีนางไหน

ยืนให้สบาย กางขาออกเล็กน้อย ตั้งหลักให้มั่น คุณถนัดมือไหน?

ขวาค่ะ

งั้นใช้มือซ้ายจับคันธนู เขาบอกวิธี เมริสาทำตามอย่างว่าง่าย มีความมุ่งมั่นขึ้นมา อย่างน้อยก็หาอะไรสนุกทำฆ่าเวลารอจนกว่าทุกคนจะกลับมาราชวังมุซทามัสเสียพร้อมหน้ากัน

ยื่นคันธนูไปข้างหน้า ใช้มือขวาน้าวสายธนูดึงข้อศอกมาข้างหลังให้เป็นเส้นตรงระดับเดียวกับมือซ้ายจนมาอยู่ใต้คาง ส่งผ่านแรงทั้งหมดจากมือ แขน และข้อศอกมายังกล้ามเนื้อที่หลัง เล็งศูนย์ให้แม่นยำเมื่อมั่นใจแล้วก็ปล่อยลูกธนูออกไป มิลลาสอนตามขั้นตอนที่เขาฝึกมาจนชำนาญ

เมริสาตีหน้ายุ่งๆ ไหนล่ะลูกธนู

นี่แค่ฝึกซ้อมยังไม่จำเป็นต้องใช้

ดวงตาขุ่นมองมา ง่ายๆน่ะคุณมิลลา เอาลูกธนูมาให้ฉันเหอะ คนอวดดีเริ่มสำแดงฤทธิ์อีกหน

มิลลาจำหยิบลูกธนูแบบที่ใช้สำหรับฝึกยิงให้หญิงสาว มองพระขนิษฐาท่าทางคล่องแคล่วในการจับคันธนูและลูกธนูอย่างที่สอนดวงตาของคนฝึกมุ่งมั่นนัก หากว่าเมื่อปล่อยลูกธนูออกไป กลับเฉออกนอกเป้าไปเสียไกล

มิลลาหัวเราะออกมาอย่างขบขันกับท่าทีขึงขังจริงจังของคนอวดดีที่ผลออกมาเสียอย่างนี้ ทำเอาเมริสาหน้างอ

ตลกตรงไหนเล่า คุณยิงลูกแรกก็เข้าเป้าเลยหรือไง?

มิลลากลั้นยิ้มขำกับใบหน้ายุ่งขัดอกขัดใจดวงตาขุ่นที่มองเขา ฉันทำพลาดตรงไหนนี่ เจ้าตัวอ้อมแอ้มบ่นพึม

ดูนี่ มิลลาบอกพร้อมกับตั้งคันธนู น้าวสาย แล้วปล่อยลูกธนูออกไปบ้าง

แน่นอนว่ามันเข้าตรงกลางเป้าจุดสีเหลืองอย่างแม่นยำ จนคนมองตามรอสมน้ำหน้าอ้าปากค้าง

ว้าว! ทำได้ยังไงเนี่ย เก่งจัง คำพูดชื่นชมทำให้องครักษ์หนุ่มยิ้มน้อยยิ้มใหญ่

ดวงตากลมกลอกสายตามามองเขา อย่างนึกประหลาดใจ เธอได้ยินเสียงหัวเราะ และตอนนี้เธอก็เห็นเขาก็ยิ้มด้วย ใบหน้าไม่นิ่งเฉยไร้ความรู้สึกอย่างเคยแล้ว

มิลลาหันมามองหน้าคนที่มองเขาอย่างกับหลุดออกมาจากอีกมิติหนึ่งด้วยแววตาสงสัยเช่นกัน

ใบหน้าผมมีอะไรหรือครับ?

คุณยิ้มด้วยแหละ และเมื่อกี้ฉันก็ได้ยินคุณหัวเราะ เมริสาพูดออกมาอย่างประหลาดใจล้ำ ราวกับเอ่ยเรื่องที่เพิ่งค้นพบด้วยตัวเองเป็นคนแรกบนโลกนี้ ดวงหน้ายิ้มกริ่มกลับมาเรียบนิ่งเฉยดังเดิมในบัดดล หากมีสีระเรื่อและแววกระดากเก้อในดวงตากับการมองด้วยดวงตากลมแหน๋วส่องประกายของคนตรงหน้า

อ่า....ลองฝึกอีกทีสิครับ ทำอย่างที่ผมทำให้ดู ท่าเอียงคอช้อนสายตามองตาแป๋วแหว๋วอย่างนี้ มันน่านักเชียว...องครักษ์หนุ่มนึกในใจกับกริยาที่ทำให้สมาธิของเขาแตกซ่านกระเจิง

มีใครเคยบอกรึเปล่าคะ ว่าเวลาคุณยิ้มแล้วน่ามองมาก คำกล่าวชื่นชมซึ่งๆหน้า ทำให้มิลลาหน้าแดงก่ำขึ้นมาอย่างชัดเจน เป็นกริยาที่เมริสาชอบนัก ผู้ชายขี้อายน่ารักจะตายไป

แต่ทำไมเขาถึงชอบทำหน้าบึ้งตึงขึงขังกับเธอนักก็ไม่รู้...หรือเป็นเพราะหน้าที่องครักษ์ก็ต้องทำหน้าดุๆ ตึงๆไว้ให้น่าเกรงขาม เพราะทั้งดาบินและมิลลา แทบไม่เคยยิ้มและหัวเราะให้เธอได้เห็นเลย

คนยิ้มน่ามองกระแอมเบาๆ เรียกบทสนทนาที่พากันออกทะเลทรายไปไกลให้กลับมาอยู่กับการเรียนยิงธนูตรงหน้า                ลองทำใหม่สิครับ เรามีเวลาอีกแค่วันเดียวในการซ้อม เขาเรียกเธอให้กลับมาสนใจกับกิจกรรมตรงหน้าเช่นกัน

เมริสาฉายยิ้มสดใสดวงตาวาว เพิ่งสังเกตแฮะว่านายองครักษ์หน้านิ่งนี่ความจริงก็หน้าตาดีไม่หยอก หากไม่เอาแต่ทำหน้านิ่งๆแล้วหัดยิ้มออกมาอย่างเมื่อกี้นี่ เป็นครั้งแรกกระมังตั้งแต่รู้จักกันมาที่เห็นเขายิ้ม เป็นยิ้มที่น่าดู และทำให้เธอภูมิใจไม่น้อย ที่เรียกรอยยิ้มฉายขึ้นมาบนใบหน้าตึงๆได้

เมริสากลับมาตั้งใจเรียนยิงธนูอีกครั้ง เพราะไม่อยากให้ครูฝึกผิดหวัง แต่เชื่อสิว่า เรื่องของความพยายาม บางครั้งมันก็เป็นแค่ความพยายามอยู่ดี เพราะไม่มีลูกไหนจะเฉียดใกล้ไอ้วงกลมสีเหลืองตรงกลางเป้านั่นซักนิดเดียวเชียว

ทำไมไม่เข้าเป้าล่ะ ฉันก็ว่าทำตามที่คุณแนะนำแล้วนะ เจ้าตัวบ่นพึมๆ เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้ว เมื่อไม่ได้ดังใจ มิลลาส่ายหน้าน้อยๆ

คุณก็ทำตามที่ผมบอกสิครับ

แล้วมันไม่เหมือนตรงไหนเล่า

นี่ครับ มือจับคันธนูอย่างนี้ เหยียดไปให้สุดแขน มือใหญ่เข้ามาคว้ามือเล็กเหยียดตึงไปสุดแขนกำคันธนูไว้มั่น

หัวใจของเมริสาเต้นแรง ความใกล้ชิดขนาดนี้ยิ่งทำให้สมาธิเธอแตกกระเจิงไม่มีดี ลมหายใจอุ่นๆของคนตัวใหญ่กว่าที่ซ้อนอยู่เบื้องหลังเป่ารดที่หลังใบหู

ส่วนมือขวาดึงลูกธนูมาน้าวสายตั้งศอกให้ตรงขนานกับแขนซ้าย ดึงมาใต้คางอย่างนี้ แล้วเล็งไปเป้า ลองหรี่ตาขวาข้างเดียวเล็งศูนย์ดู พอแน่ใจก็ปล่อยลูกธนูออกไปสมองไม่ประมวลผลคำพูดของเขาแม้แต่นิด

ลูกธนูที่ปล่อยออกไป เป็นเขาต่างหาก ไม่ใช่เธอที่เป็นคนยิง

ฟิ้ว......ฉึก.....

ไม่น่าเชื่อเป็นธนูลูกแรกที่เข้าเป้าอย่างงดงามใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด ถึงไม่กึ่งกลางแต่ก็กินพื้นที่ตรงบริเวณตรงวงกลมสีแดง

มือใหญ่ปล่อยมือเล็กที่ลดคันธนูลงอย่างไร้เรี่ยวแรง ดวงตากลมผสานกับดวงตาของคนตัวโตที่ถอยห่างออกมายืนตรงหน้า เป็นอย่างไรครับ ไม่ยากเลยใช่มั้ย?

ดวงตากลมใสที่มองสบผสานดวงตาเข้มคมกะพริบปริบๆ สีหน้าระเรื่อแดงขึ้นมา มิลลาเองก็รับรู้ได้ถึงกระแสไฟฟ้าอ่อนๆที่ไหลวิ่งพล่านระหว่างตัวเธอกับเขา ทั้งสองสบตากันอย่างเก้อๆ ก่อนจะเลี่ยงสายตา

วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยมาฝึกใหม่ รับรู้พอกันว่าต่างฝ่ายสมาธิต่างแตกกระเจิงทั้งคู่ คงไม่เป็นผลดีต่อการฝึกแน่ๆ

เมริสามองตามแผ่นหลังของร่างคนตัวใหญ่ในชุดดำเข้มที่เดินออกไปจากสนามยิงธนู ด้วยความรู้สึกและจังหวะการเต้นของหัวใจแปลกๆ ก่อนจะฉายยิ้มกว้างออกมา

คนหน้าตึงนี่ เวลาใจดีก็น่ารักเหมือนกันแฮะ

 

แล้วเธอก็ไม่ได้เห็นหน้ามิลลาอีกหลังจากนั้น มันเป็นความหงุดหงิดใจที่บอกไม่ถูก เพราะตั้งแต่มาถึงเธอก็มีแต่เขาคอยตามติดตลอดเวลา แม้วันแรกจะรำคาญแสนเซ็งคนหน้านิ่งตอบคำถามกวนประสาท แต่พอไม่เห็นหน้าเขาก็ให้หงุดหงิดเป็นห่วง ถามปาตีก็บอกว่าเขาทำหน้าที่อารักขาตรงไหนซักจุดในพระราชวัง หรืออาจจะกลับไปพักผ่อน เย็นนั้นมิลลาไม่มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารอย่างเคย จนทำเอาเมริสาพาลพาโลขึ้นมา

มีธุระอะไรนักหนา หรือว่าจะหลบหน้ากัน เจ้าตัวบ่นพึม กินอาหารแค่สองสามคำก็เดินกลับขึ้นห้องบนพระตำหนักมุซทามัส ออกมายืนที่หน้าต่าง สายตาเพ่งมองไปโดยรอบ ไม่เห็นแม้แต่เงาของเขาเลย....หายไปไหนนะ?

 

โดยไม่รู้ว่ามิลลาเองก็ข่มหลับตาไม่ลงเช่นกัน ภาพดวงตาใส รอยยิ้มสว่างของพระขนิษฐามากวนอกกวนใจเขานัก แทบจะเรียกได้ว่าเข้าสู่ในวัยหนุ่มฉกรรจ์ ก็มีเธอคนแรกนี่แหละที่เข้ามาปั่นป่วนกวนหัวใจเขาเสียยิ่งกว่าใคร

ความรู้สึกดังว่าทำให้องครักษ์หนุ่มตระหนกในความคิดของตัวเอง ด้วยฐานันดรศักดิ์เขากับเธอนั้น แตกต่างกันเกินกว่าจะมาคิดเป็นอื่นที่ไม่ใช่โดยหน้าที่

สายเลือดแห่งกษัตริย์กับทหารองครักษ์

เวลาสั้นๆแค่สองวัน.... มันรวดเร็วจนเขาตกใจ ทั้งหมดคงเกิดจากความใกล้ชิดสนิทสนมที่เธอไม่เคยระวังตัวว่าตัวเองเป็นหญิงและเขาเป็นชาย แรงดึงดูดของคนต่างเพศไม่ต่างจากแม่เหล็กต่างขั้ว ยิ่งเธอวางตัวกับเขาใกล้ชิดเท่าไหร่ หัวใจของเขาก็ยิ่งหวั่นไหวเท่านั้น

มิลลาสะบัดหัว ไล่ความคิดน่าเกรงกลัวนั่นทิ้งไปเสีย....มิใช่เพียงความต่างศักดิ์ แต่เธอจะอยู่เชดัสย่าห์แค่เพียงสองสัปดาห์ ทางเดียวที่ไม่ให้ความรู้สึกของเขาเตลิดไปไกลเสียยิ่งกว่านี้ คืออยู่ให้ห่างเธอไว้เป็นดีที่สุด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #13 The Cunning (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2552 / 11:15

    ว้าวววววววววววววววววววววววววววววววววว

    คัยเปนพระเอกกันแน่นะ

    #13
    0
  2. #4 ปาน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2552 / 12:25
    กลับมาต่อไวๆ นะค กำลังสนุกเลยเมริสาน่ารักมากๆมิลลา ก็ชอบ
    #4
    0