รักมอมแมม : สนพ.ฟิสิกส์ เซ็นเตอร์

ตอนที่ 6 : ฉันจะไม่ทิ้งแก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 244
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 6

เป็นอะไรไอ้อ้อม...ทำหน้าบูดเป็นตูดเชียว... อ่ำ หรือ อำพลพี่ชายของอ้อมขวัญถามน้องสาว เมื่อมารับที่ท่ารถเพื่อกลับไปยังไร่...คนถูกกระเซ้าหันไปขว้างค้อนขวับตาเขียวให้พี่ชายทีหนึ่ง ก่อนจะนั่งนิ่งหน้าบูดเป็นตูดอย่างที่ถูกว่าอย่างเดิม ไม่ตอบว่ากระไร

อะไร?...ถามดีๆทำมาค้งมาค้อน...

พูดมากน่า...ขับไวๆเถอะพี่อ่ำ หิวข้าว... เจ้าตัวบ่นพี่ชายหมายจะตัดความรำคาญ

เจ้าก้านไม่มาเที่ยวด้วยหรืองวดนี้...

ดูสิดู ...ว่าหล่อนขี้เกียจพูดถึงแล้วนะ ยังจะมีใครถามถึงให้ต้องคิดถึงอีกหรือ อ้อมขวัญขมุบขมิบปากเบาๆไม่กล่าวว่าอะไร..อำพลเหลือบมองน้องสาวด้วยหางตา ก่อนทำหน้ามุ่ย

ไอ้อ้อม...

อะไร?... คนกำลังจะใช้สมาธิอยู่กับความเงียบตกใจ โวยขึ้นมา

ถามว่าเจ้าก้านมันไม่ตามขึ้นมาเที่ยวเชียงรายด้วยหรือ?...

ถ้ามาก็เห็นแล้วนะสิ...น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียดตอบกลับไป

แต่ดูเหมือนอำพลจะไม่ใส่ใจอารมณ์หงุดหงิดของอีกฝ่าย เขาสงสัยมากกว่า คนที่ยิ้มระรื่นตามมาด้วยทุกครั้งหายไปไหน...

แล้วไปไหนเสีย...หรือกลับนครปฐมรึ?...

ดูสิดู ...ว่าไอ้ก้านมันมาทำตัวสนิทสนมกลมเกลียวกับครอบครัวหล่อนขนาดไหน ไม่เห็นมันตามหล่อนกลับมาด้วย ก็ต้องมีคนถามถึง มันกับหล่อนมิใช่แฝดอินจันกันเสียหน่อย ที่ไปไหนมาไหนจะได้ตัวติดกันตลอด...ยิ่งตอนนี้ตอนที่มันมีแฟน ยิ่งไม่ต้องไปถามหามัน...

นู่นแหละ กว่าที่มันจะโผล่หัวโผล่หางมาให้หล่อนเห็นหน้าเห็นตา ก็เมื่อมันมีปัญหา หรือว่าต้องมีใครสักคนมาแจ้งข่าวว่ามันเมาหัวราน้ำอยู่ตรงไหนเพราะอกเดาะโดนอีสาวสลัดรัก และให้หล่อนไปตามแงะ แกะมันจากวงเหล้ากลับไปส่งที่หอพัก...ซึ่งอ้อมขวัญบอกกับตัวเองว่า เป็นครั้งสุดท้ายแล้วจริงๆที่หล่อนจะทำเช่นนั้น

พี่จะรู้ไปทำไม?... หล่อนหันไปถามอย่างรำคาญ

อ้าว! ก็มันบอกว่าจะมาช่วยเก็บส้ม... อำพลอ้างถึงเรื่องที่ชายหนุ่มพูดคุยกับเขา

ไปตกลงอะไรกันไว้ ก็ไม่เคยจะบอกหล่อน

อย่าไปเอานิยายอะไรกับมันเลย...มันจะมาจะไป จะขึ้นเขาลงห้วย หรือไปเที่ยวไหนก็ช่างมันเหอะ... หล่อนบ่นอย่างหัวเสีย เมื่อคิดถึงแผนการที่วางไว้ แค่ไม่ถึงเสี้ยวเวลาที่หล่อนจะตอบตกลง มันก็เปลี่ยนใจของมันได้

บัดดี้อย่างหล่อนมันจะมีความหมายอะไร?...

นอกจากเป็นได้ แค่เพื่อนมันยามยาก...ยามสุขอย่างตอนนี้...มีรึที่มันจะคิดถึงหล่อน ป่านฉะนี้คงไปล่องเรือเล่นลมชมทะเลกับน้องแก้วยอดยาหยีของมันสำราญใจไปล่ะสิ

จะมีเวลามาคิดถึงบัดดี้อย่างหล่อน...เหมือนตอนนี้ที่หล่อนกำลังหัวเสียคิดถึงมันอยู่รึ?...

แล้วนี่หล่อนเป็นอะไรขึ้นมาอีกแล้ว...พักหลังๆนี่ดูจะถี่เกินไปรึเปล่า...ที่อ้อมขวัญจะเรียกร้องเอาจากไอ้ก้านมัน...น้อยอกน้อยใจมัน...เพื่อน...จะหวังอะไรกันมากมาย?...มันเป็นยังไงมันก็เป็นเพื่อนหล่อน

แล้วหล่อนจะไปคาดหวังกับมันทำไม...มันไม่ใช่แฟนหล่อนเสียหน่อย...เดี๋ยวก่อน...แฟน...นี่หล่อนคิดว่าไอ้ก้านมันจะเป็นแฟนหล่อนอย่างนั้นรึ?...ใครจะอยากจะเป็นแฟนมัน ผู้ชายไม่ได้เรื่องได้ราวพรรคอย่างนั้น...

เป็นอะไรอีกล่ะ...ทะเลาะกันมารึไง?... อำพลถามอย่างที่สงสัย

ก็ตั้งแต่ท่ารถแล้ว ที่เขาเห็นอ้อมขวัญหน้าบึ้งๆตึงๆ ผิดกับทุกครั้งที่กลับบ้าน หล่อนจะทำหน้าระรื่นดีอกดีใจที่ได้กลับบ้านและจะต้องหนีบใครบางคนกลับมาด้วย...

ไอ้ไส้ติ่งมันร้องง๊องแง็งจะตามมา อ้อมขวัญมักพูดอย่างรำคาญ

บัดดี้...เพื่อนสนิทของหล่อน...คนที่มาคลุกคลีตีโมงทำความคุ้นเคย...ราวกับเป็นสมาชิกอีกคนหนึ่งของครอบครัวเขา...แต่คราวนี้กลับไม่เห็นหน้า ทั้งๆที่อีกฝ่ายรับคำหนักแน่นเมื่อมาเชียงรายครั้งที่แล้วว่าจะมาช่วยเขาเก็บส้มส่ง

ไอ้อ้อม...ไอ้อ้อม..... เมื่ออ้อมขวัญเงียบลงอีกคราวอำพลอดไม่ได้ที่จะเรียกอีกฝ่าย ดูมันอยู่ในห้วงความคิดของตัวเองเกินไป

ไอ้อ้อม...

อะไรเล่า.?.. น้องสาวหันมาแหวเข้าใส่อย่างรำคาญ

ถามว่าเจ้าก้านมันไม่มา ทะเลาะกันหรือ?....

ไม่มีใครไปสนใจมันหรอก...อย่าถามมากได้มั้ย...หิว...หิว...หิว... เจ้าหล่อนตัดบทด้วยความรำคาญ พร้อมเร่งเร้าพี่ชายให้เหยียบคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้น

จะไปถามถึงมันทำไม มันไม่มีเวลามาคิดหาสนใจไยดีอะไรหล่อนหรอก...นอกจากน้องแก้วของมัน เจ้าตัวคิดอย่างขุ่นเคืองน้อยใจ

แม้มันจะไม่ได้กลับเชียงรายด้วย อย่างน้อยมันก็ต้องเป็นคนมาส่งหล่อนที่ท่ารถ แล้ววันนี้มันกลับปล่อยให้หล่อนต้องขึ้นสี่ล้อแดงมาที่ท่ารถเพียงลำพัง มิเห็นหน้ามันตั้งแต่เมื่อเย็นวาน ที่มันเจอแม่น้องแก้วแล้วนั่นแหละ

รถกระบะของอำพลเลี้ยวเข้าไปยังเขตไร่ที่สองข้างทางเป็นต้นลำไยที่ปลูกเป็นแถวแนวทอดไปสู่ตัวบ้านไม้สักหลังใหญ่ อันเป็นที่อยู่อาศัยของครอบครัว มีบิดา มารดา และพี่ชาย...รวมกับหล่อนไปอีกคน ก็ครบสี่ วันนี้กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกหน คนอื่นจะถามหาไอ้ก้านอีกมั้ยนะ?...หล่อนคร้านจะตอบ

เมื่อมาถึงจึงหยิบกระเป๋าสัมภาระเดินเข้าห้อง รอเวลามาทานข้าวเที่ยงด้วยกัน ได้ยินเสียงมารดากำลังทำอะไรอยู่ในครัว ส่วนบิดาก็คงอยู่ในไร่ในสวนเช่นเคย

ตอนบ่าย แดดร่มลมตกมากกว่านี้ หล่อนอาจจะไปหาอะไรทำในไร่แก้เซ็งก็ได้...

เมื่อจัดวางกระเป๋าข้าวของ เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จสรรพ อ้อมขวัญเดินไปในครัว หมายจะไปไหว้มารดาทักทาย ช่วยทำสำรับกับข้าวกลางวันเสียหน่อย

เสียงคนคุยกัน เสียงหัวเราะเฮฮาแว่วมา บิดาคงช่วยมารดาทำกับข้าวอยู่กระมัง ผิดคาดที่หล่อนคิดว่านายเพชรบิดาน่าจะอยู่ในสวน แต่เพียงยื่นหน้าเข้าครัวไปก็ต้องชะงัก เมื่อคนที่ก้มหน้าก้มตาโขลกน้ำพริกโป๊กๆ เงยหน้าขึ้นมายิ้มให้หล่อน

ไอ้ก้าน... อ้อมขวัญเรียกชื่อบัดดี้อย่างประหลาดใจ

แหม! จะกลับบ้านไม่ชวนกันซักคำเลยนะอ้อมขวัญ... มันต่อว่าหล่อน หากมือยังไม่ละจังหวะการตำน้ำพริก มารดาหันมายิ้มให้หล่อน

แก...แกมาได้ยังไง?...คนชี้หน้า ถามงงๆ

แม่ให้พ่อแกไปรับ... ดูสิดูมัน กล้าใช้แม้กระทั่งพ่อหล่อน ทำสนิทชิดเชื้ออย่างกะเป็นลูกในไส้ มารดาหล่อนรึก็พลอยเข้าข้างมันที่ยิ้มแป้นแล้นประจบประแจง

คงจะสวนกับเจ้าอ่ำละมั้ง...เพราะมันแวะไปซื้อปุ๋ยแล้วเลยไปรับน้อง....พอดีไม่ได้เอามือถือไป แม่เลยให้พ่อไปรับเจ้าก้านเขามา... มารดาหล่อนเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู...มันคงมาออดอ้อนช่วยในครัว จนได้คะแนนไปโข แล้วดูพริกที่มันตำสิ...จะกินได้มั้ยนั่น ละเอียดยิบซะขนาดนั้น....อ้อมขวัญแลเหลือบมอง

ตำน้ำพริกอะไร?...

น้ำพริกกะปิ... กานต์พิสุทธิ์ตอบ ยิ้มแป้น

น้ำพริกกะปิแค่ทุบพอเม็ดพริกแตก...แล้วดูสิว่าแกตำซะแหละขนาดนั้น... เจ้าหล่อนถามขึ้นมา

คนตำก้มหน้าลงมองในครก หากมือยังไม่หยุดตำ เศษพริกกระเด็นเข้าตา

โอ้ย!” ละมือที่ถือสาก ปิดตาไว้

เฮ้ย! อย่าเอามือสีเชียว...เดี๋ยวพริกได้เข้าตาใหญ่...มานี่...มานี่... หล่อนลากมันให้ลุกขึ้น

พาเพื่อนไปล้างตาเร็ว...เปิดก็อกให้น้ำสะอาดไหลผ่านลูกตา... นางเอื้องมารดาของหล่อนแนะวิธี

อ้อมขวัญฉวยแขนเพื่อนหนุ่มให้ลุกตามหล่อนไปที่ห้องน้ำ

เอ้า! ก้มหน้าลง แล้วลืมตาในน้ำสะอาดหลายๆครั้ง ให้น้ำก็อกมันไหลผ่านตาด้วย... หล่อนบอกบทกำกับข้างๆ น้ำเสียงเข้มขึงขัง หากในหน้านั้น ห่วงกังวล

อูย....แสบจัง...

แกนี่น๊า...ทำอะไรไม่รู้จักระมัดระวัง... หล่อนต่อว่าด้วยความห่วงใย

มองภาพกานต์พิสุทธิ์ที่ก้มหน้าล้างพริกออกจากตา อยู่นานอย่างกังวล

ดีขึ้นรึยัง?...

ถามถูกคนเงยหน้าเปียกโชกขึ้นมา

อืม! ยังแสบๆ...

รอเดี๋ยวนะจะไปหยิบผ้าขนหนูให้...แล้วเดี๋ยวค่อยหยอดยา... หล่อนบอกเขาก่อนหันหลังทำท่าจะเดินไปทำตามที่บอก...แต่กานต์พิสุทธิ์ฉวยแขนไว้ได้เสียก่อน

อ้อมขวัญชะงัก มองตามมือ

มีอะไร?... ตาแดงๆมองสบดวงตาดำขลับกลมโต

โกรธฉันอยู่รึเปล่า?... คำถามทำเอาคนถูกถามกลืนน้ำลายลงคอ...เอื๊อก...ฝืดๆ

มันใส่ใจหล่อนด้วยหรือ...ว่าจะรู้สึกอย่างไร?...

ฉันโกรธแกเรื่องอะไร?... หล่อนทำไขสือถาม

ก็เรื่องไปเที่ยวทะเลไง?...สายตาอีกฝ่ายมองมา มีแววเว้าวอน

ไม่หรอก...จะไปโกรธแกทำไม?...อ้อมขวัญปฏิเสธ...หล่อนจะมีสิทธิ์ไปโกรธอะไรมัน นอกจากน้อยใจ

เฮ้อ... คนฟังถอนหายใจ ยิ้มกว้างออกมาได้...

แกสนใจฉันด้วยหรือ?... ดวงตาคู่ที่หลบ เงยขึ้นสบคนถาม

ทำไมถามอย่างนั้นเล่า... คำตอบของคนถูกถาม คือคำถามพร้อมหน้ายุ่งๆ

ฉันก็แค่เพื่อน...แค่บัดดี้นี่หว่า... หล่อนว่า อย่างที่ตัวเองรู้สึก...

ใครว่า...แกเป็นตั้งเพื่อน...ตั้งบัดดี้ของฉันตังหาก... คำตอบกลับมา ทำให้ความรู้สึกทั้งหมดทั้งมวลก่อนหน้านี้ที่หล่อนรู้สึกไปเอง...ไม่ว่าน้อยใจหรืออะไร..มลายหายไป...อ้อมขวัญอมยิ้มออกมาได้

หล่อนไม่ได้เป็นเพียงแค่เพื่อน...แต่หล่อนเป็นตั้งเพื่อน...

หล่อนมิใช่แค่เพียงบัดดี้...แต่หล่อนเป็นตั้งบัดดี้....

ทุกความดี...ความห่วงใย...ที่หล่อนทำไปให้มัน...มิสูญเปล่า...

คุณค่าของมิตรภาพ...มิได้ตีค่าออกมาเพียงแค่.....แต่เป็น...ตั้ง...ต่างหาก....

ยังอยากไปเที่ยวทะเลอีกมั้ย?...”…อ้อมขวัญพยักหน้า...

แต่กว่าจะเก็บส้มทั้งสวนส่ง...ก็คงพอดีเปิดเทอม... เจ้าหล่อนต่อถ้อย

ว้า! นั่นนะสิ... กานต์พิสุทธิ์ทำหน้าเสียดายไปด้วย

แต่ไม่เป็นไรเนอะ...ไว้ปิดเทอมหน้าก็ได้ เรียนจบพอดี...ฉันจะพาเธอไปเที่ยวทะเลทุกที่ที่เธออยากไป... เขาให้คำมั่นสัญญา...อ้อมขวัญยิ้มกว้างอย่างดีใจ...มองไอ้ไส้ติ่ง...หล่อนพึ่งรู้สึกดีตอนนี้...ที่มีไส้ติ่งสองอัน

แต่แกแน่ใจเหรอก้าน...ว่าเทอมหน้าแกจะจบ...

อ้าว... ชายหนุ่มร้องอ้าวออกมาดังๆ

ไม่รู้ล่ะ...จบหรือไม่จบ...แกก็ต้องทำให้ฉันจบ...เพราะถ้าฉันไม่จบ แกก็ยังจบไม่ได้...

อะไรวะ?... เจ้าหล่อนโวย...

รึแกลืมเรื่องน้ำสาบาน?...

เออ...ฉันไม่ลืมหรอกน่า...ไอ้ไส้ติ่ง.. หล่อนว่า ทำเสียงรอดไรฟัน...กานต์พิสุทธิ์หัวเราะเสียงดังอย่างชอบอกชอบใจ ในขณะที่อ้อมขวัญทำหน้ามุ่ย ขมุบขมิบปากเหมือนกำลังให้ศีลให้พรมันอยู่อย่างนั้น

 

อย่าโยน...อย่าโยน...เดี๋ยวช้ำ... เสียงเอะอะร้องดังมาจากอีกฟากหนึ่งของท้องร่อง...อ้อมขวัญเงยหน้า...

เก็บประคบประหงมอย่างนี้เมื่อไหร่จะเก็บหมดเล่า?...

พรุ่งนี้เช้า...ค่อยตื่นเช้าๆมาเก็บดีกว่า...ส้มจะได้สด...

แหม! คนเรียนวนศาสตร์ รู้เรื่องส้มมากกว่าคนเรียนพืชไร่พืชสวนนะ... หล่อนเหน็บมัน

กานต์พิสุทธิ์ยิ้ม

ต้นไม้มันก็มีชีวิต...เหมือนคนเรา...ส้มก็เหมือนกัน...ถนอมๆมันหน่อย.... เขาบอก

แกะใส่ปากต้องค่อยๆเคี้ยวด้วยมั้ย?...

ใช่...จะให้ดีแกต้องแกะใส่ปากฉัน...คนเถียงด้วย ขว้างค้อนขวับเข้าใส่....

อูย...เจ็บ...เจ็บ....เจ็บ...แหม! ขว้างค้งขว้างค้อน ทำตัวอย่างกับผู้หญิงนะแก... กานต์พิสุทธิ์ว่าเสียงดัง

แล้วฉันไม่ใช่ผู้หญิงตรงไหนวะ?... คนถามเงยหน้าหาเรื่อง ถลกแขนเสื้อ

ก็อย่างนี้ไงล่ะ... เขาเพยิดหน้าให้

ไอ้สองคนนี่อะไร โวยวายหนวกหู...ส้มฉันเฉาหมดเพราะมลพิษทางเสียงของพวกแก...

อ่ำที่โผล่หน้ามาจากอีกท้องร่องหนึ่งต่อว่าทั้งสองคน

แดดลับแล้ว...พรุ่งนี้เช้าค่อยมาเก็บกันต่อดีกว่า...ป่านนี้พ่อแม่ชะเง้อชะแง้คอยกินข้าวเย็นแล้ว... อำพลเตือนทั้งสองคนให้รีบกลับบ้าน

นั่นสิครับ...ท้องผมกำลังครวญเลย... กานต์พิสุทธิ์เห็นด้วยยกมือลูบท้องป้อยๆ

ท้องยุ้งพุงกระสอบอย่างแกนี่ กินจะคุ้มค่าจ้างมั้ยนี่?... อ้อมขวัญโวยวายทำงกขึ้นมา

เอาน่า...ฉันรู้ว่าแกเลี้ยงฉันได้...แล้วฉันก็เลี้ยงง่ายด้วย... กานต์พิสุทธิ์ยื่นหน้าทะเล้นเข้ามาใกล้

คงมีใครอยากเลี้ยงอยู่หรอก... อ้อมขวัญยื่นหน้ามาย่นจมูกเข้าใส่ แล้วเดินหนีไปตามแนวท้องร่องที่ขุดไว้เพื่อใช้น้ำในท้องร่องรดต้นส้ม

จริงหรืออ้อมขวัญ...ว่าแกจะไม่เลี้ยงฉัน...แกทิ้งฉันลงจริงอ่ะ?... กานต์พิสุทธิ์ถามอย่างไม่เชื่อ

อ้อมขวัญหันกลับมาเผชิญหน้า

ฉันเคยทิ้งแกมั้ยล่ะ?... หล่อนตั้งคำถาม...ชายหนุ่มส่ายหัวดิก...

มีแต่แกที่ทิ้งฉัน...”…ชายหนุ่มส่ายหัวดิกอีกหน

ตอนนี้ฉันก็อยู่กับแกตรงนี้แล้ว...แกคิดว่าฉันทิ้งแกอีกหรือ?...

อ้อมขวัญมองสบดวงตาที่ฉายแววจริงใจ ของคนตัวสูงกว่าตั้งเกือบศอก

แกไม่ไปทะเลกับน้องแก้ว เค้าไม่ว่าอะไรหรือ?...

ก็ฉันตั้งใจจะไปกับแกด้วย..พอแกหนีกลับเชียงราย ฉันก็จะมาตามแกนี่ไง...

กลับไปเค้าไม่งอนแกแย่เหรอ...

ก็ช่างเขาเหอะ...แฟนเหรอจะมาสำคัญกว่าเพื่อน...

ฟังดูน่าชื่นใจ....หล่อนเป็นเพื่อนที่สำคัญกว่าแฟน...

แต่คล้ายจะบอกว่หล่อนเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น...มิมีวันจะเป็นอย่างอื่นได้

แกพูดซึ้งๆอย่างนี้ก็เป็นหรือ?...

ยังมีอะไรในตัวฉันอีกหลายอย่าง...ที่แกได้รู้แล้วแกจะซึ้งกว่านี้อีก...

เช่นอะไรล่ะ?...

ยังคิดไม่ออกว่ะ...

ไอ้บ้า... อ้อมขวัญว่า พลางผลักเขาหงายหลัง...

มิทันได้ตั้งตัว กานต์พิสุทธิ์ผงะหงาย วาดมือไม้ในอากาศเพื่อทรงตัว

เหวอ...เหวอ...เหวอ...เว้อ... ร้องเอะอะเสียงหลงดังลั่นสวน

ตู้ม... อย่างไม่ทันตั้งตัว สุดท้ายชายหนุ่มก็หงายหลังตกน้ำไปลอยคออยู่ในท้องร่อง มีอ้อมขวัญยืนหัวเราะท้องคัดท้องแข็งอย่างตลกขบขัน

แกเล่นบ้าอะไรของแก?... เขาเอะอะโวยวายเอากับหล่อน หน้าบึ้ง

เล่นซึ้งๆกับแกไง... อ้อมขวัญกุมท้องหัวเราะ เมื่อเห็นเศษจอกแหนเกาะหัวชายหนุ่มเขียวไปหมด

เล่นน้ำเย็นดีมั้ย?...หิวไม่ใช่เหรอ...รีบขึ้นมาแล้วรีบตามกลับบ้านล่ะ...  หล่อนสั่ง ก่อนหันหลังทำท่าจะเดินหนีไป

ไหนแกบอกจะไม่ทิ้งฉันไง?... ชายหนุ่มทวงคำสัญญา อ้อมขวัญจำยื่นมือให้ มือต่อมือที่แตะฉวย...จับกันไว้เป็นแม่นมั่น แทนที่หล่อนจะได้ฉุดเขาขึ้น กลับเป็นคนในน้ำที่คว้าคนอยู่ข้างบนหล่นลงน้ำ ตู้ม มาด้วยกัน

บอกแล้วไงอ้อมขวัญ...ว่าฉันเองก็จะไม่ทิ้งแกเหมือนกัน... กานต์พิสุทธิ์ว่าพร้อมรอยยิ้มอย่างวายร้าย ก่อนหัวเราะเสียงดังกับสภาพเพื่อนสาวที่ไม่แตกต่างจากเขาในตอนนี้สักนิด..อ้อมขวัญตาเขียวปั๊ด ราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น