ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง : สนพ.ฟิสิกส์ CT

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3 ความทรงจำเหลือๆในหัวใจ (ทำไมฟะ?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 3

รถตู้สองคันมาจอดเคียงคู่กัน สาวๆช่วยกันหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระลงมาจากบ้านพัก

อ้าว! จะกลับแล้วหรือครับ ตะวันที่เปิดประตูขนสัมภาระมาจากในบ้าน ออกมาทันเห็นปูเปรี้ยวหอบหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรังเอ่ยทักขึ้นมา หญิงสาวหันมาตามเสียงทักโดยอัตโนมัติ

ค่ะ...น่าเสียดายจังเราพึ่งรู้จักกัน แต่ฉันต้องกลับเสียแล้ว... หล่อนกล่าวอย่างเสียดาย เขาลงจากบังกะโลบ้านพักของตัวเอง ถือวิสาสะขึ้นมาบนบ้านพักของสาวๆ ที่ตอนนี้มีกระเป๋าเสื้อผ้าและอุปกรณ์สัมภาระต่างๆ กองเป็นภูเขาเลากาอยู่

คุณมาเที่ยวกันตั้งอาทิตย์แล้วหรือ? ตะวันถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นกองกระเป๋าเสื้อผ้ามโหฬาร และยังมีอีกหลายใบที่พวกหล่อนทยอยขนออกมาจากข้างในบ้าน

อ๋อ! ก็มาแค่วันหยุดติดต่อกันสามวันนี่แหละค่ะ... หล่อนตอบไป ใบหน้ายิ้มพราว

ชายหนุ่มรับฟัง ก่อนสบตาหล่อนพยักหน้า คล้ายให้ยืนยันในวาจาที่กล่าวไปอีกครั้ง ปูเปรี้ยวยิ้มหวานพยักหน้าให้ เขากลืนน้ำลายลงคอเอือกใหญ่ ก็พวกเขาๆก็มาเที่ยวกันสามวัน แต่สะพายกระเป๋าเป้มาแค่คนละใบเท่านั้นเอง

ผู้หญิงนี่คะ...ของใช้ต้องเยอะหน่อย... หล่อนอ้าง เขาพยักหน้ารับฟัง...มากกว่าของพวกเขาสักสี่เท่าตัวได้

แล้วจะขนไปกันรึยังครับนี่?... เขาเอ่ยถามขึ้นมาอย่างสงสัย เป็นความสงสัยที่ทำให้หล่อนยิ้มกว้างขวางเชียว

ก็รออยู่ว่า จะเจอสุภาพบุรุษผู้มีน้ำใจที่ไหนมาช่วยหรือเปล่า? เจ้าหล่อนกล่าวก่อนยิ้มพราวส่งให้ ตะวันหันหลังกลับไปบ้านพักตัวเองก่อนตะโกนเรียกเพื่อนๆ

วู้! ไอ้สุภาพบุรุษในบ้านนะ อย่ามัวเพลินอยู่ โผล่หัวออกมาหน่อย เขาเรียกเพื่อนๆ พิสันต์ยื่นหน้าออกมา ไม่ทันเห็นกลุ่มสาวๆที่ยืนอยู่เบื้องหลังของเพื่อน

เอะอะ อะไรเป็นเจ็กตื่นไฟวะ? เขาถาม แต่รีบกลืนคำพูดเหล่านั้นลงคอแทบไม่ทัน เมื่อเห็นเมวียิ้มเผล่อยู่ข้างหลัง

มาช่วยสาวๆเขายกของหน่อยสิ... เขาขอแรงสนับสนุนจากเพื่อน

ได้สิได้...ด้วยความยินดีครับ ก่อนที่พิสันต์จะกลืนน้ำลายเอือกตาแทบถลนกับกองสัมภาระเบื้องหลัง ที่สาวๆหลีกทางให้เขาได้ยล...รีบมุดหน้ากลับเข้าไปในบ้านพัก แล้วเรียกเพื่อนรักอีกสองหน่อมาช่วยกันขน

มาเที่ยวกันกี่วันแล้วครับนี่? ความสงสัยของปรมินทร์ไม่แตกต่างจากตะวัน เมื่อช่วยลอร่าหอบหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ไปขึ้นรถตู้ที่จอดรอท่าอยู่

สามวันค่ะ... หล่อนตอบ ยิ้มอย่างไม่คิดว่ามันเป็นความผิดปกติอะไร ในขณะที่อีกฝ่ายมองกระเป๋าใบใหญ่ๆเต็มสองมือ มีหล่อนที่เดินถือกระเป๋าใบเล็กๆตามมา การแต่งเนื้อแต่งตัวของหญิงสาวในเช้าที่จะเดินทางกลับ ยังเปรี้ยวจี๊ดไม่ต่างจากเมื่อคืนสักนิด...เขาพิศมองหล่อนในกางเกงเอวต่ำสี่ส่วนสีขาว เสื้อผ้าเนื้อบางเบาสีฟ้าดูพริ้วไหว พอจะรู้ว่าราคาแพงไม่หยอก และแว่นกันแดดอันโตออกสีอมม่วง กระเป๋าถือในมือก็ยี่ห้อดังสีฟ้าแจ๋นเชียว หมวกปีกใบกว้างที่เดินเคียงข้างมา

ในขณะที่เขายังนุ่งกางเกงเล เสื้อกล้ามข้างในตัวเมื่อคืน แต่สวมเสื้อเชิ้ตลายสก็อตแขนสั้นทับไว้ บอกให้รู้ว่าชุดกิน ชุดนอน ชุดเที่ยว ชุดเดียวกัน ก็สมควรที่เขาจะยัดไอ้สัมภาระทั้งหลายแหล่ลงในกระเป๋าเป้ใบเดียวได้อยู่หรอก

ดูเหมือนพวกเจ้าหล่อน จะจัดเครื่องแต่งตัวมาเป็นชุดเข้าเซ็ตกัน จึงบรรจุมันกระเป๋าจำนวนอักโขที่ไม่สามารถขนย้ายด้วยตัวเองได้ ต้องอาศัยสุภาพบุรุษที่ผ่านเข้ามาในลานสายตา และแพ้รอยยิ้มนั่นมาเป็นทาสเทวีด้วยความเต็มใจ

เขาถือว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า สำหรับการหอบเสื้อผ้ามาขนาดนี้ ได้แต่งสวยสมใจ และไม่ต้องออกแรงเอง ชายหนุ่มถอนหายใจ...สาวๆกลุ่มนี้ทำให้เขาเข้าใจคำว่าเสน่ห์และมารยาหญิงมากขึ้น...ว่าหล่อนใช้มันเป็นและคุ้ม

มารยาหญิง ใช้ให้ดี ถูกที่ถูกเวลา...ผู้ชายหน้าไหนหากไม่ได้เบี่ยงเบนทางเพศ เป็นต้องแพ้พ่ายไปหมด..แม้แต่คำบอก เลิกราของใครบางคน...ที่โต้งๆชัดๆว่าหล่อนไปกับใคร เปลี่ยนใจเป็นอื่น

ขวัญได้ทุนไปเรียนต่ออีกหลายปีกว่าจะกลับมา คิดว่ามันเป็นการเอาเปรียบพี่ปอนด์เกินไป...ที่จะให้รอ... เจ้าหล่อนว่า ทำท่าเสียใจที่ต้องเลือกตัดสินใจเช่นนี้

แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่า ขวัญจำต้องเลือกค่ะ...และหวังว่าพี่ปอนด์คงเข้าใจและไม่โกรธขวัญ... เจ้าหล่อนว่าหลังให้เหตุผลยืนยาวด้วยใบหน้าเศร้าหมอง

เรายังเป็นพี่เป็นน้อง เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ใช่มั้ยคะ? ดวงตาวูบไหวระริกของหล่อนช้อนขึ้นมามองหน้าเขา เอ่ยถาม

และเขาก็แพ้พ่าย...ที่จะพยักหน้ารับคำมั่นสัญญานั่น จากอดีตแฟนสาวที่คบหากันมาหลายปีดีดัก

ขอบคุณค่ะ...ขวัญจะได้สบายใจและตั้งใจเรียนโดยไม่ต้องกังวลใจกับเรื่องของเรา หล่อนว่า ยิ้มร่าคล้ายประกาศชัยชนะ...ก่อนจะหันหลังเดินจากไป...พร้อมผู้ชายอีกคนที่ได้ทุนไปเรียนต่อด้วยกันในครั้งนี้

นายมันโง่...ยัยจอมขวัญกับนายเอกอุน่ะเขาติวกันมานาน ตั้งใจจะไปเรียนต่อด้วยกันอยู่แล้ว...ได้โอกาสสอบติดทั้งคู่ เขาจะเก็บนายไว้อีกทำไม...ไอ้ครั้นจะมาบอกตรงๆว่ามีใหม่ ไม่เอาเก่า ก็ดูจะสร้างศัตรูเกินไป...อยู่ๆก็ทำให้คนเกลียดได้ตั้งคน... พิสันต์กล่าวถึงสาเหตุที่แท้จริงอย่างเป็นเดือดเป็นแค้นแทน...

ปรมินทร์หลับตาลบภาพร้าวๆนั่นออกไปจากหัวใจ พอดีกับที่เขาขนกระเป๋าของหล่อนมาจนถึงรถตู้ที่จอดรออยู่

ขอบคุณนะคะ... หล่อนกล่าว อมยิ้มพราวเสน่ห์เก๋ไก๋ในใบหน้า

ครับ ชายหนุ่มรับคำ สายตาหล่อนคล้ายไล่ส่ง ว่า หมดหน้าที่แล้ว จะยังยืนอยู่ทำไม ชายหนุ่มหันหลังกลับ

  นายต้องเปิดโอกาสให้ตัวเอง ถึงคุณลอร่าจะไม่ใช่ผู้หญิงในอุดมคติแบบที่นายชอบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า นายจะชอบเธอไม่ได้...อย่าตัดสินใครจากอุดมคติของนายเองเลยว่ะ เพื่อนๆให้กำลังใจ เมื่อเขาเล่าให้ฟังหลังจากส่งหล่อนกลับบ้านพักเมื่อคืนแล้วว่า ได้ไปเดินเล่นริมชายหาดทำความคุ้นเคยกันมาถึงไหน แล้วเขาก็กล่าวได้เต็มปากเต็มคำว่า

เขากับฉันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และผู้หญิงอย่างเขา คงไม่มองผู้ชายอย่างฉัน

นั่นสินะ...ทำไมเขาไม่ลองให้โอกาสตัวเองบ้างล่ะ...บางทีเขาอาจจะพลาดสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตไป...อย่างคำปลอบใจของใครสักคนที่บอกกับหล่อนในคืนนั้นก็ได้...ชายหนุ่มชะงักกายหันกลับมาเผชิญหน้ากับหล่อน

ลอร่าเองก็แปลกใจเช่นกัน เมื่อจู่ๆเขาที่ทำท่าว่าจะเดินจากไป ยังรีรอเหมือนมีอะไรติดค้างกับหล่อนอยู่

แล้วเราจะได้เจอกันอีกมั้ยครับ?... คำถาม ดวงตาซื่อใสนั่น กำลังรอฟังคำตอบ

คงไม่มั้งคะ หล่อนนึกตอบในใจ...หากแต่ในใบหน้า แสดงออกได้เพียงรอยยิ้ม

บางทีถ้าคุณอยากมีเพื่อนคุยสักคน ชายหนุ่มว่า ก้มหน้าแก้เก้อ เกิดมาไม่เคยจะออกอาการจีบใครโต้งๆอย่างนี้ แม้แต่จอมขวัญที่คบหาเป็นแฟนกันมาหลายปี ก็ด้วยเพราะความใกล้ชิดสนิทสนมและเป็นไปตามเพลงมากกว่าตั้งใจ

ก็โทร.หาผมได้ เขาบอก พลางล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบนามบัตรยื่นส่งให้เจ้าหล่อน

คงไม่มีหรอกค่ะ ลอร่าปฏิเสธในใจ แต่นอกหน้านั้นยิ้มให้...ตีประเด็นเอาเองแล้วกัน

แล้วคุณ... เขาถามขึ้นมา เมื่อหล่อนยังเอาแต่ยิ้มพราว ไม่ได้คิดจะหยิบนามบัตรขึ้นมาแลกกับเขา

เออ! แล้วลอร่าจะโทร.หานะคะ หล่อนบอกกับเขาแทนคำตอบ หล่อนไม่คิดจะติดต่อกับเขาอีกนั่นมันก็อยู่ในกรรมสิทธิ์การตัดสินใจของหล่อน แต่ถ้าอีกฝ่ายได้นามบัตรหล่อนไป...เขาเองอาจจะโทร.มาให้หล่อนยุ่งยากใจได้

หล่อนต้องการเป็นฝ่ายเลือกและกำชัยชนะมากกว่า ยิ้มพราวเสน่ห์บนใบหน้าให้ความหวังกำลังใจอีกฝ่ายไม่น้อย ชายหนุ่มยิ้มขวยก่อนหันหลังกลับ ขณะที่ลอร่าเบะปากใส่ แล้วหันมาสนใจกับกระเป๋าสัมภาระของตัวเอง ลืมเรื่องของลุงเชยไปเสีย

เช้าวันจันทร์ที่ออฟฟิศ หลังจากที่หนีอาการอกหักอย่างไม่ทันตั้งตัว ไปตั้งหลักไกลถึงพะงันสามวันกลับมา หล่อนกำลังจะกลับมาเป็นลอร่าคนเก่า เก่งกาจ ฉลาด สวยและแสนจะมาดมั่นคนเดิม

ดูสิอะดีนาลีนจากการได้ไปพักผ่อนความเครียดที่พะงัน แม้จะไม่ได้หนุ่มๆติดไม้ติดมือกลับมา แต่ก็พาให้หล่อนสดชื่นแฮปปี้ดีกว่าวันนั้นขึ้นมาตั้งเยอะ...

มองเงาสาวสวยแสนเฉี่ยวเปรี้ยวจี๊ด สะดุดตาที่สะท้อนในเงากระจกตรงหน้า เรียกความมั่นใจ ก่อนขับรถออกจากบ้านมาถึงออฟฟิศเช้ากว่าใครๆ...

วางกระเป๋าถือยี่ห้อดังลงบนโต๊ะ สายตาสะดุดกึกอยู่กับซองสีชมพูหวานที่นำมาวางหราอยู่ ออกอาการชะงักงัน ตัวเย็นวาบขึ้นมา...ซองอย่างนี้...คุ้นตาว่าได้รับอยู่บ่อยครั้ง...มันซองอะไรเดาได้ไม่ยาก...แต่มันเป็นซองของใครนี่นะสิ...

จ่าหน้าซองเรียนเชิญเป็นชื่อหล่อน...ไม่ได้ข่าวแว่วเข้าหูมาว่าใครจะวิวาห์ทั้งนั้น...นอกจากเขา...มือสั่นเทาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเอื้อมไปหยิบการ์ดในซองขึ้นมาอ่าน เพื่อความกระจ่างใจ

งานมงคลสมรส ระหว่าง นางสาวเชอรี่  ภีระพันธ์ VS   นายชานนท์  พหลยุทธ์

ทั้งสองชื่อ ช่างคุ้นหูเสียนี่กระไร...แม่คนแสนจะมาดมั่นใจ ตั้งหลักยันกายไว้ไม่อยู่ เซซวนขึ้นมาคล้ายเสียศูนย์ บ่าน้ำตารื้นขึ้นมาริมขอบ และกำลังจะเอ่อออกมานอกเบ้าตา

รีบกระพริบดวงตาถี่ๆ ดึงกระดาษทิชชู่จากกล่องขึ้นซับก่อนที่น้ำตาจะพาอายไลน์เนอร์และมาสค่าร่าเยิ้มไหลให้หน้าหล่อนยับเยินไปกว่านี้

กล้ามากที่ทำอย่างนี้กับหล่อน นอกจากหักหลังความรักที่หล่อนให้ เขายังมีหน้ากล้ามาเชิญหล่อนยินดีกับงานแต่งงานของเขาอีกหรือนี่...

เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเพื่อนร่วมงานเดินคุยกันจุ๊กจิ๊กจอแจเข้ามาในออฟฟิศ ลอร่าไม่รอช้ารีบซุกซองสีชมพูนั่นลงลิ้นชักเสียโดยเร็ว ก่อนจะขยำกระดาษทิชชู่ในมือโยนทิ้งไปใต้โต๊ะอำพรางหลักฐานความอ่อนแอ

ทำท่าเป็นสาละวนสนใจอยู่แฟ้มงานมากมายบนโต๊ะ

มอร์นิ่งวันจันทร์จ๊ะลอร่า...หยุดตั้งสามวันไปเที่ยวไหนมาเอ่ย เพื่อนสาวร่วมออฟฟิศถามไถ่ขึ้นมา

เกาะพะงัน หล่อนตอบ

ว้าว! ได้ข่าวมีงานฟลูมูนปาร์ตี้ไม่ใช่เหรอ...ได้เที่ยวกับเขารึเปล่าจ๊ะ? ถามอย่างสนใจ

ไป... หล่อนตอบห้วนๆ เหมือนใส่ใจกับงานตรงหน้ามากกว่า

แล้วเป็นไงสนุกมั้ย..ได้ข่าวว่ามันเป็นงานนัดบอดหาคู่ของหนุ่มโสดสาวโสดไม่ใช่รึ..ได้อะไรดีๆติดมือกลับมารึเปล่า? คำถามใคร่รู้ใคร่เห็น...แทนคำตอบในครานี้ ลอร่าอมยิ้มไม่กล่าวว่ากระไร

เอ๊ะ! ซองงานแต่งใคร? เสียงเอะอะดังอย่างแปลกใจ หล่อนเงยหน้ามองตาม นอกจากบนโต๊ะหล่อน แทบทุกโต๊ะมีซองอย่างเดียวกันวางไว้หมด...รู้สึกหน้าชาขึ้นมาอีกหน...

ชานนท์เคยทำงานเป็นโปรดิวเซอร์ที่บริษัทนี้ ก่อนลาออกไปตั้งบริษัทของตัวเอง เพื่อนร่วมงานในออฟฟิศเดียวกันกับหล่อนรู้จักเขากันทุกคน...และเช่นกันที่ทุกคนจะรู้ว่าหล่อนและชานนท์คบกันอยู่ในฐานะอะไร

งานแต่งชานนท์...กับน้องเชอรี่นางแบบที่กำลังมาแรง...สายฟ้าแลบจริงๆ หนังสือพิมพ์ยังไม่ทันลงข่าว แต่เราได้รับการ์ดกันแล้ว เพื่อนสาววี๊ดว๊ายกระตู้วู้อย่างตื่นเต้น

งานนี้ต้องมีนักข่าวเพียบ...หนังสือพิมพ์ลงทุกฉบับ...ได้เกิดก็งานนี้แหละพวกเรา กลุ่มเพื่อนสาวพากันปรึกษาหารือ

ตัดชุดใหม่...ฉันต้องตัดชุดใหม่...งานมีเมื่อไหร่นี่จะทันมั้ย? เจ้าตัวเป็นกังวล

อีกตั้งเดือนกว่าแนะ...ตัดชุดนะทันอยู่แล้ว...แต่น้ำหนักฉันนี่สิ...จะลดทันรึเปล่า?...สิบกิโลสามอาทิตย์ เพื่อนสาวอีกคน กังวลในอีกเรื่องหนึ่ง

งานนี้หรู เริด อะลังการแน่ๆ ต้องเป็นงานที่รวมคนในแวดวงเดียวกัน...ฉันพลาดไม่ได้... กลุ่มสาวๆ เจี๊ยวจ๊าวปรึกษากัน ในขณะที่ลอร่านั่งตัวแข็ง ทั้งหน้าชาไปหมด...เสียงดังอึกทึกครึกโครมนั้นเงียบลงไปเหมือนนึกขึ้นได้ ก่อนที่สายตาหลายคู่ของเพื่อนสาวในกลุ่มนั้น จะเหลียวคอแลมามองหล่อนโดยอัตโนมัติเป็นตาเดียว

อย่าทิ้งตะกอนความเสียใจ อย่าร้องไห้ให้ใครเห็น...เธอต้องสวย เริด เชิด หยิ่ง เหมือนเดิม...อย่าไปแคร์อะไรทั้งสิ้น อย่าให้ใครรู้ว่าเธออ่อนแอ...เข้าใจมั้ย? น้ำเสียงของสามสาวเพื่อนรัก ดังก้องขึ้นมาในหัว

หล่อนจึงปั้นหน้าเรียบเฉย ก่อนเงยหน้าขึ้นมามองกลุ่มเพื่อนที่เงียบเสียงไป คล้ายสงสัยว่าทำไมถึงหยุดจอแจ

เอ้อ! ลอร่า ตุ้งติ้งสาวร่างยักษ์ เรียกชื่อหล่อนเสียงอ่อย

หืม! “  หล่อนเลิกคิ้วเป็นเครื่องหมายคำถาม ยิ้มเก๋รับสถานการณ์วิกฤติ เคาะปากกาในมือไปกับโต๊ะด้วย เหมือนไม่ได้มีอาการผิดปกติใดๆ กับเรื่องที่ได้ยิน

เธอได้การ์ดแต่งงานของชานนท์มั้ย? เพื่อนสาวเอ่ยถามอย่างเกรงใจ ในอาการตื่นเต้นอย่างออกนอกหน้าของตนเอง ว่าอาจจะกระทบกระเทือนจิตใจใครบางคน

ได้ คนตอบไม่แยแส

แล้วจะไปมั้ย? คำถามต่อมา ทำเอาหล่อนกั้นก้อนสะอึกแทบไม่ทัน

ไปซิ....ไปสิ... รับคำหนักแน่น พยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่นพร่า

กลุ่มเพื่อนสาวพากันเบือนหน้า สุมหัวเข้าหากันเชิงปรึกษา สนทนา หรือนินทาก็ไม่อาจคาดเดาได้

แต่หล่อนต้องปั้นหน้าสวย เริด เชิด หยิ่ง ทำตัวให้เป็นปกติเหมือนเดิมทุกอย่าง เหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือเรื่องที่เกิดขึ้นนั้น ไม่ได้ทำลายความมั่นใจ คลอนแคลนไหวความรู้สึกหล่อนลงได้

 

ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด......... เสียงที่ส่งมาตามสาย ทำเอาปูเปรี้ยวไม่อาจคาดเดาใดๆได้ถูก

ฮึ...ฮึ...ฮือ....พรืด.........  ย้ำคำถามในใจ ด้วยเสียงเดิมไม่มีผิดเพี้ยน

ใครน่ะ?...นั่นใคร?... เจ้าหล่อนแหวใส่คนปลายสายอีกข้างด้วยเสียงอันดัง

ลอร่า...ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด........ ครานี้ให้ความกระจ่างมากกว่า

ปูเปรี้ยวถอนหายใจพรืดดัง นิมิตตรงหน้าเห็นเพื่อนรักกำลังร้องไห้น้ำตาเป็นเผาเต่า

ครางฮึ...คงจะพยายามกลั้นก้อนสะอื้นไว้

ก่อนตามด้วยเสียง...ฮือ....บ่งบอกว่าหักห้ามความเสียใจไว้ไม่อยู่

ก่อนจะตามด้วยเสียง...พรืด....สั่งขี้มูกลงบนกระดาษทิชชู่

เธออยู่ไหนน่ะลอร่า?... คนถามห่วงกังวลขึ้นมา

ที่ทำงาน.. ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........หนึ่งคำตอบ ตามด้วยประโยคหลัก

เธอร้องไห้ทำไม...ใครๆเขาไม่ตกใจแย่หรือ?...บอกแล้วไงอยากร้องไห้ให้กลับบ้าน...สวยเริดเชิดหยิ่งเขาไว้ อย่าให้ใครเห็นน้ำตา... หล่อนเอะอะกับเพื่อนสาวเสียงดัง

อยู่ในห้องน้ำ...ไม่มีใครเห็นหรอก... ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........คนฟังที่ปลายสาย ค่อยถอนหายใจอย่างโล่งอกขึ้นมานิด แต่ก็ไม่เบาใจนัก

เกิดอะไรขึ้นมาอีกละนี่?...ใครมาสะกิดสะเกาต่อมน้ำตาเธอให้แตกมาอีกได้...ยัยพวกปากมากที่ทำงานเธอใช่มั้ย? เพื่อนสาวกล่าวเสียงเข้มอย่างหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมา

เปล่า...ชานนท์ต่างหาก….ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........

ชานนท์...นายชานนท์งั้นหรือ?...เขายังมีหน้าโผล่หน้ามาให้เธอเห็นอีกหรือ...เขาทำอะไรเธอ...มาขอโทษ สารภาพผิดใช่มั้ย?...ขอให้ยกให้ ขอให้อภัยให้....อย่าไปใจอ่อนยอมเชียวนะลอร่า...อย่า... เพื่อนสาวสั่งกำชับกำชาเสียงเข้ม

เปล่า...ถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ดีสิฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมหยุดน้ำตาง่ายๆ แล้วอะไรกันที่ทำให้เพื่อนสาวหล่อน ร้องไห้ชนิดไม่ติดเบรคขนาดนี้

นายชานนท์มันทำอะไรเธอฮะ?...บอกฉันมาเดี๋ยวนี้ ขี้เกียจเดาแล้ว เพื่อนสาวเอะอะโวยวาย

เขาส่งการ์ดแต่งงานมาให้ฉันฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........

ส่งการ์ดแต่งงานมาให้..มันหยามกันมากไป..เยาะเย้ยถากถางกันด้วย...เขาทำอย่างนี้ได้ยังไง ปูเปรี้ยวโกรธขึ้งแทน

แล้วคนอื่นในออฟฟิศเธอมีใครรู้อีกมั้ย?...ว่าเขาจะแต่งงาน...

ทุกคนได้การ์ดเชิญหมด... ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด......... ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........  เจ้าหล่อนตอบไป คราวนี้ไอ้ประโยคหลักฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด...กลับดับเบิ้ลดังและยาวนานขึ้นถึงสองคำรบ

เลวมาก...เธออย่าไปยอมนะ...อย่าไปยอม... ปูเปรี้ยวกล่าวอย่างแค้นแสนแค้นแทน

ยอมไม่ยอมเขาก็จะแต่งงานกันเดือนหน้านี้แล้ว... ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........ฮือ................ครานี้ดูเหมือนจะเบรกไม่อยู่

ไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น...แต่หมายถึงว่าอย่ายอมรับว่าเธออกหัก...หรือถูกนายชานนท์ทิ้งไปหายัยนั่น

ยอมไม่ยอม ตอนนี้ฉันก็ไม่กล้าเงยหน้าสบตาใครแล้ว... ฮึ...ฮึ...ฮือ...พรืด.........

เธอต้องกู้หน้า กู้ศักดิ์ศรี  กอบกู้ความมั่นใจของตัวเองคืนมา... ปูเปรี้ยวแนะนำ

ทำยังไง ? คนฟังฉงน ตั้งใจฟัง คลายอาการร้องไห้เป็นเผาเต่านั่น...เงียบฟังยุทธวิธีกอบกู้ศักดิ์ศรีคืนมา

ก็ต้องหาใครสักคนมาควง...

ใครนะใคร?...แล้วไปหาได้ที่ไหนล่ะ?... คนฟังตั้งใจขึ้น คิดตาม

ไม่รู้แหละ ก็บอกให้ไปหานี่ไง...แล้วใครคนนั้นก็ต้องดีกว่า เด่นกว่า ดังกว่า นายชานนท์ด้วย คนแนะนำให้ความเห็นที่เป็นไปได้ยาก...ไอ้แค่ฟังนั่นพอไหว...แต่ให้ทำได้ด้วยนี่สิ...ต้องคิดหนัก ยิ่งไอ้โจทย์ยากๆยิ่งแก้ลำบากขึ้น

แค่ว่าจะให้หาใครสักคนมาแทนก็ยังยาก...นี่จะให้ดีกว่า เด่นกว่า ดังกว่า...ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ในสายตาและความรู้สึกของลอร่า หล่อนชื่นชมและภาคภูมิใจในตัวชานนท์มาก...อย่างไม่เคยเห็นใครหน้าไหนจะดีกว่า

และเมื่อจู่ๆอีกฝ่ายมาลอยทะเลทิ้งกันไปเสียดื้อๆ จะไม่ให้หล่อนเสียอกเสียใจได้ยังไง...และยิ่ง หญิงสาวเก่งกาจ ฉลาด สวยอย่างหล่อน มาถูกเด็กหน้าใสวัยเอ๊าะกว่าฉกเขาไป...จะกู้และแก้หน้ายังไง ศึกหัวใจครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก...เพราะใช่มีเพียงหล่อนและโจทย์ฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น คนดูทั้งหลายในออฟฟิศก็กำลังจับตามองอยู่เหมือนกัน

ฉันนึกถึงใครไม่ออกจริงๆ หล่อนบอกอย่างมืดมนจนหนทางไปเสียหมด

ก็ลุงเชยของเธอไงเล่า...ไม่ลองปรึกษาเขาดูล่ะ? เพื่อนสาวเสนอทางเลือกออกความเห็น

คิดถึงใครไม่ออกแล้วรึไง?...แค่หน้าตาก็แพ้ชานนท์หลุดลุ่ยตั้งแต่หน้าประตูแล้ว...

อ้าว! แม่ยอดครีเอทีฟ...ก็ไหนเธอว่า เธอปั้นเขาได้ไง อีกฝ่ายกล่าวขึ้นมาอย่างท้าทาย

ปั้นงั้นหรือ...ไม่สู้รู้ได้ยังไงเล่าว่าแพ้...ลองดูสักตั้งแล้วกัน ลอร่าคิดในใจ... ก่อนกลืนน้ำลายเอือกใหญ่อย่างฝืดคอ ถึงการณ์ใหญ่ที่คิดจะทำ...มันไม่ง่ายแน่...แต่หล่อนก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนี่นาในเวลานี้

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น