Vampire Phantom แค้นรักอันตรายนายแวมไพร์เจ้าเล่ห์

ตอนที่ 5 : บทที่ 3 ท่านเอิร์ลในราชอาณาจักรแห่งคลีฟ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,485
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

บทที่ 3 ท่านเอิร์ลในราชอาณาจักรแห่งคลีฟ

 

บนโต๊ะอาหาร ทุกคนยังมีสีหน้าประหลาดใจเกี่ยวกับจดหมายเชิญที่หลุยส์ให้เป็นกุญแจเปิดประตูคฤหาสน์รังรักแห่งคลีฟไม่หาย แต่พวกเราก็มีมารยาทพอที่จะไม่ไล่แขกไปอย่างไร้น้ำใจ แม้แต่ลูคัสที่ไม่ค่อยจะถูกชะตากับท่านเอิร์ลก็ยังต้องพยายามทำตัวนิ่งเฉย ทว่าคนที่ทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีกว่าเจ้าบ้านแท้ๆ ก็มีแต่แดเนียลเท่านั้น

“อาหารถูกปากไหมครับท่านเอิร์ล” แดเนียลที่นั่งอยู่ข้างฉันทักขึ้นท่าทางรื่นเริง

“อาหารที่นี่มีรสชาติวิเศษมากครับ” หลุยส์นั่งอยู่ฝั่งตรงกันข้ามปรายตามาให้ฉันพลางยิ้มที่มุมปาก ทางฝั่งขวามือของเขามีดีแลนนั่งอยู่ โดยที่ฝั่งซ้ายมีพี่เซอร์คัส เท่าที่ฉันสังเกตดูตำแหน่งนั่งรับประทานอาหารวันนี้ ดูเหมือนว่าทุกคนจะจงใจให้หลุยส์นั่งห่างจากผู้หญิงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้

“อาหารฝีมือลิลี่รสชาติวิเศษเสมอเลยครับ” แดเนียลรับประทานอาหารต่อโดยไม่รู้สึกอะไรเลย

“วันนี้วาเลนเซียเป็นลูกมือด้วย ก็เลยอร่อยกว่าเดิมหลายเท่า” ท่านพ่อหันไปยิ้มให้วาเลนเซีย

“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะมิสเตอร์คลีฟ” วาเลนเซียยังไม่รู้สึกชินที่จะต้องเรียกท่านพ่อเหมือนที่พวกเราเรียก เธอจึงเรียกท่านว่า มิสเตอร์คลีฟ ตลอดเวลา

“ผมว่าอร่อยดีนะ ไม่ยักรู้ว่าคุณทำอาหารเป็นด้วย” แดเนียลหันไปถามหน้าตาเฉย ท่าทางไร้เดียงสากว่าเด็กห้าขวบเสียอีก

“แดเนียล” ฉันหยิกมือชายหนุ่มข้างกายเชิงเตือน เพราะฉันรู้ดีว่าวาเลนเซียขี้น้อยใจและอ่อนไหวกับเรื่องบางเรื่องได้ง่าย ซึ่งคนในบ้านต้องระวังคำพูดอยู่ตลอดเวลา

“คุณหยิกผมทำไม” แดเนียลมองฉันด้วยท่าทางหงอๆ

“ฉันกำลังฝึกทำอาหารจากลิลี่น่ะค่ะ” วาเลนเซียอธิบายด้วยสีหน้าที่ไม่ได้ถือสาอะไร

“นี่แค่ฝึกนะยังอร่อยขนาดนี้ ถ้าหากทำเป็นเมื่อไหร่คงต้องอร่อยกว่าของคุณครูแน่ๆ” แดเนียลยิ้มให้น้องสาวบุญธรรมของฉันอย่างจริงใจ ขอบคุณสวรรค์ที่เธอยิ้มตอบกลับมาได้ด้วยท่าทางดีใจแบบนั้น เพราะตามปรกติแล้วคนทั้งบ้านจะระมัดระวังคำพูดเวลาคุยกับวาเลยเซียมาก

“คุณเดินทางมาจากที่ไหนคะหลุยส์” อลิซาเบธที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น

“ผมเดินทางมาจากสกอตแลนด์โดยตรง พอดีว่าเพิ่งไปดูงานเรื่องซ่อมแซมคฤหาสน์ ผมก็เลยเจอจดหมายเชิญอยู่ที่นั่น” ดูเหมือนหลุยส์จะย้ำเรื่องจดหมายเชิญบ่อยเหลือเกิน

“ครอบครัวเราชอบเล่นหมากรุกกันมากๆ รับประทานอาหารเสร็จแล้ว ท่านเอิร์ลอยากจะเล่นกับพวกเราสักเกมไหมคะ” ท่านแม่พยายามลดความตึงเครียดบนโต๊ะด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่นของท่าน

“ในเมื่อมิสซิสคลีฟเสนอมาขนาดนี้แล้ว ผมก็อยากจะลองดูสักเกม ไม่ทราบว่าผมจะมีสิทธิ์เลือกคู่เล่นได้ไหม เพราะว่าผมอยากจะประลองฝีมือกับเจ้าหญิงของบ้านสักเกม”

“วาเลนเซียเล่นหมากรุกไม่เป็นครับ” ดีแลนขัดขึ้นมา

“ผมหมายถึงลิลี่ต่างหาก” หลุยส์หันไปเผชิญหน้ากับน้องชายฉัน

“หลังจากนี้ลิลี่อาจจะต้องทำอะไรในครัวต่อสักหน่อย เธอคงเล่นกับคุณไม่ได้ อยากประลองหมากรุกกับผม หรือไม่ก็ลูคัสสักเกมสองเกมไหมครับท่านเอิร์ล” พี่เซอร์คัสเอนหลังอิงพนักพิง ก่อนที่พวกเขาจะประชันสายตากันให้บรรยากาศในห้องอาหารแปรปรวนขึ้นมา

“แดเนียลคะ” วาเลนเซียทักขึ้นขัดจังหวะ

แดเนียลเงยหน้าขึ้นมองวาเลนเซีย สองหนุ่มหันกลับมาให้ความสนใจอาหารของตนอีกครั้ง โดยที่อีกฝ่ายยังไม่ยอมตอบตกลงหรือแม้แต่ปฏิเสธ

“ไม่ทราบว่าคุณได้คู่เต้นรำในงานแฟนซีสวมหน้ากากในคืนจันทราสีเงินรึยัง”

“ผมจะมีได้ยังไงล่ะ ก็ลิลี่ไม่อยากไปงานกับผมนี่” ในน้ำเสียงฉายแววตัดพ้อ แดเนียลทำหน้าตาหงอๆ ราวกับจะฟ้องวาเลนเซียว่าถูกฉันกลั่นแกล้ง

แดนนะแดน...เล่นอะไรเป็นเด็กไปได้

“พักหลังเราไม่ค่อยชอบเข้าร่วมงานสังสรรค์เลยนะลูกพ่อ” ท่านพ่อทักขึ้น “แดเนียลชวนทั้งที”

“ลิลี่ขอไปเลี้ยงเด็กยังดีเสียกว่าค่ะท่านพ่อ” ฉันยิ้มให้ท่าน

“ถ้าอย่างนั้นฉันขอไปงานกับแฟนของลิลี่ได้ไหม” น้องสาวผู้อ่อนไหวง่ายของฉันทักขึ้นอย่างกระตือรือร้น

“แคก แคก ผมน่ะหรือ” แดเนียลถึงกับสำลักอาหารพลางชี้หน้าตัวเองท่าทางประหลาดใจ

“ฉันรู้ว่าแดเนียลคงอยากไปกับลิลี่มากกว่า แต่ฉันไม่มีเพื่อนไปร่วมงานน่ะค่ะ” วาเลนเซียเอ่ยด้วยน้ำเสียงออดอ้อน ฉันได้แต่แอบยิ้มเพราะรู้ว่าแดนต้องใจอ่อนแน่ๆ

“ไม่เป็นไร ผมแค่ประหลาดใจนิดหน่อย ก็ดีเหมือนกัน ผมยังหาคู่ไม่ได้พอดี” เขายิ้มให้วาเลนเซียอย่างเริงร่า

“งานแฟนซีสวมหน้ากากในคืนจันทราสีเงิน” หลุยส์พึมพำเบาๆ

“เป็นงานประจำตระกูลคลีฟน่ะครับ งานเลี้ยงศักดิ์สิทธิ์ จะจัดขึ้นในอีกไม่นานนี่แหละครับ” แดนเริ่มทำตัวเป็นไกด์ มีอะไรอยู่ในหัวเขาจะต้องหยิบยกมันมาสาธยายให้แขกของบ้านรู้หมด

“ผมชอบงานสังสรรค์” หลุยส์ยกไวน์ขึ้นมาจิบท่าทางสงบ

“งั้นคุณก็ไปด้วยกันสิครับ น่าสนุกดี” แดเนียลชวนท่าทีกระตือรือร้น

เคร้ง! คำชวนของแดนเป็นเหตุให้ท่านแม่และอลิซาเบธรวมถึงนิชาพร้อมใจกันทำช้อนหลุดมือ จนหลุยส์เองเลือกไม่ถูกว่าจะมองใครก่อนดี ส่วนฉันได้แต่เอื้อมมือไปกุมแขนแดเนียลไว้พลางเม้มริมฝีปากแน่น

“งานเลี้ยงนี่เข้าได้เฉพาะสมาชิกแห่งคลีฟเท่านั้น” ลูคัสเอ่ยขึ้นเสียงเย็น

“เว้นเสียแต่ว่าคุณจะมีคู่ควงที่สืบทอดสายเลือดแห่งคลีฟ” แดเนียลเสริมด้วยท่าทีลุ้นๆ แทนหลุยส์ มือไม้ของเขาแกว่งไปรอบทิศ ใครที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ต้องรีบหลบเอาเองหากยังอยากมีลูกตาอยู่ครบทั้งสองข้าง เวลาที่แดนพูดอย่างออกรสชาติ ใครก็ไปห้ามอริยาบถร่วมของเขาไม่ได้หรอก

“แต่ในรายชื่อผู้ร่วมงานระบุว่าผู้หญิงส่วนใหญ่ได้คู่กันหมดแล้ว” พี่ชายจอมโหดของฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด จ้องมาที่แดนอย่างแน่วแน่

“เอ้...ท่านลูคัส ผมคิดว่าการไปร่วมงานนี้ไม่ต้องลงชื่อเสียอีก” แดนถาม

“ฉันเป็นคนบอกให้สมาชิกที่จะมาร่วมงานลงชื่อเอง นี่เป็นข่าวใหม่คุณอาจจะยังไม่รู้ วาเลนเซียเป็นผู้หญิงคนสุดท้ายพอดี คุณเพิ่งตอบตกลงไปร่วมงานกับเธอเมื่อกี้นี้ไม่ใช่หรือ” ร้ายนะพี่ชายเนี่ย พยายามกีดกันหลุยส์สุดฤทธิ์เลย ทำให้ฉันอดยิ้มออกมาไม่ได้ แต่แดเนียลนี่สิน่าสงสารจัง เขาทำหน้าเหมือนเด็กหลงทางยังไงไม่รู้

“ถ้างั้นคุณก็ไปร่วมงานกับพวกเราไม่ได้สินะ น่าเสียดายจัง”

“หากผมเข้าใจไม่ผิด แฟนคุณยังไม่ได้ตกลงไปร่วมงานกับใครไม่ใช่หรือครับ”

ผู้ร่วมโต๊ะทุกคนนิ่งไปชั่วขณะ คุณแม่พยายามเก็บซ่อนสายตาที่แสดงทีท่าว่าตกใจ ท่านพ่อนิ่งเงียบราวกับถูกเสกให้กลายเป็นศิลา ทั้งที่ตามปรกติแล้วท่านไม่ค่อยแสดงปฏิกิริยาโต้ตอบแบบนี้บ่อยนัก

“คุณก็ได้ยินแล้วนี่คะหลุยส์ว่าลิลี่ไม่อยากไปร่วมงาน” อลิซาเบธทักขึ้น “คุณต้องการอะไรกันแน่คะหลุยส์”

“คุณอย่าดุผมนักสิอลิซาเบธ ผมก็แค่อยากไปร่วมงานด้วยเท่านั้น” หลุยส์ยิ้มที่มุมปากด้วยท่าทางสบายๆ

“ทำไมพวกคุณเครียดกันขนาดนั้นล่ะครับ” แดเนียลถามขึ้น หันมาทางฉันก่อนจะกระซิบถาม “พวกเขาจะตีกันไหมครับเนี่ย”

“ขอเสียมารยาทหน่อยนะคะ ฉันต้องคุยกับหลุยส์เป็นการส่วนตัว” อลิซาเบธลุกขึ้น

พี่ลูคัสกรีดมีดลงบนจานจนเกิดเสียงดังขัดฟัน จากนั้นอลิซาเบธก็หายไปกับหลุยส์ เซอร์คัส ลูคัส ดีแลน ต่างพากันลุกขึ้นแล้วเดินตามไป

“ท่านพ่อคะ ท่านแม่คะ ฝากดูทางนี้ด้วยนะคะเดี๋ยวลิลี่มา” ดูในที่นี้ท่านพ่อกับท่านแม่ต่างรู้ดีว่าฉันกำลังหมายถึงใคร แดเนียล นั่นเอง ฉันเดินตามพวกเขาไป นิชาก็ตามมาด้วย

 

ภายในห้องโถงใหญ่ประจำบ้าน

“ผมอยากรู้ว่าจดหมายฉบับนี้ไปถึงมือคุณได้ยังไง” พี่เซอร์คัสเดินไปหยุดอยู่ข้างหลังหลุยส์พอดี

“หลุยส์ บอกมาตามตรงเลยดีกว่าว่าคุณเป็นคนปลอมจดหมายนั่นขึ้นมาเอง” อลิซาเบธเอ่ยน้ำเสียงไม่ไว้วางใจ “คุณมีจุดประสงค์อย่างอื่นรึเปล่า อาทิเช่น...”

“อาทิเช่น...” หลุยส์เลิกคิ้วสูง “คุณคงไม่คิดว่าผมจะมาตามล้างแค้นโดยการมาตีสนิทลิลี่ เพียงเพราะว่าลูคัสมาแย่งคู่หมั้นผมไปหรอกนะ”

“นั่นละ คือสิ่งที่ฉันกำลังคิดอยู่เลย ฉันรู้ดีค่ะหลุยส์ ว่าคุณเป็นคนยังไง” อลิซาเบธมองเขาด้วยสีหน้าจริงจังน้ำเสียงเรียบห้วนฟังไม่เป็นมิตร

“หากผมอยากจะทำแบบนั้นจริง ทำไมผมจะต้องรอให้เวลาผ่านไปเป็นปีๆ ล่ะอลิซาเบธ ตอนนี้ผมแทบจะไม่รู้สึกอะไรกับเรื่องเหล่านั้นอยู่แล้ว” ในน้ำเสียงของหลุยส์ยังสงบและยืนยันความบริสุทธิ์ของเขาได้โดยไม่มีพิรุธ

“ไม่ว่าคุณจะมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ใด ผมขอเตือนคุณเอาไว้เลยนะท่านเอิร์ล หากมีอะไรเกิดขึ้นกับน้องสาวผม พวกเราไม่ไว้ชีวิตคุณแน่” พี่ลูคัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

“รอให้ผมตรวจสอบจดหมายก่อนแล้วเราจะได้รู้กันว่าคุณมาที่นี่ด้วยความบริสุทธิ์ใจหรือว่าเจตนาอื่น” ดีแลนเอ่ยเสียงเรียบนิ่งพอๆ กับใบหน้าแม้ว่าคำพูดของเขาจะสื่อไปในทางข่มขู่

“ขอร้องเถอะค่ะหลุยส์ คุณกลับไปในที่ของคุณได้แล้ว” อลิซาเบธวิงวอนด้วยทีท่าเหนื่อยหน่าย

“คุณขับไล่อดีตคู่หมั้นของคุณอย่างไร้ความเมตตาขนาดนี้เลยหรือ อลิซาเบธ”

“ฉันไม่ได้ไล่ แต่ฉันต้องการให้คุณไปจากที่นี่ แล้วก็เลิกยุ่งกับลิลี่”

“คุณคงไม่ได้หึงผมใช่ไหมอลิซาเบธ” หลุยส์ยิ้มที่มุมปาก มองดูอลิซาบด้วยแววตาเจ้าเล่ห์แสนกล การกระทำของเขาทำให้พี่ลูคัสโกรธจนหน้าแดงเลย

ผลั๊วะ! หมัดหนักซัดเข้าเต็มๆ ที่หน้าของท่านเอิร์ลผู้สูงศักดิ์ นิชาและฉันร้องเรียกชื่อพี่ลูคัสขึ้นพร้อมกัน ก่อนจะวิ่งเข้าไปขวางหมัดของเขาที่ตั้งท่าจะซัดใส่หน้าหลุยส์รอบสอง ทว่าพี่เซอร์กลับเดินเข้ามาดันร่างฉันกับนิชาออกจากทาง

“เพียงเพราะผมอยากไปร่วมงานแฟนซีสวมหน้ากาก มันทำพวกคุณหัวเสียกันขนาดนี้เลยหรือเนี่ย” ท่าทางเขาไม่สะทกสะท้านไปกับหมัดของลูคัสเอาเสียเลย

“ใช่ค่ะหลุยส์ คุณทำให้ทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้หัวเสียเอามากๆ เลย” อลิซาเบธยืนยันเสียงแข็ง

“ถ้าอย่างนั้นคุณก็ไปร่วมงานกับผมสิอลิซาเบธ”

“ฉันยังไม่ได้เป็นสมาชิกตระกูลคลีฟค่ะหลุยส์ ลืมไปแล้วหรือว่าฉันยังเป็นคอนวอล์ทอยู่”

“คุณชักจะขออะไรมากไปแล้วนะท่านเอิร์ล” พี่ลูคัสกัดฟันกรอด ตั้งท่าจะพุ่งใส่หลุยส์อีก โชคดีเซอร์คัสไปขวางทางไว้ได้ทันการพอดี

เรื่องมันชักจะวุ่นวายกันใหญ่แล้ว ทำไมเขาจะต้องมายุ่งวุ่นวายในที่นี้ด้วย กับฉันคงไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมเขาจะต้องมาพูดเหมือนจะหาทางยั่วโมโหลูคัสโดยการดึงอลิซาเบธเข้ามาเกี่ยว

“ถ้าคุณอยากไปร่วมงานจริงๆ ฉันจะไปกับคุณก็ได้ แต่เราจะต้องตกลงอะไรกันก่อน” ฉันทนมองดูท่าทางโกรธเกรี้ยวของพี่ลูคัสต่อไปไม่ไหว ฉันจะไม่ยอมให้พวกเขาต้องขัดใจกันเพราะหลุยส์เด็ดขาด

“ลิลี่ไม่มีความจำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย” นิชาคว้ามือฉันไว้

“ไม่เป็นไรหรอกนิชา” ฉันบอกนิชาก่อนจะหันไปทางคนอื่นๆ “พี่คะ ดีแลน อลิซาเบธ นิชาด้วย ฉันขอเวลาคุยกับหลุยส์สองต่อสองได้ไหม”

“ลิลี่” เซอร์คัสเม้มริมฝีปากแน่น แม้ว่าคนอื่นๆ จะมีท่าทางที่ไม่เห็นด้วย พวกเขาก็ต้องเคารพการตัดสินใจของฉันเหมือนอย่างที่พี่เซอร์คัสทำ ไม่ว่ามันจะเป็นเรื่องจำใจหรือไม่ก็ตาม

“ไม่ต้องห่วงน้องนะคะพี่ชาย” ฉันบอก เขาจึงก้มลงจูบหน้าผากฉันก่อนจะจูงมือนิชาออกไป

“ระวังตัวเองให้ดี” พี่ลูคัสยัดไม้กายสิทธิ์ลงในมือฉันแล้วกอดฉันเบาๆ ก่อนจะหันไปทางอลิซาเบธ “เราออกไปรอข้างนอกกัน”

“ที่พวกเราทำแบบนี้ ก็เพราะเคารพการตัดสินใจของลิลี่ และถ้าหากคุณกำลังคิดจะทำอะไรไม่ดีกับพี่สาวผมล่ะก็ คุณจะได้รู้ฤทธิ์ของผมแน่” ดีแลนเดินเข้ามาจูบหน้าผากพลางบีบไหล่ฉันเบาๆ

“ผมเชื่อแล้ว ว่าพี่ชายน้องชายของคุณเขาหวงคุณมากแค่ไหน” หลุยส์เอ่ยขึ้นพลางหัวเราะในลำคอเมื่อทุกคนไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว

“ไม่ตลกเลยนะคะ ดูเหมือนว่าคุณจะไม่ค่อยรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เลยแยกแยะไม่ค่อยถูกว่าสิ่งไหนควรขำไม่ควรขำ”

“ผมไม่ขำก็ได้ บ้านคุณเคยหัวเราะกันบ้างรึเปล่าเนี่ย ชอบทำหน้าเครียดกันจริงๆ คุณไม่ควรทำหน้าเครียดมากนักนะ เพราะผมคงเสียดายแย่หากใบหน้าสวยๆ ของคุณจะต้องถูกแต่งแต้มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นก่อนเวลาอันควร” ไม่ว่าเปล่าเขาก็เอื้อมมือมาลูบโหนกแก้มของฉัน

“มาพูดเรื่องของเราต่อดีกว่าค่ะ” ฉันถอยหลังกรูด รู้สึกไม่พอใจเขาสักเท่าไหร่

“อืม...เรื่องของเรา ผมแทบอดใจรอฟังคุณพูดต่อไปไม่ไหวแล้ว”

 “หากคุณต้องการไปร่วมงานเลี้ยง ฉันจะพาคุณไปที่นั่น แต่คุณจะต้องสัญญากับฉันว่าจะไม่ทำให้พี่ลูคัสลำบากใจเรื่องของอลิซาเบธ และห้ามยุ่งกับนิชา รวมทั้งวาเลนเซียด้วย” ฉันยืนมองหน้าเขาด้วยความเคารพนับถือในความสามารถยั่วโมโหคู่สนทนาที่มีมากเสียจนกำหนดไม่ได้

“โห...ผมคิดว่าคุณจะห้ามไม่ให้ผมยุ่งกับคุณแม่คุณด้วยแล้วนะเนี่ย ในสายตาของคุณผมกลายเป็นตัวอันตรายต่อผู้หญิงทุกคนไปแล้วหรือเนี่ย”

“ไม่มีใครรู้ว่าคุณมาที่นี่เพราะอะไร ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าจดหมายนั่นคุณไม่ได้เป็นคนปลอมขึ้นมาจริง และไม่มีใครเข้าใจคุณได้ด้วยค่ะท่านเอิร์ล แต่คุณห้ามยุ่งกับคนรักของคนในบ้านฉันเป็นอันขาด”

“ที่คุณพูดแบบนี้ หมายความว่าผมยุ่งกับคุณได้ใช่ไหม” เขาหรี่ตาลง

“แค่ในขอบเขตของข้อตกลงเท่านั้น” ฉันเน้นเสียงเข้ม

“ผมยังไงก็ได้” เขาเอ่ยด้วยท่าทางสบายๆ

“คุณจะต้องไม่แตะตัวฉันอีกหากไม่จำเป็น” ฉันจ้องหลุยส์ตาเขม็ง

“ได้เลย” มุมปากของเขาขยับยิ้มกรุ้มกริ่มฉายแววเจ้าเล่ห์

“คุณจะไม่ก้าวก่ายสิทธิส่วนบุคคลของคนในบ้านระหว่างอยู่ที่นี่”

“ตอนนี้คุณคงมองเห็นผมเป็นเด็กไม่มีมารยาทไปเสียแล้ว ท่านเอิร์ลโดนสาวน้อยแห่งคลีฟสั่งสอนแล้วสิ น่าขันจริงๆ” นัยน์ตาสีฟ้าครามอมเทาฉายแววขบขัน

“ฉันกำลังคิดว่า...บางทีคุณก็สมควรจะถูกสั่งสอน”

“เป็นงั้นไป” เขากระตุกยิ้มพลางเลิกคิ้วใส่ ฉันมองแล้วมันขัดหูขัดตามาก

“ค่ะ มันสมควรเป็นแบบนั้น ขอตัวนะคะ ทุกคนคงรอฉันอยู่” ฉันย่อเข่าพลางโค้งตัวให้หลุยส์อย่างฝืนใจแล้วจ้ำเท้าหนีโดยเร็ว จากนั้นก็เดินชนหลุยส์เข้าอย่างจังตอนที่เขาพุ่งออกมาขวาง เป็นเหตุให้ฉันต้องรีบถอยหลังกลับจนข้อเท้าพลิกทำให้เสียหลักเกือบจะล้ม

“แบบนี้...เรียกว่าเป็นการสัมผัสตัวคุณเพราะความจำเป็นไหม” มือข้างหนึ่งของเขากอดอยู่รอบเอว อีกข้างหนึ่งโอบหัวไหล่ฉันเอาไว้ ความชิดใกล้ทำให้ฉันรู้สึกได้ถึงไออุ่นจากแผ่นอกกว้างที่ฉันพยายามจะใช้แขนข้างที่ถือไว้กายสิทธิ์ดันร่างเขาออกห่าง ก่อนจะชี้มันไปที่คอของเขา

“ปล่อยฉันนะคะหลุยส์”

“คุณนี่โหดจัง แต่ไม้สั้นแค่นี้มันจะทำอะไรผมได้” เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

“ฉันแทงมันทะลุคอหอยคุณได้” ฉันขู่หลุยส์เสียงแข็ง ทว่าใจจริงไม่ได้อยากลงไม้ลงมือกับใครทั้งนั้น

“ลิลี่ผู้อ่อนหวาน เวลาโมโหนี่น่ากลัวกว่าที่ผมคิด” แววตาของเขายังคงทอประกายระยับอย่างพึงพอใจ ไม่มีทีท่าหวาดกลัวแสดงออกมาให้ได้เห็น

“คุณจะปล่อยฉันได้รึยัง”

“โอเค ผมยอมคุณแล้ว” หลุยส์กางแขนออกจังหวะที่ฉันไม่ทันได้ตั้งตัว

ฉันรีบใช้ขาข้างที่เจ็บค้ำพื้น นั่นจึงเป็นเหตุให้ฉันสูญเสียความทรงตัว ทว่าวินาทีต่อมาหลุยส์ก็สามารถคว้าฉันได้ แต่ในจังหวะเดียวกันเขากลับสะดุดโคมไฟที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ เขากอดฉันเอาไว้แล้วหมุนตัวเองไว้ด้านล่างก่อนที่ร่างของเราจะไปกองอยู่บนพื้น ปากของฉันกระแทกลงบนปากหลุยส์ด้วยอุบัติเหตุ แต่เมื่อฉันต้องการจะยันกายออกมือใหญ่กลับกดหัวฉันเอาไว้ ชอนไชลิ้นเข้ามาในปากของฉัน เป็นเหตุให้ตัวฉันชาและแข็งทื่อขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ จนกระทั่งฉันรู้สึกตัวว่ามือใหญ่กำลังเลื่อนจากหัวต่ำลงไปจนถึงสะโพก ฉันก็รีบผละตัวออกทันที

“ลิลี่ ริมฝีปากของคุณหอมหวานมาก” เขายิ้มทั้งที่สีหน้าบ่งบอกว่าเจ้าตัวเจ็บปวด แต่เขาก็ยังมีแรงมากพอที่จะดึงร่างฉันให้ล้มลงไปบนตัวขณะที่ฉันดิ้นรนต่อสู้ “สาวน้อยแห่งคลีฟ คุณทำให้ผมอยากครอบครองคุณขึ้นมาดื้อๆ”

พลั๊วะ! ฉันซัดหน้าหลุยส์จนสุดแรงแล้วรีบลุกขึ้น กำลังจะวิ่งหนีแต่เมื่อหันกลับไปมองดูใบหน้าคมคายนั้นอีกครั้งกลับเห็นว่าเจ้าตัวหลับตาสนิทเหมือนคนหมดสติ ฉันกำลังจะวิ่งกลับไปหาแต่ชะงักเท้าเอาไว้ก่อน เพราะกลัวว่านี่จะเป็นกับดักของหลุยส์ที่เขาตั้งใจวางไว้ล่อฉันเข้าไปหา เพื่อที่เขาจะได้ทำอะไรตามใจตัวเองอีก

“ลิลี่” พี่เซอร์คัสพุ่งเข้ามาในห้องพร้อมกับคนอื่นๆ

“เราเห็นว่ามีอะไรผิดสังเกตเลยเข้ามา แล้วหลุยส์ล่ะ” นิชาถาม

“นอนอยู่โน่น” พี่ลูคัสชี้ไปยังร่างที่นอนนิ่งของหลุยส์ อลิซาเบธย่อตัวลงนั่งข้างๆ ร่างนั้น

“เกิดอะไรขึ้น”

“เราเสียหลักล้ม” ฉันเริ่มรู้สึกเบลอจนดีแลนต้องเดินเข้ามาประคอง

 “เขาหมดสติ” อลิซาเบธหันมาบอก

“ฉันเป็นคนต่อยหน้าเขาเอง”

“คงไม่ใช่เพราะคุณ” อลิซาเบธโชว์มือที่เคยใช้ลูบหัวของหลุยส์ให้ดู คราบเลือดติดมือเธอมา ฉันจึงมองเห็นสักทีว่าหัวเขาฟาดกับเหลี่ยมขาโต๊ะ คราวนี้ถึงกับพูดไม่ออกเลย ฉันเป็นสาเหตุทำให้แขกของบ้านกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไงกัน

“ก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น” ลูคัสถาม

“ลิล...” ฉันพูดไม่ออก ยกมือขึ้นกุมปากเอาไว้ ไม่รู้จะอธิบายยังไงดี

“พาเขาไปที่ห้องก่อนดีกว่า ดูท่าทางลิลี่จะช็อกอยู่” เซอร์คัสว่า นิชาตรงเข้ามาประคองร่างฉันช่วยดีแลน

“ลิลี่ข้อเท้าแพลง กำลังจะล้ม หลุยส์คว้าลิลี่ไว้ แล้วเราก็เสียหลักด้วยกันทั้งคู่” ฉันอธิบายไม่สามารถขยายความประโยคให้ละเอียดได้มากกว่านี้

“พี่ไม่ต้องกังวลไปหรอกครับ เขาไม่เป็นอะไรหรอก” ดีแลนบีบหัวไหล่ฉันเบาๆ เพราะเขารู้ว่าฉันกำลังตกประหม่า โดยสังเกตจากลักษณะการพูดของฉัน

“เธอกลับไปพักผ่อนก่อนนะ ทางนั้นให้พี่ชายเธอจัดการเถอะ”

ฉันยิ้มให้นิชาพลางขมวดคิ้วอย่างรู้สึกเศร้า อดที่จะหันกลับไปมองด้านหลังไม่ได้ แม้ว่าเราจะเดินออกจากห้องมาแล้ว

“สาวน้อยแห่งคลีฟ คุณทำให้ผมอยากได้คุณขึ้นมาเสียดื้อๆ”

“ถ้าคุณไม่พูดแบบนั้น ฉันก็คงไม่ต่อยคุณ” จู่ๆ ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ หน้าฉันชาไปหมด ทั้งยังห่วงเข้าขึ้นมาเสียดื้อๆ

เอิร์ลหลุยส์ แคร์โรเวล เขามันบ้าที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมา อย่างหาใครทัดเทียมไม่ได้อีกแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็อดคิดไม่ได้เลยจริงๆ ว่าอยากกล่าวคำขอโทษต่อเขามากขนาดไหน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,257 ความคิดเห็น

  1. #77 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2552 / 19:05

    เอ้ยยย แอบสงสัยหวะพี่นาต 555
    แดเนียลเนี่ยหน้าตาพิมพ์เดียวกะดันแคนเลยอ่ะ
    ดันแคนแอบไปมีลูกรึเปล่าอ้าาา TOT

    #77
    0
  2. #76 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2552 / 19:04

    อ๊ากๆๆ ลูคัส ปลื้มมากมาย อลิซาเบธยังสวยเหมือนเดิม แต่ถ้าได้ตีพิมพ์
    ก็จะซื้อนะคะ (ซื้อทั้งตระกูลนั่นแหละ =v='')

    #76
    0
  3. #74 แมวเหมียว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2552 / 14:06
    รักลูคัสนานอยู่แล้วค่ะ...โหะๆๆ พี่นาตไม่ต้องห่วง จะอุดหนุนตระกูลคลีฟเก็บเป็นคอลเลคชั่นค่ะ

    ฮ่าๆๆ ว่าแต่ ..แดเนียลแอบหล่อนะเนี่ย..=.,=
    #74
    0