รักมอมแมม : สนพ.ฟิสิกส์ เซ็นเตอร์

ตอนที่ 5 : ติวเตอร์เมื่อจำเป็น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 215
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 5

ท่าทางเกาหัวแกรกๆทำหน้ายุ่งเหยิง คิ้วขมวดปมอยู่กับโจทย์ตรงหน้า ดูท่าเหมือนยังไม่ค่อยเข้าใจดี อ้อมขวัญยื่นหน้าเข้าไปหา ในมือหล่อนถือไม้บรรทัดพลาสติกอันขนาดฟุตอยู่ด้วย

เฮ้ย...เฮ้ย...เฮ้ย... โดยอัตโนมัติที่กานต์พิสุทธิ์ยกมือขึ้นป้องไว้

ฉันแค่จะชะโงกหน้ามาดู ว่านายยังติดตรงไหนที่ทำไม่ได้... อ้อมขวัญบอก คลายความเกร็งของอีกฝ่าย เพราะเจ้าหล่อนคาดโทษเขาไว้ ทำไม่ได้ ทำผิด เป็นได้ฟาดไม้บรรทัดในมือตีแปะลงไปที่แขนเพื่อนหนุ่ม จนแดงเถือก

แกเปลี่ยนจากทำโทษฉันอย่างกับเด็กๆอย่างนี้ เป็นปรับเงินหรือว่าให้เลี้ยงข้าวจะเข้าท่ากว่า... ชายหนุ่มต่อรอง หากว่าสาวหน้าเหี้ยมทำตาอย่างหนึ่ง พลางส่ายหัวดิก

ไม่... น้ำเสียงแข็ง

หูย.... เขาครวญ

ไม่รู้ล่ะ...ตอนนี้แม่นายไว้วางใจให้ฉันรับผิดชอบติวให้นายสอบให้ผ่าน ฉะนั้นต้องหลักสูตรเข้มข้น เจ้าหล่อนทำเสียงเข้มประกอบใบหน้าเหี้ยมๆ จนคนฟังพลอยคอหดไปด้วย

อ้อมขวัญพลิกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

ฉันต่อเวลาให้อีกสองนาที....เป็นเจ็ดนาที นายรีบทำโจทย์ข้อนี้ให้เสร็จ... สั่งสำทับเสียงเข้มอีกหน

ฉันยังไม่ได้เขียนซักบรรทัดเลยนะ จะต่อให้อีกสิบนาทีก็ทำไม่ได้หรอก...ขอเปิดหนังสือดูหน่อยได้มั้ย?... ชายหนุ่มต่อรอง หากเจ้าหล่อนส่ายหน้าดิก

ไม่ได้....

โห! ทำเหี้ยมเกรียมใจทมิฬไปได้...ก็แค่ทำแบบฝึกหัด...

ก็เพราะนายเป็นคนอย่างนี้สิ...อะไรก็คิดเป็นเรื่องเล่นๆไปเสียหมด...เราไม่ใช่เด็กเล็กๆที่กำลังเตาะแตะจะหัดเดินแล้วนะก้าน...ที่ปล่อยชีวิตอยู่กับการลองผิดลองถูกเพื่อประสบการณ์...เราเป็นซีเนียร์อยู่ชั้นปีสี่  เหลืออีกแค่เทอมเดียวก็จะจบไปทำงานกันแล้ว...

ทุกก้าวจังหวะของชีวิต คือประสบการณ์...เธอก็รู้...

ใช่...รู้...แต่นายก็รู้มาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือว่า ถ้าเราไม่อ่านหนังสือเตรียมตัวมาให้พร้อม...เราก็จะทำข้อสอบไม่ได้...บทเรียนบทนี้ ประสบการณ์นี้...นายเรียนรู้มากี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว...ฮึ...

คนผิดที่คิดจะดันทุรังถูกหน้าจ๋อยอ่อยลงอย่างยอมจำนน ก่อนจะถอนหายใจเฮือก...ก้มหน้าก้มตาอ่านโจทย์ต่อ ใบหน้ายุ่งเหยิง หัวคิ้วขมวดมุ่นนั่น พลอยทำให้อ้อมขวัญอ่อนอกอ่อนใจถอนหายใจเฮือกไปตามเขาด้วย

กานต์พิสุทธิ์เงยหน้าขึ้นมาสบตา

ขอบใจนะอ้อม... ดวงตาหวานซึ้งอย่างหนึ่ง ที่ทำให้อ้อมขวัญรู้สึกแปลกๆ

ขอบใจอะไร?... เจ้าหล่อนทำหน้าไม่ถูก

ขอบใจที่อยู่ติวให้ฉันทุกเทอม...ทุกเทอม...

ดวงตาสองคู่ที่มองสบกัน ด้วยความรู้สึกบางอย่าง ไอ้ไส้ติ่งนึกอะไรของมันขึ้นมา เกิดจะมากตัญญูกตเวทิตาสำนึกบุญคุณหล่อนในตอนนี้....สายตาอย่างนี้...มันไม่ชินนี่นา

เหลือเวลาอีกสี่นาที... ก่อนที่แววตานั่นจะทำให้หล่อนเตลิดเปิดเปิงไปใหญ่ เจ้าตัวรีบเอ่ยขึ้นมา

โหย...สี่นาที...ยังเขียนไม่ออกสักบรรทัด... เขาโวยขึ้น

จะยากอะไร?...นายทำไมไม่วิเคราะห์เล่า โจทย์ข้อนี้มันให้ตัวแปรอะไรมาบ้าง แล้วตัวแปรเหล่านั้น มันแทนลงในสูตรไหน...เค้าต้องการหาค่าอะไร ถามถึงตัวแปรอะไร?... เจ้าหล่อนแนะ

เออ...เออ... คนที่ก้มหน้าก้มตาพิจารณาตัวเลขและโจทย์ที่ให้มา ทำท่าจะคิดออก

เปาะ... เสียงดีดนิ้ว ก่อนที่กานต์พิสุทธิ์จะก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรขยุกขยิกลงไป อ้อมขวัญถอนหายใจเฮือก...พลางคิดในใจ...อีกเทอมเดียวนะอ้อมขวัญนะ...อีกเทอมเดียวเท่านั้น

หากทุกครั้งกับคำว่า...อีกเทอมเดียว...เหมือนจะปลดหมดภาระอันน่าหนักใจ...แต่ทำไม...หล่อนกลับรู้สึกใจหายเสียก็ไม่รู้...อีกเทอมเดียวที่จะเรียนจบ อีกเทอมเดียวที่จะแยกย้ายจากกันไป....

กานต์พิสุทธิ์ เมเจอร์วนศาสตร์ กับบิดาที่มีเส้นสายใหญ่โต คงหางานให้เขาทำได้ไม่ยาก...

เราก็คงทำงานป่าไม้...ดูเหมือนว่าเขาเองก็รู้ชะตาชีวิตสเต็ปต่อไปของตัวเองแล้ว...

แล้วอ้อมขวัญล่ะ?...จบแล้วจะไปทำอะไร?...เรียนพืชไร่พืชสวนนี่...

นั่นสิ...ก็ตอนเอนซทรานซ์ หล่อนตั้งใจที่จะเรียนเป็นอย่างอื่น แต่เมื่อติดคณะเกษตร พืชไร่พืชสวน มันก็คงต้องดำเนินรอยตามบรรพบุรุษ...ที่ดินยี่สิบไร่ที่ตอนนี้พี่ชายหล่อนกำลังเป็นคนดูแลอยู่ที่เชียงราย ทำไร่นาสวนผสม เลี้ยงเป็ดเลี้ยงไก่ฟาร์มเล็กๆ รายได้ดีทีเดียวสำหรับเกษตรกรผู้ไม่ยอมแพ้ และงอมืองอเท้า

หล่อนก็คงเข้าไปมีส่วนร่วมในกงสียี่สิบไร่ ที่บิดามารดาท่านให้ไว้เป็นมรดกตกทอดเหมือนกัน....ระดับบัณฑิตเกียรตินิยมอย่างหล่อน...สุดท้ายก็ไม่พ้นยึดอาชีพกระดูกสันหลังเช่นกันอย่างนั้นหรือ?

เห็นอาจารย์บอกว่าเก่งๆอย่างอ้อมน่าจะลองสอบชิงทุนดู เรียนต่อแล้วกลับมาเป็นอาจารย์สอนที่นี่...ดีเหมือนกันนะ เราจะมาเป็นป่าไม้อยู่แถวๆภาคเหนือนี่...อากาศดี...แล้วก็จะได้อยู่กับอ้อมขวัญด้วย...

คำพูดอย่างไม่คิดมากของอีกฝ่าย หากว่าคนอีกคนคิดไปไกล

อย่าเลยดีกว่า... เจ้าหล่อนค้านความคิดเขา

อ้าว! ทำไมล่ะ?...เราอยากมานะ...อยากมาอยู่ที่เชียงใหม่...จะได้อยู่ใกล้ๆน้องแก้วด้วย...

ความปรารถนาหลักของอนาคตที่เขามุ่งหวัง จุดประสงค์มิใช่หล่อนเสียหน่อย...ความรู้สึกดังว่าที่ประดังประเดเข้ามากับคำพูดกำกวมนั่น มลายหายวิบภายในพริบตา

อะ...เสร็จแล้ว... คำพูดประโยคนั้นเรียกเจ้าหล่อนให้สะดุ้งโหยง หลุดจากภวังค์ความคิด กลับมามองคนตรงหน้าที่ยิ้มร่าหน้าบานแฉ่ง

กระดาษแผ่นขาวที่ว่างเปล่าเมื่อครู่ บัดนี้ได้รับการขีดเขียนตัวหนังสือ ลายมือขยุกขยุยคิดสูตรตัวเลขออกมาแล้ว...อ้อมขวัญรับมาตรวจสอบดู

กานต์พิสุทธิ์ชะโงกหน้าเข้ามาใกล้คนตรวจข้อสอบอย่างลุ้นระทึก เมื่อเงยหน้ามา ดวงตาสบ หน้าแทบจะชนกันในระยะประชั้นชิดขนาดนั้น...

ถูกมั้ย?...ไม่รู้เป็นอะไรที่หล่อนรู้สึกไปเองหรือเปล่า ว่าสองข้างแก้มมันร้อนวูบๆวาบๆกับระยะเผาขนที่อีกฝ่ายอยู่ใกล้เสียจนหน้าจะติดกัน จนอ้อมขวัญต้องเป็นฝ่ายเขยิบหนี ห่างออกมาเสีย

เดี๋ยวตรวจสอบก่อน... หล่อนบอก

ไม่สบายรึเปล่า...หน้าแด๊ง....แดง... คนถามประหลาดใจ

เปล่า... เจ้าหล่อนว่า

มันอะไรนักหนานะ กับการอยู่ใกล้ๆไอ้ก้าน...พักหลังๆมานี่ หล่อนรู้สึกทุกทีว่ามันแปลกๆ พิกลอยู่

เอ้า! ถูก... หล่อนยื่นกระดาษคำตอบตรงหน้าให้

กานต์พิสุทธิ์ยิ้มแฉ่ง...

วู้....อย่างนี้ต้องสอบผ่านฉลุยแน่ๆ...เขายกมือยกไม้ชูขึ้นทำท่าดีใจ

อย่าประมาทไป...ฉันแค่เก็งข้อสอบเท่านั้น...ถึงเวลาจริงๆใครจะไปเดาใจอาจารย์ได้...ลองทำอีกสักสองสามข้อเถอะ...  คนฟังหน้าย่น ยกมือขึ้นลูบท้อง...

หิวแล้ว...

อยากกินอะไรล่ะ?...เดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้ก็ได้ แล้วนายก็นั่งทำต่อให้มันเสร็จ...

เอางั้นเหรอ?... คิ้วขมวดของคนตรงหน้าถาม

อืม...ขนมปัง...นมสด...

ใครเค้ากินนมกัน...ชักเปรี้ยวปาก...

ห้ามคิดนะ... เจ้าหล่อนชี้หน้าอีกฝ่ายห้ามอย่างรู้ทัน

คิดอะไร?... คนถูกปรามร้อนตัวขึ้นมา

คิดถึงไอ้จอห์นนี่เพื่อนแกนะสิ...

เปล่าซะหน่อย... หน้ามุ่ยของอีกฝ่ายโอดครวญปฏิเสธขึ้นมาเสียก่อน

พักกินข้าวก่อนแล้วกันนะอ้อมขวัญนะ...นะ... แล้วไอ้นะสองนะ พร้อมกับหน้านิ่วๆของมัน ก็ทำให้หล่อนใจอ่อน เหี้ยมต่อไม่ออก...

รีบกินแล้วรีบกลับมาอ่านหนังสือต่อ สอบเสร็จจะได้กลับบ้านกัน...

อืมๆ...ไปเที่ยวนครปฐมกันนะ... เขาชักชวน

บ้านฉันอยู่แค่เชียงรายใกล้ๆยังไม่ค่อยได้กลับเลย...ยังไม่รับปากแล้วกัน...

ป่านนี้ส้มในสวนพี่อ่ำคงเต็มต้นแล้วมั้ง...คิดๆดูแล้ว สอบเสร็จเราไปเที่ยวเชียงรายกันดีกว่า...

กานต์พิสุทธิ์ยังจำได้ เมื่อครั้งบิดาและมารดาขึ้นมาเยี่ยมเขา เลยขึ้นไปถึงไร่ของพี่อ่ำพี่ชายของอ้อมขวัญที่เชียงราย และได้ทำความรู้จักมักคุ้น จนท่านผู้ใหญ่สองฝ่ายต่างก็สนิทสนมกันเป็นอันดี....เพราะว่าคำว่า บัดดี้ นั่นแท้จริงเชียว...แล้วนี่ถ้าหล่อนจะคิดตัดญาติขาดสายสะดือกับไอ้นายก้านมันจริงๆ...จะได้เหร๊อ....

เออ...ขอให้สอบให้ผ่านก่อนเหอะ... หล่อนตัดบทอย่างรำคาญแทนขี้เกียจคิดมากฝันหวานไปกับเขา

 

คนข้างในห้องจะทำข้อสอบได้หรือไม่หล่อนไม่รู้ หากว่าคนนอกห้องเดินไปเดินมากระสับกระส่ายลุ้นระทึกเสียยิ่งกว่า สอบไม่ผ่านก็หมายความว่าต้องลงเรียนซ่อมอีกเทอมหนึ่ง เสียเวลาไปอีก

ระดับติวเตอร์เกียรตินิยมอย่างหล่อน มิอยากให้เสียชื่อตัวเอง แต่ทั้งนี้มันก็ต้องขึ้นอยู่ที่ว่า อีกฝ่ายให้ความร่วมมือขนาดไหนด้วย...ความมานะพยายามในสองสัปดาห์ที่ผ่านมาของกานต์พิสุทธิ์ หล่อนให้แปดครึ่งเต็มสิบคะแนน

หวังแต่ว่า ทั้งหล่อนและมันคงไม่ต้องร่วมผจญกรรมและเวรร่วมกันต่ออีกเทอมหนึ่ง ทั้งอาถรรพ์คำสาปน้ำสาบานวันรับน้อง ทั้งที่บิดาและมารดาของอีกฝ่าย ฝากฝังบุตรชายไว้ในมือหล่อน ทั้งหมดทั้งมวลที่อ้อมขวัญทำไป ก็ด้วยเหตุผลเพียงเท่านั้นหรือเปล่?า...ที่ทำให้หล่อนต้องเดินไปเดินมาเป็นหนูติดจั่นอยู่อย่างตอนนี้

ชะโงกหน้าเข้าไปดูในห้อง เมื่อเห็นใครต่อใครก็ทยอยส่งข้อสอบแล้วเดินออกมา หากว่ากานต์พิสุทธิ์ ยังนั่งทำหน้ายุ่งเหยิงทะเลาะกับกระดาษแผ่นนั้นอย่างเอาเป็นเอาตาย

ยิ่งกว่าลุ้นลูกชายทำข้อสอบสอบเข้าโรงเรียนอนุบาล อ้อมขวัญจิ๊จ๊ะปากอย่างเป็นกังวล เมื่อทั้งห้องเหลือเพียงอาจารย์ผู้คุมสอบ กับศิษย์เอกที่หล่อนติวเข้มมาให้สองอาทิตย์นี้

จะทำได้มั้ยว้า... หล่อนรำพึงรำพัน

อ้าว! อ้อมขวัญ...มาทำอะไรตรงนี้?... อาจารย์ที่บังเอิญหันหน้ามาเห็นหล่อนที่ผลุบๆโผล่ๆมองอยู่เดินออกมาชวนคุยด้วย

ก็... ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร...อาจารย์หนุ่มซึ่งเป็นรุ่นพี่หล่อน และได้มาเป็นอาจารย์สอนต่อที่นี่ อมยิ้มนิดๆ มองนักศึกษาคนเดียวที่เหลืออยู่ในห้อง

อ้อ! มาเป็นกำลังใจให้นายก้าน...น่าชื่นใจดีแท้... ทำพูดประโยคนั้น หมายถึงอะไร หล่อนทำหน้าไม่ถูก

อาจารย์พี่โหน่งหมายความว่าไง?... หล่อนถาม

อ้าว! ก็ที่เราเอาใจใส่บัดดี้ไง.. คำตอบพอให้โล่งอก

แต่ก็แปลกนะ...อ้อมขวัญสอบทอปตลอด...แต่เจ้าก้านคะแนนไต่เส้นซะเรื่อย...ไม่ช่วยกันติวบ้างเลยรึไง?.

ช่วยสิคะ...แต่กว่ามันจะโผล่หน้ามาขอความช่วยเหลือก็ต่อเมื่อมันร่วงเส้นตัดเกรดไปแล้ว... เจ้าหล่อนบอกอย่างอิดหนาระอาใจ

เออๆ ถือว่าช่วยมันเอาบุญแล้วกัน...อานิสงค์แรงนะ...พี่เห็นมาหลายคู่แล้ว...บัดดี้ที่ไม่ทิ้งกัน ช่วยกันเรียน ช่วยกันติวจนจบไป ได้แต่งงานกันทั้งนั้น... คนพูดกระเซ้าอมยิ้ม

อ้อมขวัญยกมือลูบหน้าแก้อาการขวย ใบหน้าแดงขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ไม่หรอกค่ะ...ได้แฟนอย่างไอ้ก้าน...อ้อมไปโดดวังบัวบานเสียดีกว่า... เจ้าหล่อนอ้อมแอ้มแก้ตัว

โอ้โห! เจ้าก้านนี่มันแย่ขนาดนั้นเชียวหรือ?...

อีกฝ่ายถาม แววตาไม่เชื่อถือนัก จับผิดสีหน้าแดงเถือกของอีกฝ่าย

จารย์คร๊าบ...ส่งข้อสอบคร๊าบ... ใครบางคนขัดจังหวะสำคัญ

อ้าว! เสร็จแล้วหรือ...จะลงซ่อมอีกเทอมรึเปล่า?... ถามกระเซ้าไป ใบหน้าจริงจัง

กานต์พิสุทธิ์ส่ายหัวดิก...

ไม่ครับ...ไม่เด็ดขาด...ไม่มีทาง...

ตอบอย่างนี้แปลว่าทำได้...

ขืนทำไม่ได้...อ้อมขวัญก็เอาผมตายสิครับ...อุตส่าห์มาปากเปียกปากแฉะ ถือไม้บรรทัดนั่งเฝ้าผมอ่านหนังสือตั้งสองอาทิตย์.... กานต์พิสุทธิ์อ้อมแอ้มตอบ เพยิดหน้าไปที่ติวเตอร์

ดีมาก...ช่วยกันเรียน ช่วยกันติว จะได้จบพร้อมๆกัน...ยังไงก็อย่ามองข้ามความดีของอ้อมขวัญเค้าซะล่ะ... อาจารย์รุ่นพี่กระเซ้าอย่างคุ้นเคย...อ้อมขวัญทำหน้าไม่ถูก แต่กานต์พิสุทธิ์พยักหน้าหงึกหงักรับคำ

ครับ...ผมไม่ลืมบุญคุณมันอยู่แล้ว...ว่าที่ผมได้ดีทุกวันนี้เพราะใคร..ที่คอยปากเปียกปากแฉะสอนสั่ง... คำตอบทำให้ใบหน้าอีกฝ่าย สีเข้มขึ้นกว่าเดิมอีก...แต่เป็นไปทางโมโหเสียมากกว่าอาย

ไปกันเหอะ...จะได้เก็บของกลับบ้านซะที... เห็นว่าขืนปล่อยให้กระเซ้ากันอย่างนี้ มีแต่จะเยิ่นเย้อ อ้อมขวัญจึงลากแขนกานต์พิสุทธิ์ไหว้ลาอาจารย์รุ่นพี่ แล้วขอตัวซะ

เออ...นะ...ยังไงก็อย่าลืมที่อาจารย์พี่บอกไปล่ะ...โชคดีทั้งคู่นะ...ว่าตามหลังมา ฝ่ายหญิงยิ่งทำหน้าไม่ถูกไม่ทิ่มเข้าไปกันใหญ่โต

อาจารย์พี่โหน่งเค้าหมายความว่ายังไง?.. กานต์พิสุทธิ์ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ให้บทสนทนาเพราะมาทีหลังถามหน้านิ่วคิ้วฉงน

ช่างเค้าเหอะ... อ้อมขวัญตัดบท คร้านจะพูดเพิ่มสีข้างแก้มให้ตัวเอง แดงปลั่งสุกยิ่งกว่านี้

เดี๋ยว... เขารั้งแขน หล่อนหยุด

อะไร?... อ้อมขวัญถาม มองหน้าอีกฝ่าย

หน้าแดงอีกแล้ว...เป็นไข้รึเปล่า?... ว่าพลางยกหลังมือแตะที่หน้าผาก

ว่าแล้วเชียวที่หล่อนจะลดอุณหภูมิบนใบหน้าตัวเอง แต่การกระทำของอีกฝ่าย กลับทำให้อ้อมขวัญเก้อหน้าแดงไปยิ่งกว่าเดิม

ตัวรุมๆนะ...เหมือนมีไข้... ถ้าไม่เข้าข้างตัวเองเกินไป หล่อนเห็นแววห่วงใยในดวงตาคู่นั้น

มันสะกดอ้อมขวัญให้ยืนนิ่ง ปากที่พูดจ้อของหล่อนก็ชะงักลงไปได้พร้อมๆกัน

เชียงรายจะยิ่งหนาวกว่าเชียงใหม่...ลงไปเที่ยวนครปฐมกันดีกว่า... เขาชวนดื้อๆอีกหน

พวกยัยวิไปเที่ยวสิมิลันกัน... หล่อนบอกเขาอย่างละเมอเพราะต้องหาเรื่องอะไรขึ้นมาพูดต่อถ้อย

อยากไปมั้ยล่ะ?...แวะนครปฐมก่อนแล้วขับรถไปกัน... อีกฝ่ายวางโปรแกรมเสร็จสรรพ

จะพาไปเที่ยวหรือ?...

อื้ม... กานต์พิสุทธิ์พยักหน้า

ตอบแทนที่ช่วยติวให้...

แน่ใจว่าสอบผ่าน...

ขืนไม่ผ่านคราวนี้ ทั้งเธอทั้งคุณนายกรองแก้วคงจะบ่นฉันจนหูตึงแน่ๆ...

แล้วทำข้อสอบได้รึเปล่าล่ะ?...

ทำได้สิ... เจ้าหล่อนยิ้มออกมาได้ อย่างน้อยก็ไม่เสียแรงเปล่า

แต่ถูกไม่ถูกก็อีกเรื่องหนึ่งนะ...

อ้าว!” คนแอบดีใจโวย...

น่า...ล้อเล่น...ระดับติวเตอร์เกียรตินิยม...ลองทำไม่ได้จะไปโดดวังบัวบานล้างอายให้... เขากระเซ้า

เอาเป็นว่าไปนครปฐมก่อน แล้วค่อยไปเที่ยวสิมิลันกันนะ?... กานต์พิสุทธิ์ย้ำเจตนารมย์อีกหน

อ้อมขวัญยิ้มอย่างดีใจ กำลังจะพยักหน้าอยู่ทีเดียวเชียว

พี่ก้านค่ะ... เสียงใครบางคนเรียกหา พาสายตาสองคู่ หันไปมองพร้อมกัน

อ้าว! แก้ว... และใครบางคนตรงหน้า ก็ทำท่าดีอกดีใจ หันไปสนใจกับอีกฝ่าย ราวกับลืมใครอีกคนไปเสีย อ้อมขวัญมิรู้ตัวสักนิด ว่าสลดวูบลงในทันที ความรู้สึกโดดเดี่ยว ราวกับถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวบนโลกกลับมาอีกแล้ว

สอบเสร็จแล้วไปฉลองกันนะคะ...แก้วอยากไปทะเล...

พอดีเลย...พี่กับอ้อมขวัญก็กำลังจะไปเที่ยวสิมิลันกัน...ใช่มั้ยอ้อม?... กานต์พิสุทธิ์หันมาถามหล่อน

น้องแก้วหันมามองหล่อน สายตามิค่อยเป็นมิตรมากนัก...จับกระแสได้ ก็ผู้หญิงด้วยกัน มองกันออก

ฉันกลับบ้านที่เชียงรายดีกว่า...สอบเสร็จแล้วไปเที่ยว เดี๋ยวจะโดนพี่อ่ำบ่น... อ้อมขวัญว่า

ก่อนหันหลังเดินจากมา ไม่รู้ว่ากานต์พิสุทธิ์จะว่ายังไรต่อ...เขาจะคุยกัน จะไปเที่ยวกันถึงไหนๆ...ก็ช่างมันเหอะ หมดภาระหน้าที่ของหล่อนแล้วนี่นา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น