เชลยแค้น สุดแดนทราย : สนพ.ซิมปลี้บุ๊ก

ตอนที่ 18 : ผู้ดูแล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    30 ส.ค. 52

18.ผู้ดูแล

นางเจ้าเล่ห์...นางเจ้าเล่ห์ มาฬิสเขย่าตัวเรียก หากร่างบางตัวอ่อนยวบไม่ไหวติง แม้แต่แพขนตาดกดำยาวงอนก็ไม่แม้แต่ขยับ

เก่งแค่นี้เองหรือ? เขาสบถเบาๆ ช้อนประคองร่างนั้นก่อนจะค่อยๆวางให้นอนลงไปบนพื้นถ้ำอย่างทะนุถนอม

เพราะเจอม้าของดิลห์ที่หายไป ทำให้มาฬิสแน่ใจว่าตามมาถูกทาง เขาเดาได้ว่าเมื่อไม่มีม้า ก็แปลว่าเธอต้องแวะพักที่ไหนซักที่ และที่แห่งนั้นก็คงไม่พ้นโอเอซิสร้างที่อยู่ใกล้ที่สุด

ในครั้งแรกที่เขาเห็นม้า หัวหน้ากองโจรถึงกับตระหนก มิใช่เกรงว่าทหารชิริอาห์จะพบตัวเธอ แต่เกรงว่าเธอจะได้รับบาดเจ็บหรืออันตรายใดๆ เพราะเธอขี่ม้าไม่เป็น หัวใจเขาเร่งเร้าให้รีบตามมาโดยเร็ว ไม่เกรงกลัวแม้จะควบม้าฝ่าพายุลมฝนกระหน่ำที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆในทะเลทรายดามัสที่ความแปรปรวนของอากาศสูง

และการตัดสินใจเข้ามาค้นหาเมริสาที่ถ้ำร้างโอเอซิสแห่งนี้ก็ไม่ผิดหวังจริงๆ เธอซ่อนตัวด้วยความหวาดกลัวอยู่ตั้งแต่ก่อนที่เขาจะมาถึง พอได้ยินเสียงโต้ตอบขอความช่วยเหลืออย่างดีใจเพราะคิดว่าเขาเป็นทหารของชิริอาห์ นายโจรหนุ่มก็ใจชื้นขึ้นที่ว่า เธอไม่ได้รับอันตราย และยังไม่เจอกับกลุ่มคนที่มาตามหา

มาฬิสมองใบหน้าต้องแสงไฟที่หลับดวงตาพริ้ม แก้มอิ่มดูตอบลงไปจากครั้งแรกที่พบกัน ความโหยหาอย่างรุนแรงตั้งแต่รู้ว่าหล่อนหนีหายไปทำให้เขาอดใจไว้ไม่ไหว....โทษทัณฑ์ที่เธอบังอาจหนี

มือกระด้างไล้ไปที่พวงแก้มนวลปลั่ง สัมผัสร้อนผ่าวที่ผิวแก้มทำให้เขาสะดุ้ง มือใหญ่เลื่อนไล้แตะไปตามเนื้อตัวแล้วแน่ใจว่า เธอโดนพิษไข้เล่นงานเข้าให้แล้ว

เสื้อผ้าที่ยังชื้นเปียกผนวกกับผนังและพื้นถ้ำที่คลายความร้อนในตอนกลางวันออกมาจนเย็นยะเยือกในเวลาค่ำคืนจะทำให้เธอเป็นปอดบวมได้ มาฬิสไม่รอช้ารีบถอดโต๊ปตัวนอกออกบิดให้หมาด แล้วผึ่งไฟไว้เพื่อให้ผ้าเนื้อบางเบานั่นแห้งโดยเร็ว แล้วใช้โต๊ปตัวนั้นผลัดเปลี่ยนให้เธอแทนเสื้อผ้าที่เปียกชุ่ม

มือใหญ่ระริกสั่นตอนที่เอื้อมไปปลดกระดุมชุดคลุมอาไบยาชื้นเปียกนั่นออกจากร่างอ่อนระทวย

ช่วยไม่ได้นะสาวน้อย เธอดื้อรั้นเอง และฉันก็ทนเห็นผู้หญิงดื้ออย่างเธอตายไปต่อหน้าไม่ได้ เขาว่าขณะเปลื้องปลดเสื้อผ้าชื้นเปียกให้กับเธอ ตากผึ่งไว้กับกองไฟที่สุมให้ความร้อน เสื้อผ้าตัวเองเขาก็ถอดออกมาตากผึ่งไฟไว้ เปลี่ยนเป็นชุดโต๊ปขาวให้หญิงสาวใส่แทน

ร่างบางดูจะตอบสนองต่อสัมผัสของเขาเป็นอันดี นายโจรหนุ่มถึงกับกลืนน้ำลายเอื๊อก พยายามไม่มองจ้องภาพความขาวกระจ่างใสไร้ไฝฝ้าจุดกระบนผิวเนื้อแม้แต่น้อย

เมื่อสวมเสื้อให้เสร็จสิ้น เขาก็ผินหลังหนีหน้า เฝ้าเธอทั้งหลับๆตื่นๆเช่นนั้นอยู่เนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้...จนกระทั่ง

กรี๊ด............. เสียงกรีดร้องปลุกให้มาฬิสลืมตาตื่นขึ้นมาอีกหน พรวดพราดลุกขึ้นมา พร้อมกับฝ่าเท้าเล็กๆที่ยันโครมเขาจนหงายหลังเค้เก้ไม่เป็นท่า

ใบหน้าแดงก่ำของร่างที่ตระหนกตกใจตื่นหวาดผวาสุดขีด ในมืออันสั่นเทาถือดาบดามัสกัสคมกริบของเขาเอาไว้ด้วย เขาไม่น่าพลาดวางดาบไว้ห่างกาย ผู้หญิงที่มีอาวุธในมือ แถมยังไม่ใช้ไม่เป็นอีกต่างหากเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด

แก....แก...ไอ้โจรเลว เสียงผรุสวาสด่าว่าด้วยความโมโห

ร่างบางสั่นเทิ้มมองแผงอกเปลือยเปล่าลาดลงมาถึงหน้าท้องเป็นลอนกล้ามของคนที่นุ่งเพียงกางเกงขายาว อะไรอีกล่ะ ตื่นขึ้นมาก็ร้องกรี๊ดๆ เขาตวาดใส่ด้วยเสียงอันดังจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงขึ้นมา

ดวงตาวับวาวสีน้ำตาลอ่อนเปรอะด้วยหยาดหยดชื้นแฉะ

ตื่นขึ้นมาเห็นเขาแก้ผ้าอยู่ แถมเธอยังนุ่งห่มอยู่ในชุดของเขา จะให้เมริสาคิดเป็นอื่นใดไปได้ คำขู่ก่อนสิ้นสติที่เขาบอกจะลงทัณฑ์เหยื่อในเกมล่า แถมตื่นขึ้นมาด้วยเนื้อตัวปวดร้าวระบม เมริสาคิดว่าความเป็นสตรีดีงามของเธอคงถูกทำลายหมดสิ้นด้วยคนใจโฉดตรงหน้า

ฉันจะฆ่าแก เสียงเอ็ดตะโรตะเบ็งเข้าใส่

ฆ่าฉันงั้นหรือ? ง่ายไปรึเปล่าสาวน้อย น้ำเสียงยั่วยวนโทสะทำให้ยิ่งโหมไฟแห่งความโกรธาในใจเธอให้ลุกโชน มือบางที่กำดาบดามัสกัสคมกริบไว้แน่น ร่างเล็กพุ่งโถมเข้าใส่

คมดาบต้องกระทบกับแสงไฟปลาบสะท้อนเข้าตา

เฮ้ย มาฬิสกระโดดหลบไม่เป็นท่าเสียหลัก เมริสาที่ถลันตัวพลาดไปหันขวับมา ผมเผ้ายาวปรกใบหน้ากระเซอะกระเซิงดวงตาวาววับดูน่ากลัว หากมือที่กำดาบแน่นไม่ปล่อยนั่นยังน่ากริ่งเกรงกว่า เธอหมายเป้าไว้ที่หัวของเขา ลำคอ บาดแผลที่ตรงไหนก็ได้ที่ฆ่าโจรชั่วให้ตาย ด้วยโทษที่มันบังอาจรังแกเธอ

ฉันจะฆ่าแก...จะฆ่าแก ร่างบางโถมกลับเข้ามาหาอีกระลอก

ครานี้ตั้งหลักได้ทัน มาฬิสหลบฉากคว้ามือเล็กทานแรงดาบไว้ แรงเข่นกันระหว่างหญิงชาย อย่างไรเสียเธอก็เสียเปรียบ เมริสาไม่ปล่อยให้ความแค้นผ่านไป เมื่อเขาเปิดช่อง หล่อนเตะโครมเข้าที่กลางลำตัวตรงจุดยุทธศาสตร์ทำเอาเขาทรุดฮวบลง แรงจุกเจ็บที่แผ่กำจายจากกลางลำตัว ทำให้เขาไม่อาจต้านทานแรงพายุโมโหกระหน่ำจากร่างเล็กไว้ได้อีกต่อไป มือใหญ่ที่อ่อนแรงเบี่ยงตัวหลบ อาศัยเคยเรียนต่อสู้ยูยิตสูมาใช้ให้เป็นประโยชน์

ฉับ....คมดาบที่ขึ้นชื่อว่าโยนผ้าแพรขึ้นไปบนอากาศแล้วยื่นดาบรับไว้ยังสะบั้นผ้าแพรเนื้อบางเบาขาดออกจากกันเป็นสองผืนเฉือนเนื้อของเขาเข้าให้ ใบหน้าคร้ามแกร่งเหยเก

เพียงเห็นเลือดที่พุ่งกระฉูดทะลักออกมาจากลำแขนแกร่งของคนตรงหน้า จากแรงแค้นที่ตั้งใจจะฆ่าเสียให้ตาย กลับทำให้เมริสาใจสั่นหวิวไหวคล้ายจะเป็นลม....เธอกำลังจะฆ่าคน...ฆ่าคนด้วยมือของเธอ...มือของนักศึกษาแพทย์ที่ตั้งปณิธานจับมีดเพียงรักษามิใช่ฆ่าใคร มือบางอ่อนแรง ร่างไหวระริก ความกลัวและความเคียดแค้นเคืองระดมโจมตีสับสนไปหมด ฆ่า...ไม่ฆ่า...เธอไม่ฆ่าเขา...เขาก็ต้องฆ่าเธอแน่ๆ เมริสาหลับตาปี๋ฟันดาบลงไปด้วยแรงโกรธแค้นทั้งหมดที่มี ถึงอย่างไรเสียเธอก็ต้องฆ่าเขา...ฆ่าเขามิเช่นนั้นเขาก็อาจจะทำร้ายเธอยิ่งกว่านี้

โอ้ย....โอ้ย....โอ้ย.... เสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดนั่นพลอยทำให้เมริสามือสั่น รู้สึกคล้ายดาบที่ฟันลงไปแต่ละครั้ง เหมือนฟันหัวใจตัวเองให้วิ่นแหว่งลงไปไม่ต่างกัน น้ำตาไหลพรากอาบแก้มนวลใส เธอไม่กล้าแม้แต่จะลืมตาขึ้นมาดูผลงานหลังจากเสียงร้องโหยหวนนั่นเงียบนิ่งลงไปแล้ว คิดเพียงว่าบาดแผลจากคมดาบคงทำให้ร่างของโจรใจโฉดนั่นวิ่นเหวอะ เลือดชั่วๆของเขาคงจะนองเต็มพื้นไปหมดแล้ว

ดวงใจไหวสั่นอย่างรุนแรง ดาบในมือร่วงหลุดลงกระทบพื้นดังก้องสะท้อนในถ้ำ เนื้อตัวสั่นเทิ้ม ขาอ่อนหมดสิ้นเรี่ยวแรงทรุดลงคุกเข่ากับพื้นพร้อมปล่อยเสียงร้องไห้โฮๆด้วยความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวจากภายใน

ตายแล้วเขาตายแล้ว...คนที่ทำลายเธอตายลงไปแล้ว....ด้วยน้ำมือของเธอเอง...เธอฆ่าเขา ดวงหน้าเล็กส่ายไปมาเหมือนพยายามสะบัดเรื่องนี้ให้หลุดจากความคิด

คนอย่างเขาสมควรตายเป็นที่สุด ด้วยโทษฐานประการไหนกัน ค่าที่พร่าผลาญพรหมจารีเธอนั่นไง

ร้องไห้ทำไม? เสียใจที่ฆ่าฉันรึ? น้ำเสียงกระซิบแผ่วที่ข้างหูทำให้ดวงตาที่เปียกเปรอะลืมโพลงขึ้นมา

ร่างบางถูกรวบกอดรัดไว้แน่นจากด้านหลัง ใบหน้าคร้ามแกร่งยื่นมาใกล้ ไรหนวดหยาบเคลียคลออยู่ที่แก้มเธอ

เขายังไม่ตาย ดวงตาของเธอเบิกโพลงอย่างตระหนกสุดขีด ดิ้นรนออกแรงสุดฤทธิ์สะบัดตัวเองให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของปีศาจ แต่เขาหาได้ครั่นคร้ามไม่

มาฬิสกอดร่างบางที่ดิ้นรนทุรนทุรายจะออกไปให้พ้นจากอ้อมกอดไว้แน่น เรียวฟันขาวกัดกรอด เพราะแรงสะบัดขัดขืนของเธอทำให้เขายิ่งเจ็บแปลบที่บาดแผลร้าวระบมขึ้นทุกที เมริสาดิ้นทุรนทุรายจนหมดเรี่ยวแรงเพราะการกอดรัดของเขา เธอต้องตายแน่ๆ ตายแน่ๆ

หากว่าพอเขารู้ว่าเธอไม่ได้ดิ้นรนขัดขืนหนีแล้ว อ้อมกอดนั้นกลับคลายลง เพียงแค่สวมกอดไว้หลวมๆเท่านั้น

วินาทีที่รู้ว่าเธอไม่ได้มีพันธะทางกายกับเอเมียร์ไซยเอ็ด หัวใจของมาฬิสโล่งวาบ ความอึดอัดอันหนักหน่วงในทุกครั้งที่ต้องเผชิญหน้ากับเมริสาเหมือนถูกปลิดทิ้งไป

รู้แล้วใช่มั้ยว่าเธอไม่มีวันหนีฉันพ้นเสียงกระซิบแผ่วฟังน่าสะพรึงนัก แต่การเผชิญหน้ากับความหวาดกลัว นอกจากความกลัวที่หลีกหนีไม่พ้นแล้ว เธอทำได้เพียงแค่นี้เองหรือ ขับความกลัวด้วยความกล้าสิเมริสา

ฆ่าฉันสิ...ฆ่าฉันเลยน้ำเสียงตวาดก้องท้าทายอย่างสิ้นไร้หนทางต่อสู้

ฉันไม่เคยคิดฆ่าเธอ

แต่ฉันคิดจะฆ่านาย คิดตลอด ถ้าไม่ฆ่าฉันเสียแต่ตอนนี้ ฉันต้องฆ่านายอีกแน่ๆ

แล้วฉันไปทำอะไรให้เธอโกรธแค้นขนาดที่คิดจะฆ่าแกงกันเล่า

เมริสาสะอึกสะอื้นร้องไห้จนตัวหอบโยน....จะตอกย้ำทำไม ร่องรอยเจ็บปวดที่เขากระทำย่ำยีต่อเธอก็ยังอยู่ เสียงปล่อยโฮร้องไห้อย่างเสียใจเป็นที่สุด

นายรังแกฉัน...นายทำลายฉัน

คิ้วคมเลิกขึ้นสูง ว่าอะไรนะ?

ฉันไม่เคยคิดมาเป็นเมียโจรอย่างนาย ฉันมีอนาคตที่ดีงามรออยู่ แต่นายทำลายทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตฉันลงไปหมดแล้ว มาฬิสงงงัน เขาไม่เข้าใจในข้อกล่าวหาของเธอ

ที่ทำให้เธอไม่ได้กลับไปเรียนแพทย์นะหรือ? ดวงตาที่ปิดลงเพราะเอาแต่กลั่นสายน้ำตาร้องไห้โฮๆของเมริสาเบิกขึ้นมาอย่างตระหนก

เขารู้แล้ว....

นี่นายรู้แล้ว

คางสากๆเต็มไปด้วยหนวดเครารกกดลงบนหัวไหล่ มาฬิสกอดเธอไว้จากข้างหลัง ศีรษะหนักๆของเขากดลงมา รู้สึกเหนื่อยล้ากายหากใจกำลังปลดปล่อย อยากกอดผู้หญิงคนนี้ไว้นานเท่าที่เขามีโอกาส เธอเหมือนหลักพักพิงยามนี้ เหมือนแหล่งพลังแห่งชีวิตยามกำลังถดถอยหมดเรี่ยวแรง

บอกฉันมาซิว่าเธอชื่ออะไร?

ร่างบางคลายสะอื้นลง นิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ตอบออกไปเสียงแผ่ว เมริสา

เมริสาบอกฉันมาซิว่าเธอจะฆ่าฉันทำไมกัน? โกรธที่ฉันลักพาตัวเธอมานี่นะหรือ?

มันมากกว่านั้น...มากกว่านั้นเธอถึงโกรธและแค้นเคือง ก็นายทำอะไรฉันล่ะ น้ำเสียงห้วนถาม

ดวงตาสีน้ำตาลทองฉายแววฉงนสงสัย บอกมาซิว่าเมื่อคืนนายทำอะไรฉันเสียงตะโกนก้องถ้ำถามอย่างเจ็บปวดรวดร้าวใจ

เธอไม่สบาย ตัวร้อนเป็นไข้ เพราะผจญทั้งแดดร้อนแล้วยังเปียกฝนอีก เสื้อผ้าของเธอชุ่มไปหมด ขืนใส่ชุดนั้นเธอคงได้เป็นปอดบวมแน่ๆ ฉันก็เลยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอไงล่ะ....โกรธที่ฉันแก้ผ้าเธองั้นหรือ...จะแก้ผ้าฉันคืนมั้ยล่ะ แล้วถือว่าเราหายกันนะเสียงพูดจริงจังมากกว่าล้อเล่น คนฟังแสลงหูนัก

ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่แห้งผากเผยอออก  มาฬิสรับรู้ได้ถึงไอร้อนจากเนื้อตัวที่กอดอยู่ว่าเธอกำลังเป็นไข้ ทั้งขี่ม้ากลางทะเลทรายร้อนจัด ทั้งตากฝน ร่างเล็กบางหรือจะทานทนไหว เธอบอบบางนัก ยิ่งเมื่อนึกย้อนกลับไปหลายครั้งหลายคราที่เขาเห็นความบอบบางน่าทนุถนอมในตัวคนร่างเล็กนี่คิดเพียงว่าเธอสำออยอ่อนแอ แต่เมื่อรู้ว่าเธอเป็นนักศึกษาแพทย์ใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษ เมืองที่หิมะตกเกือบทั้งปี ทะเลทรายดามัสก็ไม่ต่างจากนรกชัดๆสำหรับเธอ

น่าที่เธอจะดีใจ แต่กลับรู้สึกใจหายหวิวกับคำพูดของเขา แค่นั้นนะหรือ?

ต้องการแค่ไหนล่ะ บอกฉันมาซิ คนพูดอมยิ้มหน้าเครียด คำพูดที่พ่นลมอุ่นๆมาปะทะแก้ม หนวดรกๆของเขายังทิ่มแทงผิวแก้มบางของเธอให้รู้สึกระคายคันยิกๆ

เสียงหัวเราะหึในลำคอเมื่อตีความหมายคำว่า แค่นั้นหรือ? ออก เธอคงคิดว่าเขาทำอะไรเธอมากกว่านั้นกระมัง ถึงได้โกรธแค้นถึงขนาดคว้าดาบมาไล่ฟัน...น่าอัศจรรย์ใจนัก เรื่องโกรธแค้นอย่างนี้มีแต่ผู้หญิงบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะโกรธเคือง...ความคิดทำให้มาฬิสสะอึกขึ้นมา

ใช่ที่ว่าเธอไม่ใช่พระชายา....และเธอยังเป็นแค่นักศึกษา ลำคอของเขาแห้งผากเมื่อนึกถึง ลมหายใจร้อนๆพ่นออกมาอย่างโล่งใจในอย่างหนึ่ง และหนักใจในอีกอย่างหนึ่ง

และถ้าเธอโกรธที่ฉันเห็นเธอเปลือยกาย มันก็ไม่น่ามากมายขนาดนั้น เพราะว่าครั้งแรกที่เราเจอกัน เธอโผล่ออกมาโชว์โฉมให้ฉันเห็นแบบไหนจำไม่ได้แล้วหรือ? ถ้อยคำตอกย้ำยิ่งทำให้เมริสาหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา

มือใหญ่ที่หยาบกร้านผละออกห่าง ปล่อยร่างบางเป็นอิสระเมื่อเห็นว่าเธอสงบ และปรับความเข้าใจกันจนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เพราะว่าจะเห็นกี่ครั้งมันก็เห็นแล้ว ไม่เห็นแตกต่างกันเลย เขาย้ำคำให้เธอยิ่งหน้าร้อนผ่าวอับอายขึ้นมาอีกเป็นเท่ากับคำพูดนั่น ดวงตากลมใสค้อนขวับ ปากอิ่มเม้มแน่น

มาฬิสอ้อมมายืนตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลทองจับจ้องผสานสายตากับคู่ตาสีน้ำตาลอ่อนของคนตรงหน้า

เอาล่ะ เพื่อไม่ให้ใครได้เปรียบเสียเปรียบล่ะก็....อย่ากะพริบตา แล้วถือว่าเราหายกัน

มือที่จับขอบกางเกงทำท่าจะรูดลง เมริสารีบหลับตาปี๋ร้องหวีดสุดเสียงคลุกหน้าลงกับเข่าหนีภาพอันน่าอุจาดนั่น

คนจับขอบกางเกงค้างหัวเราะหึในลำคอแล้วส่ายหน้าน้อยๆ ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่แห้งแล้วของตัวเองขึ้นมาสวมใส่เข้าร่างใหญ่ ปล่อยให้เธอหลับตาปี๋คิดว่าเขากลายร่างเป็นชีเปลือยไปแล้ว

อ้าว ไม่ดูล่ะเมริสา...แล้วจะหาว่าฉันเอาเปรียบเธอไม่ได้นะ นอกจากปิดตาหนี เมริสายังยกมือปิดหูกับถ้อยคำยั่วยวนชวนให้เธอประสาทเสียนั่น

ฉันไม่ได้แก้ผ้าให้ใครดูบ่อยๆซะด้วยมาฬิสกลั้นยิ้มขำกับใบหน้าที่ซุกมุดอยู่กับเข่า

จะนับว่าเธอเป็นผู้หญิงคนแรกก็ได้ที่เห็นฉันอย่างนี้ หากเป็นไปได้เธอคงแทบมุดเลื้อยลงพื้นถ้ำไปแล้ว

อันที่จริงจะว่าไป ร่างเปลือยเปล่าไร้อาภรณ์ของมนุษย์นี่ก็เป็นพรจากพระเจ้าเหมือนกัน มันสวยงามมาก ดูแต่รูปปั้นกรีกโรมันที่เรียกคนจากทั่วโลกไปเยี่ยมชมนั่นสิ...ว่ามันดึงดูดเสียขนาดไหน....

....แต่ฉันว่า ฉันน่าดูกว่ารูปปั้นพวกนั้นเสียอีกนะ เธอว่ามั้ยคำพูดอวดอ้างอย่างภาคภูมิใจ

หยุดทำอะไรอุบาทถ์เสียที รีบนุ่งเสื้อผ้าเดี๋ยวนี้นะเสียงแหวอู้อี้ของใบหน้าที่ซุกมุดอยู่

เสียงรอบกายเงียบกริบเมื่อเสียงแหวสุดท้ายสิ้นสุด เมริสาคลายมือที่ปิดหูออก ดวงตากลมใสค่อยๆเปิด เงยหน้าขึ้นมา แล้วก็เห็นว่าคนตรงหน้านุ่งเสื้อผ้าเรียบร้อยดี

เอาล่ะ ดูจนหนำใจแล้วใช่มั้ย? ใบหน้าคร้ามแฝงแววขบขัน อารมณ์ไหนกันนี่ จะโหดหรือว่าจะขำ

เมริสาหน้างอหงิกที่รู้ว่าถูกหลอก ปากอิ่มเม้มแน่น

ฉันชดใช้ให้เธอหมดแล้ว ทีนี้ก็ถึงเวลาที่เธอจะชดใช้ให้ฉันบ้าง

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววหวาดๆ ลูกตากลมบ็อกลอกกลิ้งไปมา

ชดใช้...ชดใช้ แบบไหนกัน ถ้าผลัดกันแก้ผ้าโชว์ความลับแห่งเรือนกายแล้วล่ะก็ คุ้มทุนแล้วนี่นา...เขานะไม่ใช่เธอ

เธอเป็นนักศึกษาแพทย์ใช่มั้ย?

ดวงหน้านวลพยักช้าๆ ทำแผลเป็นใช่มั้ย?

เธอเข้าใจแล้วล่ะ ว่าเป็นคนลงมือฟันเขาจนเป็นแผลเหวอะ และต้องชดใช้ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอแววประกายสำนึกผิดกับสิ่งที่พลั้งเผลอทำลงไป

เลือดที่ไหลอาบแขนนั่น รู้สึกเจ้าของร่างสูงใหญ่จะไม่คณนาต่อมันซักนิด เพราะยังยั่วยวนกวนประสาทต่อล้อต่อเถียงกับเธอได้อีกนานสองนาน ไม่สนใจเลือดที่ซึมเอ่อจากบาดแผล ไม่มีอุปกรณ์ทำแผล ฉันทำได้แค่ห้ามเลือด

รีบทำเถอะ ก่อนที่ฉันจะตายจริงๆดวงตาสีน้ำตาลทองปิดลงอย่างอ่อนล้าเต็มที

คนอย่างนายไม่ตายง่ายๆหรอกน่า น้ำเสียงประชดประชันว่า ก่อนจะฉีกผ้าชูมัคของเขาพันบาดแผลไว้

นักศึกษาแพทย์ยังไง จะดูซักหน่อยก็ไม่ได้ ว่าผ้านั่นสะอาดรึเปล่า สายตาตำหนิ น้ำเสียงฉุนขึ้นจมูกเมื่อเห็นว่าเธอทำกับเขาเหมือนไม่ได้ใส่ใจแม้แต่นิด

บอกแล้วไงคนอย่างนายไม่ตายง่ายๆหรอก มือบางพันผ้าเสร็จ ก็มัดปมขึงแน่น แรงดึงผูกผ้าพันแผล ทำให้มาฬิสถึงกับสะดุ้งโหยงขึ้นมา เสียงครางเบาๆลอดออกมาจากคนหน้าดุที่ดูเหมือนไม่รู้จักเจ็บนั่น

ดวงตาสีน้ำตาลทองคมวาว มองจ้องไปดวงหน้านวลใสสะอาดตาของคนตรงหน้า ผิวหน้าระเรื่อแดงขึ้น เธอเป็นไข้ ความห่วงใยทวีขึ้นในใจ

มือใหญ่หยาบยื่นไปคิดแค่จะแตะวัดไข้ หากเมริสาเบี่ยงดวงหน้าหลบมองอย่างหวาดระแวง จะทำอะไร?

เธอไม่สบายไม่ใช่หรือ? นั่นแหละคือที่มาของการปวดเนื้อระบมตัวจนเข้าใจฉันผิดไปใหญ่โต

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนหลุบลง เก้อเขินสายตากรุ้มกริ่มของเขา มันมีอานุภาพมหาศาลในการเผาผลาญสติสัมปชัญญะและความไว้เนื้อระวังตัวของเธอ

ตากแดดตากฝนมันก็ต้องเป็นไข้ ฉันไม่ได้ทานทนเป็นโจรทะเลทรายเหมือนนายนี่นา ดวงตาขุ่นตวัดว่า

ก่อนจะเปลี่ยนสายตาและน้ำเสียงเป็นออดอ้อน พาฉันไปส่งชิริอาห์เถอนะ ฉันอยากกลับไปเรียนหนังสือ นายก็รู้แล้วนี่นาว่าจับตัวฉันไว้มันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร คำขอนั่นกระชากดวงใจเขาอย่างแรง

เมฬิสไม่อาจตอบรับหรือปฏิเสธออกมาได้ในเวลานี้

ใช่...เธอไม่ใช่คนที่เขาต้องการในตอนแรก...แต่ตอนนี้ เขากลับไม่อยากให้ผู้หญิงตรงหน้าพ้นสายตาไปแม้แต่นิดเดียว ความรู้สึกเช่นนี้หมายถึงอะไร?

ตั้งแต่ที่รู้ว่าเธอยังเป็นหญิงโสดไม่ได้แต่งงาน ในหัวใจของมาฬิสก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งขึ้นมา ฝ่ามือหยาบใหญ่นั่นยื่นมาฉุดข้อมือเล็กๆ ดึงเหนี่ยวรั้งลงนอน

จะไม่ให้โอกาสฉันทำความรู้จักเธอหน่อยหรือ? สายตาสีน้ำตาลทองทอดแวววิงวอน

นายจะอยากรู้จักฉันไปทำไม?

เธอกำลังจะบอกว่า เราไม่ควรรู้จักกัน คำถามนั้น ทำเอาเมริสาสะอึก มิรู้ว่าต้องเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี

อยากรู้อะไรก็ถามมาสิ....แต่บอกก่อนนะว่า ฉันจะตอบแค่ที่ฉันอยากตอบ และเราก็ต้องแลกเปลี่ยนกัน

แพหนวดรกครึ้มเหนือเรียวปากกระดิก ยังคงความเป็นนางเจ้าเล่ห์ไว้อย่างเดิมไม่มีเปลี่ยน

ลืมไปรึเปล่าว่าเธอยังเป็นเชลยฉันอยู่

เมริสาย่นคิ้ว ใบหน้างอหงิก งั้นก็อย่าหวังเลยนะ นายโจรแห่งสหัสวรรษ ใบหน้าเล็กนวลเชิดไปอีกทาง

มือใหญ่กระชากร่างบางลงมาแนบชิดร่าง ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนทอประกายเปล่งจ้าเจิดจรัสอยู่บนอกเขา

โจรก็คือโจรวันยังค่ำ เธอคิดจะมาเรียกร้องอะไรกับโจรโฉดอย่างฉันล่ะ? ดวงตาล้อเลียนถาม

นายไม่ทำฉันหรอก เจ้าของประกายตาสีน้ำตาลอ่อนว่า

แน่ใจในตัวฉันขนาดนั้นดวงตาคมหรี่ถาม

ใบหน้าเล็กแดงก่ำร้อนผ่าวพยักนิดๆ ฉันเชื่อใจนาย พยายามกลืนน้ำลายให้ความชุ่มชื้นแก่ลำคอแห้งผาก หากว่ามันยากเย็นอย่างเหลือเกิน มาฬิสดูจะจับอารมณ์สับสนตื่นกลัวเตลิดแต่คนละความรู้สึกก่อนหน้านี้ของเมริสาได้ ร่างบางสั่นเทานิดๆ ให้ความรู้สึกอยากปกป้องคุ้มครองมากกว่าหิวกระหายในสิ่งที่เรียกร้องมาจากแม่เหล็กต่างขั้ว

ทีนี้ปล่อยได้รึยัง รัดไว้อย่างนี้หายใจไม่ออกนะ น้ำเสียงตัดพ้อว่า แท้จริงเธอกำลังไหวสั่นอย่างรุนแรงกับสัมผัสแนบชิดสนิทนี่ต่างหาก

เธอไม่สบาย ในถ้ำนี่ก็เย็นมาก หากไว้ใจฉันอย่างที่ปากว่า ก็อย่าห้ามความปรารถนาดีของฉันเลย

เมริสาจำนิ่งงันไปกับคำเขา ฟังดูเหมือนคนใจดี....ถ้าไม่คิดว่าเขากำลังหาเศษหาเลยกับเธอ แต่สัมผัสนั้นก็ไม่ได้ล่วงเกินอะไรไปมากกว่านี้ อ้อมแขนที่รัดนั่นคลายลงเพียงกอดไว้หลวมๆ

จากนี้ไป เธอคิดจะทำอะไรต่อ ไม่ยักใช่คำถามอื่นใด

มันขึ้นอยู่ว่านายจะทำยังไงกับฉัน

ถ้าฉันปล่อยตัวเธอกลับไปยังชิริอาห์

ฉันก็คงกลับไปเรียนต่อ อาทิตย์หน้ามหาวิทยาลัยก็จะเปิดเรียนแล้ว

ทำไมเธอถึงเรียนแพทย์

เมริสาปล่อยความคิด นึกถึงการตัดสินใจในการเลือกเรียน รอยยิ้มของมารดา พี่โมซ่า และองค์เอเมียร์

เพราะฉันคิดว่ามันน่าจะช่วยเหลืองานขององค์เอเมียร์ และคนเชดัสย่าห์ได้มาก ที่นี่ยังต้องการคนเสียสละเพื่อพวกเขา และช่วยพัฒนาประเทศเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกๆคน

มาฬิสขนลุกกับคำตอบนั้น เธอตอบเหมือนคำถามของนางงามรอบสุดท้าย

ฉันก็สวยพอที่จะประกวดแหละน่า ถ้าไม่ติดเรื่องเรียนแล้วก็ถูกนายจับตัวมาเสียก่อน

ใบหน้าคร้ามแกร่งอมยิ้มส่ายหน้าไปมานิดๆ นั่นคือสิ่งปรารถนาสูงสุดของเธอหรือ?

หัวคิ้วรกๆของคนครุ่นคิดค่อยผ่อนคลาย เมื่อนึกถึงปรารถนาอันสูงสุดของตัวเอง

ฉันอยากเป็นคนดี ทำตัวเป็นประโยชน์ต่อคนอื่น เรียนจบแพทย์ ช่วยงานองค์เอเมียร์ ช่วยเหลือคนเชดัสย่าห์

ฟังดูเป็นเรื่องอุดมคติมากกว่าความใฝ่ฝันของเด็กสาวในวัยเธอ

เรื่องนั้นมันก็มีเหมือนกันนะ แต่มันคงเป็นอะไรที่ขบขันในความคิดนายแน่ๆ

ฉันอยากฟังเรื่องขบขันเขาบอกอมยิ้มพร้อมรอฟัง

ดวงหน้าเล็กนวลใสยิ้มกระจ่าง ดวงตาทอประกายขึ้นมาเมื่อเอ่ยถึงความฝันอย่างเด็กสาว

ฉันอยากเป็นผู้หญิงดีงาม ได้พบกับผู้ชายดีๆซักคนที่ฉันรักเขา และเขาก็รักฉันสุดหัวใจ มีครอบครัวเล็กๆที่มีความสุขและอบอุ่นของตัวเอง เป็นภรรยาที่ดี เป็นมารดาที่ดีเลิศยิ่งกว่า เหมือนที่แม่เลี้ยงฉันกับพี่โมซ่ามา

ความฝันอย่างเด็กสาวของเธอทำให้มาฬิสนึกสะท้อนใจ เขาปรารถนาจะเห็นความฝันของเธอเป็นจริง เมริสาคงมีความสุขเช่นเดียวกับเวลาที่ยิ้มฝันหวานเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง เขาอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในนั้น ในความฝันของเธอ หากว่าผู้ชายอย่างเขา คงไม่ใช่ผู้ชายดีๆที่เธอพบเจอและจะรักได้กระมัง

ฉันเชื่อมั่นว่าเธอจะทำมันได้แน่ๆ

ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนขึ้นมามองใบหน้าของเขา ทำไมมาฬิสถึงได้ทำหน้าเศร้านัก

นั่นมันก็อยู่ที่นายด้วยว่า จะพาฉันไปส่งที่ชิริอาห์ในวันพรุ่งนี้ได้รึเปล่า?

การขอร้องอ้อนวอนเปิดเผยชัดเจนในหน่วยตาคู่กลมใสตรงหน้า เขาไม่อาจจะตอบคำถามนั่นได้ แม้แต่วินาทีเดียวก็ไม่อยากให้หล่อนห่างหายไปไกลจากสายตา

มาฬิสทำเป็นไม่สนใจจะตอบคำถาม ไม่ว่ารับหรือปฏิเสธ ดวงตาสีน้ำตาลทองค่อยๆปิดลง

ยังไงเสียคืนนี้เราก็คงไปไหนไม่ได้ หลับพักเอาแรงก่อนเถอะกล่าวจบก็ปล่อยร่างบางให้ลุกจากอก แล้วผินหลังหนีหน้าเธอ สายตาเรียกร้องเช่นนี้ มีแต่จะทำให้เขาใจอ่อน ขอโทษนะเมริสา ฉันปล่อยเธอไปไม่ได้

เมริสามองอาการเมินเฉยของเขาอย่างไม่เข้าใจ

แม้จะเต็มไปด้วยความหวาดระแวงสงสัย หากเมริสาก็ทำอะไรไม่ได้ ในเมื่อนายโจรหนุ่มเล่นหันหลังหนีหน้า และอีกไม่กี่นาทีต่อมา เธอก็ได้ยินเสียงกรนหายใจเบาๆอย่างสม่ำเสมอ

ร่างบางค่อยๆเอนตัวลงนอน อ่อนล้ากับการเดินทางและต่อสู้กับเขามามากเหลือเกินแล้ว ศีรษะเล็กๆพิงซบไหลไปหาแผ่นหลังกว้างแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เมื่อหลับใหลลงไปแล้ว

หารู้ไม่ว่า มาฬิสไม่อาจข่มตาหลับลงได้ ร่างบางและสัมผัสอ่อนละมุนที่แนบแผ่นหลังกำลังจะทำให้เขาบ้าคลั่ง

ชายหนุ่มผินหน้ากลับมาเผชิญต่อความน่าสะพรึงจากร่างเล็กบอบบางนุ่มนิ่มนั่น แล้วก็ต้องพรวดหายใจออกมาแรงๆ แสงจากคบไฟส่องสว่างเสี้ยวหน้านวลชัดกระจ่างในดวงตาเหลือเกิน

ผิวเนื้อผุดผาดขาวผ่องราวกระเบื้องเนื้อดี คิ้วเข้มดกหนาพาดผ่านเหนือแพขนตาระยับของดวงตาที่หลับพริ้มลง จมูกไล่เลี่ยเป็นสันโด่งงามปลายเชิดน้อยๆบอกถึงนิสัยคนเอาแต่ใจตัวเองของผู้เป็นเจ้าของ ริมฝีปากอิ่มสีเชอรี่สุกจัดผากแห้งคงเพราะพิษไข้ ร่างเล็กบางขดตัวอย่างหนาวเหน็บเพราะความเย็นของอากาศและผนังถ้ำ

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ประกอบเป็นผู้หญิงตรงหน้า ดูพิสุทธิ์สายตาหากว่ายั่วยวนเหลือคณานัก หล่อนปลุกเร้ากระตุ้นเขาอย่างรุนแรงทั้งๆที่หลับใหลไร้สติในยามนี้ มาฬิสข่มใจบีบมือลงที่บาดแผลเรียกสติไม่ให้เตลิดไปไกลเสียยิ่งกว่านี้

ความปรารถนาแม้จะแรงกล้าแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อาจทำลายความเป็น ผู้หญิงดีงาม อย่างที่เธอปรารถนา ดวงตาและรอยยิ้มยามเล่าถึงเรื่องนี้อย่างภาคภูมิของเมริสา สะกดกลั้นเขาลงได้

หญิงกับชายใกล้ชิดกันไม่ต่างจากแม่เหล็กต่างขั้ว แม้ยามขั้วหนึ่งนิ่งสนิท หากกลับมีพลังมหาศาลเรียกเร่งเร้าดึงดูดอีกขั้วหนึ่งอย่างรุนแรงให้เข้าไปหา

เมริสา....หล่อนกล้าหลับตานอนแนบชิดสนิทกับอีกร่างหนึ่งทั้งๆที่กลัวเกรง...ทั้งๆที่รู้ว่าเขาคือโจร...ที่เป็นเช่นนี้เพราะอะไรหากไม่ใช่เพราะความไว้วางใจ แม้จะทุกข์ทรมานแทบหายใจไม่ออกกับการหักห้ามความคิดและความปรารถนาอันแรงกล้าจากภายในด้วยสัญชาตญาณดิบความเป็นมนุษย์ แต่มาฬิสก็จำต้องสะกดกลั้นทุกอย่างไว้ เขาจะทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจของเธอลงได้ยังไงกัน

เสียงฟันกระทบกึกๆเพราะความหนาวสั่นดังมาจากร่างบางที่ชิดสนิท มาฬิสมองดูหล่อนด้วยความสงสารจับใจ สมควรแล้วหรือที่เขาต้องเอาเธอมาทรมานอย่างนี้ โดยไม่รู้เรื่องราวอะไรเลย เพียงเพราะมีความเกี่ยวพันกับเอเมียร์ไซยเอ็ดเพียงเท่านั้น ในฐานะพระขนิษฐาของพระชายาเอเมียร์ไซยเอ็ด อะไรคือเหตุที่เขาจะหามากักตัวเธอไว้ต่อไป

จะอะไรก็ช่างเหอะ แม้จะดูเป็นโจรเลวในสายตาเธอ แต่เขาไม่อาจจะปล่อยเธอกลับไปได้จริงๆ

มือใหญ่โอบกระชับร่างบางเข้ามาในอ้อมกอดแน่น ถ่ายทอดให้ไออุ่นจากร่างใหญ่ไปสู่ร่างเล็ก

สำหรับเมริสาที่กำลังต่อสู้กับพิษไข้อย่างหนัก ภาพที่ปรือตาขึ้นมาพบ คล้ายกึ่งตื่นกึ่งฝัน เธออยู่ในอ้อมกอดของเขา ที่ถ่ายทอดให้ไออุ่นดับความหนาวเหน็บ...ฝัน...แค่ฝันไปเท่านั้น...มันไม่เป็นความจริงได้หรอก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

54 ความคิดเห็น

  1. #31 Mhuay (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2552 / 16:29

    น่ารักมากกก

    #31
    0