ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง : สนพ.ฟิสิกส์ CT

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 เริ่มต้นใหม่ ไม่ยาก (แต่ก็ไม่ง่าย)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 52

pearleus pearleus
ตอนที่ 6

ปรมินทร์ที่นุ่งเพียงผ้าขาวม้าผืนเดียว เดินลงจากบันไดบ้านสี่ห้าขั้นออกมายังหน้าบ้าน เขาถอดแว่นวางไว้เสียหัวเตียงแล้วกำลังจะเข้าไปอาบน้ำจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จสรรพ คาดว่าสายๆหล่อนคงมารับเขาไปดูหนังชอปปิ้งตามที่นัดไว้

แต่พอได้ยินเสียงกริ่งเรียก ไม่คิดว่าจะเป็นใครที่ได้นัดหมายกันไว้...และเพราะไอ้สายตาสั้นมากๆ ทำให้เขามองหล่อนไม่เห็นจากในบ้าน...นอกจากเงาคนลางๆ จึงให้สงสัยว่าใครกันมีธุระกับเขาแต่เช้าตรู่

เมื่อเดินมาใกล้ๆ เห็นหน้าใครคนนั้นชัดๆ ทำเอาชายหนุ่มถึงกับนิ่งตะลึงตาค้างนะจังงังขึ้นมา...

ไม่ต่างจากลอร่าที่มองภาพในชุดเกือบเปลือยของเขาแล้วให้หน้าร้อนผ่าว วูบๆวาบๆขึ้นมาเหมือนกัน...

คุณลอร่า... ชายหนุ่มทักอย่างประหลาดใจ จะยิ้มก็ไม่ใช่จะร้องไห้ก็ไม่เชิง อายแสนอายมากกว่า

เอ่อค่ะ... หล่อนเองก็อ้ำอึ้งพูดไม่ออกเหมือนกัน ไม่คิดว่าเขาจะรับแขกด้วยชุดนี้ พอรู้ตัวว่าจ้องมองอีกฝ่ายนานเกินไป ก็ให้หลบสายตาหันหลังหนีอย่างเก้อเขิน...ปกปิดอาการหน้าแดงร้อนวูบวาบนั่นด้วย

ไม่คิดว่าจะมาเช้าขนาดนี้...เข้าบ้านก่อนมั้ยครับ? เขาชักชวนอย่างไม่รู้จะทำเช่นไร

มะ...มะ...ไม่เป็นไรค่ะ...เดี๋ยวฉันรออยู่ในรถดีกว่า... หล่อนว่า ทำหน้าไม่ถูกไม่ทิ่มขึ้นมา แม้ว่าจะไม่ได้เผชิญหน้ากับอีก่ฝ่ายตรงๆ

เอา...เอา...อย่างนั้นหรือครับ...ไม่...ไม่เข้ามาข้างในกินน้ำกินท่าก่อนหรือครับ เขาถาม เชิญชวนด้วยมารยาท

มะ...มะ...ไม่ดีกว่าค่ะ...เชิญตามสบายนะคะ...ฉันรอได้... หล่อนว่า ก่อนรีบเปิดประตูรถ มุดตัวเข้าไปนั่งข้างในอย่างรวดเร็ว ประดักประเดิดขึ้นมา ถ้าต้องเผชิญหน้ากับเขานานกว่านี้

ขณะที่ชายหนุ่มก็รีบหันหลังกลับ เดินดุ่มเข้าบ้าน ไปจัดการธุระส่วนตัวให้เสร็จโดยเร็ว

พุทโธ  ธัมโม  สังโฆ...ตาย...ตาย...ฉันต้องไปล้างตา รดน้ำมนต์มั้ยนี่  หล่อนรำพึงรำพันกับตัวเอง ก่อนจะพยายามรวบรวมสมาธิตั้งสติที่แตกซ่าน ฟุ้งกระจายวับหายไปครู่ใหญ่ให้คืนกลับมาดังเดิม

ก่อนจะสตาร์ทเครื่อง เปิดแอร์ เปิดเพลงฟังฆ่าเวลา รอท่าอีกฝ่ายให้พร้อม สำหรับการนัดเดทในวันนี้

แค่เริ่มต้น ก็ยังทำเอาหล่อนเขย่าขวัญ สั่นประสาทถึงปานนี้...แล้ววันนี้อีกทั้งวันที่หล่อนจะไปใช้เวลากับเขา ให้รู้สึกหวั่นใจขึ้นมาเสียดื้อๆ แต่จะใส่เกียร์ถอยก็คงไม่ทันกาลแล้ว เมื่อหล่อนก็เดินหน้ามาถึงขนาดนี้แล้ว

ลองสู้ ดูสักตั้งเถอะน่า เรียกขวัญและกำลังใจตัวเองกลับมาอย่างมาดมั่น

ก่อนจะนึกหวั่นใจอีกหน...ลุ้นว่าอีตาลุงเชยจะแต่งตัวเช่นไรในการไปออกเดทครานี้กับหล่อน ก้มลงมองตัวเอง ในชุดสบายๆกางเกงสี่ส่วนสีขาวอ่อน เสื้อสีฟ้า...ชุดเก๋สีโปรดที่มีในตู้เสียกว่าครึ่งค่อน...หวังว่าเขาคงแต่งตัวพอเดินกับหล่อนไปได้ไม่ให้รู้สึกแตกต่างมาก เมื่อเขาเห็นแล้วนี่ว่าหล่อนมาด้วยชุดสวยปานใด

ขณะที่ปรมินทร์เองก็อ่านใจหล่อนได้ไม่ยาก การมายืนพิจารณาหน้าตู้เสื้อผ้าหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ววันนี้ จึงนานกว่าปกติทุกวัน...ชุดไหนกันที่เขาจะหยิบมาใส่ แล้วเดินเคียงคู่กันไปกับหล่อน อย่างไม่ให้อีกฝ่ายต้องเก้อเขินหน้าแดง เช่นที่หล่อนเห็นเขาในชุดเกือบนุ่งลมห่มฟ้าเมื่อครู่

ถึงสายตาจะสั้นมากๆ ขนาดที่มองไม่เห็นว่าเป็นหล่อนยืนอยู่หน้าบ้านจากข้างในบ้าน แต่กิริยาประหม่าเก้อเขินหน้าแดงของหล่อนตอนยืนประจันหน้ากันอยู่คนฝั่งของประตูบ้าน ซึ่งใช้ไม้ตีเป็นซี่โปร่งๆไว้ ก็พ้นสายตาของเขาที่จะจับภาพสำคัญนั้นไว้ ภาพที่ทำเอาเขานึกขำอมยิ้มปนเอ็นดู และรู้สึกดีกับผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาอีกมากมาย

คนเราลองว่าหวั่นไหวรู้สึกไปกับใครอีกคนหนึ่ง...ย่อมแสดงว่าพอจะมีใจ...ไม่ใช่ไม่รู้สึกรู้สาใดๆเลย...หารู้ไม่ว่าต่อให้เป็นหญิงสาวคนไหน...ถ้าเห็นเขาชัดๆในสภาพอย่างนั้น ก็ออกอาการหน้าแดงร้อนวูบวาบได้ไม่ต่างกันหรอก

ลอร่าค่อนข้างจะพอใจกับกายแต่งกายของชายหนุ่มที่ดูตั้งใจจะให้สุภาพและดูดีขึ้นมาบ้าง แม้ในใจหล่อนจะติติงนิดๆว่ายังไม่พ้นสไตล์เฉิ่มและเชยอยู่ดี

เอาน่า! สำหรับเขา...ออกสตาร์ทได้เท่านี้ถือว่าใช้ได้...คงไม่ยากเย็นเหลือบ่ากว่าแรงอะไรสำหรับครีเอทีฟมือหนึ่งอย่างหล่อน...ที่สร้างสรรค์ปั้นงานระดับรางวัลออกมานับไม่ถ้วน

หารู้ไม่ว่า คนกับงานนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง...

การทำงานนั้น...จะรังสรรรค์ปั้นแต่งให้เป็นไปอย่างที่ใจเราต้องการได้...ก็เพียงแค่ทุ่มใจและกายของเราลงไปกับงานอย่างที่ตั้งใจไว้จะให้เป็นหรือให้ผลสำเร็จออกมาในรูปแบบใด

แต่การปั้นคนสักคน...คนที่มีชีวิตจิตใจ...มีความรู้สึก...มีอีโก้และตัวตนของตนอยู่...ไม่ง่ายอย่างที่หล่อนกำลังคิดในตอนนี้...การปั้นงานอาจจะเริ่มจากศูนย์...แต่การปั้นคนนั้นไม่ใช่....

ไม่มีใครเฟอเฟคไปหมดเสียทุกอย่างหรอก แต่คนทุกคนล้วนสมบูรณ์แบบอยู่ในตัวเอง

หล่อนกำลังจะเริ่มเปลี่ยนความสมบูรณ์แบบในตัวปรมินทร์ ให้เป็นคนที่สมบูรณ์แบบในอย่างที่หล่อนต้องการ

 

หนังสนุกมั้ยคะ? หล่อนชวนเขาคุยขึ้นมา อมยิ้มร่าอย่างชื่นบานนิดๆ อย่างน้อยชีวิตที่มีใครสักคนเดินตามและเคียงใกล้ เอาใจใส่และร่วมรับรู้ไปกับหล่อน...ชีวิตที่คุ้นเคยอย่างนี้ หล่อนห่างหายมานาน ตั้งแต่ชานนท์จากไป

ก็สนุกดีครับ... เขาว่า พยักหน้ายิ้มน้อยๆ

หล่อนกำลังพยายามหาบทสนทนาชวนเขาคุย หลังจากออกจากโรงหนังมาหาอะไรทานกันเล็กๆน้อยๆเป็นออร์เดิฟของวันที่ร้านจังค์ฟู๊ดที่ผุดขึ้นมากมาย สั่งน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพที่โฆษณาชวนเชื่อว่าควบคุมน้ำหนักมาดื่มทานควบคู่ไปกับขนมชิ้นเล็กๆ...ในขณะที่ปรมิทร์รู้สึกว่าตัวเองหิวจนแทบไม่มีสมาธิอยู่กับบทสนทนาของหล่อน

เขาไม่ได้ทานข้าวเช้า มาถึงห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ หล่อนก็ลากเขาเข้าโรงหนังอย่างไม่ถามไถ่ถึงมื้อเช้า...

อยากดูเรื่องอะไรคะ หล่อนเอียงคอเงยหน้าถามขึ้นมา หลังจากพิจารณาโปรแกรมหนัง

อยากดู... ชายหนุ่มกำลังเลือกหนังไซไฟฯทุนสร้างหลายร้อยล้านดอลล่าร์ แต่พอนึกได้ว่าวันนี้มากับหล่อน ควรจะตามใจหล่อน...

เรื่องอะไรก็ได้ครับ...ให้คุณเลือกดีกว่า... เขาตามใจหล่อน...ลอร่ายิ้มร่าเริง

งั้น... หล่อนใช้ฟันขบนิ้วชี้ ตามองโปรแกรมหนัง ทำท่าคิด...ดวงตาพราวระยิบไหว

กริยาท่าทางที่หลุดมาตอนเผลอๆ ไม่ใช่รักษาภาพ สวย เริด เชิด หยิ่ง ทำให้เขามองตามอย่างรู้สึกสบายตาและดูว่ามันจะเป็นเสน่ห์ที่แท้จริงของผู้หญิงมากกว่าการนั่งปั้นหน้าหรือพยายามทำตัวให้ดูน่ารัก

เรื่องนี้แล้วกันนะคะ หล่อนจิ้มนิ้วลงบนโปรแกรมหนัง หันมายิ้มให้เขา

ชายหนุ่มออกจะผิดหวังนิดหน่อยที่ไม่ใช่เรื่องที่เขาตั้งใจไว้...หล่อนเลือกหนังโรแมนติกคอมเมดี้เนื้อหาน่ารักเรื่องหนึ่ง และทำให้เขาได้เรียนรู้ซึ้งถึงคำว่าผู้หญิงมากขึ้นอีกอย่าง เมื่อหล่อนเอง มีอารมณ์ร่วมไปกับเนื้อหาบนหนังเสียอย่างกับเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจริง....เสียงหัวเราะร่า หน้าเศร้า...และรอยยิ้มจึงฉายออกมาจากใบหน้าอย่างไม่มีปิดบังซ่อนเร้น

เนื้อหาหนังไม่ใช่เรื่องที่เขาตั้งใจจะมาดูแต่แรก...ปรมินทร์จึงใช้เวลานั้น สำหรับการทำความรู้จักกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ในขณะที่เจ้าตัวไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิดว่าถูกจับตามองจากเขาตลอดเวลา

ภาพตัวตนของคนข้างๆในเวลานั้น จึงทำให้เขาลอบอมยิ้มไปกับหล่อน...ผู้หญิงที่พึ่งรู้จัก และกำลังรู้สึกว่าจะตกหลุมรักหล่อน...ทั้งๆที่หล่อนไม่ใช่ หญิงสาวในอุดมคติที่ตั้งใจไว้สักนิดเดียว

ในขณะที่ลอร่ากับรู้สึกว่าตัวเองต้องใช้ความพยายามในการจะเริ่มบทสนทนากับเขาให้มากๆ ปรมินทร์พูดน้อยๆ และดูจะเงียบขรึมลงไปเสียเฉยๆถ้าหล่อนไม่ได้ชวนเขาคุย

ปรมินทร์ในเวลานี้มองอาหารตรงหน้า...เมนูอย่างนี้ไม่คุ้นท้อง เขาอยากทานข้าวเสียมากกว่ากินอะไรเบาๆอย่างกับอาหารว่างอย่างนี้...พอจะเข้าใจว่าร่างระหงเพรียวบางของหล่อนนั้น...ได้มันมาด้วยวิธีใด....

นึกคิดในใจในมุมมองที่กลับกัน...อาหารเป็นสิ่งสำคัญที่จะไปเลี้ยงสมอง...การกินอาหารของเขาจึงเน้นหนักคุณประโยชน์ สารอาหาร เกลือแร่ วิตามิน...ไม่ใช่การกินอย่างจำกัดจำเขี่ย เพื่อให้ได้มาซึ่งรูปร่างผอมเพรียวอย่างที่สาวๆเขาเข้าใจว่าสวย หล่อนกำลังมีความเชื่อในด้านโภชนาการและทานอาหารอย่างที่ผิดๆ...

ชายหนุ่มกำลังคิด...ว่าเขาจะบอกกล่าวเรื่องนี้กับหล่อนอย่างไร เพื่อให้อีกฝ่ายไม่เข้าใจว่าเขากำลังก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของหล่อนอยู่...แต่เป็นไปด้วยความห่วงใยและหวังดี

เมื่อดูอาหารในแต่ละมื้อที่หล่อนพาไปทานนั้น...มันไม่พ้นเมนูที่เขากล่าวได้คำเดียวว่า การบริโภคของหล่อนตรงกันข้ามกับหลักโภชนาการที่ถูกต้อง

ความแตกต่างระหว่างเขาและหล่อน...เรื่องหนึ่งที่เรียนรู้ในวันนี้ ก็คือวิถีบริโภคนิยม

แล้วปกติคุณชอบดูหนังประเภทไหนล่ะคะ? หล่อนถามชวนสนทนา

ก็ดูได้หมดแหละครับ...แต่ถ้าถามว่าชอบจริงๆก็พวกหนังวิทยาศาสต์ แล้วคุณล่ะครับชอบมั้ย? ถามกลับในรสนิยมของอีกฝ่าย...ไม่จำเป็นต้องมานั่งเอาใจใคร...หล่อนมาดมั่นและเป็นตัวของตัวเองอยู่แล้ว ลอร่าจึงส่ายหน้าดิก

ไม่ค่ะ...ดูแล้วเครียด เข้าใจยาก...เรามาดูหนังเพื่อผ่อนคลายความเครียดนี่ค่ะ...แต่ถ้าดูหนังพวกนั้นแล้วฉันกลับรู้สึกว่ายิ่งเครียดขึ้นไปกว่าเดิม...เลยไม่รู้จะดูไปทำไม ไม่ชอบดูเลยค่ะ หล่อนว่า ก่อนก้มหน้าดูดน้ำผลไม้

ไม่นะ...ผมว่ามันเป็นการเปิดโลกทัศน์มุมมองใหม่ๆ อย่างที่บางทีเราก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน...อย่างการเปลี่ยนวงโคจรของอุกกาบาตที่จะพุ่งเข้าชนโลก...หรืออย่างมนุษย์สปีชี่ส์พันธุ์ใหม่ๆที่อาจเกิดขึ้นได้จากการกลายพันธุกรรมเพียงเพราะได้รับสารอะไรบางอย่างไปกระตุ้นให้ดีเอนเอมันเปลี่ยนไป..หรืออย่างการโคลนนิ่งมนุษย์ขึ้นมามันเป็นอะไรที่น่าคิดเหมือนกัน และบางทีก็จุดประกายใหม่ๆให้กับวงการวิทยาศาสตร์ด้วย เขาเล่าตามที่ตัวเองคิด

ลอร่าฟังเขานิ่ง ทำหน้าเหวอไป เรื่องอะไรเหล่านี้ห่างไกลตัวหล่อนเหลือเกิน แต่ก็พยักหน้าตามรับฟังเขาไปในที

รสนิยมในการดูหนังของเขากับหล่อน...แตกต่างกันลิบลับ...ใครผิดใครถูกคงไม่มี เรื่องอย่างนี้เป็นการมองต่างมุม...หล่อนต้องยอมรับความจริงข้อนี้ให้ได้...ว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่ชานนท์ ที่จะตะพึดตะพือตามใจหล่อนไปเสียหมด...

อย่างน้อยการที่หล่อนได้เรียนรู้ความเป็นตัวตนที่แท้จริงของเขาก็เป็นสิ่งดี ที่จะทำให้ได้รู้ว่า แท้จริงแล้วหล่อนชอบหรือไม่ชอบ...เขาใช่หรือไม่ใช่...การตัดสินใจมันจะได้ง่ายด้วยคำตอบแค่ Yes กับ No ไม่ใช่ Maybe หรือ Perhaps ที่ต้องเสียเวลามากมายกว่าค่อนชีวิต กว่าจะได้รู้คำตอบว่าแท้จริงแล้ว มันคือ Yes หรือ No เท่านั้นเอง

อิ่มหรือยังคะนี่ฝท เงยหน้าขึ้นมาถาม เมื่อดูดน้ำหมดแก้ว

อ้อ! ก็... ดวงตาหวานพราวพร้อมรอยยิ้มที่ส่งมา เขาไม่อยากเห็นมันหุบหายไปเพียงเพราะคำปฏิเสธ

ครับ รับคำง่ายๆ วันนี้เป็นวันของหล่อน เขาจะตามใจหล่อนอย่างที่ตั้งใจ

ดีค่ะ... หล่อนว่า ขยับเก้าอี้ ยืดตัวลุกขึ้นยืน ดวงตานั้นเป็นประกายอย่างพอใจ เช่นเดียวกับยิ้มที่ฉายเมื่อครู่

เมื่อตุนพลังงานไว้พอแล้ว เราจะได้ไปชอปปิ้งกันต่อ หล่อนว่า

ในขณะที่ปรมินทร์กำลังรู้สึกผิดที่ตอบหล่อนไปเช่นนั้น...เท่าที่หล่อนรับประทานไป อาจจะเพียงพอสำหรับการตุนพลังงานไว้ชอปปิ้ง...

แต่อาหารแค่นั้นสำหรับเขา...ยังไม่พอยาไส้...บรรเทาอาการหิวไส้กิ่วของพยาธิ...ยังไม่ได้ครึ่งหนึ่งของท้องเลยก็ว่าได้...และดูท่าว่าการชอปปิ้งที่กำลังเริ่มต้นและคงไม่จบง่ายๆในวันนี้

เอาสิ! ตั้งใจไว้แล้วนี่นา...ว่าจะตามใจหล่อนเสียวันหนึ่ง...เป็นไงเป็นกันสิน่า...ว่าพลางยิ้มสู้ เดินตามหล่อนที่นำลิ่วออกจากร้านไปอย่างเร่งรีบไม่รอใคร...

 

ปรมินทร์ไม่เคยรู้สึกเลยว่าจะมีอะไรที่ทรมานกว่าการเดินตามผู้หญิงชอปปิ้ง...ลอร่าจะรู้หรือไม่เขาไม่แน่ใจ...แต่ถ้าจะให้เขาเดาก็เดาว่าหล่อนดูท่าจะไม่รู้ตัวนั่นแหละ

มองถุงเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้าที่ถืออยู่เต็มสองมือ แทบจะไม่พอถืออยู่แล้ว แต่เจ้าหล่อนยังไม่หยุดที่จะเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้...บางทีเขานั่งหง่าวรอหล่อนลองเสื้อผ้าอยู่ตั้งเกือบชั่วโมงได้...สุดท้ายไม่ซื้อสักตัว จนน่ากลัวว่าจะโดนด่าตามหลังออกมาจากร้าน...

แต่พอบทเจ้าหล่อนถูกใจขึ้นมา การ์ดเครดิตใบแล้วใบเล่าที่ถูกนำขึ้นมารูดทำเอาเขาปาดเหงื่อแทน และหวั่นใจ ว่าเงินในแต่ละเดือนของเจ้าหล่อน...คงจะมาแปรสภาพเป็นอาภรณ์นุ่งห่มกายเหล่านี้ไปเสียหมด

รู้ว่าอีกฝ่ายทำงานในตำแหน่งงานใหญ่โต เงินเดือนคงมากพอที่จะซื้อหาจับจ่ายได้อย่างไม่ต้องคิดมากอะไร...และฐานะหล่อนก็คงจะดีอยู่แล้วด้วย...ก็จากรถยุโรปราคาแพงที่หล่อนขับนั่นไง...ไม่กล้านำไปเปรียบกับเจ้ากระป๋องที่พอจะวิ่งได้ของเขาจนการ์ดใบสุดท้ายเต็มวงเงินเครดิตนั่นแหละ...เขาจึงเห็นหล่อนสงบนิ่งลงได้...หากสายตาก็ยังละห้อยมองดูเสื้อผ้าอีกหลายชิ้นที่เจ้าตัวไม่ได้ซื้ออย่างแสนเสียดมเสียดาย

ผู้ชายธรรมดาที่หาเช้ากินค่ำไปวันๆอย่างเขา ก็ให้เสียวสันหลังขึ้นมาเหมือนกัน กับอาการช็อปกระหน่ำของหล่อน...ด้วยกลัวว่าหากตกหลุมรักต้องเลี้ยงดูปูเสื่อผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาจริงๆ เขาจะมีปัญญาเลี้ยงหล่อนไหวหรือ?

กำลังคิดครวญใคร่อยู่ในใจ...เงินที่หล่อนใช้ไปในวันนี้ ถ้านำไปแปรสภาพเป็นอย่างอื่น อย่างเช่นทุนอาหารกลางวันเด็กในต่างจังหวัด...อาจจะได้หลายร้อยคนในปีหนึ่งก็เป็นได้

นึกถึงคำที่หลวงปู่เคยพร่ำสอน ตอนที่เขายังเป็นเด็กวัด ทานข้าวก้นบาตร

คนเราหาเลี้ยงชีพเลี้ยงปากเลี้ยงท้องนั้น มันไม่เหนื่อยเท่าไหร่...แต่หาเงินเลี้ยงกิเลสตัณหาของตัวเองนี่สิ... มันถึงเหน็ดเหนื่อยกันทั้งกายและใจสายตัวแทบขาด...หาได้เท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอรู้จักอิ่ม...

บางทีถ้าพรุ่งนี้เป็นวันของเขา วันที่หล่อนจะต้องตามใจเขาบ้าง...เขาอยากจะพาหล่อนไปไหว้หลวงปู ฟังท่านพูดอะไรดีๆที่บางที่เราก็มองข้ามไป หรือคิดไม่ถึงขึ้นมา

แต่ดูท่าผู้หญิงตรงหน้า...คงห่างไกลวัดวาอยู่มากโขเช่นกัน...การเรียนรู้หล่อนในหนึ่งวันที่เป็นวันของหล่อน คุ้มแสนคุ้มที่ให้เขาได้รู้อะไรมากมาย

แต่ทัศนคติและความคิดของคนเราแตกต่างกัน...ความสุขของหล่อนถ้ามันซื้อหามาได้ด้วยการซื้ออะไรมากมายที่เขาถืออยู่ในมือและหอบพะรุงพะรังในตอนนี้...ก็ถือว่ามันเป็นสิทธิ์และเรื่องของหล่อนนี่นา

คุณเหนื่อยรึยัง?... หล่อนหันมาถามเขาอย่างเกรงใจขึ้นมา...เมื่อเวลาย่างเข้าเกือบสองทุ่ม...กำลังพึ่งรู้สึกตัว...ชายหนุ่มถอนหายใจกึ่งขำกึ่งสังเวชตัวเองพิกล

ตามสบายครับ ก็วันนี้วันของคุณนี่นา เขาว่า ยังยิ้มออก อยากจะต่อด้วยว่า

ผมทำตัวดี น่ารัก ว่าง่ายเช่นไร พรุ่งนี้ที่เป็นทีของผม ก็ขอให้คุณน่ารัก ว่าง่าย และไม่บ่นอย่างที่ผมทำด้วยก็แล้วกัน

แต่สิ่งที่เขาทำและแสดงออกตอนนี้จริงๆ คือยิ้มอย่างเต็มใจ...ลอร่าจึงยิ้มกว้างออกมาได้

งั้นวันนี้เราพอแค่นี้ก่อนละกัน...ฉันเริ่มหิวแล้ว เราไปหาอะไรทานกันดีกว่า หล่อนว่า

หล่อนนะกำลังเพิ่งเริ่มหิว แต่สำหรับเขาอาการดังว่า มันนำหน้าหล่อนมากว่าสี่ชั่วโมงได้แล้วกระมัง

มาค่ะ...เดี๋ยวฉันช่วยถือ...ขอโทษจริงๆนะคะที่ให้คุณต้องแบกของอยู่คนเดียว หล่อนว่า คล้ายพึ่งนึกขึ้นได้

ในขณะที่ปรมินทร์ยื่นถุงสี่ห้าใบที่ไม่หนักหนามากมายในมือส่งให้หล่อน...ลอร่ากลับรู้สึกงอนอีกฝ่ายขึ้นมาในใจ

อะไรกันเล่า...ของแค่นี้ถือให้หล่อนไม่ได้หรือไง...หล่อนแค่พูดไปอย่างคนมีน้ำใจเท่านั้น..ไม่ได้หวังช่วยเป็นจริงเป็นจังอย่างนี้...แล้วดูสิ...ยื่นมาให้ใบใหญ่ๆทั้งนั้น ต่อว่าและติติงอีกฝ่ายในใจ

ไม่ได้คิดเลยว่า ที่เขาถือทั้งหมดทั้งมวลอยู่ในตอนนี้...มันของๆหล่อนคนเดียวทั้งนั้น

ปรมินทร์จึงไม่เข้าใจที่จู่ๆใบหน้าและดวงตาที่ยิ้มพราวของหล่อน กลับปั้นปึ่งขึ้นมาเสียเฉยๆ เดินลิ่วนำหน้าไม่รอท่าเขา ที่กำลังหอบข้าวของพะรุงพะรังเต็มสองมือไปหมด เดินตามหล่อนไปให้ทัน

 

อาหารเย็นมื้อเบาๆที่หล่อนเลือกทานด้วยเหตุผล

มื้อเย็นไม่ควรทานเยอะค่ะ...เพราะถือว่าเรากินแล้วนอน ไม่ต้องใช้พลังงานอะไรมากมาย กินไปก็สะสมให้อ้วนเปล่าๆ หล่อนว่า

ปรมินทร์พยักหน้าเป็นเชิงว่า เขารับฟังอยู่เท่านั้น ไม่ได้เห็นพ้องตามด้วยหล่อนสักนิด...หลักทฤษฎีอะไรที่ว่าอาจจะเป็นเรื่องจริง...แต่สำหรับเขาในตอนนี้ไม่ใช่...มื้อนี้เขาจึงสั่งอาหารหลายต่อหลายอย่างมาทาน ชดเชยสองมื้อแรกของวัน ที่ใช้พลังงานไปเยอะแยะ แต่กินไปนิดเดียว

ผู้ชายระบบเผาผลาญดี...ไม่แปลกหรอกที่เขาจะทานเยอะขนาดนี้ แล้วเขาก็เดินถือถุงช่วยหิ้วของให้หล่อนมาทั้งวันด้วย ลอร่าพยายามคิดในแง่ดี มองเขาที่ก้มหน้าก้มตากินเหมือนอดอยากมาเป็นแรมปี...ทำหน้าไม่ถูก

ยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม หลังจากสั่งสลัดปลาทานอิ่มไปก่อนหน้า และกำลังรอท่าผู้ชายอีกคนที่กำลังกิน...ไม่อยากใช้คำว่ากินเลย...จะให้ถูกต้องเรียกว่าสวาปาม...ในเดทครั้งแรกที่มากับหญิงสาวนี่นะ...หล่อนนึกแหยะเขาขึ้นมาในใจ

อิ่มแล้วเรียกเช็คบิลเลยนะคะ หล่อนถามเขา

ชายหนุ่มพยักหน้า ยกผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ด ก่อนตามด้วยการดูดน้ำพรืดจนหมดแก้ว...ดูท่าเขาคงหิวโหยเสียจริงๆหล่อนคิดในใจ

อาหารธรรมดา หากว่าในบรรยากาศของร้านหรู และในห้องสรรพสินค้าใหญ่ๆเช่นนี้ ราคาก็ย่อมชาร์ตขึ้นมาอีกหลายเท่าตัว...ลอร่ามองราคาอาหารในบิลนั่น ก่อนจะหยิบกระเป๋าเงินขึ้นมาจ่ายไป

ในขณะที่ปรมิทร์นั่งนิ่ง ไม่ได้มีท่าทีว่าจะร่วมจ่ายด้วยกัน สำหรับอาหารมื้อนี้ ที่เขาทานไปอักโขราวกับหิวโหยไม่ได้ทานมาเป็นปีเป็นชาติ...ปรมินทร์นั่งอมยิ้มไม่กล่าวว่ากระไร...ทุกมื้อนั้นเขาช่วยหล่อนอเมริกันแชร์ ซึ่งถือว่าเป็นการถูกต้องและเป็นที่พอใจอยู่แล้ว  สำหรับสาวหัวสมัยใหม่และมั่นใจอย่างลอร่าที่ไม่หวังให้ใครมาเลี้ยงดูปูเสื่อ

แต่สำหรับมื้อนี้ที่เขากินราวกับท้องยุ้งพุงกระสอบ ให้เพียงพอกับที่ใช้พลังงานไปมากมายมหาศาลสำหรับการเป็นกุลี เป็นทาสเทวีเดินหอบหิ้วของตามหล่อนเข้าร้านนั้นออกร้านนี้มาเสียทั้งวัน จนรู้สึกปวดฝ่าเท้า เมื่อยขาเมื่อยขบไปเสียหมด เขาถือว่ามันเป็นค่าตอบแทนแรงงานที่หล่อนใช้เขา...

ผู้ชายคนไหนนะที่กินแล้วไม่จ่าย แถมยังให้เราต้องเลี้ยง อย่าหวังเลยว่าจะได้ใจฉันไป...แค่ข้าวมื้อหนึ่งยังเลี้ยงไม่ได้...แล้วอีกทั้งชีวิตที่เหลือที่ฝากไว้ จะเลี้ยงเราได้หรือ หล่อนต่อว่าต่อขานเขาในใจ กบฏต่อความคิดดั้งเดิมของตัวเองที่ว่า หล่อนไม่หวังให้ใครมาเลี้ยงหล่อน...ก็หล่อนมีปัญาหาเลี้ยงตัวเองได้นี่นา...นั่นไปเสีย

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #5 Magical (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2554 / 21:24
    ไม่มีตอนต่อไปแล้วเหรอค้าบบ



    สนุกดีน้าา
    #5
    0