เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 19 : ความสับสน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 980
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ส.ค. 52

19.ความสับสน

ผ่านค่ำคืนอันหนาวเหน็บ หากว่าสองร่างที่ซุกกายอิงแอบแนบกันไว้ กลับเต็มไปด้วยความอบอุ่น

แม้จะข่มตาหลับลงด้วยความยากลำบาก หากมาฬิสก็ตื่นก่อน อาการเจ็บระบมจากบาดแผล ทำให้เขารับรู้สภาพร่างกายว่าไม่เต็มร้อยนัก

แต่คนในวงแขนที่บัดนี้เนื้อตัวร้อนผะผ่าวเป็นไข้หนักทำให้เขาหวาดผวาตกใจ

เมริสา....เมริสา มือใหญ่เขย่าร่างบางให้ไหวเล็กน้อย

ศีรษะเล็กๆที่โคลงเคลงไปมา ค่อยๆลืมตาตื่น มาฬิส....มาฬิส เสียงเรียกชื่อเขาอย่างร่ำร้อง

ฉันไม่สบาย เจ็บเหลือเกิน เสียงโหยแหบแห้งที่เปล่งออกมาจากริมฝีปากแห้งผาก ทำให้เขาตัดสินใจ

พาฉันกลับไปส่งที่ชิริอาห์ทีนะ แม้แต่คำพูดต่อมาก็เป็นประโยคที่แสนขมกับคนฟังนัก

เธอไม่สบาย เรากลับไปที่ชุมนุมโจรก่อนดีกว่า ชิริอาห์ไกลจากที่นี่มาก

ไม่นะ ไม่ ร่างเล็กผลักเขาออก ส่ายหน้าปฏิเสธ  ฉันคิดถึงแม่ คิดถึงพี่โมซ่า ฉันอยากกลับชิริอาห์

แต่เธอไม่สบายมาก เดินทางรอนแรมอย่างนั้นจะยิ่งทรุดหนักไปกันใหญ่

มันก็คงไม่ไกลไปกว่าเดินทางกลับชุมนุมโจรของนายที่กิซาร์หรอก ฉันไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกแล้ว ฉันอยากกลับบ้าน ฉันคิดถึงครอบครัวฉัน ร่างเล็กบางสะอึกสะอื้นร้องไห้ขึ้นมา ในเวลานี้รู้สึกว่าตัวเองอ่อนแออย่างเหลือเกิน และสิ่งที่จะเรียกร่ำปลอบขวัญเธอได้ ก็ไม่มีอื่นใดมากไปกว่าครอบครัวที่อบอุ่น อ้อมกอดที่ปรารถนาดี

จนเวลาที่อะไรต่ออะไรกระจ่างหมดแล้ว เขาก็ยังใจร้ายคิดจะเหนี่ยวรั้งทรมานเธออยู่อีกหรือ

มือบางเช็ดน้ำตาป้อยๆ สะอื้นเบาๆ เอาเถอะ เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ตอนนี้เธอต้องเช็ดตัวลดไข้ และกินอะไรก่อนจะได้แข็งแรง มาฬิสบอก ก่อนจะลุกเดินออกไปนอกถ้ำ

ไร้เหตุผลที่จะเหนี่ยวรั้งเธอไว้ เขากลายเป็นคนที่ทำอะไรเอาแต่อำเภอใจมาแต่เมื่อไหร่กัน....บางสิ่งที่ได้กระทำลงไป แม้แต่ตัวเองก็ยากที่เข้าใจ รู้แต่เพียงว่า อยากถ่วงเวลาอยู่กับเมริสาไว้ให้นานที่สุด

ร่างเล็กที่นอนขดลุกพรวดทันทีเมื่อเห็นเขากลับเข้ามา ทั้งๆที่มีอาการของคนโดนพิษไข้เล่นงานอย่างหนักหน่วง

ฉันจะกลับชิริอาห์

ไม่ใช่เวลานี้ เขาปฏิเสธ ดึงแขนเล็กนั่นนั่งลงมาวางผ้าชุบน้ำโปะลงไป เช็ดตัวหมายลดไข้ให้

เมริสาสะบัดดึงมือกลับ แล้วเวลาไหนอีกเล่า นายจะถ่วงเวลาไว้ทำไมกัน?

เธอไม่สบาย จะรอนแรมกลางแดดร้อนไปได้ยังไงกัน หรืออยากตายก่อนจะได้เห็นหน้าครอบครัวอีกครั้ง เขาข่มขู่ขัดใจคนดื้อเอาแต่ใจ

บอกสิว่านายจะพาฉันไปส่งที่ชิริอาห์ แววตาดื้อรั้นร้องขอคำมั่นสัญญา มาฬิสถอนหายใจพรวด หงุดหงิดขึ้นมาเธอเรียกร้องแต่จะกลับชิริอาห์ มันทำให้เขาหงุดหงิดใจ

ฉันจะกลับบ้าน ฉันอยากกลับบ้าน เสียงร่ำร้องอย่างคนเอาแต่ใจ

มาฬิสมองด้วยสีหน้าบึ้งตึงขุ่นเคือง มิรู้เหตุใดต้องโกรธเคืองถึงขนาดนี้ ก็แค่เธออยากกลับบ้าน อาจจะเพราะนั่นมันหมายความว่า เธอร่ำร้องจะไปจากเขา

ดวงตาสีน้ำตาลทองขุ่นมัวขึ้นมา มาเช็ดตัวแล้วทานอะไรเสีย ไว้เธอแข็งแรงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่

ไม่... น้ำเสียงแข็งเด็ดเดี่ยวประกาศกร้าวออกมาจากริมฝีปากสีเชอรี่สุกปลั่ง

จนกว่านายจะสัญญาว่าจะพาฉันไปส่งที่ชิริอาห์

เธอเรียกสัญญาจากโจรอย่างฉันงั้นหรือ?

ฉันรู้ว่านายรักษาสัจจะ

ประเมินฉันสูงไปแล้วกระมัง

ต่ำหรือสูงก็ช่าง แต่ฉันต้องการคำมั่นจากปากของนาย

คำพูดนั่น ทำให้เขารู้สึกดีและแย่พอกัน  ฉันเป็นคนพาเธอมา ฉันก็จะเป็นคนพาเธอกลับไปเอง

สีหน้ายุ่งเหยิงนั่นค่อยคลายออก ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอประกายทอดแสงอ่อนลง มาฬิสพ่นลมหายใจเบาๆ

ทีนี้มาเช็ดตัวได้หรือยังล่ะ

เมริสายอมนั่งลง ยื่นท่อนแขนเรียวให้เขาทั้งสองข้างเหมือนเด็กๆ หากใบหน้ายังมุ่ยบึ้งตึงนักเหมือนถูกบังคับ

นึกจะโกรธคราใด แต่ก็ไม่เคยได้ถึงที่สุด ผู้หญิงคนนี้มีดีอะไรกันนะ ถึงทำให้จอมโจรอย่างเขาต้องงอนง้อยินยอมให้เธอเรียกคำมั่นไปได้

คำสัญญาที่ทำได้ยากอย่างเหลือเกิน คืนที่ผ่านมาเขารับรู้แล้ว รับรู้อย่างทึ่งจัดในหัวใจและตัวเอง

แต่ไหนแต่ไรมาคนอย่างมาฬิสมิใช่คนที่จะอดทนต่อแรงยั่วยุของเพศตรงข้ามได้

เขามีคนรักที่เปลี่ยนหน้าอยู่หลายคนตอนอยู่อังกฤษ มิใช่ว่าเขาจะมั่ว เขาคบผู้หญิงทีละคน สาวๆที่ไหนเห็นก็มักจะหลงใหลหนุ่มรูปงาม สัดส่วนทรมานใจ และยังเรียนนายร้อยชื่อดัง ไม่เท่านั้น ความเป็นอยู่ของเขาเข้าขั้นฐานะดี จึงมีผู้หญิงไม่น้อยเข้ามาพัวพัน หากวันเวลาผ่านไป เมื่อได้เรียนรู้ว่าคนอย่างเขาหยาบกระด้างเอาใจใครไม่เป็น สาวงามเหล่านั้นก็ห่างหายไปจากชีวิตทีละคน

เขาหล่ออย่างร้ายกาจ แต่ก็ไร้เสน่ห์อย่างร้ายกาจเช่นกัน แองเจล่า ผู้หญิงที่ควงกันนานที่สุดเคยบอกกับเพื่อนบางคนของเขามา

เขาจึงประหลาดใจนัก เมื่อคืนผ่านที่ได้เพียงโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนเท่านั้น มิได้ลักลอบทำอะไรล่วงล้ำทั้งๆที่เมริสาวางใจให้กอดก่ายเธอทั้งคืน และทั้งๆที่เขารู้ว่า เธอไม่ได้มีพันธะทางใจและกายกับใคร

อาจจะเป็นเพราะสิ่งนั้นก็ได้....ความไว้วางใจและความบริสุทธิ์ดีงามที่เธอบอกเขา

มันทำให้เขาอยากปกป้องทะนุถนอมความฝันของเธอให้เป็นจริง และมอบความไว้วางใจนั้นให้อยู่กับเขา เนิ่นนานแสนนาน

มาฬิสคว้ามือเล็กๆดึงเข้ามาใกล้ ลูบไล้ผ้าเย็นเช็ดเนื้อตัวคนป่วยให้คลายพิษไข้

ไอความร้อนผ่าวที่ผ่านมือเขา เจ้าของดวงตาปิดพริ้มลง ฟันขาวเรียงเป็นระเบียบกระทบกันกึกๆ ทำให้เขาบรรจงเช็ดเนื้อตัวเธออย่างทะนุถนอม

คนหยาบกร้านไร้เสน่ห์อย่างร้ายกาจอย่างมาฬิส

ทำไมถึงได้รู้สึกอะไรมากมาย และอยากปกป้องทะนุถนอมผู้หญิงตรงหน้าอย่างเหลือเกิน

คนที่เป็นเชลยของเขา มีสิทธิ์จะให้เขามาดูแลบริการหล่อนถึงขนาดนี้

ใบหน้าคร้ามเคร่งตระหนกขึ้นมา ความคิดที่นำพาบางความรู้สึกแปลบแปลกไป

ใคร....ตกเป็นเชลยของใครกันแน่?

 

พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางกันใช่มั้ย? คนที่หลับใหลไปนานกว่าวันและคืนผ่านพอจะฟื้นไข้ลืมตาขึ้นมาถาม

แค่ลืมตาตื่นมาเธอก็ร่ำร้องแต่จะกลับชิริอาห์ ไปให้พ้นจากเขา มาฬิสหงุดหงิดใจนัก

ฉันดูแลเธอไม่ดีหรือไงฮะ?

ฉันไม่สบาย ฉันต้องได้รับการรักษา ฉันต้องกินยา นายก็รู้

ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววอย่างหงุดหงิด เธอเป็นนักศึกษาแพทย์ น่าจะรู้ว่าเช็ดตัวลดไข้ กินอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้มากๆ ก็ทำให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาด้วยซ้ำ บรรพบุรุษ หรือแม้แต่ชาวทะเลทรายที่อยู่อย่างลำบากยากแค้นขัดสน เขายังเอาชีวิตรอดจากความโหดร้ายของทะเลทรายได้

แต่ฉันไม่ใช่คนทะเลทราย ฉันมีบ้าน มีแม่ มีพี่ มีครอบครัวให้กลับไปหา บอกมาสิว่านายจะพาฉันไปส่งเมื่อไหร่?

เมื่อเธอหายดี มาฬิสว่า คร้านจะเถียงให้หงุดหงิด หัวเสียกับถ้อยคำที่กวนใจ

กลับชิริอาห์...กลับชิริอาห์...กลับชิริอาห์...คิดออกเพียงแค่นั้น

คิดและร่ำเรียกเพียงเพื่อจะไปให้พ้นจากเขา คิดว่ามันง่ายนักหรือไง?

ที่ขดกายมาซุกเบียดแนบชิดอย่างไว้ใจ..ที่ร่ำเรียกให้เขากอดให้ความอบอุ่นยามหนาวสั่น..ที่สะท้านระริกไหวยามโดนจูบแรก ทุกอย่างนั้น ไม่ก่อให้เกิดสายใยกระหวัดรัดเหนี่ยวระหว่างกัน จนมิอาจตัดใจให้ไปจากกันโดยง่ายหรอกหรือ?

อาจจะง่ายสำหรับเธอที่มีแต่ความทรงจำร้ายๆกับเขา แต่ไม่ง่ายสำหรับเขาซักนิด ที่จะปล่อยเธอจากไป

ร่างสูงใหญ่ผลุนผลันลุกขึ้นอย่างไม่อาจทานทนต่อสายตาขุ่นเคืองนั่น เขาสะบัดชายโต๊ปเดินออกไปยังปากถ้ำ ได้อากาศบริสุทธิ์ ออกซิเจนไปฟอกเลือดเสียบ้าง คงทำให้หัวปลอดโปร่ง ไม่หมกมุ่นอยู่แต่กับคนที่ทำให้เขาต้องอัดอั้นเช่นนี้

เมริสาคว้าก้อนหินใกล้มือขึ้นมากำแล้วขว้างไปยังร่างใหญ่ที่หนีไปอย่างไม่ไยดีนั่น

มือแม่นใช่ย่อย หินลูกไม่ใหญ่นักโดนเข้าที่กลางแผ่นหลังใหญ่ของคนที่จู่ๆก็โมโหลุกหนีไปเสียเฉยๆ

มาฬิสเหลียวขวับกลับมามอง ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววกร้าวโกรธ มือเรียวชี้นิ้วแกร่งมาที่หน้าหล่อน ไม่เปล่งวาจาหากว่าสายตาคาดโทษชัดเจนว่า หากคิดทำอะไรมากไปกว่านี้เป็นได้โดนดีแน่ๆ

เมริสาหน้าเจื่อน ถดตัวกลับ มองเขาที่สะบัดหน้าหันกลับไปอย่างรวดเร็ว แล้วเดินรีบเร่งออกไปจากถ้ำ

ไอ้โจรบ้า ไอ้โจรเลว ไอ้โจรใจดำอำมหิตเสียงตะโกนด่าว่าตามหลังไป พอแค่จะหายก็ฤทธิ์มากขึ้นมาทีเดียว

หากไม่หุบปากซะ ฉันจะทำอย่างที่เธอพูดจริงๆ น้ำเสียงตอบโต้สะท้อนดังในถ้ำมืด เมริสารีบยกมือตะปบปากโดยเร็ว เขยิบถอยหลังหนีไปจนแผ่นหลังชิดผนังถ้ำ ดวงตากลมแวววามจ้องมองไปยังทิศทางปากถ้ำอย่างกลัวว่าเขาจะกลับเข้ามาทำตามคำขู่

ครู่ใหญ่ผ่านไป ทุกอย่างเงียบนิ่งสงบดังเดิม เธอค่อยถอนใจเบาๆโล่งอกว่าเขาคงไม่กลับเข้ามาทำอะไร

หากในความโล่งใจ ก็เต็มไปด้วยความเหงาและว้าเหว่อวลอยู่รอบกาย

ดวงตากลมกลอกกลิ้งมองรอบถ้ำกว้างอย่างว้าเหว่เหลือใจ เขาจะกักขังเธอไว้อย่างนี้อีกถึงเมื่อไหร่กัน

 

สีหน้าของทุกคนเคร่งเครียดในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยนายทหารระดับสูงของเชดัสย่าห์ องค์เอเมียร์ ดาบิน มิลลา สององครักษ์ติดตามที่มีความสามารถในการทหารระดับสูง

เวลาผ่านไปนับสัปดาห์ แค่ตามหาผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียวกลับไม่พบ สีหน้าของประมุขสูงสุดแห่งเชดัสย่าห์เคร่งเครียดหนัก มันยิ่งกว่าการหายตัวไปของประชาชนคนหนึ่ง เพราะคนๆนั้น เป็นถึงพระขนิษฐาของพระชายา เท่ากับเป็นน้องของพระองค์เอง และเมริสาเองก็มีสายเลือดของเอเมียร์โมฮัมเหม็ด เขากำลังคิดว่านี่ไม่ใช่การหายตัวไปอย่างธรรมดา แต่เป็นการลักพาตัวที่มีจุดมุ่งหวังอะไรบางอย่าง อาจจะเกี่ยวข้องกับการเมือง ความมั่นคงของประเทศ หรือกลุ่มคนที่ต้องการใช้เมริสาเป็นข้อต่อรอง หากการรอคอยอย่างนิ่งเฉยของพระราชวังมุซทามัส กลับไม่มีเสียงเรียกร้องใดๆ อันเป็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของเมริสาทั้งนั้น

 ทั้งพระสัสสุและพระชายาที่กำลังทรงพระครรภ์ของพระองค์ ถึงกับกินไม่ได้ นอนไม่หลับด้วยความทุกข์ใจ

ทางกองทัพของชิริอาห์ ได้ค้นหาแบบปูพรมเข้าไปยังทุกพื้นที่ ทั้งในเขตทะเลทรายดามัสที่อยู่ในปกครองของเรา และขอความร่วมมือไปยังรัฐทั้งสี่เพื่อช่วยกันติดตามตัวพระขนิษฐาแล้วพระเจ้าค่ะ ท่านจามิลรัฐมนตรีมหาดไทยบิดาของมิลลากราบทูลรายงาน

ทุกพื้นที่ แต่ก็ยังไม่พบตัวอย่างนั้นหรือ?

เอ่อ.... รัฐมนตรีมหาดไทยพ่วงเข้าไปดูกลาโหมแทนพระราชาธิบดีในยามนี้อึกอัก

พวกเราตามหาแทบคุ้ยทุกเม็ดทราย แต่ก็ยังไม่มีใครได้ร่องรอยของพระขนิษฐา ยกเว้นเสียแต่...

พระพักตร์คมเข้มเหลียวขวับมามอง ที่แห่งใดยังค้นไปไม่ถึง

หุบเขากิซาร์พระเจ้าค่ะ

หุบเขากิซาร์ ทรงรำพึงชื่อนั้นออกมา

ดินแดนลี้ลับที่ไม่มีใครเข้าไปถึง นอกจากคนที่นั่นจะพาเข้าไปเท่านั้น เรื่องราวของจอมโจรแห่งหุบเขากิซาร์ยังเป็นสิ่งลึกลับที่มีอยู่จริง ภูเขาทรายที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลทายดามัสที่เป็นเส้นแบ่งเขตชายแดนระหว่างรัฐชิริอาห์กับมิซซายฺ เป็นตำนานเล่าขานมานาน ว่าพ้นจากภูเขาสูงก็จะเป็นหุบเหวลึกยากที่คนจะอยู่อาศัยได้

กระหม่อมเคยพบกับกองคาราวานสินค้าของกิซาร์ พวกเขายืนยันว่าไม่เคยพบเห็นพระขนิษฐามาก่อนมิลลารายงาน ยังจำดวงตาคมสีน้ำตาลทองและเสียงที่เปล่งอย่างมีอำนาจของนายขบวนคาราวานได้

แล้วเจ้าก็เชื่อคำพูดของพวกโจรอย่างนั้นหรือ? ท่านจามิลรู้สึกตระหนกเมื่อบุตรชายบอกว่าได้เจอกลุ่มโจรนั่น

พวกเขามิได้ฆ่าปล้นใคร ขึ้นชื่อว่ากองโจรก็จริงแต่เขาก็ทำมาหากินกันสุจริต และไม่มีเรื่องที่ต้องปิดบังเราหากว่าเคยพบเห็นคุณเมริสาจริง

ไม่มีโจรที่ไหนยอมรับความผิดที่ตัวเองกระทำขึ้นหรอกนะ

องค์เอเมียร์ยกมือขึ้นปรามสงครามความคิดระหว่างพ่อลูก

ทำไมท่านจามิลถึงได้คิดว่าโจรกิซาร์จะจับตัวเมริสาไป

หม่อมฉันเพียงแค่สงสัย เป็นข้อสันนิษฐานมิได้กล่าวหาใครพระเจ้าค่ะ

องค์เอเมียร์เข้าใจ พยักหน้าอนุญาตให้พูดต่อ

โจรกิซาร์ทำตัวแปลกแยก ไม่ยอมอยู่ภายใต้การปกครองของรัฐใด พวกเขาประกาศที่จะแยกตนเป็นอิสระไม่ให้รัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวจัดการอะไรกับคนในเผ่ากิซาร์ ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการทำดาบดามัสกัสและทอผ้าชูมัคอันเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเผ่า ถึงพวกเขาจะรักสงบ ไม่ก่อความเดือนร้อนให้กับเชดัสย่าห์ แต่จะมีใครรู้ความเป็นอยู่ที่แท้จริงของพวกเขาว่าเป็นอย่างไร และบางทีพวกเขาก็อาจจะคิดกระทำการอะไรอยู่ หรือแม้แต่การลักพาตัวใครไปแอบซ่อนที่กิซาร์ จะมีใครรู้ได้เล่าพระเจ้าค่ะ

ถ้อยคำสันนิษฐานของท่านจามิล ทำให้คนอื่นๆได้ฉุกคิดขึ้นมา โดยเฉพาะดาบินที่นั่งนิ่งขึงฟังอย่างใช้ความคิดอยู่นาน ทำให้เขาเริ่มมีความหวังบางอย่าง หลังจากตามหาไลลามานับปี แต่ก็ยังไม่พบแม้วี่แววของหล่อน

แน่ใจว่าเขาและทหารชิริอาห์ เข้าค้นหาหล่อนแทบคุ้ยทุกเม็ดทราย แต่ที่หนึ่งที่ไม่สงสัย และมองข้ามไปคือหุบเขากิซาร์ เป็นเพราะคิดว่าชุมนุมโจรที่นั่นปิดตัวเอง ไม่รับคนนอกเข้าไปภายในเผ่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะลักพาตัวใครไปซ่อนที่นั่นไม่ได้ โดยเฉพาะหมอหญิงที่มีความรู้มากความสามารถ และหน้าตาสวยสะอย่างหล่อน

คิดมาถึงตรงนี้ ดาบินก็แทบอยากทะยานไปที่หุบเขากิซาร์ขึ้นมา ด้วยความหวังที่ริบหรี่นั่นกลับมาเรืองรองอีกครั้งหนึ่ง....ไลลาหากอยู่ที่นั่นจริง ขอให้เจ้าอยู่ที่นั่นรอข้าด้วยเถิด

แล้วพวกกองโจรที่อยู่กันอย่างสงบสุข จะประกาศสงครามกับพวกเราเพื่ออะไร ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกันอยู่แล้ว

พวกเรามิอาจจะรู้ได้ว่าพวกเขาคิดอะไร ทำอะไร สิ่งที่เป็นปริศนาล้วนน่าสงสัย

แล้วท่านมีความเห็นว่าเราควรจะทำเช่นไรต่อกิซาร์

ถึงจะเป็นชนเผ่าที่แยกตัวอิสระไม่ขึ้นกับใคร แต่กิซาร์ก็ยังขึ้นชื่อว่าอยู่บนแผ่นดินของเชดัสย่าห์ หากพวกเขาก่อเรื่องร้ายหรือกระทำการใดขึ้นมาจริง ก็ยังถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในดินแดนเชดัสย่าห์ โดยคนเชดัสย่าห์ คนภายนอกนั่นคงไม่คิดว่ารัฐบาลเชดัสย่าห์จะปฏิเสธความรับผิดชอบต่อสิ่งที่โจรกิซาร์ทำ ด้วยเหตุผลว่าเราไม่ได้ปกครองพวกเขา

ใบหน้าเข้มเครียดขึง เอเมียร์ไซยเอ็ดพยักหน้าเห็นพ้องต่อความคิดของท่านจามิล

ทุกเรื่องของกิซาร์ล้วนต้องเกี่ยวโยงกับเชดัสย่าห์ จะทรงปล่อยปละทอดทิ้งพวกเขาเหมือนที่ผ่านมาไม่ได้ และดินแดนลึกลับแห่งนั้น ก็เป็นสถานที่เดียวที่ต้องสงสัยว่ากักตัวคนหายที่หาไม่พบในเวลานี้

อีกเรื่องหนึ่งที่ผิดสังเกตก็คือกองทัพทะเลทรายที่ชีคมันซอร์แจ้งว่าได้จัดการจนล่มสลายไปนั้น เราพบกองคาราวานบางกลุ่มบอกว่าพวกเขายังออกรีดไถเงินกับกลุ่มคนขายสินค้า

พระเนตรคมหรี่ลง ยังมีพวกนอกรีตนอกรอยเหลืออยู่ หรือจะเป็นพวกที่แอบอ้างขึ้นมา

เราไม่เคยพบมันจริงๆ เลยไม่รู้ว่ามันเป็นพวกแอบอ้างหรือยังปราบปรามไม่หมดกันแน่

ติดตามเรื่องนี้ต่อไป อย่าปล่อยให้เรื่องอะไรก็ตามที่ทำให้ประชาชนเชดัสย่าห์ ภายใต้การปกครองของเราต้องเดือดร้อน ที่ประชุมทั้งหมด น้อมรับพระราชดำรัสอย่างพร้อมเพรียง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #30 Latte_Cream (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2552 / 01:57

    อ่านมาถึงประโยค "ใคร..ตกเป็นเชลยของใครกันแน่?"  
    โหย  ได้ใจไปเลยมาฬิส

    อ่านเรื่องนี้ของน้องสาวแล้วสนุกมาก ๆ ค่ะ ไม่แพ้เรื่องของพี่สาวเลย  
    รออ่านตอนต่อไปนะคะ  ^^

    #30
    0