ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง : สนพ.ฟิสิกส์ CT

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 ปฏิบัติการณ์ กู้ชีพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 2

แก้มเธอตอบไปนิด ใต้ตาคล้ำบวมเล็กน้อย...แต่คอนซิลเลอร์จะช่วยเธอได้จ๊ะ เมวีว่า หลังจากพิศมองหน้าของเพื่อนสาว แล้วยื่นแท่งเครื่องสำอางค์มหัศจรรย์ที่จะช่วยปิดริ้วรอยบกพร่องดังว่าให้เพื่อนสาว

ไม่อยากไป...  เจ้าตัวลากเสียงยาว เกิดอาการหง่าวขี้เกียจขึ้นมาเฉยๆ

ก็แม่เพื่อนสาวตัวดีทั้งสาม ไม่ปล่อยให้หล่อนได้มีเวลาซึมได้เศร้าเหงาใจใดๆเลย ทั้งสามสาวลากหล่อนลุกขึ้นมาจากเตียงเสียแต่ตอนเช้าตรู่ ทั้งๆที่เมื่อคืนกว่าจะได้หลับนอนก็ดึกดื่น...อ้อ! จะเรียกให้ถูกต้องบอกว่าหลับเสียเช้าเลย เกือบตีสองได้

ไป...ตื่นขึ้นมาได้แล้ว แม่แมวครวญขี้เซา... ปูเปรี้ยวลากหล่อนที่ยังสะลึมสะลือเมาขี้หูขี้ตาให้ลุกขึ้นมาจากเตียง

ไปไหน...จะพาฉันไปหนาย.... คนถูกลากแข็งขืนจะล้มตัวกลับลงไปนอนเสียให้ได้

ไปหากิจกรรมมันส์ๆ เผาผลาญแคลอรี่ทำกันนะสิ...อย่ามัวแต่มานอนอุตุอย่างนี้ เดี๋ยวจะอ้วนเป็นหมูแม่พันธุ์รู้มั้ย? เสียงแหวดุหล่อน ก่อนอีกสี่มือของยาหยี และเมวีจะพากันมาช่วยฉุดกระชากลากหล่อนออกจากที่นอนแล้วดันหลังเข้าห้องน้ำไปจัดการกับกิจวัตรส่วนตัวเสร็จ...แล้วจึงเริ่มต้นวันด้วยกิจกรรมอันหฤหรรษ์ต่างๆนาๆสาระพัด ทั้งการขับเจ็ทสกี ขี่บานานาโบ๊ท โดดหอสูง  สกายไดร์ฟ เรียกว่าวันทั้งวันได้เผาผลาญไขมันไปจนแทบหมดร่างเลยทีเดียว พอเดินขึ้นฝั่งมา ด้วยแข้งขาที่อ่อนปวกเปียกเมื่อสายัณห์ตะวันคล้อยลงแล้ว แม่เพื่อนสาวทั้งสามก็ช่วยกันประคองสังขารหล่อนมาถึงบังกะโลรีสอร์ทที่พัก

แต่งตัวให้สวยๆ เดี๋ยวคืนนี้เราจะไปเปิดตัวกันที่งานฟลูมูนปาร์ตี้... ยาหยีว่า ดวงตาเป็นประกายวับๆ

ฉันไม่ไหวแล้ว...หมดแรง...ขอตัวแล้วกัน... หล่อนถอนตัวขึ้นมาเสียดื้อๆ

ไม่ได้... สามเสียงประสานเข้ม

นี่ที่พวกเธอพาฉันไปตะลอนทัวร์มาทั้งวัน ทั้งร้อนแดดแผดเผาจนจะเป็นกล้วยตาก...หมดเรี่ยวหมดแรงขนาดนี้ ยังไม่พอใจกันอีกหรือ?... หล่อนถามย้ำขึ้นมา หน้าตาบอกว่าอิดโรยเต็มแก่จริงๆ

ก็เราไม่อยากให้เธอว่าง คิดฟุ้งซ่านไง...แล้วไอ้งานนี้มันก็ไฮไลต์ของการมาเที่ยวครั้งนี้ของพวกเราเลยนะ ปูเปรี้ยวอรรถาธิบายไขความกระจ่าง

เธอจะลากฉันไปไอ้งานปาร์ตี้นัดบอดอะไรนี่...ในสภาพโทรมสุดๆอย่างนี้หรือ? ลอร่าชี้หน้าตัวเองที่หมดสภาพสุดๆ หาความสวย สดใสและสดชื่นแทบไม่เจอ

ไม่ได้ไปตอนนี้ งานมีตอนค่ำๆ เราจะพักเอาแรงกันเสียก่อน แล้วค่อยตื่นมาแต่งตัวใหม่ เอาให้สวยใส ปิ๊ง นิ๊งสุดๆไปเลย เมวีว่า ทำท่าฝันหวาน

ชายหนุ่มอีกกลุ่มใหญ่ พึ่งลงจากเรือถึงฝั่งเช่นกัน พวกเขาไปดำน้ำดูปะการังกันมา

อู้หู้! สาวๆกลุ่มนั้น ท่าทางสวยๆทั้งนั้น ตะวันเพยิดหน้าให้เพื่อนๆ ไปทางกลุ่มสาวๆสามสี่คน

พวกหล่อนจะไปเที่ยวฟลูมูนปาร์ตี้คืนนี้รึเปล่าวะนี่?... พิสันต์สงสัยขึ้นมา

ลองถามสิวะ...ถ้าไปก็แจ๋ว... กานต์ว่า

ใครล่ะถาม...ขืนทักสาวๆในชุดนุ่งน้อยห่มน้อยตอนนี้ เขาจะได้หาว่าพวกเราหน้าหม้อปะไร ตะวันออกตัว

เฮ้ย! ไอ้หนุ่มโสดหมาดๆ ลองถามสิ... พิสันต์ว่า พลางเพยิดหน้าให้ปรมินทร์ซึ่งมองภาพสาวๆที่แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดกลุ่มนั้นแล้วให้นึกกลัวใจขึ้นมา

ไม่กล้าหรอก...ช่างเขาเถอะถ้าไปจริงเดี๋ยวก็ได้เจอเองแหละ... ชายหนุ่มตอบไป

เปิดโอกาสให้ตัวเองบ้างสิว้าเพื่อน...เราพานายมาบรรเทาไอ้อาการอกเดาะน๊า...ฉะนั้นพรีเซ็นต์ตัวเองหน่อย ตะวันเข้ามาตบไหล่เขา...แต่ปรมินทร์ก็ทำได้เพียงแต่ยิ้มเนือยๆ

ว้าว! ดูหนุ่มๆกลุ่มนี้สิ...ท่าทางไม่เลว ยาหยีว่า ปลายสายตาให้เพื่อนๆมองตาม

สาวๆทั้งกลุ่มยกเว้นลอร่า เหลือบตามองตาม ในขณะที่กลุ่มหนุ่มๆกำลังเดินผ่าน

สวัสดีครับ...ไปเที่ยวไหนกันมาครับนี่?... ตะวันชิงถามขึ้นมา เมื่อสายตาหันไปปะทะกับปูเปรี้ยว

ก็หาอะไรทำอยู่แถวชายฝั่งนี่แหละคะ หล่อนตอบไปยิ้มๆ

แล้วคืนนี้จะไปงานฟลูมูนปาร์ตี้รึเปล่าครับ?... พิสันต์เห็นได้ทีหันหน้าไปคุยกับเมวีบ้าง

อ๋อ! ไม่พลาดแน่นอนค่ะ... หล่อนตอบพลางยิ้มหวานกลับไป

งั้นคืนนี้...ผมคงได้เจอนางฟ้าอีกนะครับ... กานต์หยอดคำหวาน สายตาส่งตรงมาที่ยาหยี

ค่ะ... สามสาวประสานเสียง ...ก่อนที่กลุ่มหนุ่มๆจะเดินเลยไป 

โอ้โห! นอกจากจะสวยแล้ว...ยังมนุษยสัมพันธ์ดีอีก...น่ารักจริง...จริ๊ง... ตะวันว่า สามหนุ่มพากันยิ้มร่าสดชื่นกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาเมื่อได้เจรจาพาทีกับสาวๆสวยๆเรียกน้ำย่อยพอหอมปากหอมคอ มีแต่เพียงปรมินทร์และลอร่าเท่านั้นที่ไม่ได้คุย ชายหนุ่มอดไม่ได้ ที่จะหันมามองหญิงสาวที่นั่งหัวยุ่งเหยิงหมดแรงอยู่ท่ามกลางบรรดาเพื่อนสาวที่ยังสวยปิ๊งกันอยู่

หล่อนจะใช่คนที่ท่องกลอนบทสิโนทกธาราเมื่อคืนรึเปล่า? เพราะดูทีท่ามีหล่อนเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ออกอาการคล้ายคนอกหักอยู่...ซึ่งไม่แตกต่างจากเขาที่เคยพูดน้อยอยู่แล้ว ไอ้อาการดังว่ายิ่งทำให้เขา กลายเป็นผู้ชายเงียบขรึมเข้าไปใหญ่

 

สุดท้ายแล้ว ทั้งเมวี ปูเปรี้ยว และยาหยีก็ช่วยกันปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง ปรุงแต่งประทินโฉมลอร่าจากผีดาดาไร้ชีวิตจิตใจ ให้คืนชีพขึ้นมาอีกหนหนึ่งจนได้...มองภาพเงาของตัวเองในกระจก ชุดเสื้อกล้ามเอวเต่อที่โชว์พุงนิดๆยามไม่ได้ระมัดระวังตัวซึ่งใส่แล้วดูดีมาก เพราะหล่อนกินไม่ได้กลืนไม่ลงด้วยอาการอกหักรักคุดเสียจนหน้าท้องแบนราบเรียบ กับผ้าบาติกลายดอกไม้เก๋ผืนพริ้วที่พันตัวขมวดปมที่เอวไว้หลวมๆ ผมยาวสลวยเซ็ทยีเป่าไดร์ให้เป็นลอนคลื่นตรงปลาย คอนซิลเลอร์ช่วยปกปิดริ้วรอยบกพร่องต่างๆอันตกค้างมาจากอาการรักร้างให้หายไป ก่อนจะค่อยๆละเลงแป้งและสีสันลงไปให้เบามือ ทัดดอกลีลาวดีไว้ข้างหู

เห็นมะ....ก็แค่นี้... เมวีว่า หลังจากวางพู่กันลง ปัดไม้ปัดมือเป็นอันว่าเรียบร้อย

แค่นี้ก็แปลงโฉมเธอให้คืนสภาพกลับร่างเป็นคนได้

ถ้อยคำของเพื่อนสาวแปร่งหูนัก...ลอร่าตะหวัดสายตากลับขึ้นไปมองคนที่กำลังอมยิ้มอย่างพอใจในผลงาน

อย่าทำหน้าอย่างนี้ ปูเปรี้ยวส่ายนิ้วชี้ที่ยื่นมาตรงหน้า แล้วส่ายหัวตาม

คืนนี้ฉันอนุญาตให้เธอยิ้มได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น...จะไม่มีน้ำตา จะไม่มีการร้องไห้ จะไม่มีใครลุกขึ้นมาเมาตอนเที่ยงคืนครึ่ง รำพึงรำพันถึงความหลังเก่าๆ ผู้ชายงี่เง่า...และเรื่องราวที่จบไปแล้ว... ปูเปรี้ยวกล่าว...ยิ้มให้กำลังใจเพื่อน

ใช่...ตอนนี้เธอเกิดใหม่...หลังจากไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนั้นพ้นไปจากชีวิต...ยิ้มรับกับชีวิตใหม่ สิ่งดีๆใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นคืนนี้...และผู้ชายดีๆ หื้ม! ที่อาจจะเป็นเจ้าชายในฝัน... และเรากำลังจะได้เจอ...ยิ้มจ้า...ยิ้มรับเท่านั้น... ยาหยีช่วยสนับสนุน

ขอบใจนะ ลอร่ากล่าว น้ำตาซึมนิดๆด้วยความตื้นตันใจ กับบรรดาเพื่อนๆที่แสนดีตรงหน้า

อะ...อะ..อย่าทำมาเสียฤกษ์ในตอนนี้...ยิ้ม...ยิ้ม...ยิ้มเท่านั้น... เมวีเตือน

ลอร่าจึงฉายยิ้มออกมาได้...ให้กับภาพเงานางฟ้าคืนชีพในกระจก...พยักหน้าให้กับตัวเองเรียกขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา...ว่าหล่อนจะเดินหน้าและก้าวไปหาสิ่งใหม่ๆที่กำลังรอคอยอยู่ดังที่เพื่อนๆว่า

 

ผู้คนมากมายในงานล้วนกำลังดื่มกินและเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน กลุ่มหนุ่มๆ ทั้งตะวัน พิสันต์ กานต์และปรมินทร์ ออกอาการมองตาค้างนิ่งตะลึงกับสาวสวยสี่คนที่กำลังเดินเข้ามายังงานปาร์ตี้ที่เริ่มขึ้น

โอ้โห! ชาลีแองเจิลรึเปล่าวะนี่?... ตะวันละเมอเพ้อพกขึ้นมา

ชาลีแองเจิลนะมีสาม...แต่นี่ตั้งสี่... พิสันต์ค้านขึ้นมา

และถ้าเป็นนางฟ้าของชาลีจริงๆ สวยขนาดนี้ก็ยินดียื่นก้านคอให้พวกเธอเตะว่ะ กานต์ว่า สายตาจับอยู่ที่ยาหยี สาวหน้าใสที่ดูอ่อนวัยกว่าใครเพื่อน...สเป็คของเขาเลยล่ะ

จุ๊ๆ...ข้าจองคนนุ่งผ้าซิ่นสีส้มนะ ตะวันหมายตากับปูเปรี้ยว

ส่วนข้าขอสายเดี่ยวสีม่วงละกัน... พิสันต์ถือสิทธิ์ขึ้นมาบ้าง

แต่เดี๋ยวก่อน...ไอ้ที่สวยๆสูงยาวเข่าดีสว่างวาบมาเสื้อกล้ามขาวโชว์พุงคนนั้น...ทำไมตอนเย็นเราถึงไม่เห็น ตะวันสงสัยในร่างสาวปริศนาอีกคนที่เดินมา ดูท่าประหม่ากว่าใครๆ

ปรมินทร์หันสายตาไปแลหาดังคำเพื่อนว่า...ดูท่าพวกหล่อนเปรี้ยวปรี๊ดไม่เบา...หญิงสาวคนนั้นที่เพื่อนเขากล่าวถึง...คนที่พวกเขาไม่ได้ยินเสียงหล่อนกระเซ้ากลับมา...แต่ว่าเมื่อคืนนี้เขาได้ยินหล่อนท่องไอ้กลอนกาลสิโนทกธาราอะไรนั่น

ทำไมเขาถึงปักใจนักว่าเป็นหล่อนก็ไม่รู้...หล่อนสวยสง่า คมคายกว่าใครๆ สว่างวาบเข้าตาเขา แต่ว่าชายหนุ่มไม่ต้องใจในผู้หญิงเปรี้ยวเฉี่ยวอย่างหล่อน...เขาจึงเพียงได้แต่หันหน้าไปมองอีกทาง

ปอนด์โว้ย...เหลือคนสวยอีกตั้งคนแนะ พิสันต์ว่า ดึงชายเสื้อเขาสะกิดให้มาสนใจหล่อน

อื้ม! สวย... เขาพยักหน้าเห็นด้วย

เธอโสด.... กานต์ว่าต่อ

แล้วพวกนายรู้ได้ยังไงว่าพวกเธอนะโสด... เขาถามขัดคอเพื่อนๆขึ้นมา

โสดไม่โสดไม่รู้ล่ะ...รู้แต่ว่าพวกข้าจองคนอื่นหมดแล้ว...คนนี้ของแกแล้วกัน ตะวันว่าต่อ

ไอ้บ้า...พวกเธอได้ยินเข้า เดี๋ยวจะถูกตบเรียงตัวหรอก...อยู่ดีๆไปตีตราจองเขา...ไม่ใช่สาวๆในตู้นะโว้ย... ชายหนุ่มขัดเพื่อน ก่อนหันมาสนใจกับการเต้นรำและการดื่มกินตรงหน้าต่อ

เออ! มัวคิดมาก เรื่องมาก ท่ามากอย่างแกก็ก้มหน้าดูทราย แคะรูปูต่อไปคนเดียวเถอะ พวกเราอุตส่าห์ลากมาหาความสำราญไกลถึงนี่จะงมงายกับอดีตอยู่ก็ช่วยได้แค่นี้ละวุ้ย...พวกเราขอตัวไปคว้าโอกาสที่อุตส่าห์ผ่านมาถึงมือดีกว่า ว่าพลางเหล่าสหายอีกสามนาย ก็เดินไปทำความรู้จักกับสามสาวอย่างไม่รอช้า

มีเพียงปรมินทร์ที่นั่งมองพลางเอาใจลุ้นช่วยเพื่อนๆอยู่ ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำสำเร็จเสียด้วย ส่วนคนสวยอีกคนที่เหลืออยู่ไม่มีเพื่อนคู่คุย ก็เอาแต่มองฟ้า มองพระจันทร์เต็มดวง สนใจอยู่กับการเต้นรำ...ดวงตาหล่อนดูเศร้าๆพิกล

เพื่อนคุณดูท่าเขาไม่สนุกเลยนะ ยาหยีถามกานต์ เพยิดหน้าให้มองปรมินทร์

อ๋อ! ไอ้ปอนด์นะมันพึ่งอกหักมา...ยังไม่ตกตะกอนใจเลยซึมเป็นไก่ติดซาร์อย่างนี้แหละ กานต์ว่า พลางดิ้นส่ายหัวดุ๊กดิ๊กเต้นรำกับดนตรีทำนองสนุกสนานต่อไปอย่างเมามันส์

ว่าแต่เพื่อนของคุณล่ะ...ดูท่าเธอก็ไม่ค่อยสนุกเหมือนกันนี่ กานต์ถามบ้างเมื่อมองเห็นว่าลอร่าไม่ได้ลุกมาเต้นรำอย่างคนอื่นๆ

ลอร่าเขาก็พึ่งอกหักมาเหมือนกัน... ยาหยีตอบ ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายไปด้วย เพราะไม่ว่าพวกหล่อนพยายามจะเข็นเท่าไหร่ ดูเหมือนเพื่อนหล่อนจะไม่หลุดจากภวังค์เศร้าใจเสียที

เปาะ...เข้าล็อก กานต์ดีดนิ้วขึ้น พลางว่า

ล็อคอะไร? คนฟังทำหน้าฉงน

ก็ทำไมไม่ให้เพื่อนคุณกับเพื่อนผมลองทำความรู้จักกันเล่า... เขาเสนอ...ยาหยีทำท่าคิดตาม

ลอร่านะเขาชอบหนุ่มเจ้าเสน่ห์ เทคแคร์เก่ง...แฟนเก่าเขาหล่อมาก... หล่อนว่า หลังจากหันหน้าไปมองทางปรมินทร์แล้วเชื่อขนมกินได้ล้านเปอร์เซ็นต์ ว่าหนุ่มแว่นหนาท่าทางเชยเฉิ่มอย่างเขา ไม่มีทางเข้าสเปคเพื่อนหล่อนแน่ๆ

แฟนเก่าเจ้าปอนด์มันก็เรียบร้อยประหนึ่งผ้ารีดด้วยไฮยีนต์ลงแป้งทับพับเก็บไว้...ไม่ใช่สาวเฉี่ยวเปรี้ยวจี๊ดเหมือนกัน...แต่ของอย่างนี้ บ่อลองจะฮู้อะหยัง เขาออกความเห็นขึ้นมา ยาหยีพยักหน้าเห็นด้วย...

นั่นสินะ...ไม่ลองไม่รู้... เจ้าหล่อนว่า ก่อนส่ายหน้าเต้นรำอย่างสนุกสนานเพลิดเพลินต่อ

เมื่อเพลงเต้นรำสนุกสนานนั่นจบลง ผู้เป็นโต้โผในการจัดงานได้ออกมากล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ คู่หนุ่มสาวต่างพากันแยกย้ายกลับเข้าไปในวงของกลุ่มเพื่อนของตัวเอง

ไม่ออกไปเต้นรำเล่าลอร่า...อุตส่าห์แต่งตัวมาเสียสวยเช้ง ปูเปรี้ยวถาม ซับเหงื่อที่ซึมไหลตามแนวไรผม ก่อนส่งสายตาลอบยิ้มให้กับตะวันหนุ่มที่โค้งเธอออกไปเต้นรำเป็นระยะ  คนถูกชวนอมยิ้มส่ายหน้าช้าๆ

ดูพวกเธอเต้นรำกันก็สนุกดี...แล้วจะให้ฉันไปเต้นกับใครล่ะ...ไม่เห็นมีหนุ่มที่ไหนมาโค้งเลย...ใครๆเขาก็มีคู่กันหมด... หล่อนว่าพลางถอนหายใจ นึกไม่มั่นใจในเสน่ห์อันเหลือเฟือของตัวเองขึ้นมาเสียเฉยๆ

นายแว่นนั่นก็น่าสนใจนะ เขาเองก็ยังไม่มีคู่เต้นเหมือนกัน ยาหยีว่า ก่อนจะเพยิดหน้าไปทางปรมินทร์ที่นั่งท่ามกลางหมู่เพื่อนที่กำลังมายุยงส่งเสริมเช่นกัน

คนสวยๆโน่นนะ เขาพึ่งอกหักมาเหมือนกัน...ไปโค้งเขาลุกขึ้นมาเต้นสิวะ ฉันพานายมาเปิดหูเปิดตานะ ไม่ได้พามาให้เขี่ยทรายเล่น กานต์แนะนำ ปรมินทร์มองตาม...อ้อ! หล่อนคือสาวเจ้าอกหักคนที่หลั่งสิโนทกธาราน้ำตาเมื่อคืนนี้จริงๆด้วย คนสวยขนาดนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะพึ่งอกหักมา...คนรักกันจู่ๆ ไม่มาทิ้งกันไปง่ายๆ มันก็ต้องมีเหตุ...อย่างเหตุของเขาหล่อนบอกเพื่อไปหาความก้าวหน้า...คล้ายจะบอกให้รู้อยู่เป็นนัยๆว่า...เขาคือตัวถ่วงความเจริญของเจ้าหล่อน...

อาการร้าวรวดปวดใจ เพราะปล่อยให้ใครอีกคนมามีอิทธิพลเหนือชีวิตตัวเองนั้นเป็นเช่นไร...เขาเรียนรู้แล้ว...ไม่อยากเปลืองสมองปวดใจกับเรื่องอะไรอย่างนี้อีก...ขอแค่เวลานี้ให้คลายความเศร้าลงไปได้...ไม่หวังจะหารักใหม่มาทดแทน

เขากำลังตั้งใจจะสอบเรียนต่อขอทุนทำด็อกเตอร์ ไม่อยากให้มีเรื่องใดๆมาแบ่งปันความสนใจและเวลาตัวเองมากกว่า ความก้าวหน้าในการชีวิต...ก็ใครอีกคนยังให้เหตุว่า...หล่อนจะไปหาความก้าวหน้า...เขาเองก็ควรจะคิดให้ได้เช่นนั้นเหมือนกัน

และผู้หญิงสวยคนนั้นที่เขาเห็น...ดูท่าหล่อนไม่มีทางชอบผู้ชายเฉิ่มเชยอย่างเขาเป็นแน่...ถึงชอบได้ก็คงไม่นาน...รู้ตัวเองดีว่าไม่ได้มีเสน่ห์อันใดที่จะดึงดูดใจเพศตรงข้ามไว้ได้....ผู้หญิงสวย เฉี่ยว เปรี้ยวจี๊ดอย่างหล่อน...คงไม่ชอบผู้ชายอย่างเขา

ลุงเชยนั่นน่ะนะ คำถามเสียงสูงของลอร่าทำเอาเพื่อนๆชะงักงันเงียบไป

ว่าไป๊...เขาก็ดูใช้ได้นา...จับมาใส่ตะกร้าล้างน้ำเสียหน่อยอาจจะค่อยเรี่ยมไร้เรไรขึ้นมาได้...เป็นเจ้าเงาะซ่อนรูปทองอยู่ข้างใน...หล่อนมันครีเอทีฟอยู่แล้วนี่นา...ปั้นงานยากๆหินๆยังทำได้...ปั้นผู้ชายสักคนจะเหลือบ่ากว่าแรงอะไร ยาหยียุขึ้นมา

ฮึ...ไม่เอาอะ... ว่าพลางส่ายหน้า

ท่าจะยาก...หยั่งกะหลุดออกมาจากจูราสิคปาร์คอย่างนั้น หล่อนว่า ทำปากเบะ หน้าตาไม่ถูกไม่ทิ่มขึ้นมา

ปูเปรี้ยว เมวี และยาหยี หันไปมองหน้าตาท่าทางของอีกฝ่าย ไม่ผิดจากที่เพื่อนพูดไว้สักนิด

ฉันกับชานนท์เข้ากันได้ทุกอย่าง ทั้งรสนิยม ความคิด นิสัยใจคอ...ดูสิ...วันหนึ่งเขากลับมาตาสว่างทิ้งฉันไปหายัยเด็กเชอรี่อะไรนั่น..แล้วอีตาลุงเชยนี่...แตกต่างจากฉันสิ้นดี...เธออย่ามาเชียร์ให้เสียแคลอรี่เลย...ฉันไม่เล่นด้วยหรอก ลอร่าอ้าง

Soul mate ไม่ได้มีเฉพาะคู่เหมือนเท่านั้นนี่นา...เคยได้ยินคำว่า You complete me มั้ย...บางทีฉันว่าเธอน่าจะลองให้โอกาสตัวเองแล้วก็โอกาสเขาหน่อยนะ...ไม่งั้นเธออาจจะเสียใจที่พลาดอะไรดีๆสักอย่างในชีวิตไปก็ได้ ปูเปรี้ยวแนะนำ

  คงจะยาก... ลอร่าแค่นหัวเราะ ก่อนเบะปากอีกหน

บ่อลองจะฮู้อะหยัง..ฉันไม่เคยเห็นเธอกลัวอะไร ทำไมจู่ๆกลับไม่กล้า หรือว่ากลัวตกหลุมรักลุงเชยนั่น ยาหยีท้าทาย

ไม่มีทาง... ลอร่าลอยหน้าลอยตาเถียงอย่างมั่นใจในตัวเอง

งั้นก็พิสูจน์สิ สามเสียงประสานของเพื่อนสาว ท้าทายขึ้นมา..

ลอร่าหันไปมองหน้าเพื่อนทั้งสาม เหมือนจะถามให้แน่ใจว่าล้อเล่นหล่อนรึเปล่า? แต่เมื่อเห็นท่ากอดอก ทำสีหน้าขึงขัง แววตาจริงจังของทั้งปูเปรี้ยว ยาหยี และเมวีแล้ว หล่อนนึกใจหาย ก่อนข่มความกลัวที่เพื่อนว่าลงข้างใน

ได้สิ.. หล่อนรับคำท้า ก่อนเดินจับจดจ้องสายตาตรงลิ่วไปหาลุงเชยที่หล่อนว่า อย่างต้องการเอาชนะคำสบประมาท

เต้นรำด้วยกันหน่อยมั้ยคะ? ลอร่ามายืนตรงหน้า เอ่ยชวนปรมินทร์เสียดื้อๆ หลังจากที่กลุ่มเพื่อนพยายามทั้งลุ้น ทั้งยุ แต่ดูเหมือนว่าชายหนุ่มจะถอดใจไม่สู้เอาเสียเลย...จนบรรดาเพื่อนทั้งฝูงพากันอ่อนใจ

ครานี้เจ้าตัวคนสวยลุกขึ้นมาชวนด้วยตัวเอง ปรมินทร์มองยิ้มของหล่อน และดวงตาแพรวพราวนั่นอย่างหวาดหวั่นหัวใจพิลึก...ไม่เชื่อหูในสิ่งที่ได้ยินนัก...แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธภาพที่ฉายชัดอยู่ตรงหน้า ซึ่งแม้จะขยับแว่นตากี่ที...ก็ยังเป็นภาพเดิม

เอ่อ ครับ...เขารับคำ ก่อนยันกายลุกขึ้นยืน ปัดเศษทรายออกจากมือเดินตามหล่อนมาเต้นรำในเพลงจังหวะสนุกนั่น

ในขณะที่ลอร่าเองก็ใจเต้นเป็นส่ำไม่ถูกจังหวะอยู่เหมือนกัน เมื่อเห็นอีตาลุงเชยที่หล่อนว่าชัดๆ เขานุ่งเสื้อกล้ามที่เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อในเรือนร่างบึกบึนสมส่วนอย่างนักกีฬา กางเกงเลที่ผูกชายไว้หลวมๆดูสบายๆ รูปร่างสูงใหญ่สมาร์ท

แต่ว่าพอเงยหน้ามาปะทะดวงตาซื่อใส ในแว่นกรอบเลนส์หนาทรงเชย และรอยยิ้มเจื่อนๆอย่างขาดความมั่นใจนั่น ทำให้อารมณ์หวั่นไหวภายในที่หล่อนรู้สึกนั้นถูกดูดกลืนวูบหายไปเสีย อีตานี่ตัดหัวทิ้งไปเสีย จะดูดีกว่านี้ หล่อนคิดในใจ

ยิ่งท่าเต้นของเขาอย่างกะรำวงงานวัดด้วยเล่า....หล่อนอยากกัดลิ้นตัวเองให้ดิ้นตาย ค่าที่ห่ามห้าวไม่เข้าท่า แต่ ณ.เวลานี้ไม่มีใครสนใจใคร ต่างคนต่างเต้นรำเพลิดเพลินสนุกสนานอยู่กับคู่ของตัวเองกันทั้งนั้น

หล่อนจึงหลับตาหนีหน้าเขา จินตนาการเอาถึงคนที่หล่อนอยากมาเต้นรำด้วย แล้วเหวี่ยงตัวโยกย้ายสนุกสนานไปกับเสียงเพลง ลืมทุกข์...ลืมโศก...ลืมโลกทั้งใบ...และตั้งใจลืมผู้ชายตรงหน้า แหงนมองพระจันทร์เต็มดวงบนฟ้า

จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า...ขอข้าวขอแกง...ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า...ขอช้างขอม้า...ให้น้องข้าขี่...ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง...ขอเตียงตั้งให้น้องข้านอน...ขอละครให้น้องข้าดู... หากพระจันทร์สามารถเนรมิตรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้จริงตามที่ว่า หล่อนอยากจะขอผู้ชายคนนั้นกลับคืน มาร่วมระบำเริงร่า อยู่ท่ามกลางแสงจันทราเวลานี้ แทนผู้ชายตรงหน้า

งานคืนนี้สนุกนะครับ เป็นครั้งแรกที่ผมมางานฟลูมูนปาร์ตี้ และมันก็สนุกอย่างที่ใครๆว่าเสียด้วย เขาว่า

ค่ะ...ฉันเองก็พึ่งเคยมาครั้งแรก...สนุกจริงๆ หล่อนว่า หันหน้ามาสนทนากับเขา ดวงตาพราวเสน่ห์ไหวระริก ลมร้อนพัดมาวูบใหญ่ ปะทะใบหน้า

อุ๊ย! ทรายเข้าตา... หล่อนว่ารีบหลับตาปี๋

เป็นอะไรรึเปล่าครับ?...ไหนผมดูให้... เขากุลีกุจอใส่ใจ เปิดเปลือกตาหล่อนลืมขึ้น ก่อนเป่าให้ พอหล่อนลืมตาขึ้นมาใหม่ สบกับดวงตาใสที่ทอประกายใสแสนซื่อตรงหน้า ปรารถนาดีและห่วงใยฉายชัดในตาคู่นั้น พลันให้ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

ไม่เป็นไรค่ะ...แค่เคืองตานิดเดียว ...กี่โมงกันแล้วนี่  หล่อนหลุดภวังค์จากดวงตาคู่นั้น มาได้สติเอ่ยยาวยืด

เที่ยงคืนครึ่งแล้วครับ... เขาพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู  แล้วตอบ

งั้นคงต้องขอตัวเสียที...ขอบคุณนะคะที่มาส่ง บ๊าย...บาย...กู๊ดไนท์นะคะ หล่อนว่า ก่อนโบกมืออำลา เมื่อเขาเดินมาส่งหล่อนถึงบ้านพักแล้ว  ชายหนุ่มอมยิ้มก่อนกล่าวอำลาเช่นกัน มองตามร่างระหงนั้นไปจนเห็นว่าหล่อนเข้าไปในบังกะโลพักแล้ว...ปลอดภัยแน่...จึงหันหลังกลับ เงยหน้าขึ้นมองพระจันทร์เต็มดวงคืนนี้ ที่รู้สึกว่ามันสวยกว่าเมื่อวาน

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น