ปราบรักให้อยู่หมัด : สนพ.นครสาส์น

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,678
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    9 ก.ค. 52

pearleus pearleus

ตอนที่ 11

งานแต่งงานจัดขึ้นง่ายๆ โดยฤกษ์ที่ท่านเสรีลงทุนเป็นโหรดูฤกษ์ผานาทีเอาตามสะดวก

ตอนเช้าทำบุญเลี้ยงพระ ทำพิธีสวมแหวนหมั้น แล้วจากนั้นก็รดน้ำสังข์ จดทะเบียนสมรส รับประทานอาหารร่วมกัน เป็นงานแต่งงานง่ายๆ ที่ใช้เวลาเตรียมตัวแค่ไม่กี่วัน และเสร็จสิ้นพิธีการต่างๆในวันนั้น ลงในเวลาบ่ายสามโมง

วลัญช์มีเพื่อนเจ้าบ่าวสองคนและผู้บังคับบัญชากองปราบฯมาร่วมเป็นสักขีพยาน แต่ณัฏฐ์วศาไม่ได้สนใจชายหนุ่มทั้งสองที่ยังมีทีท่าแปลกใจไม่น้อยกับงานแต่งงานสายฟ้าแลบในครั้งนี้ พลตำรวจตรีอังกูรหารือกับบิดาอยู่ ส่วนเธอไม่ได้ชวนใครมาร่วมงานเลย มันอับอายเกินกว่าจะมีหน้าไปบอกใครๆได้

ก็เมื่อสองอาทิตย์ก่อนหน้านี้ ใครๆก็ยังพากันรับรู้ว่าเธอจะแต่งงานกับหนุ่มนักธุรกิจ ทายาทกิจการร้อยล้านอยู่แท้ๆ ใครจะไปคิดว่าเพียงชั่วข้ามคืน เธอจะต้องกลายมาเป็นภริยาของตำรวจภูธร

ทั้งหมดทั้งมวลต้องโทษผู้ชายสองคน

หนึ่งคือบดินทร์ ที่ทรยศหักหลังจนทำให้เธอต้องเตลิดเปิดเปิงไปกับวลัญช์

สองก็คือเจ้าบ่าวหมาดๆของเธอ นักที่ฉวยโอกาสจนเธอต้องตกกระไดพลอยโจนมามีวันนี้

งานแต่งงาน ที่หญิงสาวทุกคนใฝ่ฝัน ทุกสิ่งทุกอย่างจบสิ้นลงหมดแล้ว

ญาติผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายออกจากห้องไปแล้ว หลังจากให้พรอันยืดยาวราวกับการสั่งเสีย รวมถึงชี้แนะวิธีการครองคู่ให้ยั่งยืน ณัฏฐ์วศาไม่ได้ใส่ใจฟังกับคำพูดเหล่านั้น เพราะไม่ได้คิดจะใช้มันในการใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายคนนี้

                ขอให้อยู่กันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร

                ถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชรอย่างนั้นหรือ? เอาไว้ตีหัวกันอย่างนั้นสิ

ยิ่งกับไอ้นายยียวนกวนประสาทอย่างนายวลัญช์ แค่ว่าจะทนมองหน้าให้พ้นๆพิธี ไปเสีย ยังนึกอึดอัดใจ เลยมองเขากลายเป็นอากาศธาตุไปเสีย

                มีอะไรค่อยๆพูดค่อยๆจา

แล้วเขาจะได้ยินหรือ?‘

แค่ภาษามนุษย์ธรรมดาในเดซิเบลที่เปล่งออกมาสำหรับคนที่ไม่มีปัญหาการได้ยิน เขาก็ยังเข้าใจยาก ขืนให้มีอะไรแล้วค่อยๆพูดค่อยๆจาเป็นเสียงกระซิบกระซาบคงจะยิ่งยากต่อการสื่อสารเข้าไปใหญ่

                อย่าใจร้อนวู่วาม คนหนึ่งเป็นไฟ ก็ให้อีกคนเป็นน้ำเธอนะเป็นประเภทพวกอารมณ์ร้อนอยู่แล้ว

ลูกสาวคนเดียวที่ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจ เขาคงรู้ได้ว่าเธอจะเป็นยังไง เคยเจอฤทธิ์เดชมาก่อนหน้านี้แล้วนี่นา

                แต่เกรงว่าถ้าเธอเป็นไฟ นายนี่มันก็น้ำมันดีๆนี่เอง ที่พร้อมจะราดลงบนกองไฟ ให้ยิ่งลุกโหมไหม้วายวอดขึ้นไปอีกนะสิ เฮ้อ!    แค่เริ่มต้นของการแต่งงานในวันแรก ก็เป็นวันที่เธอทอดถอนหายใจมากที่สุดกว่าวันใดของชีวิตเสียแล้ว

                พี่เขาพูดอะไรก็ให้เชื่อให้ฟัง

ไม่มีทางเสียล่ะ…’ ไอ้ฟังนะ ฟัง แต่เธอเชื่อตัวเองมากกว่า

ก็ความคิดเขากับเธอมันคนละอย่าง ขืนฟังเขาก็ได้ออกลูกเป็นลิงเท่านั้นเอง

                เคารพเชื่อฟังเพราะเขาเป็นผู้ใหญ่กว่า

อ๋อ! ต้องให้เธอกราบเท้าเขาก่อนนอน อย่างที่ผู้หญิงสมัยก่อนทำด้วยไหม?‘

นั่นคือสิ่งที่ณัฏฐ์วศาเถียงฉอดๆอยู่แต่เพียงในใจเท่านั้น แต่ใบหน้ายิ้มจืดจาง คล้ายๆกำลังถูก...ถูกอะไรดี ถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่เต็มใจจะแต่งด้วยนะสิ

ทั้งบิดาและมารดามองธิดาคนเดียวอย่างชื่นชม ที่สงบปากสงบคำ ตั้งใจฟังคำสั่งสอนชี้แนะของท่านเป็นอันดี หารู้ไม่ว่าเธอนั้นนึกเถียงอยู่ในใจในทุกคำที่ท่านว่ามา

                โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหลือบมองหน้าผู้ชายที่นั่งหน้าเรียบเฉยอยู่ข้างๆ ทำเป็นสงบเสงี่ยมเจียมตัวรับฟังคำสอนสั่งอย่างปลื้มปีติเป็นอันดี ยิ่งหมั่นไส้เขาขึ้นเป็นทวีคูณ

                นี่มันก็แค่งานแต่งงานหลอกๆ ทำไมต้องทำหน้าเหมือนจริงเหมือนจังขนาดนั้น อ้อ! หรือเขาจะเล่นละครได้แนบเนียนสมบทสมบาทยิ่งกว่า ในขณะที่เธอนั้นขยุกขยิกนั่งนิ่งๆต่อไปจะไม่ไหว เพราะไอ้ท่าเรียบร้อยสงบเสงี่ยมที่นั่งอยู่ พาลจะทำให้เหน็บมันกินขาอยู่ในขณะนี้

กว่าที่พรยืดยาวทำนองสั่งเสีย และเคล็ดลับการครองเรือนร้อยแปดพันประการของแม่ๆพ่อๆจะจบลง ณัฏฐ์วศาแทบยกมือขึ้นเบรกแล้วบอก

ขอต่อวันหลังได้มั้ยเพราะดูเหมือนว่าไอ้ชีวิตคู่ที่เธอตั้งใจไว้ว่า

แค่ไม่นานนั้นต้องมีอะไรให้เธอเรียนรู้อีกเยอะ

ในขณะที่ณัฏฐ์วศาคิดว่า ไม่จำเป็นต้องสนใจหรือใส่ใจ มันก็แค่การแต่งงานที่ไม่ได้ตั้งใจ และมันก็จะกินเวลาแค่ไม่นานเท่านั้น

ในห้องหอที่ใช้ส่งตัวเจ้าสาว ซึ่งก็คือห้องนอนของเธอที่ถูกจัดตกแต่งใหม่อย่างเร่งด่วน เธอมีเวลาอยู่ที่นี่อีกแค่สองคืน ก่อนจะย้ายติดตามสามีผู้มีอุดมการณ์ไปอยู่ชายแดน

ชีวิตที่พลิกผันอย่างรวดเร็ว ทำให้ณัฏฐ์วศาไม่แน่ใจว่ามันคือความจริงหรือความฝัน

หากมันเป็นความฝัน ทำไมเธอถึงไม่ตื่นจากฝันบ้าๆนี่เสียทีนะ

ลูกแก้ว เสียงเรียกทำให้คนนั่งเหม่อคิดฟุ้งสะดุ้งโหยง

หน้าตาตื่นๆหันไปมองคนที่อยู่ในชุดพระราชทานสีขาวสะอาดตา กะพริบตาปริบๆ

มีอะไร? น้ำเสียงห้วนห้าวกระชาก ไม่สมกับหน้าหวานๆในชุดเจ้าสาวแสนสวยซักนิด

ไม่ไปอาบน้ำเหรอ?  สายตาที่มองมา เขากำลังคิดอะไรอยู่

 โดยทันทีที่ณัฏฐ์วศารีบยกมือสองข้างปิดบังไอ้ชุดไทยสไบเฉียงอย่างกลัวว่ามันจะฉุดอารมณ์หื่นของนายวลัญช์ให้เกิดขึ้นมา จะไว้ใจผู้ชายคนนี้อีกได้ยังไง ถึงเธอจะตกเป็นของเขาแล้ว ก็จะแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เธอไม่มีวันยอมจะมีอะไรกับผู้ชายฉวยโอกาสคนนี้เป็นครั้งที่สองเป็นแน่

วลัญช์มองภาพนั้นอย่างกลั้นขำนิดๆ เธอคิดจะปิดบังอะไร ไม่ช้าไปหน่อยหรือ? เพราะเขาเห็นเธอมาแล้ว มากกว่าแค่หัวไหล่นวลๆเสียอีก

คุณอาบก่อนเหอะ ดวงตาหลุกหลิกไม่ไว้วางใจไม่กล้าสบตาคู่นั้น

วลัญช์หยิบผ้าเช็ดตัว แล้วเดินหายเข้าห้องน้ำไป ในขณะที่ณัฏฐ์วศากำลังนึกต่อว่าจะทำยังไงดี

มองรอบห้องนอนที่คุ้นเคยอย่างชั่งใจหนัก...คืนนี้เธอคงไม่สามารถข่มตานอนหลับลงได้เช่นทุกคืนที่ผ่านมา

ครู่ใหญ่ผ่านไป วลัญช์เลิกคิ้วอย่างแปลกใจไม่น้อยที่เห็นเจ้าสาวหมาดๆของเขาอยู่ในชุดเสื้อผ้ารัดกุม

คุณจะไม่อาบน้ำเหรอ?

อาบสิ เจ้าหล่อนเพยิดหน้าตอบ

เชิญครับ ผายมือให้ ตอนนี้เขาอยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้ว

ณัฏฐ์วศากลืนน้ำลายอย่างฝืดๆคอ ไม่ยอมหันหลังให้เขา ถอยหลังเดินเผชิญหน้าไปอย่างนั้นจนกระทั่งถึงประตูห้องน้ำจึงรีบผลุนผลันหันหลังจะเดินเข้าไป

ลูกแก้ว เสียงเรียกทำให้เธอสะดุ้งโหยง หันขวับกลับมามอง

อะไร? หน้าตาตื่นๆทำให้วลัญช์เกือบกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่ เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดฟุ้งไปไกลขนาดไหน

จะให้ผมนอนตรงไหน?

คุณอยากนอนตรงไหนก็นอนไปสิ เธอเพยิดหน้าว่า ค้อนขวับก่อนจะรีบดึงประตูห้องน้ำปิดอย่างรวดเร็ว

วลัญช์อมยิ้ม เอ่อแฮะ บางทีเธอก็ดูน่ารักดีอยู่เหมือนกัน....

เฮ้อ! ชีวิตคู่ของเขาและเธอต่อจากนี้ไป จะใช้กันไปอย่างไรก็ไม่รู้สิ แต่ที่แน่ๆ คือประคับประคองมันไปให้ดีที่สุด พ่อกับแม่อุตส่าห์เสียสินสอดทองหมั้นไปหลายล้านแล้วนี่นา

กวาดสายตามองห้องหอแล้วก็พบว่า ตรงที่น่าสบายที่สุดน่าจะเป็นบนเตียงนี่แหละ...แต่มันจะดีหรือ?

ก็เธอเป็นคนอนุญาตเองนี่นา? ว่าเขาจะนอนตรงไหนก็ได้

วลัญช์เอนตัวลงบนที่นอนอย่างอ่อนล้า สายตามองเพดานอย่างเลื่อนลอย

เขาแต่งงานแล้ว...แต่งงานกับผู้หญิงที่แทบไม่รู้จักเลย...ชีวิตคู่ของเขากับเธอ กำลังจะเริ่มต้นขึ้นวันนี้ และไม่รู้ว่ามันจะยาวนานไปซักเท่าไร ในเมื่อมันปราศจากความรัก

ความรัก...คำๆนี้ห่างหายไปจากชีวิตเขาเนิ่นนานแล้ว ตั้งแต่หนูนิดจากไปเมื่อหลายปีก่อน เวลาที่ทุ่มเทให้กับงานเพื่อลืมความเศร้า ก็ไม่ทำให้เขาลืมเธอไปได้

แต่งงาน...ที่ครั้งหนึ่งเคยคิดว่าจะเป็นกับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง แต่กลับกลายมาเป็นผู้หญิงคนนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้...มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาไม่ทันได้ตั้งตัว แต่ก็จะพยายามทำมันให้ดีที่สุด หน้าที่ของสามี

พลิกตัวมองไปที่ประตูห้องน้ำ ป่านนี้เจ้าสาวของเขาจะลืมว่าที่คู่หมั้นคนเก่าของเธอได้รึยังกันนะ? ผู้ชายที่เธอรักและตั้งใจจะแต่งงานด้วย คิดมาถึงตรงนี้ทำให้วลัญช์ถึงรู้สึกแปลบที่หัวใจ

ความรัก ความผูกพัน ที่อาจจะมากกว่าคู่รักธรรมดา ทั้งสองลึกซึ้งกันมาเท่าไหร่ เขาก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่วลัญช์จะทำใจ ลืมทุกอย่าง เริ่มต้นใหม่พร้อมๆกับเธอ เพราะจากวันนี้ไป เธอคือภรรยาของเขาแล้ว

ณัฏฐ์วศาใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำกว่าชั่วโมง ผุดลุกผุดนั่งอย่างสับสนกระวนกระวายใจไปหมด

คืนนี้เธอต้องเข้าหอ นอนร่วมห้องกับนายวลัญช์ ผู้ชายที่ไว้ใจไม่ได้ เขาไม่มีความเป็นสุภาพบุรุษพอ หมอนั่นเป็นนักฉวยโอกาส จะทำยังไงดี ที่จะไม่ต้องพลาดท่าเสียทีเขาเป็นครั้งที่สอง

ประตูห้องน้ำเปิดแง้มออก ดวงตากลมดำขลับมองอย่างหวาดๆ

อะไรกัน หมอนั่นถือวิสาสะมานอนบนเตียงเธอได้ยังไง โดยไม่รู้ตัวเธอก็แล่นมานั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับเขย่าตัวเขาโดยแรงเสียแล้ว

นายวลัญช์ เสียงแหวเรียกดังปานฟ้าผ่า ปลุกวลัญช์ให้ตระหนกตกใจตื่นขึ้นมาในทันที โดยสัญชาติญาณระแวงระไวของตำรวจ หน้าตาถมึงทึงกอดอกแน่นของคนนั่งกลางเตียงทำให้เขางงงัน

นายนอนได้ยังไง? หน้ายุ่งๆของเธอตั้งคำถาม

วลัญช์ยกมือเกาหัวแกรกๆ ยิ้มเจื่อน อ้าปากหาวหวอด เข้าห้องหอคืนแรกเขาก็เผลอหลับต้องให้ภรรยาปลุกขึ้นมาทำการบ้านหรือนี่? ขืนเจ้าเต้ยกับเจ้าแพนรู้ มีหวังไอ้สองคนนั่นจะต้องหัวเราะเยาะเขาแน่ๆ

ผมขอโทษนะ ผมคงเหนื่อยไปหน่อย แต่วันนี้เอ่อ...ผมคิดว่าเราทั้งคู่ต่างเหนื่อยกับงานมาทั้งวัน ผมหมดแรงแล้วล่ะ เราน่าจะหลับพักผ่อนกันก่อน ส่วนเรื่องนั้น เอ่อ! ยังมีเวลาหลังจากนี้อีกถมเถไป

คำพูดอ้อมแอ้มของเขาทำให้ณัฏฐ์วศางงงัน ย่นคิ้วห่อปาก

คุณคงไม่ว่าอะไรนะ ที่ผมจะไม่ได้ทำหน้าที่ในวันสำคัญอย่างนี้ของเรา วลัญช์ยิ้มเจื่อนๆ

หน้าที่ ณัฏฐ์วศาทวนคำ มองผู้ชายที่ปิดปากหาวหวอดๆอยู่ตรงหน้า

วลัญช์คิดว่าเธอคงเข้าใจ จึงล้มตัวลงนอน ในขณะที่คนนั่งคิ้วผูกโบว์กำลังปะติดปะต่อคำพูดของเขา

วันนี้เหนื่อย ไม่มีแรง ขอนอนก่อน ยังไม่ทำหน้าที่....

หน้าที่ที่ว่า?....ดวงตาโตๆเบิกโพลงขึ้นมา ก่อนจะกระชากแขนคนที่ล้มตัวลงไปนอนให้ลุกขึ้นอีกครั้ง

พูดบ้าอะไรของนายน่ะ ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ

วลัญช์งัวเงียหาวหวอดๆ มองหน้าถมึงทึงนั่น กะพริบตาปริบๆ

ก็ได้...ก็ได้... เขายื่นมือมาจับไหล่เธอ ทำท่าจะกดลงไปบนที่นอน แต่ณัฏฐ์วศาแข็งขืนไว้สะบัดตัวออก

อีตาบ้า ลามก ในหัวสมองนายคิดแต่เรื่องนั้นหรือไง? มือที่ทุบอึกอักอย่างขัดขืนทำให้วลัญช์ยิ่งงงงวย

ฉันไม่ได้ทุเรศเหมือนนายนะ ปล่อยเดี๋ยวนี้ เขาผละมือจากเธอที่ตอนนี้กระโจนลงไปยืนอยู่ข้างเตียงหายใจอย่างเหนื่อยหอบราวกับไปวิ่งมาซักสิบกิโลฯ

แล้วคุณปลุกผมขึ้นมาทำไมล่ะ?  หน้ายุ่งๆของคนบนเตียงตั้งคำถามบ้าง

นี่มันเตียงนอนฉัน ใบหน้าขึ้งโกรธแสดงสิทธิ์

แล้วไง?

แล้วนายจะมานอนเตียงเดียวกับฉันได้ยังไง?  วลัญช์เกาหัวแกรกๆ

ก็เมื่อกี้คุณเป็นคนบอกเองไม่ใช่หรือว่า อยากจะนอนตรงไหนก็นอน

แต่ต้องไม่ใช่เตียงฉันเธอเริ่มสำแดงเดชฤทธิ์มากขึ้นมาอีกแล้ว

ตอนนี้เราก็เหมือนคนๆเดียวกันแล้ว ของคุณก็เหมือนของๆผม

หน้าด้านที่สุด ผู้ชายฉวยโอกาส คำพูดอย่างเจ็บปวดนั่น ทำให้วลัญช์เริ่มโมโหขึ้นมาบ้าง

คำพูดนี้ผมควรใช้กับคุณมากกว่านะเขาเริ่มหมดความอดทนชักโมโห

ณัฏฐ์วศาอ้าปากค้าง นอกจากจะเป็นนักฉวยโอกาส ไม่เป็นสุภาพบุรุษ หมอนี่ยังปากร้ายอีก

กล้าดียังไงมาว่าฉัน

แล้วคุณล่ะ กล้าดียังไงมาว่าผม จำไม่ได้หรือที่คุณแม่คุณสั่งไว้เมื่อกี้ว่ายังไงบ้าง

เหอะ กับนักฉวยโอกาสอย่างนายนะเรอะ ไม่มีวันเสียหรอก แค่ครั้งเดียวมันก็เกินพอแล้ว

ครั้งเดียว? วลัญช์ขมวดคิ้วมุ่น

คุณหมายถึงอะไร? หมอนี่กำลังจะย้ำให้เธอสำนึกใช่มั้ย? ว่าเขาเป็นสามีเธอแล้ว เขาเป็นเจ้าของเธอแล้ว เขากำลังจะทวงสิทธิ์บ้าๆที่เธอไม่ได้ยินยอมพร้อมใจด้วยเลยนั่น

คุณมันไม่ใช่ลูกผู้ชาย คุณมันเป็นนักฉวยโอกาส รังแกคนอ่อนแอกว่าไม่มีทางสู้

ผมทำอย่างนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ไหนคุณลองบอกมาซิ

ก็เรื่องคืนนั้น ถ้าฉันไม่เมา.... พูดไม่ทันจบ น้ำตาลูกโตๆก็ร่วงกราวราวกับเขื่อนพัง

วลัญช์หรี่ตามองผู้หญิงตรงหน้า อย่างพอจะเริ่มเข้าใจอะไรบางอย่าง

น้ำตาที่ไหลกลิ้งบนปรางนวลนั่นทำให้เขาสะอึกไป

ถึงนายจะทำลายฉัน ถึงนายจะฉวยโอกาสนั้นไปแล้ว แต่ขอบอกเลยว่า มันจะเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว อย่าได้หวังว่านายจะทำอย่างนั้นกับฉันได้อีก การแต่งงานครั้งนี้ก็แค่อุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ยินดีและเต็มใจจะแต่งงานกับนายเลย แต่ที่ฉันทำไปทั้งหมดก็แค่ไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่เสียใจ....

น้ำเสียงสั่นเครือจนร่างบางสั่นสะท้านนั่น ทำให้วลัญช์สะอึก ทำไมเขาถึงรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของเธอ จากน้ำเสียง จากสีหน้า จากแววตาอย่างนั้น นี่เธอไม่ได้ต้องการให้เขารับผิดชอบหรอกหรือ? ถ้อยคำกล่าวหาจากริมฝีปากอวบอิ่มเสียดแทงความรู้สึกจนจุกอกแน่นไปเสียหมดแล้ว

ไปกันใหญ่โตแล้วนะลูกแก้ว ดวงตานิ่งนั่นมองจับที่ใบหน้าเธอ เขาต้องอธิบายให้เธอเข้าใจ

เรื่องที่เกิดขึ้นที่บ้านพักชายทะเลคืนนั้น...มันไม่มีอะไร?

คนที่สะอื้นไห้ค่อยๆถอนก้อนสะอื้น มองหน้าตาเหนื่อยหน่ายของเขา หัวคิ้วตรงแหน่วนั่นเคลื่อนเข้าหากัน

ผมไม่ได้ทำอะไร อย่างที่คุณคิดซักนิด

หมายความว่ายังไง?

คุณเดินลงทะเล ผมไปช่วยคุณขึ้นมา เสื้อผ้าของเราเปียกทั้งคู่ แถมฝนยังตกไม่ลืมหูลืมตา ผมจำเป็นต้องลอกคราบคุณเพราะกลัวว่าคุณจะเป็นปอดบวมตาย และคืนนั้นคุณก็เป็นไข้เพ้อหนัก ผมพยายามเช็ดตัวลดไข้ให้คุณ แต่เป็นคุณที่เพ้อถึงใครก็ไม่รู้ แล้วดึงผมไปกอดแน่นไม่ยอมปล่อย

ดวงหน้าคล้ายตุ๊กตายืนตะลึง กะพริบตาถี่ๆ

หมายความว่า นายกับฉัน... คำพูดแผ่วเบาแว่วออกมาจากริมฝีปากรูปกระจับด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามหนัก

เราไม่ได้มีอะไรกันน้ำเสียงแผ่วหลุดออกจากปากรู้สึกเบาโหวงขึ้นมาในทันที

ใช่ เราไม่ได้มีอะไรกัน?วลัญช์พยักหน้ายืนยันรับรองหนักแน่นทั้งคำพูดและกริยา

แล้วทำไมนายถึงยอมแต่งงานกับฉัน

สภาพนั้นคงยากที่จะพูดว่าเราไม่มีอะไรกัน แม้แต่ตัวคุณเองก็ยังเข้าใจไปอย่างนั้น แต่ผมขอรับรองด้วยเกียรติของลูกผู้ชาย ผมไม่ได้ล่วงเกินคุณไปกว่า...อ่า... ดวงตาคมจับจ้องมองรอคอยฟังอยู่

ผายปอดเพื่อช่วยชีวิต แล้วก็กอดให้ไออุ่นกับคุณ

คิ้วย่นขมวดมุ่น เหมือนจะย้ำถาม

เท่านั้นจริงๆ วลัญช์ยืนยัน

ณัฏฐ์วศากลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างแสนฝืด

แล้วทำไมนายไม่บอกฉันก่อนหน้านี้ ทำไมนายไม่อธิบายให้คุณพ่อคุณแม่ฟังน้ำเสียงต่อว่าดัง น้ำตาพราววับเกาะรื้นที่หน่วยตากลมดำขลับอีกหน

คุณให้โอกาสผมได้พูดมั้ย? เอาแต่ร้องไห้แล้วก็ตบตีผมทุกครั้งที่กำลังจะอ้าปากอธิบาย พ่อแม่คุณท่านก็คงไม่เชื่อว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในเมื่อคุณเองร้องไห้ฟูมฟายเสียอกเสียใจถึงขนาดนั้น ผมจะพูดอะไรออกได้ล่ะ นอกจากปล่อยให้มันตกกระไดพลอยโจนอย่างนี้

อะไรกันนี่? แปลว่าเธอกับเขาไม่ได้มีอะไรกัน...แล้วเธอจะต้องแต่งงานกับผู้ชายคนนี้ทำไม?

แข้งขาอ่อนจนยืนต่อไปไม่ไหว ณัฏฐ์วศาทรุดลงไป ก่อนจะปล่อยโฮเสียงดังลั่นอย่างสิ้นสติ

วลัญช์อึ้งงันกับภาพที่เห็น เธอเสียใจอะไรของเธอนักหนา

เมื่อกี้เธอยังร้องไห้โกรธขึ้งเพราะคิดว่าเขาไปล่วงเกินเธอ แต่ตอนนี้สถานการณ์คลี่คลายหมดแล้ว ทำไม ณัฏฐ์วศายังร้องไห้ประหนึ่งว่าใจจะขาด...ตกลงเธอดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่รู้ว่า ยังไม่ได้ตกเป็นของเขา

 

สองพ่อที่บังเอิญเดินผ่านหน้าห้องหอ คุณโชติย่นคิ้วหน้าหงุดหงิด

บ๊ะไอ้เจ้านี่ ไม่รู้จักละมุนละม่อมถนอมเจ้าสาวบ้างเลย ท่านบ่นอย่างหงุดหงิดเมื่อได้ยินเสียงร้องไห้แว่วมาจากข้างใน พอหมุนตัวจะกลับเห็นท่านเสรีนิ่วหน้าอยู่ก็ให้สะดุ้งโหยง

ท่านเสรีส่ายหน้าน้อยๆ พี่โชติคงไม่รู้สิครับว่า ลูกชายพี่มีฉายาว่า ตำรวจเหล็กเลือดร้อน’ ” คุณโชติหน้าเสีย

แต่ของอย่างนี้มันปรับตัวกันได้ ไม่นานเดี๋ยวก็คงชิน ท่านเสรีคลายสีหน้ากังวลให้เพื่อนรุ่นพี่

ทั้งสองพ่อมองหน้ากันแล้วอมยิ้ม ก่อนจะกอดคอกันไปเจรจาความหลังเก่าๆตามประสาคนแก่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

256 ความคิดเห็น

  1. #16 คนที่รอมานาน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 17:17

    ให้มันได้อย่างนี้เถอะ   เข้าใจไปกันคนละเรื่องเลย

    รออยู่น้า  รีบมาอัพต่อนะคะ

    อยากรู้ว่าน้องลูกแก้วจะทำไง

    เล่นมารู้ความจริงตอนแต่งเส็ดแล้วอีก

    #16
    0
  2. #15 แวนด้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2552 / 09:35
    5555 เจ๋ง
    #15
    0