เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 20 : ซ่อนตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    1 ก.ย. 52

20.ซ่อนตัว

เป็นเวลาย่ำค่ำแล้ว แต่คนที่ออกไปนอกถ้ำยังไม่กลับมา เมริสาสงสัย มาฬิสหายไป แค่หายไปเฉยๆ หรือว่าเขาหนีกลับไปแล้ว เมื่อวาบความคิดนี้ขึ้นมาในหัว ดวงใจเธอเหมือนกระตุกร่วงลงสู่พื้น

ร่างเล็กผุดลุกขึ้นยืน เร็วเท่าความคิดมันก็พาเมริสามายังปากถ้ำ ดวงตากลมสำรวจมองหา เขาไปอยู่ที่ไหน มาฬิสทอดทิ้งเธอหนีกลับไปที่กิซาร์แล้วกระมัง

เมื่อเห็นม้ายังยืนเลาะเล็มยอดไม้อยู่ ม้าของเขาเธอจำได้ ตัวดำสูงใหญ่ ขนมันปลาบ ม้าอาหรับพันธุ์ดีที่ดื้อด้านเหมือนผู้เป็นเจ้าของ

ดวงตากลมเขม้นมองหา ไม่เห็นใครทั้งนั้น เท้าเล็กพาเธอมาที่ริมทะเลสาบโดยเร็ว เท่าความสงสัย เวลาย่ำค่ำพระอาทิตย์อัสดงใกล้ลับลงผืนทรายเช่นทุกวัน

ผืนน้ำสงบนิ่ง ไม่มีคน ไม่มีใคร แล้วเขาหายไปไหนกัน

ลมวูบหนึ่งพัดกรรโชกมา เหมือนปลิดหัวใจให้ปลิวไหวไปด้วย มือบางกอดกระชับตัวเองไว้ ปกป้องจากความหนาว หากไม่อุ่นได้เท่าอ้อมกอดของใครบางคนเมื่อคืน จริงหรือฝันยังสับสน

มาฬิส....นายอยู่ไหน เสียงตะโกนกู่ก้องร้องถามไปทั่วผืนน้ำที่นิ่งสงบ

มาฬิส....มาฬิสฉันรู้ว่านายอยู่แถวนี้นะ ออกมาเสียทีเถอะ

ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองต้องมาร่ำร้องหาคนที่ว่าไม่อยากเห็นหน้าไปทำไม แต่การถูกทอดทิ้งเช่นนี้มันหวิวไหวนัก

เธอได้ยินเสียงผิวปากดังขึ้นเบื้องหลัง ก่อนเสียงม้าจะวิ่งเตลิดผ่านหน้าไป เมริสาเหลียวหน้าล่อกแล่ก อย่างหวาดระแวง ม้าพยศของจอมโจรหนุ่มทำไมถึงวิ่งเตลิดเหมือนกำลังหนีอะไรซักอย่าง

ความมืดโปรยปรายรอบตัวครอบงำไปทั่วโอเอซิสร้างแห่งนี้ เมริสาตัดสินใจกลับไปที่ถ้ำด้วยความรู้สึกกลัว แต่เพียงหันหลังกลับจู่ก็ต้องสะดุ้งโหยง จู่ๆร่างบางก็ถูกรวบไว้ พร้อมมือหยาบใหญ่ที่ปิดปาก

เงียบ คำสั่งนั่นสะกดเมริสาให้นิ่งขึง ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องเขม็ง เมริสาพยักหน้า เท่านั้นเขาก็ปล่อยมือจากปากหากใช้มันอุ้มเธอจนตัวลอยจากพื้น

เงียบนะ อย่าร้อง คำสั่งสำทับนั่นทำให้เสียงว้ายหลุดออกมาเพียงนิดมิเป็นเสียงเป็นคำ

มาฬิสพาเธอเดินฝ่าสายน้ำที่เงียบนิ่งลงไปในทะเลสาบ เมริสาเหลียวเลิ่กลั่กไม่เข้าใจว่าเขากำลังทำอะไร

ฉันไม่อาบน้ำนะ แล้วก็ไม่เล่นน้ำด้วย ไม่เห็นรึว่าฉันยังป่วยอยู่ เสียงกระซิบกระซาบว่า หากดวงตาที่แน่วแน่แทบไม่กะพริบบนใบหน้าขรึมเครียดทำให้เธอยิ่งหวาดกลัว

นายจะทำอะไร? เสียงกระซิบเบาๆถาม ท่าทางระมัดระวังของเขาทำให้เธอสงสัย

มีคนกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

คนงั้นหรือ? มุ่งหน้ามาทางนี้ มาเพื่อตามหาเธออย่างนั้นนะสิ ดวงตากลมลุกโพลงขึ้นอย่างยินดี

ช่วย.... เปล่งคำออกเพียงแค่นั้น ริมฝีปากหยักคมก็ประกบปิดปากบางของเธอไว้อย่างคาดเดาได้ล่วงหน้าว่าคิดจะทำอะไร เมริสาดิ้นอึกอัก มาฬิสค่อยๆปล่อยร่างเธอทิ้งลงน้ำ หากปากหยักของเขายังประกบไม่ยอมปล่อย ก่อนจะดึงร่างเธอลงต่ำไปใต้ผิวน้ำ

เมริสาดิ้นอึกอักเอาตัวรอด แต่ร่างสูงใหญ่เปลือยเปล่านั่นกลับพันธนาการเธอไว้เสียแน่นหนาไม่ให้มีโอกาสแม้แต่จะขยับตัวได้ มันเป็นความรู้สึกที่ทุกข์ทรมานปานจะขาดใจตาย เธอหายใจด้วยอากาศที่เป่ามาจากปากที่ประกบริมฝีปากเธอไว้ กายต่อกายแนบชิด หัวใจเต้นแรงสั่นไหว....ทำอะไร เขากำลังทำอะไร จะฆ่ากันหรือไง

เนิ่นนาน....นานเท่านานสำหรับความรู้สึกของเมริสา

เสียงคนแว่วๆที่ผิวน้ำ นานมากๆเหมือนพวกเขากำลังจะตามหาอะไรอยู่

เธอไง...คนพวกนั้นตามหาเธอ แต่เจ้าโจรนี่กำลังกักตัวเธอไว้ ทั้งๆที่บอกเองว่าจะเป็นคนพาเธอไปส่งที่ชิริอาห์

แรงดิ้นรนสุดท้ายแทบขาดใจ ก่อนที่มาฬิสจะยอมปล่อยให้ศีรษะเธอพ้นจากผิวน้ำ เมริสางับอากาศเข้าปอดอย่างหิวกระหายจัดราวกับจะขาดใจตายเสียให้ได้ ดวงตาจ้องมองอย่างขุ่นเคือง

นาย....อุ๊บ มือใหญ่กดศีรษะของเธอไว้แนบปากกับปากของเขา ดวงตากลมเบิกกว้าง รอบกายมืดมิดลงไปสนิท เสียงคนสนทนากันแว่วห่างออกไปทุกที...ทุกที....นานพอๆกับที่เขาจูบเธอ ก่อนเสียงเหล่านั้นจะหายไป

ทำไม ในเมื่อนายสัญญาแล้วว่าจะพาฉันไปส่งที่ชิริอาห์ คำถามแรกหลังจากโผล่พ้นขึ้นมาจากผิวน้ำ

ใช่ฉันรับปากว่าจะพาเธอไปส่ง แต่ไม่ได้บอกนี่นาว่าเมื่อไหร่และมันก็ไม่ใช่ตอนนี้ น้ำเสียงเครียดเคร่งว่า เมริสารู้สึกโกรธเขาขึ้นอีกเป็นเท่า

สัจจะไม่เคยมีในหมู่โจรและผู้ชายตรงหน้าตรงหน้าก็เป็นโจร เธอไว้ใจเชื่อใจเขาได้ยังไงกัน

รีบไปกันเถอะ

ไปไหน?

กลับกิซาร์

ใครบอกล่ะว่าฉันจะไปกับนาย มาฬิสหันมาดูหน้าคนที่เปล่งวาจาและสายตาดื้อรั้น

ฉันบอกเดี๋ยวนี้ไง เธอต้องไปกับฉัน

ไม่ เมริสาประกาศกร้าว ไม่เคยมีครั้งไหนที่มาฬิสคิดอยากหักคอหล่อนมากเท่าครั้งนี้

นายสัญญาว่าจะพาฉันไปส่ง ถ้านายไม่อยากไปเอง ฝากฉันไปกับพวกเขาก็ได้

พวกนั้นไม่ใช่ทหารชิริอาห์ มันน่าสงสัย ฉันไม่ไว้ใครทั้งนั้น

ฉันก็ไม่ไว้ใจนายเหมือนกัน ปล่อยได้แล้ว

อย่าดื้อรั้นเมริสา นี่ไม่ใช่เวลาที่เธอจะมาเอาแต่ใจตัวเอง เมื่อฉันสัญญาก็คือสัญญา ฉันจะพาเธอไปส่งมือแข็งราวคีมเหล็กบีบต้นแขนเธอแน่น แกมกระชากลากไปตามเขาด้วย

เมริสาพยายามขืนตัวไว้ แล้วเมื่อไหร่กัน

มาฬิสลากร่างนั้นขึ้นจากผิวน้ำ กลับไปยังถ้ำอย่างรวดเร็ว เขาให้สัญญาณเจ้าซีอาลไปหลบซ่อนตัว ม้าแสนรู้ของเขาคงแอบซ่อนอยู่ที่ไหนซักแห่งในโอเอซิสร้างแห่งนี้ ทหารลาดตะเวนกลุ่มนั้นเดินเลยไปแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะไม่กลับมาอีกนี่นา ฉันถามนายว่าจะพาฉันไปส่งเมื่อไหร่

ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววลุกโชนขึ้นมาอีกหน  ดวงหน้าถมึงทึงยื่นเข้ามาใกล้

หากเธอส่งเสียงอีกครั้ง ฉันหักคอเธอแน่ๆ น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั่น ไม่ได้บอกว่าเขาเพียงแค่ข่มขู่เท่านั้น มือแกร่งกำข้อมือเล็กแน่น ไม่ยอมปล่อยให้เธอหลุดรอดไปได้ เมริสาอยากร้องไห้นัก เขาจะทรมานเธอไปถึงไหน

หากความทุกข์ทรมานของเธอ น้ำตาของเธอ เป็นสิ่งที่สาสมแก่ใจของเขา...เธอก็ไม่มีวันจะให้เขาได้สุขสมในสิ่งที่หวังหรอกนะ ไม่มีทาง มาฬิสเจ้าโจรโฉดใจร้าย

เมริสากลืนน้ำตาลงไปให้ลึกที่สุด ไม่อยากให้เขาหรือใครได้เห็นอีก มองนายโจรที่รีบเร่งเก็บข้าวของสำคัญของเขา ดาบ เสื้อผ้า และเธอ ร่างบางขืนตัวเองไว้ ไม่ยอมให้เขาลากจูงไปโดยง่าย ดวงตาสีน้ำตาลทองตั้งข่มขู่กร้าว

เมริสาส่ายหน้าดิก หากแรงฉุดมีมากกว่า เธอจำปล่อยให้ถูกเขาถูลู่ถูกังไป ในหัวคิดหาคนทางวิธีที่จะสะบัดจอมโจรให้หลุดพ้น เธอมีครอบครัวรออยู่ มีอนาคตที่ดีงามไม่ใช่ที่กิซาร์ เธอไม่มีวันกลับไปกับเขาอีกแน่ๆ เพราะมันอาจจะหมายถึงว่า เธอไม่มีโอกาสได้ออกจากหุบเขากิซาร์ตลอดชีวิต และเป็นผู้หญิงในชุมนุมโจรตลอดไป

พวกทหารเหล่านั้นคงยังไปได้ไม่ไกล เธอต้องทำอะไรซักอย่าง เพื่อให้หลุดพ้นจากการเป็นเชลยของจอมโจรหนุ่ม

เมริสาค่อยๆถอยเท้าก้าวถอยหลัง เมื่อมาฬิสกำลังสนใจอยู่แต่กับการเก็บข้าวของและทำลายหลักฐานว่ามีคนมาพักอยู่ในถ้ำแห่งนี้ เพราะมันอาจจะเป็นร่องรอยให้ทหารพวกนั้นตามหาเขาและเธอเจอในไม่ช้าไม่นาน

เมริสาก้าวถอยหลังห่างจากมาฬิสมาไกลจนแน่ใจว่าเขาไม่มีทางตามทันแน่ เธอรีบผินหลัง เท้าเล็กๆพาหล่อนวิ่งออกไปยังปากถ้ำ

มาฬิสเหลียวขวับเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่ง และก็ต้องตกใจเมื่อเมริสาไม่อยู่ตรงนี้อีกแล้ว เธอหนี...เธอคิดจะหนีจากเขาทุกเวลาทุกนาที...เธอไม่ปรารถนาอยู่กับโจรอย่างเขา

เธอชอบที่จะให้ฉันปฏิบัติกับเธออย่างเชลยนักใช่มั้ยนางเจ้าเล่ห์ เสียงคำรามจากริมฝีปากหยักที่ปกคลุมไปด้วยหนวดเครารกๆรุงรัง ดวงตาสีน้ำตาลทองทอประกายกร้าวโกรธ

ก่อนจะย่างเท้าช้าๆตามติดไปอย่างไม่เร่งรีบ

 

ช่วยด้วย ช่วยด้วย เสียงร้องร่ำขอความช่วยเหลือจากร่างบางที่วิ่งกระเซอะกระเซิงออกมาจากปากถ้ำดังก้องสะท้อนให้ทหารลาดตะเวนที่ยังไปไม่พ้นแนวโอเอซิสที่กำลังพากันกระโดดขึ้นรถSUVพากันชะงักงัน

ได้ยินมั้ยเสียงอะไร?ยะกอดีห์หัวหน้าหน่วยลาดตะเวนที่ผู้พันซูดีนเพิ่งแต่งตั้งขึ้นมาถาม

ผู้หญิงไงไอ้บ้า ร้องขอความช่วยเหลือเสียด้วยมะเซ็งตอบเพื่อนที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นเป็นหัวหน้าอย่างไร้ความเคารพ

แกคิดว่าเสียงนั้นเป็นคนหรือ?ทหารชั้นสมุนอีกคนถาม

ไอ้บ้า มาพูดเรื่องนี้อะไรตอนนี้เล่ามะเซ็งตะคอกถามนึกกลัวขึ้นมาเช่นกัน

เข้าไปดูกันยะกอห์ดีออกคำสั่ง

ใครจะไปก็ไป ข้าจะรอที่รถนี่คนขี้เกียจกระโดดผลุงขึ้นรถโบกมือ

ไอ้มะเซ็ง แกจะกินแรงคนอื่นไปถึงไหน ข้าจะฟ้องท่านซูดีนว่าแกมัน

พอๆอย่าทะเลาะกัน ไปกันหมดนี่แหละ จะคนจะผีมันจะสู้พวกเราสี่คนได้ก็ให้รู้ไป ยะกอดีห์ห้ามปรามขึ้นมา ก่อนจะกระโดดลงจากรถ กลับเข้าไปยังทางที่แวะเดินผ่านมาลาดตะเวนเท่านั้น

แล้วพวกเขาก็ต้องสะดุ้งเฮือกพร้อมๆกันเมื่อเห็นร่างรุ่มร่ามกระเซอะกระเซิงวิ่งเข้ามาหา กลุ่มทหารทั้งสี่หวาดผวากระโดดกอดกันแน่น

คนจริงๆด้วย ช่วยฉันด้วย น้ำเสียงที่ยังแหบพร่าเพราะพิษไข้ร้องขอ

แสงจันทร์ส่องสว่างชัดเด่นกลางฟ้านภากว้าง เมื่อเพ่งชัดๆจนแน่ใจว่าทุกคนไม่ได้ตาฝาด คนที่วิ่งมาขอความช่วยเหลือจากพวกเขาคือมนุษย์แน่ๆ

เจ้าเป็นใคร มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?ยะกอห์ดีถามอย่างโล่งใจเมื่อเห็นว่าตรงหน้าเป็นคนจริงๆ

ฉันเป็นน้องสาวของพระชายา ฉันถูกโจรจับตัวมาไว้ในถ้ำ

หล่อนเล่าเรื่องตรงกับที่พวกเขาได้รับคำสั่งมาก่อนหน้านี้ ทั้งสี่ทหารลอบสบตากันเชิงปรึกษา พิศมองดวงหน้าขาวใสหาก ว่าทรุดโทรมกว่าในรูปของคนที่ได้รับคำสั่งให้ตามหา จะว่าไปก็ไม่ทิ้งเค้าโครงนัก พวกเขามองเห็นเงินก้อนโตกำลังบินพรึบพรับอยู่ตรงหน้า ทั้งท่านซูดีนและชีคมันซอร์ย่อมจ่ายไม่อั้นกับผลงานชิ้นเยี่ยมของพวกเขา

เรื่องจริงหรือ? เพราะคำพูดเช่นนี้ใครก็สามารถแอบอ้างได้ เขาจึงอยากให้หล่อนยืนยัน

จริงสิ ฉันจะโกหกพวกท่านทำไม หากพาฉันไปส่งถึงชิริอาห์ พวกท่านก็จะรู้ว่ามันเป็นความจริง เมริสายืนยัน เหลียวหน้าพะวักพะวงอย่างกลัวเกรงว่ามาฬิสจะตามหล่อนมา และเขาอาจจะทำอะไรบ้าๆได้อีก แต่ทหารทั้งสี่ตรงหน้า ยังไงก็มากกว่าโจรคนเดียว ถึงจะบ้าระห่ำแค่ไหน เขาก็ฉลาดพอที่จะไม่สู้ทหารสี่คนที่มีอาวุธทันสมัยมากกว่าดาบโค้งพระจันทร์เสี้ยวเพียงเล่มเดียวแน่ๆ

ใครจับเจ้ามา?”

โจร เว้นคำตอบพาดพิงถึงกิซาร์ ด้วยเกรงว่าพวกเขาจะลำบาก

ทั้งๆที่ไม่เข้าใจตัวเองเช่นกัน เธอทำไมต้องห่วงใยไปถึงคนพวกนั้น ทั้งๆที่หัวหน้าของพวกเขาจับเธอไปกักขังไว้

มันอยู่ไหน? น้ำเสียงกระด้างของคนที่ดูจะเป็นหัวหน้าถาม

เอ่อ เมริสาอึกอักไม่กล้าตอบ เธอไม่อยากให้มาฬิสต้องเดือดร้อน ไม่คิดจะเอาโทษทัณฑ์เขา และแท้จริงแล้วหล่อนไม่อยากจากเขามาอย่างนี้เลย นายโจรนั่นคงหัวเสียไม่น้อยที่หล่อนทำเช่นนี้ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเขาไม่ได้บอกว่าจะพาเธอไปส่งคืนให้กับครอบครัวเมื่อไหร่ เธอจึงไม่อาจจะไว้ใจเขาต่อไปได้ ถึงสองวันผ่านมานี่เขาจะดูแลเธออย่างดีเพียงใดก็ตาม แต่ว่าคนอารมณ์แปรปรวนอย่างเขา จะเอาแน่เอานอนอะไรให้เธอมั่นใจได้ว่าซักวันหนึ่งเขาไม่ลงมือฆ่าเธอขึ้นมาจริงๆ

ช่างมันเถอะ ป่านนี่เขาคงหนีไปแล้ว เมริสาตัดบท ไม่อยากให้ทหารทั้งสี่นายใส่ใจมาฬิสอีก ถึงเขาจะจับเธอมาทรมาน แต่เธอก็ไม่คิดใช้วิธีการเดียวกันนี้แก้แค้นเขา....เพราะเธอไม่ใช่โจร

หากปล่อยมันไปแล้วอาญาแผ่นดินจะมีไว้ทำไมกัน

ฉันคิดว่าเขาหนีไปแล้ว

อย่างน้อยข้าก็ต้องรายงานต่อหัวหน้าว่าเจอเจ้าที่ไหน และอย่างไร?

เมริสากลืนน้ำลายอย่างแสนฝืด ขืนยืดเยื้ออยู่ตรงนี้นาน เธอไม่คิดว่ามันจะปลอดภัย

พาพวกเราไปถ้ำที่เจ้าว่าคำสั่งเสียงเฉียบของตัวหัวหน้าทำให้เมริสาอึกอัก

แต่ว่า....

หรือว่าเจ้าโกหกแต่งเรื่องขึ้น

ฉันเปล่านะ นายไม่เคยเห็นหน้าฉันหรือไง ประกาศติดตามของทางการต้องมีรูปของฉันอยู่แล้ว เมริสาร่ำเรียก หากยะกอห์ดีส่ายหน้าสถานเดียว

เพื่อให้แน่ใจว่าเราไม่ถูกหลอก ต้องตรวจสอบให้แน่ใจ พาพวกเราไปที่ถ้ำ น้ำเสียงเข้มงวดยืนยันความต้องการเดิมจนเมริสานึกหงุดหงิดใจ ระงับอารมณ์โมโหพุ่งพรวดขึ้นมาอย่างพยายามจะเข้าใจว่าคนตรงหน้าเป็นทหารและเขาต้องทำหน้าที่อย่างเคร่งครัด แต่ไฉนเลยหนอถึงปล่อยให้เธอโดนลักพาตัวมากว่าสัปดาห์ได้

ดวงหน้าเล็กๆสะบัดพรืด จำต้องก้าวเท้าพาเขากลับไปยังถ้ำที่เธอวิ่งหนีมา

เมริสานึกภาวนาขอให้มาฬิสหนีไปแล้วจริงๆอย่างที่เธอกล่าวอ้าง หากเขายังรออยู่ที่นั่น...ลำคอระหงแห้งผาก นึกห่วงใยขึ้นมา...ทหารเหล่านี้จะจัดการเช่นไรกับเขากัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #32 Mhuay (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กันยายน 2552 / 10:05

    หาเรื่องจริงๆเลยอ่ะ แถมงี่เง่าด้วยอ่ะ ทำไมไม่คิดในด้านลบมั่ง น้า....

    #32
    0