ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง : สนพ.ฟิสิกส์ CT

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 ผู้หญิงอกหัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 52

pearleus pearleus

ลมรักฤดูร้อน ตอนเที่ยงคืนครึ่ง

โดย....No.9

                      สิโนทกธารารินลงมา ณ.ผืนดิน

            ผู้ใดได้ยลยินโปรดจงช่วยเป็นพยาน

            หัวใจข้าถูกจองจำเพราะคำ รัก มาเนิ่นนาน

            บัดนี้ได้ถึงกาล ปลดแอกทาส....ขึ้นเป็นไท...

                เสียงพร่ำพรรณาฟังดูอ้อแอ้พิกลของใครบางคนดังแว่วมาตามสายลมร้อนริมทะเลที่พัดมาเมื่อตอนเที่ยงคืนครึ่ง อาจเป็นเพราะอากาศอ้าวของบริเวณบังกะโลริมชายหาดก็เป็นได้ ที่ทำให้เขารู้สึกร้อนผะผ่าวจนไม่สามารข่มตาหลับลงได้ หรือจะเป็นเพราะความร้อนรุ่มในหัวใจ ที่อุตส่าห์หนีมันมาไกลถึงทะเลแต่ก็ยังไม่พ้น

ปอนด์หรือปรมินทร์จึงลุกขึ้นมาเดินย่ำทรายริมชายหาดเล่น มองพระจันทร์เต็มดวงแสนสวยเอาเมื่อตอนที่เวลาย่างเข้าเที่ยงคืนครึ่ง เผื่อจะหายกระวนกระวายหรือช่วยผ่อนคลายบรรเทาความร้อนรุ่มภายในใจลงได้บาง

มันทำให้เขาบังเอิญได้มารับฟังบทกลอนที่แว่วมากับสายลมบทนั้นเข้าหูมาด้วย ผู้ใดได้ยลยินโปรดจงช่วยเป็นพยาน เช่นนั้นหรือ? ถือว่าเขาต้องเป็นพยานเพราะบังเอิญเดินมาได้ยินกลอนบทนี้อย่างนั้นนะสิ

หัวใจข้าถูกจองจำ เพราะคำ รัก มาเนิ่นนาน ฟังคำพร่ำเพ้อพรรณานี้ของหล่อนแล้วทำให้เขาจะอดคิดตามไม่ได้...หัวใจถูกจองจำเพราะคำว่า รัก อย่างนั้นหรือ...มันเป็นจริงเสียด้วย ความรักลิขิตชีวิต ขีดเส้นจำกัดชีวิต ให้เราทำหลายๆสิ่งหลายๆอย่างตามใจตัวเองไม่ได้...ความรักที่ทำให้ไม่เป็นตัวของตัวเอง

บัดนี้ได้ถึงกาล...ปลดแอกทาส...ขึ้นเป็นไท คล้ายหล่อนกำลังจะประกาศอิสรภาพของชีวิต หลังจากที่ถูกขีดจำกัดและจองจำ ด้วยความรัก...ชายหนุ่มอดลอบยิ้มขำออกมาในใบหน้าไม่ได้

ความรักที่ไม่สมหวังของเขา ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกรอนร้าวขนาดต้องมาประกาศตัดเป็นตัดตาย ประกาศอิสรภาพหลังการเลิกลาจากกัน อย่างที่หล่อนใช้คำว่า ถูกจองจำ ฟังดูมันน่ากลัวพิลึก อยากรู้จริงๆว่าความรักที่หล่อนได้ประสบมานั้น มันเป็นเช่นไร...เจ้าตัวถึงมาตัดเป็นตัดตายกับมันเอาขนาดนี้

ขณะที่ลอร่าสาวสังคมเจ้าเสน่ห์ กำลังถือขวดไวน์ราคาแพงหูฉี่ เทหยาดลงบนผืนทราย กล่าวกลอนกาลสดๆบทนั้น ที่นึกพร่ำขึ้นมาจากความรู้สึกชอกช้ำภายใน ในขณะที่หล่อนกำลังเมาได้ที่ หรืออาจจะเกินพอดีไปนิด

หยาดน้ำใสชื้นรินรื้นขึ้นที่ขอบตา จนร้อนผะผ่าว ไม่ต่างจากลมอ้าวริมทะเลที่พัดมาปะทะผิวเนื้อกาย เอ่อล้นบ่าลงมาสองข้างแก้ม ด้วยความรู้สึกภายใน

ความรัก คำหลอกลวงชัดๆ เมื่อเดือนก่อนหล่อนยังได้ยินคำๆนี้จากปากเขา และเพียงชั่วไม่ถึงเดือนผ่านพ้นมา คำกล่าวเดียวกันจากปากคนๆเดียวกัน กลับไปกระซิบแผ่วแว่วอยู่ในหูของใครอีกคนแทนหล่อนเสียนี่

ชานนท์กำลังจะแต่งงาน...ปลายเดือนหน้านี่แหละ... ถ้าคำๆนี้มันจะเป็นคำกล่าวจากปากเขา มาพูดกับหล่อนตรงๆ ก็คงอภัยให้ได้ แต่นี่หล่อนได้ยินจากปากคนอื่น หลังจากที่เจ้าตัวเขาล่องหนหายออกไปจากชีวิตหล่อนเสียเฉยๆ

ไม่ได้บอกกล่าวเล่าความอะไร โทรศัพท์ที่โทรหาแทบทุกชั่วโมง ในทุกๆวัน เสียงมันเงียบสนิท น้ำคำหวานที่ออดอ้อนออเซาะฉอเลาะไพเราะระรื่นหูทำให้หล่อนซู่ซ่า ซาบซ่าน และหวิวไหว หัวใจชุ่มฉ่ำเมื่อได้ยินก็พลอยหายไป

และยิ่งกว่าใดๆ ใครคนนั้น อันตรธานจากชีวิตหล่อนไปเสียเฉยๆ ล้มหายตายจากกันไปจะไม่ว่ากระไรได้...บอกกล่าวกันตรงๆหล่อนคงเข้าใจมากกว่านี้...แต่นี่สิ่งที่เขาทำมันหมายความว่าอะไรกัน

เขาทิ้งเธอแล้วล่ะ....

ฉันนี่นะถูกทิ้ง... หล่อนชี้หน้าตัวเอง ต่อหน้าเพื่อนรัก เหมือนจะให้ช่วยยืนยัน ยิ้มหยันคำโกหกนั่น

สาวสวยเจ้าเสน่ห์ เก่งกาจ แสนจะเพียบพร้อมเฟอเฟคอย่างหล่อน ใครต่อใครต่างก็พากันหมายปอง คนนี้นะหรือที่จะถูกทอดทิ้ง...

ยาหยี...ปูเปรี้ยว...และเมวี....สามเพื่อนสาวที่ยืนรายล้อมรอบตัวหล่อนเป็นหน้ากระดาน ต่างพากันพยักหน้าพร้อมกัน

เธอถูกทิ้ง...ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง.....คำสันนิษฐานมีมูลความจริงกว่าครึ่งค่อนดังก้องเป็นแอคโค่ดั่งเสียงสะท้อนในหุบเขาดังอยู่ในหูก้องสั่นไหวไปทุกส่วนประสาทรับรู้  พร้อมๆกับอาการนะจังงัง และรู้สึกเสียศูนย์ชีวิตสาวมั่นที่จะสวย เริด เชิด หยิ่ง จองหอง และทรนงในความงามและเก่งฉกาจของตัวเอง...ยืนไม่เต็มขา...ซวนเซไปเล็กน้อย

เป็นอะไรไปรึเปล่าลอร่า? ปูเปรี้ยวสาวเฉี่ยวเพื่อนซี้ คว้าแขนของหล่อนไว้ อย่างกลัวว่าหล่อนจะล้มหน้าคะมำลงไป

เป็นไร... หล่อนรีบยืดตัวตรง พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆตั้งสติ ทั้งที่ออกอาการซวนเซจริงๆ

เป็นอะไร...คนอย่างฉันนี่นะจะเป็นอะไร... หล่อนกวาดสายตา ถามบรรดาเพื่อนๆเสียงสูง คล้ายจะยืนยันความเข้มแข็งและแกร่งของตัวเองว่า...หล่อนไม่แคร์

แต่ดวงตาสามคู่ที่มองมา...เพื่อนรักสนิทสนมกันมานานวันขนาดนี้...มีหรือที่จะอ่านความรู้สึกในแววตาของอีกฝ่ายไม่ออก และนึกรู้ว่าที่ปากแข็งพูดๆไปทั้งหมดนั้น หล่อนแค่ฟอร์ม

เพราะเพียงครู่เดียว หล่อนก็รู้ตัวว่า ไม่อาจเปล่งประกายกล้าสบตาผองเพื่อนได้ ความรู้สึกวูบไหวภายใน มันชัดแจ้งแจ่มฉายอยู่ในดวงตาสีน้ำตาลคู่สวย...จึงหลุบดวงตาคู่นั้นลงเสียเบื้องล่าง..หัวเราะอย่างขันๆหากฟังดูขื่นๆ

มายืนทำอะไรกันนี่? หล่อนถามเสียงแผ่วกับบรรดาผองเพื่อน

พวกเราเป็นห่วงเธอนะ...ลอร่า... เมวีกล่าวอย่างห่วงใย หากความห่วงใยในน้ำเสียงนั่น กำลังจะดึงดันให้หล่อนกลับอ่อนแอด้วยความรู้สึกจริงแท้ข้างใน...คนฟังสะอึก กล้ำกลืนความรู้สึกดังว่าของเหล่าเพื่อนรักลง

ขอบใจจ๊ะ... ช้อนตาขึ้นมามอง...กล่าวขอบคุณ สูดลมหายใจเฮือกเข้าปอด ก่อนวาดมือลงตรงกองแฟ้มตรงหน้า

แต่ว่าฉันมีงาน... หล่อนเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้เมวี ยาหยี และปูเปรี้ยว เหมือนจะช่วยยืนยันว่าตัวเองนั้นไม่ได้เป็นอะไร ไม่ได้มีเวลาว่างฟุ้งซ่านที่จะคิดเพ้อเจ้อเรื่องอื่นใดในเวลานี้

และพวกเธอก็มีงานกันใช่มั้ย? ถามพลาง แสร้งมองผองผองเพื่อนด้วยแววตาขี้เล่น

เราทุกคนต่างก็มีงานทำ...ฉะนั้นกลับไปทำงานกันดีกว่า... หล่อนออกปากไล่เป็นนัย ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้อย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ขามันสั่นยืนแทบไม่ไหวตั้งแต่วินาทีที่ได้ฟังคำนั้น...เหตุผลของการหายไปของใครอีกคน...แต่ต้องทนปั้นหน้าทำท่าว่าหล่อนไม่แคร์ ไม่สนใจ และไม่เป็นไร...ทั้งๆที่หัวใจข้างในมันจะเก็บอาการอ่อนแอเหล่านั้นไม่ไหวอยู่แล้ว

แต่บรรดาคนที่รักและห่วงใยหล่อนจริงตรงหน้า ไม่อยากให้เขารู้ว่าหล่อนกำลังแย่ และไม่อยากให้ใครต้องห่วงใย...ในเวลาเช่นนี้ หล่อนอยากอยู่กับตัวเอง ทำตัวให้ยุ่ง วุ่นวายเข้าไว้...อย่างน้อยก็จะได้ลืม

สามสาวตรงหน้า ถอนหายใจยาวพรืดกับอาการปากแข็งของคนปากกับใจไม่ตรงกัน

เธอต้องการพวกเรานะลอร่า... ยาหยีเสนอตัวเอง วาดมือไปยังเพื่อนอีกสองคนที่ยืนเรียงหน้ากระดาน

ไม่จ๊ะ...ไม่เลย...ฉันมีงาน...พวกเราทุกคนมีงาน.....  เจ้าหล่อนเงยหน้าทอประกายตาสดใสบอกเพื่อนรักทั้งหลายที่ต่างที่ทำงานและต่างออฟฟิศกัน และตอนนี้ทุกคนก็มารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ เสียเวลางานไปพอดู เพราะเป็นห่วงหล่อน

ไม่มีเวลาฟุ้งซ่านกับเรื่องไร้สาระอะไรทั้งนั้น.... หล่อนย้ำคำ

ฉันจะทำงาน...และพวกเธอทุกคนก็ควรจะกลับไปทำงาน หล่อนปฏิแสธความหวังดี แววตาดั่งไม่รู้สึกใดๆ

แน่ใจว่าเธอไม่ต้องการพวกเรา ปูเปรี้ยวย้ำ

ไม่จ๊ะ.... หล่อนส่ายหน้าปฏิเสธ ดวงตามุ่งมั่นยืนยันคำพูด พร้อมยิ้มหวานส่งให้เพื่อนรักทั้งหลาย

โอเค...พวกเราเชื่อเธอและจะกลับไปทำงาน...แต่เย็นนี้ปาร์ตี้กันหน่อยดีมั้ย? เมวีเสนอขึ้นมา

ได้..... หล่อนลากเสียงยาว เงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานกับเพื่อนๆ

ถ้าฉันเคลียร์งานเสร็จ... ย้ำคำชัดๆอีกที

สามสาวตรงหน้า หันมาสบตากันและกัน ก่อนจะพยักให้กันและกัน เหมือนลงความเห็นว่า ตกลงตามนี้ ก่อนจะหันหลังกลับไปทำงาน ไม่วายที่จะหันกลับมามองคนอกหักหมาดๆอีกครั้งอย่างห่วงใย

  บ๊าย...บายจ๊ะ...เย็นนี้เจอกัน ลอร่าโบกมือหยอยๆให้เพื่อนสาว พลางปั้นหน้ายิ้มแฉ่งออกมา

แต่พอเสียงประตูปิดลงปังเท่านั้น หน้ายิ้มแฉ่งเมื่อครู่ เป็นอันได้หุบสนิท กำลังคิดใคร่ครวญ ประมวลเหตุและผลของเรื่องที่ได้ฟัง ประกอบกับเหตุการณ์จริงในชีวิตที่เกิดขึ้น

ชานนท์กำลังจะแต่งงาน....แต่งงานกับใครเล่า...ก็เขากับหล่อนเป็นแฟนกัน...แม้ไม่ได้ชัดเจนจากปากของใครคนใดคนหนึ่งหรือทั้งสองคน...แต่การคบหาที่เกินกว่าเพื่อนธรรมดาสามัญทั่วไป...ใครๆก็รู้...ก็เห็น...ประจักษ์ชัด

หล่อนกับเขา เหมือนเงาตามตัว ไม่ว่าจะออกงานสังคมงานไหน...ไปเที่ยวด้วยกัน ไปทานข้าวด้วยกัน รับโทรศัพท์จ๊ะจ๋ากันแทบทุกชั่วโมงนาทีก็ว่าได้

แล้วจู่ๆเขาก็มาหายหน้าไปเสียดื้อๆ โทรศัพท์ไม่โทร.มา โทร.กลับไปหาติดต่อไม่ได้...

ช่วงนี้งานเยอะและยุ่งจริงๆ...ขอโทษนะถ้าจะมีเวลาให้คุณน้อยไปหน่อย.... นั่นไงเหตุผลที่ฟังขึ้น และหล่อนก็พยายามเชื่อเช่นนั้น...

เขาควงยัยนางแบบหน้าใหม่...ชื่อ...ชื่อ...เชอรี่ออกงาน เสียงเพื่อนรักรายงานเข้าหูมา

โธ่! คุณอย่าคิดมากเลยน่า...ผมทำงานนะ...แล้วน้องเขาก็เป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าที่ผมดูแลตอนนี้ด้วย...มันก็ต้อง เทคแคร์กันบ้างเป็นธรรมดา...ผมทำงานเหนื่อยนะ...และผมก็ทำงานเพื่ออนาคตของเรา คุณมัวแต่มาระแวง หรือจับผิดผมอย่างนี้ ผมหมดกำลังใจ... น้ำเสียงคร่ำครวญแก้ตัวท้ายเสียงติดรำคาญนั่น ทำให้หล่อนคล้อยตามได้ไม่ยาก

จำเป็นจะต้องมาเดินเดี่ยวเพียงคนเดียว...ออกงาน ทานข้าว...เสาร์อาทิตย์งดเที่ยวเสีย เวลาที่ควรจะเป็นเวลาของเรา เวลาของคู่รัก...เขาดึงมันไปใช้เพื่องาน...งานที่จะสร้างอนาคต...หล่อนต้องเข้าใจสิ...แม้จริงๆแล้วจะไม่เข้าใจเลยก็ตาม

เสียงโทรศัพท์เงียบไปกว่าเคย...เช่นเดียวกับใบหน้าของชานนท์ที่เคยโผล่เช้าโผล่ค่ำ...และย้ำคำยิ่งกว่านั้น เมื่อหล่อนนั่งทานอาหารค่ำเงียบๆเหงาๆคนเดียวที่บ้าน หลังจากห่างหายดินเนอร์นอกบ้านมาแรมเดือน

น้องเชอรี่รู้สึกอย่างไรบ้างคะ ที่ได้รับการโหวตให้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในตอนนี้ หล่อนชะงักช้อนที่ตักข้าวเข้าปาก เขม้นมองน้องเชอรี่ที่ตอนนี้เขากำลังดูแลประคบประหงมราวกับไข่ในหิน...เพราะงาน

ดีใจค่ะ...และก็ขอบคุณมากสำหรับทุกแรงสนับสนุนค่ะ... เจ้าตัวยิ้มหวานสู้กล้อง...

ต๊าย! หน้าตาก็งั้นๆ บ้านๆยังไงไม่รู้ ไม่เห็นสวยสักนิด...ใครกันว้า หน้ามืดตามัวโหวตหล่อน...นึกติเตียนอีกฝ่าย

ตอนนี้ได้ข่าวว่ากำลังเป็นแฟนกับโปรดิวเซอร์หนุ่มไฟแรงคนหนึ่งอยู่ ไม่รู้ข่าวจริงรึเปล่าคะ? นักข่าวยิงคำถามเด็ด

คนถูกถามปิดปากหัวเราะร่วน

อ้อ! ข่าวก็คือข่าวนะค่ะ...ไม่ถึงกับเป็นแฟนกันหรอก...แค่สนิทสนมกันธรรมดาเพราะพี่เขาช่วยดูแลเชอรี่ในฐานะที่เป็นพรีเซนเตอร์ของสินค้าที่เขาดูแลอยู่นะคะ เจ้าหล่อนตอบ...ลอร่าถอนหายใจ ตักข้าวเข้าปากต่อ กำลังจะกดรีโมทเปลี่ยนช่องอยู่พอดี...หล่อนหายคาใจแล้วนี่นา

แล้วที่มีข่าวว่า โทร.คุยกันบ่อยๆ ควงกันไปทานข้าวและก็ออกงานล่ะคะ คำถามยิงตรงประเด็นมากขึ้น

อุ๊ย! “  เจ้าตัวยกมือปิดปาก ทำท่าตกใจที่มีคนรู้คนเห็น มือที่กำลังจะกดรีโมทเปลี่ยนช่อง ชะงักในทันที

แหม! ถามอะไรมากจัง...ก็พี่เขาเป็นผู้ใหญ่กว่า เรามีปัญหาอะไรก็โทร.ปรึกษากันนะคะ...เรียกว่าสนิทและก็ไว้ใจกันพี่เขาเองก็รักและเอ็นดูเราดี...ก็เหมือนมีพี่มีเพื่อนที่คอยช่วยเหลือ...

อ้อ! ยัยนี่เองหรือที่แย่งเวลาโทรศัพท์ของหล่อนไป...

อนาคตจะเป็นแฟนกันรึเปล่าค่ะ?

อนาคตก็เป็นเรื่องของอนาคต เชอรี่คงยังตอบอะไรตอนนี้ไม่ได้...เราก็กำลังดูๆกันอยู่ เรียนรู้กันอยู่ ถ้าใช่ก็คือใช่ค่ะ

อ้าว! ตอนต้นๆปฏิเสธอยู่ดีๆนี่นา...ไหงไปๆมาๆกลายเป็นว่ากำลังคบหาดูๆกันอยู่เล่า

ไม่รอช้าจะมัวมาอ้อยอิ่งสนใจทานข้าวอยู่ หล่อนรีบกดโทรศัพท์หาเจ้าตัวทันที...เรื่องอย่างนี้ต้องมีเคลียร์

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนที่จะถูกปิดไป...หมายความว่ายังไงกัน...ชานนท์ไม่เคยทำอย่างนี้กับหล่อน ลอร่าเดินไปเดินมาคล้ายหนูติดจั่น วนเวียนอยู่กับการกดโทรศัพท์มือเป็นระวิง...ต้องเคลียร์ หล่อนต้องเคลียร์

คืนนั้นทั้งคืนหล่อนนอนไม่หลับ จานข้าวยังวางค้างอยู่ที่โต๊ะ ไม่มีเรื่องใดที่จะดึงความสนใจหล่อนไปได้จากเรื่องร้อนลุ่มกลุ้มใจที่ต้องเคลียร์ด่วน...

และตั้งแต่วันนั้นมาหล่อนก็ไม่ได้เห็นหน้าและไม่ได้ยินเสียงชานนท์อีกเลยจริงๆสิ...ความสงสัยทำให้หล่อนทะยานไปหาเขาทั้งที่ทำงาน...ไร้ซึ่งเงา...และที่บ้านก็ไม่แตกต่าง...เหมือนเขาเองกำลังหลบหน้าหล่อน

และวันนี้บรรดาผองเพื่อนหล่อน เมวี ปูเปรี้ยว และยาหยี ผู้ซึ่งคลุกวงในอยู่ในเหตุการณ์มากกว่า ก็ได้มาวิสัชนา ในปุจฉาที่หล่อนสงสัย ว่าเขาหายไปไหนกันนั้นให้หล่อนกระจ่าง

ชานนท์กำลังจะแต่งงาน...สายฟ้าแลบกับนางแบบที่ชื่อเชอรี่

ไม่จริง...เป็นไปไม่ได้...จะแต่งได้ไง...ก็เขากับฉันเรากำลังคบกันอยู่ เราเป็นแฟนกัน หล่อนเถียง

เธอไม่เห็นหน้าเขา...ไม่ได้รับโทรศัพท์เขามานานเท่าไหร่?... ยาหยียิงคำถามที่แสนจะปวดใจ

แค่เดือนกว่าๆ

สำหรับแฟนกัน มันตั้งเดือนกว่าๆเชียวนะ  ปูเปรี้ยวค้านขึ้นมา

หมายความว่าไง? คล้ายโดนหมัดอัปปาคัตซ้ายของเขาทรายก็ไม่ปาน...ลอร่ามึนงงและสงสัยไปหมด

หมายความว่า...เธอถูกทิ้งไงล่ะ...เขาทิ้งเธอแล้ว.... คำตอบของเพื่อน เหมือนผลักหล่อนให้ตกลงสู่ก้นหุบเหวลึก

เธอถูกทิ้ง...ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง..... 

เมื่อสามเพื่อนสาวหันหลังก้าวออกจากห้องไป...และประตูปิดลงปัง...ลอร่าจึงยังจมอยู่ในภวังค์

เธอถูกทิ้ง...ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง....ทิ้ง....ทิ้ง...ทิ้ง..... แต่เพียงลำพังอย่างยาวนาน

หล่อนลางานครึ่งวันกลับบ้าน ไปตั้งหลักตั้งสติชีวิตใหม่ และแม่สามเพื่อนรักที่ถูกหล่อนเบี้ยวนัดเสียดื้อๆ ก็ยังมีแก่ใจไปตามหาหล่อนถึงที่คอนโดฯ และปล้ำผีลุกปลุกผีนั่งหล่อนขึ้นมาจนได้

ฉันไม่ไปไหนทั้งนั้น? ลอร่าในชุดเสื้อกล้ามและกางเกงนอนขายาวสีขาว ตะกายที่นอนดึงไว้เป็นหลักมั่น หลังจาก เมวีพยายามลากหล่อนให้พ้นจากอาการเอาแต่ร้องไห้ จมน้ำตาอยู่บนเตียง

เธอจะมาทำตัวเป็นผีดิบไร้ชีวิตชีวาอย่างนี้เพราะผู้ชายคนเดียวมันไม่ได้นะลอร่า...เธอต้องลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริง...ลุกขึ้นมาสวยเริดเชิดหยิ่ง...เลิกคิดอะไรที่มันทำให้ตัวเองรู้สึกแย่ๆ เลิกแคร์คนที่เขาไม่รักเรา...

ไม่จริง ชานนท์รักฉัน...เขาเคยบอกว่ารักฉัน...เรายังเคยพูดเรื่องแต่งงานกันเลย... หล่อนเถียง ตะกายเกาะที่นอนแน่นไม่ยอมปล่อย

เมื่อไหร่...เขาพูดเมื่อไหร่?... ปูเปรี้ยวถามแหวขึ้นมาเสียงดัง

ตอนนั้นไง...ตอนนั้น หล่อนยอมลุกขึ้นมานั่งขัดสมาธิร้องไห้เป็นเผาเต่าอยู่กลางเตียง เพื่อนสาวทั้งสามที่รายล้อมถอนหายใจอย่างอ่อนอกอ่อนใจ ก่อนจะนั่งลงบนเตียงรายล้อมรอบตัวเธอไว้

ตอนนั้นมันไม่ใช่ตอนนี้เขาใจไหม...เลิกคร่ำครวญงมงายกับผู้ชายที่เขาไม่ได้รักเราเสียที แค่ผู้ชายคนเดียวต้องไปเสียดายอะไรกันเล่า... ปูเปรี้ยวปลอบใจ

แต่ใครก็ไม่เหมือนชานนท์ หล่อนเถียง

ใช่ ไม่เหมือนแน่ เพราะที่ดีกว่านี้ยังมีอีกมาก...เคยได้ยินมั้ยที่ว่าผู้ชายมีมากมายเหมือนฝูงลิง จะจีบทิ้ง จีบขว้างก็ยังไหว...ไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ล้างหน้าล้างตาให้มันเป็นผู้เป็นคน ยาหยีลากหล่อนลุกขึ้นมาจากเตียงสำเร็จ

แล้วก็เลิกคุยเลิกคิดถึงไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้เสียที....พวกฉันจะพาเธอไปเปิดหูเปิดตา เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ มีผู้ชายดีๆมากมายที่ยังรอเธออยู่ข้างหน้า.... สามสาวช่วยกันดุนและดันหลังหล่อนเข้าไปในห้องน้ำ พร้อมยื่นผ้าขนหนูให้

แง...... เพียงประตูห้องน้ำปิด หล่อนก็ร่ำไห้อีกหนอย่างไม่ต้องอายใคร เมวี ปูเปรี้ยว และยาหยีจึงเปิดประตูตามเข้าไปปลอบโยนเพื่อนสาวในห้องน้ำ

โธ่! นี่ที่พวกเรามาพูดพร่ำปากเปียกปากแฉะกับเธอนี่มันไม่ได้ผลเลยใช่มั้ย...เลิกร้องไห้ให้กับความโชคร้ายของชีวิต แล้วก็แผ่เมตตาให้นายลิงได้แก้วนั่นเสียที...เงยหน้าขึ้นดูตัวเองในกระจกสิ...เธอนะทั้งสาว ทั้งสวย และก็ทั้งเก่งนะ...จะมามัวคร่ำครวญถึงผู้ชายโง่ๆที่ตาแชแม้อย่างนั้นทำไม...พวกเราจะพาเธอไปเที่ยว...ที่ๆเธอจะพบผู้ชายที่ดีกว่านายชานนท์นั่นตั้งล้านเท่า... เมวีให้ความหวัง

พวกเธอจะพาฉันไปไหน?... เงยหน้านองน้ำตาขึ้นมาถาม

งานฟลูมูนปาตี้ที่เกาะพะงัน คำตอบที่ประสานกันขึ้นมาของเพื่อนสาว ทำเอาหล่อนถอนก้อนสะอื้น บางทีก็อาจจะดีเหมือนกัน ที่ได้มาเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ และเปิดโอกาสให้กับตัวเองอีกครั้งหนึ่ง

แล้วดูสิ หล่อนหนีความเศร้ามาจนถึงตรงนี้เกาะพะงัน ในเวลาตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้ว หากก็ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้เพราะลืมความเสียใจไม่ได้ จงต้องพึ่งพาแอลกอฮอล์เข้าช่วย...หล่อนกำลังประกาศอิสรภาพของชีวิต หลังจากถูกริดรอนสิทธิและจองจำด้วยความรัก และคำว่ารักของใครคนหนึ่ง ใครที่ทำให้หล่อนทำได้หลายสิ่งหลายอย่างที่ไม่เป็นตัวของตัวเอง...จบสิ้นแล้ว พอกันที หยาดสิโนทกธาราหยดสุดท้ายลงบนผืนทราย ก่อนเหวี่ยงขวดไวน์ในมือขว้างลงพื้นแตกกระจาย

เสียง เพล้ง ปลุกเอาบรรดาคนที่กำลังดำดิ่งในนิทรารมย์แล้วให้สะดุ้งตกใจตื่นขึ้นมากลางดึก และคนที่กำลังเดินทอดอารมณ์มองพระจันทร์คิดอะไรเพลินๆพึ่งนึกได้สติหลุดจากภวังค์เช่นกัน

ฮือๆ....ๆ.....ๆ.... สิ้นเสียงแก้วแตกนั่นตามมาด้วยเสียงร้องไห้ ก่อนจะได้ยินคำปลอบโยนที่นุ่มหูดังมาตามลม

ฉันพาเธอหนีความเศร้ามาไกลถึงเกาะพะงันแล้ว เธอยังจะเอามันตามมาด้วยอีกทำไม?

ตราบใดที่เธอยังไม่เลิกคิดถึงมัน...มันก็จะตามเธอไปทุกที่...เริ่มที่ความคิด ก็ให้จบที่ความคิดรู้มั้ย?

ใช่...พรุ่งนี้เราจะไปฟลูมูนปาร์ตี้กัน...ที่นั่นจะมีหนุ่มๆมากหน้าหลายตาให้เธอเลือก...

แต่ฉันไม่ได้รักผู้ชายพวกนั้นนี่นา...ฉันรักชานนท์ เจ้าตัวคัดค้านขึ้นมา

ตราบใดที่เธอยังไม่ลืมเขา...ก็เท่ากับปิดโอกาสตัวเองและก็ปิดโอกาสผู้ชายดีๆคนอื่นด้วย...เชื่อฉันว่าเธอจะได้พบคนที่ดีที่สุดสำหรับเธอ..ถ้าเพียงเธอเปิดใจและไม่ปิดกั้นโอกาสของตัวเอง.. เสียงสะอื้นนั้นเงียบไป..คำปลอบโยนปลอบใจไพเราะระรื่นหูเหล่านั้น ทำให้เขาคิดตาม...แอบใช้ถ้อยคำเหล่านั้นปลอบโยนตัวเองไปด้วย..อย่างน้อยก็ใช่มีแต่เขาเพียงคนเดียวที่อกหัก

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น