รักมอมแมม : สนพ.ฟิสิกส์ เซ็นเตอร์

ตอนที่ 2 : น้ำใสใจจริง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 218
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มิ.ย. 52

pearleus

ตอนที่ 2

เสียงหัวเราะคิกๆคักๆของคนที่เดินผ่านไปมา เมื่ออ่านป้ายที่ห้อยคอ สาวร่างบาง ผมซอยสั้นที่ยืนทำหน้าตาไม่ถูกไม่ทิ่มอยู่หน้าหอพักชาย

ข้อความบนกระดาษขาวแผ่นโต ตัวหนังสืออ่านเห็นเด่นชัดที่ว่า

หนูอยากเป็นผู้ชายฮะ...

นำพาเสียงหัวเราะมาให้อ้อมขวัญได้อาย แต่ว่าแม่คนเป็นเป้าสายตากำลังทำปากขมุบขมิบราวกับอวยชัยให้พรใครบางคนอยู่ หากมองตามไปยังปลายสายตา จึงเห็นว่า หล่อนกำลังมองหนุ่มร่างใหญ่ หนวดเคราเขียวครึ้ม ผมเผ้ายาวรกรุงรังที่ยืนตัวลีบๆซุกอยู่ยังมุมหนึ่งของใต้บันไดหอพักชายอย่างจะกินเลือดกินเนื้อ

ไอ้ก้าน ที่หล่อนเรียกติดปาก หรือชื่อจริงคือ นายกานต์พิสุทธิ์ ชื่อที่ไม่เข้ากับใบหน้าของเจ้าของเลยสักนิด กำลังยืนโบกมือหยอยๆ ทำหน้าแหยๆอย่างรู้สึกผิดเป็นกำลัง เพื่อเป็นกำลังใจให้คนที่โดนทำโทษ ในคดีอุกฉกรรจ์แอบขึ้นหอพักนักศึกษาชายในยามวิกาล ซึ่งถือเป็นเขตหวงห้ามของนักศึกษาหญิง

หากเจ้าหล่อนผู้หาญกล้า ไม่อาจหาคำแก้ตัว หรือหาเหตุผลที่ดีให้แก่อาจารย์ผู้ดูแลหอพักได้ ไม่ว่าอุธรณ์ หรือฏีกาจึงล้วนไม่เป็นผลทั้งนั้น

อ้อมขวัญจึงได้มายืนลุแก่โทษของตนเอง โดยการห้อยป้าย

หนูอยากเป็นผู้ชายฮะ... ยืนขาแข็งอยู่หน้าบันไดทางขึ้นหอชายกว่าหนึ่งชั่วโมงแล้ว

อาจารย์หนุ่มใหญ่ หน้าตาเหี้ยมไม่ใช่ ใจดีไม่เชิง เดินเข้ามาหาหล่อน

ครบสองชั่วโมงแล้ว...

ค่ะ... เจ้าหล่อนรีบพยักหน้ารับแข็งขัน

ค่ะ...หรือ...ฮ่ะ...

ค่ะ.... เจ้าหล่อนรับคำอีกครั้ง แม้จะอ่อนอ่อยลงกว่าครั้งแรกนัก

รู้ตัวใช่มั้ยว่าตัวเองเป็นผู้หญิง?...

ค่ะ...

เออ! รู้เพศตัวเองก็ดีแล้ว วันหลังอย่าอุตริ คิดปีนขึ้นหอชายอีกเข้าใจมั้ย?...

ค่ะ...

ถอดป้ายห้อยคอออกได้...

มิรอช้าที่อ้อมขวัญจะรีบปลดพันธนาการแห่งความอับอาย และอดสูนั่นออก

ครั้งนี้เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่าง ลงโทษเพื่อให้เข็ดหลาบ...แล้วต่อไปถ้าใครทำอีกละก็...จารย์จะลงโทษให้หนักกว่านี้...จำไว้... น้ำเสียงเหี้ยมเกรียม ฟังดู หฤโหด ผิดกับใบหน้าคนพูดนัก

ค่ะ... อ้อมขวัญกระพุ่มมือไหว้โดยเร็ว ก่อนจะรีบเดินหนีอย่างจะให้พ้นอาย

หล่อนคงจดและจำต่อไปอีกแสนนาน...กับบทเรียนครั้งนี้...

บัดดี้...ไม่ทิ้งกัน... มันผู้เป็นต้นเหตุก็ไม่ทิ้งหล่อน หากหลบอยู่ในมุมและหลืบที่อำพรางมิให้ใครเห็นว่าเป็นหนึ่งในผู้สมรู้ร่วมคิด

สายตาล่อกแล่กของอ้อมขวัญ กลัวว่าใครจะรู้เห็นไปมากกว่านักศึกษาชายที่พักหอนั้น ซึ่งอาจจะยังเสียงโจษขานว่า สาวซีเนียร์คณะเกษตร แอบย่องขึ้นหอชาย หล่อนจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน

อ้อม...อ้อมขวัญ... เสียงเรียกที่หล่อนไม่อยากได้ยินตะโกนไล่ตามหลังมา

อ้อมขวัญรีบจ้ำพรวดๆ เดินอ้าว หวังจะหนีให้พ้นจากมันไปให้ไกลคนละสุดขอบฟ้าเขาเขียวกันเลย....

อ้อม...อ้อมโว้ย...รอฉันด้วย... เสียงเรียก พร้อมร่างสูงใหญ่ของนายก้านวิ่งมาประกบข้างหล่อน

รอฉันด้วย... คนเรียกฉวยแขนหล่อนไว้

ปล่อย... อ้อมขวัญสะบัดแขนให้พ้นการเกาะกุมนั่น พลางเอ็ดอึงใส่มันเสียงดัง

แกเป็นอะไรวะ?... ใบหน้าคนถาม ราวกับไม่รู้เรื่องราวสักนิด...

ไอ้ก้านไม่เคยผิด...แม้จะผิดมันก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีความผิด...มันไม่เคยลุแก่โทษของตัวเอง...

แกโง่...งี่เง่า...แกล้งไม่รู้...หรือไม่รู้จริงๆ...ช่างหัวแก...แต่อย่ามายุ่งกับฉันอีก...

หล่อนตะโกนใส่หน้ามันไปอย่างเหลืออด

ฉันขอโทษ.... คำพูดอ่อนอ่อยนั่น ชะงักงันอาการของคนที่กำลังมีโมโหชนิดพุ่งทะลุขีดปรอทให้เย็นลงดั่งเอาไปจุ่มใส่น้ำเย็น....หากเป็นจริงอาจมีรายการปรอทแตก...แต่อ้อมขวัญ ทั้งโกรธ ทั้งอึ้งมากกว่าในตอนนี้

สามปีกับหนึ่งเทอมที่เป็นเพื่อนกันมา...ผิดหรือผิดแต่ดันทุรังจะถูก ไอ้ก้านไม่เคยเอ่ยคำนี้กับหล่อน

มันจะมีวิธีง้องอนอย่างที่หล่อนต้องยอมหายโกรธเพราะไม่อยากเสียหัวมาหัวฟัดหัวเหวี่ยงโกรธคนอย่างมันให้เสียเวลาเปล่าๆปลี้ๆ

แต่ครั้งนี้...ครั้งแรกที่มันเอ่ยขอโทษหล่อน

ไม่ใช่หายโกรธ...แต่เป็นงงเสียมากกว่า...อ้อมขวัญจึงนิ่งชะงักงันไป

ฉันหวังว่าจะได้ฟังมันจากปากแกเป็นครั้งสุดท้าย...

หล่อนพูดเบาๆ ก่อนจะเดินจากไป....

และสุดท้ายหล่อนก็ต้องใจอ่อนอภัยให้มันอีกแล้วหรือนี่....

โธ่! โว้ย..ไอ้ไส้ติ่ง...เมื่อไหร่จะไปให้พ้นจากชีวิตฉันที...เสียงในใจตะโกนร่ำร้องเอ็ดอึง ดังไปถึงบนยอดดอย

 

อะไร?... สายตาขวางหลังจากที่เบิกโตกับสิ่งตรงหน้าที่ใครบางคนยื่นให้ มองคนให้อย่างไม่ไว้วางใจ

ดอกไม้....

เอามาทำไม?... หล่อนทำเหมือนไม่รู้ไม่ชี้ เปิดหนังสือดูหน้าต่อไป

นี่ฉันเพาะเองกับมือเชียวนะ เอื้องผึ้งนะแก หาได้ง่ายๆเสียที่ไหน...

แล้วไปตัดมาทำไม?... หล่อนแหวเข้าใส่

นักศึกษาคณะเกษตร รักต้นไม้กันทั้งนั้น...

ฉันตัดมาให้แก...

เอามาให้ฉันทำไม?...

ให้เพราะอยากให้...ให้เพราะสำนึกผิด...ให้เพราะคิดได้...ต่อไปนี้ฉันสัญญานะอ้อมขวัญ...

สัญญาว่าอะไร?...

สัญญาว่า...ว่า... คนตั้งใจมาเอ่ยคำขอโทษ มิคิดเกินมาถึงให้คำมั่นสัญญาอะไร เกิดอ้ำอึ้งขึ้นมาเสีย เมื่อคิดไม่ออกว่าควรสัญญาอะไรให้อีกฝ่ายหายโกรธ เปลี่ยนใบหน้าง้ำๆของอ้อมขวัญให้คลี่ยิ้มได้เสียที

แกอยากให้ฉันสัญญาอะไรล่ะ?... กานต์พิสุทธิ์ทำท่าจนมุม เกาหัวตัวเองแกรกๆ

สัญญาว่าแกจะเชื่อฟังฉัน...

แกจะเปลี่ยนจากเพื่อน เป็นแม่ฉันรึ?...

นี่...น้อยๆหน่อยไอ้ก้าน...ทำยังกะว่าทุกวันนี้แกเชื่อแม่แกเสียเต็มประดา อย่านึกว่าฉันไม่รู้นะที่แกโทรศัพท์ไปโกหกเรื่องขอค่าลงทะเบียนเพิ่ม ค่าเรียนพิเศษ ค่าแลกเชอร์ ซักวันฉันจะโทร.ไปรายงานแม่แก...

โอเช...โอเช...ฉันจะฟังแก...แต่เป็นบางเรื่องนะโว้ย...ไม่ใช่ทั้งหมด...

ฟังอย่างเดียวไม่ได้ ฟังแล้วต้องเชื่อด้วย... เจ้าหล่อนยื่นโนติส

เออๆ.... ดูเหมือนคนรับปากจะพยักหน้าส่งๆให้พ้นไปเสียมากกว่าใส่ใจจริงๆ

นี่ก็ใกล้จะสอบแล้ว อ่านหนังสือซะ ห้ามไปกินเหล้าเมาหัวราน้ำที่ไหน.... หล่อนสำทับ

ตังค์หมดแล้ว...ใครชวนมันก็ต้องเลี้ยงแหละ... เจ้าตัวโบ้ย ไม่ยอมรับปากรับคำ

นั่งอ่านหนังสือไปเงียบๆ...อย่ากวนใจฉัน... หล่อนสั่งเสียงเข้ม

แล้วดอกไม้นี่ก็เหมือนกัน อย่าไปตัดพร่ำเพรื่อ...เสียดาย กว่าจะออกดอกสวยอย่างนี้...

อ้อมขวัญหยุดเทศนา สายตากานต์พิสุทธิ์แอบเหลือบเห็นว่าเจ้าหล่อนก็อมยิ้มนิดๆที่ได้ดอกไม้....

เพราะเจ้าอุเทน เพื่อนห้องตรงกันข้ามที่บอกเขาว่า ถือดอกไม้มาง้อผู้หญิง รับรองผลแหงแซะร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าจะต้องใจอ่อน

แม้ไม่ค่อยจะเชื่อคำแนะนำนั่นนัก ด้วยว่าอ้อมขวัญ บัดดี้ ของเขา ดูราวกับผู้หญิงก็ไม่ใช่ ผู้ชายก็ไม่เชิง แต่พอได้ผลอย่างที่อุเทนว่า ทำให้กานต์พิสุทธิ์ค่อยแน่ใจว่า ... หล่อนก็เป็นผู้หญิงกับเขาเหมือนกัน

เอื้องผึ้งที่เขาออกปากว่าลงมือเลี้ยงเองกับมือ หากตอนนี้ อาจารย์วิชาเพาะชำ กำลังโวยวายว่ามันได้อันตรธานหายไปจากใต้ชายคาบ้านได้ยังไง?....

ใต้ถุนตึกเรียนที่มีร้านขายอาหารว่าง และนักศึกษามาใช้บริการทานขนมขบเคี้ยว บ้างคุยกัน บ้างอ่านหนังสือ ช่วยกันติวข้อสอบ มีนักศึกษาสาวๆเดินผ่านไปมา แวะพัก แวะอ่าน

สายตาของกานต์พิสุทธิ์ ดูจะหยุดที่นักศึกษาสาวนางหนึ่ง หลังจากเงยหน้าจากหนังสือ บริหารลูกตาแก้เมื่อย

ชายหนุ่มผิวปากวิ้วขึ้นมาอย่างสนใจ

อ้อมขวัญเงยหน้ามองเขา ก่อนจะมองตามปลายสายตาของอีกฝ่าย แล้วให้ตาเขียวขึ้นมาโดยอัตโนมัติ

ไอ้ก้าน... หล่อนเรียกมันอย่างจะให้สติ

แฮะ...แฮะ... มันหัวเราะแหะขึ้นมา

อ่านหนังสือ.... หล่อนสำทับเสียงเข้ม

เมื่อยลูกตา...เขาบอกว่าต้องพักสายตาด้วยการมองสีเขียว...

แต่ฉันเห็นแกมองขาขาวๆของยัยนุ่งกระโปรงยีนส์สั้นๆนั่น...

นั่นนะสิ...ฉันกำลังสงสัยว่าเค้าแต่งกายผิดระเบียบมาเรียนได้ยังไง อยู่คณะไหนนี่ เดี๋ยวฉันขอตัวไปถามเค้าก่อนนะ...ว่าเค้าไม่รู้กฏของมหาวิทยาลัยรึไง?...

มิรอช้าว่าหล่อนจะอนุญาตหรือไม่ ไอ้ก้านก็ติดปีกบินพับ...พับ...ไปป้อแม่นักศึกษาสาวกระโปรงยีนส์สั้นนั่นเสียแล้ว...และก็มิรู้ว่าคุยกันอีท่าไหน เพียงครู่เดียวเท่านั้นที่มันกลับมาหาหล่อน

ดอกไม้นี่ยืมก่อนนะ... ว่าพลางฉวยเอื้องผึ้งที่นำมาขอขมาหล่อนติดมือไปด้วย

และในเวลาไม่ถึงนาทีดี มันก็เปลี่ยนมือไปอยู่ในมือของสาวกระโปรงยีนส์สั้นคนนั้นเสียแล้ว... อ้อมขวัญนั่งกอดอก หน้าตึง แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เป็นผลที่จะดึงดูดให้ไอ้ก้านกลับมานั่งอ่านหนังสือตามเดิม

มันเดินลิ่วตัวปลิวไปช่วยแม่สาวกระโปรงยีนส์สั้นนั่นหอบหิ้วหนังสือไปเสียแล้ว

ฝากเก็บหนังสือให้ฉันด้วยนะอ้อมขวัญ....

เออ! ดีนะแก...หนังสือตัวเองไม่หอบ ไปหอบหนังสือให้คนอื่น...แล้วนี่ทำไมฉันต้องมาเป็นทาสแกด้วยว้า... เจ้าหล่อนบ่นพึมพำ หากเท่าที่ ในวินาทีนี้ และขณะนี้ ...ก็ทำได้เท่านี้แหละ...

 

แก้ว... จู่ๆมันก็เอ่ยคำนี้ขึ้นมา

อ้อมขวัญมองหน้าคนพูดอย่างงงงัน

แก้ว....  นัยน์ตาอีกฝ่ายเคลิ้มฝัน เอ่ยจำนรรจ์คำเดิมขึ้นมา

แก้วจ๋า.... ครานี้เรียกเสียงหวานจ๋อยจนน่าสำรอกเป็นน้ำตาล

อะไร?...แก้วอะไร...  หล่อนถามเสียงเขียว ทำลายฝันหวานของอีกฝ่าย

อย่าบอกนะว่าแกคิดถึงแก้วเหล้า โซดา น้ำแข็งอีก... เจ้าหล่อนชี้หน้าคาดคั้น

เปล่า...เปล่า...เปล่า... กานต์พิสุทธิ์โบกไม้โบกมือปฏิเสธพัลวัน

เปล่าแล้วแกมาพร่ำเพ้อละเมออะไรแต่แก้ว...แก้ว...แก้ว...

ฉันกำลังจะบอกว่า...เค้าชื่อแก้ว....

ใคร?...

ก็ผู้หญิงคนนั้น...

คนไหน?...

ที่นุ่งกระโปรงยีนส์สั้นๆ ขายาวๆขาวๆนั่นไง...

อ๋อ..... หล่อนลากเสียงยาว อย่างพึ่งอนุสติเข้าใจว่าไอ้ก้านได้พูดถึงใคร

แล้วไง?...

เค้าสวย...น่ารัก...พูดเพราะ....แล้วก็ขาว...

โดยอัตโนมัติที่อ้อมขวัญก้มลงมองผิวสีแทนที่แขนตัวเอง

แกชอบเค้าหรือ?... หล่อนถามตรงประเด็น อีกฝ่ายดีดนิ้วเปาะ

ใช่... ไม่รู้ทำไมสิ....อ้อมขวัญรู้สึกราวกับถูกทอดทิ้งเพียงคำตอบนั้นของไอ้ก้าน

ทั้งๆที่มันจะรักใคร...ชอบใคร...ผู้หญิงโชคร้ายคนนั้นจะเป็นใคร หน้าไหน ก็ไม่ได้เกี่ยวกับหล่อนเลยสักนิด...แล้วทำไม?...ต้องรู้สึกใจหายด้วย....

แกว่าเขาน่ารักมั้ย?...

อืม... หล่อนตอบไปแกนๆมากกว่า

แกว่าเค้าจะชอบฉันมั้ย?...มันตั้งคำถามต่อมาอย่างกระตือรือร้น

ไม่รู้สิ...

แล้วแกว่าถ้าฉันจีบเค้า...ฉันจะได้เค้ามั้ย?...

เค้าชื่อแก้วหรือ?... ครานี้หล่อนไม่ตอบกลับเป็นฝ่ายตั้งคำถาม

ใช่...

เรียนคณะอะไรล่ะ?...

มนุษย์ฯ...

อยู่ปีไหน?...

น้องใหม่ เฟรชชี่...ปีหนึ่ง...

บ้านอยู่ไหน?....

สาวเจียงใหม่แต้ๆ นี่แหละเจ้า...

อ้อมขวัญมองท่าเพื่อนหนุ่ม ทำท่าครุ่นคิดหนัก

ว่าไงวะอ้อม...ถ้าฉันจีบเค้า...แกว่าฉันจะได้เค้ามั้ย?...กานต์พิสุทธิ์ย้ำคำถาม อย่างต้องการความมั่นใจ

แกชอบกินกล้วยมั้ย?...

ชอบ...

เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนอ้อม...มันเกี่ยวอะไรกันวะ?...

แกบอกว่าเค้าชื่ออะไรนะ?...

แก้ว...

แล้วแกถามฉันว่าไงนะ?...

ฉันถามแกว่า ถ้าฉันจีบเค้า...ฉันจะได้เค้ามั้ย?...

ก็คงได้มั้ง...

แกแน่ใจได้ยังไง?...

อ้าว! โบราณท่านว่าไว้นี่นา...ว่าวานรได้แก้ว... คำตอบของอ้อมขวัญ ทำให้กานต์พิสุทธิ์งงเข้าไปหนัก เขากำลังครุ่นคิดว่าเพื่อนสาวกำลังบอกอะไร? และหมายความว่ายังไง?

เอ้า! นี่หนังสือของแก...เอาไป...ฉันจะกลับหอแล้ว... หล่อนว่า ก่อนจะยัดหนังสือสองสามเล่มเข้าในมือเขา แล้วรีบเดินรี่หนีจากมา เพราะไม่ต้องการตอบคำถามอะไรอีกแล้ว

ในขณะที่กานต์พิสุทธิ์ มัวแต่คิดวิสัชนาที่เขาปุจฉาหล่อนไป ไม่ได้สนใจสักนิด ว่าแววตาของอ้อมขวัญหม่นลงเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ

เฮ้ย! ไอ้อ้อม...นี่แกหาว่าฉันเป็นวานรอย่างนั่นเหรอ...อย่างนี้ต้องเคลียร์นะโว้ย  ห้ามเดินหนี กลับมาคุยกันก่อน... เสียงโหวกเหวกโวยวายตามหลังในครานี้ มิสร้างความรู้สึกใดๆให้กับอ้อมขวัญได้

ไม่ว่าจะรำคาญ โกรธ หรือว่าอะไร...

ไอ้ไส้ติ่งมันริจะจีบสาว...ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกก็เหอะ...หากว่าผู้หญิงคนนั้น ชื่ออะไรนะ...อีสาวนุ่งกระโปรงยีนส์สั้นๆ...อ้อ! หล่อนชื่อแก้ว...

คงจะเหมือนทุกครั้งที่มันมีความรัก...คือมันจะอันตรธานหายหน้าหายตาไปจากหล่อน มิมาวนเวียน กวนอกกวนใจ กวนประสาทให้หล่อนหัวเสีย เหลือเวลาอีกแค่เทอมเดียวก็จะพ้นคำสาปอาถรรพ์...และมันก็กำลังจะมีแฟน

ดีสิ...มันจะได้ไม่มาเป็นไส้ติ่งของหล่อน ไม่ใช่ภาระของหล่อน...ไม่ใช่ธุระที่หล่อนจะต้องไปตามแกะมันออกจากวงเหล้าไหน...โล่งเสียที ชีวิตนี้...เป็นไทแล้วโว้ย...น่าจะไชโย...ไชโย...ไชโยดีใจ

แต่ทำไม? หล่อนถึงได้รู้สึกบางอย่าง ราวกับเป็นลางร้าย ว่าสุดท้ายความรักของไอ้ไส้ติ่ง คงจบลงในรูปเดิมๆ

pearleus

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น