รักมอมแมม : สนพ.ฟิสิกส์ เซ็นเตอร์

ตอนที่ 1 : ปฐมบทของความเป็นเพื่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 มิ.ย. 52

pearleus

รักมอมแมม

โดย...No.9

            บัดดี้... คำคำนี้มันตีความหมายและกินนิยามกว้างไกลขนาดไหนเชียว

                เพื่อนกิน...เพื่อนตาย...เพื่อนไม่ทิ้งกัน...อย่างนั้นหรือเปล่า?....

                ประเภทเพื่อนไปไหนไปกัน...มันส์ไหนมันส์ด้วย...มันจะรวมไปถึงอย่างนั้นหรือเปล่า?...

                เพื่อนร่วมทุกข์...ร่วมสุข....เพื่อนแท้...และรวมไปถึงเพื่อนตาย...ที่หมายถึงว่าตายแทนเพื่อนได้ด้วยหรือเปล่า?...

                ความสงสัยของหลายคน...คงจะหยุดลงตรงความสงสัย

                หากความสงสัยของอ้อมขวัญ...มันต้องมีคำตอบ...ไม่อย่างนั้นมันไม่สามารถจะปล่อยวางความสงสัยที่ค้างคาใจให้ผ่านพ้นไปได้...

                ดังเช่นคืนๆนี้ อากาศที่หนาวเหน็บเย็นยะเยือกของมอเชิงดอย ที่หล่อนกำลังแบกลากหาม...สามกริยาที่อธิบายลักษณะอาการอย่างที่หล่อนกำลังทำอยู่

                เพื่อจะยักแย่ยักยัน นำร่างที่เมามายไม่ได้สติของ บัดดี้... ผู้ที่กำลังร้องเพลงอ้อแอ้เสียงยานคางอยู่ข้างหลังหล่อน

                ฉาน...มีฟ้าเป็นมุ้ง......

                เออดีนะแก...มุ้งกว้างดี....

            ฉาน....มียุงเป็นเพื่อน.....

                วะ...ไอ้นี่.....       เจ้าหล่อนละภาระที่หนักอึ้งนั่นวางโครมลงแทบทีเดียว

                เป็นเพื่อนยุงก็รอให้ยุงมาหามแกกลับหอละกัน...คนอะไรตัวหนักอย่างกะควาย...

                อูย......โอ้ย..... เสียงคนที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้นสนามหญ้าหน้าหอพักครางครวญอย่างเจ็บปวด

                อ้อมขวัญล่ะทำกันด้าย..... ดูเหมือนคนเมายังไม่สำนึก ต่อว่าหล่อน

คนที่ยืนหายใจหอบอย่างเหนื่อยเหลือแสนที่ต้องพยายามชัก...ลาก...จูง...ดึง....ไปจนกระทั่งทึ้ง เพื่อจะแกะมันออกจากวงเหล้ามาได้...ตามมาด้วยต้องแบกและหาม....มองคนที่กำลังพยายามยักแย่ยักยันตัวลุกขึ้นนั่ง แต่ล้มๆลุกๆ เป็นตุ๊กตาเสียกะบาลอยู่เป็นล้านๆรอบนั้นด้วยความรู้สึกทั้งโกรธ โมโห ฉุนเฉียว และเกรี้ยวกราด

                น้อยไปละสิแก...กินเหล้าเมาหัวราน้ำ หนังสือหนังหาไม่ยอมอ่าน...จะสอบอยู่อาทิตย์หน้านี้แล้ว...

                คร๊าบ...แม่คร๊าบ....ขอโทษคร๊าบ...ผมผิดไปแย้ว...ว...ว์... เจ้าตัวลากเสียงอ้อแอ้พนมมือไหว้แต้ทำท่าสำนึกผิด แต่ลักษณะอาการไม่ให้เชื่อและไว้วางใจได้เลยว่า...รู้สึกจริงดังที่พูดสักนิด

                สำนึกผิดแล้วคิดจะทำอะไรให้ดีขึ้นบ้างมั้ย?.... เจ้าหล่อนเอ็ดตะโรถามเสียงดัง จนขี้หูของอีกฝ่ายเต้นระบำคองโก้

                พูดดี...ดี...กันก็ด้าย....ทำมายต้องตาโกนใส่กานอย่างกะคนไร้อารายะธรรม....

                ยังมีหน้ามาเถียง... เจ้าหล่อนผู้มีโมโหใช้นิ้วชี้จิ้มเข้าไปที่หน้าผาก ได้ผลที่ว่าทำให้อีกฝ่ายหงายหลังตึงลงนอนแผ่หราบนพื้นสนามหญ้าอีกหน

                อารายว้า....คนอาร้าย...ไม่สวยแล้วยังจะใจร้ายอีก....หูย....เจ็บนะนี่.... คนต่อว่ายกมือขึ้นลูบหน้าผากป้อยๆด้วยความเจ็บที่ถูกประทุษร้าย หากมิอาจทำอื่นใด ได้มากกว่าการคร่ำครวญรำพันอย่างน่าสงสาร

                เออ...ฉันมันใจร้าย...ไม่สวยแล้วยังใจร้ายอีกเหรอ?... เจ้าหล่อนเอ็ดอึงถามเสียงดังอย่างมีน้ำโห ที่การทำดี มิได้ดีตอบ หากอีกฝ่ายยังตำหนิติเตียนอย่างไม่ได้สำนึกในบุญคุณสักกะผีก

                หน้าที่แดงก่ำของอ้อมขวัญในแสงสลัวมัวซัวที่ส่องด้วยหลอดนีออนใต้หอพัก ทำให้อีกฝ่ายกระตุกยิ้มเปื้อนเลื่อนขึ้นมาได้ ก่อนจะยกมือขึ้นโบกไปมา

                ม่ายหรอก...ม่าย...

                ยิ้มเจ้าเล่ห์นั้น มันน่าสงสัยนัก

                หากคนยิ้มเปื้อนเลื่อน มองเพื่อนสาวด้วยดวงตาหยาดเยิ้มหยด ค่อยๆพะงาบๆปากพูดจาด้วยภาษาอ้อแอ้ต่อ

                บางเวลาก็สวยดี...หน้าเหมือน....เหมือน.... อีกฝ่ายย่นคิ้ว พยายามจะคิดให้ออก

                อ้อมขวัญมองเพื่อนหนุ่ม เหมือนกำลังจะเอาใจช่วย หูผึ่งตั้งใจฟังว่ามันจะว่าหล่อนสวยเหมือนอะไร

                เหมือนอะไร?... ถามห้วนๆ

                เหมือนนางเอก... คำพูดหลุดออกจากปาก ดวงตายังเยิ้มหยด

                คนมีน้ำโหค่อยคลายโมโหลงนิดๆ เออ! ถ้ามันจะเมาแล้วมองหล่อนสวย อย่างน้อยก็คือข้อดีของการกินเหล้าของมันล่ะ ไม่เสียแรงที่หล่อนไปแกะมันออกจากวงเหล้าได้ แม้จะในวินาทีที่อีกฝ่ายเมาจนเดินไม่ตรงแล้วก็ตามทีเถอะ

                นางเอกคนไหน?... อ้อมขวัญค่อยอารมณ์เย็นถามต่อ

                เขาบอกว่าคนเมาไม่โกหก เพราะมันพูดโดยไม่ต้องใช้สติหรือวิจารณญาณ รวมทั้งการควบคุมด้วยสัมปะชัญญะ ถ้ามันจะบอกว่าหล่อนสวยเหมือนนางเอก แปลว่าลึกๆในใจมันก็ต้องมองเห็นหล่อนเหมือนหรือละม้ายบ้างล่ะ?

                นางเอกเรื่อง...เรื่อง...อืม...หลายเรื่อง...

                แปลว่านางเอกคนนี้ต้องฮอตมากๆถึงได้เล่นละครมาหลายเรื่อง....รอยยิ้มกริ่มจางๆเริ่มปรากฏตรงมุมปาก

                เรื่องจันทโครพ เปิดผอบพบนางโมราห์.... มันร้องทำนองชะเอิงเงิงเอยเป็นลิเกเสียนี่

                อะไรวะ...หน้าฉันโบราณขนาดเป็นนางเอกละครพื้นบ้านอย่างนั้นหรือ?... อย่างลืมตัวที่จะยกมือขึ้นมาลูบไล้หน้าลูบตาตัวเองขมวดคิ้วมุ่นด้วยครุ่นคิดหนัก

                นางเอกละครจักรๆวงศ์ๆจะมีใคร สักกี่คน?....

                แม่ดาวรายไงจ๊ะ....ด่าวร๊าย....ดาวราย.... ว่าพลางทำคอยึกยืออย่างกับเต้นระบำแขกยิ้มหวานฉ่ำให้หล่อน

                ดาวเรืองรึเปล่า?...ที่กบพิมลรัตน์ หรือกบสุวนันท์เล่น เรื่องสายโลหิตไง... เจ้าตัวรีบต่อถ้อยให้เพื่อน

                ไม่ใช่...ดาวรายนางเอกลิเก คณะวิญญู จันทร์เจ้าไง... วิสัชนาจากปากของอีกฝ่าย ทำให้ใบหน้ายิ้มกริ่มนั่นหุบหู่ลงแทบไม่ทัน

                นางเอกลิเก...เจ้าหล่อนถามย้ำอย่างให้แน่ใจ

                ช่าย....

                คณะวิญญู จันทร์เจ้าด้วย...

                ช่าย....ช่าย.... คนตอบพยักหน้าหงึกหงักเป็นการยืนยันอีกหน ยิ้มกริ่มเปื้อนเลื่อน

                ไอ้บ้า... อ้อมขวัญเอ็ดตะโรใส่เสียงดัง

                ลิเกวิญญู จันทร์เจ้านั่นมันละครลิงไม่ใช่เหรอ...

                อูย....ตาโกนทำมาย...หนวกหู... ว่าพลางยกมือขึ้นป้องหูทั้งสองข้าง

                น้อยไปสิแก... มีฟ้าเป็นมุ้ง มียุงเป็นเพื่อนอย่างนั้นรึ? งั้นก็เชิญสำราญใจของแกต่อไปคนเดียวเหอะไอ้ก้าน ฉันไม่สนใจไยดีแกแล้ว... เจ้าหล่อนเอ็ดอึงใส่เขาทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจ้ำพรวดหนี ทิ้งความขุ่นอารมณ์ไว้ข้างหลัง

                หากก็ยังมีเสียงใครบางคนตามไปกวนใจ

                โลกนี้ม่ายมีหัวใจครายแน่นอน...หญิงร้าย......... มันลากเสียงยาวเป็นกิโล

                อ้อมขวัญยกมือขึ้นอุดหู อย่างจะหนีให้พ้นเสียงที่ตามไปกวนอารมณ์และกวนใจนั่น จ้ำเท้ายาวๆก้าวหนี เดินขึ้นหอพักหญิงไป.....

                บัดดี้...บัดดี้....บัดดี้...พอกันเสียที...สำหรับบัดดี้

                ต่อให้ไอ้ก้านมันจะขึ้นเขาลงห้วยที่ไหน ก็อย่าได้หวังเลยว่าหล่อนจะกลับไปสนใจไยดีมันอีก....

ไอ้เพื่อนเฮงซวย...!!!!

 

แต่พอทิ้งตัวลงบนที่นอน...เอาเข้าจริงๆ หล่อนก็ไม่อาจข่มตาให้หลับ ให้ลืมภาพของคนที่นอนกลิ้งนอนเกลือกยักแย่ยักยันอยู่ที่สนามหญ้าหน้าหอชายไปได้

อะไรบางอย่างมารบกวนจิตใจของอ้อมขวัญอยู่ตลอด...

อะไรที่ว่า ก็หน้าของไอ้คนที่หล่อนทิ้งให้นอนเขละที่สนามหญ้านั่นแหละ....

เอ้า! ยื่นแขนมา... เจ้าหล่อนจำได้ ว่าถูกสั่งให้ปฏิบัติในพิธีวันรับน้องใหม่ โดยที่ถูกผูกตาปิดอยู่ มิอาจมองเห็นได้ ว่าขณะนั้น รุ่นพี่กำลังทำอะไรกับน้องใหม่เฟรชชี่อย่างหล่อน

ต่อไปนี้ เราสองคนเป็นบัดดี้กันแล้ว...เพราะฉะนั้น...ห้ามทิ้งกันเข้าใจมั้ย...

รู้สึกว่าข้อมือของหล่อน ได้ถูกพันธนาการติดกับใครบางคนไว้ ความรู้สึกนั้น มันบอกไม่ถูกเหมือนกัน คือความอุ่นใจ ในสภาวะที่หล่อนกำลังหวั่นเกรงว่า พวกรุ่นพี่จะแกล้งอะไรพวกหล่อน

อย่างน้อยหล่อนก็ยังมีใครอีกคนที่ถูกผูกข้อมือติดกันอยู่ในตอนนี้ เป็นเพื่อนร่วมชะตากรรม

เข้าใจค่ะ

เข้าใจครับ

พระเจ้าช่วย...กล้วยทอด....ไอ้คนที่มันถูกผูกข้อมือติดกับหล่อนเป็นผู้ชายอย่างนั้นหรือ?....

ไปด่านต่อไปได้...ว่าพลางรุ่นพี่ก็เสือกไสไล่ส่งหล่อนกับมันให้ต้องผจญภัยในวันนั้นไปด้วยกัน ทั้งๆที่อยู่ในสภาพของคนตาบอดกันทั้งคู่

ฉันชื่ออ้อมขวัญ...

ว้าว! ชื่อเธอเพราะจัง....

เรียนคณะเกษตร...

ว้า! หมดลุ้นเลยตู... อีกฝ่ายรำพึงรำพันน้ำเสียงผิดหวังอย่างหนัก

นายว่าอะไร?... เจ้าหล่อนถามกลับไปเสียงเขียว

เปล่า...ผมชื่อก้าน...เรียนคณะเดียวกับคุณ เมเจอร์วนศาสตร์ เขาบอกมาเสียงห้วนห้าว

ฉันถูกผูกตาอยู่...

ผมก็เหมือนกัน...

ฉันไม่ชอบเลย...หล่อนบอกอีกฝ่ายไปอย่างที่ใจรู้สึก

ผมก็ไม่ชอบเหมือนกัน...และพวกเราน้องใหม่ทุกคนก็ไม่มีใครชอบหรอก...ทำๆตามเค้าสั่งไปเหอะ เสียงที่ตอบกลับมา เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ

จำได้ว่าวันนั้นหล่อนทุลักทุเลขนาดไหน ในสภาพคล้ายคนตาบอด ที่ถูกผูกข้อมือติดกับใครอีกคนหนึ่ง คนที่เมื่อแรกสัมผัสกันแล้วให้ความรู้สึกอุ่นใจ หากพอผ่านพ้นวินาทีนั้นไปแล้ว หล่อนพึ่งรู้ว่า ไอ้นายก้านนี่ เหมือนไส้ติ่งอีกอันหนึ่งของชีวิตหล่อน คือนอกจากไม่มีประโยชน์แล้ว ยังไม่รู้ว่าจะมีมันให้เกะกะเป็นภาระทำไม

แถมเมื่ออักเสบขึ้นมาวันไหน ยังจะทำให้หล่อนพลอยแย่ไปด้วย...และไอ้นายก้าน ผู้เป็นไส้ติ่งอันที่สองของชีวิตหล่อน ที่พี่ๆสั่งกำชับนักหนาพร้อมขู่ว่า หล่อนและมันจะทิ้งกันไม่ได้เด็ดขาด

น้องๆต้องคอยดูแลบัดดี้ของตัวเองให้ดีๆ ช่วยกันให้เรียนรอดไปถึงปีสี่ และเรียนให้จบภายในสี่ปี...เพราะว่าน้ำมนต์สาบานที่พี่ให้น้องๆดื่มไปนั้น มันศักดิ์สิทธิ์และมีอำนาจ หากบัดดี้เรียนไม่จบ ถูกรีไทร์ คู่บัดดี้ก็จะเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน...นี่ไม่ได้ขู่นะน้อง...มันพิสูจน์มาแล้วรุ่นต่อรุ่น....หรือถ้าใครไม่เชื่อ จะพิสูจน์ด้วยตัวเองก็ได้...

ช่าย.....เสียงอื้ออึงคะนึงของคนที่ยืนห้อมล้อมกรอบน้องปีหนึ่งอยู่ ดังมาจากทุกสารทิศ ราวกับคำสาปที่พวกเฟรชชี่ปีหนึ่ง ต้องยึดถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด....

และหล่อนก็เชื่อคำสาบาน...สัญญา...ของน้ำมนต์วันนั้นเสียด้วยสิ....

อ้อมขวัญถึงได้ต้องคอย ปล้ำผีลุกปลุกผีนั่ง ให้ไอ้นายก้านมันเข้าเรียนทุกวิชาที่มีรายการเก็บคะแนนในห้องเรียน หรือถ้าวันไหนมันเมามาเรียนไม่ได้ หล่อนก็ต้องมีแลกเชอร์ใส่พานไปถวายให้มันอ่าน เพื่อว่าให้มันสอบผ่านไปได้เส้นยาแดงผ่าแปดเป็นเทอมๆ เป็นตัวๆไป

และแม้กระทั่งวิชาไหนที่เมเจอร์ของหล่อนไม่ได้ลงเรียน แต่ไอ้ก้านมันมีเรียน และมันคิดที่จะโดดเรียน บัญชาฟ้าผ่าของมันก็จะมาถึงหล่อน

อ้อมขวัญหรือ?...

เก้าโมงเช้าวันนี้เธอว่างไม่มีเรียนใช่มั้ย?...ฉันเช็คตารางสอนเธอแล้วนะ เห็นว่าว่าง ช่วยไปเข้าเรียนสแตทให้ฉันด้วยนะ เพราะอาทิตย์หน้าฉันจะสอบ...

ดูสิดูมัน ใช้แม้กระทั่งไปเรียนแทน หล่อนก็ยังทำ เพราะกลัวอาถรรพ์คำสาปนั้นแท้ๆเชียว

มันเรียนไม่จบก็ช่างหัวมันปะไร....

เหตุไฉนเล่า...ต้องลากเอาบัดดี้อย่างหล่อนไปเกี่ยวข้องกับมันด้วย....

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เราจะดูแลกันดั่งพี่ดั่งน้อง...เราจะรักบัดดี้เหมือนเรารักตัวเอง.... จำได้ว่าหล่อนท่องคำสัญญาสาบานนั้นด้วยไม่เต็มใจสักนิดเชียว...แต่เป็นเพราะคำสั่ง

หล่อนไม่ทอดทิ้งมัน...สามปีกับอีกหนึ่งเทอมที่ผ่านมาได้พิสูจน์แล้ว...

ในขณะที่ไม่เดือดร้อน ไอ้ก้านไม่เคยนึกถึงหล่อน....

หล่อนรักมันเหมือนรักตัวเองอย่างที่สัญญารึเปล่ายังสงสัย?...

แม้ทุกสิ่งจะทำให้มันไปด้วยความรำคาญใจ...หากนั่นก็เพราะว่ามันเป็นเหมือนไส้ติ่งอีกอันหนึ่งของหล่อนที่ต้องดูแล...ไม่ให้อักเสบขึ้นมา ไม่งั้นหล่อนจะพลอยแย่ไปด้วย...

แต่ถ้าไปถามไอ้ก้านมันกลับว่า....

มันรักหล่อนเท่าที่มันรักตัวเองหรือไม่?....ถ้าคำตอบเป็นใช่....หล่อนยังนึกหวั่นใจ...ทุกสิ่งที่ไอ้ก้านมันทำนั้น มันยังรักตัวเองดีอยู่หรอกหรือ?....และถ้านั่นคือการที่มันรักตัวเอง...รักอย่างนั้น หล่อนไม่เอาเสียยังดีกว่า...

แต่ไม่ว่าหล่อนจะเอาหรือไม่เอา....ตอนนี้ความห่วงกังวลที่ว่า ได้ใจไม้ไส้ระกำปล่อยให้มันนอนกลิ้งเกลือกอยู่ที่สนามหญ้าหน้าหอชาย...อากาศเย็นยะเยือกของเดือนธันวาคม....ท่ามกลางฟ้าเป็นมุ้ง ยุงเป็นเพื่อนอย่างที่มันร้องเพลงนั่น....นี่หล่อนกำลังทิ้งบัดดี้หรือ?

บัดดี้ที่เคยดื่มน้ำสาบานว่าจะไม่ทอดทิ้งมัน จะรักมันให้เหมือนกับที่รักตัวเอง

อ้อมขวัญผุดลุกพรวดขึ้นนั่งขัดสมาธิกลางเตียง จิ๊จ๊ะปากอย่างขัดใจตัวเอง ว่าจะเอายังไงกันแน่

โว้ย...ไอ้ไส้ติ่ง... สุดท้ายแล้วเจ้าหล่อนก็เอ็ดตะโรออกมาอย่างหมดสิ้นหนทางที่จะทำอะไรได้

กระแทกเท้าลงจากเตียง หยิบเสื้อกันหนาวตัวหนามาสวมใส่ไว้เพื่อปกป้องความหนาวให้ตัวเอง ขนาดในห้องยังหนาวอย่างนี้ แล้วคนที่นอนแผ่อยู่ที่สนามหญ้าหน้าหอชายด้วยเล่า

มิรอช้าที่จะสาวเท้าเดินกึ่งวิ่งลงมาจากห้องพักอย่างเสียไม่ได้ ในใจยังกังวลว่า หากอาจารย์ประจำหอชายมาเห็นอาการเมามายอย่างไร้สติของไอ้ก้านเข้า เพราะหล่อนเป็นต้นเหตุที่ลากมันไปทิ้งไว้ในสภาวะที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ยังจุดอันตรายอย่างหน้าหอ...จะซวยบรรลัยขนาดไหนกัน

ยิ่งเมื่อวิ่งมาถึงยังสถานที่สุดท้ายที่หล่อนได้ทัศนาเห็นมัน...แล้วกลับพบเพียงความว่างเปล่า

ไอ้ก้าน... ใจหายวาบขึ้นมาทันทีอย่างช่วยไม่ได้ ห้ามไม่ทัน

หายไปไหน...หรือว่าจะโดนยุงหามไปแล้วจริงๆ... รำพึงรำพันกับตัวเอง ก่อนจะเหลียวซ้ายแลขวามองหา และก็ให้อุ่นใจ เมื่อว่าพบมันนอนพังพาบอยู่กับขั้นบันได

ไม่รอช้าที่อ้อมขวัญจะรีบไปพยุงหิ้วปีก กลิ่นน้ำเปลี่ยนนิสัยโชยหึ่ง

ไอ้ก้าน... เจ้าหล่อนเรียกมันให้ได้สติ...คนนอนน้ำลายบูดยืดย้อยไหล ไร้สภาพที่จะเรียกว่าคนได้เต็มปาก เผยอเปลือกตาขึ้นมามอง ก่อนจะยิ้มเปื้อนเลื่อน ตายังวาววามหวานหยดย้อย

ฉานนึกแล้ว...ว่าแกจะต้องม่ายทิ้งฉาน...

แล้วมานอนเรี่ยราดอะไรอยู่ตรงขั้นบันไดนี้เล่า... เจ้าหล่อนว่าอย่างรำคาญ พยุงกึ่งลากมันเดินขึ้นบันไดหอพักไปยังห้องพักของมัน

ตรงนี้หนาวจัง...ฉานจาขึ้นปายนอนบนห้อง แต่ไปไม่ถึง...

เออ...อย่าพูดมาก...เหม็นฉิบเลยแก... เจ้าหล่อนตัดบท พยุงร่างใหญ่อย่างกับยักษ์ปักหลั่นนั่นให้ก้าวขึ้นไปตามขั้นบันไดอย่างเชื่องช้า จนสุดท้ายก็ถึงห้องพักไอ้ก้านจนได้

กุญแจ...

ในกระเป๋ากางเกง... มันบอก เจ้าหล่อนล้วงมือควานไปหา เสียงหัวเราะคิกๆคักๆดัง

หัวเราะบ้าอะไร?... เสียงฉุนเฉียวต่อว่า ก่อนจะไขลูกกุญแจที่ดึงได้จากกระเป๋ากางเกงเข้าไปในห้อง

จักจี้ว่ะ...มาล้วงๆควักๆกันได้...สยิวกิ๊ว..... มันว่าทำท่าจั๊กจี้ได้น่ายันโครมแถมอีกทีจริงๆ อ้อมขวัญคิด

เออ.... เจ้าหล่อนเอ็ดขึ้นมา หลังจากเหวี่ยงโครมร่างของมันลงไปบนเตียงแล้วก็ให้ลากผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้ สะบัดหน้าหนี หันหลังกลับอย่างขี้เกียจจะเห็น...

อ้อมขวัญ...ฉานยังไม่ได้อาบน้ำ...

เรื่องของแก จะเน่าจะเหม็นก็ช่างหัวแก... หล่อนว่าอย่างคร้านจะใส่ใจอีกต่อไป เดินออกจากห้อง ปิดงับประตู ก่อนจะผงะหน้าหงายตาเบิกค้าง เมื่อเห็นใครบางคนยืนมองอยู่ด้วยดวงตาฉงนปนโพลนนิดๆ

เธอขึ้นมาบนหอพักชายได้ยังไง?... เสียงนั่น ราวกับกำลังจะตัดสินชีวิตหล่อนด้วยเครื่องประหารหัวสุนัข

pearleus

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น